WELCOME! WELCOME! and WELCOME!
 
 

Wilderness

ผู้แต่ง: Tensiel

แปล: ตรองสิริ

สำนักพิมพ์: ROSE

ทิ้งช่วงไปนานเพราะไม่รู้จะเลือกเรื่องอะไรมาเขียนดีค่ะ เกลียดเหตุผลนี้มาก แต่มันเรื่องจริงเลยนะเนี่ย ปัญหาของเรานี่นะคะ ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะเขียนหรืออ่านไม่ทันอะไรแบบนั้น เปล่าเลย ปัญหาก็คือ บางเรื่องอ่านไปแล้วทิ้งช่วงนานไปหน่อย ก็เลยทำให้ลืมรายละเอียดไปหลายอย่าง แล้วก็เลยทำให้ขี้เกียจมาเปิดอ่านดูอีกรอบ ปกติก็เป็นคนความจำดีหรอกค่ะ แต่บางทีเราอ่านหนังสือติดลมไปหน่อย เรื่องนี้จบปุ๊ป ต่อด้วยเรื่องใหม่ทันที ก็ไม่พ้นต้องดองเรื่องเก่าไปก่อน ดังนั้น หลายๆ เรื่องเลยนะคะที่เราเอามาเขียนนี่คือ อ่านเกิน 1 รอบ เพราะต้องมาอ่านทวนใหม่อีกรอบ ขยันอะไรขนาดนั้นเนาะ

 

สำหรับ Wilderness เนี่ย ครั้งแรกที่อ่านจบ (หมายถึงรอบแรกน่ะค่ะ) เรากะว่าจะไม่เขียนถึงดีกว่า เพราะมัน... ยังไงดีล่ะ ลังเลน่ะค่ะ มันมีอะไรหลายอย่างที่เรารู้สึกว่าจะเขียนถึงดีไหมนะ แต่สุดท้าย ไม่รู้นึกยังไง หยิบมาอ่านอีกรอบ ก็ปรากฏว่า เออ... ก็เขียนถึงได้นี่ มันก็เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเรื่องนึงเหมือนกัน สารภาพตามตรงก็คือ เราไม่ค่อยอินกับแนว mpreg ล่ะมังคะ คือถ้าเป็นปกติ เราคงไม่อ่านเลย ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ แต่ว่าเราไม่ชอบอ่านแนวนี้ แล้ว Wilderness มันต่างไปยังไงล่ะ

คือข้อแรกเลย เราไม่รู้ว่ามันจะมีการรีเฟอร์ถึงประเด็นนี้ ถ้ารู้เราคงไม่ซื้อมาอ่านตั้งแต่แรก แต่พอมันไม่รีเฟอร์ถึง แล้วพออ่านๆ ไป มันก็รับได้อยู่นะ ข้อสอง เพราะนิยายเรื่องนี้มันออกแนวแฟนตาซีเต็มสูบเลย มันเลยไม่ค่อยรู้สึกขัดเขินอะไรเวลาอ่าน  คือเราอ่านแล้วรู้สึกโอเค เข้าใจได้ และเมคเซ้นส์ พอเราหยิบมาอ่านรอบสองก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่จะเขียนถึงแล้ว ก็พอไหนๆ ก็หยิบมาอ่านแล้ว ก็เขียนถึงซะเลยก็แล้วกัน




เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องของเหล่าอสูรทั้งหลาย ที่ก็ใช้ชีวิตรวมกับมนุษย์ทั่วไปตามปกตินี่แหละค่ะ เพียงแค่มนุษย์ไม่รู้และแยกไม่ออกเท่านั้นเอง โดยอสูรทั้งหลายก็จะถูกแบ่งเป็นตระกูลต่างๆ ไป โดยประมุขอสูรทั้งปวงก็อยู่ตระกูลยอ ส่วนอสูรเลือดราชันย์ที่หายากยิ่งนั้นปรากฏอยู่เพียงไม่กี่ตน ที่โดดเด่นที่สุดเกินใครก็คือ แทกูกยอง แห่งตระกูลแทนั่นเอง เอาเป็นว่าจริงๆ ก็มีอยู่หลายตระกูล แต่หลักๆ คือสองตระกูลนี้นะคะ แล้วอีสองตระกูลนี้ก็ไม่ค่อยจะถูกกัน ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องการคานอำนาจอะไรกันเทือกนี้นั่นแหละค่ะ

ทีนี้แทกูกยอง พระเอกอสูรสุดหล่อของเรื่องเนี่ย ก็จะออกแนวคุณสมบัติล้ำเลิศไปหมดล่ะไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปสมบัติหรือทรัพย์สมบัติ แต่ข้อเสียก็ช่างมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยเอาแต่ใจ ไม่สนโลก ไม่สนใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจอะไรทั้งสิ้น เวลาโกรธเกรี้ยวเลือดขึ้นหน้าก็อำมหิตน่าดูเชียว แล้วชีวิตของแทกูกยองนั้นทุ่มเทให้กับคนเพียงคนเดียวก็คือ อีซึงโด เท่านั้น อีซึงโดจริงๆ เป็นคนธรรมดานะคะ แต่เพราะมีสายเลือดของผู้ชี้ทางที่สำคัญต่อเผ่าอสูรมาก แถมยังเป็นอีกหนึ่งแรร์ไอเท็ม ที่หายากพอๆ กับอสูรเลือดราชันย์นั่นล่ะค่ะ

เอาเป็นว่า แทกูกยอง กับ อีซึงโด เนี่ยเค้ามีความผูกพันใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพราะเหล่าอสูรนี่พวกนางจะซัฟเฟอร์มากอยู่ในช่วงพระจันทร์เต็มดวง โดยเฉพาะพวกอสูรเลือดราชันย์พวกนี้ ถึงจะแข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ต้องทนทรมาณกับความเจ็บปวดของร่างกายยิ่งกว่าใคร ผู้ชี้ทางจึงเข้ามาทำหน้าที่เหมือนยาที่ช่วยบรรเทาอาการ ฟื้นฟูอาการเจ็บปวดเหล่านี้ให้ แถมยังมีคุณสมบัติทำให้ร่างกายสบายขึ้นด้วย แค่อยู่ใกล้ๆ สัมผัสเนื้อตัวเท่านั้นเอง ทีนี้อีซึงโดก็เป็นคนทำหน้าที่นี้ให้กับแทกูกยองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมา แต่ก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้น จะเรียกว่าโศกนาฏกรรมก็ไม่ผิดนัก ทำให้แทกูกยองเผลอไปทำร้ายอีซึงโดจนเกิดเป็นแผลใจขึ้นมา แม้ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ที่สุดก็ทำให้ทั้งสองต้องแยกกัน และมีลูกชายที่เป็นผลพวงของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นด้วย

ที่จริงสองคนนี่ก็รักกันมากแหละค่ะ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง จึงทำให้เกิดช่องว่างอันยากประสานขึ้น แต่แทกูกยองก็รักอีซึงโดมากจริงๆ เพราะถึงจะแยกกันอยู่ แต่พี่แกก็คอยตามไปดูแล อยู่ใกล้ๆ ทั้งตามใจ ทั้งเอาใจ ไม่ล้ำเส้นเลย เรียกว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอีซึงโดเป็นเด็ดขาด ตัวเองก็เว้นระยะจากอีซึงโดด้วย เพราะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและลำบากใจ สำหรับอสูรนิสัยมุทะลุ ที่ไม่ว่าต้องการอะไรก็ต้องได้แล้ว แทกูกยองยอมลงให้กับอีซึงโดแค่คนเดียวจริงๆ น่าชื่นชมกับความรักของอสูรตนนี้มากเชียวค่ะ

ตอนหลังอีซึงโดถึงค่อยๆ ยอมใจอ่อน แล้วก็เริ่มเปิดใจรับเอาลูกชายเพียงคนเดียวของทั้งคู่เข้ามาในชีวิตในที่สุด ที่จริงอีซึงโดรักลูกนะคะ แต่เพราะเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจเจ้าตัวมากในตอนนั้นทำให้เกิดความกลัวขึ้นหลายอย่าง กว่าจะเปิดใจได้อีกครั้ง แทกูกยองต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีทีเดียว พร้อมกันนั้นชีวิตของอีซึงโดก็มีอสูรเลือดราชันย์มาให้ได้ดูแลอีกตนนึง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลยอนั่นเอง

อสูรน้อยยออึนแทที่จริงก็มีชีวิตที่น่าสงสารไม่น้อยล่ะค่ะ ถึงขั้นหมดอาลัยกับชีวิตและหนีออกจากบ้านเพื่อไปตายเอาดาบหน้าเลยทีเดียว คือจะไปหาที่ตายจริงๆ เลยนะ เด็กตัวแค่นี้เอง แต่เคราะห์ดีที่ตัดสินใจหลบเข้าบ้านของอีซึงโดโดยบังเอิญ ชีวิตก็เลยเปลี่ยนมานับตั้งแต่นั้น แม้จะเป็นคู่ปรับของแทกูกยองที่จิกกัดกันตลอดเวลา แต่ก็เพราะเป็นอสูรสายเลือดราชันย์เหมือนกัน ยออึนแทก็ได้แทกูกยองนี่แหละคอยสอนนั่นสอนนี่ บวกกับการดูแลเอาใจใส่ของอีซึงโด และความน่ารักของแทอีกยอง ลูกชายของแทกูกยองกับอีซึงโดนั่นแหละค่ะ อสูรน้อยเลยเหมือนได้ตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีชีวิตชีวาและมีบทบาทเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

