WELCOME! WELCOME! and WELCOME!
Group Blog
 
All blogs
 

Review: TVXQ The 3rd Asia Tour Concert MIROTIC in Bangkok

แต่แรกเริ่มเดิมทีเมื่อรู้ว่า ไม่ได้ set list ก่อนดูคอนเสิร์ตก็แอบบอกตัวเองไว้แล้วว่า สงสัยงานนี้อาจจะไม่ได้มาเขียนรีวิวอันนี้เสียแล้ว ความสำคัญของ set list ไม่ได้มีเพียงแต่ให้ได้รู้ล่วงหน้าว่าศิลปินจะร้องเพลงอะไร และเพลงต่อไปคือเพลงอะไรระหว่างดูเท่านั้น แต่ยังช่วยได้มากในเรื่องลำดับความจำอีกด้วย ที่สำคัญการไปดูคอนเสิร์ตแบบหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องกลับมาเขียนรีวิวด้วยเนี่ย เป็นอะไรที่กดดันตัวเองเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นพวกความจำดีและบ้าเก็บรายละเอียดด้วยแล้ว ก็ยิ่งให้กังวล และพาลจะทำให้ดูคอนเสิร์ตไม่สนุกไปเสียอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เข้าไปอ่านความประทับใจของใครหลายคนในพันทิปแล้วก็เกิดอารมณ์อยากแบ่งปันความประทับใจขึ้นมาบ้างอย่างเฉียบพลัน ไอ้ทีนี้จะเขียนว่าชอบโน่นชอบนี่แค่อย่างเดียวมันก็กระไรอยู่ ความคิดมันคงกระจัดกระจาย อ่านไปก็พาลจะหงุดหงิดกันเสียเปล่าๆปลี้ๆ ก็... อย่ากระนั้นเลย เรียงลำดับความคิดเขียนเล่าบรรยากาศมันเสียเลยก็แล้วกัน แต่ว่าก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า นี่เป็นการเขียนจากมุมมองส่วนตัวล้วนๆ อาจจะขาด หรือตกหล่นอะไรไปบ้าง เพราะน้องมีหลายคน จะไปโฟกัสที่คนใดคนหนึ่งมันช่างยากยิ่ง เพลียหัวใจไม่ไหวจะเคลียร์ เลยต้องแบ่งๆกันไปให้ทั่วถึง และถ้าหากจะมีการเอ่ยถึง คิมแจจุง เยอะไปสักหน่อยก็ขอให้เข้าใจ เพราะคนเขียนปลื้มโบแจมากกว่าคนอื่นเล็กน้อย ขออย่าได้ตัดพ้อต่อกันว่าลำเอียงเลย

แต่แรกเริ่มเดิมทีก็ตั้งใจไว้ว่า ถ้าน้องมาเล่นคอนเสิร์ตก็อยากจะดูมันทั้งสองรอบ อีทีนี้... การไปดูคอนเสิร์ตคนเดียวมันก็ออกจะเหงาอยู่ ตัวเองนอกจากจะไม่ใช่แฟนคลับแล้ว บุคลิกหน้าตายังดูให้โทษมากกว่าคุณ ก็เลยเอาวะ... จองตั๋ววันสุดท้ายวันเดียวแล้วเอาสองใบดีกว่า ชวนเพื่อนรักไปดูด้วย แม้เธอจะไม่ใช่แฟนเพลงของวง แต่คาดว่าหลังจบคอนเสิร์ตเพื่อนคงตกหลุมทงบังจนขึ้นไม่ได้เหมือนเรานี่แหละ เลยกดจองรอบพรีเซลล์ไปสองใบในเวลา 8:30:01 ได้โซน SK ราคา 4,500 มาสมใจนึก ปลื้มใจกันไป ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ตอนนี้เนื่องจากไม่ใช่นักข่าวแล้ว จึงซื้อบัตรดูเหมือนคนปกติทั่วไป ว่าตามจริงแล้วต่อให้เป็นนักข่าวก็เถอะ ถ้าหากอยากดูเสียอย่าง บัตรคอนเสิร์ตเท่านี้เราซื้อได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอยากได้แต่บัตรฟรีอยู่ร่ำไปให้คนอื่นเขารำคาญเปล่าๆ

ปัญหาก็คือ ยิ่งใกล้วันคอนเสิร์ตเข้ามา อารมณ์อยากดูมันทั้งสองวันก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ จะเอายังไงดี ซื้อตั๋วเพิ่มก็ใช่ที่... และเพียงวันเดียวก่อนวันคอนเสิร์ต ขณะที่รำพึงดังๆออกมาให้กับเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่งว่าอยากไปดูวันเสาร์ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ช่างเถอะและนึกถอดใจไปแล้วนั้น จู่ๆเธอก็ควักตั๋วมาให้เราสองใบ บอกว่า “อ่ะ... เดี๋ยวไปดูด้วยกัน” เท่านั้นแหละ กระโดดกอดเพื่อนเสียจนเสียกริยากันไปเลยทีเดียว งานการที่หนักหนาเหลือเกินในวันนั้นจึงดูจะเบาบางลงไปได้โขเชียวล่ะ

ขออนุญาตเขียนถึงคอนเสิร์ตในภาพรวมของทั้งสองวันไปพร้อมๆกันเลยก็แล้วกัน หาไม่แล้วจะยาวเกินเหตุ เอาเป็นว่าบ่ายวันเสาร์นั้นเราเดินทางไปถึงอิมแพ็กอารีนาเร็วก่อนเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ การจราจร ในวันนั้นนับว่าไม่เลว เมื่อเทียบกับวันอาทิตย์ที่รถติดหนักจนเพลียหัวใจ แต่เมื่อเทียบกับวันคอนเสิร์ตพี่ใหม่กะพี่ติ๊นาคราวก่อนโน้น ก็ถือว่าสะดวกโยธินกว่ากันเยอะ

บรรยากาศหน้างานเป็นไปตามคาด คึกคัก มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยสีแดง แอบปลื้มแทนหนุ่มๆที่แฟนคลับเหนียวแน่นแถมยังพร้อมจะแสดงพลังกันมากมายถึงเพียงนี้ เด็กๆเต็มไปหมด แถมดูไปดูมาคนที่เดินทางมาดูคอนเสิร์ตคราวนี้หลากหลายเชื้อชาติและอายุดีจริงๆ

เราเข้าไปในฮอลล์ก่อนเวลาเล็กน้อย บัตรวันแรกคือโซน S โอ้โห... นั่งอยู่ไกลแถมสูงได้อีก ที่สำคัญเป็นมุมอับ แทบจะมองไม่เห็นจอใหญ่กลางเวทีเลยทีเดียว หงุดหงิดพอสมควรเหมือนกัน พอช่วงอินโทรขึ้นจึงแทบจะเรียกได้ว่ามองไม่เห็นจอหลักเลย แต่ในวันที่สองบัตรที่ได้มาเป็นบัตรนั่งโซน SK แถว E ถือว่าวิสัยทัศน์ดีทีเดียว เอาตรงๆ ตอนเลือกซื้อไม่คิดว่าที่จะดีขนาดนี้ พอได้ไปนั่ง โอ้…แฮ็ปปี้มากๆ แถมวันที่สองเป็นวันแสดงพลัง Memory In Blue Project ซึ่งขอสารภาพตรงๆเลยว่า แค่พอจะรู้ว่ามีโปรเจ็กต์นั่นนี่ มีโค้ดอะไรต่อมิอะไร แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียด ทีนี้พอวันที่เข้าไปนั่ง มีน้องเดินมาแจกแท่งไฟ แถมเจ้าคนแจกก็ดันรู้จักกัน น้องก็เลยบอก ช่วยหน่อยค่ะพี่ ไม่ต้องอะไร แค่เพลง Love In The Ice, Don’t Say Goodbye กับ Insa พี่ก็หักแล้วชูแท่งไฟไปด้วยก็พอ โอ้… เรื่องง่ายๆ เน้นทำลายของแค่นี้ สบายมาก... ยินดีเต็มที่ อยากเห็นเหมือนกันว่าจะออกมาสวยหรือเปล่า

ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ทุกคนพร้อมใจลุกขึ้นยืนและร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์ เป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่...แหม เพลงเวอร์ชั่นนี้เป็นอาร์แอนด์บีนะ ร้องตามยากได้อีก ที่ชอบคอนเสิร์ตนี้อีกอย่างก็คือ เริ่มตรงเวลาดีเหลือเกิน แถมแฟนๆก็มานั่งกันเต็มฮอล์เกือบหมดตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ก็เลยได้เล่นอะไรกันเองเป็นที่สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการปรบมือให้กับกลุ่มน้องๆที่พร้อมใจแต่งตัวแรงๆเหมือนกันครบเซ็ตเพื่อมาเชียร์ยูชอน ขอบอกว่าแต่งแบบนี้มา น้องแน่มาก มั่นมาก และน่ารักได้ใจแฟนๆคนอื่นๆมากจริงๆ ที่สนุกอีกอันนึงก็คือตอนเล่นเวฟกันนี่แหละ โอ้... เป็นที่สนุกสนานเบิกบานเป็นอันมาก เล่นกันเพลินทีเดียว กี่รอบก็ไม่พอ นี่ถ้าคอนเสิร์ตไม่เริ่ม ท่าจะต้องลุกนั่งกันเพลียแน่ๆ

เสียงกรี๊ดดังลั่นฮอลล์เมื่อแสงไฟดับลง พอได้เห็นแสงสีแดงๆมากมายแบบนี้แล้ว รู้สึกได้เลยว่า “สวยมาก” สวยจริงๆนะ ทั้งสองวันแบบไม่มีใครแพ้ใครเลยก็แล้วกัน เมื่อดนตรีเพลง Hey! (Don’t Bring Me Down) ดังขึ้น ก็หมายถึงความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆแล้ว ว่าตามจริงตอนนั่งอยู่ไกลๆ กับนั่งกับกลุ่มแฟนๆนี่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่สำหรับเราแล้ว คอนเสิร์ตวันที่สองมันจะสนุกและมีอารมณ์ร่วมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลย ดนตรีเพลงแรกไม่ได้ขึ้นตามแบบใน CD แต่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น Original Version มากกว่า ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในคอนเสิร์ตแบบนี้แล้ว ความคึกคักมันเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวอย่างรู้สึกได้ แจจุงโผล่ขึ้นมาจากกลางแคทวอล์ก โดยฝั่งกระโน้นมียูชอนและจุนซูยืนประจำจุดอยู่ ส่วนฝั่งเราเป็นชางมินและยุนโฮ คนที่อยู่ใกล้โซนนี้ที่สุดคือ ชางมิน หลังอินโทรสี่หนุ่มที่ยืนอยู่แต่ละมุมพาตัวเองเหาะข้ามแฟนเพลงอย่างเท่ ชอบเสื้อผ้าหน้าผมเซ็ตนี้จริงๆ สีเป๊ะ หน้า ผม ทุกอย่างลงตัวหมด เออ แต่ดูไปดูมา... ชางมินตอนเหาะข้ามคนดู มันช่างใกล้เหลือเกิน ลุ้นๆอยู่ว่าจะมีใครในหลุมเอื้อมถึงหรือเปล่า จนกระทั่งทุกคนเหาะไปสแตนด์บายร่วมกับแจจุงที่ยืนอยู่กลางแคทวอล์กนั่นแหละ ความเร้าใจก็เริ่มขึ้นทันที

Hey! เป็นเพลงที่หนักแน่นอยู่แล้ว อาศัยบล็อกกิ้งกับท่าเต้นที่แข็งแรงก็เรียกว่าเอาคนดูได้อยู่หมัด แล้วให้ตายเหอะ แจจุง… ตัวอ่อนดีจริง เลื้อยได้โล่มาก ส่วนยุนโฮนั้นหล่อมิเกรงใจใคร เต้นทีแสดงออกทางสีหน้าหมด จุนซูโชว์สเต็ปพลิ้วแบบไม่มีตก ส่วนยูชอนนั้นเรื่องเล่นหูเล่นตาขอให้บอก ชางมินน่ะหรือ ก็หล่อไปน่ะสิเออ จนกระทั่งเวทีเล็กกลางแคทวอล์กเลื่อนมาบรรจบกับเวทีใหญ่ ก่อนที่น้องๆจะขึ้นไปเต้นกันต่อบนเมนสเตจ และต่อด้วย Are You A Good Girl? แทบจะทันที ถูกใจเพลงนี้มาตั้งแต่งาน Golden Disk แล้วเพราะท่าเต้นที่ แข็งแรงและจังหวะเพลงที่สนุกมากๆนี่แหละ ตอนที่ดูวันแรกนั้น แทบจะมองไม่เห็นน้องๆเลยเนื่องจากจุดที่นั่งเป็นมุมอับจริงๆ ในขณะที่วันที่สองได้เห็นกันแบบชัดๆว่า ร้องแล้วมีไปบล็อกกิ้งกันตรงบันได เท่บาดหัวใจกันไป ก่อนจะเรียกเสียงกรี๊ดกันอีกคำรบในท่อนแร็ปที่ยุนโฮประชันกับยูชอนได้มันสมเป็นแร็ปเปอร์ตัวพ่อของวงโดยแท้

จบเพลงที่สองไม่ต้องให้ได้หยุดพักหายใจ ต่อด้วย Rising Sun ทันที และแน่นอนเหลือเกิน สิ่งที่ต้องมาคู่กับเพลงนี้ก็คือเอฟเฟ็กต์เปี๊ยวป๊าว ยิงกันเปรี้ยงๆ แบบไม่ต้องได้ทันหายใจกันนั่นแหละ ไม่รู้เป็นยังไงนะ ไม่ว่าจะดูน้องโชว์เพลงนี้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความตื่นเต้น และพลังไม่เคยลดน้อยลงเลย หนุ่มๆใส่กันแบบเต็มที่มาก คนดูก็พลอยมีอารมณ์ร่วมไปด้วย ชนิดสนุกจนนั่งไม่ติดจริงๆ จบ Rising Sun นี่ถึงกับทำเอาเพื่อนที่มาด้วยกันถอนหายใจ บอกว่าเหนื่อย หายใจไม่ทัน หัวใจมันจะหยุดเต้นเสียให้ได้นั่นแหละ

เวทีปิดไฟมืด แม้แต่ตอนที่ขึ้นเพลง Paradise ไฟที่เปิดก็ติดจะทึมๆ สร้างบรรยากาศให้อินไปกับเพลงช้าเพลงแรกของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ดีเหลือเกิน ให้ตายเถอะ... น่าทึ่งสุดๆ ที่หลังจากร้องและเต้นแบบลืมตายขนาดนั้น ก็ยังสามารถควบคุมเสียงร้องและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีจริงๆ จอขนาดยักษ์ทั้งสามจอที่มีภาพกราฟฟิกวิ่งอยู่ตลอดเวลา ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีแท้ ชอบตั้งแต่ตอนเปิดตัวที่เป็นโลกใต้ท้องทะเลนั่นแล้ว อลังการณ์มาก Rainbow เป็นอีกเพลงที่ถูกนำมาร้อง บรรยากาศของเพลงค่อนข้างจะสดใสขึ้นแล้ว หนนี้น้องๆเดินออกมาร้องกันพร้อมกับเสื้อแจ็กเก็ตสีขาว และแจจุงที่... แค่เสยผมคนก็กรี๊ดกันลั่นฮอลล์ ใครจะบ่นว่าผมโบแจยาวเกินไป ข้าพเจ้ามิมีปัญหา เพราะติดใจตั้งแต่คอนเสิร์ต Secret Code ที่เวลาน้องร้องและเต้น ผมจะพลิ้วสวยมาก ท่าทางเจ้าตัวจะสนุกกับการร้องเพลงไป เต้นไป สะบัดผมไป ที่สำคัญ…ทั้งสองวัน เสยผมช่วงเดียวกันเป๊ะ และคนดูก็กรี๊ดลั่นโลกราวกับนัดกันไว้เป๊ะเหมือนกัน เธอรู้มุมของตัวเอง และรู้ดีเหลือเกินว่าทำยังไงคนดูถึงจะชอบได้ดีจริงๆ เรื่องห่วงหล่อขอให้บอก ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าเป็นช่วงเพลงนี้หรือเปล่าที่จู่ๆหน้าจอก็ขึ้นภาพหนุ่มๆในแบบที่ถูกใจชาวยูซูกับยุนแจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อจอหลักตรงกลางเป็นชางมิน ในขณะที่จอด้านขวาเป็นภาพของยุนโฮคู่กับแจจุง ส่วนด้านซ้ายเป็นยูชอนคู่กับจุนซู ทำเอาคนดูกรี๊ดกันลืมตาย และคงนึกขอบคุณทีมโปรดักชั่นที่รู้ใจแฟนๆเหลือเกินขนาดนี้

จบเพลงนี้ หนุ่มๆทั้งห้าจึงถือโอกาสพูดทักทายแฟนๆที่มาดูกันเสียที รู้แต่แรกแล้วว่ามีสคริปต์เพราะมีซับขึ้นกันขนาดนั้น แต่ก็เข้าใจว่าทำไมต้องมี หาไม่แล้วแฟนเพลงส่วนใหญ่คงจะไม่เก็ตเท่าไหร่ว่าน้องพูดอะไรไปบ้าง เรามิใช่คนเกาหลี อันนี้จึงต้องทำใจนะ ขอบอกว่ากลับมาเมืองไทยหนนี้ ห้าหนุ่มทงบังชิงกิ ดูจะย่ำรอยเท้าหนุ่มๆ เอสเจ ที่พูดภาษาไทยกันเก่งขึ้นแบบผิดหูผิดตาทีเดียว เจรจาต้าอ่วยกันไม่นาน ชางมิน จึงขอเป็นคนพูดเข้าเพลงต่อไป เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพลงแรกของเรา นั่นก็คือเพลง Hug เวอร์ชั่นร็อค… แต่ก็ไม่รู้ทำไม จู่ๆน้องมินก็เกิดเขินขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตอนพูดเข้าเพลงจึงออกอาการยิ้มอายขึ้นมา เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆที่เอ็นดู Prince Shim ขึ้นมาทันควัน

เก๊กหล่อกันมานาน จึงได้ปล่อยของกันเพลงร็อคนี่แหละ ร้องกันมันได้ใจมาก ยิ่งแจจุงนี่ต้องเรียกว่าเข้าทาง คอร็อคขนาดนั้นจึงร้องแบบเต็มเสียงสุดๆจริงๆ แต่ละคนกระโดดกันสนุกไปเลย ไฮไลต์มันมาตกตอนท่อนร้องของชางมิน วันแรกนี่พอจะโดนพี่ๆแกล้งเข้าหน่อย น้องถึงกับสะบัดหลุดวิ่งหนีกันเลยทีเดียว แต่วันที่สองดูจะไม่รอด โดนแกล้งไปแบบเต็มๆ โดยเฉพาะพี่แจจุงที่แกล้งน้องติดลมมาก จนชางมินแทบจะเดินไปเล่นงานพี่ใหญ่ของวง เรียกเสียงฮาจากคนดูได้ดีแท้ เท่กันอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นขำกันเองเสียอย่างนั้น เพลงจบปุ๊ป... น้องก็วิ่งกลับเข้าไปหลังเวที จอยักษ์บนเวทีในตอนนี้ฉายเป็นภาพตึกรามบ้านช่องในเมืองใหญ่ยามค่ำคืน เป็นการบอกว่า ถึงเวลาโซโล่ของสมาชิกคนแรกแล้ว

ปาร์กยูชอน เดินออกมาด้วยลีลายียวนสไตล์หนุ่มเพลย์บอย เสื้อเชิ้ตขาว ร้องเท้าคอนเวิร์สแดง พร้อมสวมหมวกใบเท่ห์ แนวแบบนี้มีคนเดียวเท่านั้น ที่ชอบคือเอ็ฟเฟ็กต์เสียงเดิน เสียงปัดเสื้อผ้า ที่เจ้าตัวไม่มีหลุดสเต็ป แม้แต่ตอนรูดซิปที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น พร้อมกับเจ้าตัวที่ทำหน้ากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์แบบสุดๆ แล้วจึงทักทายทุกคนเป็นภาษาอังกฤษว่า “Do you have a good time?” ก่อนจะเดินไปหยิบดอกไม้ที่ไฮดรอลิกจากกลางแคทวอล์กแล้วเดินลงไปยื่นให้กับแฟนเพลง (คาดว่ากรี๊ดสลบกันไปเรียบร้อย) ก่อนจะเดินไปอีกฝั่งแล้วดึงอมยิ้มออกจากกระเป๋ายื่นให้ ถึงตอนนี้ไม่มีใครได้ทราบชะตากรรมของดอกไม้และอมยิ้มอันนั้น รู้แต่คนได้รับคงปลื้มไม่เป็นอันนอนกันเลยทีเดียว ก่อนจะเดินไปประจำที่คีย์บอร์ดที่ทีมงานเอามาตั้งรอไว้ให้พร้อมโคมไฟเปิดสร้างบรรยากาศ ยูชอนกึ่งถามกึ่งรำพึงว่า อยากฟังเพลงอะไรกันครับ ก่อนจะพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดแล้วทำเป็นร้องเพลงนี้ท่อนนึง เพลงนั้นท่อนนึงให้คนดูอยากฟังเล่นซะงั้น ก่อนที่จะเริ่มเล่นเพลง Love Bye Love ที่เจ้าตัวเป็นคนแต่งเอง พอได้ยินยูชอนร้องในเวอร์ชั่นของตัวเองแบบนี้แล้ว ก็เพราะได้อารมณ์ไปอีกแบบ และชอบที่สุดก็ตอนที่ให้แฟนๆร้อง Bye bye bye bye bye Love นั่นแหละ เจ้าตัวถึงกับยิ้มออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว เมื่อเวทีเล็กเลื่อนมาบรรจบกับเวทีใหญ่ ยูชอนก็บอกลาทุกคนก่อนจะหายเข้าหลังเวทีไป

