Words are a tool to convey meanings of love and care as well as hate, discrimination and indifference. Use them well.
Group Blog
สิงหาคม 2550
1 สิงหาคม 2550
All Blogs
My Objectives Are Still Intact:


Yesterday, I got a link from k. twojay;


It's about a young American tennis prodigy and his parents' effort to support him into professional tennis.

Personally, it was quite temping for me to see my older son stepping into that kind of top levels. This temptation always comes to visit me from time to time. Thus, it should be more prudent to just look back into what we were looking at the first place...

Why my family and I got into tennis like this?

NB was a very interesting child since he was really young. We raised him literally in our department when we were in Thailand. Thus, all of his "nannies" earned PhD degrees... And, everyone impressed with his intelligence since he was a baby.

Once we moved here in the US, he got another "nanny". She's a PhD student in education. Her expertise was in gifted children. She told us that NB had everything to be a gifted child. Not too long after that, his abilities began to emerge.

He started to read musical notes and played piano when he was 3.5 years old. Few months after that, he read both Thai and English languages. I remembered that we ordered around 50 Dr. Suess' books from an Ebay auction. The books were delivered to our apartment around 3PM. By 4:30PM in the same afternoon, he already finished 12 of them.

He loved math.... His hobby was adding numbers from 1 until what, I lost count... thrillions... since he was 4.5 years old.

Except for the time he was in his daycare, he spent almost all of his time doing these: reading; playing piano, and; doing math.

From my own experiences, I believe that it's not enough for a person to have a happy life with only academic excellence. A happy life requires many other talents to fulfill this goal.

So when he was around 4.5 years old, we made a decision to introduce him into sports. Firstly, we tried swimming, but it was a total fiasco... So, we tried soccer and tennis at almost the same time. Then, there was a schedule conflict between the two sports, so we had to choose between them.

We chose tennis.

In that time, NB was still in his daycare, he didn't even start his kindergarten yet. But all of us had a very good time playing tennis with him.... no matter it was sunny, raining, windy, or snowy. We were always there at a public tennis court nearby our place.

We played almost everyday. NB also took lessons in the tennis school. He rapidly developed his tennis skills, until his coach noticed and offered us a discount private lesson and, on top of that, NB could attend any classes in his school for free!

My wife who had never played tennis in her life. She was strongly "inspired" by NB, when he told her, "Mom, you need a lesson!!"

So she did.... Now all of us played tennis... Before this, most of our free time had been spent on watching TV!! So it was a remarkably healthier step for our entire family.

After a year and a half of playing tennis, NB's coach told us that NB was ready for playing in a tennis tournament... That would bring him to another level.

We believed him. So, we signed him up in tennis tournaments. At the time, NB was around 6 years old.

Interestingly, during those matches in the tournaments, we saw some very unpleasant behaviors.... You name it, NB got it, believe me!! :)

That was really difficult to watch. We thought about not allowing him to play in tournaments for many times. But once we sat back and pondered about pros and cons that all of us would have. We continued to support him despite those occasional emotional bursts of our genious.


We still could talk to him, pointing out what could be done and corrected, and what were the weakness and strength of himself and his opponents.

After repeated process of this, I saw many analogy between this sport and life. Now, I still strongly believed that we could apply this analogy into real-life situations, off the court.

Developmentally I saw a math geek, a young pianist, a fluent linguist with troubled mind gradually developed into another happy boy with the same level of intelligence.

Whoever he chooses to turn to be, I will respect his decision and I believe that he could be anyone he would like to be, based on those lessons he had learned from this sport and his competitiveness he earned from it.

With these "lessons", he would be fine on and off the court, with or without my presence.

My objectives are still the same, perfectly intact--just having fun with him while I still can. Gaining more than this is a bonus; I don't care.


Create Date : 01 สิงหาคม 2550
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 22:23:16 น. 11 comments
Counter : 293 Pageviews.

อีกหน่อยอาวิคต้องขอนัดดวลเทนนิสกับน้อง NB ซะแล้วสิคะ อิ อิ ล้อเล่นนะคะ อาวิคเล่นได้ห่วยมากค่ะ คงต้องให้หลานสอนซะล่ะมั๊ง
กลับมาเมืองไทยเร็วๆ นะครับ NB เผื่อจะได้แข่งเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงแชมป์ระดับที่สูงขึ้นไป สร้างความภูมิใจให้ครอบครัวและประเทศชาติ น้องโชคดีมากๆ ที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและให้การสนับสนุนไปในทางที่น้องชอบ...จะรอเจอตัวจริงนะจ๊ะ

โดย: the Vicky วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:23:59:49 น.  

