All Blog
งานใหม่
ห้าเดือนผ่านไปตั้งแต่เริ่มต้นเรียนป.โทที่เมืองไทยและก็หลุดลอยไปจากวงโคจรการทำงานประจำ ดูเหมือนจะว่างแต่ก็กลับเป็นตรงกันข้าม ยุ่งมากกับการเรียนในชั้นเรียนอินเตอร์เล็กๆเนื่องจากสัดส่วนเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่รวมกันแล้ว นักศึกษาไทยเลยเป็นชนกลุ่มน้อยขึ้นมาทันที แต่ก็สนุกสนานเฮฮาและอบอุ่นมาก


ช่วงเทอมแรกเกือบถอดใจไปหลายรอบเพราะไม่คุ้นเคยกับภาษาเยอรมันที่ใช้เป็น Lingua Franca ในห้อง หรือเป็นภาษากลางนั่นเอง


หลังจากไม่ได้ใช้สื่อสารการเขียนและพูดเชิงวิชาการ รวมถึงคลังศัพท์ส่วนใหญ่ในสมองก็เหือดแห้งไปเกือบหมด ก็ทำให้เครียดมากเมื่อต้องใช้ในห้องเรียนระดับสูงเป็นเวลา 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และตำราประกอบซึ่งเป็นหนังสือวิชาการเน้นประเภทที่ว่าหาที่อ่านเป็นภาษาแม่ช่วยก็แล้ว ยังไม่ค่อยจะกระดิกเลย เมื่อไปปรึกษากับอาจารย์ผู้สอนรูปหล่อผิวสีประจำวิชา ก็ได้คำตอบว่า "อีก 6 เดือนก็ชินไปเอง สบายๆ"


มาถึงวันนี้ 5 เดือนผ่านไป ไวพอๆกับความชราที่มาเร็วเหลือเกินเนื่องจากความเครียด ก็เริ่มจะปรับตัวได้แล้ว ความที่เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามที่ขึ้นชื่อเรื่องความขยันซึ่งมักไปไหนไม่ถูกเพราะจะรู้แต่ทางไปห้องสมุดกับห้องเรียน ก็ทำให้คนอื่นๆพวกกระตือรือร้นไปด้วย


ภาษาศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ศิลปะดนตรี ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการสอน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ต้องรู้แบบครอบจักรวาลเพื่อเป็นฐานในการทำความเข้าใจทำให้เดี๊ยนที่ครั้งนึงเคยบอกกับตัวเองว่าจะไม่เรียนอีกแล้วอักษรศาตร์พอกันที ท้ายสุดไหงมานั่งเรียนหน้ามึนอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างนี้หว่า
อยากสัมผัสการเรียนในสายบริหารเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร



เกือบ 10 ปีที่แล้วมักจะทักทายเพื่อนๆในห้องเรียนที่เมืองจีนด้วยคำว่า "อันยองฮาเซโย" ตอนนั้นประแส Korea Fever ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย นักเรียนนอกประเทศอย่างเราๆก็ต้องครูพักลักจำภาษาชาวบ้านเขาก่อนจะผสมโรงตีซี้ไปตามเรื่อง ณ ตอนนี้คำพูดติดปากไปแล้วก็คือ "ซินจ่าว" ตีซี้จับคู่กันทำรายงานไปเรื่อยเพราะคุณเธอทั้งหลายทำการบ้านแบบถวายชีวิตให้ตายเถอะ


เดี๊ยนดูจะเป็นคนเดียวที่ออกห่างจากวงโคจรไปมากที่สุด ไม่ได้เป็นอาจารย์สอนภาษาอย่างใครเขา หรือเป็นนักแปลอาชีพ อย่างมากก็แปลเอามันส์และหาตังค์ใช้ แถมบ้านอยู่หลังเขา กว่าจะฝ่าดงกล้วยมาเข้าเรียนได้ก็หอบแห่กๆ แต่ก็ยังมีคนที่สุดยอดความพยายามที่ต้องนั่งเครื่องบินมาเรียนทุกอาิทิตย์จากภูเก็ตก็ยังมี ดูแล้วทั้งแรงบันดาลใจและความขยันของตัวเองก็เป็นรองชาวบ้านเขาเยอะเลย ยิ่งเห็นได้ชัดจากแผนภูมิการพัฒนาทักษะแต่ละบุคคลตอนจบเทอมแรก เดี๊ยนยังครองตำแหน่งคงเส้นคงวาไว้อย่างยอดเยี่ยมตามแท่งกราฟเพื่อการประจานส่วนบุคคลของท่านอาจารย์ที่กรุณาส่งเมลล์มาให้


ก็เลยต้องมานั่งคิดว่าตัวเรามีปัญหาอะไรที่ควรจะปรับปรุงหนอ ผลก็คือที่เด่นชัดเลย "การขาดทักษะในการใช้งานและไม่มีแรงจูงใจมากพอในการเรียน"
สรุปก็คือ ถึงเวลาที่ต้องเอาหนังหน้าและความสามารถอันน้อยนิดไปหางานที่ตรงสายทำซะแล้ว ไม่ว่างานนักแปล งานสอน งานในออฟฟิส งานเลขาส่วนตัว ซึ่งตัวเลือกมีอยู่น้อยมาเมื่อต้องมีเงื่อนไขในเวลาเรียนประจำที่แน่นอน แถมอายุก็ไม่บ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง


สุดท้ายหลังจากว่างจากงานประจำมานาน พรุ่งนี้ก็จะได้เซ็นต์สัญญาก่อนจะเริ่มงานปีหน้า ช่างรวดเร็วทันใจจริงๆไม่ถึงสิบวันหลังสัมภาษณ์ ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะได้เนื่องจากไม่ว่าจะถามภาษาไหน เดี๊ยนก็ขอตอบอังกฤษโลด เพราะกลัวว่าจะตอบผิดเพราะยังจำความตื่นเต้นสมัยสัมภาษณ์งานสถานทูตเยอรมันได้ดีที่โดนอัดคำถามจากผู้สัมภาษณ์ 5 คน เลยขอใช้สมาธิตอบเป็นภาษาเดียวให้ดีที่สุดดีกว่า


เนื่องจากที่ทำงานใหม่ของเดี๊ยนนี้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และมีนักวิชาการชาวเยอรมันรวมถึงเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบในงานส่วนต่างๆของประเทศตนแต่ต้องมาประจำในสำนักงานที่กรุงเทพเป็นจำนวนกว่าครึ่ง ดังนั้นระบบการบริหารก็ดูเป็นมืออาชีพมาก ถึงบรรยากาศจะดูเกรงๆแต่ทุกคนที่เห็นก็แอบเดินมามองหน้าแล้วยิ้มแย้มแบบที่ไม่เคยเห็นเลยสักครั้งถ้าต้องอยู่ในสถานที่ๆไม่รู้จักใครแบบนั้น


หวังว่างานนี้จะเพิ่มทักษะและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของเดี๊ยนให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เดี๋ยวตีซี้หนุ่มเยอรมันในออฟฟิสได้เมื่อไรก็หวังว่าจะมีคนช่วยตรวจการบ้านให้ซะที แอร๊ยยยย



Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 13:47:07 น.
Counter : 381 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics