Jack-A-Little-Monster
== พิชิตยอด 4,095.2 เมตร ที่ Mt. Kinabalu ==

ทริปนี้มีกันอยู่ 7 คน

แต่ละคนประสบการณ์ล้นเหลือ

-------------------------------

วันแรกพักผ่อนกันที่เมืองโกตา คินาบาลูกันก่อน วันถัดมาเดินทางไปยังอุทยานและพักค้างคืนกันที่นี่

ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องสภาพอากาศกันมาก เพราะเมฆจะครึ้มอยู่ตลอดเลย ถ้าขึ้นไปแล้วฝนตกไกด์ห้ามไปต่อนี่เศร้าสุดๆ แน่ๆ





ตอนหัวค่ำก็มาฟังเค้า brief ให้ฟัง ถึงวิธีการเดินทาง ขั้นตอนต่างๆ





สภาพที่นอนก็ประมาณนี้ มีชุดอาบน้ำ น้ำดื่มให้ทุกคนพร้อม





ยามเช้าตื่นมาพร้อมกับความหวัง เพราะมองเห็นยอดได้อย่างชัดเจน เห็นแล้วก็หวั่นใจอยู่ว่าจะขึ้นไปไหวรึเปล่า





คนขับรถพาพวกเรามาส่งที่ timpohon gate ระยะทางจาก hq ก็ 4.5 km พร้อมแล้วก็เริ่มเดินทางกันเลย

ช่วงแรกๆ เดินกันไปสบายๆ เพราะทางลง เริ่มมีขึ้นเล็กน้อยก็เจอน้ำตก





ไม่นานก็ถึงป้ายบอกระยะทาง 500 เมตรแรก (แต่รู้สึกว่ามันไกลนะ)

สมาชิกกลุ่มเริ่มแยกกันแล้ว เส้นทางเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามเกาะผู้นำคือพี่ชะลิต แต่พี่แกเดินไวมาก น่าทึ่งจริงๆ อายุ 55 ปีแล้วแต่แข็งแรงสุดๆ





ก่อนถึงกม. 4 มีคนบาดเจ็บค่อยๆ ถูกพยุงลงมา อาการท่าทางพอสมควร โขยกเขยกเดินลงมาอย่างช้าๆ





เลยกม. 4 ไปสักพักก็ถึงจุดทางแยกระหว่าง timpohon กับ mesilau ทีแรกพวกเราตัดสินใจขึ้น timpohon แต่ลง mesilau แต่ไปๆ มาๆ ต้องเปลี่ยนไปลงที่เดิมครับ เพราะหนักเอาการ





ช่วงท้ายๆ นี่ผมเหนื่อยมากมาย พี่แกเดินนำไปนู่นแล้ว ผมเดิน 10 ก้าวหยุดพักทีนึง





ช่วงที่ชันๆ ก็เป็นบันได เริ่มสวนกับผู้คนที่กำลังลงมามากขึ้นเรื่อยๆ





เจอศาลาก็นั่งพักเอาแรงสักพัก น้ำที่ติดไปเริ่มพร่อง ต้องกินอย่างประหยัด เพราะน้ำแต่ละจุดพักเค้าไม่ได้ทำไว้สำหรับดื่ม

อดทนอีกนิดเดียวก็จะถึง Laban Rata แล้ว





เห็นศาลาอันแรกนึกว่าถึง ที่จริงยังต้องเดินขึ้นมาอีก เหนื่อยแทบขาดใจ ในที่สุดก็พาตัวเองขึ้นมาถึงที่นี่





ดูนาฬิกาแล้ว ใช้เวลาเดินขึ้นมา 4 ชม.พอดี พี่ชะลิตนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว

เอาข้าวกล่องที่ได้รับจากร้าน balsam cafe ตอนกินอาหารเช้าด้านล่างมาแกะกิน เป็นไข่ น่องไก่ และผลไม้ กินไปได้ไม่มากนัก ก็เบิกกุญแจห้อง ค่ามัดจำ 10 ริงกิต

พวกเราไปพักกันที่ Gunting Lagadan ซึ่งต้องเดินขึ้นไปอีก เหนื่อยสุดๆ ประมาณว่าขึ้นแล้วไม่อยากเดินลงมาที่ laban rata อีก





ห้องนอนพวกเราเป็นเตียง 2 ชั้น 8 ที่นอน ห้องน้ำรวม มีห้องครัวให้ต้มน้ำได้ แต่น้ำร้อนไม่ทำงาน