Sure I can do that. I am glad that he starts to learn Thai. I also have an American-Thai nephew (son of my older cousin)who was born and lives in Japan for many years but he never wants to learn Thai (what a pity!) and his mom does not give him enough encouragement. Fortunately that they come to BKK every Christmas for at least a month or two so he can pick up Thai easily.

น้อง NB ขยันเรียนภาษาไทยนะครับ ภาษาไทยเป็นภาษาของเรา อ่าน-เขียนไม่ได้อายเค๊าแย่เลย น้อง NB เก่งอยู่แล้ว ทำได้แน่นอนครับ

โดย: the Vicky วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:4:12:41 น.  

อ่านแล้วรู้สึกชื่นชมกับวิสัยทัศน์ของพ่อแม่และยินดีกับเด็กๆอย่าง NB ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างถูกวิธีจากผู้ปกครอง

เด็กที่มีพรสวรรค์ มีความได้เปรียบเป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ยิ่งทำให้เค้ามีโอกาสในการไปสู่จุดหมายที่มุ่งหวังได้สะดวกมากขึ้น เพราะมีคนคอยช่วยแนะแนวทางที่จะเดิน

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับวิธีการในการเลี้ยงลูกของนุ่นและอาจารย์ส้ม และชอบใจเหลือเกินกับประโยคที่ว่า

"I believe that it's not enough for a person to have a happy life with only academic excellence. A happy life requires many other talents to fulfill this goal."

ผมก็เลี้ยงลูกด้วยการแนะแนวทางเดิน และมองให้เห็นถึงความถนัดของเค้าเพื่อที่เราจะได้สนับสนุนให้ถูกทาง ทำอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะให้เค้ามีชีวิตที่มีความสุข ไม่จำเป็นต้องเป็น Best All Around ไม่จำเป็นจะต้องเป็นที่สุดของที่สุด รู้จักวางตำแหน่งของเป้าหมายชีวิต และขยับเปลี่ยนแปลงเป้าหมายตามความเหมาะสมและสถานการณ์

คุยเป็นทางการเกินไปหรือเปล่าเนี่ย... :) ผมพูดเป็นเรื่องเป็นราวไม่ค่อยเป็นซะด้วยซี่

สรุปที่เรื่องราวของ NB
ผมเชื่อมั่นว่า ในอนาคต(อันใกล้นี้) ต้องได้เห็นชื่อของ NB ติดทำเนียบของนักเทนนิสดาวรุ่งอย่างแน่นอน
แต่ก็นั่นแหละ.. พ่อแม่ก็คงต้องมีเรื่องอะไรให้คิดให้วางแผนกับชีวิตเช่นเดียวกับเรื่องราวของหนูน้อย Jan Silva

ว่าแต่ว่า.. เห็นผลงานความสำเร็จอย่างนี้แล้ว ชักอยากจะได้ PhD nanny ขึ้นมาบ้างแล้วซี่ เจ้าสองสาวของผมก็คิดว่าคงพอมี gift อยู่บ้าง ถ้าได้ PhD nanny อย่างอาจารย์ A.T. อนาคตคงไปโลด... ;)

โดย: twojay วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:5:12:24 น.  

ป.ล. กลับมาอีกรอบเพื่อคุยกับ NB โดยเฉพาะ

ลุง (เฮ้อ...) เพิ่งได้ตามเข้าไปอ่านบล็อกของคุณอาวิคกี้ ทำให้รู้ว่า NB กำลังเรียนอ่านภาษาไทย ลุงอยากจะบอกว่า NB เป็นคนเก่ง NB จะต้องเรียนรู้และอ่านภาษาไทยให้ได้ แล้ววันหนึ่งในอนาคต NB จะภูมิใจที่สามารถใช้งาน(อย่างน้อย)สองภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว

ลุงไม่แน่ใจว่า NB พูดภาษาไทยหรือเปล่า หากว่า NB ไม่พูดภาษาไทยเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่พูดภาษาไทยด้วย ลุงจะบินไปตีก้นคุณพ่อคุณแม่เดี๋ยวนี้เลย

