Group Blog
 
All blogs
 
^ ^ เอแคลร์ ^ ^

ทำเอแคลร์หนนี้กว่าจะสำเร็จนี่ ต้องทำถึงสองรอบ แม่ก็เคยบอกแล้วว่ายากนะๆ แต่หนูอยากโชว์พาวค่ะแม่ 55 ทำรอบแรกออกมา ไส้อร่อยมากก แต่ว่าตัวแป้งนี่...ต้องทิ้งทั้งถาดดด ฮือๆๆ ทั้งไหม้ ทั้งฟีบ ทั้งแข็ง เศร้าใจจริงๆ ค่ะ

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ มีรึคนอ้วนๆ จะยอมแพ้อะไรง่าย ตัดสินใจทำใหม่อีกรอบ แต่รอบสองนี่ บังเอิญมีเพื่อนมาที่บ้านด้วย เครียดเลยค่ะ แม่ศรีเรื้อน แม่ศรีเรือน อย่างเรา เฮ้ออ จะรอดมั้ยตรู แถมยังหาญกล้าจะทำสองไส้ ทั้งวนิลาและใบเตย (เห็นที่บ้านปลูกไว้อยู่หลายต้น เลยอยากเล่นอ้ะ) หุหุ มาถึงขั้นนี้แล้ว เดินหน้าเต็มที่ค่ะ เพื่อนก็มาช่วยทำด้วย ก็สนุกดีนะคะ ไส้ทั้งสองผ่านไปด้วยดีเช่นเดิม และ แต่น แต้นน แป้งเอแคลร์ที่ร้ากกก ไม่ไว้หน้ากันมั่งเล้ยย ต้องเททิ้งอีกแล้วอ้ะ ทั้งเศร้า ทั้งอาย ฮือๆ แต่ก็ ยังสู้ต่อไปค่ะ ส่งถาดที่สองเข้าไปอบ และแล้วฟ้าดินก็เป็นใจ แป้งออกมาสวยงาม เย้ๆๆ แม่ๆๆๆๆ หนูทำได้แล้นนนน

แต่น แต่น แต้นน แอแคลร์ของเรา



สูตรและวิธีทำ มาจากคุณแมว "ดวงใจพ่อแม่" ค่ะ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้นะคะ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=pitida-kitty&group=15

คุณแมวแนะนำให้ริ่มทำไส้ก่อนนะคะ

ส่วนผสมสำหรับไส้เอแคลร์ค่ะ

น้ำตาลทราย 155 กรัม (คนหวานๆ อย่างเรา ขอใส่น้ำตาลเพิ่มเป็น 200 กรัมจ้า - - ส่วนน้ำตาลทรายนี่ รอบแรกที่ทำใช้ไอซิ่ง รอบสองลองใช้น้ำตาลทรายธรรมดา ผลก็ไม่ต่างกันนะ)
ไข่ไก่ (ทั้งฟอง) 2 ฟอง
นมข้นจืด 240 กรัม
น้ำเปล่า 240 กรัม (ถ้าทำไส้ใบเตยก็เปลี่ยนเป็น น้ำใบเตยสด แทนนะคะ)
เกลือ 1/4 ช้อนชา
วานิลา 2 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 50 กรัม
เนยสดเค็ม 50 กรัม

วิธีทำ

1. ตีไข่กับน้ำตาลจนขึ้น ประมาณ 3 นาที



2. ใส่ นมข้นจืด น้ำเปล่า เกลือ แป้งข้าวโพด วานิลา ลงไปตีต่ออีกประมาณ 1 นาทีให้ส่วนผสมเข้ากันดี (ถ้าทำไส้ใบเตย ก็ใส่น้ำใบเตยลงไปแทนน้ำเปล่านะคะ)



3. นำส่วนผสมที่ตีเข้ากันแล้ว (ซึ่งมันจะฟูฟ่องราวฟองแฟบ ไม่ต้องตกใจนะคะ เดี๋ยวก็จะเข้าสู่สถานการณ์ปกติอย่างรวดเร็วค่ะ) เทใส่หม้อตุ๋นที่ใส่เนยเค็มรอไว้แล้ว (แบ่งเนยประมาณ ๑ ช้อนทานข้าวไว้ใส่ในตอนท้ายด้วย) กวนด้วยไฟอ่อน คนไปในทางเดียวกันตลอดเวลาเพื่อให้ครีมเนียน ไม่เป็นเม็ด

4. เริ่มแรกคนประมาณ 9 – 10 นาที ส่วนผสมในหม้อก็จะเริ่มข้นขึ้นนิดหน่อย หรี่ไฟไปทางอ่อนๆ กวนต่อไปในทางเดียวกันอีกประมาณ 5 – 7 นาที ลองยกตะกร้อมือขึ้น ถ้าเริ่มเห็นรอยตะกร้อมือจางๆ หรือชิมแล้วไม่มีรสแป้งก็กวนต่ออีกแค่ 1 - 2 นาที ยกลง ใส่เนยที่แบ่งไว้ กวนให้เข้ากัน (ทำรอบหลังนี่ มีเพื่อนช่วยกวนให้ หายเมื่อยไปเยอะทีเดียว แฮะๆ ขอบคุณนะเนย )