โซโล่ต่อไป เป็นหน้าที่ของแจจุงที่ต้องเรียกได้ว่ามาโชว์พลังเสียงโดยแท้ ที่ผ่านๆมา แจจุงจะร้องโซโล่เป็นเพลงบัลลาดเสียงส่วนใหญ่ นี่จึงน่าจะเป็นครั้งแรกที่หยิบเอาเพลงบัลลาดร็อคอย่าง Geugeotmani Nae Sesang มาร้องแบบเต็มๆ หลังจากที่เคยไปปล่อยของไว้ในรายการ M-Net My Favourite ไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเพลงช้า ที่ไม่ได้มีท่าเต้น ไม่ได้มีเอ็ฟเฟ็กต์หวือหวา แต่กลับตรึงอารมณ์คนดูได้ชนิดอยู่หมัด ดูแล้วรู้เลยว่าเจ้าตัวร้องออกมาแบบสุดจิตสุดใจและอินไปกับเพลงนี้แบบสุดๆ ทำเอาคนดูที่ต้องเรียกได้ว่าแทบจะไม่รู้ความหมายของเพลงนี้สักเท่าไหร่ ขนลุก และอดไม่ได้ที่จะต้องปรบมือให้ชนิดกึกก้องฮอลล์แบบเทใจให้เลย

ชางมินใส่สูทสีเข้มยืนรออยู่กลางเมนสเตจก่อนดนตรีอันไพเราะของเพลง Upon This Rock จะดังขึ้น ชางมินในวันนี้ดูหล่อบาดใจ และโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอย่างเห็นได้ชัด เพลงที่เลือกมาร้องเข้ากับบุคลิกและน้ำเสียงของน้องมาก นอกจากดนตรีจะมีท่วงทำนองที่จับใจแล้ว น้ำเสียงของชางมินยังสะกดคนดูได้ทั้งฮอลล์ เพลงนี้ร้องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องร้องให้ได้อารมณ์แล้วคีย์ยังสูงได้ใจ ไอ้ที่เราคิดว่าน้องร้องได้ยังไงเสียงสูงขนาดนี้ แต่ก็ยังร้องออกมาสูงขึ้นได้อีก ยิ่งช่วงท้ายที่เป็นเหมือนไคลแม็กซ์ของเพลง ทำเอาคนดูขนลุกได้เลยจริงๆ ประทับใจชางมินที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้ดีเหลือเกินทั้งสองวัน

ทันทีที่น้องเล็กของวงไฮดรอลิกลงเวทีไปแบบรวดเร็วมาก จอยักษ์ทั้งสามจอก็ขึ้นภาพ VTR หนุ่มๆ ในมาดมือปืนที่เท่บาดใจแฟนๆเหลือเกิน ออกมายิงเหล่าผู้ร้ายตายเป็นเบือแบบพระเอกไม่บาดเจ็บเลยซักนิด แถมลีลาแต่ละคนเท่บาดใจ จนน่าติดต่อไปเล่นหนังมาเฟียเสียให้เข็ด จึงพอจะเดาได้ไม่ยากว่าเพลงต่อไปไม่พ้น Wrong Number แน่นอน หนุ่มๆเปิดตัวเพลงนี้กลางแคทวอล์กในชุดอย่างหล่อ ทั้งร้องทั้งเต้นลีลาบาดใจได้โล่มาก พร้อมเหน็บปืนติดตัวเอาไว้คนละกระบอก เพลงนี้นี่ไม่ว่าจะดูไลฟ์กี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่ามันเท่เหลือเกินทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเพลงหรือท่าเต้นกันแน่เหมือนกัน และแล้วน่าจะเรียกได้ว่าเป็นจังหวะที่แฟนๆรอคอยมาถึง เมื่อเด็กๆแต่ละคนจะต้องชักปืนออกมาจ่อกันเอง ไอ้ที่ว่าแฟนๆรอคอยเนี่ย ก็คือรอคอยว่าใครจะผิดคิวมากกว่า เพราะจากคอนเสิร์ตที่ผ่านมา ไม่คนนั้นปืนติด ก็คนนี้ดึงปืนไม่ออกมั่งล่ะ วันแรกดูเหมือนคนที่จะช้ากว่าใครเพื่อนก็ยังน่าจะเป็นแจจุงอยู่ดี แต่ท่าทางน้องมินจะหนักกว่าแฮะ ส่วนวันที่สอง กลัวจะหลุดเกิน ปาร์กยูชอนจึงล้วงมือเตรียมไว้ตั้งแต่ยังไม่จบท่อนกันเลยทีเดียว ติดๆขัดๆกันบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังนับว่าไม่พลาด ก่อนจะหันปืนกลับออกมายิงออกไปอย่างพร้อมเพรียง... สเตจเล็กจึงค่อยๆเลื่อนเข้าหาสเตจใหญ่โดยมีน้องๆวาดลวดลายการเต้นอย่างเท่ ก่อนจะกระโดดขึ้นเมนสเตจ โดยแจจุงแร็ปท่อนของตัวเองแบบใส่อารมณ์สุดๆ ต่อด้วยยุนโฮที่เวลาร้องเพลงหรือแร็ป ชอบนักล่ะไอ้เรื่องเล่นหูเล่นตา หน้างี้อินเสียจนแฟนๆใจแทบละลายว่างั้น

และไม่ต้องให้ได้หยุดหายใจกันเลยเมื่ออินโทรเพลง Purple Line ดังขึ้น ขอบอกว่าชอบบล๊อกกิ้งเพลงนี้มากเป็นการส่วนตัว ด้วยจังหวะ สเต็ป ด้วยอะไรหลายอย่าง เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่ลงตัวมากอีกเพลงหนึ่งของทงบังชิงกิ หาไม่แล้วเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคงไม่พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตได้อย่างสวยงามขนาดนั้นเป็นแน่ หนนี้ Purple Line แอบมีท่อนพิเศษให้จุนซูได้โชว์สเต็ปและเอสไลน์ที่แน่นอนเหมือนเดิม จบเพลงนี้ลงได้อย่างสวยงามและพร้อมเพรียง เหนื่อยคนดูที่ต้องกรี๊ดให้อีกคำรบ

พักความมันเอาไว้ชั่วคราว เมื่อน้องๆเดินออกมานั่งร้องเพลง Balloons กันอยู่ตรงบันไดเมนสเตจหลังจากที่ภาพ VTR เป็นภาพอนิเมชั่นการ์ตูนที่ซิงค์กับภาพถ่ายในวัยเด็กของแต่ละคนซึ่งน่ารักน่าหยิกกันทุกคนทีเดียว เพลง Balloons เวอร์ชั่นนี้ถูกนำมาทำใหม่ให้เป็นแบบบอสซาโนวา ฟังสบายและน่ารักไปอีกแบบ เวลาที่น้องคนไหนร้องท่อนตัวเองแล้วได้ยินเสียงเรียกชื่อเป็นระยะเนี่ย ฟังแล้วชื่นใจแทนน้องจริงๆนะ แล้วเสียงกรี๊ดก็กระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแจจุงหันไปร้องเพลงกับยุนโฮ เอาเข้าไป... จบเพลงปุ๊ป บันไดก็แยกออกจากกันก่อนน้องๆจะลงไปสแตนด์บายกัน โดยมี VTR เรื่องราวสั้นๆของแม่ลูกน่ารักมาฉายคั่น

ชางมินไฮดรอลิกขึ้นมาจากเวทีด้านข้างก่อนจะร้องเพลง Eun Hasu ที่เป็นเพลงกล่อมเด็กของเกาหลี โดยจอยักษ์จอกลางขึ้นซับความหมายของเนื้อเพลงที่น่ารักกินใจเอาไว้ด้วย จู่ๆแจจุงก็ถีบจักรยานลอยขึ้นจากเวที แถมยังโบกมือให้แฟนๆกลับมาอย่างน่ารัก ต่อด้วยยุนโฮที่ลอยออกมาจากอีกฝั่งของเวทีพร้อมร่มสีแดงในมือ ท่าทางจะคึกมากถึงกับวิ่งกันกลางอากาศให้ดูกันเลยทีเดียว มาฮาอีตอนยูชอนกางปีกออกมาจากข้างเวทีนึงนี่แหละ วันแรกก็ยังดูมีแรงกระพือปีกดีอยู่หรอก แต่พอมาวันที่สอง เหี่ยวมาเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่าเหนื่อยหรือกลัวความสูงกันแน่ ปิดท้ายด้วยจุนซูที่ขี่ไม้กวาดออกมาอย่างร่าเริง ขี่อยู่ดีๆยกไม้กวาดขึ้นมาควงเล่นซะอย่างนั้น เรียกเสียงกรี๊ดพร้อมเสียงหัวเราะปรบมือชอบใจจากคนดูไปได้ตลอดทั้งเพลง ก่อนจบเพลงไฮดรอลิกยกตัวชางมินขึ้นอย่างสูง จบพร้อมกับ VTR ที่สวยงามและลงตัว พร้อมกับความคิดที่ดังขึ้นในหัวว่า “เกิดเป็นศิลปินเกาหลี ห้ามกลัวความสูงใช่ไหมนี่”

มัวแต่ดูคอนเสิร์ตเพลินไปนิดจนเกือบลืมหักแท่งไฟสำหรับ Blue Project พอหักปุ๊ปเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ... ขอบอกว่ามันสวยจนน่าประทับใจ ไฟสีแดงที่ถูกคั่นเอาไว้ด้วยไฟสีฟ้า สวยมากจนอดคิดไม่ได้ว่า เป็นเราถ้าเห็นพลังแฟนคลับที่พร้อมใจกันขนาดนี้แล้วจะปลื้มแค่ไหนหนอ ดนตรีเศร้าๆของเพลง Love In The Ice ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของสมาชิกในวงแต่ละคนที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้ถึงอารมณ์สุดๆแบบไม่ใครยอมใคร จะบอกว่าร้องแบบถวายชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันไพเราะเอามากๆจนอดขนลุกไม่ได้เลยจริงๆ ทุกคนเสียงดีและร้องด้วยใจโดยแท้ บวกกับภาพ VTR ที่เปิดประกอบไปตลอดทั้งเพลงก็สวยมาก ก่อนจะจบเพลง และกระจายตัวไปรอบๆแคทวอล์กเพื่อถ่ายทอดเพลง Don’t Say Good Bye ตอนนั้นเองที่กล้องจับภาพไปยังสมาชิกในวงแต่ละคนให้ได้เห็นกันชัดๆ ชางมินยิ้มน้อยๆ เห็นได้ชัดว่าความเป็นหนุ่มขี้อายยังมีอยู่เต็มเปี่ยม แต่ก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าน้องคงจะรู้สึกตื้นตันมาก ตอนที่รู้สึกว่าทำไมแจจุงร้องเพลงติดขัดบ้างเล็กน้อย ถึงได้เห็นว่าตาและจมูกเริ่มแดงไปแล้ว ส่วนคนที่เราเห็นชัดที่สุดคงจะเป็นจุนซูที่รู้ได้เลยว่าพยายามอย่างหนักที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้เต็มที่ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหวยกมือขึ้นปาดน้ำตาจนได้ในที่สุด เมื่อจบเพลง สมาชิกทั้งสี่คนก็เดินมารวมตัวกับจุนซูที่ยืนอยู่กลางแคทวอล์ก ก่อนจะร้องเพลง Insa ที่กินใจแบบสุดๆ สเตจกลางยกตัวขึ้นสูงพร้อมกับ หมุนไปรอบๆ โดยมีกระดาษสีขาวโปรยปรายออกมาไม่หยุด ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศ O คอนเสิร์ต ตอนที่ร้องเพลง You’re My Miracle จะต่างกันตรง Insa เศร้าและเหงากว่าเท่านั้นเอง

ก่อนจะจบเพลงนี้สเตจก็เริ่มลดตัวลง วันแรกดูเหมือนจะขัดข้องเล็กน้อยทำให้สเตจลดตัวลงช้าและไม่เข้าล็อกของมัน ทำให้น้องๆถึงกับต้องกระโดดลงจากเวทีก่อนจะวิ่งกลับเข้าหลังเวที แต่ในวันที่สองปัญหานี้ไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างจึงลงตัวพอเหมาะพอดีไปหมด จบบลูโปรเจ็กต์ลงอย่างสวยงามและประทับใจสุดๆ นึกขอบคุณคนที่คิดโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา และทำให้เราเป็นคนหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมด้วยอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

เบรกอารมณ์อีกครั้งด้วย VTR ที่ขึ้นให้เห็นกันแบบชัดๆไปเลยว่าเป็น Dance Battle ระหว่างยุนโฮและจุนซู ตัวพ่อขาแดนซ์ของวงโดยแท้ จุนซูเปิดเวทีก่อนด้วยการออกสเต็ปตัดกับสป็อตไลต์บนเวทีที่ลิงค์กับบีตกลองอันหนักหน่วง ก่อนจะวาดลวดลายในเพลง Xiahtic ผลงานการแต่งของเจ้าตัวเอง รู้มาก่อนหน้านี้ว่าน้องคีย์แห่ง Shinee เป็นคนที่ร่วมฟีเจอร์ริ่งเพลงนี้กับจุนซู แต่คอนเสิร์ตนี้เดาไม่ถูกจริงๆว่าใครหนอจะมาทำหน้าที่นี้ จนกระทั่งเห็นใครท่าทางคุ้นๆ ยืนใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีม่วงเดินออกมานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่างานนี้น้องคีย์ไม่ต้อง พี่ยูชอนจัดให้ เรียกว่า งานนี้แม้จะไม่มีน้องคีย์ แต่แค่ยูซูได้ขึ้นมาฟีเจอร์ริ่งด้วยกันบนเวที แฟนๆก็ตายตาหลับกันแล้ว ปิดท้ายช่วงนี้แบบกระชากใจและเร้าใจแบบสุดๆ เป็นโซโล่ที่สนุกมากจริงๆ

โซโล่สุดท้ายจึงไม่พ้นหัวหน้าวงยุนโฮไปแบบไม่ต้องสงสัย เพลง Checkmate ที่เจ้าตัวเป็นคนแต่งเอง ถูกนำมาใช้ในคอนเสิร์ตนี้ โดยเปิดตัวอย่างเท่ด้วยแดนเซอร์หนุ่มในชุดสูทแบบเต็มยศ ส่วนตัวยุนโฮน่ะหรือโหนตัวลอยลงมาเท่บาดหัวใจอย่างแรง ก่อนจะออกสเต็ปแบบไม่มีกั๊ก พลังมีเท่าไหร่ใส่ลงไปแบบเต็มที่ ท่าเต้นไม่ต้องห่วง แน่นอนทุกก้าว ทุกท่า แข็งแรงและสง่างามเอามากๆ แฟนๆยิ่งกรี๊ดกันหนักเมื่อเริ่มมีแดนเซอร์สาวๆออกมาเต้นด้วย แหม... ก็เข้าใจหรอกนะ ท่าเต้นเซ็กซี่ไม่ยั้งขนาดนั้น พอเข้าคู่กับแดนเซอร์สาวมันก็ยิ่งเซ็กซี่หนัก ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ขนาดนั้น บอกได้คำเดียว อิจฉา เราเองมานึกในใจ เออ... เห็นใจน้องผู้หญิงเหมือนกันนะ แหม... ก็ทำตามหน้าที่ แต่พาลจะถูกเหม็นขี้หน้าเอาเพราะดันมาเต้นคู่กับลีดเดอร์ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่เสียนี่ ปิดท้าย Checkmate ด้วยหัวใจของสาวๆทั้งฮอลล์ที่แทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อยุนโฮจบด้วยท่า (ที่ดูคล้ายๆกับ) จูบน้องนางชุดแดงคนนั้นนั่นแล

VTR Mirotic ถูกเปิดคั่น เดาได้ไม่ยากว่าเพลงต่อไปคงเป็นเพลงพระเอกของคอนเสิร์ตคราวนี้แน่ๆ ก็จริงดังคาด น้องๆห้าคนเดินออกมาตามบล็อกกิ้ง ก่อนอินโทรเพลง Mirotic จะดังขึ้น ต้องบอกว่านี่ก็เป็นอีกเพลงที่ยิ่งฟังยิ่งชอบ ยิ่งได้ดูโชว์ก็ยิ่งรู้สึกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวแล้วชอบทั้งหมดทั้งท่าเต้น บล็อกกิ้ง รวมไปถึงการร้อง Mirotic เวอร์ชั่นนี้ มีช่วงโชว์เต้นของยุนโฮและจุนซู ดูเพลินมากจริงๆ ก่อนจะเข้าท่อนของชางมิน ซึ่งเสียงแข็งแรงมากจริงๆ จบเพลงนี้ก็มี VTR ชางมินดีดกีตาร์ไฟฟ้าสั้นๆแต่เท่ได้อีก ก่อนจะเข้าเพลง The Way You Are เวอร์ชั่นร็อคที่แปลกหูไปอีกแบบ โดยหนนี้น้องๆวิ่งกระจายไปตามแคทวอล์กอีกแล้วโดยมีแจจุงยืนอยู่ตรงกลาง เพลงนี้กระโดดกันสนุกมาก แล้วก็เริ่มจะสังเกตว่า พอสนุกแบบนี้ทีไร ความรั่วจะเริ่มปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งแจจุงที่ชอบทำหน้านิ่งเป็นนิจสิน พอเป็นเพลงสนุกแบบปลดปล่อยแบบนี้ น้องจะหัวเราะออกมาแบบเต็มที่จริงๆ ผมนั่นก็สะบัดเข้าไป แหม... พลิ้วซะจนน่าอิจฉาทีเดียว

จนกระทั่งอินโทรเพลง Somebody To Love ขึ้นมานั่นแหละ เรางี้หัวใจแทบกระโจนออกมานอกอก เพราะอยากจะฟังน้องๆร้องเพลงญี่ปุ่นแบบสดๆแบบนี้มานานมาก เลยทั้งกระโดดทั้งโบกมือแบบสนุกสุดๆ ช่วงนี้ต้องบอกว่าเป็นช่วงมอบโชค เพราะว่าจะเริ่มเล่นกับคนดูกันมากขึ้นแล้ว โซนที่เราอยู่ก็จะมีชางมินสลับกับยุนโฮเดินขึ้นเดินลงกันเพลินตามาก ซักพักจุนซูก็มา โอ้โห... สนุกกันจนงงไปเลยว่าใครเดินมามั่ง น้องๆวิ่งกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว จนถึงเพลงโปรดที่เรารอฟังมานานนั่นก็คือ Crazy Love ชอบมากเป็นการส่วนตัว ก็เหมาะแล้วที่เก็บเพลงนี้มาเล่นตอนท้ายแบบนี้ เพราะบีทมันน่ารักแล้วก็สนุกมากจริงๆ เอาเป็นว่าเพลงนี้นี่คนร้องก็ร้องส่งอารมณ์ให้คนดู คนดูก็รับไปแบบเต็มใจสุดๆ แล้วเป็นเพลงที่จะจบๆ ก็ไม่จบสักที วิ่งไปมาก็แล้ว วิ่งกลับไปเมนสเตจก็แล้ว... กว่าจะ It’s my crazy love for you ได้ ทำเอาคนดูจะตกอัฒจรรย์ตายเสียให้ได้ ได้ฟีลเหลือเกิน เรียกเสียงกรี๊ดตอนท้ายได้อีกนิดเมื่อแจจุงกับยุนโฮเล่นกันสองคนเป็นเด็กๆ วันแรกนี่แจจุงเดินไปกอดคอเอง วันที่สองทำท่าวิ่งไล่กัน เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนๆยิ่งนัก

จบ Crazy Love น้องบอกลาก่อนจะวิ่งเข้าหลังเวที เป็นที่รู้กันว่าเป็นช่วงอังกอร์ รอให้น้องกลับออกมาใหม่ ช่วงที่รอสลับกับแฟนๆที่ร้องเรียกชื่อทงบังชิงกินั้น ชั้นสอง สาม และสี่ก็เล่นเวฟกันอย่างสนุกสนาน ประมาณว่าหาความสำราญให้กับตัวเองไปพลางๆก่อนว่าอย่างนั้น จนกระทั่งแสงจากจอ VTR สว่างขึ้น เป็นรูปมือคนกำลังเล่นเกมอยู่ในมือ และทำท่าลังเลว่า จะ Replay หรือจะ Quit ดี เออ เข้าใจทำนะ น่ารักทีเดียว ก่อนมือข้างนั้นจะคลิกไปที่ Replay ภาพบนจอก็เต็มไปด้วยสมาชิกทงบังที่โคลนนิ่งออกมาอีกไม่รู้กี่สิบตัว เดินกันให้ควั่ก ก่อนที่ทงบังชิงกิตัวจริงทั้งห้าคนจะเดินออกมา พร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่ สดใสทั้งสีกางเกงและรองเท้า

คงไม่มีเพลงใดจะเหมาะกับช่วงนี้ได้เท่าเพลง Hahaha อีกแล้ว หนุ่มๆร้องเพลงไปวิ่งไล่จับกับไป พอจังหวะดนตรีหยุดก็ฟรีสตัวเอง ทำท่าอะไรก็ค้างเอาไว้อย่างนั้น มาฮาแตกเอาตอนยุนโฮเล่นกับจุนซูนี่แหละ แหม ทำไปได้ ขณะเดียวกันแจจุงก็เข้าสู่โหมดรั่วเต็มพิกัด สนุกสนานแบบไม่ปิดบังอีกต่อไป หัวเราะจนตาหยีกลายเป็นเด็กๆไปเลย วันที่สองน้องมินไม่รู้ทำอีท่าไหนล้มลงเฉย ท่าจะหนักเอาเรื่อง เพราะเล่นเอาขากระเผลกไปเลยเหมือนกัน แต่ดูจากหน้าตาน้องแล้วยังยิ้มได้ แถมออกแนวขำตัวเองมากกว่า แฟนๆเลยโล่งใจหน่อย จนกระทั่งเข้าอินโทรเพลง Sky นี่แหละ ช่วงนี้ปลาบปลื้มมากเพราะนอกจากจะเป็นเพลงญี่ปุ่นอีกเพลงแล้ว ยังเป็นจังหวะที่แจจุงวิ่งมาตรงโซนข้าพเจ้าพอดี เล่นกับแฟนๆเป็นที่สนุกสนานมาก นอกจากตัวเพลงจะร่าเริง ศิลปินก็ร่าเริงไม่แพ้กัน วิ่งไปวิ่งมากจนเวทีแทบจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปแล้ว ชางมินแม้ขาจะยังดูกระเผลกอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ก็หาได้หยุดตัวเองไม่ เอากับพี่ๆด้วยเหมือนกัน ทั้งเต้นทั้งกระโดดกันใหญ่ ยุนโฮไม่ต้องพูดถึงเต้นเป็นลิงเป็นค่างสนุกมาก