ลุงมีลูกสาวสองคน อายุ ๑๕ และ ๑๒ ปี (อันนี้เขาเรียกเลขไทยนะจ๊ะ) ทั้งคู่มาอยู่อเมริกาพร้อมๆกันเมื่อเกือบ ๕ ปีที่แล้ว (ตอนที่มา อายุเท่าไหร่ NB ลองคำนวณดูนะครับ) คนโตชื่อพี่พลอย ยังพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้คล่องแคล่ว เพราะดูทีวีไทย ละครไทย อ่านเว็บไซท์ภาษาไทยตลอดเวลา

ส่วนคนเล็กชื่อพี่แพรว ยังพูดภาษาไทยได้ แต่มักจะไม่ยอมพูดกับลุงป้า ลุงกับป้าถามเป็นภาษาไทย ก็มักจะหลุดปากตอบเป็นภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา จนบ่อยครั้งป้าเปิ้ลต้องตวาดให้พูดภาษาไทย (เพราะป้าเปิ้ลฟังไม่รู้เรื่อง :) )

พี่แพรวยังพออ่านภาษาไทยได้บ้าง เขียนภาษาไทยได้นิดหน่อย เพราะป้าเปิ้ลจะพยายามให้การบ้านเป็นภาษาไทย ให้เขียนภาษาไทยเป็นคำๆ ให้เขียนคาร์ดหรือบัตรอวยพรเป็นภาษาไทยถึงคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่เมืองไทยเสมอๆ

ดังนั้น NB ก็ต้องพยายามเช่นกัน อ่านภาษาไทยให้ได้ ต่อไปก็เริ่มหัดเขียนคำง่ายๆบ้าง ถ้าคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่เมืองไทยได้อ่านจดหมายของ NB เป็นภาษาไทย คงจะต้องดีใจมากๆ

NB ไม่ต้องอ่านความเห็นของลุงอันข้างบน เพราะลุงเขียนแบบคนแก่ น่าเบื่อและน่าเวียนหัว
แต่ลุงว่าภาษาของลุงก็ยังดีกว่าภาษา "แอ๊บแบ๊ว" ของวัยรุ่นสมัยนี้ ซึ่งอ่านแล้วน่าจะเวียนหัวมากกว่าสำนวนของลุง

สุดท้ายนี้ ลุงจะบอกว่า ลุงจะเขียนภาษาไทยมาให้ NB อ่านบ่อยๆ ไม่ต้องห่วงว่าลุงจะเขียนภาษาอังกฤษ เพราะลุงเขียนภาษาอังกฤษได้ไม่เก่งเท่าพ่อนุ่น เพราะฉะนั้น ลุงจะไม่เขียนภาษาอังกฤษมาให้ NB หัวเราะสำนวนของลุงหรอก ให้ NB หัวเราะสำนวนไทยของลุงซะยังจะดีกว่า

ลุงเขียนแค่นี้ก่อน เพราะลุงก็เริ่มตาลาย และเบื่อที่จะต้องเรียกตัวเองว่าลุงเต็มที คราวหน้า หาก NB ไม่ว่า ลุงจะขอเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกัน



โดย: twojay วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:5:48:40 น.  

นุ่นครับ ผมเข้าไปโพสท์ในกระทู้ ขอให้เช็คหลังไมค์ แต่ข้อความก็หายไปเฉยๆ

ผมจะส่งไฟล์หนังสือสำหรับเด็กไปให้ครับ สแกนไว้ให้แล้ว 26 ไฟล์ ทั้งหมดประมาณ 20 MB จะให้ส่งทางไหนดีครับ

โดย: twojay วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:7:30:12 น.  

อ้าว ตกลงเราคุยกับน้อง NB กันเหรอะคะ โอเค ได้

สวัสดีจ้ะหนุ่มน้อย (เอ่อ คือว่าไม่อยากเรียกตัวเองว่าน้าอ่ะคุณเอที เอาใหม่แล้วกันนะ)

สวัสดีจ้ะหนุ่มน้อย สบายดีบ่



สวัสดีจ้ะหนุ่มน้อย เรียนอยู่ชั้นอะไรแล้วคะ ไปโรงเรียนสนุกไหม ครูประจำชั้นชื่ออะไรคะ แล้วมีเพื่อนสนิทไหมคะ NBชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุด เป็นเด็กดีนะคะ

โดย: Rive Gauche วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:7:46:01 น.  