5. กวนไส้ต่อเพื่อให้คลายความร้อน พักไว้ให้เย็นและนำเข้าตู้เย็น รอใส่ไส้ในขั้นตอนต่อไป




สำหรับคนที่อยากลองทำไส้ใบเตยนะคะ ก้อไม่ยากนะ ตัดใบเตยมา ไม่ทันดูว่ากี่ใบอ้ะ เอามาสับๆๆ ต้องระวังด้วยนะคะ เพราะใบมันคมอ้ะ เนยมาช่วยสับ โดนบาดไปเหมือนกัน แล้วก็เอาใบไปใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำ มั่วอีกเหมือนกัน ไม่ได้วัดว่าใช้สัดส่วนเท่าไหร่ กะว่า ให้เป็นสีเขียวเป็นใช้ได้ ปั่นเสร็จก็เอามากรองกับผ้าขาวบางนะคะ บีบเอาแต่น้ำ ตวงให้ได้ 240 กรัม แล้วก็เอาไปใช้แทนน้ำเปล่าในสูตรได้เลยค่ะ



เสร็จแล้วค่ะ ไส้เอแคลร์ สบายมาก อร่อยด้วย จิ้มดูดๆ 55

ตัวปัญหาอยู่นี่ค่ะ แป้ง/เปลือกเอแคลร์ จริงๆ ทำก็ไม่ยากนะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าที่ทำไม่ได้นี่ เพราะอะไร

ส่วนผสมเปลือกเอแคลร์ค่ะ

แป้งสาลีอเนกประสงค์ หรือ แป้งเค้ก 110 กรัม (ใช้แป้งเค้กค่ะ เพราะคุณแมวบอกว่าแป้งจะนิ่มกว่า)
น้ำเปล่า 195 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 95 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 3 ฟอง (พอดีเบอร์ 1 ลดราคา เลยใช้เบอร์ 1 ค่ะ --")
ผงฟู 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งเค้กพักไว้

2. ใส่น้ำเปล่า น้ำตาล เนย รวมกันในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนกระทั่งเนยละลายและน้ำเดือด




3. หรี่ไฟอ่อน ใส่แป้งที่ร่อนไว้ คนแรงๆ เร็วๆ ไปในทางเดียวกัน ยกลงจากเตา (อย่ากระพริบตานะคะ เพราะใช้เวลาไม่นาน จากของเหลวกลายเป้นของแข็งไวมากค่ะ)

4. คนต่อไปจนแป้งร่อนออกจากขอบหม้อ และแป้งคลายความร้อนลงบ้าง

5. นำมาตีไล่ความร้อนในเครื่องผสม ให้ส่วนผสมอุ่นค่อนไปทางเย็น



6.ตอกไข่ใส่ทีละฟอง ตีต่อให้เนียน จนส่วนผสมข้นและเหนียว ใส่ผงฟูลงไป ตีต่อให้เข้ากัน (ระหว่างนี้ วอร์มเตาอบไว้ที่ 220 c เลยค่ะ)

***7. ตักส่วนผสมแป้งใส่ถุงบีบบนถาดที่ทาเนยขาวและปูกระดาษไขทับ ใช้นิ้วเปียกน้ำจิ้มลบยอดแหลมก่อนนำเข้าอบ (ไม่ได้ลบเลยค่ะ เหลือยอดแหลมเปี๊ยว ให้ดูต่างหน้าเกือบทุกลูก อิอิ)

ขั้นตอนที่ 7 นี่แหล่ะค่ะ ที่เป็นสาเหตุของความผิดพลาดที่ผ่านมา คือที่บอกว่าต้องเทแป้งทิ้งหลังจากอบเสร็จแล้ว ก็เนื่องจากว่า ตอนบีบแป้งนี่ เราบีบเป็นวนๆ อบกี่ทีๆ ก็แข็งทุกครั้ง คิดว่าการบีบแป้งนี่ก็น่าจะสำคัญนะคะ ให้เพื่อนๆ บีบปู๊ดลงมาเลย อย่างเราใช้ที่บีบเป็นทรงกระบอก ก็คือ ตั้งกระบอกตรงๆ แล้วก็บีบปรู้ดลงมา ทีนี้ จะอบอีกกี่ที ก็ไม่ต้องเททิ้งแล้วล่ะค่ะ