ห้าหนุ่มวิ่งไปรวมตัวกันที่เมนสเตจก่อนจะพูดขอบคุณคนดู ไม่รู้ทำไมแม้จะเป็นสคริปต์แต่ก็รู้สึกได้ว่า คำพูดต่างๆมันกินใจดีจัง ปิดท้ายช่วงนี้โดยน้องมินพูดเข้าเพลง Song For You เวอร์ชั่นเกาหลี และเป็นอีกครั้งที่ชางมินหัวเราะออกมาด้วยความเขิน ขี้เขินอะไรจะขนาดนั้นก็ไม่รู้ น้องๆกระจายกำลังไปตามแคทวอล์กอีกครั้ง เป็นช่วงมอบโชคครั้งใหญ่ เพราะคนที่อยู่ชั้นสองติดเวทีจะได้สัมผัสมือกับน้องๆอย่างใกล้ชิด แจจุงขึ้นมายืนบนสเตจเล็กโซนเราพร้อมกับจุนซู และ...สมกับพะยี่ห้อแจจุง...คือต้องลืมเนื้อ ฮามาก... ลืมเนื้อตรงท่อนฮุคด้วย หันไปมองหน้าจุนซูพักนึงถึงจะร้องต่อได้ ขออภัยหากไม่ได้เอ่ยถึงน้องคนอื่น เพราะแจจุงดึงดูดสายตาข้าพเจ้ามาก เอาเป็นว่าเป็นช่วงที่น้องๆสลับกันวิ่งไปมา จนจำไม่ได้แล้วว่าใครบ้างที่วิ่งมาโซนนี้ แต่ที่แน่ๆครบทุกคนล่ะ แต่ที่ยังประทับใจติดตาจนตอนนี้คือ ยุนโฮที่มายืนกวาดสายตามองคนดูก่อนจะโค้งให้ไม่หยุด ราวกับอยากจะบอกว่าความซาบซึ้งใจอันนี้ไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ นอกจากก้มลงโค้งขอบคุณคนดูทุกทิศทาง สายตาของน้องๆทุกคนเวลาหยุดยืนมองดูแฟนๆนี่รู้เลยว่า อยากจะมองทุกคนให้เห็นเต็มตา อยากจะเก็บภาพประทับใจเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เห็นแล้วซาบซึ้งมากจริงๆค่ะ

น้องๆบอกลาคนดูอีกครั้งเป็นครั้งที่สองก่อนจะวิ่งหายเข้าไปหลังเวที แน่นอนเสียงตะโกนเรียกชื่อวงยังคงดังกึกก้อง แถมการเล่นเวฟกันเป็นระยะๆนั่นอีก จนกระทั่ง..... จุนซูขึ้นไฮดรอลิกยกสูงจากพื้นถึงอัฒจรรย์ชั้นสามด้านหลังมิกเซอร์ คงจะเป็นอะไรที่ถูกใจสุดๆสำหรับแฟนๆของน้องจุนซู เพราะเรียกได้ว่าใกล้ชิดกันแบบสุดๆ สมาชิกคนอื่นๆยืนกระจายตัวกันอยู่ตามจุดต่างๆของเวที เสียงอันทรงพลังของจุนซูดังขึ้นเป็นช่วงอินโทรของเพลง Tonight ดีใจที่ได้ยินน้องๆร้องเพลงนี้แบบสดๆอีกครั้ง เพราะถือเป็นเพลงปล่อยพลังแบบไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ แน่นอนว่าทุกคนเสียงดีไม่มีตก เพลงนี้เราเทใจให้แจจุงเพราะพลังเสียงที่น่าทึ่งนั่นแหละค่ะ ประทับใจมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นเพลงสุดท้ายแล้ว รู้ได้เลยว่า สมาชิกในวงร้องเพลงแบบถอดหัวใจร้องออกมาเลย

จบเพลงนี้จึงเป็นช่วงที่สมาชิกทงบังชิงกิทั้งห้าคนจะบอกลาคนดูจริงๆเสียที ทุกคนออกมายืนเรียงกันหน้ากระดานก่อนจะพูดขอบคุณ จับมือกันและพร้อมใจกันโค้งคำนับคนดูด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะเดินไปรอบๆเวทีจนทั่ว ทั้งโบกมือ พูดขอบคุณ โค้งให้กับคนดูไปตลอดจนกระทั่งเดินกลับขึ้นไปบนเมนสเตจที่เหล่าแดนเซอร์ออกมายืนรอกันพร้อมหน้า ยุนโฮพูดขอบคุณแดนเซอร์ และไม่ลืมขอบคุณคนดู ช่วงนี้ชักจะจำไม่ได้ว่าใครพูดว่าอะไรบ้าง รู้แต่พูดขอบคุณกันเป็นภาษาไทยชัดแจ๋วทีเดียว

ทั้งสมาชิกในวงและทีมแดนเซอร์จับมือกันชูขึ้นก่อนจะโค้งคำนับขอบคุณคนดูเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไอ้ช่วงก้มอยู่นั้น เท้าซนๆของใครบางคนก็ไปแหย่ขาอีกคน เตะกันบ้าง เขี่ยกันบ้าง หยอกล้อกันตามประสาทงบังชิงกิที่รั่วได้ใจนั่นเอง ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือทุกคนที่เดินโบกมือกลับเข้าหลังเวที ปิดท้ายด้วยยุนโฮที่ตะโกนขึ้นว่า “I Love You THAILAND” เรียกเสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์จากคนดูได้อีกครั้ง

สมาชิกทงบังชิงกิหายกลับเข้าไปหลังเวทีแล้ว และคงจะไม่กลับออกมาอีก แต่แฟนๆก็ได้แสดงพลังออกมาอีกครั้งด้วยการร่วมใจกันร้องเพลง Don’t Say Goodbye ถือเป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายที่แฟนๆพร้อมใจกันทำให้พวกเขาอย่างเต็มใจยิ่ง ปิดท้ายคอนเสิร์ตนี้ลงด้วยน้ำตา เสียงหัวเราะและความประทับใจที่ยากจะลืม

หลังคอนเสิร์ตแม้จะเจอกับพายุฝนฟ้าคะนองจนไม่อาจจะไปไหนได้ แต่กลับไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์เป็นทุกข์ร้อนอะไรเลย ไม่ถามเพื่อนที่มาด้วยสักคำว่าสนุกไหม เพราะแค่เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนก็บอกได้ชัดเจนแล้วว่า แค่คำพูดคงบอกได้ไม่หมดจริงๆ ขนาดที่ว่ารถติดเจียนตายเรายังเฉยๆ และพูดคุยกันเรื่องคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบลงไปได้ตลอดทางชนิดไม่รู้เบื่อจริงๆ

ขอบคุณ...
- ทงบังชิงกิ ยุนโฮ แจจุง ยูชอน จุนซู และชางมิน ไม่น่าเชื่อว่าเราจะสามารถเทใจให้กับศิลปินสักกลุ่มได้มากขนาดนี้ มีความสุขมากที่ได้ติดตามผลงานและความเป็นไปของพวกเขาตั้งแต่คอนเสิร์ตแรกที่ไม่รู้จักเพลงของวงเลยแม้แต่เพลงเดียว จนถึงคอนเสิร์ตที่สองที่เริ่มชอบ จนถึงคอนเสิร์ตนี้ที่ไม่อาจจะถอนตัวจากหนุ่มๆกลุ่มนี้ได้แล้วจริงๆ ถ้าน้องๆยังขยันออกผลงาน ขยันรั่วได้อย่างนี้ พี่จะบ้าจี้ติดตามผลงานและความรั่วของน้องต่อไปเหมือนกัน ขอบคุณเหลือเกิน
- เพื่อนสนิทที่ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน แม้นานๆเราจะโทรหากันที แต่ตอนที่คิดว่าจะพาใครมาดูคอนเสิร์ตด้วยดี เพื่อนเป็นคนแรกที่ฉันนึกถึง ดีใจที่ทำให้เพื่อนมีความสุขได้
- เพื่อนที่แสนดีสำหรับบัตรคอนเสิร์ตวันแรก ถ้าไม่ได้เธอฉันคงพลาดความสนุกของวันแรกไปแล้ว ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อ
- ขอบคุณเจ้าของโปรเจ็กต์ต่างๆที่ทุ่มเทแรงใจที่จะทำอะไรเพื่อหนุ่มๆอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมาคงไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใดๆ เพราะทงบังชิงกิแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับแฟนคลับในประเทศไทย ขอบคุณแท่งไฟสีฟ้าสวยๆที่ทำให้เราได้เป็นส่วนร่วมเล็กๆอันน่าประทับใจครั้งนี้
- ขอบคุณชีวิตที่ทำให้เรามีวันดีๆแบบนี้

ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2552    
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 12:28:45 น.
Counter : 811 Pageviews.  

Review: YAMAHA Presents SMTOWN LIVE’08 IN BANGKOK

Orginal Date: 29 November 2008
Actual Date: 7 February 2009
Venue: Rajamagala National Stadium

ในที่สุดก็ได้ไปดูเสียที สำหรับคอนเสิร์ตออฟเดอะเยียร์ที่รอกันข้ามปี เพราะติดโน่นติดนี่กันเอาเสียจน แฟนๆใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ค่าที่ว่าลุ้นเกิ๊น...

บ่ายแก่ๆของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ข้าพเจ้าจึงเดินทางไปยังสถานที่จัดคอนเสิร์ตเสียที ในที่นี้ขอเรียกสั้นๆว่าสนามกีฬาหัวหมากเหอะนะ เพราะชื่อเต็มย้าวยาว เกรงจะสะกดไม่ถูก ตามนัดที่จะต้องไปลงทะเบียนรับบัตรผู้สื่อข่าวนั้น คือบ่ายสาม แต่เนื่องจาก... มันร้อนได้ใจ จุดลงทะเบียนคือด้านหน้าทางเข้างานนั่นแหละ รับแดดกันเปรี้ยงๆเลยทีเดียว ข้าพเจ้าไม่อาจทำใจไปยืนต่อแถวรอได้ในเบื้องต้น เพราะป่วย จึงรอเวลาต่อไปอีกหน่อย แล้วจึงค่อยกลั้นใจไปต่อแถว และสิ่งที่ได้มาก็คือบัตรห้อยคอสัญลักษณ์งานคอนเสิร์ตคราวนี้ ที่เขียนเอาไว้เรียบร้อยว่า PRESS และสายรัดข้อมือสีเขียวสดมากๆอีกหนึ่งเส้น ต้องใส่คู่กัน ห้ามแยก ห้ามกั๊ก ไม่งั้นอดเข้างาน

อาเจ๊ พี่สาวนักข่าวคนสนิทของข้าพเจ้าตามมาสมทบในสภาพสะบักสะบอม เพราะเธอห้อแน่บมากจากพัทยา แถมเกือบได้ตบตีกะคนขับแท็กซี่ที่พาเธอไปอ้อมเมืองเล่นในบ่ายวันเสาร์ที่รถโคตรติด... หน้าเหวี่ยงมาเลย เราจึงเดินเข้าไปตบหลังตบไหล่ เอาน่าพี่... เดี๋ยวไปสนุกกะคอนเสิร์ตกันแล้ว อย่าหงุดหงิด เดี๋ยวหน้าจะไม่งาม

เกือบๆห้าโมงเย็น พีอาร์คนสวยน้ำใจงามผู้อุปการะบัตรแก่เรามาแล้วหลายต่อหลายครั้งในงานที่ผ่านๆมา ก็เดินนำพาเหล่านักข่าวเข้าไปประจำจุด นี่เป็นการเข้าดูคอนเสิร์ตที่นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆว่า จะไปอยู่จุดไหนได้บ้าง เนื่องจากสเกลงานใหญ่เหลือเกิน จำได้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ที่สุดที่เคยได้เข้าไปดูก็คือ L’Arc-en-Ciel ที่ Tokyo Dome แต่นี่มันใหญ่กว่านั้นอีก แถมเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งเสียด้วย

การเข้าไปในฐานะนักข่าวแล้วมีพีอาร์พาเดินเข้าไป เป็นเรื่องที่ดีตรงที่ ไม่ต้องไปแย่งน้องๆเข้า (เพราะสู้แรงเด็กๆไม่ไหว) และไม่ต้องไปคลำทางหาเอง สนามใหญ่บึ้มมาก ถ้าไม่มีคนพาเข้าไป คงมีงงกันบ้างล่ะกว่าจะรู้ว่าที่ทางของตัวเองอยู่มุมใด ตอนที่กำลังจะเข้าสู่สนาม ก็โดนดักด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมีเสียก่อน พอเพลงจบ สื่อบางส่วนแล้วก็เด็กที่กำลังเดินเข้า ถึงกับวิ่งไปหาที่นั่งของตัวเองกันเป็นพัลวัน พีอาร์ของเราจึงรีบบอกก่อนว่า สื่อไม่ต้องวิ่งตามไปนะคะ เพราะเราไม่ได้ไปอยู่กะคนดู จะมีช่องพานักข่าวทะลุไปยังโซนเพรสที่แยกออกมาต่างหากอีกทีหนึ่ง

ก็ปรากฏว่า... โซนของเรานั้นหากหันไปทางเวทีจะอยู่ด้านซ้ายมือ ถัดจากโซนยืน AL ถือว่าเป็นทำเล ที่ไม่เลวเลยทีเดียว แต่ก็มีหลายคนจับจองจุดที่คาดว่าจะใกล้เวทีใหญที่สุดไปแล้ว เรากะเจ๊ผู้ซึ่งไม่ชอบไปเบียดกับใคร อีกทั้งก็เห็นว่า ในคอกที่กั้นไว้นั้น ก็ได้ดูได้เห็นอะไรชัดเท่าๆกันนั่นแหละ ก็เลยเดินเลี่ยงออกมายืนด้านหลังคอกที่ติดกับเครนกล้อง แล้วก็จอมอนิเตอร์ยักษ์ข้างอัฒจรรย์อีกที ทำเลไม่เลว หันไปมองอีกด้านมีเวทีเล็กอยู่ด้วย ก็คิดว่า คงได้เห็นน้องๆมาวิ่งเล่นกันเวทีเล็กนี่กันบ้างล่ะ เออ น่าสนุก แต่ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตและขี้สงสัย ก็หันไปมองข้างหลัง (ของเรา แต่ก็คือด้านข้างสุดออกไปอีกนั่นแหละ) ที่ปล่อยเอาไว้โล่งๆ แต่กลับมีเหล็กกั้น มีเจ้าหน้าที่เดินไปมา แล้วคิดกับตัวเองว่า ไม่น่าจะเป็นที่ที่ปล่อยไว้โล่งๆเฉยๆแน่ๆ แต่ก็ยังนึกไม่ออกจนกระทั่ง... ต้องติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณตัวเองที่คิดถูกที่มายืนปักหลักพิงที่กั้นเหล็กกันแบบนั้นไม่ยอมไปไหน เพียงเพราะตัดรำคาญเวลาคนเบียดกันเท่านั้นแท้ๆ

คอนเสิร์ตเริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.30 น. แบบเป๊ะๆ ประเดิมเวทีด้วยน้องเล็กของค่ายอย่าง Shinee ที่เสื้อผ้าของน้องนั้น อยู่ไกลๆยังเตะตาพี่เสียจนแทบหงายหลัง ขอออกตัวไว้ก่อนว่า รายชื่อเพลงที่จะเอ่ยถึงต่อๆไปนั้น เบสออนเซ็ตลิสต์ที่ได้รับมา แต่ว่าข้าพเจ้าจะคอยเช็กและแก้ไขไปตลอดที่ดูคอนเสิร์ต เพราะมันไม่ได้เรียงตามนั้นเป๊ะเสียทีเดียว แล้วก็ต้องออกตัวว่า เราเป็นแฟนเพลงของ ทงบังชิงกิ เป็นหลัก ส่วนวงอื่นๆบางวง จะเคยได้ยินเพลงบ้าง แต่เรื่องชื่อเพลงนี่ บางทีต้องยอมแพ้นะ เพราะฉะนั้นหากมีการลงชื่อเพลงผิดพลาดก็ขออภัยนะคะ แต่สามาถแจ้งให้แก้ไขได้ในภายหลังค่ะ ดังนั้นถ้าอะไรที่เราไม่รู้ก็จะบอกไม่รู้ อะไรที่ไม่แน่ใจก็จะบอกไม่แน่ใจ เว้ากันซื่อๆค่ะ

Shinee เปิดตัวด้วยเพลง Run It ต่อด้วย ซาเกยฮัน และเพลงที่สาม เพลงนี้ชอบเป็นการส่วนตัวตอนที่ได้ยินครั้งแรกใน School of Rock ของวง นั่นก็คือ Real เพลงนี้ป๊อปติดหูมากจริงๆ Shinee ร้องเพลง และเต้นแบบเต็มที่กันมากๆ เด็กๆน่ารักเกิ๊น ก่อนจะส่งคิวให้กับสาวๆ SNSD ต่อ… ที่ผ่านมาเคยเห็นแต่สาวๆใน MV บ้างอะไรบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็นๆมายืนกันเต็มเวที ต้องบอกว่าบล๊อกกิ้งพวกเธอเป๊ะมากๆ แล้วก็สวยทีเดียว เรื่องความสดใสต้องยกให้ไปเลย ร้องเพลงไปยิ้มไป หนุ่มๆใจละลาย แต่เห็นแบบนี้ พวกเธอก็ได้รับเสียงกรี๊ดไปไม่น้อยนะคะ สาวๆเริ่มต้นด้วยเพลง The Story I Want to Tell You ต่อด้วยเพลงบัลลาดซึ้งๆอย่าง Complete และปิดท้ายช่วงนี้ของพวกเธอด้วย Baby Baby น่ารักสดใสแบบไม่เกรงใจกันเลยว่าอย่างนั้น

สาว Zhang LiYin ขึ้นมาโชว์พลังเสียงเพลง I will ซึ่งต้องขอบอกเลยว่า เสียงเธอดีจริงๆ พลังเสียงแน่นอนมากๆ เสียอย่างเดียว… เสื้อผ้าหน้าผมเพลงนี้ ดูมีอายุไปหน่อย ทั้งที่ตัวจริงเธอออกจะดูน่ารักและเด็กกว่านี้ตั้งเยอะแท้ๆ

เสียงกรี๊ดกระหึ่มขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้น เป็นการบอกให้รู้ว่าเป็นช่วงของหนุ่มๆ ทงบังชิงกิ ที่จู่ๆก็นั่งเก้าอี้โผล่พรวดขึ้นมาตรงส่วนปลายของแคทวอล์กเวทีน่ะค่ะ น้องๆใส่ชุดนักเรียนกันมาเป็นการย้อนไปถึงสมัยที่เปิดตัว HUG ซิงเกิ้ลแรกของวง เพลง HUG ในเวอร์ชั่นนี้ มีความพิเศษตรงที่ มันถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในแบบอะคูสติก งานนี้ช่างกล้องตัดภาพได้ถูกใจ เพราะมุมที่เรายืนจะมองเห็นแต่ด้านข้างไกลๆของหนุ่ม จึงอาศัยจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ดูเอา เห็นชัดได้อีก เสียงกรี๊ดดังลั่นเมื่อกล้องจับภาพไปยังใบหน้าของสมาชิกในวงแต่ละคนที่ร้องในช่วงของตัวเอง แจจุงหน้าบลิ๊งเป็นประกายขึ้นกล้องมาก ยูชอนยิ้มมีความสุขเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆดังลั่น ยุนโฮหล่อเท่สมเป็นลีดเดอร์ จุนซูที่ตอนนี้ผมสีดำเข้มก็ดูดีมีคาริสม่า ส่วนชางมินขโมยซีนพี่ๆ เพราะหล่อเข้มไม่เกรงใจใคร

จบจากเพลง HUG ก็เป็นเพลง Love is จากอัลบั้มที่สองของวง เพลงนี้จังหวะคึกคักขึ้นมาหน่อย น้องๆก็เลยกระจายกำลังไปวิ่งเล่นบนเวทีเล็กกันบ้าง… ก็ปรากฏว่า โซนข้าพเจ้า น้องจุนซูเดินอย่างเท่ขึ้นไปครองเวทีเรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าแฟนานุแฟนกันดังลั่นทีเดียว และหลังจากจบเพลงนี้ ข้าพเจ้าก็ถึงบางอ้อ เมื่อได้รู้เสียทีว่า ไอ้พื้นที่โล่งๆข้างหลังเนี่ย มันมีเอาไว้ทำไม และโชคดีแค่ไหนที่ตัดสินใจมายืนปักหลักอยู่ตรงนี้

