Jack-A-Little-Monster
Nepal - Chapter 8: Kala Pattar - Dingboche

Gorak Shep - Kala Pattar (ไป-กลับ)

เวลาเดิน: 3 ชม.
ระยะทาง: 4 กม.
ความสูง: ขึ้น 385 ม. ลง 385 ม.

Gorak Shep - Dingboche

เวลาเดิน: 4 ชม.
ระยะทาง: 12.5 กม.
ความสูง: ลง 750 ม.



Gorak Shep: 5160 ม.
Kala Pattar: 5545 ม.
Dingboche: 4360 ม.



เสียงนาฬิกาข้อมือดังตี๊ดๆๆ ในความมืด

พี่เกียรติลุกขึ้นมาจัดข้าวจัดของ ใส่ถุงเท้ารองเท้า ขณะที่ผมค่อยๆ เคลื่อนร่างออกจากถุงนอนขนเป็ด Down Hugger ที่เช่ามาจาก Thamel

ดูเวลาแล้วเป็นเวลาเพิ่งจะตี 4 ครึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร

เอาไฟฉายคาดหัวไว้ ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็จัดของที่จำเป็นในภารกิจสำคัญเช้าวันนี้

ใช่แล้ว พวกเราจะพิชิตยอด Kala Pattar กัน

..

เมื่อวาน ผมตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ขึ้นยอด Island Peak

ป๋าได้ยินก็อึ้งๆ เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากที่ใช้ชีวิตในเนปาลมาได้อาทิตย์นึง

มันมีอะไรสุดๆ หลายอย่าง

อากาศหนาวสุดๆ

เดินไกลสุดๆ

เหนื่อยสุดๆ

ฯลฯ

ก็เลยพาลให้คิดไปต่อ..

ทำไมต้องทรมานตัวเองขนาดนี้?

ขึ้นไปยอด Island Peak แล้วได้อะไร?

ตัดสินใจว่าผมขึ้น EBC กับ Kala Pattar ก็ถือว่าจบภารกิจของผมแล้ว

คิดแบบนี้ แล้วสบายใจ

วันนี้เลยตั้งใจเต็มที่

เป้าหมายที่สองของทริป

หลังจากนั้น ก็ลอยตัวแล้ว ไม่ต้องเครียดกันอีกต่อไป





..

สมาชิกมาพร้อมกันที่ห้องอาหาร

ชิลี่สั่งชอคโกแลตร้อนเอาไว้ให้ทานเป็นอาหารเช้า

ต้องบอกว่า เวลาอากาศหนาวๆ เครื่องดื่มอะไรก็ไม่อร่อยเท่าชอคโกแลตร้อนจริงๆ

มาทริปนี้จำไม่ได้แล้วว่าดื่มไปกี่แก้ว

..

ขึ้นยอด Kala Pattar ไม่ต้องขนสัมภาระใดๆ ไป

แค่ตัวกับหัวใจก็พอ อ้อ..แล้วก็น้ำดื่ม

ผมเป็นคนชอบแบกของไปเผื่อ ก็เลยเอาเป้ใหญ่ไป

ภายในไม่มีไรมาก แค่ของกิน ขนม และน้ำดื่ม

รวมกับกระเป๋ากล้องที่รู้สึกว่ามันเกะกะเหลือเกิน

แต่ยังไงก็เอามันไปด้วย

..





พออิ่มท้องแล้วใครพร้อมก็เริ่มเดินเลย

สิ้นเสียงคำสั่งป๋า พวกเราก็เริ่มต้นศึกหนักของวันนี้

ผมจำได้ว่า ผมออกเดินนำชาวบ้านมาก่อนเลย

วันนี้ผมตั้งใจเป็นพิเศษ

ถึงทางขึ้น ผมก็เดินขึ้นโดยไม่ต้องมีคนนำ และก็ไม่ได้สนใจคนตาม

ทำสมาธิ กำหนดลมหายใจ

ไม่ได้นั่งปฎิบัติธรรม แต่กำลังเดินพิชิตยอดอยู่!