8. การอบเอแคลร์แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกอบไฟ 220 c เป็นเวลา 11 นาที แล้วช่วงหลังปรับเป็นไฟ 180 c เป็นเวลา 10 นาที (วิธีสังเกตว่าเปลือกได้ที่ สามารถเอาออกจากเตาอบได้แล้วคือ เปลือกจะแห้ง ไม่มีฟองอากาศหรือไอน้ำเกาะอยู่ค่ะ) ขอเพิ่มเติมนะคะ เวลาอบก็แล้วแต่เตาและขนาดของเอแคลร์ของแต่ละคนด้วย ซึ่งอาจจะไม่เป๊ะๆ ตามนี้ ต้องคอยสังเกตกันเอานะคะ

9. พักเปลือกเอแคลร์ให้เย็นสนิทจึงนำไปใส่ไส้ (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สนุกและเละเทะมาก 55 บีบปู้ดๆ ไส้ไหลทะลักตลอด เราใช้วิธีตัดเปลือกเอแคลร์ให้พอมีรู แล้วก็แหย่ที่บีบลงไป บีบปรู้ดดดด พอทะลักก็เป็นอันใช้ได้ น่าเกลียดจริงๆ ค่ะ )



เสร็จแล้นนน แหวกดูไส้ น่ากินใช่มั้ยล่า




ไส้ใบเตยเหลือ ยังเอามาทำเป็นสังขยา ทา / จิ้มกะขนมปัง กินได้อีกตั้งหลายวัน อร่อยจริงๆ นะ ไม่ได้โม้ๆ



อ้อ..อีกเรื่องที่อยากบอก ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึป่าว แต่รู้สึกว่า ถ้าทิ้งไว้ซักคืน หลังจากทำเสร็จ เอแคลร์จะอร่อยกว่า ตอนทำเสร็จใหม่ๆ นะ เหมือนตอนทำเสร็จใหม่ๆ ตัวแป้งพอกินแล้วมันแปลกๆ อ้ะ แต่พออีกวันมาลองกินอีกที อูวววว อร่อยสุดยอดดด (เอ่อ..นี่ชมตัวเองไปกี่รอบแล้วฟระ แฮะๆ อายมั้งมั้ยเนี่ยเรา)




Create Date : 20 กันยายน 2551
Last Update : 20 กันยายน 2551 21:39:17 น. 15 comments
Counter : 2427 Pageviews.

 
น่าทานจังเลยค่า หอมกลิ่นใบเตยมาแต่ไกล


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:22:16:12 น.  

 
ดีใจด้วยค่ะทำสำเร็จแล้ว น่ากินเชียว ไส้ไว้จิ้มขนมปังก็น่าอร่อยนะคะ


โดย: ก้อย (ฟันคุดน้อยซี่ที่7 ) วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:22:22:30 น.  

 
เก่งจัง แป้งเอแคล์ดีนิ่มดีนะคะ น่ากินมาก...เห็นต้นใบเตยแล้วอยากโขมยมาปลูก...หุหุ


โดย: งาขาว วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:23:00:36 น.  

 
น่ากินค่ะ น่ากินมากเลย


โดย: tuktikmatt วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:2:33:01 น.  

 
ขอสองลูก


โดย: jjbd วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:5:44:27 น.  

 
อย่างเราจะทำได้แบบนี้มั่งมั้ยเนี่ย
ต้องลอง ๆๆๆ อิอิ


โดย: wiyada_susi วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:10:58:08 น.  

 
ขอทั้งถาดเลย


โดย: น้องหมาบีเกิ้ล วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:1:14:56 น.  

 
อยากกินๆๆ ไส้เยอะดีค่ะ


โดย: dew_monamoji วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:11:25:18 น.  

 
กินด้วยได้ป่าวค้า


โดย: tangjeen IP: 58.10.99.79 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:19:42:33 น.  

 
ดีจ้า
วันนี้แวะมาทักทายเช่นเคยจ๊ะ อิอิ


โดย: jdaynoaoon วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:12:31:43 น.  

 
ดีจ้า
วันนี้แวะมาทักทายเช่นเคยจ๊ะ อิอิ


โดย: jdaynoaoon วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:12:31:50 น.  

 
อยากกินเอแคลร์จังเลย เห็นแล้วหิวขึ้นมาทันที


โดย: jAjA IP: 125.24.121.148 วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:21:49:28 น.  

 
สูตรเดียร์เอง อร่อยสมใจไหมค่ะ
อิอิ


โดย: Ab Psy ReinDEAR++ (Ab Psy ReinDEAR++ ) วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:22:48:47 น.  

 
ลงมีดคร้งแรกครับ ยังไม่รู้น้ำหนักมีด แกะไม่สวยโทษมีดไว้ก่อน เอามาฝากครับ มันแหว่งๆหน่อยนะครับพลาดไปหลายทีเลยกลีบขาด



โดย: Mr.Kim Henry วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:3:01:58 น.  

 
ขอถามหน่อยนะคะ ต้องวอร์มเตาก่อนไหมคะ


โดย: Mazy IP: 115.87.5.58 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:38:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NiNg GaNooNg
Location :
Melbourne Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Free


Melbourne, Australia Local Weather

Friends' blogs
[Add NiNg GaNooNg's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.