เพลงถัดไปคือ One Love ที่เราชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว แต่หนนี้พิเศษตรงที่ มันกลายมาเป็นเพลงดูเอ็ตระหว่างจุนซูกับฮยอกแจแห่งเอสเจ ประเด็นคือ น้องเซียจุนซูคะ... มันเรื่องอะไรที่น้องจะต้องเดินมาข้างหลังพวกพี่ แล้วมายืนร้องเพลง แล้วถอดเสื้อนอกจนเหลือแต่เสื้อกล้ามขาวๆ แล้วเดินเฉียดเข้ามาใกล้จนจะเอื้อมถึงอยู่แล้วแบบนั้น ข้าพเจ้าและเจ๊ที่นั่งอยู่บนรั้วเหล็กที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ปีนลงมาไม่ทันเนื่องจากแฟนๆในคอกเพรสวิ่งเข้ามาดันขวางทางเอาไว้ เราจึงได้นั่งมองจุนซูอยู่อย่างนั้นในมุมสูงแบบโคตรชัด... จุนซูขโมยซีนไปอย่างรุนแรง และทำเอาหัวใจนักข่าวจะวาย ก่อนน้องจะเดินขึ้นไปแจมกับฮยอกแจบนเวทีต่ออย่างเมามัน ส่วนข้าพเจ้าและอาเจ๊หันไปมองหน้ากัน แล้วก็แท็กมือกันกลางอากาศโดยรู้กันในใจว่า ทำเลที่เราเลือกกันนั้น “เทพ” จริงๆ

ช่วงถัดไปเป็นโชว์แร็ปของเหล่าแร็ปเปอร์ตัวพ่อของแตละวง อันได้แก่ ยุนโฮ และ ยูชอนจากทงบังชิงกิ ชินดง และทงแฮจากเอสเจ และน้องคีย์แห่ง Shinee เรียกได้ว่าแร็ปกันกระจายแบบเมามันมากชนิด ไม่มีใคร ยอมใครเลยทีเดียว แล้วจู่ๆ สองหนุ่มแห่งทงบังฯก็วิ่งมาแร็ปกันบนเวทีเล็กโซนข้าพเจ้าอีกแล้ว ตอนเห็นน้องเดินขึ้นไปยังนึก อือม์ ปาร์กยูชอน... นายนี่มันแนวจริงๆ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงรองเท้าที่สวมใส่ อะไรก็ไม่เท่า พอแร็ปเสร็จ ลงเวที ก็มีรถ ประมาณรถกอล์ฟ...มารอรับตรงเวที แล้วก็ขับโฉบผ่านหลังข้าพเจ้าไปอีกแล้ว แหม... ผ่านกันซึ่งหน้าแบบนี้ ก็ต้องมีโบกไม้โบกมือกันหน่อยนะ

หันกลับขึ้นไปมองบนเวที เป็นช่วงหนุ่มๆจากเอสเจขึ้นไปโชว์ทักษะทางดนตรีเป็นไลฟ์แบนด์เล่นกันสดๆ ขึ้นมาเพลงแรก ชางมิน น้องเล็กแห่งทงบังฯ ขึ้นไปโซโล่เดี่ยวเพลง โอรีนันดา เพลงร็อคเสียงสูงปรี๊ดที่คงมีแต่ชางมินนี่แหละที่ร้องถึงอยู่คนเดียว ชางมินโซโล่เดี่ยวนั้นพูดได้คำเดียวว่า อย่างเท่ ต่อจากนั้นจอมขโมยซีนแห่งเอสเจ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ฮีชอล หรือเจ๊ซินของแฟนๆนั่นแหละ ก็ขึ้นมาร้องโซโล่บ้าง เพลงที่นำมาร้องคือ มีชยอ แต่อะไรก็ไม่เท่า เจ๊แกเดินไปหามือกลอง ก็พ่อซีวอนของแฟนๆนั่นแล ก่อนจะเซอร์วิสแฟนๆด้วยการจับซีวอนจูบปากกันโต้งๆเลย แม่เอ๋ย... แฟนๆกรี๊ดกันอัฒจรรย์แทบแตก ไอ้เราก็ได้แต่หัวเราะเสียสติ เพราะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรที่เจ๊แกจะขึ้นไปทำอะไรห่ามๆแบบนั้นบนเวทีน่ะนะ

หลังจากนั้น สาวแทยอน ลีดเดอร์แห่ง SNSD ก็ขึ้นไปโชว์เดี่ยวด้วยเพลง Can You Hear Me ซึ่ง เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากนะ แต่ให้เดา คาดว่าเอียร์มอนิเตอร์ของแทยอนน่าจะมีปัญหา เพราะเห็นเธอทำหน้าแปลกๆ และร้องเพลงนี้ได้ไม่เต็มเสียงเลย เหมือนไม่ค่อยมั่นใจ แล้วก็ปรากฏว่า เธอร้องเพี้ยนไปเกือบทั้งเพลง เราจึงค่อนข้างแน่ใจว่า น่าจะเกิดจากเอียร์มอนิเตอร์นั่นแหละ เพราะปกติแทยอนนี่เธอตัวแม่เรื่องเสียงร้องของวงอยู่แล้ว คงไม่จู่ๆมาพลาดเอาง่ายๆแบบนี้หรอก แต่ที่น่ารักก็คือคนดูที่ปรบมือให้กำลังใจเธออย่างกึกก้องนั่นแหละ

แล้วเวทีก็ตกเป็นของน้องเล็กแห่งเอสเจ คยูฮยอน กับหนุ่ม จงฮยอน แห่งShinee ที่จับมือกันออกมา ร้องดูเอ็ตเพลง คอวีเอกุม เสียงอลังการณ์งานสร้างมากทั้งสองคน ทำเอาเราที่ฟังอยู่ข้างล่างขนลุกกับพลังเสียงของสองหนุ่มเลยล่ะ และตอนนั้นเอง ข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็นรถกอล์ฟที่กำลังจะพาใครสักคนเคลื่อนตัวมาสแตนด์บายที่เวทีเล็กโซนเดิม ไม่ใช่ใครที่ไหน แจจุง ที่สวมเสื้อเชิ้ตดำ กางเกงขาวอย่างเท่ นั่งมาในรถนั่นเอง พอเห็นเราก็เลยโบกมือให้ เนื่องจากชอบน้องแจอยู่แล้วเป็นการส่วนตัว บอมีคนโบกมือให้ แจจุงที่หันมาเห็นก็ก้มหน้ายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะแบบที่เจ้าตัวชอบทำเวลาเขินนั่นเอง น้องน่ารักมากจริงๆโมเม้นต์นั้น บนเวทีก็น่าดู หันไปทางนี้ แจจุงก็น่าดู เป็นการดูคอนเสิร์ตที่เหนื่อยจริงๆเลยเหอะ

ก็จริงดังคาดตรงที่ช่วงถัดไปเป็นช่วงดูเอ็ตระหว่างแจจุงกับสาวคนใดคนหนึ่งแน่นอน ก่อนหน้านั้น ทั้งที่โซลและปักกิ่ง แจจุงจะร้องดูเอ็ด เพลง Scars Deeper Than Love กับสาว Lina แห่ง The Grace แต่พอหนนี้ The Garce ไม่ได้มา หน้าที่จึงตกไปยังสาวนางหนึ่งแห่ง SNSD ไม่แน่ใจว่าเป็นสาวซันนี่หรือเปล่า ยังไงรบกวนผู้รู้เข้ามาคอนเฟิร์มนิดนึงนะคะ เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะร้องกับใคร พลังเสียงก็ยังคงดีไม่มีตกอยู่นั่นเอง ส่วนตัวชอบเสียงแจจุงเป็นทุนเดิมอยู่เลย เจอแบบนี้เลยประทับใจหนัก แต่ที่นึกชมเชยช่างกล้องอย่างนึงก็คือ คืนคอนเสิร์ตนั้น เรามองเห็นพระจันทร์ชัดเจนมาก แม้จะไม่เต็มดวงแต่ก็กลมสวยไม่เบา ก่อนขึ้นเพลง กล้องถ่ายพระจันทร์ขึ้นมอนิเตอร์ แล้วก็ตัดภาพเป็นแจจุง โอ้โห... อยากจะปรบมือให้ช่างกล้อง เธอเข้าใจคิดเหลือเกิน

ขากลับแจจุงกลับมาขึ้นรถตรงเวทีเล็กเหมือนเดิม หนนี้พอรถออกตัวผ่านไปอีกครั้ง แจจุงหันมาเห็นโซนเพรสที่มีคนโบกมือให้ เจ้าตัวเลยโค้งรับหนึ่งทีเป็นการขอบคุณ ก่อนจะโบกมือตอบกลับมา ทำเอาสาวๆระทวยกันไป ข้าพเจ้าก็เบิกบานไปอีกคำรบ หันไปมองเจ๊ เฮ้ย... เหลือแค่น้องมินคนเดียว ก็ครบเลยนะ มาคอนเสิร์ตคราวนี้ คุ้มเลยนะถ้าเฉียดหลังเราครบห้าคนน่ะ ลองทายดูนะคะว่า จบคอนเสิร์ตแล้ว จะครบจริงอย่างที่คิดหวังเอาไว้หรือเปล่า

ช่วงถัดไปก็เป็นคราวของหนุ่มๆ Super Junior – M ที่มากันพร้อมหน้าทั้ง โจมิน และ เฮ็นรี่ ขอบอกว่ากลับมาหนนี้เฮ็นรี่โตเป็นหนุ่มขึ้นเป็นกอง หล่อขึ้นได้อีกนะนั่น เจ็ดหนุ่มขึ้นมาโชว์สองเพลงรวดคือ ME และ Love Song เรียกเสียงกรี๊ดกันไป แล้วมาเบรกอารมณ์กันด้วย Super Junior – H ที่ Happy สมชื่อ กับเพลง Pajama Party ดูใน MV เราก็ว่าขำกันแล้ว มาเจอของจริง อู๊ยยยย ฮาแตกนะ เรียกทั้งเสียงกรี๊ดและเสียงฮาจากคนดูได้แบบเต็มอารมณ์จริงๆเลย ก่อนจะปิดท้าย Session แรกไปด้วยเพลง Our Love ของ เอสเจ

สิริรวมแล้ว Session แรกร้องกันไปยี่สิบกว่าเพลง ดูนาฬิกา เพิ่งจะทุ่มกว่าๆ คืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก เพราะ Session ที่สอง มีเพลงมารอให้ร้องกันอีกสามสิบเพลง คุณพระ!!! ช่วงพักสิบนาที จึงต้องขอนั่งพักเอาแรงบนพื้นนั่นแหละ เพราะเมื่อยขามาก แต่ช่วงพัก ก็ไม่ได้ปล่อยให้เวทีเดดแอร์ไปเฉยๆนะ เพราะบนจอมอนิเตอร์ยักษ์ก็มีการเปิดภาพ VTR บอกเล่าประวัติศาสตร์ศิลปินทั้งหมดของค่าย SM กันไป เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆเป็นระยะๆ เท่าที่จำได้ก็เห็นมี SES, HOT, Shinhwa, The TRAX, TVXQ, SJ, SNSD, Shinee แล้วไหนจะศิลปินเดี่ยวอย่าง BOA, Kangta หรือ Zhang LiYin ต้องขออภัยหากตกหล่นชื่อใดไป อ้อ มี Fly to the Sky ด้วย ที่เหลือ ถ้าไม่คุ้นหน้าก็จำชื่อไม่ได้จ้ะ

เริ่ม Session 2 ที่ต้องบอกเลยว่า ไม่ว่าใครก็ห้ามพลาด เพราะขอเรียกช่วงโชว์ต่อไปนี้ว่า SMP ตอนเห็นลิสต์เพลงยังมีคิด โอ้โห... กะเอาคนดูให้ตายเลยใช่ไหมนี่ เพราะเปิดเวทีด้วย U ของ เอสเจ ซึ่งที่เห็นจะลืมไม่ได้ คงจะเป็นพัดประจำตำแหน่งของเจ๊ซินที่สีแดงบาดหัวใจ เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนๆได้เป็นอย่างดี บวกกับท่านางพญาจิกตา กระตุกยิ้มของเธอ คงต้องยกให้เลย จบเพลงนี้ ต่อด้วย Purple Line ของทงบังฯ โวะ… มันช่างเท่ยิ่งนัก คอสตูมหนนี้ของน้องๆเป็นคอสตูมจากอัลบั้มใหม่ล่าสุดที่เน้นความแข็งแรง และความเซ็กซี่ จึงได้โชว์กล้ามและซิกแพ็กกันไปไม่เกรงใจเลือดของแฟนๆเอาเลยจริงๆ จุดเด่นของโชว์นี้ไม่เพียงแค่ความแข็งแรงและความพร้อมเพรียง แต่ไฟบนเวทีที่เป็นสีม่วงนั่น สวยเอามากๆจริงๆ

ต่อด้วย Twins ของเอสเจ ที่ต้องยกให้วงนี้ไปเลย เรื่องบล๊อกกิ้งของวง บวกกับความพร้อมเพรียงและ แข็งแรงด้วยแล้ว โชว์นี้จึงดูตื่นตาตื่นใจเป็นบ้า ใครเป็นแฟนป๋าฮันเกิง งานนี้เลือดสาด เพราะป๋าเล่นเปิดเสื้อโชว์มันตลอด ต่อด้วย MIROTIC ของทงบังฯที่ในที่สุดก็สมหวังว่า ได้ดูน้องๆเล่นไลฟ์เพลงนี้ให้เห็นกับตาเสียที ที่เจ๋งไปกว่านั้น MIROTIC เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นพิเศษแบบที่เคยเอาไปเล่นในงานประกาศผลรางวัลใหญ่ๆช่วงปลายปีที่เกาหลีนั่นเลยเผื่อใครนึกไม่ออก ท่าเต้นเลิศ สเต็ปเป๊ะ เสียงเทพดีไม่มีตกเลยก็แล้วกัน

ยังไม่หยุดความมันบนเวที เมื่อเอสเจขึ้นมาโชว์เพลง Don’t Don เพลงมันมาก และโชว์ก็มีพลังดีเหลือ เกิน เสื้อผ้าคอสตูมเน้นที่สีน้ำเงินเมทัลลิกเป็นหลัก แต่ว่าหล่อเข้มกันหมด จบจากเพลงนี้ก็ต่อด้วย O Jang Ban Hab ที่ห้าเทพกระโดดขึ้นมาจากพื้นเวทีอย่างเท่ ก่อนจะขึ้นเพลง โดยมียุนโฮเต้นประเดิม ดูเหมือนว่าทุกทีที่จะมีท่าเป่าขนนกเป็นปกติ ยุนโฮเปลี่ยนท่าใหม่ที่เท่และเซ็กซี่ โชว์ความแข็งแรงดูแปลกตาขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเข้าเพลงที่ร้อนแรงเป็นบ้า ทุกคนใส่พลังกันแบบไม่ยั้ง ไม่มีใครยอมใครจนเหงื่อโชกไปหมด เห็นแล้วแทบจะหยุดหายใจไปเลย ละสายตาไปไม่ได้จริงๆ

เอสเจขึ้นมาต่อทันทีกับเพลง A Man In Love ที่ข้าพเจ้าออกจะชอบสเต็ปและจังหวะของเพลงนี้ เป็นการส่วนตัว ยิ่งเวลาที่น้องเต้นกันชนิดพร้อมเพรียงยิ่งน่าดูชม ไม่ต้องพูดถึงเลยเถอะ และไม่ให้ได้ทิ้งช่วงจังหวะหายใจกันด้วย Rising Sun ขอบอกก่อนว่า ตั้งแต่เริ่ม Session 2 มา เอ็ฟเฟ็กต์กระจายมาก ทั้งไฟ ทั้งพลุไฟ ยิ่งกันเปี๊ยวป๊าวไม่หยุด ช่างตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ ยิ่ง Rising Sun อู้หู… พลุงี้กระจาย... น้องก็ทั้งร้องทั้งเต้น ไฟบนเวทีก็ร้อนแรงเร้าใจแบบสุดๆ พอจบเพลงนี้ มหาพลุจากทุกทิศทางก็พร้อมใจกันจุดยิงขึ้นแบบอลังการณ์งานสร้าง ตื่นตาตื่นใจแบบสุดๆ บอกได้เลยว่าโชว์ช่วงนี้เป็นช่วงโปรดที่เราชอบและประทับใจที่สุดเลยก็ว่าได้

ถ้าคิดว่าความมันจบลงแค่นี้ คิดผิดแล้ว... เพราะเรายังมีน้องๆ Shinee ที่พลังมากล้นไม่แพ้กัน ห้าหนุ่มขึ้นมาโชว์เพลง Love Like Oxygen เพลงที่เราชอบเป็นการส่วนตัว พร้อมพร๊อบเป็นเก้าอี้สองตัว หนักแน่นทั้งท่าเต้นและพลังเสียง ฟอร์มดีไม่มีตกกันล่ะ แล้วก็ต่อด้วยเพลงช้าอย่าง In My Room ที่เด็กๆถ่ายทอดเพลงนี้ออกมา ได้ดีมาก จริงๆนะ Shinee เนี่ย เท่าที่เห็นศักยภาพน้องๆแล้ว อนาคตไปไกลแน่นอน แล้วก็ต่อด้วยเพลงใหม่ AMIGO ก็เต้นกันกระจายอีกล่ะค่ะท่านผู้ชม เหนื่อยก็เหนื่อย สนุกก็สนุก

เพลงถัดไป เป็นหนุ่มๆห้าเทพ ทงบังชิงกิ ทีแรกเห็นชื่อเพลงเขียนว่า Se dan ma ก็ยังคิดไม่ออกว่าเพลง อะไร แต่พออินโทรขึ้นเท่านั้นแหละ แทบกรี๊ด เพลง You’re my miracle เพลงโปรดของข้าพเจ้านั่นเอง ดีใจมากที่ในที่สุดก็ได้ดูน้องๆร้องเพลงนี้แบบสดๆโดยที่เราสามารถร้องไปด้วยได้จนจบเพลง ประทับใจมากทั้งที่เหมือนจะเป็นเพลงธรรมดา แต่ก็รักเพลงนี้จริงๆนะ... คอสตูมในช่วงนี้ของทงบังชิงกิ มาเป็นแบบสบายๆมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่รู้เป็นไง ยุนโฮในเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวลายสก๊อตนี่ มันช่างหล่อเปล่งประกายเฮ้ย (นี่แอบคิดกับตัวเองนะ)

หนุ่มๆ เอสเจ ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับเพลง You’re my endless love ที่ ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเมาธ์เลยว่า คอนเสิร์ตนี้ เจ๊ซินเธอขยันหาเศษหาเลยกับน้องๆในวงดีเหลือเกิน แต่ก็น่ารักดีนะ เพราะเธอรั่วได้ใจจริงๆเหอะ แล้วก็ถึงคราวสาวๆ SNSD ขึ้นมาโชว์เพลง Kissing You แบบออริจินอลเวอร์ชั่นบ้าง อู๊ย… สาวๆก็น่ารักกันซ้า... ทำเอาหนุ่มแท้และหนุ่มไม่แท้หลายๆคนออกอาการปลื้มพวกเธอไม่น้อยอยู่นะ ตัดสลับกับเอสเจที่เอาเพลง Dancing Out เวอร์ชั่นร็อคขึ้นมาโชว์กันบ้าง ก่อนสาวๆ SNSD จะขึ้นมาปล่อยของกันอีก หลายเพลง เนื่องจากเซ็ตลิสต์ที่ได้มามันแปลกๆ แถมข้าพเจ้าก็ไม่ใช่แฟนตัวแอ้ของสาวๆ ก็เลยไม่มั่นใจว่าช่วงนี้สาวๆเธอร้องเพลงอะไรบ้าง รู้แต่ว่า น่าร้ากกกกันทุกคนเลย

เพลงต่อไป สาว Zhang LiYin ขึ้นมาโชว์เพลง One More Try ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ข้าพเจ้า เป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา จะเห็นเธอเป็นสาวเรียบร้อยร้องแต่บัลลาดเศร้าๆ แต่มาเพลงนี้ เธอปล่อยผม แล้วเสื้อผ้าก็ดูเซ็กซี่ขึ้น แถมเพลงก็เป็นเพลงเร็ว สาวเจ้าเองก็ออกสเต็ปได้ไม่เบาเลย ประทับใจแฮะ เธอทำได้ดีมากเลย และในที่สุดอีกหนึ่งเพลงที่เรารอคอยก็มาถึง อยากดูน้องๆทงบังฯร้องสดเพลง Love in the Ice มานานแล้วก็ได้ดูสมใจเสียที ขอบอกว่าเพลงนี้ น้องๆปล่อยของแบบไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ เป็นเพลงที่ทุกคนได้โชว์เสียงแบบไม่มีกั๊ก และช่วงที่เราชอบมาก ก็เห็นจะเป็นช่วงที่หากใครร้องคู่กับใครก็จะมีการหันไปหาคนที่ร้องกับตัวเองทุกครั้ง ประทับใจมาก ขนลุกเลยล่ะ ทั้งพลังเสียงของน้องๆ ทั้งบรรยากาศในตอนนั้น บวกกับอากาศที่ดีเอามากๆมีลมโชยมาเบาๆตลอด มันก็เลยทำให้เพลงนี้มันจับใจยิ่งกว่าครั้งใดที่ได้ฟังเลยล่ะค่ะ รู้สึกดีมากจริงๆ

เบรกอารมณ์ซึ้งๆกันด้วยห้าหนุ่ม Shinee ที่หยิบเอาเพลงดังที่ส่งให้น้องๆดังเป็นพลุแตกมาแล้วนั่นก็คือ Noona, you are so pretty โดยก่อนหน้านั้นห้าหนุ่มห้อจักรยานไฟฟ้าแบบสองล้อตะบึงผ่านหลังข้าพเจ้ากันไปสแตนด์บายเวทีเล็กด้านหน้าสุดที่โซนเรามองไม่เห็น แต่ก็อาศัยดูเอาจากจอมอนิเตอร์เอาก็พอไหวอยู่ หนุ่มๆมาในคอสตูมโทนเหลืองสดใส ร้องเพลงออกลีลากันเต็มที่ ให้ตายเถอะ น้องเล็กแทมินนี่เต้นเก่งเป็นไฟเลย ก่อนที่จะห้อรถของตัวเองกลับเข้าหลังเวทีผ่านแฟนๆที่กรี๊ดส่งกันเป็นระยะ

