Jack-A-Little-Monster
((( มรัคอู ))) เจาะเวลาหาอดีต

ตุลาคม 2012




..





พอได้ข่าวว่าเค้าอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ารัฐยะไข่ได้ เพื่อนที่พม่าก็รีบติดต่อมา ไม่นานนักก็ตัดสินใจเดินทางไปทันที คืนแรกนอนที่ย่างกุ้งก่อน


วันรุ่งขึ้นต้องเดินทางแต่เช้า เส้นทางยาวไกล ต้องบินจากย่างกุ้งไปสิตเว จากนั้นนั่งเรือต่ออีกหกชั่วโมง






มรัคอูเป็นเหมือนเมืองโบราณที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก






มีวัดและเจดีย์ต่างๆ กระจัดกระจายมากมาย มีความสวยงามไม่แพ้ที่พุกามเลย






คนขับรถพาพวกเราไปซื้อของในตลาด คาดหวังว่าจะได้ของติดไม้ติดมือแต่ก็ไม่เจอร้านขายของที่ระลึกเลย จากนั้นก็แวะไปชมวัดต่างๆ แต่ละวัดมีความสวยงามแตกต่างกัน





ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ





เดินชมได้ไม่เบื่อเลย





วัดนี้อยู่บนเขามีต้นลั่นทมอยู่เรียงรายเป็นเอกลักษณ์





วัดเจดีย์เก้าหมื่นองค์





ยิ่งใหญ่มาก





ภายในบริเวณวัด





ภาพพระแกะสลักนูนต่ำที่เค้าว่ามีเก้าหมื่นองค์





ทะเลเจดีย์





..





วันถัดมา เกิดเรื่องขึ้นจนได้ พวกโรฮิงยาไปเผาบ้านชาวบ้านชาวพุทธยะไข่ ทำให้ชาวบ้านตายไปคนนึง ทำให้เกิดสงครามขึ้นในเมือง ชาวบ้านรวมพล รวมอาวุธทั้งหอก ดาบ กระบี่ (ไม่เห็นมีปืน) วันนี้พวกเรามีแผนที่จะเยือน Chin Village เพื่อชมผู้หญิงที่มีรอยสักบนใบหน้า ต้องเปลี่ยนแผนไปขึ้นเรือที่อีกท่าหนึ่ง เพราะคนขับรถกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากพวกโรฮิงยา ระหว่างทาง เห็นควันพวยพุ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ แต่ในที่สุดก็ได้ลงเรือกันไป





Chin Village อยู่รอยต่อระหว่างรัฐ Rakhine กับ Chin มีสิ่งน่าสนใจคือผู้หญิงมีรอยสักอยู่บนหน้า สมัยก่อน ทำเพื่อหนีการจับกุมจากสงคราม ปัจจุบันเหลือไม่กี่คน เฉพาะคนแก่ๆ ส่วนรุ่นหลังๆ ไม่มีใครได้สักอีกแล้ว เพราะคนที่สามารถสักแบบนี้คนสุดท้ายเพิ่งจะตายไป และอีกไม่นานรอยสักแบบนี้ก็จะหายไปหลังจากหมดยุคคนเหล่านี้





คุณป้าท่านนี้ดวงตามีปัญหาต้องการยาหยอดตา





แกใจดีมาก เอากล้วยมาให้พวกเรากิน





เพราะว่าหมู่บ้านอยู่ในเขตทุรกันดาร(มาก) ชาวบ้านที่นี่เลยค่อนข้างขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะยาประจำบ้าน ก่อนไปพวกเราก็หาซื้อของต่างๆ ขนม อาหารที่พอจะหาซื้อได้ในเมืองเอาไปฝาก พอสืบทราบมาได้ว่าบางคนต้องการหยูกยา ก็รื้อหายาที่พอจะติดตัวในกระเป๋ามาให้ แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ดูเค้าดีใจมาก

..





ขากลับมีเรื่องให้ตื่นเต้นกันอีกหลังจากนั่งเรือกลับมา คนขับรถบอกให้พวกเรารีบขึ้นรถ มารู้ความทีหลังว่า เค้ากลัวว่าชาวบ้านจะไม่ยอมให้เค้าขับพาพวกเรากลับมรัคอู ชาวบ้านอาจจะบังคับให้ขับมาที่ท่าเรือเพื่อร่วมต่อสู้กับพวกโรฮิงยา ระหว่างทางสวนกับชาวบ้านหลายครั้งหลายหน บางคนเดินเท้าถือมีด ถือหอก ถือดาบ บางคนนั่งมอเตอร์ไซค์ บางคนมาเป็นคันรถ เต็มไปด้วยอาวุธ





ตอนเย็นขึ้นไปชมจุดชมทะเลเจดีย์อีกแห่งหนึ่ง ยามแสงทองสาดท่องกระทบเจดีย์ช่างงามจับใจ





พวกเราออกจากมรัคอูตอนตีสี่ ท้องฟ้ามืดมิด แต่เห็นดวงดาวนับล้านดวง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นดวงดาวมากมายขนาดนี้ มันเยอะจนเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า

เรือเคลื่อนตัวออกช้าๆ จากท่าเรือ ความรู้สึกที่ได้รับเป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจปนด้วยความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็หวังไว้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจะคลี่คลายโดยเร็วและหากมีโอกาสหน้าก็จะขอมาเยือนอีกครั้ง





Create Date : 15 มีนาคม 2556
Last Update : 19 สิงหาคม 2556 22:55:15 น. 5 comments
Counter : 1194 Pageviews.

 
โห อ้าย จ๊าบมากๆๆ อ่ะ
หายไปนาน กลับมาที คุ้มเลยนะ อ้าย
ทะเลเจดีย์ สวยงามจังอ้าย
ตอนนี้ อ้าย ถ่ายภาพได้สวยจริงๆๆ


โดย: kwan_3023 วันที่: 15 มีนาคม 2556 เวลา:17:09:55 น.  

 
สวยมากเลยค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 15 มีนาคม 2556 เวลา:19:44:08 น.  

 
ทำเอาอยากไปพม่าซะวันพรุ่งนี้เลยค่ะ
ส่วนตัวตั้งใจว่าจะไปพม่าให้ได้ในปีนี้
กลัวธรรมชาติกับความเจริญมันจะทำให้ประเทศนี้เปลี่ยนไปค่ะ


โดย: Backlit.Iconic วันที่: 17 มีนาคม 2556 เวลา:17:55:48 น.  

 
บางรูปไม่ขึ้น แต่ก็เห็นภาพผู้หญิงที่สักที่หน้าค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 มีนาคม 2556 เวลา:12:21:19 น.  

 
อ้าว มาไม่ทัน ไม่มีรูปซะแล้ว


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:38:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.