Group Blog
 
All blogs
 

ตัดผมรับวันเกิด @ Prestige Hair หลังสวน

วันเกิดปีนี้ อย่างแรกที่่ตั้งใจจะทำมาหลายเดือนก็คือ ไปตัดผมค่ะ ไม่ได้เอาฤกษ์เอาชัยอะไร แต่เพราะว่า..ที่ Prestige Hair มีโปรโมชั่นวันเกิดลด 30% ค่ะ อิอิ สบายเลยเรา

ไว้ผมยาวมานานมากก ไปเรียนเกือบปีไม่เคยทำอะไรกะผมเร้ยยย กลับมาบ้าน แม่บ่นว่าผมรุงรังมากๆ ตัดก็ตัดค่ะ

มาดูผมก่อนตัดนะคะ ยาวเลยกลางหลังไปอีก ผมร่วงเยอะมากๆ




ตอนแรกคิดว่าจะลองตัดกะอาจานจุนค่ะ ยังไม่เคยตัดเลย แต่ก่อนตัดแต่กะอาจานลิม แต่ว่าอาจานจุนเข้าร้านช้า รอไม่ไหว ก็เลยตัดกับพี่สุค่ะ สมัยก่อนชอบพี่สุ เวลาเซทผมไปงานให้มากๆ ละเอียด แล้วก้อออกมาถูกใจด้วย ก็แอบลุ้นๆ อยู่ว่าจะตัดเปนไง

บอกพี่สุว่าสั้นเลยค่ะ พี่สุยังแอบห่วงว่าแฟนจะว่ามั้ย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงผมยาว แต่แฟนหน้าโหดตัดไรมาก็ด่าอยู่ดี ไม่เคยชมอยู่แล้ว พี่สุไม่ต้องห่วงค่า 55


ไปดูกันดีกว่าค่ะ ฝีมือพี่สุ Prestige Hair หลังสวน




เปนไงมั่งคะ หน้ากลมเนอะ แต่ก็ชอบน้าาา แม่เห็นแม่ถูกใจสุดๆ แฟนเห็นก็บ่นตามระเบียบ ว่าหัวโต หน้าอ้วน และอื่นๆ มากมาย 55

ตัดมาคราวนี้ ทำสีด้วย ทรีทเมนต์ด้วย ดัดหน้าม้าด้วย จ่ายไปทั้งหมด 3850 จากราคาเต็ม 5500 ค่ะ (ตัด 500 + ทำสี 3000 + treatment 1500 + ดัดหน้าม้า 500)

สรุปว่า ชอบมากกค่ะ




 

Create Date : 28 มกราคม 2553    
Last Update : 29 มกราคม 2553 9:53:24 น.
Counter : 1234 Pageviews.  

My FiRsT HaNd-MaDe ScaRf ^^0^^

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน นัดกินข้าวกะเพื่อนๆ มหาลัย ก็ที่ร้าน spring and summer นั่นแหล่ะค่ะ ก้อไปเห็นผ้าพันคอของเพื่อนคนนึง (บี) แถมบียังบอกว่าทำเองด้วย แต่ไม่รู้ใช้เองรึป่าวว อิอิ ก้อเลยอยากทำขึ้นมาตะหงิดๆ ถามไปถามมา บีก็บอกไม่ยากมาก ใช้ถักแบบ easy knit ถัก kniting ไม่เป็นก็สามารถ..หุหุ เข้าทางละ เพราะสมัยเรียนนี่ ถ้าต้องส่งงานฝีมือนี่ ให้แม่ช่วยทำตลอด แล้วบีก็แนะนำให้ไปที่ร้าน pinn shop จะมีอุปกรณ์ และก็มีพี่ๆ ช่วยสอนให้ ก้อเลยเปิดดูรายละเอียดจากเวบไซต์ว่ามีสาขาอยู่ที่ไหนมั่ง