เงยหน้าขึ้นมองบนเวที อู้หู... สีสันบาดหัวใจ เมื่อสาวๆ SNSD ขึ้นไปสแตนด์บายรอร้องเพลง Gee ที่ตอนนี้กำลังมาแรงๆสุดๆ กางเกงของพวกเธอมีทั้งสีเหลือง เขียว ชมพู แบบสะท้อนแสงเจิดจ้าบาดสายตามาก ต้องยอมรับว่านี่เป็นครั้งที่สองที่ได้ฟังเพลงนี้ แต่ก็เป็นเพลงที่ฟังสนุกดีจริงๆ บวกกับโชว์ที่สาวๆใส่กันแบบเต็มที่บนเวที ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้ติดหูหนักขึ้นไปอีก จบเพลงนี้ปุ๊ป ก็ต่อด้วยเพลง Way to Go ที่ถูกนำไปใช้ประกอบ โฆษณามือถือ Sumsung Haptic ที่มีหนุ่มๆทงบังชิงกิมาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ไปตั้งแต่ปีที่แล้วโน่นแน่ะ

ช่วงต่อไปนี้แม่ยกน้องเฮ็นรี่แห่ง Super Junior – M ถึงกับหายใจผิดจังหวะ เพราะน้องขึ้นมาโซโล่ ไวโอลินแบบเท่บาดใจ ทั้งเพลงที่เลือกมา ลีลาท่าทางและเทคนิคของน้อง บวกกับเสื้อผ้าหน้าผม (ที่ดูแล้ว แอบนึกว่ามันคล้ายยุนโฮหน่อยๆนะเนี่ย แปลได้สั้นๆว่าหล่อมากนั่นเอง) ขอบอกว่าโชว์นี้น้องเกิดแบบสุดๆ เล่นสีไวโอลีนไปเต้นไป ออร่าเปล่งกระกายกระแทกใจคนดูแบบเต็มๆเลยล่ะ ตอนจบของเพลงจึงเรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลายกันไปเป็นที่ชื่นใจยิ่งนัก

มาถึงช่วง Dance Battle ที่หลายคนรอคอยกันบ้าง จริงๆมีเซอร์ไพรซ์เยอะทีเดียว เพราะดูจากลิสต์ที่มีแล้ว ปรากฏว่าบนเวทีมีเพิ่มจากในลิสต์อีกหลายคน เราเรียงลำดับการเต้นไม่ได้ว่าใครก่อนใครหลังนะคะ แต่ว่าที่มีในลิสต์ก็คือ ดงแฮ ดูเหมือนดงแฮจะขึ้นก่อนคนแรก มีน้องแทมิน มียุนโฮ มีเฮียวฮยอน ซึ่งเต้นเก่งมาก มีฮันกยอง มีชินดงที่แบบไม่เพียงแต่มาเต้นตรงเวทีเล็กโซนข้าพเจ้า ยังกล้าสวมชุดหมีขาสั้น ผูกจุกแล้วเต้นเพลงของเจ๊ อีเฮียวริ ด้วย... ขอบอกว่าสะดิ้งได้ใจมาก คาดว่ายังติดลมกับ Wonder Boys ไม่หายนะ ที่เพิ่มมาจากในลิสต์ ก็ได้แก่ ฮยอกแจที่สวมหน้ากากสีเงินออกมาเต้นได้เท่มากจริงๆ จุนซูออกมาเต้นคู่กับแดนเซอร์สาวอย่างเท่ เลยทีเดียว และที่เซอร์ไพรซ์ยิ่งกว่า เจ๊ซินที่มาเต้นในเพลง Ranism เสื้อผ้าหน้าผมเป็นเรนมาเลย ดูอยู่ตั้งนาน ว่าใครนี่หนอ เอาซะเหมือน ก็มาถึงบางอ้อว่า ที่แท้ก็เจ๊ซินของน้องๆนี่เอง

และแล้วก็เข้าสู่ช่วงท้ายของโชว์ ไม่ต้องอะไรมากดูจากเสื้อที่ใส่ก็รู้ เสื้อยืดขาวพะยี่ห้อ SM Town มาเลย เริ่มด้วยทงบังชิงกิที่ออกมาวิ่งเล่นกันในเพลง Oasis ขอบอกว่า น้องๆรั่วมาก เฮฮากันสุดชีวิต แจจุงอย่างซน วิ่งไปทั่วเลยทีเดียว แจ็กพ็อตมาโผล่ตอนที่สามหนุ่ม ยุนโฮ ยูชอน และชางมิน มาวิ่งเล่นที่เวทีเล็กนี่อีกแล้ว ร้องเพลงไปเต้นไป ฮากันไป พอจบเพลง ก็มีรถมารับ… ตอนรถผ่านไป... โซนเพรสก็โบกมือให้ หนนี้ยุนโฮที่นั่งหน้าโบกตอบ ยูชอนที่นั่งคู่มากับน้องมินก็โบกกลับมาใหญ่ ส่วนชางมินทำท่ายิงปืนส่งกลับมาให้ใครซักคนที่ทำท่าเดียวกันนั้นไปให้ สร้างความเฮฮากันเป็นอันมาก ถึงตอนนี้เป็นอันว่า ห้าหนุ่มทงบังชิงกิได้ผ่านโซนด้านหลังข้าพเจ้ากันครบถ้วนกระบวนความแล้ว (ปลื้มใจมาก)

ตัดสลับมาบนเวที เป็นทีของหนุ่มๆเอสเจกับเพลง Happiness ที่ร่าเริงราวกับเมายากันมา ทั้งหลุด รั่ว ลิง แบบไม่มีแอ๊บเท่กันอีกต่อไป โดยยังคงมีเจ๊ซินขโมยซีนและหาเศษหาเลยกับสมาชิกในวงคนอื่นอยู่เนืองๆ ต่อด้วยเพลง Wonder Boy ที่ดูไปดูมาก ชักรั่วขึ้นเรื่อยๆยังไงไม่ทราบแฮะ ทงบังกลับขึ้นมาอีกครั้งกับเพลง Balloons กับท่าเต้นและเนื้อร้องน่ารักๆที่แฟนๆร้องตามกันได้ พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อสมาชิกที่ขึ้นมาร้องในแต่ละท่อน ของตัวเองด้วย ชางมินได้ดอกไม้ประดิษฐ์อันเบ้อเริ่มมาตั้งสี่ดอกน่ารักเชียว ส่วนแจจุงได้ตุ๊กตาช้างสีม่วงมาจากแฟนๆ ท่าทางจะชอบมาก เดินถือไปแกว่งไปไม่ยอมปล่อยกันเลย

สองวงจึงได้ร้องเพลงด้วยกันในที่สุดตอนเพลง Show Me Your Love นี่เอง… ที่ว่าฮาและรั่วนั่น เจอเพลงนี้เข้าไป ยิ่งหนักข้อยิ่งกว่าเดิมอีก ที่ฮาก็คือ จะมีตอนที่สองวงแยกกันไปอยู่ตรงเวทีเล็กด้านซ้ายและด้านขวา ทงบังต้องมาทางโซนที่เรายืนอยู่ ในขณะที่เอสเจต้องไปอีกด้าน... แต่... แต่... แล้วทงบังหายไปไหนคนนึง!?! ซักพัก แจจุงวิ่งมา วิ่งไปหัวเราะไป คงประมาณว่าไปขึ้นผิดเวที เดินตามเอสเจไปซะงั้น รู้ตัวอีกทีถึงได้ย้อนกลับมาหาวงตัวเอง เออ เฮ้ย... มันรั่วจริงๆนะเนี่ย

ร้องกันบนเวทีได้ซักเดี๋ยวก็เดินลงไปกัน เพื่อไปสมทบกันตรงเวทีข้างหน้าสุด ระหว่างทางจะให้เดินไปเรื่อยๆร้องไปเรื่อยๆ เห็นทีจะผิดไปล่ะ เสียยี่ห้อทงบังกับเอสเจหมด พี่แกเลยร้องไป ฮาไป เล่นกล้องไป แบบไม่อายฟ้าดิน เอามันกันอย่างเดียว เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงฮาจากคนดูไปแบบเต็มๆ

และถ้าหากคิดว่าความวุ่นวายได้จบลงแต่เพียงเท่านี้ ท่านคิดผิด เมื่อเพลง hotmail ขึ้นมา พร้อมกับน้องๆวง Shinee, SNSD และสาว Zhang LiYin ไปกันใหญ่เลยทีนี้ เพราะดันใส่เสื้อเหมือนกันหมด วิ่งกันกระจายไปทั่วเวที แบบดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร ต้องอาศัยจอมอนิเตอร์เท่านั้นเลย รอให้พี่ช่างกล้องตัดภาพมาให้ดู ไม่งั้นไม่ไหว เยอะแยะเต๊มมมมมเวทีไปหมด ไอ้เราก็เอาวะ มองหาแจจุง ไปไหนซะแล้วก็ไม่รู้ ซักพัก เอ๊า... มานั่งปุ๊กขัดสมาธิอยู่ตรงริมเวทีใหญ่ ร้องเพลงไปถือดอกไม้ไป ถือตุ๊กตาไป ไม่สนโลก ซักพักก็เหยียดแข้งเหยียดขา เฮฮาและรั่วไปแล้วอยางสมบูรณ์แบบ หน้าน้องหัวเราะและยิ้มแบบมีความสุขมากจริงๆ

ยิ่งเพลงสุดท้าย Redsun ตอนนั้นแต่ละคนตัวเปียกกันไปหมด เพราะเล่นเอาน้ำมาสาดกันเป็นที่สนุกสนานมาก ผู้หญิงผู้ชายไม่มีการละเว้น เอะอะเอาน้ำราดหัวกันแบบไม่ยั้ง ดูไปหัวเราะไป เหมือนเด็กซนๆกลุ่มใหญ่วิ่งเล่นกันยังไงยังงั้นเลยทีเดียว พอเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ก็มีการจุดพลุกันแบบสวยมากๆ ตื่นตาตื่นใจแบบสุดๆ มีพลุรูปหัวใจด้วยนะนั่น แต่เหนื่อยคนดู เวทีก็ต้องดู หน้าจอก็อยากเห็น พลุก็สวย ถึงกับแยกประสาทกันไม่ถูกเลยทีเดียว

ถ้าใครคิดว่า น้องๆทั้งหมดมายืนเรียงกันเพื่อจะกล่าวคำอำลาในตอนท้ายจะเป็นการปิดฉากคอนเสิร์ตคราวนี้ ท่านคิดผิด เพราะหนึ่งวันก่อนหน้าคอนเสร์ตใหญ่คราวนี้ เป็นวันเกิดของยุนโฮ ลีดเดอร์ของทงบังชิงกิ คาดว่าเจ้าตัวคงพอรู้ว่าน่าจะมีเซอร์ไพรซ์ แต่ลงลืมไปแล้ว และไม่คิดว่าจะมาเซอร์ไพรซ์กันเอาตอนท้ายแบบนี้ ตอนอีทึกพูดบอกทุกคนว่าเมื่อวานเป็นวันเกิดยุนโฮ เจ้าตัวก็ตกใจนิดหน่อยก่อนจะบอกว่าขอบคุณครับ และหน้าเหวอไปเลยเมื่อมีเค้กขึ้นมาเซอร์ไพรซ์ ทุกคนจึงเรียกให้สมาชิกทงบังชิงกิมายืนรวมๆกัน ก่อนจะร้องเพลงแฮ็ปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรไปพร้อมกับแฟนเพลง เป่าเค้กเสร็จ กรี๊ดกร๊าดปลาบปลื้มกันไปเป็นที่เรียบร้อย... แล้วที่ข้าพเจ้าสังหรณ์เอาไว้ก็ไม่ผิด เมื่อเห็นปาร์กยูชอนกว้าเค้กขนาดไม่น่าจะต่ำกว่าสามปอนด์มาถือเอาไว้ เหมือนจะไม่มีอะไร ก่อนที่จะมีการส่งไมค์ให้เจ้าของวันเกิดได้พูดอะไรสักหน่อย เจ้าของวันเกิดพูดได้ยังไม่ถึงสามคำ เพื่อนทรยศที่ยืนกันอยู่ด้านหลังพร้อมใจกันล็อกแขนยุนโฮ ก่อนปาร์กยูชอนจะทำหน้าที่โปะเค้กเข้าที่ใบหน้าเท่ๆของลีดเดอร์ของวง แบบเต็มๆ เนื้อๆ เน้นๆ พูดได้คำเดียวว่าเละ!!! ฮาแตกกันไปทั้งบนและล่างเวที โดยอีทึกทำระทึกด้วยการยื่นหน้าเข้าไปงับเค้กบนหน้าของยุนโฮที่แม้จะพยายามหนีแค่ไหน ก็ไม่รอดในที่สุด สงสารยุนโฮนะ แต่ว่าความฮามันมีมากกว่าจริงๆ

คอนเสิร์ตคราวนี้ปิดฉากลงอย่างประทับใจสุดๆ เมื่อสมาชิกของแต่ละวงออกมาขอบคุณกันไปแบบพร้อมหน้าวงใครวงมัน เริ่มจากน้องเล็ก Shinee ต่อด้วย SNSD สาว Zhang Liyin ที่พูดจีนมาเลย แล้วก็เอสเจ ปิดท้ายด้วยพี่ใหญ่ทงบังชิงกิ ที่ตอนนี้ยุนโฮหน้าเละน้อยลงแล้ว (มีคนใจดีส่งผ้ามาให้น้องเช็ดคราบเค้กไปบ้างแล้วไง) ที่ออกมาพูดขอบคุณแฟนๆทุกคนอีกครั้ง

ปิดท้ายด้วยศิลปินทุกคนทุกวงโค้งขอบคุณคนดู และเดินกลับเข้าไปหลังเวที เป็นการปิดฉากคอนเสิร์ต SM TOWN LIVE คราวนี้ลงอย่างสวยงามและน่าประทับใจยิ่ง

ขอบคุณพี่ตุ้มพีอาร์สำหรับการอนุเคราะห์บัตร พี่อาร์มที่ไม่เคยพลาดงานไหนงานนั้นลากน้องไปด้วยตลอด อดามัสสำหรับคอนเสิร์ตดีๆ ทีมงานทุกท่าน แม้แต่น้องๆแฟนๆที่เข้าไปสร้างสีสันและสนุกไปกับคอนเสิร์ตคราวนี้ เวลาเงยหน้าขึ้นมองบนอัฒจรรย์มันสวยมากๆเลยล่ะ ขอบคุณศิลปินทุกคนและทุกวง ค่ายต้นสังกัดทั้งไทยและเกาหลี ขอบคุณช่วงเวลาดีๆตลอดเกือบสี่ชั่วโมงกว่าๆ คงจะไม่ลืมมันไปนานเลยล่ะค่ะ

เล็กๆน้อยๆ
- ไม่อาจจะออกความเห็นเรื่องซาวนด์ได้ เนื่องจาก เราอยู่ในโซนที่อยู่ข้างเวทีมาก ซาวนด์ที่ได้ยินจึงไม่เต็มร้อย แต่ก็มีรู้สึกเหมือนกันว่าไมค์บางตัวดังมาก บางตัวดังน้อย และเอียมอนิเตอร์ที่น่าจะมีปัญหาในบางครั้ง
- น้องๆหลายคนในโซนนักข่าว ไม่รู้ว่าเป็นนักข่าวจริงหรือไม่จริง อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ว่าบางทีก็น่าจะรักษากริยากันหน่อย โบกไม่โบกมือแสดงความชื่นชมได้ไม่มีปัญหา แต่มาแล้วกรี๊ดใส่หูคนข้างๆพี่ไม่ปลื้มค่ะ หูแทบแตก
- หงุดหงิดภาพบนมอนิเตอร์ในบางครั้ง ตัดไปตัดมา บางทีช่วงคนนี้ร้องไม่ไปจับ ไปจับคนที่ไม่ได้ร้องแทน บางวงมีห้าคน กล้องทำตกหล่นไปคนนึง มันน่าน้อยใจ ไม่หรอกค่ะ... คนที่มองไม่เห็นเวทีลำบากนิดหน่อยแค่นั้นเอง แต่ก็เข้าใจแหละว่า ศิลปินมันเยอะ ใครจะไปจำได้หมดเนาะ
- คอนเสิร์ตมีความต่อเนื่องแบบสุดๆ แทบจะมีมีช่วงเดตแอร์เลย ช่วงต่อระหว่างศิลปินอย่างเนียน ชอบไอเดียที่ไม่ใช่แค่เอารถมาคอยรับส่ง แต่ใช้รถไฟฟ้าด้วย น่ารักดี เลยได้เห็นสาว SNSD กับน้องๆ Shinee ซิ่งรถกันสนุกเลย
- วง Super Junior ถ้าได้ใช้เวลาอยู่เมืองไทยต่ออีกหน่อย ก็คงเป็นคนไทยกันไปแล้ว พี่เล่นสปี๊กไทยกันบนเวทีไฟแล่บเลยทีเดียว
- รักคนอ่านทุกคนค่ะ

*** สำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และอยากจะนำรีวิวของเราไปเผยแพร่ เราไม่หวงแต่อย่างใดค่ะ ขอแค่ช่วงลงเครดิตให้เราด้วยแค่นั้นก็พอ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและหวังว่าจะชอบกันนะคะ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 15:52:54 น.
Counter : 483 Pageviews.  

MIROTIC: TVXQ's 4th Album

ทีแรกไม่คิดจัอัปนะเนี่ย แต่ด้วยความที่เพิ่งจะเข้าไปตอบกระทู้ของน้องหวาน Sweetest เรื่องอัลบั้มใหม่ของทงบังชิงกิไป ก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ติดตามฟังผลงานของเด็กหนุ่มห้าคนนี้มานาน แถมน้องๆก็เพิ่งออกอัลบั้มที่ 4 มาด้วย จะไม่เขียนถึงเสียหน่อยก็ออกจะน่าเสียดายเกินไป ก็เลยขอเอามารีวิวให้เป็นที่ระทึกสักนิดก็แล้วกัน

อันที่จริงต้องขอออกตัวก่อนว่า เพิ่งจะมาตั้งใจซื้อหาฟังงานของทงบังชิงกิอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง แล้วก็มีอันให้ต้องตามหางานเก่าๆมาฟังอีกเรื่อยๆ ค่าที่ปลาบปลื้มว่าเด็กพวกนี้เก่งเอามากๆ เพลงก็ดี เพอร์ฟอร์มานซ์บนเวทีก็ดี เนื่องจากข้าพเจ้ามีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตที่เมืองไทยทั้งสองครั้ง ก็คือ Rising Sun เมื่อปี 2006 กับ O เมื่อปี 2007 แล้วมาข้องใจตรงที่ ไอ้เพลงที่มันหลอนติดหูข้าพเข้าอยู่ได้เพลงนี้ มันเพลงอะไรกันหว่า อดรนทนไม่ได้ ก็เลยโทรไปหา อากิ นักร้องนำวง EZRA ที่สนิทกันแถมเป็นดีเจรายการ Asian Paradise ว่า อากิ เพลงนี้มันเพลงอะไรวะ พร้อมกะฮัมให้ฟังซะงั้น อากิบอก ซักครู่นะพี่ แล้วโทรหา นิว ดีเจรายการเดียวกัน จึงได้คำตอบว่ามันคือเพลง HUG ซิงเกิ้ลแรกของวงนั่นเอง จุดเริ่มจากนั้น ไม่นึกฝันว่าจะทำให้เราตกหลุมทงบังจนขึ้นไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

ขอบอกไว้ก่อนว่า วงที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ก่อนหน้านั้นมีแต่ L'Arc~en~Ciel เท่านั้น และถึงทุกวันก็ยังคงชอบอยู่เหมือนเดิมอีกต่างหาก แต่พอมาเจอเพลงของทงบังเข้าไป งานนี้ถึงกับต้องเทใจให้เลยทีเดียว

อ่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากที่ไปออกงานที่ญี่ปุ่นเป็นว่าเล่นจนประสบความสำเร็จท่วมท้นไปแล้ว ก็ถึงคราวที่วงจะกลับมาออกอัลบั้มเต็มที่เกาหลีเสียที ทิ้งช่วงจากอัลบั้มที่แล้วไปนานถึง 1 ปี 7 เดือนเลยทีเดียว

MIROTIC เป็นอัลบั้มภาษาเกาหลีอัลบั้มที่ 4 ของวงที่มีกำหนดวางขายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา แต่เห็นว่า ด้วยความต้องการที่แฟนๆมีต่ออัลบั้มนี้มันสูงเกินกว่าที่คาดเอาไว้ ก็เลยเห็นว่าต้องเลื่อนวันวางจำหน่ายออกไปอีกสองวัน เท่าที่ติดตามข่าวมา อัลบั้มถึงกับขาดตลาด เพราะแฟนๆมาต่อแถวซื้อกันยาวเหยียดมันทุกห้างทุกสาขา

ส่วนข้าพเจ้านั้น ที่ได้ฟังมา ก็อาศัยมีผู้ใจบุญโหลดมาให้ในรูป MP3 ตั้งใจว่ายังไงก็จะรอซื้อของแท้จาก GMM ให้ได้ แต่มันไม่ทันใจ ในที่สุดข้าพเจ้าก็เลยตัดสินใจสั่งซื้ออัลบั้มนี้ผ่านทาง yesasia มันทั้งสองเซ็ตเลย เซ็ตแรก CD จะมี 12 เพลงพร้อม Photobook อย่างสวย ส่วนเซ็ตที่สอง CD มี 10 เพลง แถม DVD มาให้อีก ไม่คิดมากก็เอามันทั้งหมดนั่นแหละ

หลังจากฟังเพลงจบไปหลายรอบแล้ว ก็คิดว่าเดี๋ยวน้องหวาน Sweetest จะต้องเอามาตั้งกระทู้แน่ๆ แล้วก็จริงดังคาด ข้าพเจ้าก็เลย รีวิวมันสดๆแบบแทร็กต่อแทร็กไปด้วย ก็ปรากฏว่ายาวได้อีก เลยตัดสินใจเอามาลงในบล็อกเสียด้วยเลยก็แล้วกัน เผื่อใครอยากอ่านแบบละเอียดดูบ้าง

ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้รีวิวอัลบั้มแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ไม่ได้ทำงานเป็นนักข่าวประจำที่ไหน ตอนนี้แม้จะมีงานประจำ แต่ว่าก็ยังถือว่าเป็นนักข่าวฟรีแลนซ์แบบกลายๆอยู่นั่นเอง อดไม่ได้ ก็ต้องหาอะไรมาเขียนให้หายเหงาเสียหน่อยแบบนี้แล อีกอย่าง ปกติเป็นคนรีวิวตามใจตัวเองล้วนๆ ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอามาเป็นมาตรฐานตัดสินอะไรได้ ทำเพราะใจรักและอยากทำล้วนๆเท่านั้น

ว่าแล้วตามไปอ่านกันได้เลย

1. MIROTIC
เพลงนี้ฟังทีแรกก็รู้แล้ว่า MV จะต้องออกมาเจ๋งมากแน่ๆ และจริงดังคาด ปกติเราจะไม่ค่อยอินกับเพลงที่มีความเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากๆ ยิ่งถ้าท่อนฮุกไม่โดนก็จบเลย เป็นคนฟังเพลงแล้วติดเมโลดี้มาก คือฟังทำนองก่อน เนื้อทีหลัง ถ้าทำนองไม่โดน เนื้อจะกินใจยังไงก็ไม่อิน แต่พอได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก มันติดหูมากอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งพอได้มาดู MV ก็จบข่าว MV ส่งเพลงสุดๆ ฟังแล้วฟังอีก ดูแล้วดูอีกอยู่นั่น แล้วก็เลยคิดว่า คิดถูกแล้วที่ปล่อยเพลงนี้ออกมาเป็นเพลงแรก เพราะถ้าหากจะโชว์ความแปลกใหม่และความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของ TVXQ ให้ทุกคนได้เห็นล่ะก็ นี่เป็นเพลงที่เหมาะที่สุดแล้วจริงๆ

2. Wrong Number
เป็นเพลงที่เซ็กซี่มากทั้งดนตรี เมโลดี้และวิธีการร้อง เราไม่แน่ใจว่าเพลงนี้เป็นเพลงคัฟเวอร์หรือเปล่า เพราะเคยได้ยินเพลงเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาก่อน แต่ไม่น่าจะเป็นการใช้ Samp. นะคะ ผู้รู้ท่านใดทราบข้อมูลตรงนี้ ก็ร่วมแชร์กันได้ค่ะ เพลงนี้จังหวะอาจจะเนิบๆก็จริงแต่หนักแน่นมาก ฟังทีแรก โอ้... โตเป็นหนุ่มเต็มตัวกันหมดแล้วน้องๆเรา เทคนิคการร้องของแต่ละคนดีขึ้นได้อีก ที่ผ่านมาเด็กพวกนี้มีพื้นฐานการร้องเพลงที่ดีมากอยู่แล้วจากการเทรนหรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะ แต่นี่ก็ถือว่าข้ามชั้นขึ้นไปอีก ปกติเราชอบเสียงแจจุงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้ฟังเพลงนี้ ก็รู้สึกว่าได้ฟังอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมชนิดผิดหูผิดตา โดยเฉพาะท่อนแร็ปที่รอฟังอย่างใจจดใจจ่อเลย เท่มากเลยล่ะ เพราะปกติแจจุงจะไม่แร็ปนะ ร้องอย่างเดียว (แต่เคยได้ยินแร็ปในเพลง Free Your Mind ตั้งแต่อัลบั้มแรก Tri-Angel น่ะนะ ลองไปฟังกันดู เท่ไม่เบาเหมือนกัน) พอได้มาแร็ปเพลงนี้ ปรากฏว่าเป็นการแร็ปที่เซ็กซี่มากจริงๆ แถมเจ้าตัวยังแต่งท่อนแร็กเองเสียด้วย ท่อนฮุกตอนที่ร้องว่า You've got the wrong number, I'm sorry, you've got the wrong number ติดหูมาก ฟังแป๊ปเดียวก็ร้องได้แล้ว ก็เลยกลายเป็นเพลงที่เราชอบไปเรียบร้อยอีกเพลงนึง

3. Picture of You
ต้องบอกว่าเป็นเพลงบัลลาดแนว TVXQ ที่ไม่มีไม่ได้จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของวงไปแล้ว มีทุกอัลบั้มแน่นอนค่ะ เพราะน่าจะเป็นแนวถนัดไปแล้ว ใครที่ชอบบัลลาด เพลงนี้น่าจะโดนแบบไม่ยากเย็นนัก เพราะมีครบหมดทั้งความไพเราะและซาวนด์ดนตรีหวานปนเศร้า เราอาจจะไม่ตื่นเต้นกับเพลงแนวนี้มาก เพราะได้ยินบ่อยๆ แถมน้องๆเองก็ทำได้ตามมาตรฐานของ TVXQ อยู่แล้ว คือดีทั้งตัวเพลงและเทคนิคการร้องนั่นล่ะ แค่อาจจะไม่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มนี้เท่านั้นเอง

4. CRAZY LOVE
รักเพลงนี้มาก เป็นเพลงที่น่ารักเหลือใจจริงๆ ฟังแล้วยิ้ม โลกสดใส แล้วเราดันชอบเพลงแบบนี้เสียด้วยสิ คิดว่าถ้าใครที่ชอบเพลงอย่าง Song for you หรือ you're my miracle น่าจะชอบเพลงนี้ได้ไม่ยาก อารมณ์คล้ายกันแบบนั้นล่ะ ตั้งแต่อินโทรจนจบเพลง ชอบทั้งหมดเลย ทำนองติดหู ฮุกติดหู เนื้อเพลงก็น่ารัก อยากเห็นเวลาน้องๆเอาเพลงนี้ไปโชว์บนเวทีมาก ซาวน์ดเพลงนี้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปที่มีกลิ่นเรโทรของยุค '80s ชัดอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเสียงคีย์บอร์ดนั่น แถมบีตตึกๆๆๆตลอดทั้งเพลงยังชวนให้โยกตามได้เพลินๆอีกต่างหาก แปลกหูดีค่ะ ฟังเพลงนี้จบไปรอบแรก จบข่าวเลย เทใจให้ เพลงนี้เราให้เต็มสิบเลย แล้วก็แอบชอบตอนจบที่ร้องว่า It's my crazy love for you ด้วย น่ารักดี ก็ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน น้องแจจุงนั่นเอง

5. HEY! (Don't Bring Me Down)
SMP ของแท้ที่บีตหนักแน่นเหลือเกิน เป็นอีกเพลงที่อยากเห็น performance บนเวทีของน้องมาก เพลงอย่าง Purple Line นี่ก็ว่าบีตแน่นชัดเจนแล้วนะ เจอเพลงนี้เข้าไป ตึก ตึก ตึก จุกไปเลย แต่แอบฮานิดหน่อยแฮะ... ตรงที่ฟังทีแรกเราดันพาลไปนึกถึงเพลงของ golf-mike ที่ร้องว่า Get down, get down on the floor น่ะ แต่บีทของ HEY! จะหนักกว่แล้วก็เนิบกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็เป็นอีกเพลงที่มีซาวนด์แบบอิเล็กทรอนิกส์โดดเด่นสุดๆ และปกติเราก็ไม่ได้ชอบมาก แต่พอทำออกมา ทำไมถึงติดหูนักก็ไม่รู้ เลยกลายเป็นชอบไปเลย

6. You're My Melody
เพลงนี้เป็นอีกแนวที่แตกต่างไปจากแนวเดิมที่น้องๆเคยร้องมา ทีแรกฟัง โหย... ซาวนด์แบบนี้มันช่างคุ้น แต่นึกไม่ออกว่ามันเรียกว่าอะไร จนน้องหวานเจ้าของกระทู้ดั้งเดิมบอกว่าเป็น urban/ R&B หรือเปล่า เราก็เลยถึงบางอ้อ ใช่เลย (ก่อนหน้านี้ฟังเพลงสากลเยอะมาก แต่ตอนหลังฟังเพลงเอเชียเยอะกว่าเพราะต้องใช้ทำงานมากกว่า ก็เลยลืมค่ะ) เสียงเปียโนโดดเด่นมาเลยชนิดได้ยินคลอไปกับเพลงตั้งแต่ต้นจบ บวกกับไลน์ประสานเสียงเจ๋งๆ เพลงก็เลยออกมาเพราะและล่องลอยอย่างที่ได้ยินกันนั่นแหละ หลับตาฟังแล้วเพลงนี้ซาวนด์มีความเป็นตะวันตกมาก ใส่เนื้อเป็นภาษาอังกฤษลงไปแทนล่ะก็ เนียนเป็นเพลงสากลได้สบายเลย ชอบนะเพลงนี้ น้องๆทำได้ดีเลยล่ะ

7. Rainbow
ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก หือ??? มีแนวนี้ด้วยหรือ... เพลงนี้ซาวนด์มันเป็นผู้ใหญ่มากแต่ว่าก็มีความน่ารักอยู่ อาจจะเพราะมันมีซาวนด์แบบแจ๊สที่ค่อนข้างโดดเด่นก็ได้นะคะ บวกกับซาวนด์ดนตรีที่ย้อนยุคหน่อยๆ แต่ร่วมสมัยมาก เราชอบซาวนด์แบบนี้เสียด้วย เลยฟังเพลินเลย ด้วยชั้นเชิงทางดนตรีและการร้อง นี่ก็เลยเป็นอีกเพลงที่โดดเด่นออกมาจากเพลงอื่นๆสำหรับเรา ที่สำคัญเป็นอีกเพลงที่ฟังแล้วยิ้ม อารมณ์เดียวกับ CRAZY LOVE นั่นเลย เป็นเพลงฟังได้เรื่อยๆสบายใจ แล้วก็ต้องเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นั่น ค่าที่ทำให้โลกสดใสได้เวลาฟัง จุดเด่นของเพลงนี้ก็คือพวกเครื่องเป่านั่นเลย ให้ความรู้สึก Jazzy มาก

8. Paradise
เห็นด้วยกับน้องหวานจ้าของกระทู้ตรงที่ให้ความรู้สึกเหมือนเพลงของ Alicia Keys ฟังแล้วแอบเท่บวกเซ็กซี่ แต่พอดีเราออกจะเฉยๆกับเพลงแนวนี้อยู่สักหน่อย ชอบ Alicia แต่ก็ไม่ใช่แฟนเท่าไหร่ สงสัยว่าเราจะชอบอะไรที่ป๊อปมากกว่าแฮะ อย่างหนึ่งที่โดดเด่นในเพลงนี้และเราชอบมากก็คือ การร้องเพลงที่มีไดนามิกมากของน้องๆนั่นเอง ปกติเด็กพวกนี้รองเพลงมีไดนามิกดีอยู่แล้ว แต่เพลงนี้ช่วยขับจุดเด่นตรงนี้ออกมาให้ชัดเจนมากขึ้นอีกเยอะ ใครมีปัญหาร้องเพลงแล้วไม่ได้อารมณ์เพลง แนะนำให้ลองฟังเพลงนี้ น่าจะมีประโยชน์ทีเดียว

9. Are You A Good Girl
อินโทรมาด้วยซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่บีทติดหูมาเลย แล้วก็เริ่มหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพลงนี้ฟังแล้วอดโยกตามไม่ได้แฮะ ฟังไปฟังมาก็ให้ความรู้สึกเหมือนเพลง O jung ban hub จากอัลบั้มที่สามนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน จังหวะมันดี ถือว่าทำได้ถึงมาตรฐานของ TVXQ นะเพลงนี้ แต่ก็อย่างว่า ด้วยความที่เพลงอื่นๆในอัลบั้มมันเด่นกว่า และแปลกกว่า ก็เลยจะตื่นเต้นกับเพลงนี้น้อยหน่อย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ชอบนะ

10. Flower Lady
ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก ภาพน้องๆร้องเพลงในคอนเสิร์ตโผล่ขึ้นมาเลย เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงปิดที่น้องๆร้องให้แฟนๆในคอนเสิร์ตได้เลยล่ะ เพลงน่ารัก เบาๆ ความหมายดีๆแบบนี้ ฟังแล้วมีความสุขแบบนี้ ไม่น่าพลาดนะ (เดาเอาล้วนๆ) อย่างคอนเสิร์ต Rising Sun ก็... น่าจะเป็นเพลง DRIVE หรือเปล่า พอใน Heart, Mind & Soul ก็น่าจะเป็นเพลง Heart, Mind & Soul นั่นล่ะ คอน O นี่เพลงอะไรหว่า อ๋อ... HUG Remix ใช่ไหม ถ้าจำไม่ผิด ส่วน Five in the Black ก็น่าเป็นเพลง Proud มาถึง T Concert น่าจะเป็น Love in the ice หรือ Kiss shitamama sayonara หรือเปล่า ไม่แน่ใจ เดี๋ยวรอดูคอนเสิร์ตใหญ่ จะรอดูซิว่า เพลงนี้จะถูกเอามาใช้ตอนไหน

11. Forgotten Season
ตอนที่ฟังอัลบั้มนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพลงอะไรเป็นเพลงอะไร แต่มาสะดุดตรงที่ เพลงนี้แจจุงร้องเองทั้งหมด ก็เลยอ๋อ... เพลงนี้นี่เองที่บอกว่าเอาเพลงเก่ามาคัฟเวอร์ ก็เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่แจจุงจะร้องออกมาได้ดีและเพราะขนาดนี้ เพราะทั้งตัวแจจุงและเนื้อเสียงของเจ้าตัวก็ถ่ายทอดเพลงเศร้าๆเหงาๆแบบนี้ออกมาได้ดีอยู่แล้ว แต่สังเกตว่าแจจุงร้องเพลงเศร้าๆแบบนี้ทีไร น้ำเสียงเหมือนคนที่กำลังร้องไห้ทุกที ฟังแล้วมันบาดหัวใจชะมัด มาตรฐานแจจุง แฟนๆไม่ผิดหวังแน่นอน แต่เรากลับเฉยๆกับเพลงแนวนี้นะ คงจะชอบอะไรที่มันหวือหวากว่านี้มากกว่าน่ะเนาะ

12. Love in the ice
ด้วยความที่ฟังเวอร์ชั่นญี่ปุ่นจนติด ก็เลยแอบชอบเวอร์ชั่นเดิมมากกว่านิดหน่อย เพราะเอาเข้าจริงๆ อารมณ์เพลงยังคงมาตรฐานเดิมเอาไว้ได้ทุกสิ่งอย่าง แต่พอรู้ว่าน้องชางมินแต่งเนื้อภาษาเกาหลี โห... ยกนิ้วให้ ทุกคนยังร้องออกมาได้ดีตามมาตรฐาน Love in the ice ค่ะ แต่... แต่และแต่ แอบปลื้มท่อนที่ยูชอนร้องสุดเสียงที่ร้องว่า Let you know my love... Woooo น่ะที่สุดเลย เรามักจะได้ยินเสียงยูชอนร้องแบบนี้เฉพาะในไลฟ์คอนเสิร์ต แต่ในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ร้องแบบนี้ พอเป็นเวอร์ชั่นเกาหลียูชอนใส่เข้ามาเต็มๆเลย ก็เลยชอบเอามากๆ เพราะร้องได้อารมณ์เหลือเกิน เพลงนี้ฟังทีไรก็เศร้าบาดหัวใจได้ทุกทีจริงๆ

สรุป... โดยรวมแล้วเราชอบนะอัลบั้มนี้ ฟังได้ทุกเพลงแบบไม่อยากข้ามแทร็กไหนไปเลย แล้วที่ชอบก็คือมีเพลงในแนวที่เราไม่เคยได้ยินน้องๆร้องมาก่อน แล้วพอทำก็ทำออกมาได้ดีจนน่าทึ่ง เรียกว่าไม่ผิดหวังและสมกับการรอคอยจริงๆ

ยืนยันอีกครั้งเลยว่า แม้เราจะมี MP3 ฟังครบหมดทุกเพลงแล้ว เราก็ตั้งใจเอาไว้แต่แรกแล้วว่าจะซื้อของแท้มาเก็บไว้ ถ้า GMM ทำออกมา ก็คิดว่าจะซื้อเก็บเอาไว้ด้วย ปกติเราชอบสะสมซีดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถือเป็นการอุดหนุนศิลปินไปด้วย ถือเป็น Fan Loyalty อย่างนึงเลยนะนี่

ก็สำหรับใครที่เป็นแฟนของวงอยู่แล้ว มั่นใจว่าคงจะสนุกเพลิดเพลินกับการฟังงานเพลงชุดนี้แน่นอน ส่วนใครที่ไม่เคยฟังก็อยากจะลองให้ไปหามาฟังดู MIROTIC เป็นงานที่ดีมากค่ะ โปรดักชั่นมาตรฐานสูงมากสมฐานะตัวศิลปินเขานั่นล่ะ

ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงดีๆกันถ้วนหน้านะคะ




 

Create Date : 29 กันยายน 2551    
Last Update : 29 กันยายน 2551 11:18:29 น.
Counter : 857 Pageviews.  

My Diary Trip: Krungsri AF Funtasia@Dream World December 2, 2007

ปกติแล้ว การไปเที่ยวดรีมเวิร์ลด์ของข้าพเจ้าและผองเพื่อนนั้น จะเป็นการไปเพื่อตั้งหน้าตั้งตาตะลุยเล่นเครื่องเล่นหมายเอาความสะใจเป็นที่ตั้งแต่เพียงอย่างเดียวจริงๆ แต่การเดินทางไปดรีมเวิร์ลด์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ เป็นการไปด้วยจุดประสงค์อื่นเป็นหลัก หาใช่เพื่อเป็นการเล่นเครื่องเล่นอันใดไม่... เนื่องจากเป็นวันที่ทางเจ้าภาพจัดงาน ทุ่มทุนสร้าง ปิดดรีมเวิร์ลด์กันไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อที่จะให้ดรีมเวิร์ลด์เป็นสถานที่พิเศษ สำหรับการจัดงานใหญ่บึ้มอย่าง Krungsri AF Funtasia แบบเนื้อๆเน้นๆกันไปเลย

สำหรับงานนี้ เรามีผู้ร่วมทริปทั้งสิ้นเมื่อรวมตัวเองเข้าไปด้วยแล้ว 5 ชีวิต เราหนึ่งล่ะ โชเฟอร์กิตติมศักดิ์ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน น้อง Knight of Roads หนึ่งในช่างภาพตัวแอ้ของบ้าน NT นั่นเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมทางอีกสามคนได้แก่พี่อาร์ม พี่แอร์ และพี่ดา เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันในสายงานที่เราทำอยู่ ขอบอกว่าพี่อาร์มเป็นผู้มีอุปการคุณต่อข้าพเจ้าอย่างยิ่งยวด เพราะมักจะเป็นผู้หอบหิ้วเอาข้าพเจ้าไปไหนมาไหนด้วยยามที่มีอีเวนต์น่าสนใจ และหลายๆงานก็ได้พี่นี่แหละที่ทำให้เราได้เข้าไปดูพี่น้องได้อย่างสะดวกโยธินอยู่ พี่แอร์เป็นนักข่าวสำนักเดียวกันกะพี่อาร์ม ใจเธอนั้นที่ผ่านมามีให้สำหรับน้องบอย AF3 เจ้าของตั๊ดสู้ฟุต ฉบับออริจินอล ที่เคยโดนน้องบอยชวนไปดินเนอร์มาแล้ว แต่เธอดันปฏิเสธ เนื่องจากเอางานมาอ้าง จึงกลายเป็นที่ปรามาสของเพื่อนพ้องไปค่าที่เลือกงานมาก่อนสุภาพบุรุษ ด้านพี่ดานั้นสืบไปสืบมาเป็นคอ Reality ตัวยง ส่วน AF4 นี้ เธอเป็น NTFC ฮ่ะ

ทีมของเรานัดพบกันที่ Lotus ลาดพร้าวตั้งกะห้างเปิด ไหนๆก็ไหนๆ ขอสอยดังกิ้นโดนัทเป็นมื้อเช้าไปก่อนพลางๆ ก่อนที่สมาชิกจะมากันจนครบ และล้อก็หมุนราวๆสิบโมงเช้า ขอบอกเลยว่านี่เป็นการไปดรีมเวิร์ลด์ที่เช้ามากๆ ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เห่อ แต่กลัวที่สุดก็คือเรื่องหาที่จอดรถ เพราะคาดเดาได้ว่าปริมาณรถและปริมาณคนคงจะมากมายมหาศาลทีเดียว แล้วก็จริงดังคาด เพิ่งจะ 11 โมง รถเยอะได้อีก ยิ่งคนที่ยืนออกันหน้าประตูทางเข้า ยิ่งไม่ต้องสืบเลย บรรดาพี่ๆนั้นต้องลงทะเบียนสำหรับสื่อ ส่วนเราได้รับการอนุเคราะห์บัตรมาอีกที และด้วยความที่เป็นสื่อกันด้วย จึงสามารถหาบัตรห้อยคอสำหรับช่างภาพได้หนึ่งใบ พี่อาร์มยกให้เจ้า Knight ไปเลย เพราะด้วยบัตรอันนี้จะสามารถทำให้เธอไม่ต้องไปต่อคิวยาวๆอะไรกับใคร อยากเข้าบ้านไหนก็สามารถเข้าไปสแตนด์บายถ่ายรูปได้อย่างสะดวกโยธิน เป็นอันตกลงกันเรียบร้อย ก่อนเข้างานก็ไม่ลืมที่จะหย่อนคูปองชิงโชคกัน กลัวมากว่าจะได้รางวัลที่หนึ่งสองสาม... แหม... ไม่ค่อยเลยเหอะ

ตอนที่เราเดินเข้าไปในสวนสนุกยังไม่ 11 ครึ่งดีเลย อากาศก็ดีมาก เป็นใจไปหมดแม้แดดอาจจะแรงไปหน่อย แต่ก็เป็นวันที่สดใสจริงๆนั่นแหละ เดินไปเรื่อยๆก็เจอเข้ากับซุ้ม FC ต่างๆมากมายติดกันเป็นพืด... เดินไป โอ๊ะซุ้มคนพี่เรา... ติดๆกันก็เป็นซุ้มคนน้องเรา... แหม ขนาดซุ้มยังแน่นอน เห็น M ยืนจัดแถวน้องๆอยู่หน้าซุ้มด้วย น้อง M ดูดีสมเป็นขวัญใจ NTFC และ TFC เลยทีเดียว หันไปรอบๆ คนถือลูกโป่งกันเต็มไปหมด หลากสีมาก แล้วก็เห็นลูกโป่งสีฟ้าก้านถือสีเขียวกับลูกโป่งสีเขียวก้านสีฟ้ากระจายอยู่ทั่วไปมากมาย อ้อ... ซุ้มบ้าน NT นี่เอง มายืนแจกลูกโป่งกันอย่างขะมักเขม้นมาก... นี่ขนาดแค่เริ่มก็ยังคึกคักขนาดนี้แล้วนึกดู ปกติเราไม่ชอบคนเยอะหรอก มันวุ่นวายพิก๊ล แต่งานนี้เรารู้สึกสนุกยังไงไม่รู้ เดินต่อไปอีกหน่อย อ่ะ เจอเวทีกลางน้ำละ ตรงทางเดินก็มีซุ้มอื่นๆอีกมากมายยาวติดกันอีกหนึ่งพืด เจ้า Knight เห็นเวทีถึงกับบ่นอุบ “ตายพี่... จะถ่ายได้ไงเนี่ย ซูมยังไงก็ไม่ไหว...” เพราะไม่คิดว่ามันจะอยู่กลางน้ำและห่างจากฝั่งขนาดนี้ไง

ไหนๆ ดูตามตารางการแสดงแล้ว ยังจะไม่เริ่มไปจนกว่าจะเที่ยงครึ่ง ทีมของเราจึงไปประเดิมกันด้วยเครื่องเล่นเบาๆอย่าง Hurricane “นี่คือเบาแล้วเหรือ!?!” ใครซักคนถามขึ้นมา ก็แหม... ไหนๆเข้ามาก็เจอไอ้นี่ก่อน ก็เล่นซะเลยสิ คิวก็ไม่ยาว ว่าแล้วเราก็ไปต่อคิวขึ้นเล่นทันที... โอ๊ยสนานใจยิ่งนัก... มันมาก นึกถึงภาพที่พี่น้องเราเล่นเครื่องเล่นนี้แบบลั้ลลา โดยมีน้องแจ็ก AR นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆแล้ว ก็ยิ่งได้อารมณ์มากขึ้นไปอีก ลงมาปุ๊ปก็ยังพอเหลือเวลา ก็เลยเดินไปโซนบ้านผีสิง พี่ๆเข้าไปเยี่ยมชม ข้าพเจ้านั่งเฝ้าของเพราะเคยเข้าไปแล้ว ไม่มีอะไรแถมมืดด้วย ส่วนน้อง Knight ก็เดินเก็บภาพบรรยากาศรอบๆไป ตรงที่นั่งอยู่เหมือนเห็นซุ้มอะไรซักอย่างมีสแตนดี้ของ วิทย์ AF1 ใหญ่โตทีเดียว และไหนๆก็ไหนๆ ทิ้งทวนโซนนั้นด้วยการขึ้นไปเจิมไวกิ้งหนึ่งรอบ... เป็นรอบสั้นๆ เนื่องจากน้องๆที่ขึ้นไปเล่นพร้อมกับพวกเรา ทำท่าจะขาดใจตายให้ได้ จึงได้เล่นกันสั้นกว่าปกตินิดหน่อย...

เราเดินย้อนกลับไปที่บ้านยักษ์ เพราะตอนนั้นใกล้จะเที่ยงแล้ว... แต่เห็นคิวก็ถอดใจเล็กน้อย ยาวได้โล่มาก ดังนั้นแทนที่เราจะต่อคิวจึงเลือกที่จะเดินดุ่มๆไปเรื่อยดีกว่า ดูซิว่าข้างหน้าจะมีอะไร ขอบอกว่า... เป็นการตัดสินใจผิดพลาดจริงๆ เพราะถ้าจะหวังว่าแถวมันสั้นลงเนี่ย ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่เราก็บอกกับ Knight ว่า สามารถเข้าไปรอถ่ายรูปน้องได้เลยนะ เพราะบัตรที่ห้อยคอนั้นเป็นเสมือนบัตรผ่านที่ดี ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องไปเบียดกับใคร และเลือกถ่ายรูปได้ตามสะดวกอีกต่างหาก

พวกเราอีกสี่ชีวิตจึงผละออกมา เราเดินไปเรื่อยๆ ทีแรกกะจะไปเมืองหิมะ... แต่โดนเครื่องเล่น Roller Coaster มันดึงดูดเอา ก็เลยบ้าไปต่อคิวกะเค้านานเป็นชั่วโมง เพื่อความเสียวเพียงเสี้ยวนาทีจริงๆ ตอนที่ต่อคิวอยู่ ได้ยินเสียงกรี๊ดมาแต่ไกล ก็เห็นแล้วล่ะว่ามีรถกอล์ฟวิ่งผ่านอยู่ไวๆ คิดอยู่เหมือนกันว่าสงสัยต้องมีนักล่าฝันนั่งมาด้วยแหงๆ พอลงมาจากเครื่องเล่น พี่ดาที่ไม่ได้ขึ้นไปเล่นด้วยก็บอกว่า อ๋อ... รถคันเมื่อกี้พาน้องนัทกะอิ๋งอิ๋งมาด้วย สงสัยจะไปเมืองหิมะนี่แหละ คนพี่เรานั่งโบกมือยิ้มให้แฟนๆลั้ลลามาก ทั้งๆที่ป่วยขนาดนั้น ทั้งนัททั้งอิ๋งอิ๋ง ใส่ชุดมาแบบเต็มยศทีเดียว ดูยังไง้ก็คริสต์มาสน่ะนะ...

พวกเราเดินไปกันที่เมืองหิมะ เห็นคิวยาวเหยียดที่ต่อกันแล้ว จะเป็นลม... ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเอง เจ้า Knight เสร็จจากบ้านยักษ์ก็เลยเดินมาสมทบ ปรึกษากันแล้ว เห็นคิวแล้ว ดูจากสภาพของเรากันเองแล้ว เห็นสมควรว่า ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ ก็เดินกันไปที่ศูนย์อาหารใกล้ๆกับ ตรงจุดที่มีล่องแก่ง เห็นแถวของเวที Action On The Rock แล้ว ยาวเหยียดเหมือนกัน พวกเรานั่งทานอาหารมื้อบ่ายกัน ก่อนที่จะเดินกลับไปเมืองหิมะ เพื่อจะไปพบกับแถวที่ยาวขึ้นกว่าเดิม น้อง Knight ขอตัวเข้าไปถ่ายภาพในเมืองหิมะ ส่วนพวกเราที่เหลือลงความเห็นกันว่า ไหนๆเราก็เล่นเครื่องเล่นที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแม่กันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาที่จะต้องไปดูน้องๆให้สมกับที่ตั้งใจมาเสียหน่อยแล้ว จึงเดินย้อนกลับไปบ้านยักษ์ ซึ่งตอนนั้นน่ะจะบ่ายสองครึ่งแล้ว และไม่หวังแล้วว่าจะได้ดูรอบนี้ (หวังไปเถอะ)

แอบเคืองว่า ทำไมเวทีของพี่น้องเรามันถึงได้อยู่ไกลกันอย่างนี้... แต่ก็เดินมาถึงจนได้... แถวของคนที่ต่อกันเพื่อที่จะเข้าไปดู Musical ในบ้านยักษ์ที่มี จีน แนน ต้อล และปองนั้น ยาวไกลไปจนถึงหน้าเวทีตรงทะเลสาบเลยทีเดียว แค่เดินหาหางแถวก็งงตึ้บกันแล้ว แถมตรงนั้นยังมีทีมบูมของพัดชายืนจับกลุ่มกันอยู่ เป็นที่งงงวยยิ่งนักว่า ไหนหางแถวไหน FC ของพัดชา... แล้วก็มีคุณพี่ผู้หญิงคนนึง บอกแก่พวกเราว่า หางแถวอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะน้อง เราก็เอาวะ... ยาวเป็นยาว ต่อแถวกันซักตั้ง... ก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นนานเพราะแถวมันไม่ขยับ แต่ทำเลที่ยืน พอดีเป็นหน้าเวทีใหญ่น่ะนะ เวลามีการแสดงอะไรก็เลยได้ดูกันไปแก้เบื่อได้ไม่เลวเหมือนกัน ตอนมาต่อแถวเป็นช่วงเริ่มของการประกวดบูมของ FC พอดี เราไม่ทันได้ดูของตุ้ย แต่ทันของต้า ของจีน แล้วของใครอีก อันนี้จำไม่ได้จริงๆ แล้วพอผ่านไปได้ห้าทีมก็จะมีการแสดงคั่น ซึ่งการแสดงที่ว่าก็คือการนำนักล่าฝันจากเวทีนั้น เวทีนี้ มาสลับกันโชว์นั่นเอง งานนี้พิธีกรไม่ใช่ใครแปลกหน้าที่ไหน พี่เสริฐขาประจำที่ปัจจุบันอุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาว่าเป็น AF5 นั่นเอง ตลอดทั้งงานเราจึงได้เห็นรถกอล์ฟพานักล่าฝันนั่งรถไปมาให้ FC ได้ตามกรี๊ดกันหนุกๆ โดยทีมเรา ก็มีพี่ดานี่แหละที่ดวงเธอไม่รู้เป็นยังไง ยืนๆเดินๆอยู่ ก็เป็นอันต้องได้เจอกับรถของน้องๆล่าฝันผ่านหน้าไปมาอยู่ร่ำไป

พี่ผู้หญิงที่คุยกะเราทีแรกนั้นมากับพี่ผู้ชายอีกคน ซึ่งดูจากสีเสื้อแล้วเป็น FC ของต้อลแน่ๆ แต่ถามไปถามมา พี่บอกว่า แต่เพิ่งไปเมืองหิมะมาค่ะ ดูพี่นัทแล้วก็ได้จับมือมาแล้ว สรุป ทั้งคู่เป็น NTFC ค่ะ จึงคุยกันได้ออกรสยิ่งนัก พี่ๆถามว่าเราเข้ากระทู้พันทิปบ่อยมั้ย ใช้ชื่อว่าอะไร ปกติเราไม่ค่อยบอกใคร เพราะขี้อาย (จริงหรือ?) แต่ก็บอกเค้าไปตรงๆ ปรากฏพี่ๆจำ login ข้าพเจ้าได้ เพราะเคยเข้าไปอ่านงานเขียนกันอยู่ ก็เลยอยากจะบอกเอาไว้ตรงนี้ค่ะ ว่าถ้าพี่ๆทั้งสองคนได้อ่าน ก็อยากจะขอบคุณมิตรไมตรีที่ได้หยิบยื่นให้กันจริงๆค่ะ พี่ทั้งสองคนน่ารักขาดใจเลยจริงๆ

ช่วงที่บนเวทีมีโชว์บูมบ้านต้อล ซึ่งเห็นแล้วว่าคอสตูมเลิศเลอโดนใจมาก ก็มีโทรศัพท์จากตา Knight ว่า “พี่ มาที่เวทีกรุงศรีฯด่วน น้องนัทกับอิ๋งอิ๋งจะขึ้นเวทีแล้ว” เราก็เอาวะ... บอกพี่ดา พี่เดี๋ยวมา แล้ววิ่งจู๊ดไป เจอเจ้า Knight พอดี เจ้าตัวเลยโชว์รูปที่ได้ไปถ่ายมา เป็นนัทและอิ๋งอิ๋งตั้งแต่ก่อนขึ้นเวทีไปจนถึงขึ้นเวที งานนี้รูปแจ่มมาก... สวยๆทั้งนั้นเลย ให้บัตรช่างภาพไปไม่ผิดคนจริงๆ (แหงล่ะ ก็เป็นช่างภาพในบ้านเพียงคนเดียวที่ข้าพเจ้ารู้จักนี่นา) นัทกับพี่อิ๋งขึ้นเวทีทั้งชุด White Christmas นั่นล่ะ นัทใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทับเสื้อข้างในที่เป็นสีแดง แล้วก็พันผ้าพันคอสีขาว หล่อเด้งเปล่งออร่ามาแต่ไกล ส่วนอิ๋งอิ๋งใส่โค้ตสีม่วงเข้มสวยสง่าทีเดียว ทั้งคู่ขึ้นไปพูดคุยกับแฟนๆบนเวที ซึ่งก็ยังคงหนีไม่พ้นเรื่องของหัวใจอยู่นั่นเอง พิธีกรถามคนพี่ว่า ตอนนี้มีแฟนแล้วหรือยัง เจ้าตัวตอบว่า “ยังครับ งานเยอะ ไม่มีเวลาให้ใครเลย” เมื่อพิธีกรถามถึงสเป็กสาวในดวงใจ คนพี่เราก็ตอบแบบอ้อนๆได้อีกว่า “ไม่มีสเป็กครับ ขอแค่คนที่จริงใจกับเราก็พอ” พี่อิ๋งถึงกับออกปากว่า “พี่ก็จริงใจนะคะ” เรียกเสียงหัวเราะกันไป ขณะที่ดูสองพี่น้องบนเวที ก็เห็นแล้วว่าช่างภาพของเรายักแย่ยักยันดีเหลือเกิน ก็เลยทำหน้าที่หาทำเลให้น้อง Knight ไปด้วย เพื่อที่จะให้น้องได้เก็บช็อตเด็ดๆกลับไปให้ได้มากที่สุด เวทีนี้เราไม่ได้ดูอยู่จนจบ เพราะต้องออกมาต่อแถวเข้าบ้านยักษ์ต่อ ก่อนหน้านี้เจ้า Knight รายงานว่า เข้าไปพุดคุยกับนัทและอิ๋งอิ๋ง น้องถามว่าไปดูอะไรมาบ้างแล้ว พอตา Knight บอกว่า ก็มีไปดูต้อลที่บ้านยักษ์เท่านั้นแหละ พี่นัทรีบเลย... “แล้วต้อลเล่นเป็นยังไงบ้างครับ” ทันที ตัวเองป่วยจนต้องฉีดยาไปเข็มนึงขนาดนั้นแล้วยังอุตส่าห์ห่วงน้องได้อีก แต่อาการคนพี่เราก็น่าเป็นห่วงอยู่ เพราะรู้สึกได้เลยว่า เสียงแหบไปเยอะ แต่ความลั้ลลาร่าเริงก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมนะ สปิริตแรงกล้ามาก

ตอนที่กลับมาต่อแถวนั้น มีคนรายงายว่าแถวบ้านยักษ์ ยาวไปจนถึงซุ้มของน้องอ๊อฟ ปองศักดิ์แล้ว แถมไม่มีทีท่าว่าคนจะหยุดต่อแถวกันแต่อย่างใด.... มันยาวขึ้นได้เรื่อยๆจริงๆ ตอนนี้แถวก็เริ่มขยับได้อีกหน่อย ซึ่งก็แปลว่าเราอยู่ห่างหน้าเวทีออกไป แต่ปรากฏว่าต่อไปเป็นคิวบนเวทีใหญ่ของต้อล... โห... โมเม้นต์นั้น ไม่มีใครอยากให้แถวขยับเลย เพราะอยากดูน้องบนเวทีมากกว่า... พี่ดาขออนุญาตวิ่งออกจากแถวไปดูน้องกันเลยทีเดียว เราจึงช่วยยืนเฝ้าให้ แล้วก็อาศัยดูผ่านจอมอนิเตอร์เอา ต้อลบนเวทีใหญ่ใส่ชุดอย่างหล่อ เพราะเป็นชุดขาวทั้งชุด เบรกด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาลอ่อน ดูอยู่ไกลๆยังเห็นออร่าเปล่งประกายได้ชัดเจนเลย ต้อลขึ้นมาร้องเพลง คนที่อยู่ตรงหน้า เสียงยังดีไม่มีตกเช่นเคย ก่อนที่จะจับรางวัลให้กับผู้โชคดีกันต่อไป ถึงจะได้เห็นต้อลไกลๆแต่ก็รู้ได้เลยว่า เออ... น้องเรามันหล่อและเก่งขึ้นมากจริงๆ ภูมิใจแทนน่ะ

ตอนนี้จุดที่เราต่อแถว... กลุ่มของเราใกล้จะได้เข้าบ้านแล้ว... แต่พอสตาฟหน้าประตูออกมาบอกว่า เข้าได้อีก 20 คน พวกเราก็มาชั่งใจกันว่า จะเอายังไง จะเข้ารอบนี้โดยที่ไม่รู้ว่าข้างในจะเต็มแค่ไหน หรือรอรอบหน้าแล้วเลือกทำเลที่ดีที่สุดดี... พวกเราพร้อมกับพี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชายทั้งสองคนก็พร้อมใจปล่อยให้คิวหลังๆเข้าไปก่อน โดยพี่พวกเราขอรอเข้ารอบหน้าก็แล้วกัน เป็นความบ้าเลือดของพวกเรา ที่วินาทีนั้น มันไม่ใช่การได้เข้าไปดูน้องแล้ว แต่มันเหมือนแบบ ฉันมาต่อแถวนานเป็นชั่วโมงๆขนาดนี้ ก็เอาซี้...มา... ลองกันซักตั้ง... แล้วพวกเราก็รอดูรอบ 16.15 กันต่อไป (จากที่รอมาตั้งแต่บ่ายสองกว่าๆอ่ะนึกดู) แต่ก็ไม่อะไรนะ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆกันตรงหน้าบ้านยักษ์นั่นแหละ ยังไงก็ได้เข้ากันคนแรกๆอยู่แล้ว พี่ผู้ชายแกคงเห็นว่างๆ เลยเดินไปเล่นเกมของซุ้มการบินไทย... โดยบอกสโลแกน การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า แล้วลากเสียงฟ้ายาวๆ.... ใครได้ยาวที่สุดได้บัตร Meet&Greet กะต้อลไปเลย... แล้วพี่เค้าก็ทำได้จริงๆ สุดยอดมาก... ยังไม่พอ พี่ซื้อขนมนมเนยเครื่องดื่มมาเลี้ยงเราแบบพร้อมสรรพ (ที่จริงถ้าซื้อครบร้อย จะมีโอกาสชิงบัตร Meet&Greet อีกใบตะหาก) พวกเราก็เลยได้อิ่มท้องกันไป ซึ่งอันนี้ต้องขอบคุณพี่มากนะคะ แต่ที่น่าเสียดายก็คือด้วยความที่แถวนั้นไมค์เสียงดังมากจึงทำให้เราไม่ได้ยินว่าบนเวทีใหญ่มีบูม Nattol มารู้อีกที น้องๆบูมเสร็จกันหมดแล้ว ทันเห็นแต่ชุดสีดำๆ แมสค็อตเคโระและสติทช์เท่านั้น แต่ใจเนี่ยส่งไปช่วยเต็มที่เลยเชียว

แล้วเราก็ได้เข้าบ้านยักษ์กันเสียที แต่งานนี้แอบเห็นว่ามีคนหน้ามึนมาแซงคิวนะคะ... น่าเกลียดและไม่น่ารักเอามากๆ แต่กลุ่มเราไม่ยอมให้ใครแทรกได้แน่นอน พอได้เข้าไปในบ้าน ตอนแรกที่ก็แอบอดคิดไม่ได้ว่า แล้วพวกโต๊ะยักษ์ เก้าอี้ยักษ์ ข้าวของทั้งหลายในนั้นจะย้ายกันยังไงหว่า ปรากฏว่า เค้าขยับข้าวของทั้งหมดในนั้นให้เหมาะกับละครที่จะเล่นในวันนี้เรียบร้อย ดังนั้นเวทีจึงจะไม่เหมือนกับเวทีใดๆ โดยนักแสดงซึ่งหลักๆก็คือต้อลนั่นแหละที่จะต้องวิ่งไปวิ่งมา ไอ้เราก็เอ้อ... จะอยู่ตรงไหนดีล่ะ ทำเลถึงจะดี แล้วเจ้า Knight ที่โทรมาพอดีก็บอกว่า “มุมปลายเตียงที่พี่ยืนอยู่นั่นแหละ เหมาะสุดแล้ว” เราก็ เอาวะ... ยืนมันตรงนี้แหละ ซึ่งต้องขอบคุณน้อง Knight มาก เพราะมุมที่ข้าพเจ้ายืนอยู่นั้น... ถ้าต้อลเดินพลาดก็ลงมาทับฉันก่อนเลย... ใกล้ไปไหน... เงยหน้าขึ้นมองตรงซาวนด์คอนโทรล โอ๊ะ... พี่ฉอด ณ GMM ก็มาดูรอบเดียวกะเรารึนี่....

