Group Blog
พฤษภาคม 2565

1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๒๕ (YURI)

๒๕

 

“ข้าต้องการประลองฝีมือกับฮูหยินน้อย ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่”

เสียงนี้ประกาศก้องทำให้ทุกคนในลานประลอง หันขวับมอง เป็นคนในชุดขบวนคุ้มกันรูปร่างสันทัดก้าวออกมาอย่างองอาจ คนอื่นรีบก้มหน้าต่ำ ล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่มีฐานะสำคัญยิ่ง

เฮ้ย!

มู่หรงเหลียนซิงตาเบิกกว้าง หัวใจร่วงลงพื้น คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาปรากฎตัวที่นี่ในยามนี้

“ทะ ท่าน...” อ๋องน้อยขยับปากเรียกอีกฝ่าย แต่โดนคนผู้นั้นถลึงตาใส่ จึงรีบหุบปากสนิทลงทันที

ง่า อย่ามองข้าแบบนี้สิ

เยี่ยหยุนจือมองผู้ท้าประลองคนใหม่ที่ก้าวเข้ามา รับรู้ได้ถึงพลังปราณที่แผ่ออกมาอย่างจงใจ พลังภายในนี้สูงส่งกว่าไป่ตงหัวหัวหน้าผู้คุ้มกันภัยที่เพิ่งพ่ายแพ้

...และมีพลังสูงส่งกว่าตนหลายขั้น

ถึงจะทุ่มเทพลังสุดตัว ข้าคงรับได้ไม่เกินสิบกระบวนท่า

“ได้หรือไม่ฮูหยินน้อย” ผู้ท้าคนนั้นถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเดินมาหยุดในลานวงกลมกว้าง ห่างจากสตรีชุดเขียวไม่ถึงสิบก้าว

คิดไม่ถึงว่าท่านจะมาเอง

เฉินอี้คิดพรั่นพรึงในใจ

สาวใช้คนสนิทกับบ่าวไพร่ในจวนส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นกังวลแทนสตรีชุดเขียว

ท้าทายซึ่งหน้าแบบนี้ ข้าคงถอยไม่ได้สินะ

เยี่ยหยุนจือคิดไตร่ตรอง พอเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนก็อดคลางแคลงใจไม่ได้ เอียงคอมองอ๋องน้อยอีกรอบ เห็นความคลับคล้ายของสองบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของตน

คนผู้นี้คงเป็นญาติผู้ใหญ่ของเหลียนซิง

นางเดาเช่นนั้น จึงประสานสองมือขึ้น แล้วพูดออกมาอย่างอ่อนน้อม ทว่าไม่แสดงความกลัวเกรงแม้แต่น้อย

“ผู้เยาว์มีฝีมือเล็กน้อยไว้ป้องกันตัว หากผู้อาวุโสต้องการจะทดสอบ ข้าขอบังอาจล่วงเกิน โปรดแนะนำข้าด้วย”

เจ้าพูดแบบนี้แปลว่าข้ากำลังรังแกเด็ก ปากคอเราะร้ายมากยายเด็กนี่ ข้าคงต้องสั่งสอนเจ้าสักหน่อย

คนที่ถูกเรียกว่า ‘ผู้อาวุโส’ คิ้วกระตุกเล็กน้อย

“เริ่มกันเลย”

ฮูหยินข้าฉลาดจริงๆ

มู่หรงเหลียนซิงซ่อนขำในหน้า มีไม่กี่คนที่กล้าพูดกวนโทสะกับมารดาของตน ก่อนกระแอมเบาๆ แล้วกล่าวขึ้น

“ถ้าเช่นนั้นใช้กติกาแบบเดียวกับเมื่อกี้ การประลองนี้แค่แลกเปลี่ยนวิชา ระวังอย่าให้เลือดตกยางออก ใครออกจากเส้นวงกลมก่อนถือว่าพ่ายแพ้ ตามนี้นะ”