//www.pinn.co.th

เอาฟระๆ คราวนี้จะเอาจริงละ ครั้งก่อนเห็นเพื่อนทำตุ๊กตาโครเชต์อ้ะ (เห็นใครทำไร ก็อยากทำตามเค้าโม้ดดด 555) น่าร้าก น่ารัก ตั้งใจซะดิบดี ว่าจะทำเป็นของขวัญ 5th anniversary ให้คุณผู้ชายดีก่า โชว์พาวๆ อิอิ ไปเดินดูกะลังจะซื้ออุปกรณ์อยู่แล้นน ไม่รู้อะไรมาดลใจ ว่าถ้าทำออกมาต้องหัวเบี้ยว ตาเหล่ แขนขา บวมไม่เท่ากันแน่ๆ แทนที่จะน่ารัก ออกมาอุบาด แทนที่จะชื่นชม จะกลายเป็นสมน้ำหน้าไป ก็เลยล้มเลิกซะงั้น สรุปก้อเลยทำ cd ให้แทน เฮ้ออ...นี่ก็ผ่านไปหลายเดือนละ ให้ไปก็ตั้งนานนน ป่านนี้ CD ที่อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาทำ ด้วยความรู้ทางเทคโนโลยีอันน้อยนิด CD แค่สิบนาที ตรูทำเป็นเดือน กะว่าส่งไปให้ตอนที่เค้าทำงานต่างจังหวัด เห็นบ่นเหงา (แต่ป่าวคิดถึงแฟนนะ) วาดหวังว่า ดู CD เราแล้วเผื่อจะคิดถึงแฟนสุดที่ร้ากกกมั่ง แต่..จนตอนนี้ลาออกกลับมากรุงเทพ CD อะฮั้น ยังไม่ได้รับการเผยแพร่ออกสู่สายตาคุณคนนั้นเล้ยยยยยย เฮ้อออ เศร้าจายย


เอาละ แต่ก็เริ่มจะชินละ (แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ) ช่างเหอะๆ มาตั้งหน้าตั้งตาทำผ้าพันคอรับหน้าหนาวกันดีก่า ก็ตั้งใจ (อีกแล้ว) ว่าจะทำให้แฟนสุดที่ร้ากก เฮ้ออ ไม่เข็ดๆ

อุปกรณ์ค่ะ



ก็ใช้แผ่น easy knit 6 แผ่น (เวลาซื้อเค้าจะขายเป็นชุดๆ ละ 4 แผ่นนะคะ ไม่แยกขายค่ะ) แผ่น easy knit ราคาชุดละ 150 บาท ไม้เอาไว้ช่วยเกี่ยว - ดึง ไหม ราคา 25 บาท แล้วก็ไหมพรม ราคาก็แล้วแต่ชนิดนะคะ ที่เห็นในรูปนี่ราคากลุ่มละ 250 แต่ตอนซื้อมีโปรโมชั่น 20% ก็เลยซื้อได้ในราคากลุ่มละ 200 บาท แฟนตัวสูงก็เลยต้องใช้ไหมประมาณเกือบสามกลุ่ม พอรวมๆ ราคาแล้วนี่ ซื้อเอาถูกกว่าอีกนะนิ แต่ก็นะ มันภูมิจายยย 55

พอเลือกซื้ออุปกรณ์เสร็จพี่ที่ร้านก็จะมาช่วยสอนให้ค่ะ ใจดีมากๆ ทุกคนเลย (เราไปที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์) ก็จะสอนจนเราทำเป็น ซึ่งวิธีทำนี่ก็ง่ายจริงๆ ค่ะ ตอนไปนั่งทำนี่ รู้สึกเหมือนอยู่ในสมาคมแม่บ้าน 55 มีคนนั้นคนนี้ มานั่งถักนิตติ้ง โครเชต์ เย็บกระเป๋า แล้วโรคเก่าก็กำเริบ เห็นใครทำก็อยากจะทำมั่งอีกละ 55 เห็นเค้าทำสีนั้นสวย สีนี้น่ารัก แทบจะเดินไปซื้อไหมตามเค้าเลยทีเดียว 55 แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน เพราะผืนแรกนี่ จะหมู่หรือจ่ายังไม่รู้เลย พอเริ่มทำเป็นก็เอากลับมาทำที่บ้านต่อ ไว้ตอนใกล้เสร็จค่อยกลับไปให้พี่เค้าช่วยสอนอีกที

ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานซะหน่อย เด๋วจะไม่มีใครเชื่อว่าทำเอง



ใช้เวลาทำอยู่ซักสองอาทิตย์ (แต่ถ้าตั้งใจทำจริงๆ พี่เค้าบอกว่า สองสามชั่วโมงก็ทำเสร็จละ) ทำไปยิ้มไป จะนอนก็เอามากอด ลูบแล้วลูบอีก แบบว่าภูมิใจสุดชีวิต ก้อนะ ผืนแรกในชีวิตนิ ตอนทำก็ดูมิวสิคเพลงของพัดชา ไม่เสียใจ..ที่ได้รักเธอ ไปด้วย ตอนที่ก้อยถักนิตติ้งให้พระเอกมิวสิค 55 ฟีลนั้นเล้ยยยย อินสุดๆ 555


ไม่เสียใจ...ที่ได้รักเธอ - พัดชา


ในที่สุดก็ทำเสร็จ เย้ๆๆๆๆ



ยังไม่พอแค่นั้น คิดไปอีก ว่าถ้าเราสองคน ใส่ผ้าพันคอสีเดียวกัน เดินด้วยกันคงน่ารักน่าดู๊ (ไม่ได้ตระหนักถึงความโรแมนติ๊ก โรแมนติก ของแฟนตัวเองเล้ยยย ทำให้จะใช้รึป่าวร้อกกก เฮ้ออ) และแล้วก็ไปซื้อไหมมาเพิ่มอีกสองกลุ่ม 555 หนนี้ทำให้ตัวเองใช้แค่สองกลุ่มก็ยาวเหลือเฟือละ ใช้ 6 แผ่นเหมือนเดิม แต่ทำคนละลาย ให้ดู advance ขึ้นมาหน่อย 55



และแล้วก็ถึงวันที่รอคอยย วันรับมอบผ้าพันคอผืนงามมม กร้ากกกก อุตส่าดีใจว่าเป็นช่วงอากาศหนาวพอดี คงจะได้ใช้ล่ะมั้ง ปรากฎว่า คุณชายไม่แม้แต่จะจับมาชื่นชม แถมไม่เชื่ออีกว่าทำเอง เฮ้อออ เอาแหล่ะ แค่ได้ทำให้ก็มีฟามสุขละ (กัดฟันพูด แล้วไปนอนน้ำตาซึมดีก่า)




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 มกราคม 2553 9:54:58 น.
Counter : 291 Pageviews.  

ConTacT LeNs เป็นเหตุ

ขอเปิด DiArY ด้วยประสบการณ์เฉียดบอดของตัวเองละกันนะคะ เผื่อจะเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ หลายๆ คน ที่อาจจะมีพฤติกรรมเลวร้ายอย่างเรา

แต่ก่อนสมัยเรียน ก็ไม่กล้าใส่หรอกนะ คอนแทคเลนส์เนี่ย เพราะเคยได้ยินเพื่อนคนนึงเล่าว่า เคยใส่แล้วมันขาดอยู่ในลูกตา เอาออกไม่ได้ ต้องไปให้หมอคีบออกมา น่ากลัวมากๆๆๆ แล้วอีกอย่างตัวเองก็รู้ตัวเองอยู่ว่าเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว น้ำก็ไม่ค่อยอาบ หน้าก็ไม่ค่อยล้าง กลับบ้านนอนเลยก็บ่อยไป (พูดอย่างงี้ จะมีใครกล้าแต่งงานด้วยป่าวฟระตรู --> อย่างไรก็ดี น่ารักและนิสัยดีน้า หุหุ )


อยู่มาเมื่อไม่กี่ปีนี้ เริ่มรังเกียจหน้าตัวเองตอนใส่แว่น รู้สึกว่าหน้าตาคงจะดีกว่าหากไม่มีแว่นอยู่บนใบหน้า (คิดไปเองทั้งสิ้น 555 จริงๆ ก็ไม่ได้ต่างกันหร้อกกก ) ทั้งที่แม่ก็พยายามเฝ้าเตือน ว่าอย่าใส่เล้ยยย หรือพยายามพูดให้กำลังใจแม้กระทั่ง "เธอใส่แว่นแล้วดูดีออก ไม่เห็นน่าเกลียดเลยยยย" แต่ก็หาได้ต้านทานไว้ได้ไม่ ก็แหม big eyes ก็กำลังฮิต หนูก็อยากมีตาโตๆ แบ๊วๆ มั่งนิแม่