ก้มหน้าก้มตาเดิน ดูแต่สเตปเท้าตัวเอง

พยายามไม่มองขึ้นไป

และก็ไม่มองลงไปข้างล่าง

บรรยากาศในช่วงนั้นเงียบสงัด

ได้ยินแต่เพียงเสียงลมหายใจกับเสียงหัวใจเต้น

..

ไม่รู้ว่าเดินมาได้ไกลเท่าไหร่ แต่คิดว่ามาค่อนข้างไกลพอสมควร

ผ่านเนินลูกแรกไป ก็ยังเดินต่อไปไม่หยุดพัก เพราะคุม heart rate ไว้ได้ค่อนข้างดี

ในใจนึงคิด เดินแ-'งให้ถึงเลยทีเดียวละกัน ไม่ต้องพัก

หากทำได้คงจะดีมาก

ผมเดินตามไปทันนักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มหน้า และก็แซงพวกเค้าไปทีละคนๆ

ก้าวแต่ละก้าวยังคงจังหวะเดิม สมาธิแน่วแน่มาก

แต่แล้วก็ได้ยินเสียงฉับๆ มาใกล้ๆ

ในใจก็รู้แล้วว่าเป็นฝีเท้าพี่วินัยแน่นอน

แกมาเดินจ่อตูดอยู่

แต่ก็ไม่ยอมแซง!

สมาธิเริ่มเสีย แต่พยายามเดินตามสเตปตัวเอง

หากสปีดเราตก แกคงจะแซงเอง





..

เดินๆ ไป ไม่รู้ว่าผ่านมาไกลแค่ไหน และเวลาผ่านไปนานเท่าใด

ขณะนี้ ผมยังคงเดินในฐานะผู้นำอยู่

มีปัญหาใหม่เข้ามา

เท้าเริ่มชา!

รองเท้า The Northface ที่ดูเหมือนจะกันความเย็นได้ จริงๆ แล้วไม่ได้กันอะไรเลย

ขาที่ใส่ถุงเท้าหนา 2 ชั้นก็ดูเหมือนจะไม่พอ

จะใส่ 3 ชั้นก็คับเกินจะใส่รองเท้าได้

ยิ่งเดินขายิ่งแข็ง

คนไม่รู้ประสีประสาอย่างเรา ก็เริ่มเกิดความกลัว

จะเจอ Frostbite ป่าววะเนี่ย!?

..





ตอนนี้พี่วินัยแซงไปแล้ว แต่แก็เดินๆ หยุดๆ รอผมอยู่ หลังจากรู้ว่าขาผมเริ่มแข็ง

น่าแปลกที่แกไม่เป็นแฮะ

โชคดี ชิลี่เดินตัวปลิวมาอยู่ใกล้ๆ เลยบอกอาการไป

แกบอกให้เอาขาเตะพื้นบ่อยๆ เหมือนให้เลือดมันไหลเวียนดีขึ้น

ลองทำดู ก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่ต้องเดินไปทำไป

ส่วนเรื่อง Frostbite ไม่ต้องห่วง

แกบอกยังไงก็ไม่เป็นอยู่แล้ว ขาไม่ได้ชื้น ไม่ได้สัมผัสหิมะโดยตรง

ใจชื้นขึ้นเยอะ

..





ช่วงสุดท้ายเดินๆ หยุดๆ ขาชาอยู่บ่อยๆ ต้องเตะพื้นเป็นระยะๆ

ทำให้เริ่มเหนื่อย หายใจไม่เป็นจังหวะ

แต่ก็ฝืนๆ เดินขาแข็งๆ ไป จนในที่สุดก็ถึงยอดจนได้

พี่วินัยถึงคนแรก ขณะที่ผมเจอหมอโอแซงโค้งสุดท้ายตกมาเป็นที่สาม

ดูนาฬิกาแล้วใช้เวลาไป 1 ชม. 15 นาที

อยู่ที่ระดับความสูงที่ไม่ใช่ 5545 ม.

แต่มันโชว์ 5680 ม. เกือบ 5700 ม.!

ชิลีชี้ไปที่เนินเล็กๆ บนลูกแรก บอกเมื่อก่อนคนขึ้นไปถึงแค่นั้น

หรือว่ายอดนั้นต่างหากที่ 5545 แต่ที่พวกเรายืนอยู่น่าจะสูงกว่านั้น

หากนาฬิกาผมไม่เพี้ยนไป

..