“ได้” สองผู้ประลองพยักหน้ารับรู้

รอจนอ๋องน้อยก้าวพ้นไปยืนข้างลานประลอง ฝ่ายผู้ท้าชิงพลันชักกระบี่ของตนออกมาจากฝัก

“กระบี่ของท่านงามมาก” เยี่ยหยุนจืออดชมออกมาไม่ได้ หลังเห็นอาวุธคมกริบที่หนากว่ากระบี่อ่อนของตนไม่มาก มีลวดลายสลักสวยงดงาม เดาว่านี่คงเป็นกระบี่ล้ำเลิศ

“กระบี่ของเจ้าก็ไม่สามัญ” หวางเยี่ยนหลีเหยียดยิ้มบางเบา หลังได้เห็นอาวุธของอีกคน

ทั้งคู่สะบัดกระบี่ในมือ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากัน

“เริ่มได้” มู่หรงเหลียนซิงร้องบอก

แทบจะทันทีที่สิ้นเสียง กระบี่แข็งปะทะกระบี่อ่อนดังเสียดหูหลายสิบครั้ง ความเร็วนั้นว่องไวกว่าการประลองเมื่อกี้มาก

ไวมาก เร็วจนข้ามองตามไม่ทัน

อ๋องน้อยอ้าปากค้าง

เมื่อกี้นางออมมือให้ข้าจึงดูเหมือนสูสี ข้าแพ้นาง แพ้หมดรูปจริงๆ

ไป่ตงหัวยิ้มเยาะตัวเอง กระจ่างใจแล้วว่า นี่ต่างหากเป็นฝีมือที่แท้จริงของเยี่ยหยุนจือ ในใจคิดนับถือฮูหยินน้อยขึ้นหลายส่วน

คนอื่นที่ร่วมชมการประลองล้วนแล้วแต่ตื่นตาตื่นใจ กระบี่สองเล่มปะทะกันรุนแรงขึ้นจนปวดแสบหู ผู้ที่ไร้พลังปราณหรือพลังปราณต่ำต้องยกมือขึ้นอุดหู รวมถึงอ๋องน้อย

หากเป็นอาวุธธรรมดาคงหักไปนานแล้ว

เด็กคนนี้นี่ฝีมือนับว่าดีทีเดียว สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของเมฆาคราม

หวางเยี่ยนหลีคิดชมอย่างพึงพอใจ หลังประลองกับอีกฝ่ายไปห้ากระบวนท่า...แบบออมมือ

“ข้าเอาจริงล่ะนะ”

คนผู้นี้เก่งพอๆ กับอาจารย์เลย

สตรีชุดเขียวคิดเปรียบเทียบในใจ เหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากมน แต่ในใจไม่คิดยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายดาย

“ข้าพร้อมรับการสั่งสอน” เยี่ยหยุนจือตอบเสียงเรียบ รู้ว่ายากยิ่งที่จะชนะ แต่ตัดสินใจจะทำให้ดีที่สุด

“ดี” มารดาของอ๋องน้อยยิ้มเย็น ก่อนตวัดกระบี่ในมือในท่าไม้ตายที่ยากจะต้านทานออกไป

มู่หรงเหลียนซิงเบิกตาโต รู้จักกระบวนท่านี้ด้วยเคยเห็นผ่านตาหลายครั้ง

ทะ ท่านแม่ ท่านจะฆ่าฮูหยินข้าไม่ได้นะ

เยี่ยหยุนจือสะบัดกระบี่ในท่าไม้ตายของตนเช่นกัน คิดตัดสินแพ้ชนะกันในรอบนี้

เหล่าผู้ชมโดยรอบล้วนแล้วแต่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่คิดเลยว่าการประลองนี้จะดุเดือดยิ่ง คู่แรกว่าสนุก คู่นี้กลับสนุกกว่าเป็นสิบเท่า

มีเพียงไม่กี่คนที่แอบกังวล ในนั้นคือเฉินอี้กับอ๋องน้อย

แย่แล้ว!