ในที่สุดก็ซื้อมาใส่จนได้ แต่ใส่แบบธรรมดานะคะ ช่วงแรกยังไม่หาญกล้านัก ซักพักก็ลองซื้อ big eyes มาใส่บ้าง แต่ก็นานๆ ที เวลาไปงาน

ขออวดพฤติกรรมแสนดีที่ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาดนะคะ

1. แทบจะไม่เคยล้างตลับเลย

2. น้ำยาก็..ขวดนึงใช้นานมากกกกกกก เพราะแทบไม่เคยเปลี่ยน

3. บางวันกลับดึก ลืมถอด นอนทั้งที่ใส่คอนแทคซะงั้น

4. น้ำตาเทียม คืออะไร ไม่รู้จัก ไม่เคยใช้

5. ล้างมือก่อนใส่/ถอด คอนแทคน่ะหรอ ฮึ ไม่เคยล่ะ

6. ใส่อย่างต่ำก็วันละ 10 ชั่วโมงขึ้นไป (ใส่ออกไปทำงานตั้งแต่ หก-เจ็ดโมงเช้า กว่าจะกลับก็สามสี่ทุ่ม ถึงจะได้ถอด แฮะๆ ถ้าไม่ลืมอ้ะนะ)

7. อันนี้เป็นข้อเดียวที่ทำถูกต้อง คือ ใช้แบบรายเดือน และจะเปลี่ยนก่อนหมดอายุ 1 เดือนเสมอ (ซักอาทิตย์ที่สาม หรือต้นๆ อาทิตย์ที่สี่ก็จะเปลี่ยนละ) แต่เนื่องจากพฤติกรรมที่น่ายกย่อง 6 ข้อด้านบน ทำให้ถึงจะเปลี่ยนคอนแทคก่อนกำหนด ก็ไม่ช่วยอะไร

แรกๆ ก็ไม่เป็นอะไรนะ ใส่มาได้เกือบปี จนมีอยู่วันนึง งานเยอะมากกกก ต้องจ้องคอมพิวเตอร์ทำงานทั้งวัน เช้าถึงดึก แทบจะไม่ละสายตาจากคอมฯ เลย จนรู้สึกว่าเหมือนๆ จะลืมตาไม่ขึ้น ตาสู้แสงจากคอมฯ ไม่ได้เลย เลยรีบกลับบ้านไปนอน (คืนนั้น ไม่ลืมถอดคอนแทคเลนส์นะ) ตื่นมา ตาบวมปูด ดังที่เห็น (รูปแอบน่ากลัว ถ้ากินข้าวไม่ลงก็ขออภัยนะคะ )





เห็นสภาพหน้าตัวเอง แทบกรี๊ดด เลยรีบโทรไปลางาน ขับรถไปหาหมอ ขับไปก็คิดไปต่างๆ นาๆ เพราะก็เพิ่งเคยเป็นครั้งแรก กลัวจะเป็นโน่นเป็นนี่ ต่างๆ นาๆ แล้วตอนขับรถก็เหมือนจะลืมตาได้ครึ่งเดียว ตาสู้แสงไม่ได้เลย เจอแดดแล้วตาจะปิดซะให้ได้