วิวบนนี้สุดยอดมาก งดงามเกินบรรยาย

เสียดายเล็กน้อยที่ดวงอาทิตย์ขึ้นโผล่พ้นยอดเขามาสักพักแล้ว ทำให้มุมเอเวอเรสต์เป็นมุมย้อนแสงไป

แต่ทิวทัศน์รอบตัว ดูยังไงก็ไม่เบื่อจริงๆ

ชีลี่บรรยายชื่อยอดเขาแต่ละลูกให้ฟัง





ขณะนี้พวกเรากำลังโดนโอบล้อมจากขุนเขาสูงเสียดฟ้า





สุขใดไหนจะปาน

เป้าหมายของผมจบลงแล้ว!





..

ขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์





ขาลงสวนกับวีที่กำลังไต่ขึ้นมา เช่นเดียวกับพี่นเรศร์ที่มีชิลีลงไปคอยรับอยู่

รวมไปถึงหมอสุ่น ที่คอยถ่ายรูปเก็บรายละเอียดทุกช็อตที่แกเห็น





ลงมาถึงข้างล่างก็เข้าห้องเก็บของใส่ถุงกระสอบพร้อมให้ลูกหาบขนไป

ภายในห้องอาหารค่อนข้างเงียบ มีนักท่องเที่ยวอยู่ไม่กี่คน

สั่งอาหารเช้ามากิน ก่อนที่จะต้องรีบเดินทางต่อ

เพราะงานของพวกเราวันนี้ยังไม่จบ

ต้องเดินทางไปพักที่ Dingboche ซึ่งหนทางค่อนข้างยาวไกล

..

ตามสูตร ทานอาหารเสร็จก็เข้าห้องน้ำ

พอออกมาสมาชิกทัพหน้าก็หายไปหมดอีกแล้ว

เส้นทางเดินก็แค่เดินย้อนกลับทางเดิมที่เคยมา

Gorak Shep(5160) -> Lobuche(4930) -> Dingboche(4360)

เดินแบบความสูงลดลงเรื่อยๆ ก็ไม่น่าจะเดินยากอะไร

แต่เมื่อได้เดินจริงๆ

มันเหนื่อย และท้อมาก!

..

เหมือนมันหมดแรงกระตุ้น ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรอีก

ขาก็เดินไปเรื่อยๆ แต่ใจมันไปอยู่ที่เมืองไทยเสียแล้ว

คิดถึงอาหารต่างๆ นานา อยากกินนู่น นี่ไปหมด

ยิ่งเดิน ก็ยิ่งเหนื่อย ทำไมมันไกลนัก (วะ)

แค่จาก Gorak Shep ไป Lobuche มันก็ไม่น่าจะไกล

แต่ก็ไม่ถึงเสียที

ผมเดินตามหลังนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่ง

คิดว่าเค้าก็เดินไวแล้วนะ แต่ก็เหมือนกับเดินนานหลายชั่วโมง

ตั้งใจจะไปพักดื่มน้ำมะนาวร้อนที่ Lobuche เสียหน่อย

พอถึงเมือง ก็เจอกลุ่มทัพหน้าพอดี พวกเค้าเห็นผมมาถึงก็เดินกันต่อ

ไม่พักกันเลยมั่งเลยเรอะ??

..

ก็เลยอดกินน้ำมะนาว เดินกวดไปจนทันกลุ่ม อึดใจเดียวก็เจอพี่บุ๋มเดินกับพี่แมว

เลยขอเดินไปด้วยกันเลย

เดินมาจนถึงเนินมรณะ ผมต้องหยุดพักเติมพลังงานให้กับร่างกายก่อน

หนทางดิ่งลงแบบสุดๆ จนถึง Dughla สมาชิกในกลุ่มก็ตัดสินใจหยุดพักกินข้าวกลางวันกัน

แต่เพราะเมืองนี้มันเล็กมาก มีร้านอาหารยู่สองร้าน แต่เปิดร้านแค่เดียว แถมคนในร้านก็แน่นเป็นล้าน

ผมเผลอไปสั่งชอคโกแลตร้อน คิดว่าจะเร็ว แต่รอสิบห้านาทีก็ยังไม่ได้

อากาศเริ่มครึ้มมาอีกแล้ว หิมะปรอยๆ

เลยขอชิ่งดีกว่า

..