นิยายเรื่องนี้เอาจริงๆ อ่านสนุกดีค่ะ เพราะมีเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครหลายๆ คู่ หลายๆ ตัวที่นำเสนอออกมาได้น่าสนใจดี สลับไปกับการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบในเรื่องของการชิงอำนาจกันในหมู่อสูรกันเองนี่แหละ อ่านไปลุ้นไป ตัวแทกูกยอง แม้ไม่อยากจะวุ่นวายกับเรื่องพวกนี้แค่ไหน แต่พอมันนำปัญหามาให้คนในครอบครัวที่ตัวเองรักเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็ออกหน้าลุยเองทั้งในที่ลับและที่แจ้งเลย ชิงไหวชิงพริบให้ลุ้นกันไปอีก

อีกหนึ่งตัวละครที่เราว่าน่าสนใจและกวนตีนไม่แพ้พระเอกก็คือ นัมคังอู อสูรทรงพลังอีกตนที่นิสัยพอฟัดพอเหวี่ยงกับแทกูกยอง ทั้งความไม่ยี่หระ ไม่แยแสใคร ไม่สนโลก ทำอะไรตามใจตัวเองอย่างที่สุด แต่ก็เป็นคนนิสัยตรงไปตรงมาใช้ได้เลย ไปๆ มาๆ นัมคังอูที่ทีแรกต่อยตีกับแทกูกยองจนเลือดสาด ก็กลายมาเป็นคู่หูจำเป็นกับแทกูกยองเสียอย่างนั้น แม้ทั้งคู่จะยืนยันว่าเกลียดขี้หน้ากันแถมปากคอเราะร้าย จิกกัดกันทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า แต่กลับมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเสียยิ่งกว่าใคร เป็นความลงตัวที่ประหลาดมาก แล้วก็ตลกมาก จังหวะชิตคอมมากค่ะคู่นี้

นิยายเรื่องนี้ตัวละครเยอะมากค่ะ ดังนั้น จะขออนุญาตไม่หยิบมาพูดถึงมาก เพราะเดี๋ยวพอพูดถึงตัวนี้ ก็จะอดพูดถึงตัวนั้น และตัวโน้นขึ้นมาเรื่อยๆ อีกไม่ได้ เดี๋ยวจะลากยาวจนกลายเป็นวิทยานิพนธ์ไปเสียอีก กลับมาที่คู่พระเอกนายเอกของเราหน่อยดีกว่า คู่นี้พอได้เคลียร์ใจกันไปแล้ว ปรากฏว่ารักกันหวานชื่นซะ ชาวอสูรถึงกับไม่ไหวจะมองบนกันนะคะ หวานชื่นแค่ไหนก็เรียกว่าต้องระวังเรื่องการตั้งท้องกันขนาดนั้นเลยทีเดียว ว่ากันว่าผู้ชี้ทางเพศชายนั้นโอกาสท้องจะน้อยกว่า แต่อีซึงโดของเรานี่คือ แหกกฎทุกข้อ แถมแทกูกยองนี่คือขอให้ได้อยู่ใกล้ๆ ให้ได้ออดอ้อนเถอะ ขนาดคนอ่านอย่างเรายังอยากจะแหม..... เวลาอยู่กะคนอื่นนี่คือช่างหัวทุกสิ่ง แต่พออยู่กับคนรักล่ะก็ทูนหัวทูนเกล้าเอาอกเอาใจซะไม่มีค่ะ อยากจะรู้ว่าอสูรเลือดราชันย์จะแพ้ทางผู้ชี้ทางขนาดไหน อยากจะให้ลองไปหาอ่านกันนะคะ

พออ่านรอบสองไปก็รู้สึกว่ามันสนุกขึ้นจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ เราก็มีเส้นบางๆ ขีดเอาไว้เหมือนกันว่าจินตนาการมันไปได้ไกลแค่ไหน ระดับ Wilderness เราโอเคนะคะ แต่ถ้าเยอะกว่านี้ก็อาจจะไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องคิดเหมือนเรา เพราะคนเราก็ชอบอะไรไม่เหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ เราถึงเลือกที่จะไม่เขียนถึงเรื่องที่เราไม่ชอบ เพราะไม่อยากให้คนอื่นที่ชอบเค้าเสียความรู้สึกน่ะค่ะ เราไม่ชอบก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี ก็แค่ไม่ถูกจริตเราเท่านั้นเองค่ะ แต่ในเรื่องของจิตนาการและการวางพล็อต สำหรับเรื่องนี้เรายกนิ้วให้นะ รายละเอียดเยอะก็จริง แต่ก็อ่านได้สนุกเชียวค่ะ นิยายความยาว 3 เล่ม แบบไม่หนาจนน่าหนักใจอะไรมากมาย 

อย่าลืมลองไปหาอ่านกันดูนะคะ ยิ่งใครที่มาสายแฟนตาซีน่าจะชอบได้ไม่ยากค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะว่าเราจะหยิบเรื่องอะไรมาเขียนถึงอีก
 




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2563   
Last Update : 1 สิงหาคม 2563 15:24:24 น.   
Counter : 61 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ

ผู้แต่ง: กงจื่อจั้น

แปล: ไช่ฉิง

สำนักพิมพ์: ROSE

อีกหนึ่งนิยายจีนย้อนยุคที่พูดถึงการกลับมาเกิดใหม่ที่เราเลือกมาอ่าน เพราะ หนึ่ง เราชอบชื่อเรื่องที่แอบกวนเบาๆ สอง หน้าปกวาดออกมาน่ารักซะงั้น และสาม เรื่องย่อด้านหลังอ่านแล้วแลดูน่าสนใจทีเดียว



นี่เป็นเรื่องราวการเกิดใหม่ของหวงตี้แห่งต้าฉี่ที่มีนามว่าเยียนจี้ แต่นี่ไม่ใช่การเกิดใหม่ธรรมดา เพราะแต่แรกเริ่มทีนั้น ในชีวิตแรกของเขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาวัย 24 ที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งได้กลับมาเกิดใหม่เป็นหวงตี้ที่ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี แต่ในทุกๆ ชีวิต เขาจะต้องตายเมื่ออายุครบ 24 ไปเสียทุกครั้ง ไม่ว่าเขาจะได้เรียนรู้จากชีวิตก่อนหน้านี้มาแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมีจุดจบเหมือนเดิมเสมอ จนกระทั่งชีวิตนี้ที่เป็นชีวิตที่ห้าของเขา คนอ่านก็จะได้ลุ้นกันล่ะค่ะ ว่าเขาจะหลุดไปจากวงจรเกิดตายแบบซ้ำๆ นี้ได้หรือไม่

 

สำหรับหวงตี้พระองค์นี้นะคะ แม้อายุในชีวิตนี้จะแค่ 16 แต่พอเอาอายุหลายๆ ชีวิตมารวมกันเข้า ก็ร่วมร้อยอยู่นะ และเนื่องจากเป็นรัชทายาทเพียงพระองค์เดียว แถมยังเด็ก แล้วร่างกายก็ยังอ่อนแอมากด้วย ก็เลยเป็นที่กังขาของขุนนางหลายคนว่า จะไหวมั้ยนะ ไหนจะเด็ก ไหนสุขภาพ ไหนจะนิสัยเอาแต่ใจจนเดาทางยากนั่นอีก ที่หนักหนาหน่อยก็คือพระปิตุลา หรืออันที่จริงก็น่าจะเป็นเสด็จอาที่มีชื่อว่า เยียนโจว ของท่านนี่แหละ ที่คิดจะกุมอำนาจเอาไว้ในมือตัวเองทั้งหมด คือฉากหน้าก็เหมือนรักและเป็นห่วงหลานตัวเองแหละ แต่เบื้องลึกคืออยากขึ้นเป็นหวงตี้ใจจะขาดว่าอย่างนั้น

ชีวิตที่ผ่านๆ มา เยี่ยนจี้ที่จริงต้องวุ่นวายอยู่กับเรื่องชิงบัลลังก์เหล่านี้มาโดยตลอด จนมาชีวิตนี้ ก็เรียกว่าสั่งสมประสบการณ์เอาไว้รับมือมาไม่น้อย แถมยังล่วงรู้อนาคตอีก นอกจากนี้พระองค์ยังมีพระสหายที่เก่งกล้าสามารถอีกทั้งยังจงรักภักดีเป็นอย่างมากอีกสามคน ไม่ว่าจะเป็นมหาเสนาบดีฟู่จือหวาย แม่ทัพใหญ่เฮ่อจี่ และท่านราชครูเซี่ยเหวินจั๋ว แต่ละคนนี่คือตัวท็อปจริงๆ ทั้งหล่อทั้งเก่ง แถมยังหลงรักเยียนจี้ชนิดหัวปักหัวปำว่าอย่างนั้น เราจึงจะได้เห็นวิธีการอันหลากหลายที่ขุนนางแต่ละท่านพยายามจะเอาชนะใจของหวงตี้พระองค์นี้ชนิดไม่มีใครยอมใครทีเดียวค่ะ เรียกว่างานหลวงไม่ได้ขาด งานราษฎร์ก็ไม่ปล่อยล่ะ

ที่เราชอบอีกอย่างก็น่าจะเป็นบุคลิกและลักษณะนิสัยของเยียนจี้นี่แหละ คงเพราะผ่านอะไรมาเยอะมากก็เลยมีความทันคนและเจ้าแผนการอยู่ภายใต้ใบหน้าอันงดงามและดูอ่อนแอใสซื่อนั่นอยู่เป็นกระบุง เล่นละครตบตาก็เก่งซะจนตัวร้ายนี่ถึงกับตามไม่ทัน เวลารับมือกับเหล่าขุนนางก็ฉลาดเฉลียวบวกกับเลเวลความกวนตีนสูงลิบ คงเพราะรู้เช่นเห็นชาติคนเหล่านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว รู้ดีด้วยว่าควรจะผ่อนหนักผ่อนเบายังไง ตอนไหนควรใช้อำนาจ ตอนไหนควรใช้อารมณ์ ปากคอรึก็เราะร้ายยิ่งนัก แถมยามไม่ได้ออกว่าราชการ ยังชอบขี้เกียจอยู่บ่อยๆ อีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น ร้อยทั้งร้อยก็ตกม้าตายกับเรื่องความรักทุกทีไป ให้มันได้ยังงี้สิน่า

และคนที่คอยตามใจ คอยดูแล คอยสปอยล์ คอยเป็นดูแลหวงตี้ที่ใกล้ที่ชุด นอกจากเส้าเหอที่เป็นขันทีใกล้ชิดแล้ว ก็หนีไม่พ้นราชครูเซี่ยเหวินจั๋วนี่ล่ะค่ะ คือไม่ใช่แค่หน้าตาดี มีความสามารถ เป็นที่ไว้ใจได้อย่างที่สุดเท่านั้น ยังเป็นจอมวางแผนที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง อาศัยตำแหน่งหน้าที่ที่ได้ใกล้ชิดหวงตี้มากกว่าใคร ทั้งหว่านเสน่ห์ ทั้งยั่วยวน และคอยรุกจนทำให้หวงตี้ใจเต้นอยู่เป็นประจำ แล้วทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจด้วยนะ คือเป็นธรรมชาติมาก เล่นเอาหวงตี้นี่ถึงกับเงิบว่า ท่านราชครูที่มีภาพลักษณ์สูงส่ง บริสุทธิ์งดงาม เหตุใดจึงเป็นคนเช่นนี้ไปได้ ไอ้เราอ่านๆ ไป โอ้โห เจออิตาราชครูรุกซะขนาดนี้ อยากจะหนีเอาตัวรอดยังไงก็ไม่มีทางพ้นหรอกค่ะ

ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นนิยายจีนย้อนยุคที่มีตัวเอกเป็นถึงหวงตี้ล่ะนะคะ จึงหนีไม่พ้นเรื่องงานศึกสงครามกันอยู่แล้ว เราชอบนะ เพราะมันเป็นการชิงไหวชิงพริบที่มีชั้นเชิง มีการซ้อนแผน วางแผนกันหลายขั้นหลายตอน เวลาอ่านก็เลยพลอยได้ลุ้นไปด้วย เราถึงได้รู้ว่าคู่ปรับของเยียนจี้นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่เยียนโจว แต่ยังมีแคว้นอื่นที่อยากจะยึดครองต้าลี่ให้ได้อีกด้วย

ในเรื่องนี้ตัวละครถือว่าไม่ได้มากมายจนเกินจะจำไหวเหมือนหลายๆ เรื่องที่เราเคยอ่านมานะคะ แต่ก็เรียกได้ว่าไม่น้อยล่ะ นอกจากที่เอ่ยๆ มาด้านบน ตัวละครพิเศษอีกสองตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ เพราะพวกนางช่างน่าเอ็นดู ตัวแรกคือเอ้อร์โก๋วจื่อ ตัวที่สองก็คือโกว่ตั้นตั้น สองตัวนี้เป็นหมานะคะ โดยเฉพาะเอ้อร์โก๋วจื่อ นี่คือแต่แรกเริ่มเดิมที หมาป่าขาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายแต่ก็ซื่อสัตย์จงรักภักดีอย่างยิ่งตัวนี้ เป็นของบรรณาการจากแคว้นชื่อฟัง คู่ปรับของต้าหลี่นี่แหละ แคว้นนี้ตั้งใจเอามันมาลองของหวงตี้ แต่ปรากฏว่ามันยอมศิโรราปแทบเท้าพระองค์ทันที ทำเอาชื่อฟังเสียหน้าไปเลย ไอ้เราอ่านไปก็คือว่านี่จะต้องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของหวงตี้องค์นี้แน่ๆ เปล่าเลยค่ะ อ่านๆ ไป เอ้อร์โก๋วจื่อนี่ไม่ต่างอะไรกับหมาไซบีเรียนฮัสกี้นิสัยวายป่วงตัวนึง นอกจากจะขี้น้อยใจอย่างยิ่งแล้ว ยังกลัวท่านราชครูยิ่งนัก เพราะโดนมองแรงหลายครั้งเวลาที่ทะเล่อทะล่าเข้าหาหวงตี้แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ตอนหลังท่านราชครูก็เลยต้องหาหมาอีกตัวมาเป็นเพื่อน ซึ่งก็คือโก่วตั้นตั้น นั่นเองค่ะ

นิยายเรื่องนี้ที่จริงมีหลากรสทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความชวนหัว ความสนุกสนาน ความน่ารัก ความเคร่งเครียด ความเข้มข้นหรือแม้แต่ความดราม่า เรียกว่ามีครบอยู่ในหนังสือหนาๆ จำนวน 2 เล่มนี่เลย ใครที่สนใจจะหยิบมาอ่านนี่ เราเชื่อว่าน่าจะไม่ผิดหวังกันนะคะ ยังไงซะเรื่องนี้ตัวละครเด่นๆ นั้นย้ำเลยว่าหน้าตาดีมาก คอนเฟิร์มโดยหวงตี้ของเราที่ชอบคนที่หน้าตาอย่างยิ่ง จะเลือกใครมาทำงานด้วยทีไร ก็หาเรื่องใช้หน้าตามาตัดสินตลอด ยิ่งถ้าใครที่ไม่ได้เรื่อง แถมยังหน้าตาไม่ดี หวงตี้ของเรานี่เรียกว่าจิกกัดแบบไม่ไว้หน้าทีเดียวค่ะ ทำเอาขุนนางไม่ได้เรื่องหลายท่านอยากจะตายแล้วไปเกิดใหม่ซะให้รู้แล้วรู้รอดไป ตลกและกวนตีนอย่างยิ่งค่ะ

อย่าลืมไปลองหาอ่านกันดู แล้วอย่าลืมติดตามเรื่องต่อไปด้วยนะคะ
 




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2563   
Last Update : 16 กรกฎาคม 2563 10:16:45 น.   
Counter : 75 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ช่วยด้วยครับ ผมเกิดใหม่เป็นลูกชายประมุขพรรคมาร

ผู้แต่ง: anonymouslycat

สำนักพิมพ์: SENSE
 
ตอนที่หยิบนิยายเรื่องนี้มาอ่าน ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าแค่ว่า นี่เป็นนิยายจีนย้อนยุคอันว่าด้วยเรื่องการกลับมาเกิดใหม่อีกเรื่องนึงแล้วสินะ อ่านไปซักพักนั่นแหละค่ะ ถึงเพิ่งมารู้ว่าคนแต่งเป็นผู้หญิงแถมเป็นคนไทยด้วย เซอร์ไพรส์มากค่ะ หลายคนอาจจะแบบ อะไรกัน อ่านนิยายตั้งมากมาย แค่นี้ยังแยกไม่ออกอีกรึไง ชื่อคนแต่งก็อยู่บนหน้าปกขนาดนั้น แหม... มันก็ใช่ล่ะค่ะ แต่บางทีเวลาที่เราไปซื้อนิยายอ่านซักเรื่องโดยที่ไม่มีเป้าหมายอะไรเลยเนี่ย การจะเลือกหยิบซื้อเรื่องไหนมาอ่าน บางทีเราก็เผื่อใจเอาไว้เหมือนกันแหละค่ะว่า มันอาจจะสนุกถูกใจหรือไม่ก็ได้ โอเคว่าเรื่องราวก็สำคัญเหมือนกัน นักเขียนบางคนเราก็เลือกงานของเขามาอ่านโดยไม่ลังเลก็จริง แต่บางเรื่องเราสุ่มเอาจากเรื่องย่อด้านหลังเท่านั้นแหละค่ะ แล้วก็เหมือนจับฉลากน่ะ เราอาจจะได้ของที่ถูกใจหรือไม่ก็ได้ ใช่ไหมล่ะคะ ถ้าได้เรื่องที่ดีก็คือว่าโชคดีไป ถ้าไม่โอเค อย่างน้อยก็ยังได้อ่านและได้รู้ว่ามันไม่ค่อยโอเคยังไง ไม่เสียเปล่าหรอกค่ะ

 

ปรากฏว่าพออ่านไปได้ไม่กี่หน้า เราชอบเลยนะ เรื่องราวรายละเอียดยังไม่ต้องไปลงลึกอะไรหรอก เราชอบภาษาในการเขียนค่ะ คือมันวายป่วงมาก มันตลกมากด้วย แล้วเราชอบในความที่แบบคนเขียนชัดเจนดีน่ะค่ะ คือจะเอาก็เอาให้สุดไปเลย แล้วสำเร็จด้วยนะ เราอ่านวันเดียวจบเลยเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เล่มหนามาก พอดีมีแค่เล่มเดียวด้วยล่ะค่ะ แล้วเราก็รู้สึกว่าเล่มเดียวนี่แหละ กำลังพอดีเลยสำหรับเรื่องนี้

โอเค จริงอยู่ว่า นี่เป็นเรื่องของการกลับมาเกิดใหม่ของผู้ชายคนนึง (อีกแล้ว) ก็จริง ซึ่งถ้าเราคิดจะอ่านนิยายแนวนี้ บางทีเราอาจจะต้องเลิกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้เสียที ปกหลังเค้าก็เขียนบอกเล่าเรื่องราวสั้นๆ อยู่ เราไม่อยากอ่านแนวเกิดใหม่แบบนี้ก็ไม่ต้องอ่าน แต่ลองถ้าคิดจะหยิบมาอ่านแล้ว เราสู้เอาเวลาไปดูดีกว่าว่า เค้าจะสร้างสตอรี่ขึ้นมายังไงให้น่าสนใจจนเราต้องตามอ่านจนจบอย่างนี้ดีกว่า