พอพบคุณหมอ หมอก็ถามโน่นถามนี่ แล้วก็เอายาสีเหลือง (คล้ายๆ สีทิงเจอร์) มาป้ายๆ เพื่อส่องดูลูกตา แล้วคุณหมอก็บอกว่า เชื้อไวรัสเข้าตา ตาดำ มีจุดๆๆๆ เต็มเลย (โรคเดียวกะที่ วีเจจ๋า เคยเป็น แต่ของเรายังไม่รุนแรงเท่านั้น) สาเหตุมีได้หลายอย่าง คุณหมอบอกว่า เชื้อไวรัสมันปลิวอยู่ในอากาศอยู่แล้ว พอตาเราอ่อนแอ มันก็เลยแสดงอาการออกมา ก็ให้ยาทาน และยาหยอด กะยาป้ายตามา ตอนเช้าตกใจแทบแย่ พอคุณหมอตรวจๆ แป๊บเดียวเอง เสร็จละ แต่ก็ดีแหล่ะ ที่ไม่เป็นอะไรมาก แถมหมอบอกว่าการที่เราใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้เชื้อมันไม่เข้าไปที่ตาดำเยอะมาก กลายเป็นเรื่องดีซะงั้น แต่ก็ให้หยุดใส่คอนแทคจนกว่าจะหายสนิท

จากคำบอกเล่าของคุณหมอ ทำให้พอหายสนิทแล้ว ก็กลับมาใส่คอนแทคเลนส์ต่อ แต่ก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก ตามประสาคนไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ในที่สุด อีกเดือนถัดมา ก็มีอาการอีก คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม ครั้งที่แล้ว อาจเรียกว่าเป็นแค่ "เผาหลอก" หนนี้ล่ะ "เผาจริง" เลยจ้า

อาการเริ่มต้นก็เหมือนเดิมคือ เหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น น้ำตาไหล เอาตาไปโชว์นายฝรั่ง รีบไล่กลับบ้านเลยยย สงสัยกลัวจะเป็นโรคติดต่อ

นี่รูปตอนจะออกจากที่ทำงาน ประมาณหกโมงเย็น ตาเริ่มบวมและแดง




แต่พอดีว่าวันนั้นมีธุระ เลยยังกลับบ้านเลยไม่ได้ ต้องขับรถไปทำธุระก่อนเพราะคิดว่าคงเหมือนกะครั้งที่แล้ว ที่ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แต่ว่า..เหมือนเทวดาจะสั่งสอนให้หลาบจำ ขับไปเส้นราชดำริ รถติดมากกกกกกกกกกก ติดจากเอยูเอมาถึงแยกราชประสงค์ ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง พระเจ้า! ตาค่อยๆ หรี่ลงเรื่อยๆ ครั้งที่แล้วยังแค่เหมือนจะลืมตาได้แค่ครึ่งเดียว แต่คราวนี้เหมือนจะลืมไม่ขึ้นเลย ไฟเบรคจากรถข้างหน้านี่ ช่างทรมานนนนน นั่งในรถนี่ต้องหลับตาตลอด น้ำตาไหลไม่หยุด ไม่แน่ใจว่าร้องไห้ หรือแสบตา จะหาที่จอดรถไว้ เรียกแท็กซี่ ก็ไม่กล้า เพราะก็คงต้องนั่งหลับตาในแท็กซี่ตลอด (หน้าตายิ่งดีๆ อยู่ด้วย ) แม่จะนั่งแท็กซี่มาหา ก็สงสาร บ้านก็ไกล รถก็ติด จะโทรเรียกเพื่อน รึก็เกรงจาย แฟนก็อยู่ต่างจังหวัด ฮือๆๆๆ โทรไปก็ไม่สนจายย ฮึ ชีวิตช่างเศร้า ในที่สุดก็ดันทุรังขับกลับมาถึงบ้านจนได้ ด้วยสภาพเช่นนี้



แม่เห็นสภาพแล้วตกใจมาก บอกให้ไปหาหมอๆ ตอนแรกก็กะว่า เดี๋ยวนอนตื่นมาตอนเช้าน่าจะดีขึ้น แล้วตอนเช้าค่อยไปหาหมอที่เคยหาประจำ แต่ก็ไม่ดีขึ้นอ้ะ แม่ก็คอยประคบตา หยอดตาให้ (รู้เลยว่าแม่เป็นห่วงมาก แม่บอกว่าตายิ่งบวมขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แสบมากด้วย ลืมตาแทบไม่ได้เลย ตาร้อนผ่าวๆ น้ำตาก็ยังไม่ยอมหยุดไหล จนตัดสินใจไปหาหมอฉุกเฉิน โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพราะก็คงขับรถไปไกลไม่ไหว แม่เรียกพี่นั่งไปเป็นเพื่อนด้วย เผื่อขับรถไม่ไหว จะได้ช่วยกันขับ