นอนพักผ่อนสักพัก พี่เสมอก็ตามมาสมทบ จากนั้นกลุ่มที่เหลือก็ขึ้นมากันจนครบ





ตอนเย็นฝนตกลงมาหนักมาก มองออกไปเห็นน้ำตกเป็นสายใหญ่ ดูสวยงาม แต่ก็กังวลว่าพรุ่งนี้จะขึ้นยอดกันได้รึเปล่า





โชคดีตอนเย็น ฝนหยุดตก ลงไปกินอาหารเย็นที่ห้องอาหาร Laban Rata คนเยอะดูครึกครื้นดี มื้อนี้เป็นบุฟเฟ่ต์ กินกันจนอิ่มหนำสำราญดีแล้วก็กลับขึ้นมาที่ที่พัก ยามเย็นมีแสงสวยๆ ของพระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้าให้ชม





พวกเราต้องเข้านอนกันแต่ประมาณทุ่มนึงได้ เพราะต้องตื่นตอนตีสองเพื่อขึ้นยอด

ไอ้การนอนเช้าๆ ที่ระดับความสูงแบบนี้ ทำให้นอนกันไม่หลับ แถมเสียงดังภายนอกห้อง ที่มีคนเดินไปเดินมา ห้องก็ดันติดห้องน้ำ ทำให้ได้ยินเสียงดังหนวกหูอยู่ตลอดเวลา สรุปไม่มีใครได้นอนกันเลย

ตื่นตีสอง แต่ละคนก็เตรียมตัวให้พร้อม อาหารฝากไกด์ Doina กับ Porinus เอาติดขึ้นมาจาก Laban Rata ให้ เพราะไม่มีใครอยากจะเดินลงไปกินให้เหนื่อย (เพราะทางเดินขึ้นยอดจะต้องผ่านที่ Gunting Lagadan อยู่แล้ว)

ผมต้มกาแฟกินกับมาม่า เตรียมไฟฉายคาดหัว ใส่ถุงมือเรียบร้อย พอไกด์มาก็เริ่มออกเดินกันในความมืด

....


เส้นทางช่วง 2.7 km นี้ชันตลอดทาง ไกด์ Porinus บอกว่าพวกเราเดินค่อนข้างช้า กลัวไม่ทันลง Mesilau ผมคำนวณดูเวลาแล้ว ก็เห็นด้วย สมาชิกในกลุ่มเริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าให้เห็น คงเป็นเพราะแทบจะไม่ได้นอนกันเลย

ผ่านทางชันช่วงแรก มาถึงช่วงไต่เชือก เส้นทางเห็นแล้วผมรู้สึกหวั่นๆ อยู่เหมือนกัน ไม่ได้รู้มาก่อนว่าจะต้องไต่เชือกที่ชันแบบนี้

ไกด์ Porinus บอกให้ผมกับพี่ชะลิตไต่ไปก่อน สมาชิกที่เหลือจะตามไป ผมกับพี่ชะลิตไต่กันอย่างช้าๆ ระวังตัวสุดๆ เพราะถ้าพลาดไปนี่ไม่ตายก็คางเหลือง

...

พี่ชะลิตเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ความสูง (ของผมกินยาปรับตัวที่ได้มาจากทริปทิเบตมาแล้วเลยไม่รู้สึกอะไร) แกเริ่มหยุดพักบ่อย แต่พวกเราก็ทำเวลาได้ค่อนข้างดีทีเดียว

ไกด์บอกระยะทางที่ต้องไต่เชือกประมาณ 200 เมตร แต่ความรู้สึกผมคือมันไกลทีเดียว ไต่เชือกแบบนี้ เสียเวลา และเสียแรงมาก

พวกเราพักเหนื่อยกันบ่อย จนหันหลังกลับมาเจอพี่เกียรติ พี่โหน่ง พี่ฮุย และพี่หน่อย ตามมาสมทบแล้ว

มองไปด้านล่าง แสงไฟจากเฮดไลท์ของคนอื่นๆ ทอดยาวเป็นงูเลย ใจชื้นว่ายังมีคนตามหลังมาอีกเยอะ

...