เส้นทางจากนี้ Dughla ไป Dingboche เป็นทางค่อนข้างเรียบ

เส้นทางเดินเป็นลานโล่ง ไม่เหนื่อยนัก

พวกเราปลอบใจกันเอง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง

..

เดินๆ ไปหมอโอ พี่วินัย ป๋าเสริฐ หายลับไปแล้ว

เห็นแต่หมอ Arthur เดินกับพี่บุ๋ม

ผมเดินรั้งท้าย คอยประกบพี่แมว

..





เดินๆ สักพักพี่แมวก็ปล่อยโฮออกมา บอกคิดถึงแม่

ผมได้ยินก็อยากจะร้องไห้ตาม แต่คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

ช่วงเวลานี้ที่ต้องทำคือ อดทน อดทน และอดทน

บอกพี่แมวไป ว่าอีกไม่ไกลแล้ว แล้วเราก็จะได้พักผ่อนกัน

..

ช่วงใกล้ๆ เมือง หากไม่สังเกตจะเผลอลงเมืองผิดเอาได้

ไปลง Pheriche แทนที่จะลง Dingboche

ผมเกือบพลาดไป ดีที่จำได้ว่าเมือง Dingboche มันมีสถูป

ด้านหน้าจะเห็น Ama Dablam และทางทิศตะวันออกจะเห็น Island Peak

ขณะที่เดินสังเกตเห็นเฮลิคอปเตอร์บินวนเวียนอยู่ ซึ่งน่าจะเป็น Pheriche มากกว่า

..

พอใกล้เมืองก็เดินตัดลงดิ่ง เห็นหลังคาโรงแรมจากมุมสูง เลยไม่อยากเสียเวลาอ้อม

เดินลงมาถึงด้านล่างเจอดีบีเดินมากับคนจูงม้าและมีคนหนึ่งนั่งบนหลังม้า

มาเห็นทีหลังว่าพี่มนนี่เอง นึกว่าใคร

ได้ยินว่าแกแพ้ความสูงมาตั้งแต่ Lobuche แล้ว

..

อากาศเริ่มหนาวเย็น แสงสว่างเริ่มกลายเป็นความมืด

คืนนี้สมาชิกมาถึงกันอย่างล่าช้า พวกเรานั่งรอกันในห้องอาหารอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

สมาชิกโผล่มากันทีละคน สองคน

จนในที่สุดสมาชิกสองคนสุดท้าย..หมอตี๋กับวีก็มาถึงแบบหมดสภาพโดยมีชิลีพามา

ทุกคนปรบมือต้อนรับด้วยความยินดี

ผ่านวันอันแสนยาวนานไปอีกหนึ่งวัน

..

จบตอนที่ 8

==================================================================================



Create Date : 13 มิถุนายน 2554
Last Update : 13 มิถุนายน 2554 22:21:33 น. 2 comments
Counter : 430 Pageviews.

 
สุดยอดค่ะ

อ่านไปปลื้มไปด้วยนะคะเนี่ย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:7:15:12 น.  

 
โอ เริ่มต้นลงปุ๊บใจไปถึงเมืองไทยแล้วเลย 555 เร็วโพดๆ

อ่านแล้วสยองอ่ะ แม้บางคนร้องโฮแต่ก็นับว่าจิตใจแกร่งมากๆนะครับ กลับมาถึงเมืองไทยแล้วใจคนเข้มแข็งขึ้นจริงๆเพราะไปผ่านสนามทดสอบสำคัญสุดขีดขนาดนี้มาคงไม่มีที่ไหนไปไม่ได้อีกแล้วบนพื้นโลก


อยากถามมากๆอ่านมาแปดตอนแล้วว่าทำไมไปด้วยกันไม่เดินไปด้วยกันละครับ เริ่มออกเดินแต่ละวันก็ไม่เห็นหน้ากันแล้ว


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:15:58:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.