Jack-A-Little-Monster
Nepal - Chapter 10: Chhukung - Island Peak Base Camp

เวลาเดิน: 2 ชม. 45 นาที
ระยะทาง: 6 กม.
ความสูง: ขึ้น 240 ม.

Chhukung: 4730 ม.
Island Peak Base Camp: 4970 ม.


เข้าสู่เบสแคมป์




เป็นวันแรกที่ผมตื่นสาย

จำไม่ได้แล้วว่านอนดึก

หรือขี้เกียจตื่น

..






พี่เกียรติเก็บของเสร็จออกไปก่อนแล้ว

ผมมองทะลุหน้าต่างออกไปยังห้องอาหาร เห็นหลายๆ คนนั่งอยู่

รีบกุลีกุจอเก็บถุงนอน พับแผ่นรองนอน แล้วยัดของต่างๆ ลงถุงกระสอบ

มีของบางอย่างไม่จำเป็น ก็ใส่ถุงดำไว้แล้วทิ้งไว้ที่นี่

ไม่ต้องแบกขึ้นไปให้เสียแรง

ขากลับค่อยแวะมาเอาใหม่

..

อาหารเช้าวันนี้เป็น ขนมปังปิ้งกับไข่ดาว 2 ใบ

รสชาติจะดีมาก ถ้าเค้าไม่เอาขนมปังไปทอด

เอาเนสวิต้าที่พี่บุ๋มให้มาชงดื่มเพิ่มเติม

อิ่มท้องแล้วก็เริ่มเดินกัน

..

จุดหมายของเราวันนี้คือ Island Peak Base Camp

ได้พ่อครัวมานำทางเช่นเคย

ออกมาได้ไม่ไกล ก็มีกลุ่มฝรั่งสี่คนท่าทางรีบๆ เร่งเดินแซงผ่านไป

หมอโอหันมาบอกผม พวกฝรั่งถ่อย

ผมก็งงๆ ทำไมถ่อย ถ่อยยังไง

หรือเกลียดฝรั่งเข้าไส้?

มารู้ทีหลัง

เส้นทางคับแคบ

แต่กลุ่มนี้รีบเร่งเดิน

จนพลาดไปชนหมอโอกระเด็น

แถมไม่ขอโทษอีก

เฮ้อ..ไอ้ฝรั่งถ่อย

ทำหมอกระเด็น (ห้ามผวน)

..

มาเที่ยวปีนเขา ได้เห็นพฤติกรรมหลายๆ อย่างของนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะสุภาพมาก

เวลาเดิน เดินเป็นกลุ่ม

แต่หากเห็นใครเดินเร็ว เค้าจะเปิดทางให้แซงไปก่อน

เคยเจอที่คินาบาลู มาเกือบยี่สิบคน

แค่เห็นเราตามมาใกล้ๆ ท้ายแถวก็ตะโกนบอกเพื่อนในกลุ่ม

แปบเดียวทุกคนเปิดทางให้เราอย่างกับราชาเสด็จ

ประทับใจจริงๆ

ทริปเดียวกัน แต่เป็นคนเกาหลี

เดินมากันสี่ห้าคน เห็นเราเดินจ่อมาใกล้ๆ ยังไม่สนใจ

แถมเดินกันช้าๆ แบบเป็นหน้ากระดาน อย่างกับสวนสนาม

ใครมีปัญญาก็แซงกันเอาเอง

เข้าใจว่าที่เจอไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นเช่นนี้

แต่ปลาเน่าตัวเดียว

เหม็นทั้งภูเขา

..





เดินไปสักพัก พ่อครัวชี้ให้พวกเราดู Island Peak

ดูไม่ไกล แต่มันอยู่เกินเอื้อมมาก

ทางซ้ายมือ เป็น Chhukung Ri ยอดที่ผมเกือบจะได้ขึ้นไปเชยชม

เส้นทางช่วงนี้เดินไปตามสันเขาไม่กว้างมาก สองข้างทางเป็นเหวลึกราว 3-4 เมตร

เดินไปไม่นานนักก็ต้องหยุดกึก

ป๋าคมรัฐ หมอโอ หมอ Arthur ยืนนิ่ง

ชะเง้อดูข้างหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น

พี่วินัยกำลังส่งแฟกซ์อยู่บนสันเขา!

..





เส้นทางค่อยๆ ลาดลง พร้อมกับเจอลานโล่งสุดสายตา





ปุรนารายณ์ให้พวกเราพักเบรกกันที่นี่

แกวางกระเป๋าที่มีธงชาติไทยแขวนอยู่ แล้วก็ไปนั่งจิบน้ำร้อนคุยกับกลุ่มลูกหาบ

วิวตรงนี้สวยงาม ยอด Amphu Gyabjen (5650) ยืนเด่นอยู่ทางขวาขนาบข้างด้วยกลาเซียร์





สักพักหมอทวีบอกจะไปต่อ พวกเราจึงเริ่มเดินกันอีกครั้ง

เส้นทางเริ่มขึ้นเขา ไม่สูงไม่ชันมาก

แต่ด้วยระดับความสูงเกินห้าพันเมตร ทำเอาแต่ละคนเหนื่อยไม่ใช่น้อย

แสงแดดเริ่มแผดเผาแรงมากขึ้น

พวกเรายังเดินต่อไป

..





เดินมาจนถึงทางเลี้ยวขวา ด้านหน้ามีปราการใหญ่ยักษ์สูงอันดับ 4 ของโลกยืนรอต้อนรับอยู่

Lhotse (8501)

มันช่างดูใกล้เหมือนจะเดินไปถึงได้ในอึดใจเดียว

ทำได้เพียงชื่นชมความงามจากพื้นเบื้องล่าง

ขณะนี้เวลาเที่ยงกว่าแล้ว ยังไม่ถึงเสียที

ป๋าเริ่มบ่นว่าน่าจะถึงได้แล้ว

พ่อครัวเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่ป๋าสื่อ

ยังพาเดินต่อ

ไปได้อีกก็เจอเชอร์ปา 2 คนเดินสวนมา

ปุรนารายณ์เขาไปคุยด้วย

ผมนึกว่าแกถามทาง

ที่แท้เป็นลูกหาบทีมเรานี่เอง

ไม่ได้มามือเปล่า

แต่เอาน้ำมะนาวมาฝาก!





เดินมาเหนื่อยๆ หิวโซ กระหายน้ำ

ได้น้ำมะนาวหวานอมเปรี้ยวร้อนๆ คนละแก้ว

สวรรค์ดีๆ นี่เอง

..

ขวัญและกำลังใจรวมไปถึงพลังงานกลับมาอีกครั้ง

เริ่มเดินกันต่อ

มีความรู้สึกว่าอีกไม่ไกลแล้ว

และก็จริงๆ

เดินขึ้นเนินไปหน่อยเดียว ก็เจอเตนท์สีเหลืองสีแดงปักกันพรึ่บ





ถึงจนได้ Pareshaya Gyab

หรือ

Island Peak Base Camp(4970)

แต่ดูนาฬิกาแล้วความสูงทะลุไป 5151 ม.แล้ว!?





..





ชอบเหลืองหรือแดง ก็เลือกกันตามใจชอบ

ผมเลือกหลังสีเหลืองใกล้ๆ เตนท์กลาง เอาใกล้ไว้ก่อน

ไม่ไกลกัน มีเตนท์โรงครัวหลังใหญ่สีฟ้า

เป็นที่ๆ ปรุงอาหารอร่อยๆ ให้พวกเรากิน

..





หมอ Arthur ออกสำรวจเนินเขาลูกเล็กๆ ที่อยู่หลังแคมป์

พอลงมาก็บอกพวกเราถึงความงามด้านบน

ผมและหมอโอจึงรีบเดินขึ้นไปทัศนา

จริงอย่างที่หมอแกบอก

เดินเหนื่อยหน่อย แต่วิวอลังการมาก





Imja Glacier กับเขาไร้ชื่อความสูงหกพันกว่าๆ

ด้านล่างกลาเซียร์เหมือนลานสเกตน้ำแข็งขนาดยักษ์

ดูงดงาม เวิ้งว้าง และว่างเปล่า





..

วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศ มากินอาหารมื้อกลางวันแบบปิคนิคกัน

มีข้าว ซุป สลัดผัก ฯลฯ

อาหารอร่อย บรรยากาศดี แม้ไม่มีดนตรีเพราะๆ

แต่ก็ประทับใจ





..

หลังอาหารกลางวันช่วงเวลาแห่งความสนุก

คือการทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ





อากาศหนาวเย็นยะเยือก ตามสไตล์ช่วงบ่าย

ชิลีกับโซนัมขึงเชือกไว้กับหินบนเนินเขา ทำห่วงเป็นช่วงๆ

จำลองสภาพการไต่เขา

พวกเราใส่ Harness กันตามที่ได้เรียนรู้มาที่ Chhukung

เอารองเท้าหัวโตมาใส่ แล้วก็พบว่าใส่แล้วเดินยากมาก

หนักก็หนัก แถมงอข้อเท้าไม่ได้เลย

เดินแข็งเป็นหุ่นยนต์!

..





ผมพร้อมแล้วก็เลยขอลองก่อน เอา Jumar ไปคล้องกับเชือกนำทาง

ขณะเดียวกันก็เอาเชือก safety ไปคล้องด้วย

ขณะเดินขึ้น มือหนึ่งจับ Jumar อีกมือหนึ่งก็จับขวานน้ำแข็งไว้เพื่อยันกับพื้น

Jumar หรือ ascender เป็นตัวช่วยล็อคเชือกเอาไว้

เวลาเราไต่ขึ้น อุปกรณ์จะเลื่อนขึ้นตาม แต่จะไม่ไหลลง

เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมากทีเดียว

พอเดินถึงห่วงก็ต้องเอาเชือก safety ล็อกเข้าที่ห่วงก่อน ถึงจะปลด Jumar

เพื่อไปล็อคเชือกหลังตำแหน่งห่วง

ก่อนเดินต่อ

..

ผมเดินไปจนถึงยอดเสร็จ โซนัมก็อธิบายวิธีการลง

โดยการนำเชือกร้อยเข้าที่ Fig.8 รูปร่างหน้าตาเลข 8 ตามชื่อ

เอาเชือกร้อยผ่านรูใหญ่ จากนั้นก็อ้อมขึ้นไปคล้องวงเล็ก

แล้วค่อยเอา Fig.8 ไปล็อคกับ Carabiner ที่ Harness ก่อนจะล็อคอีกที

เวลาลงก็จับปลายเชือกทั้งสองด้าน แล้วก็รูดเชือกช้าๆ

ลองทำดูแล้วก็ไม่ค่อยยากนัก

แต่เจอสถานการณ์จริงๆ

ไม่รู้จะจำได้มั้ย







..

หลังจากลองฝึกไต่กันทุกคนแล้ว ก็มีด่านฝึกอีกด่านหนึ่ง คือ

ฝึกการใช้เชือก safety เมื่อเดินริมหน้าผา

งานนี้มีนกน้อยร่างอวบมาคอยให้กำลังใจ




..

มื้อเย็นของวันนี้ ต้องบอกว่าเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในทริปนี้เลย

พ่อครัวปุรนารายณ์ลงมือเอง ได้เห็นฝีมือแกเต็มๆ ก็วันนี้

พวกเรารวมตัวกันในเตนท์ครัว

หลังไม่ใหญ่ แต่อัดกันเข้าไปได้ทุกคน

เริ่มต้นที่ปอปคอร์น ต่อด้วยซุปใสใส่แป้งต้มที่นวดกันสดๆ

ตามด้วยสตูเนื้อควาย ที่ตอนแรกนึกว่าเนื้อจามรี

เนื้อนุ่มลิ้นยุ่ยโดยไม่ต้องเคี้ยวมาก

ปิดท้ายด้วยฟรุตสลัดแบบร้อน

เป็นดินเนอร์สุดหรูที่ประทับใจพวกเรากันมาก

เห็นทีพรุ่งนี้จะต้องยอมเหนื่อยเดินขึ้น High Camp

เพื่อจะได้กินอาหารอร่อยๆ อีก

ผมบอกเพื่อนร่วมทริปไปอย่างนั้น

..


จบตอนที่ 10

==================================================================================




Create Date : 18 มิถุนายน 2554
Last Update : 18 มิถุนายน 2554 22:39:19 น. 1 comments
Counter : 568 Pageviews.

 
กระซิบนะ

ตั้งแต่เจอนักกอล์ฟเกาหลี ก็เกลียดเกาหลีเลย จะไม่ไปประเทศเกาหลีในชีวิตนี้

เที่ยวมันมากค่ะ ชอบมาก แต่ชีวิตนี้ ( อีกแล้ว ) คงไม่มีโอกาสได้ไป

แต่ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสชื่นชมค่ะ





โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 18 มิถุนายน 2554 เวลา:23:15:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.