ปรากฎว่า ขับไปได้ไม่ถึงสิบนาทีเลย ต้องจอด ให้พี่มาช่วยขับแทน ปรากฎว่าพอเปลี่ยนที่นั่งกันปุ๊บ พี่นั่งตรงคนขับป้าบ หันมาถามว่า เอ่ออ..คันเร่งอันไหนหรอ กร้ากกกกกกกกกกก เครียดกว่าเดิม 55 ตรูจะถึงโรงพยาบาลมั้ยฟระ แต่ก็นะ..ถ้าวันนั้น พี่ใยไม่ขับให้ ก็ไม่รู้จะมาโรงพยาบาลได้ไงเหมือนกัน ขอบคุณค้าบบบ

พอพบหมอฉุกเฉินปุ๊บ คิดว่าพอฉีดยา/หยอดตา ก็คงกลับบ้านได้ แต่หมอทำหน้าตกใจมากก เรียกแม่เข้ามาคุย แล้วก็บอกให้แอดมิดเลยนะครับ แล้วก็ให้เรานอนบนเตียงพยาบาล (ครั้งแรกในชีวิต -- แอบชอบอ้ะ สนุกดี เข็นไปเข็นมา)

รูปนี้ ถ่ายตอนระหว่างรอทำเรื่องแอดมิท ณ ห้องฉุกเฉิน ตาบวมปูด



หมอให้ยาแก้อักเสบฉีดเข้าเส้นเลือดเลย และก็ให้พยาบาลมาหยอดยาให้ทุกชั่วโมง พยาบาลเข็นเข้าห้องมาละ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ครั้งหนึ่งในชีวิต (ครั้งเดียวก็พอนะ สาธุๆๆ)

ตาบวมสุดๆๆๆๆ



อาหารเช้าของคนป่วย





เช้ามา อาการดีขึ้น ตาไม่ค่อยบวมละ แต่ยังแดงๆ อยู่ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเมื่อคืนมากๆๆ

หัวยุ่ง เพิ่งตื่นจ้า



สายๆ ก็นั่งรถเข็น (ชอบมากกกก - - ") ไปตรวจกับจักษุแพทย์ คุณหมอบอกว่า ให้รักษาความสะอาดให้มากกกกกกว่านี้นะคะ ถ้าจะใส่คอนแทคเลนส์ต่อไป ต้อง

1. อย่าใส่เกินวันละ 8 ชม.

2. ล้างตลับด้วยน้ำสบู่ และถูๆๆ ตรงเกลียวด้วย

3. ห้ามใส่นอนเด็ดขาด

4. เปลี่ยนน้ำยาบ่อยๆ

5. ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสดวงตา

6. ให้หยอดน้ำตาเทียมทุกครั้งที่ รู้สึกว่าตาแห้ง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

เห็นตัวอย่างกันแล้วว ต้องรักษาความสะอาดคอนแทคเลนส์ให้มากๆ นะคะ นี่ยังแค่ต้องหยอดตาทุกชั่วโมง แอดมิทแค่คืนเดียว เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของเพื่อนอีกที ต้องใช้เครื่องจับแหกตาไว้ ให้ยาหยดลงตาตลอดเวลา น่ากลัวมากกกกก

ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมา ก็ทำตัวดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ นานๆ ใส่ที ทำตามที่หมอบอก ถึงจะไม่ 100% ก้อดีกว่าเดิมเยอะ เพราะที่ผ่านมานี่ เริ่มเห็นโลงศพอยู่รำไรๆ ตามีอยู่คู่เดียว เสียแล้วเสียเลยนะคะ ต้องระวังกันให้มากๆ นะคะ




 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 28 กันยายน 2551 8:44:50 น.
Counter : 740 Pageviews.  


NiNg GaNooNg
Location :
Melbourne Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Free


Melbourne, Australia Local Weather

Friends' blogs
[Add NiNg GaNooNg's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.