ขอโทษนะคะอาวิคมาช้า ...

โอ้โห น้อง NB เก่งจริงๆ เลยค่ะ ทำได้ยังไงเนี่ย รู้มั๊ยว่าหนูทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุขและชื่นใจมากเลยนะคะ (คุณพ่อแอบบอกค่ะ) ขยัซ้อมและตั้งใจต่อไปนะคะ รวมทั้งการเรียนภาษาไทยด้วย อาวิคเอาใจช่วยค่ะ

โดย: the Vicky วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:4:50:49 น.  

หวัดดีครับพี่เอที ขอบคุณครับที่แวะไปทักทาย

ช่วงนี้ผมก็รอสอบวิทยานิพนธ์อยู่ครับ เตรียมพาวเวอร์พ้อยท์ และก็อ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนเอาไว้ ซักซ้อมตอบคำถาม และก็กำลังจะส่งเปเปอร์แรกครับ

น่าอิจฉาพี่จัง ท่มีลูกทั้งเก่ง ฉลาดและน่ารัก ส่วนตัวผมเองยังไม่มีครับ พยายามอยู่หลายเดือนแล้ว อิอิ

โดย: Duke of York วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:20:35:19 น.  

ว๊าว...NB เก่งจังเลยครับ อย่างงี้ต้องฉลอง อาวิคส่งใจจากเบลเยี่ยมมาเชียร์อยู่ตลอดนะครับ

โดย: the Vicky วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:3:48:30 น.  

It's simply a bliss to have read the story of your little man krub. You must be very proud to have produced such wonder into the world! And I totally agree with you about letting him do what he wants to do and talk to him if he's expressing inappropriate behavior. That is healthy! He'll definitely grow up to be a happy and multi-talented young man krub.

I've just had my first real exam in the US. Wasn't quite as hard as I thought it would be. But I'm having another one next Monday so I can't take it easy just yet krub!

โดย: ruiN วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:10:09:37 น.  

คิดถึงบล็อกนี้จังค่ะพี่ A.T. ไม่ได้แวะมาอ่านนานมากแล้ว...
วันนี้ขอแวะมาอ่านเรื่องน้อง NB เพลินๆคลายเครียดหน่อยนะคะ

โดย: r k i วันที่: 20 สิงหาคม 2550 เวลา:9:59:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

amatuer translator
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

Note: My life has been intertwined with works and many others. New responsibility has emerged, resulting less and less time for my ordinary life. Although, a love to write is still intact... But having less time is related to having less imagination.... Therefore, I could not come up with new writings for quite some times.

It might be a good time for me to leave this forum for moment.... Please take it as Mr. A.T. is having a sabbactatical leave or something like that....

As noted above, my love to write is still the same... and will not be changed. Sometimes somehow, I hope I could come back and give some thoughts in this blog once more.

Mr. A.T.
June 6th, 2008



My pen-name in Pantip is amatuer translator. Actually, I'm a lousy translator with lame translation. My pen-name is somewhat misleading, I have no background in linguistics what-so-ever. Anyway I love to read, write and communicate with people...

Reading is my most favorite hobby. I read everything from shopping bags to articles in theoretical physics. I do research and teaching for my living. So, reading, writing, thinking and doing research works are my everyday routine.

I would like to define myself as a person who is accepting new ideas and adopting those into my way of life.

I believe in power of knowledge/education. I think every society can be a better society with knowledge. Ignorance can be dispelled by it. Humanity can live sustainably and harmoniously with each other along with its biosphere with understandings in the nature surrounding it.

Apart from my philosophical thoughts reflecting who I am, I can tell you something I like or love in particular;

I love dogs.... Particularly, labradore retrievers.... One day, I would like to spend my time and life with them as a big part of my family.

Zhuge Liang is my hero. With his wisdom and faithfulness, he led a tiny army to a mighty and formidable kingdom. He left his humble residence with a hope to come back. But, sadly, he had never returned and died far far away from home in a horse carriage in a battle field. If I could choose where I would, I would say where-ever my lovely wife was nearby.

I value happiness and my family as my first priority. My profession and my philosophy come in the second. Pursuit in wealth has never been in my desire.

I'm glad to be your friend, and look forward to seeing you around krub.

Best wishes,
Friends' blogs
[Add amatuer translator's blog to your web]

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.