มู่หรงเหลียนซิงแตกตื่นแทบสิ้นสติ กลัวว่าสองคนสำคัญของตนจะปะทะกันจนเลือดตกยางออก มืออ่อนปล่อยพัดในมือร่วงลงพื้น

เสียงกระบี่ปะทะกันดังลั่นอีกสองครั้ง สองสาวต่างวัยตวัดกระบี่อย่างรวดเร็วงดงามอ่อนช้อย ประหนึ่งเป็นการร่ายรำ ทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน ก่อนจบด้วยยืนอยู่สลับตำแหน่งกัน

“เฮ้อ!”

คนในจวนที่ยืนชมล้วนถอนหายใจเฮือกออกมาอย่างพร้อมเพรียง หลังไม่มีใครเอาอาวุธเสียบร่างอีกฝ่าย

ตื่นเต้นเกินไปแล้ว พวกท่านเกือบทำให้หัวใจข้าหยุดเต้นเชียวนะ

อ๋องน้อยคิดเสียวไส้แทบตาย เผลอยกมือทาบอกซ้ายตัวเอง ดีที่มันยังคงเต้นอยู่ แม้จะแรงไปสักหน่อยก็ตาม ก้มลงเก็บพัดบนพื้น แล้วพูดขึ้นเสียงสั่นๆ

“สะ เสมอกัน”

ไม่เสมอสักหน่อย

เยี่ยหยุนจือชำเลืองมองต้นแขน อาภรณ์ที่สวมใส่มีรอยขาดสองแห่ง สะบัดกระบี่อ่อนเก็บที่เอวคอด ก่อนหมุนตัวกลับมาประสานมือคารวะผู้อาวุโสด้วยท่าทีนอบน้อมกว่าเดิม

“ข้าแพ้แล้ว”

นิสัยดีพอใช้ได้

หวางเยี่ยนหลีสะบัดมือส่งกระบี่ในมือเก็บเข้าฝัก มองไปยังหญิงสาวตรงหน้า มองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนแรก

“เจ้าแพ้แค่เล็กน้อย ไม่ต้องคิดมาก ฝึกปรืออีกสักหน่อยเจ้าจะเก่งขึ้น” พระชายาอ๋องพูดให้กำลังใจเสียงเรียบ ไม่ได้มองการแพ้ชนะเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนมองไปยังมู่หรงเหลียนซิงที่ก้าวเข้ามาในลานประลอง

“เจ้านี่ตาไม่ดีหรือไร ข้าต่างหากเป็นฝ่ายชนะ”

ข้ารู้อยู่แล้ว ท่านแม่เก่งที่สุด แต่ท่านไม่ควรรังแกฮูหยินข้า

“ข้ามองไม่ถนัด ต้องขออภัยด้วย” อ๋องน้อยแกล้งทำมึน ก่อนประสานมือขึ้นพร้อมก้มศีรษะให้ “เหลียนซิงคารวะท่านแม่”

ทะ ท่านแม่เหรอ

เยี่ยหยุนจืออึ้งไป ไม่คิดว่าจอมยุทธ์หญิงที่ตนเพิ่งประมือด้วยจะเป็นมารดาของอ๋องน้อย

“คารวะพระชายา” คนอื่นในจวนรีบกล่าวตาม

“ไม่ต้องมากพิธี” หวางเยี่ยนหลีโบกมือ “วันนี้ข้าเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นเย็นนี้พวกเรามีเหล้าดื่มฉลองกัน ข้าจะสั่งให้โรงครัวทำอาหารเลี้ยงด้วย กินดื่มให้เต็มที่”

“เฮ!”

สำหรับเหล่าองครักษ์ และบ่าวไพร่ของจวนแห่งนี้ ล้วนรู้ว่าคนตระกูลมู่หรงใจกว้างมาก เป็นตั้งแต่พ่อแม่ยันรุ่นลูก

“พวกเจ้าแยกย้ายไปพักผ่อนได้” พระชายาสั่ง ผู้คนทั้งหมดจึงสลายตัวไป นางมองไปยังลูกของตนกับเยี่ยหยุนจือ “เจ้ากับแม่นางผู้นี้ มากับข้าก่อน” หวางเยี่ยนหลีมองไปทางพ่อบ้านเฉิน “เจ้าด้วย”

“ขอรับ” เฉินอี้ค้อมหัวต่ำ

“ขะ ขอรับ” มู่หรงเหลียนซิงกลั้นใจรับคำ ไม่แน่ใจว่ามารดาบุกมาถึงเมืองหลวงด้วยเหตุอันใด แต่ไม่น่าใช่เรื่องเล็กน้อย ขณะเดินคู่ไปกับสตรีชุดเขียวก็แอบกระซิบถามอย่างเป็นห่วง “เจ้าบาดเจ็บหรือเปล่าฮูหยิน”

“ไม่ แค่เสื้อขาดน่ะ” นางมองแผ่นหลังของหวางเยี่ยนหลีที่เดินอยู่ด้านหน้าหลายก้าว “ฝีมือมารดาท่านเยี่ยมยอดนัก ข้าห่างชั้นยิ่ง น่าขายหน้าจริงๆ”

กระบี่ของผู้อาวุโสว่องไวเหลือเกิน กระบวนท่าเมื่อกี้รุนแรงมาก เทียบแล้วฝีมือน่าจะสูสีกับท่านอาจารย์ทีเดียว

หญิงสาวคิดไปถึงอาจารย์ของตน

เจ้าพูดแบบนี้ ข้ามิต้องมุดดินอยู่หรือไร

อ๋องน้อยคิดประชดในใจ หลังตนมีฝีมือต่อสู้กาไก่ยิ่ง มีพอโอ้อวดได้คือวิชาตัวเบาเท่านั้น ตามประสาพวกไม่ชอบต่อยตี ได้แต่สั่งลูกน้องลงมือแทน

ข้อดีของวิชาตัวเบาคือถนัดหลบหลีก ไม่เน้นตอบโต้กลับ แต่ถ้าหากโชคร้ายเจอกับผู้มีพลังปราณล้ำเลิศก็ยากจะรอดพ้นได้

“ข้ามีเรื่องหนึ่งไม่เข้าใจ” เยี่ยหยุนจือถามขึ้น

“เรื่องอันใดหรือ”

“มารดาท่านเก่งถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่เอาถ่าน”

ง่า วกมาด่าข้าจนได้

“คือเรื่องมันยาวน่ะ” มู่หรงเหลียนซิงบอกปัดกลายๆ ยกมือเกาหัวแบบอายๆ

อ้างโน่นอ้างนี่เก่งไปนะ เรื่องแบบนี้ข้าไม่เคยสอน

หวางเยี่ยนหลีที่เดินอยู่ด้านหน้าได้ยินชัดทุกถ้อยคำ จึงหมุนตัวกลับมายกยิ้มเยาะน้อยๆ

“เจ้าก็ตอบไปสิว่า เจ้าขี้เกียจ”

“ง่า ท่านแม่อ่ะ พูดสิ่งใดช่วยไว้หน้าข้าหน่อยสิ ข้าอายเป็นนะ” อ๋องน้อยพูดเสียงอ้อนเป็นเด็กๆ เดินไปเกาะแขนอีกฝ่ายที่นั่งเก้าอี้ในห้องโถงรับแขก

“เจ้าหน้าหนาจะตาย อายเป็นที่ไหน” หวางเยี่ยนหลีพูดเสริมอย่างรู้จักอุปนิสัยของลูกคนนี้อย่างดี ว่ากะล่อนกลิ้งกลอกขนาดไหน หากมีตำแหน่งจอมกะล่อนอันดับหนึ่งของแคว้น เห็นทีคงไม่พ้นเป็นของลูกคนนี้แน่

เมืองหลินอันห่างจากเมืองหลวงมาก กว่าจะมาถึงต้องควบม้าเร็วหลายสิบวัน แม้จะเหนื่อยอ่อนไม่น้อย แต่นางก็เต็มใจจะมาหาลูกคนนี้ปีละหลายครั้ง โดยปะปนมากับขบวนสินค้า

...เลือดในอกจะไม่รักไม่ห่วงได้เช่นไร

“โหย ท่านแม่พูดซะข้าไม่เหลือชิ้นดี”

“เจ้ามีดีตรงไหน บอกให้ข้ารู้หน่อยสิ”

“เพิ่งมาถึงท่านก็ทำร้ายจิตใจข้าซะแล้ว” อ๋องน้อยแสร้งทำหน้าเหมือนคนหัวใจสลาย เลยได้รับมะเหงกไปเต็มๆ จนร้องลั่น “โอ๊ย!”

“ไม่ต้องมาเสแสร้งต่อหน้าข้า”

“โหย ข้าเพิ่งสอบได้อันดับสอง ฝ่าบาทแต่งตั้งเป็นนายกองประจำเมืองฉางอันเชียวนะ”

พระชายาทำหน้าประหลาดใจ

“จริงอ่ะ”

“จริงแท้แน่นอน พ่อบ้านเฉินเอาราชโองการมาให้ท่านแม่อ่านที ข้าไม่ได้โกหกสักครึ่งคำ”

ดูท่าเจ้าจะเหมือนมารดาแค่หน้าตาสินะ อุปนิสัยไม่คล้ายสักนิด

เยี่ยหยุนจือยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หลังได้ยินการสนทนาแบบเป็นกันเองของสองแม่ลูกที่ไม่ต่างจากครอบครัวชาวบ้านทั่วไป

หลังสองแม่ลูกสนทนากันไปเกือบหนึ่งเค่อ พระชายาที่เพิ่งอ่านราชโองการจบ ก็มองมายังเยี่ยหยุนจือ...ว่าที่ลูกสะใภ้ของตัวเอง แล้วกล่าวจริงจัง

“วรยุทธของเจ้าเป็นของสำนักเมฆาครามใช่หรือไม่”

คนถูกถามอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนตอบตามตรง

“ใช่”

“ถ้าเช่นนั้นความรู้การแพทย์คงไม่สามัญ ข้าอยากรู้ว่าหากตัวยาแก้พิษอีกชนิดมาไม่ทัน เจ้ามีวิธีช่วยชีวิตเหลียงซินหรือยัง”

เยี่ยหยุนจือรับรู้ได้ถึงสายตากดดันจากหลายคน ก่อนหันไปมองอ๋องน้อยแวบหนึ่ง แล้วเบนหน้าไปตอบพระชายา

“บอกตามตรงข้าพอมีวิธี แต่ข้าไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแค่ไหน”

OoXoO

ท่านแม่ของอ๋องน้อยมาแล้วค่ะ วรยุทธสุดๆ ท่านแม่เก่งมากๆ แล้วลูกจะได้ครึ่งไหมนะ อิอิ ส่วนจะช่วยอ๋องน้อยได้ไหม ต้องติดตามกันต่อค่ะ ขอบอกว่าเรื่องนี้ยังอีกต้องเดินทางอีกยาวมากๆ ตัวละครสำคัญยังไม่ได้ออกอีกหลายตัว แต่คงไม่ถึงกับ 5 เล่มจบหรอกนะคะ (ไรท์ปาดเหงื่อ ดมยาก่อนค่ะ)

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ ทุกการติดตาม และทุกหัวใจค่ะ 

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 14 พฤษภาคม 2565
Last Update : 14 พฤษภาคม 2565 14:41:56 น.
Counter : 128 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com