สำหรับเรื่องนี้นะคะ นายเอกของเราน่ะ คือ บ.ก. ที่มีหน้านี่พิจารณานิยายที่ถูกส่งเข้ามาว่าควรจะได้รับการตีพิมพ์หรือไม่ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง พอดีอีตา บ.ก. คนนี้เป็นพวกโหมทำงานหนัก แล้วก็ได้ทำงานหนักจนตายจริงๆ โดยก่อนตายก็กำลังพิจารณานิยายเรื่องหนึ่งที่เจ้าตัวอ่านแล้วหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีวันยอมให้นิยายไม่ได้เรื่องเล่มนี้ตีพิมพ์เด็ดขาด แย่ขนาดนั้นล่ะนะคะ สุดท้ายวิญญาณของเธอก็ลงมาเกิดใหม่ในร่างของตัวประกอบตัวหนึ่งของนิยายที่ไม่ผ่านการแอพพรูฟเรื่องนั้น แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง ก็ย่อมต้องได้ล่ะค่ะ ถ้านิยายเรื่องนั้นถูกเขียนยึ้นโดยฝีมือของเทพแห่งโชคชะตาที่มีงานอดิเรกอยากจะเป็นนักเขียนกับเขาขึ้นมาซะงั้น เป็นไงล่ะ เรื่องเกิดใหม่กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เจอมุขนี้เข้าไป

ตัวประกอบที่ว่านี้ชื่อ จ้าวหลี่หมิง เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของประมุขพรรคมารผู้เลื่องลือ จ้าวเจิน เรียกว่าพ่อใหญ่มาก อำนาจบารมีไม่ต้องพูดถึง แถมยังรักและตามใจลูกชายสิ้นดี จ้าวหลี่หมิง ในเรื่องที่จริงกระโหลกกะลามากนะคะ เป็นตัวประกอบไร้ประโยชน์โดยแท้ แถมบ้ากาม เมียเยอะ วิชาอะไรก็ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพาย คือเวลาเราอ่านเจอตัวละครแบบนี้ ส่วนใหญ่ถ้าไม่กลับตัวก็ต้องตายระหว่างการดำเนินเรื่องอยู่ดีค่ะ แต่นี่นายเอกของเราอุตส่าห์กลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้ทั้งที ใช่ไหมคะ จะมาตายง่ายๆ คงไม่ได้แล้วล่ะ แต่ที่ตลกก็คือ แทนที่นางจะทำตัวเด่นๆ ฝึกวิชา มีพลังความสามารถพิเศษเหมือนคนอื่นๆ เขา แต่นางกลับชอบทำตัวโลว์โพรไฟล์อย่างยิ่ง ชีวิตวันๆ ไม่ทำอะไร ไม่ทำตัวเกกมะเหรกด้วยนะ แต่ในเมื่อความสามารถอะไรก็ไม่มี แถมย้อนยุคกลับมายังมีปัญหาเรื่องสุขอนามัยที่เจ้าตัวไม่อาจจะปล่อยผ่านได้เลย นั่นก็คือการสร้างส้วมที่มีประสิทธิภาพขึ้นพร้อมสายฉีดตูด มันมาเอะใจอีตอนอ่านเจอสายฉีดตูด แล้วจนกระทั่งบอกว่าชีวิตที่แล้วอยู่กรุงเทพฯ นี่แหละ เงิบเลยค่ะ แต่ก็ทำให้ตลกหนักไปอีก

แต่แม้จะมองว่าตัวเองเป็นตัวประกอบ เพราะดันไปเจอเข้ากับอู๋เฟยหลง ลูกชายประมุขพรรคธรรมะเข้าตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย อู๋เฟยหลงที่แก่แดดแก่ลมมาแต่เด็ก ก็ดันถูกอกถูกใจจ้าวหลี่หมิงที่อายุมากกว่าไม่กี่ปีเข้า พอโตขึ้น อู๋เฟยหลงก็หมายใจอย่างยิ่งว่าจะเอาจ้าวหลี่หมิงมาเป็นคู่ให้ได้ พร้อมๆ กันนั้นก็ได้เกิดเรื่องราวกระทบกระทั่งระหว่างฝ่ายธรรมะกับฝ่ายมารไปตลอดทั้งเรื่อง ด้านพระเอกนายเอกก็ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์กันไปด้วย ระหว่างนั้น เราก็จะได้ทำความรู้จักตัวละครหลักทั้งสองตัวลึกซึ้งขึ้นมากเหมือนกัน เพราะอะไรจ้าวหลี่หมิงถึงได้สมองช้านักเรื่องความสัมพันธ์ อะไรจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวขนาดนั้น แล้วเพราะอะไรถึงได้ไม่ชัดเจนนัก ในขณะที่อู๋เฟยหลง ที่ใครๆ ต่างก็มองว่าเขาช่างวิเศษ สมบูรณ์แบบ แท้ที่จริงเขาต้องเจอกับอะไร และความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วเพราะอะไรหนอ คนสมบูรณ์แบบในสายตาใครๆ ถึงได้หมายตาคนกากๆ อย่างจ้าวหลี่หมิงได้ นี่เป็นเรื่องที่คนอ่านอย่างเรา ต้องค้นพบด้วยตัวเองค่ะ

แม้การดำเนินเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อน เออ... แต่จริงๆ ก็แอบซับซ้อนอยู่เหมือนกันนะ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเป็นความซับซ้อนที่แทรกความเบาสมองไปเรื่อยๆ ให้เราได้หัวเราะไปได้ตลอดจริงๆ คนอื่นจะยังไงไม่รู้นะคะ แต่เรานี่ถึงกับหัวเราะน้ำตาไหลเลย ประเด็นนึงที่เราชอบมากและโดนใจเรามากก็คือประเด็นของฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารนี่ล่ะค่ะ จำได้ว่าเคยเขียนมาตั้งแต่ตอน ปรมาจารย์ฯ แล้วว่า ตกลงที่ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นฝ่ายธรรมะมักอ้างว่าถูกต้อง ชอบธรรมนั้น แท้ที่จริงมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ เรื่องนี้ก็เลยเอามายำให้เห็นชัดขึ้นไปอีกว่า จริงๆ พวกฝ่ายอธรรมหรือฝ่ายมารน่ะ ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย คนธรรมดาสีเทาๆ ทั่วไปนั่นแหละ แถมยังตลกคาเฟ่ จังหวะซิตคอมมันทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวหลัก ตัวรอง หรือตัวประกอบ ส่วนฝ่ายธรรมะนั้น มันไม่เคยฟังอะไรเลย เผลอๆ เป็นฝ่ายที่เหมาโหลฝ่ายมารไปอีกว่า ได้ชื่อว่าเป็นมารยังไงก็เลว ไม่มีใครดีซักคน นายเอกของเราถึงได้ซัฟเฟอร์มาแต่เล็กๆ เพราะเวลายื่นมือไปช่วยใคร พอคนเห็นการแต่งตัวด้วยชุดสีเข้มๆ เป็นสีแดง สีดำมาอย่างนี้ โดนมองทันทีว่าพวกพรรคมารแน่ๆ นี่มาทำร้ายกลั่นแกล้งผู้คนนี่นา โดนกล่าวหายังไม่พอ เจออิพวกธรรมะเข้าไปอีก ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็จ้องแต่จะทำร้ายอยู่เสมออีกต่างหาก

มันตลกตรงที่คนเขียนบรรยายออกมาให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ ไปเลยว่า โคตรจะไม่มีเหตุผล ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น เกิดอะไรขึ้นเป็นต้องโยนมาให้เป็นความผิดของพรรคมารอยู่ร่ำไป นายเอกเราถึงได้เบื่อแสนเบื่อ เวลาออกไปไหนมาไหน เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นสีอ่อนๆ ซะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหามาก มันตลกตรงนี้แหละค่ะ ตรงที่พอเปลี่ยนสีเสื้อผ้า คนก็พร้อมจะเชื่อแล้วว่าไม่ใช่พรรคมาร โคตรจะตัดสินคนที่ภายนอกแบบไม่คิดหอกอะไรทั้งสิ้นเลย ตลกร้ายจริงๆ

เราชอบคาแร็กเตอร์ของ จ้าวหลี่หมิง นายเอกของเรามาก เพราะว่านิสัยใจคอจริงๆ ก็คือชายหนุ่มสายเกรียนปกติในสังคมทั่วไปเรานี่แหละ แต่คนนี้พิเศษตรงที่เป็นคนที่มาสายหนังสือ ความคิดอ่าน ความช่างแซะ ช่างประชดประชัน ช่างสังเกตสังกามาเต็ม อ่านๆ ไป จะรู้สึกเหมือนนางเป็นน้องชายข้างบ้านเรานี่แหละ ด้านอู๋เฟยหลง ตอนแรกนึกว่าจะมาแนวสายหล่อเพอร์เฟ็กต์ อ้าว จริงๆ นี่ก็มีปมนี่หว่า แถมช่างวางแผนแล้วก็รักจ้าวหลี่หมิงเอามากจริงๆ แล้วในเรื่องนี้ นอกจากเจ้าหลี่หมิงที่กลับมาเกิดใหม่ ยังมีหนุ่มสาวชาวไทยที่ได้มาเกิดใหม่ในร่างของตัวละครในนิยายเรื่องนี้อีก ซึ่งพูดเลยว่าตลกมาก เราชอบตัวละครเหล่านี้มาก แต่ก็ไม่อยากจะสปอยล์มากไปกว่านี้ เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ เพราะแต่ละคนล้วนมาเกิดอยู่ในร่างที่ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ

ไม่เพียงเท่านั้น คนเขียนยังสมนาคุณเพื่อนนักอ่านด้วยการจับคนนั้นมาคู่คนนี้ได้อย่างสนุกสนานอีก คือเก่งนะคะที่สามารถใส่รายละเอียดเรื่องราวขนาดนี้ลงไปในนิยายเรื่องนี้ได้ แต่บางจุด บทจะไม่ใส่ใจกะมันก็ทำซะโจ่งแจ้ง เช่นเรื่องชื่อสำนักต่างๆ ก็เล่นมันง่ายๆ เลย คือเอามันง่ายๆ แต่อ่านแล้วดันรู้ด้วยนะว่า นี่มันฝ่ายธรรมะแหละงิ ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้จบ นอกจากจะรู้สึกว่ามันตลกมากยังคิดด้วยว่ามันเป็นนิยายที่กวนตีนมากจริงๆ แต่เราก็สนุกกับมันมากเลย สมความตั้งใจของคนเขียนเขานั่นแหละค่ะ

ไปหามาอ่านได้นะคะ รับรองไม่ผิดหวัง นิยายเรื่องนี้ให้ความบันเทิงได้แบบเต็มอิ่มจุใจค่ะ หัวเราะบ้าตายกันไปข้างนึง นี่เรายังคิดว่าจะเอากลับมาอ่านใหม่อีกรอบเลย ชอบขนาดนั้น ใครที่ลังเลว่าควรจะซื้อมาอ่านดีไหม ซื้อเถอะค่ะ ยิ่งถ้าอยากอ่านอะไรสบายๆ ตลกๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีวางพล็อตที่ค่อนข้างดี ไม่ใช่มาแบบหลวมๆ ไม่มีที่มาที่ไปอะไรเสียเลยแบบนั้นด้วยล่ะค่ะ เราแนะนำนะคะ

ขอให้อ่านสนุกและอย่าลืมติดตามเรื่องต่อไปกันค่ะ
 




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2563   
Last Update : 12 กรกฎาคม 2563 10:41:20 น.   
Counter : 72 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี

ผู้แต่ง: โม่เซียงถงซิ่ว

แปล: ลาเวนเดอร์

สำนักพิมพ์: SENSE

 

กว่าจะตั้งหลักหยิบ ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี ขึ้นมาเขียนถึงได้เนี่ย ต้องรวบรวมพลังใจเยอะมาก ทั้งๆ ที่นี่เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก อันที่จริงนิยายของ โม่เซียงถงซิ่ว หรือที่ใครหลายคนพร้อมใจกันเรียกว่าอาจารย์โม่เนี่ย ต้องขอยอมใจให้กับสกิลการวางพล็อต การสร้างตัวละคร การดำเนินเรื่อง และรายละเอียดอันมากมายของอาจารย์เธอจริงๆ เรื่องนี้เห็นว่าเป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตก ตั้งแต่ก่อนหน้า ปรมาจารย์ลัทธิมาร โน่นแล้ว แถมเจ้าตัวเองก็ออกมาเปิดใจว่ากว่าจะปิดจบเรื่องนี้ได้นี่คือหนักหนาสาหัสนัก แถมใช้เวลายาวนานเป็นปีทีเดียว ขอคารวะให้กับเธอจริงๆ ก็เลยเป็นเหตุลผลว่า ทั้งๆ ที่อ่านจบไปชาตินึงแล้ว ทำไมเพิ่งหยิบเอามาเขียน ก็เพราะรายละเอียดอันมากมายนี่ล่ะที่ทำให้แอบหนักใจนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน

  

ที่จริงเรื่องนี้ ต้องเรียกว่าเป็นนิยายเรื่องที่สองที่เราตัดสินใจซื้อมาอ่าน หลังจากที่อ่านปรมาจารย์ฯ จบไปแล้ว แล้วก็ไม่รู้จะไปเริ่มอ่านอะไรต่อ เพราะตอนนั้นยังใหม่กับการอ่านนิยายจีนยิ่งนัก แต่พอดีน้องสาวที่สนิทกันก็บิ๊วสำทับมาเป็นระยะว่า พี่ มีงานของอาจารย์โม่ ที่ถูกตีพิมพ์ออกมาก่อนหน้านี้ แล้วพอเจอกระแสปรมาจารย์ฯ ก็เลยเอามาตีพิมพ์ใหม่ ขายดีตามกันไปอีกเรื่อง แถมน้องยังส่ง link ตัวอย่างมาให้อ่านด้วย สุดท้ายอ่านไป 70 หน้า ไม่ไหวแล้ว ทำไมตลกขนาดนี้ ก็เลยไปเสาะหาหนังสือมาอ่านเอาจนได้ เราชอบการอ่านนิยายที่ตีพิมพ์ออกมาจนจบแล้วมากค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องรอ เวลาอ่านอะไรติดพันแล้วต้องรอเนี่ย ทรมาณสิ้นดีเลย

อันที่จริง ตัวร้ายอย่างข้าฯ เนี่ยถือเป็นเรื่องแรกในการเปิดโลกนิยายข้ามมิติที่มีอยู่มากมายหลายเรื่องให้กับเราเลยล่ะค่ะ คืองงมาก อะไรวะ ยังงี้ก็ได้เหรอ แต่ด้วยการผูกเรื่องที่สนุกและเบาสมอง อ่านไปขำไป ก็เลยสนุกกับมันไปซะเลย แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก จนกระทั่งอ่านนิยายไปหลายสิบเรื่องแล้วนั่นแหละค่ะ ถึงได้ค้นพบว่า ตัวละครในนิยายจีนนั้น เกิดใหม่ข้ามภาพข้ามชาติกันเป็นว่าเล่น ไม่สนกฎธรรมชาติอะไรทั้งสิ้น นึกอยากจะไปเกิดใหม่สวมร่างใคร ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นไม่ต่างอะไรกับที่คนธรรมดาชาวเราจะต้องตื่นไปทำงานตอนเช้ากันยังไงยังงั้นเลยล่ะ แน่นอนค่ะ ในเมื่อห้ามไม่ได้ เราก็เข้าร่วมความสนุกนี้ไปด้วยเสียเลยก็แล้วกัน

เรื่องนี้พูดถึงชายหนุ่มที่ชื่อ เสิ่นหยวน ที่ติดตามอ่านนิยายแนวฮาเร็มในเว็ปชื่อดังมาอย่างยาวนาน ทั้งเข้าไปคอมเม้นต์ เข้าไปด่า ปวดตับการการวางพล็อตเรื่อง การดำเนินเรื่อง ความไม่มีที่มาที่ไปหลายๆ จุด จนถึงตอนจบที่เรียกว่าทำเอาเจ้าตัวฉุนขาดกับไอ้นักเขียนผู้ไร้ความผิดชอบนี่สิ้นดี จนเสิ่นหยวนตายน่ะค่ะ เหมือนว่าเจ้าตัวไม่แข็งแรงและใกล้จะตายอยู่แล้ว อุตส่าห์ยอมเสียเงินอ่านนิยายที่ติดตามมานาน เพื่อจะให้จบโดยไม่ติดค้างก่อนตายแท้ๆ แต่กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ กลายเป็นว่าเจ้าตัวติดค้างจริงๆ จนนอนตายตาไม่หลับ ที่สุดก็พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโลกของนิยายเรื่อง ‘เทพมารอหังการ’ ในร่างของ เสิ่นชิงชิว ตัวร้ายที่โฉดชั่วเลวทรามที่สุด และต้องตายโดยเงื้อมมือของพระเอกอย่างสาแก่ใจที่สุด ก็คนที่เขาพร่ำด่าไม่เว้นแต่ละวันสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละค่ะ

การกำหนดบทบาทของเสิ่นชิงชิว (ที่เกิดใหม่) ในเรื่องนี้ จะถูกควบคุมภายใต้เงื่อนไขและกฎเกณฑ์อันมากมายของระบบ โดยระบบที่ว่านี้พัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดประมาณว่าถ้านักเขียนเฮงซวย นิยายเฮงซวย คุณก็สามารถปรับปรุงแก้ไขนิยายเฮงซวยให้เป็นไปตามที่ปรารถนา จนกลายเป็นวรรณกรรมชั้นสูง คลาสสิกมีระดับได้เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะเงื่อนไขที่มากมาย รวมไปถึงการหักลบและเพิ่มคะแนน (แบบค่อนข้างเอาแต่ใจของระบบ) นั่นด้วย ตอนอ่านถึงตรงนี้ เรานี่คือเงิบไปนิดนึง ไม่เคยเจอนิยายอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เพราะความที่ปูเรื่องมาซะสนุก แถมยังตลกเป็นบ้า ก็เลยถึงกับวางไม่ลงเฉยเลยค่ะ

พระเอกของนิยาย เทพมารอหังการ ก็คือ ลั่วปิงเหอ เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีมีฝีมือที่ต้องกลายมาเป็นศิษย์ของเสิ่นชิงชิว อาจารย์เสิ่นชิงชิวแม้จะรูปงามมากฝีมือ แต่หัวใจก็โฉดชั่วเสียจนแม้แต่ศิษย์ตัวเองก็ไม่ละเว้น ทั้งกลั่นแกล้ง ทรมาณ ทำร้ายสารพัด ส่วนนึงก็เพราะริษยาในพรสวรรค์ของศิษย์ตัวเองด้วยนั่นแหละ จนกระทั่งลั่วปิงเหอภายหลังพบว่าตัวเองมีสายเลือดมารอยู่ในตัวครึ่งนึง ภายหลังต่อจากนั้นไปอีกก็กลายเป็นมารสุดหล่อฝีมือสูงส่งที่ไม่อาจจะหาใครมาโค่นล้มได้ ไม่เพียงจะมากเสน่ห์จนเมียล้นฮาเร็ม แต่ในเวลาต่อมายังกำจัดเสิ่นชิงชิวในแบบที่โหดร้ายน่าสมเพชที่สุด แบบไม่มีใครสงสารด้วยนะ โฉดชั่วขนาดไหนก็นึกดูว่านักอ่านเห็นพ้องกันว่าสมควรตายขนาดนั้นเลยทีเดียว ทีนี้เสิ่นหยวนในร่างของเสิ่นชิงชิวจะทำยังไงดีล่ะ เพื่อที่จะให้ตัวเองรอดจากความตายแบบอเนจอนาถนั้นให้ได้ และทำให้พระเอกไม่กลายเป็นมารร้ายที่จะครองโลกในภายหลัง ด้วยเงื่อนไขที่ว่าต้องไม่เปลี่ยนนิสัยตัวละครจนทำให้ตัวเองโดนระบบหักคะแนนจนหมดเสียด้วยนะ ยากมากพูดเลย

โชคยังดีที่ระบบส่งเสิ่นหยวนให้มาอยู่ในร่างของเสิ่นชิงชิวในช่วงที่พระเอกลั่วปิงเหอยังเด็ก เพิ่งเข้ามาอยู่ในสำนักได้ไม่นานนัก แต่ก็กำลังโดนอาจารย์ผู้ชั่วร้ายผู้นี้ทรมาณได้ที่ โดยที่เจ้าตัวก็ยังใสซื่อเหลือเกิน คิดว่าอาจารย์ทำไปเพื่อทดสอบความอดทนของตัวเองไปอีก เสิ่นชิงชิวคนใหม่จึงพยายามหาหนทางที่จะพลิกสถานการณ์จากที่ทำร้ายลูกศิษย์ตัวเอง มาเป็นแอบช่วย หรือไม่ก็ช่วยแบบซึ่งหน้า โดยพยายามไม่ให้ตัวเองหลุดจากคาแร็กเตอร์เดิมแล้วก็วิธีอ้างโน่นอ้างนี่กับระบบแบบข้างๆ คูๆ ไป ซึ่งก็เอาตัวรอดมาได้เหมือนกันนะ ลุ้นน่าดู แต่กลับทำให้ลั่วปิงเหอ ที่ลึกๆ ก็มีความน้อยอกน้อยใจว่าอาจารย์ช่างไม่รักตัวเองเสียเลย พออาจารย์ทำดีกับตนเองเข้า แม้จะเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย กลับก่อให้เกิดเป็นความประทับใจอย่างที่สุด จนตอนหลังไปๆ มาๆ ศิษย์อาจารย์ กลายเป็นตัวติดกันไปเสีย แถมลั่วปิงเหอยังมีฝีมือในการทำอาหารอย่างมาก ก็เลยได้ทำอาหารดูแลซือจุน (อาจารย์) ของตัวเองไปพร้อมกับการดูแลความเป็นอยู่ของอาจารย์ทุกอย่างชนิดถวายหัว

รายละเอียดที่แสดงถึงพัฒนาการของศิษย์อาจารย์ผู้นี้ยังมีอีกเยอะค่ะ จนกระทั่งเสิ่นชิงชิวนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องการคีพคาแร็กเตอร์ตัวร้ายแล้ว คือพอหลุดจากกฎข้อนี้ไปได้ก็เลยยิ่งทำดีกับลั่วปิงเหอมากขึ้น แรกๆ ก็ทำเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ แต่ตอนหลังกลายเป็นทำไปเพราะเต็มใจไปแล้ว เพราะดันเอ็นดูศิษย์คนนี้จริงๆ ไหนจะความสงสาร และรู้สึกผิดกับการกระทำเสิ่นชิงชิวก่อนหน้านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เพราะเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ถึงยังไงมันก็ยังมีส่วนสำคัญหลักๆ ของนิยายเรื่องนี้ที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงเสียเรื่องมันก็ยังต้องดำเนินต่อไปใช่ไหมล่ะคะ มันก็เลยมีเหตุให้ศิษย์อาจารย์ต้องหมางใจกันและเข้าใจผิดกันในที่สุด ที่จริงเรียกว่าลั่วปิงเหอต่างหากที่เข้าใจซือจุนของตัวเองผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว เรื่องราวมันก็เลยดำเนินต่อไปชนิดลุ้นกันตัวโก่งเลยล่ะค่ะ

ที่ขำก็คือ เสิ่นชิงชิว ที่เริ่มจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่แปลกไป เพราะพฤติกรรมของลั่วปิงเหอนี่แหละ ทำไมสายตาของลั่วปิงเหอที่มองตัวเองจึงแปลกไป เกลียดหรือก็ไม่ใช่ เสียใจหรือก็เหมือนจะใช่ แต่มันก็เหมือนมีอะไรอื่นอยู่อีก แล้วไหนจะบรรดาเมียๆ ในฮาเร็มที่เคยอ่านมาจากนิยายออริจินอลนั่นด้วยล่ะ ทำไมเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว สาวน้อยคนนี้ทำไมถึงดูห่างเหิน ทำไมคนนี้ดูคล้ายกับแค่เป็นคนรู้จักกับพระเอก ทำไมคนนี้ถึงกลายเป็นเพียงลูกไล่ เพราะอะไรตอนนี้ลั่วปิงเหอที่ควรจะมีสาวๆ เต็มฮาเร็ม จึงยังไม่มีสาวงามคนไหนอยู่เคียงข้างเลยซักคน แถมยังมีทีท่าหมางเมินพวกนางยิ่งกว่าอะไร กว่าจะรู้ความจริง แหม... ข้าวสารเกือบจะเป็นข้าวสุกนั่นล่ะค่ะ เสิ่นชิงชิวถึงได้รู้ว่า พล็อตเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงหนักมาก หนักขนาดที่เปลี่ยนแนวของนิยายเรื่องนี้ไปเลย พร้อมๆ กับพล็อตที่ดูรัดกุมขึ้น แถมเรื่องราวก็ดูเข้าท่าขึ้นเยอะเลย คือเฮงซวยน้อยลงนั่นล่ะค่ะ

ในเรื่องนี้นอกจากตัวละครเสิ่นชิงชิวและลั่วปิงเหอแล้ว ยังมีตัวละครที่สำคัญและน่าสนใจอีกหลายตัว แบบหลายตัวมากๆ คือถ้าเป็นนิยายผลงานของอาจารย์โม่เนี่ย หายห่วงนะคะ เยอะแยะไปหมด แถมมีความสำคัญทั้งนั้น รายละเอียดนี่ไม่ต้องพูดถึง ทำเอาคนเขียนรีวิวอย่างเราหนักใจที่จะเขียนถึงอย่างที่สุด ก็เลยขอยกมาพูดถึงไม่กี่ตัวก็แล้วกัน หนึ่งในนั้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือตัวคนแต่งนิยาย เทพมารอหังการ นี่ล่ะคนหนึ่ง คนนี้ไม่ใช่แค่เขียนนิยายที่เสิ่นหยวนถึงกับออกปากบริภาษว่าเฮงซวยห่วยแตกเท่านั้นนะคะ เจ้าตัวยังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินเรื่องโดยรวมตั้งแต่ต้นจนจบด้วย นอกจากนี้ยังมีบรรดาศิษย์พี่น้องในสำนักของเสิ่นชิงชิว และสำนักอื่นๆ อีกหลายสำนักที่ก็ทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเข้มข้นและสนุกมากจริงๆ

ไหนจะเทียนหลางจวิน ราชามารหรือประมุขพรรคมาร พ่อแท้ๆ ของลั่วปิงเหอ ที่จริงๆ ก็... โหดแหละค่ะ เป็นถึงราชามารอยู่แล้ว แต่ถ้าสังเกตดีๆ นี่เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก เราอ่านๆ ไปนี่ เกลียดไม่ลงอ่ะ รู้สึกชอบด้วยซ้ำ จู๋จือหลาง ที่เป็นมือขวาของราชามารก็ดีค่ะ ตัวละครตัวนี้ที่จริงน่ารักมาก แต่พฤติกรรมน่ารักของเขาก็เป็นแบบมารนั่นแหละค่ะ หวังดี ไม่ประสงค์ร้ายก็จริง แต่นำหายนะใหญ่หลวงมาทุกครั้งเลย

เราว่าอาจารย์โม่เนี่ย เธอมีแนวคิดในเรื่องของธรรมะอธรรมที่น่าสนใจมากนะคะ ยิ่งพอมาอ่านนิยายของเธอทั้งสองเรื่องนี้แล้ว เรารู้สึกว่า ฝ่ายธรรมะกับฝ่ายอธรรมเนี่ย มันไม่ได้เป็นสีขาวหรือสีดำ หรือเป็นความมืดกับความสว่างชัดเจนขนาดนั้น เรามองว่า เธอมองว่า ทุกอย่างมันล้วนมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไปของมัน อย่างเสิ่นชิงชิวที่คนอ่านในเว็ปเกลียดกันทั้งเรื่องน่ะ ก็ไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายแบบไม่มีที่มาที่ไป เพราะถ้าเราได้อ่านตอนท้ายๆ หรือแม้แต่ตอนพิเศษ เราจะได้เห็นเลยว่า เพราะเกิดและโตขึ้นมาแบบนี้นี่เอง เสิ่นชิงชิวจึงกลายเป็นคนแบบนี้ อย่างลั่วปิงเหอ ถ้ายังให้เสิ่นชิงชิวคนเดิมสั่งสอนศิษย์คนนี้ ก็อย่าแปลกใจที่โลกจะถูกหมู่มารยึดครอง แต่พอเป็นเสิ่นชิงชิวคนใหม่ที่ขัดเกลาลั่วปิงเหอขึ้นมา เรื่องราวทุกอย่างก็พลิกไปเลย เราว่าทั้งเราและอาจารย์โม่ ไม่เชื่อเรื่องที่ว่าคนเราเกิดมาแบบไหนก็เป็นแบบนี้เลย ทุกอย่างมันต้องมีสาเหตุ นอกจากนี้คนที่เกิดมาเป็นคนดีและดีไปจนจบ หรือเกิดมาเลวก็เป็นได้แต่เพียงคนเลวนั้น ล้วนไม่มีอยู่จริง ที่สุดแล้วคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงและเลือกหนทางที่จะเดินได้ด้วยตัวเอง และไม่ว่าหนทางนั้นจะเป็นยังไง มีเพียงคนที่เลือกนั่นแหละที่รู้ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับผลของมันด้วยเช่นกัน ไม่น่าแปลกใจค่ะที่ตัวละครของเธอจึงมีมิติและทำให้คนอ่านตกหลุมรักไปด้วยได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ที่นี้เรามาพูดถึงความสัมพันธ์ของพระเอกนายเอกของเรากันดูสักหน่อยค่ะ พอพล็อตนิยายออริจินอลถูกเปลี่ยนจากเป็นแนวฮาเร็มมาเป็นแนววายเท่านั้นแหละ ทุกอย่างจึงน่าสนใจขึ้นทันที ลั่วปิงเหอที่แสนจะดิบเถื่อน แต่ก็หล่อเหลาเจ้าชู้ชนิดอยากสอยผู้หญิงที่ไหนมาเป็นเมียก็ย่อมได้ทั้งนั้น ก็ได้กลายเป็นชายหนุ่มที่ปักใจกับซือจุนของตัวเองเพียงคนเดียวชนิดไม่สนชะนีหน้าไหนทั้งสิ้น เรียกว่ายอมหันหลังให้คนทั้งโลกเพื่อคนที่รักเพียงคนเดียวนี่แหละ ยามโลดเล่นในยุทธภพก็ไม่คิดจะไว้หน้าใคร เกลียดใครก็ว่าไปตรงๆ แค้นใจก็แก้แค้นซะ รำคาญใครก็หมางเมิน ไม่สนโลกอะไรทั้งสิ้น เย็นชาก็เท่านั้นโหดเหี้ยมก็เท่านั้น แต่พออยู่กับซือจุนเท่านั้นแหละ เหมือนหมาตัวใหญ่แสนเชื่องทันที แถมยังกลายเป็นเด็กหนุ่มขี้ใจน้อย คิดมาก เดี๋ยวก็ตัดพ้อ เดี๋ยวก็บีบน้ำตา อ่านๆ ไปนี่คือแบบ หมดกันพระเอกผู้เหี้ยมหาญ ทั้งขำทั้งเอ็นดู ทั้งอยากถีบไปพร้อมๆ กันเลยเชียวค่ะ ทำเอาซือจุนต้องคอยลูบหัวลูบหางปลอบใจ เชียร์อัป อ่านไปอ่านมาเนี่ย เราจะลืมภาพซือจุนผู้ต่ำช้าในอดีตไปแบบชนิดหมดเลย เพราะช่างเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง จนเราอดคอยเอาใจช่วยซือจุนคนใหม่นี้ไม่ได้เลยจริงๆ เอ็นดูนาง

สนุกค่ะนิยายเรื่องนี้ อ่านไปขำไป จังหวะซิตคอมคือดีมาก เนื้อเรื่องก็วางมาดีเลยแหละ ดีเทลจัดเต็ม ได้หัวเราะไปพร้อมกับลุ้นกันชนิดตัวโก่งไปด้วย นิยายเรื่องนี้นอกจากปกจะสวยงามทั้ง 3 เล่มจบแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือฝีมือการแปลของคุณลาเวนเดอร์ เราชอบการแปลของเธอที่สนุกและลื่นไหลมากจริงๆ นี่ตอนนี้ก็ติดตามผลงานการแปลเรื่องล่าสุดของเธออยู่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ คาดว่าก็น่าจะได้เอามาเขียนถึงอีกเช่นกัน คงต้องรอให้อ่านจบก่อนล่ะนะคะ รับรองว่าได้หยิบมาเขียนถึงแน่นอน

ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะสำหรับ ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี ใครที่เป็นแฟนอาจารย์โม่ สมควรจะต้องไปหามาอ่าน ใครไม่เป็นแฟนก็ควรจะหามาอ่านด้วยเช่นกัน เราอ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว ยอมรับเลยว่าได้เปิดโลกของการเขียนนิยายของทางเว็ปจีนอย่างยิ่ง สนุกและเพลินดีค่ะ ลองไปหามาอ่านกันดูนะคะ
 




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2563   
Last Update : 6 กรกฎาคม 2563 21:55:25 น.   
Counter : 69 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ตัดสินคนจากหน้าก็ต้องเจอแบบนี้

ผู้แต่ง: เยว่เซี่ยเตี๋ยอิ่ง
แปล: ศีตกาล
สำนักพิมพ์: Rose


 
เกือบจะต้องเลื่อนรีวิวคราวนี้ออกไปแล้วนะคะ เพราะจู่ๆ คอมฯ ที่บ้านก็เกิดไม่ให้ความร่วมมือขึ้นมาซะงั้น แล้วจู่ๆ ก็กลับมาใช้ได้เฉยเลย สำหรับเรื่องที่เลือกมาเขียนคราวนี้นะคะ ตอนแรกก็กะว่าจะยกยอดไปเขียนคราวหน้าเพราะยังอ่านไม่จบ แต่พอคอมฯ กลับมาใช้ได้อีกครั้งก็อ่านจบพอดี ไหนๆ ก็เพิ่งจะจบไปหมาดๆ ยังสดใหม่อยู่ ก็เอาล่ะ หยิบมาเขียนถึงซะเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะอ่านสนุกด้วยแหละค่ะ

  

ตอนที่เลือกเรื่องนี้มาอ่าน ไม่ได้คิดเลยนะคะว่าพล็อตจะมาแนวเทพเซียนยุคใหม่เบอร์นี้ เพราะฉีเยี่ยน นายเอกที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ของเรา มีวิชาดูดวง ดูฮวงจุ้ย ดูโหงวเฮ้ง เอาเป็นว่ามีความเชี่ยวชาญในศาสตร์นี้ในทุกๆ ทาง อยู่ในระดับที่เรียกว่าสูงส่งจริงๆ พออ่านๆ ไป และเริ่มรู้ที่มาที่ไปของฉีเยี่ยน เลยถึงบางอ้อว่าทำไมถึงตั้งชื่อนิยายแบบนี้ เพราะภาพลักษณ์ของฉีเยี่ยนดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นอาจารย์หมอ (ดู) ได้ เพราะทั้งอายุน้อย หน้าเด็ก แถมหน้าตาน่ารักยังกะตุ๊กตา ดูยังไงก็เป็นเด็กหนุ่มที่ชีวิตแสนจะธรรมดา ใครเห็นเป็นต้องคลางแคลงใจกันทั้งนั้นแหละค่ะว่า เป็นพวกต้มตุ๋นรึเปล่า

แต่ทีนี้ฉีเยี่ยนของเราเนี่ย ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของสำนักหนึ่งสวรรค์ อาจารย์ก็ระดับหมอเทวดาที่หาตัวจับยาก เรียกว่าเป็นสำนักที่ได้ชื่อว่าพลังฝีมือยอดเยี่ยมเป็นหนึ่งในใต้หล้า เพียงแต่สาปสูญไปจนเหลือเพียงตำนานเล่าขานเท่านั้น ขนาดเจ้าตัวยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสำนักและอาจารย์ของตัวเองจะเก่งขนาดนี้ เป็นไงล่ะคะ แบ็กกราวนด์นายเอกเรายิ่งใหญ่ดีไหม ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจค่ะหากความสามารถของฉีเยี่ยนนั้นถือเป็นหนึ่งในหลายๆ ล้านที่จะเกิดขึ้นซักครั้งในรอบร้อยปี นี่! จะไปก็ต้องไปให้สุดแบบนี้ ดังนั้นแม้ภาพลักษณ์ภายนอกอาจจะดูไม่ได้น่าเกรงขาม แต่แท้ที่จริงน่ะความสามารถอยู่ในระดับเหนือธรรมดาไปมากเชียวล่ะค่ะ มีหรือเส้นทางสู่อนาคตอันรุ่งเรืองสดใสของเจ้าตัวจะถูกขัดขวางได้

ยิ่งเมื่อได้มาเจอกันเฉินไป่เฮ่อ ลูกชายคนเล็กของตระกูลเฉินที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้ชีวิตของฉีเยี่ยนพุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่ แต่แรกเริ่มเดิมที เฉินไป่เฮ่อ นั้นร่างกายอ่อนแอมาก คือเจ็บป่วยอยู่แทบจะตลอดเวลา ชนิดที่หมอไม่รับประกันว่าจะมีอายุยืนยาวไปได้แค่ไหน พระเอกของเราอายุ 29 เท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ถึง 35 ไหม ทั้งที่เป็นคนที่รูปงาม มากความสามารถ ฉลาดเฉลียว โชคดี หยิบจับอะไรก็เป็นความเจริญรุ่งเรืองไปเสียหมด คือสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องอายุที่จะไม่ยืนนี่ล่ะ มันน่าเสียดายไหมล่ะ

แต่แท้ที่จริงไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ เพราะดวงของเฉินไป่เฮ่อนั้น เป็นดวงจักรพรรดิ ถ้าเกิดในช่วงกลียุคล่ะก็ บุญบารมีอันมากล้นที่อยู่ในตัวก็จะถูกนำมาใช้ออกไป ร่างกายก็จะปรับสมดุลย์ได้เอง อายุก็จะยืนยาวเป็นปกติ ร่างกายก็จะไม่อ่อนแอแบบนี้ แต่นี่มาเกิดในยุคที่บ้านเมืองสงบสุขขนาดนี้ ร่างกายก็เลยไม่อาจจะรับพลังบุญบารมีที่ติดตัวมาเอาไว้ได้ ก็มีแต่จะกดทับพลังชีวิตของตัวเองแล้วก็อายุจะสั้นในที่สุด เข้าตำราคนดีมีบุญตายเร็วแบบนั้นเลย แต่เพราะเป็นพระเอกใช่ไหมล่ะคะ จึงได้มีโอกาสมาพบกับฉีเยี่ยน ที่เมื่อเห็นพลังชีวิตสีม่วงอันมากล้นที่ไหลออกมาจากร่างกายของเฉินไป่เฮ่อตลอดเวลา ก็เห็นหนทางที่จะช่วยนำพลังของเฉินไป่เฮ่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ร่างกายของเฉินไป่เฮ่อฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ แข็งแรงขึ้น แถมอายุยืนขึ้นด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกมาเพียบแบบนี้ จะไม่เรียกว่าโชคหล่นทับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะที่เฉินไป่เฮ่อที่ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาอย่างยิ่ง จะรู้สึกดีกับเฉินเยี่ยน เพราะเอาจริงๆ แค่นิสัยของเฉินเยี่ยนถ้าไม่นับความสามารถด้านนี้ ก็เรียกว่าเป็นเด็กหนุ่มที่เป็นที่รักและเอ็นดูของผู้คนรอบข้างอยู่แล้ว โหงวเฮ้งดียังไม่พอ นิสัย การวางตัวยังดีด้วย บวกกับไม่เคยอวดตัวเองเรื่องความสามารถ เฉินไป่เฮ่ออยู่ใกล้ๆ ย่อมรู้สึกสบายใจ แถมพอได้มีโอกาสแบ่งพลังตัวเองให้อาจารย์ฉีใช้กู้โลกหลายๆ ครั้งเข้า ร่างกายตัวเองก็ดีวันดีคืน ไปๆ มาๆ อ้าว มีฉีเยี่ยนที่ไหน ก็มีเฉินไป่เฮ่ออยู่ที่นั่นไปเสียทุกทีเฉยเลย

แล้วฉีเยี่ยนก็ไม่ได้ช่วยแค่เฉินไป่เฮ่อนี่คะ พ่อเล่นช่วยหมดทั้งตระกูล จู่ๆ ก็ให้ยันต์พี่ชายพระเอกไปพกไว้ จู่ๆ ก็พูดอะไรกระทบใจพี่สะไภ้พระเอกเข้าจนเกิดเป็นความประทับใจ ที่จริงไม่ต้องยื่นมือเข้าช่วย บ้านตระกูลเฉินก็เรียกว่าแทบจะทูนหัวทูลเกล้าฉีเยี่ยนอยู่แล้ว เพราะแค่ทำให้เฉินไป่เฮ่อที่เป็นที่รักและเป็นห่วงของทุกคนในครอบครัว กลับมาเป็นคนสดใสขึ้นและแข็งแรงขึ้นไม่เจ็บออดๆ แอดๆ อีก นี่ก็เรียกว่าเป็นบุญคุณอย่างที่สุดแล้ว ตระกูลเฉินจึงทั้งเคารพนับถือ ทั้งรักทั้งเอ็นดู และสปอยล์ฉีเยี่ยนยิ่งกว่าสมาชิกในครอบครัวด้วยซ้ำ

ความสัมพันธ์ของพระเอกนายเอกของเราจึงค่อนข้างราบรื่นอย่างยิ่ง แต่แหม... นะคะ ตัวละครนะคะ ไม่ว่าจะเก่งเลิศเลอแค่ไหน ก็มักจะมาตกม้าตายในเรื่องความรักกันแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องความรู้สึกช้า เรื่องไม่หือไม่อือว่าอีกฝ่ายคิดกับตัวเองยังไงนี่ เรื่องไหนเรื่องนั้นจริงๆ ค่ะ เรียกว่าถ้าไม่พูดออกมาตรงๆ ก็จะไม่เก็ตเสียที ก็อย่างว่านะคะ หมอดูไม่สามารถดูดวงชะตาของตัวเองและคนใกล้ชิดได้ก็แบบนี้ (อ้างอิงข้อมูลจากในเรื่องนี่ล่ะ) แรกๆ ก็เลยแอบน่าเห็นใจพระเอกเฉินไป่เฮ่อนิดหน่อย แต่พอได้เปิดใจกันแล้วเท่านั้นแหละค่ะ อู๊ยยย... ไม่ไหวจะอวดแฟนกันไปมา ทำเอาให้ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องหมั่นไส้ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

เราสนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้มากค่ะ เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์ด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วนตัวเราไม่ได้อินกับเรื่องดูดวงหรืออะไรขนาดนั้น แต่ก็เชื่อในเรื่องของโหราศาสตร์ เพราะถึงอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้งมงาย เราเชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรมมาก เชื่อเรื่องใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น เชื่อว่าคนเราล้วนเกิดมามีกรรมเป็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็เชื่อเรื่องที่ว่าคนเราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ไม่งั้นคงไม่มีคำพูดที่ว่าคนเรามีทั้งแบบที่มามืดไปสว่าง (เคยทำไม่ดีมาแต่ตอนหลังกลับเนื้อกลับตัวได้) หรือมาสว่างไปมืด (เคยทำดีมา แต่ตอนหลังกลับไปทำความชั่ว) หรอกค่ะ

เรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยตัวอย่างของคนที่ทำอะไรแล้วก็ต้องรับผลกรรมของตัวเองไปในแบบที่หลากหลายเชียวล่ะค่ะ คือมิติของตัวละครหรือเรื่องราวมันอาจจะไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนนัก แต่คนเขียนก็ผูกเรื่องราวให้อ่านสนุกและน่าติดตามไปตลอดจนจบเลย อย่างตระกูลเฉินนี่คือ เป็นตระกูลตัวอย่างของความมั่งคั่งร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง สมาชิกในครอบครัวล้วนเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เรียกว่าต้นทุนสูงมาตั้งแต่เกิดกันทุกคน ถึงแม้จะมีเรื่องน้องชายคนเล็กของบ้านที่มีแววอายุจะสั้น แต่สุดท้ายก็กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์ในที่สุด ดังนั้นต่อให้เฉินไป่เฮ่อ จะคบหาอาจารย์ฉีที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ก็มีพระคุณกับตระกูลขนาดนี้ ก็ต้องยอมไหมล่ะคะ แถมตระกูลนี้ไม่ดราม่าด้วย เพราะชีวิตดีงามเกินกว่าจะหาเรื่องดราม่าไร้สาระมาสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็นด้วยนั่นแหละค่ะ ในขณะเดียวกันก็มีตระกูลหยวนที่เป็นตัวอย่างตระกูลที่มีแต่เรื่อง เพราะลูกหลานขาดคุณธรรมให้ได้เห็นกันแบบชัดๆ ไปอีก ดังนั้นเรื่องนี้มันก็จะได้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องความดีความชั่วให้ได้อ่านกันไปตลอดเป็นระยะ แล้วก็มีเคสต่างๆ ให้อาจารย์ฉีผู้น่ารักของเราได้ยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่บ่อยๆ เรียกว่ามีตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงระดับประเทศเลยทีเดียว มันจะไม่สนุกได้ยังไงล่ะคะ

เราชอบที่ผู้แต่งสร้างคาแร็กเตอร์ต่างๆ ออกมาได้ทั้งน่ารัก น่าชัง และน่าสนใจดี เรื่องนี้จังหวะซิตคอมมีเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ อ่านไปก็ได้ขำไปด้วย เล่มหนาๆ 3 เล่มนี่ เราใช้เวลาอ่านไม่นานก็จบ ยังนึกเสียดายเลยว่าอ่านจบซะแล้ว ยังสนุกอยู่แท้ๆ เวลาอ่านนิยาย แม้พล็อตเรื่องจะสำคัญ แต่คาแร็กเตอร์สำหรับเราเป็นส่วนสำคัญอย่างนึงที่มองข้ามไม่ได้เลยนะคะ ถามว่าที่ทุกวันนี้ คนยังชอบปรมาจารย์ลัทธิมารกันอยู่ ถึงขั้นวนเวียนอยู่ในกูซูออกไปไหนต่อไม่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะคนหลงรักตัวละครของเรื่องหรอกหรือ ทุกวันนี้ตัวละครต้วนไป๋เยว่ กับฉวู่เยวียน จาก เล่ห์กลจักรพรรดิ ยังคงเป็นที่จดจำในใจเรา ก็เพราะภาพอันที่ชัดเจนจนลืมไม่ลงนี่ล่ะค่ะ ดังนั้นมองข้ามไม่ได้เด็ดขาดเลยเชียวนะคะจุดนี้

ใครอยากจะลองหยิบนิยายเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน อย่าได้ลังเลค่ะ จัดไปเลย เพราะอ่านสนุกมากจริงๆ นี่ใจยังอยากจะเอามาอ่านอีกรอบเลยนะ 3 เล่มนี่จบเร็วกว่าที่คิดมาก (ส่วนนึงเพราะว่างมากด้วยแหละ) ใครที่เคยได้อ่านมาแล้ว อยากมาแชร์กันก็ได้เลยนะคะ ใครที่ยังไม่แน่ใจก็แน่ใจเถอะค่ะ เชื่อว่าจะไม่ผิดหวังกัน

เรื่องหน้าจะเป็นเรื่องอะไร โปรดติดตามกันต่อไปค่ะ
 




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2563   
Last Update : 1 กรกฎาคม 2563 20:51:04 น.   
Counter : 81 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


1  2  3  

fingers-crossed
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวังว่าจะได้รับความบันเทิงจากการเข้าเยี่ยมชม Blog กันถ้วนหน้าจ้ะ
[Add fingers-crossed's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com