พี่ชะลิตบอกให้ผมเดินล่วงหน้าไปก่อน ผมค่อยๆ ไต่เชือกขึ้นไป เริ่มพักบ่อยขึ้น หายใจหอบเสียงดัง ช่วงเวลานี้ได้ยินแต่เสียงหอบของตัวเอง รอบข้างเงียบสงัด ในความมืดมองเห็นเงาดำของ South Peak ยอดที่ผมตั้งใจจะมาดูกับตาตัวเอง รู้สึกดีใจที่ได้เห็นมันแล้ว มองลงไปเห็นไฟในเมือง ด้านบนมีดาวเต็มไปหมด เหนื่อยสุดๆ แต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะพิชิตยอด Low's Peak

ผมเดินตามเส้นเชือกที่ลากยาวจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะจบที่ไหน ได้แต่ตามเชือกกับแสงไฟของคนก่อนหน้าที่อยู่ลิบๆ ไป ก้าวสิบก้าว ก็พักเหนื่อยทีนึง แต่พยายามจะพักให้น้อยที่สุด ก้มหน้าตั้งหน้าตั้งตาเดินไป เดี๋ยวมันก็ถึงเอง มองข้างบนมากๆ แล้วมันจะท้อเอา

...

เห็นป้ายหลักกิโลเมตร 8.5 km มีบอกระยะทางอีก 200 เมตรก็ถึงยอด แสงไฟคนข้างหน้าบอกให้รู้ว่าใกล้จะเริ่มไต่ขึ้นยอดสูงสุดกันแล้ว

ทางขึ้นยอด low ชันพอตัว ใครใคร่ปีนก็ปีน ใครใคร่จับเชือกก็ทำกันไป ผมได้ยินเสียงเฮของกลุ่มข้างหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าใกล้ถึงยอดเต็มที

... และแล้วก็ถึงเวลาของผมเฮบ้าง ในที่สุดก็พาตัวเองขึ้นมาถึงยอดสูงสุด 4,095.2 เมตรได้ ใช้เวลาไป 2 ชม.ครึ่ง ดูเวลาแล้วตี 5 ยังต้องรออีกสักพักกว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์





เริ่มหามุมทิศตะวันออกรอถ่ายรูปยามเช้า ด้านบนเล็กกว่าที่จินตนาการไว้เยอะ แถมหินนั่งยากมากมาย





อากาศด้านบนหนาวจับใจ แถมลมพัดเล่นเอามือชาไปหมด

เมื่อความสว่างเริ่มมา ความงามก็เริ่มปรากฏ ทะเลหมอกมีเต็มไปหมด





ฝั่งยอดหูลา ก็สวยใช่ย่อย





นักท่องเที่ยวเริ่มมากันมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจับจองที่ทางของตัวเอง





และแล้วดวงอาทิตย์ก็ปรากฎตัว มันสวยงามมากมาย คุ้มค่ากับการรอคอย





รู้สึกสดชื่นดีจริงๆ เวลาโดนแสงทองต้องตัว มันหนาวตัวแต่ก็อบอุ่นหัวใจ





คนเริ่มแน่นโดยเฉพาะแถวป้าย Low's peak ทีแรกผมตั้งใจจะกลับไปถ่ายกับป้ายอีกครั้ง ตอนสว่าง แต่คนแออัดกันมากมาย บางคนนั่งแช่ตรงป้าย ทำให้ถ่ายกันไม่ได้ ผมชะเง้อมองหาสมาชิกร่วมทริป แต่ก็ไม่เจอใคร จนตัดสินใจลงไปถ่ายรูปข้างล่างต่อดีกว่า

เส้นทางลง ก็ต้องหาทางอีกด้านลงเอง เพราะด้านทางขึ้นยังมีคนขึ้นมาไม่ขาดสาย





การจราจรค่อนข้างติดขัด แต่ทางลงมีหลายทาง ก็เลือกกันตามสบาย





ผมมุ่งหน้าสู่ยอด South Peak ยอดสวยของที่นี่ แล้วก็ได้เจอพี่ชะลิตกำลังจะลงไปเหมือนกัน เลยได้เพื่อนร่วมเดินทางกันอีกครั้ง





ขาลงยังเห็นผู้คนเดินขึ้นสวนไปอีกพอประมาณ





South peak ฟอร์มสวยมากมาย





ดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ความหนาวเย็นเริ่มจางหายไป





ขาลงก็สนุกไปอีกแบบ ได้เห็นความเสียวที่ไม่ได้เห็นตอนที่เราปีนขึ้นมา มองทะลุเมฆเห็นด้านล่างแล้วเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย





ขาลงบางช่วงลื่น ต้องอาศัยจับเชือกให้มั่น





เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย พี่ชะลิตลื่นตอนปีนลง โชคดีไม่เป็นอะไรมาก ผมว่ามันค่อนข้างอันตราย ไม่มีอะไรเซฟนอกจากเชือก คิดแล้วยังเสียวไม่หาย ถ้าพลาดตกลงไปจะเป็นยังไง ยิ่งตอนช่วงสุดท้ายขาลง ชันมากมาย





ลงมาถึงที่พักก็รอสมาชิกจนครบ เก็บของเสร็จ กินข้าวกันที่ Laban Rata จากนั้นก็เริ่มเดินลง ขาลงผมเจอนักท่องเที่ยวสาวมาเลย์ ที่พวกเราเจอกันเมื่อตอนขาขึ้น เธอใช้เส้นทาง Mesilau แต่ใช้เวลาขึ้นน้อยมาก

พวกเราลงกันแบบ non stop คือไม่ได้หยุดพักเลย ฝนตกก็ลุยกันไป จนมาถึง timpohon gate ด้วยการใช้เวลาไป 2 ชม. 15 นาที ปวดเข่าไปตามๆ กัน

นับเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า เหนื่อยสุดๆ แต่ก็สนุกมากมาย ได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ ที่น่ารักทุกคน มิตรภาพดีๆ ที่หาไม่ได้ง่ายๆ

ท้ายนี้ขอขอบคุณอาจารย์บัณฑิตที่จัดการเป็นธุระในเรื่องต่างๆ ขอบคุณพี่ชะลิต พี่เสมอ พี่หน่อย พี่เกียรติ พี่โหน่ง และพี่ฮุย ที่ทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบ โอกาสหน้าหวังว่าคงได้ร่วมทริปกันอีกครับ







Create Date : 19 เมษายน 2553
Last Update : 17 กรกฎาคม 2555 22:15:27 น. 8 comments
Counter : 585 Pageviews.

 
สุดยอดมากครับ ผมว่าที่คินาบาลูนี่น่าจะเป็นทริปในฝันของใครหลายๆ คน แต่มีไม่มากนักที่จะทำฝันให้เป็นจริงได้ ผมเห็นแล้วก็ได้แต่ฝันอยากไปเหมือนกัน แต่คงไม่มีปัญญาจะทำให้เป็นจริงแล้วล่ะครับ ขอติดตามไปเที่ยวในบล็อกของน้อง Prinzknecht
แล้วกันครับ ไม่เหนื่อยด้วย 555


โดย: NET-MANIA วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:1:21:25 น.  

 
หวัดดียามเช้าค่ะพี่ เป็นบ้างค่ะกับการเดินทางหนุกเลยสิ ดูแต่ละที่ที่พี่ไปน่าหนุกทั้งนั้นเลยอ่ะ และก้อสวยด้วย อยากไปบ้างจัง
ไว้จะแวะมาใหม่นะ


โดย: kwan_3023 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:7:19:27 น.  

 
ไปมาเมื่อสงกรานต์ แต่ไปได้แค่ labanlata เพราะเดี้ยง ไปไม่ถึงยอด เจ้าบ้านนี่ฟิตจริงๆครับ แจ่ม :)


โดย: aum IP: 124.121.247.57 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:10:00:29 น.  

 
อยากไปคะ แต่กลัวจะเดี้ยงกลางทาง แค่ภูกระดึงก็จะตายกลางทางแย้ว


โดย: marzo วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:13:16:33 น.  

 
อิจฉา ๆๆๆๆๆ

สวย ๆๆๆๆๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:17:33:34 น.  

 
อิอิ น้องหมาน่ารักที่สุดเลยอ่ะค่ะ

จิงๆ ว่าจะแพลนไปพค นี้แต่ก็กัวฝนตกอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน เลยเอาไว้ก่อนดีกว่า

มาดูรูปแล้วก็เพลินดีค่ะ เห็นก้อนหินแล้ว ท่าจะไม่รอดแน่เลย


โดย: Chillout Cafe' วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:17:28:51 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ดูท่าจะไปเองไม่ไหว

สวยคุ้มค่าเหนื่อยเลยค่ะ


โดย: chantibha วันที่: 21 เมษายน 2553 เวลา:11:38:13 น.  

 
สวยดี แต่ชอบน้องหมา น่ารัก


โดย: begine วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:14:24:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.