ทีแรกก็มีแอบคิด Musical 15 นาทีเนี่ยนะ เรื่องมันจะเป็นยังไงหว่า สั้นดีจัง เปิดเรื่องมาก็คือน้องแนน ทำหน้าที่เล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง เสียงน้องเพราะได้ใจจริงๆ โดยน้องจีนที่รับบทเป็นนางฟ้าถูกยักษ์จับขังกรงอยู่ น้องปองเป็นความฝันที่ก็ถูกยักษ์จับมาเหมือนกัน ส่วนต้อลเป็นเหมือนอัศวินที่จะมาช่วยปลดปล่อยทั้งสองให้พ้นเงื้อมมือยักษ์ ต้อลรับบทเป็น อ๊าฟ... เอากันง่ายๆเลยชื่อนี้สะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า AF เอางี้เลยเหอะ จีนร้องเพลงอยู่ในกรงทองรอให้มีคนมาช่วยปลอดปล่อยเธอออกไป เสียงจีนแน่นอนมาก เพราะดีไม่มีตก แล้วต่อมาก็เป็นคิวปองที่ซ่อนตัวอยู่บนเตียงยักษ์ (ที่มียักษ์นอนหลับอยู่) น้องปองร้องเพลงด้วยเสียงใสกิ๊ง ชุดก็น่ารักได้อีก โดยมีคุณแม่น้องยืนมองดูอยู่แถวหน้าแบบปลื้มใจในตัวลูกสาวมากๆ... หนูก็ปลื้มไปกับคุณแม่เหมือนกันค่ะ

ต้อลโผล่ออกมาข้างๆเตาผิงยักษ์เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆได้แบบไม่มีตก แต่เซ็งนิดหน่อยตรงไมค์ลอยของต้องมีปัญหา เสียงไม่ออก ติดๆดับๆอยู่พักใหญ่ จนถึงตอนที่วิ่งไปช่วยนางฟ้าจีนนั่นแหละ... น้องร้องเพลงนักล่าฝันในเวอร์ชั่นช้าๆเพราะๆอยู่ดีๆ... ดันบิ๊วตัวเองแล้วก็เต้นยึกยักแบบมันมากข้างๆกรงจนนางฟ้าที่แอ๊บสวยอยู่อย่างจีนทนไม่ไหว ตะโกนบอก “เฮ้ย... พอแล้ว!” โห... นางฟ้าอย่างแมนเลย เรียกเสียงฮาได้ดีทีเดียว... แต่ทีนี้ไอ้การจะปล่อยนางฟ้าออกมาได้ ก็ต้องไปเอากุญแจมาก่อน โดยผู้เฝ้ากุญแจก็คือความฝันรับบทโดยน้องปอง...

อ๊าฟน่ากลัวจะเป็นอัศวินกวนตี๊ฟ เนื่องจากพอวิ่งจะไปเอากุญแจที่เตียงยักษ์ พอเห็นยักษ์นอนอยู่... ก็ทำท่าจะเปลี่ยนใจ... นางฟ้าจีนเลยบอก “เฮ้ย ทำไมงั้นน่ะ” “ก็ถ้าเกิดยักษ์ตื่นเราก็โดนกินดิ งั้นไม่เอาและ” โห... พระเอกมาก... ฮามากเหมือนกัน... ไม่เห็นใครบอกเลยว่าละครเรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอเมดี้อ่ะ ยิ่งตอนที่เจ้าตัวขึ้นไปปล่อยมุกกับปองสองคนบนเตียงยักษ์นั่น ยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่าทำเลนี้ยอดเยี่ยมมากเพราะน้องเดินไปเดินมาขึ้นลงบันไดผ่านหน้าผ่านตาบ่อยซะจนสามารถกระชากขากางเกงน้องลงมาได้เลย (ทำจริงๆก็โดนกระทืบดิ-_-‘’)

พอเอากุญแจมาไขให้นางฟ้าจีนได้ กำลังจะหนีไป ก็เหลือบมาเห็นความฝันทำท่าอยากหนีไปด้วยใจจะขาด (น้องปองทำหน้าตาอยากหนีได้ใจมากค่ะ) แต่ยังไงก็ไม่มีหนทาง เพราะร่างที่เห็นไม่ใช่ร่างจริงของความฝัน ถ้าจะฆ่ายักษ์ให้ตาย ความฝันก็ต้องสลายไปพร้อมกับยักษ์ด้วย แล้วอ๊าฟของเรายังมีการใช้หมองนั่งมาธิด้วยนะ แถมตอน มีสียงปิ๊งขึ้นมานี่ ไทม์มิ่งยังพอดีกับจังหวะเป๊ะอีกต่างหาก... สุดท้ายความฝันจึงบอกให้ทั้งคู่หนีไป... แต่ได้แค่พักเดียว ทั้งคู่ก็ย้อนกลับมา ด้วยเหตุผลว่า “การจากไปโดยทิ้งความฝันไว้ ชีวิตจะไปมีความหมายได้ยังไง” อะไรทำนองนี้ แล้วทั้งสามคนก็ทำเสียงแบบ “โหววว... เป็นไงล้า... คิดได้ไงคำพูดเท่ๆแบบนี้” ฮากันครืนเลย สุดท้ายทั้งสามคนก็หนีออกมาได้ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด ละครจบลงด้วยการขอบคุณสปอนเซอร์ และเสียงปรบมือชื่นชมในตัวน้องๆทั้งสี่คนที่สร้างเสียงหัวเราะและความเพลิดเพลินได้ตลอดระยะเวลาการแสดงแม้จะเพียงสั้นๆก็ตาม ตอนที่เดินออกมาจากบ้านยักษ์ ถึงได้เห็นชื่อเรื่องละครวันนี้ “อ๊าฟผู้ไม่ฆ่ายักษ์” แหงล่ะ... ยักษ์หลับมันตลอดทั้งเรื่องเลย... คุณหลอกดาว (ให้ขำกลิ้ง)! สรุปมุกในละครเรื่องนี้
- ต้อลกับจีนขยันปล่อยมุกฮาใส่กันมาก เข้าขากันดีจริงๆ
- มีแอบขายของเป็นอัลบั้ม X-Treme Army และ Club AF ดู๊ดู ทำไปได้
- มีแอบเล่นมุกต้องเลือกใครซักคนแบบบนเวทีคอนเสิร์ต และโบกมือลาเพื่อนด้วย
- จีนมีตัดบท บอกอ๊าฟอยากพูดอะไรกับความฝันก็พูด คุณแม่เค้าก็มาดูอยู่น่ะ เห็นมั้ย...
- ย้ำ... นี่คือ Musical แนว Romantic (น้อย) Comedy (มาก)

เสร็จจากบ้านน้อง จะไม่ไปดูบ้านคนพี่ก็คงจะกะไรอยู่ เราจึงบากหน้ากันไปยังเมืองหิมะ ซึ่งแถวก็ยังคงยาวอยู่ดีนั่นเอง... ก็อ่ะ... ยืนต่อแถว แต่แถวมันประหลาดๆ ไม่เป็นกลุ่มก้อนยังไงชอบกล จึงเป็นช่องทางให้ใครที่เห็นแก่ตัวหลายคน ทำตีหน้ามึนเดินๆมาพอเจอเพื่อนก็เลยแทรกแถวคนอื่นเข้ามาซะงั้น ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนที่ต่อแถวท้ายๆจึงต้องยืนรอกันนานๆ เราเห็นแล้วอดรนทนไม่ได้ เดินออกมาสอยร่วงทั้งกลุ่ม ไม่ได้คิดจะทำให้อายนะคะ แต่ตอนนั้นเลือดขึ้นหน้ามาก... ก็เห็นอยู่ว่าแถวมันยาวขนาดไหน ทุกคนก็อยากดูเหมือนกัน คนอื่นเข้าแถวกันอยู่แล้วนี่คุณเป็นใคร... เราก็เลยบอกเลยว่า หยุดเลยนะคนที่มาแทรกแถว ถ้าอยากดูเชิญไปต่อแถวด้านหลัง... แล้วก็ว่าอะไรไปอีกไม่ทราบค่ะ จำไม่ได้... กระเจิงเลยค่ะ วงแตก... หลังจากนั้นก็มีครอบครัวนึงมีแทรกแถวกันหน้าตาเฉย เราเหนื่อยมากค่ะ ก็เลยไม่พูดอะไรแล้ว ได้แต่มองแล้วก็พูดดังๆว่า เห็นแก่ตัวกันที่สุดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ก็คงมีอายๆนะคะ แต่ว่าเค้าก็แน่นอนมาก... ยังยืนต่อแถวแบบนั้นได้โดยไม่อายใคร น่าทึ่งมากค่ะ พี่น้องเราทุกท่านอย่าเอาอย่างเชียวค่ะ...

รอบการแสดงในเมืองหิมะช่วงเย็นๆนี้ ถูกร่นเวลามาให้เร็วขึ้น และอัดคนเข้าไปเยอะขึ้น จากรอบแรก 150 คน รอบหกโมงที่เราได้เข้าไป ก็เพิ่มเป็น 500 คนค่ะ ไอ้เราก็ยังไงก็ได้นะ... ไม่เคยเข้าไป ก็กะไม่ถูกว่ามันจะแน่นไม่แน่นยังไงเหมือนกัน ตอนเดินเข้าไปก็ต้องเปลี่ยนรองเท้า รับเสื้อโค้ต แอบดีใจว่าเสื้อค่อนข้างใหม่ทีเดียว แล้วก็ใส่กันเป็นระวิง ไอเย็นมันออกมาให้ได้รู้สึกกันทีเดียว ทันทีที่เดินเข้าไป... คุณพระ...อากาศลบห้าเป็นอย่างนี้นี่เล่า... หนาวดีจังเลย... เมืองหิมะก็ใหญ่กว่าที่คิดนะ แต่แม้ว่าเราจะได้เข้าไปกลุ่มแรกๆ แต่โซนที่จะสามารถยืนดูได้อย่างถนัดชัดเจนนั้น น้อยมาก พื้นมันไม่ได้เรียบเสมอกัน เพราะตรงกลางลานมันเว้าเป็นแอ่งลงไปเล็กน้อย ข้างหน้าสุดยืนกันแค่แถวเดียวก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว เราก็เลยเลือกเดินไปยังขอบแอ่งอีกฝั่งที่ยกสูงขึ้น แม้จะไกลแต่ก็ยังได้เห็นอะไรชัดเจนดีอยู่

เราเข้าไปกันตอน 6 โมงเย็น และรออยู่นานมาก จนถ่ายรูปก็แล้ว ถ่ายวิดีโอกันเองก็แล้ว โชว์ก็ไม่เริ่มสักที มารู้ทีหลังว่า นัทกับอิ๋งอิ๋งต้องไปเล่นที่เวทีใหญ่ก่อน จึงจะนั่งรถกลับมา ประสบการณ์ในเมืองหิมะครั้งแรกนั้น จึงนานสะใจ อยากสัมผัสอากาศหนาวเย็นนักใช่มั้ย ก็เลยจัดให้เลย... โชว์เริ่มตอนหกโมงครึ่ง โดยมีน้องๆกลุ่มอะแคปเปลล่าออกมาก่อนตามมาด้วยนัทและอิ๋งอิ๋ง ในชุดคอนเส็ปต์ไวต์คริสต์มาสที่เราเห็นกันมาทั้งวัน โชว์ครั้งนี้มีทั้งหมด 3 เพลง ทุกเพลงล้วนแล้วแต่เป็นเพลงสำหรับเทศกาลคริสต์มาสที่ทุกคนคุ้นหูกันดีอยู่ แต่ช่วงกลางเพลงที่สอง จู่ๆไฟก็ดับ น้องๆบนเวทีตกใจแป๊ปนึง ก็ยังกลับมาร้องกันต่อได้... ปิดท้ายด้วยเพลง Silent Night Holy Night ที่เหมาะกับเสียงนัทมาก เสียงพาวเวอร์แบบ All I Ask of You นั่นแหละ... โอ้... ชอบมาก เราสี่คนที่นั่งอยู่ข้างหลังก็เลย เอามือถือเปิดไฟแล้วก็ชูกันเหมือนในคอนเสิร์ตต่างประเทศเลย... ได้อารมณ์ดีนะ... ฮาตัวเอง ทำไปได้ เมื่อโชว์จบลง น้องๆลงมาจับมือกับแฟนๆที่กรูกันเข้าไปหา ส่วนเราตอนนี้เท้าหมดความรู้สึกไปแล้ว... ก็ออกมาคืนเสื้อและแลกรองเท้า เดินออกไป... และพบกับแถว Action On The Rock ที่ประกอบด้วยแก๊งสามลิง ตุ้ย และบอย ยาวมาถึงเมืองหิมะอ่ะนึกดู...

ถึงตอนนี้ บ้านยักษ์ของน้องก็ได้ดูแล้ว เมืองหิมะของพี่ก็ดูแล้ว พี่แอร์ที่ใจแม้อยากดูน้องบอย แต่ถอดใจตั้งแต่เห็นแถวที่ยาวไม่มีที่สิ้นสุด ก็เลยไม่ดงไม่ดูแล้ว ก็เดินมาสมทบกับน้อง Knight ที่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คงเหนื่อยเข้าเส้นกันเลยทีเดียว แล้วเราห้าคนก็เดินไปยังเวทีใหญ่เพื่อประเมินสถานการณ์ ผ่านแถวที่ต่อกันยาวเพื่อที่จะเข้าไปดูบ้านยักษ์ นั่นทุ่มนึงแล้วแต่แถวก็ยังยาวได้อีก... สุดยอดมาก ได้ข่าวว่าน้องต้องเพิ่มรอบด้วยนะ... ร้ายๆจริงๆเชียว ขอบอกว่าน้องต้อลของเราในวันนี้ แอ๊กติ้งนอกจากจะไม่อักเสบแล้ว ฝีไม้ลายมือน่ะไม่เบาทีเดียว

ประเมินสภาพเวทีใหญ่ดูแล้ว... การแสดงรอบสองทุ่มที่ทุกคนจะมารวมตัวกันที่เวทีใหญ่ คาดว่าไม่น่าจะดูกันได้สะดวกโยธินเท่าไหร่ เพราะมันเป็นทางเดิน คนจะต้องเบียดกันแน่นมาก ช่างภาพเองถ้าไม่ลงไปว่ายน้ำถ่าย ก็คงไม่อาจได้ภาพที่สวยสมใจแน่นอน เราจึงประชุมกันว่า ออกไปกันเหอะ เพราะเหนื่อย หิว และไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมาทรมาณสังขารกันต่อ แถมถ้าออกตอนงานเลิกคงตายกันเสียก่อน เราจึงตัดสินใจกลับกันตอนทุ่มกว่าๆนั่นแหละ

ขาเดินออกมา เจอกับคุณแม่น้องต้อล ที่ผ่านมาเดินผ่านคุณแม่บ่อย แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปพุดคุย พอดีหนนี้เจ้า Knight ซึ่งคุ้นเคยกับคุณแม่เป็นอันดี เข้าไปทัก เราจึงเข้าไปไหว้คุณแม่ด้วย พูดคุยกับคุณแม่นานเชียวค่ะ เป็นคุณแม่ที่น่ารักอ่อนหวานเหมือนอย่างที่ทุกคนบอกกันมา เราจึงบอกคุณแม่ไปว่า เราเองก็คนเชียงรายเหมือนกัน คุณแม่เลยถามว่าอยู่แถวไหน ซึ่งคุณแม่ก็รู้จักนะคะ คุณแม่ก็บอกเนี่ยเมื่อก่อนคุณแม่อยู่แถวนี้นะ แต่ย้ายไปเชียงใหม่ยี่สิบกว่าปีแล้ว สักพักก็พูดคุยเรื่องน้องๆกันว่า น้องท่าจะเหนื่อยทีเดียว เพราะเมื่อคืนได้ยินว่าซ้อมเสร็จกันตีสาม “ตีสี่ค่ะ คุณแม่โทรไปไม่มีใครรับสายเลย มารู้กันอีกทียังซ้อมกันไม่เสร็จ เป็นห่วงเทบแย่” ตลกตอนคุณแม่บอกว่า “เนี่ย ต้องคอยปลุกต้อล ไม่งั้นเดี๋ยวน้องงอแง” แต่ทุกคนยืนยันค่ะว่าน้องพลังเยอะมาก ขนาดนอนน้อยก็ยังลั้ลลาร่าเริงและเต็มที่กับการแสดงได้อีก เราคุยกันอีกพักนึง จึงลาคุณแม่ค่ะ หลังจากนั้นก็บอกกับพี่อาร์มว่า... คุณแม่คือตัวอย่างของสาวเหนือที่อ่อนหวาน ส่วนข้าพเจ้าคือตัวอย่างในแบบบู๊ล้างผลาญโดยแท้... ช่างแตกต่างกันจริงๆ

คืนนั้นเราสั่งลามื้อค่ำกันที่ 13 เหรียญ ในฟิวเจอร์นั่นแหละ ก่อนที่โชเฟอร์กิตติมศักดิ์จะพาเราไปส่งตามจุดต่างๆ และกลับบ้านกันในสภาพที่อีบัดอีโรยเต็มทน... แต่ก็ยืนยันนะคะว่าพวกเราสนุกกันมาก แม้จะต้องต่อแถวยาวๆหรือได้ดูไม่ครบทุกเวที แต่บรรยากาศต่างๆในงาน การแสดง คนที่ไปร่วมงาน จนถึงบรรดานักล่าฝัน ทำให้เรารู้สึกมีความสุขกันมาก... ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่ตัดสินใจมางานนี้ จนกระทั่งได้มาเขียนเล่าให้ได้อ่านกันนี่ ก็ยังรู้สึกได้เลยว่าตัดสันใจถูกแล้วที่ไปกัน

หวังว่าจะสนุกกับการรายงานแห้งๆแบบดีเลย์ ที่ยาวได้อีกของเรากันนะคะ ถ้ามีโอกาสได้ไปงานไหนอีกก็จะเขียนให้ได้อ่านกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆค่ะ

Note:
1. ขอบคุณพี่อาร์ม พี่แอร์เหมือนเคยค่ะ
2. ขอบคุณน้อง Knight ที่ทำหน้าที่เป็นช่างภาพ รวมถึงรับหน้าที่เป็นโชเฟอร์จำเป็นให้กับเรา (คอนเฟิร์มนะคะว่า รูปที่น้อง Knight ถ่ายมา สวยมาก) น้อง Knight ฝากบอกด้วยว่า งานนี้เจ้าตัวเดินเหนื่อยกันขาลาก ตอนหลังจึงทำได้แค่แจมนิดแจมหน่อย ขาดตกบกพร่องใครไปบ้างก็ขอโทษด้วยก็แล้วกันจ้า พร้อมกับสำทับมาด้วยว่า... เมื่อยมาก (พี่ก็เมื่อยว่ะ)
3. ขอบคุณพี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชาย (ขอโทษที่ไม่ได้ถามชื่อค่ะ) สำหรับความน่ารักเป็นกันเองที่มอบให้กันค่ะ
4. ขอบคุณพี่นัทน้องต้อล ที่ทำให้พี่บ้าจี้ไปร่วมงานโน่นนี่นั่นทั้งที่บางงานมันออกจะผิดธรรมชาติพี่ไปหน่อย แต่ที่ไปนี่เพราะน้องเลยนะเนี่ย
5. ขอบคุณ NMG TFC และ NTFC ที่อยู่ตรงนั้นเพื่อพี่น้อง
6. ขอบคุณคุณแม่น้องต้อลที่พูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเอง คุณแม่น่ารักมากค่ะ

และปล... หากใครอยากเอาไปโพสต์ลงที่ไหน สามารถได้เลยค่ะ ขอแค่ใส่เครดิตให้นิดหน่อย แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ ส่วนรูป... ถ้าได้มาแล้ว จะเอามาโพสต์ประกอบกันทีหลังก็แล้วกันนะคะ (ของอันที่แล้วก็ยังไม่ได้โพสต์เลย )




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 19:48:17 น.
Counter : 287 Pageviews.  

Review: X-TREME ARMY in Concert

X-Treme Army Live in Concert @ Impact Arena

ขอสารภาพก่อนเลยตามตรง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตัดสินใจดูคอนเสิร์ตได้แบบบ้าระห่ำถึงเพียงนี้ ตอนแรกก็มีแอบคิด ไม่ไปดูก็ได้มั้งเรา แต่พอมีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวอัลบั้ม X-treme Army เมื่อวันที่4 ตุลาคมที่ผ่านมา วูบนั้นเองที่คิดว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปดูฝีมือน้องๆของพวกเราบนเวทีที่อิมแพ็กเสียหน่อยจะเป็นไรไป สำหรับเราบัตรก็ไม่ได้หายากมากนักอยู่แล้ว มีโอกาสทั้งทีก็ควรจะไปเสียหน่อยเถอะ

นึกได้ดังนั้นก็โทรไปหารุ่นพี่ที่ทำงานเป็นนักข่าวจากสำนักนึง ซึ่งพี่ก็ดีใจหาย รับปากเราอย่างเป็นมั่นเหมาะ ก็โล่งใจไปว่า เออ... จะได้ไปดูแล้วล่ะนะเรา ปรากฏว่าเกิดเหตุเล็กน้อย ทำเอาเกือบจะไม่ได้บัตรดูเสียแล้ว เนื่องจากว่า บัตรคอนเสิร์ตครั้งนี้หากยากยิ่งกว่าทอง เขาว่ากันอย่างนั้นน่ะนะ ไปๆมาๆ ไอ้ที่คิดว่าจะได้ไปดูรอบทุ่มนั้น กลายเป็นเหลือรอบบ่ายสองแค่นั้นแล้ว ในใจบอกตามตรงว่านึกเสียดาย เพราะคอนเสิร์ตที่สนุก มันมักจะเป็นรอบสุดท้ายที่เต็มไปด้วยแฟนคลับที่มาช่วยสร้างความคึกคักมากกว่า

เราเดินทางไปถึงอิมแพ็กเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ เพราะฝนตก คาดเอาไว้ว่ารถจะต้องติดแน่นอน ยอมมาถึงเร็วดีกว่ามาถึงช้าดีกว่า 11.30 น. คนยังบางตาอยู่มาก ไอ้เราก็เดินโต๋ไปเต๋มา ด้วยที่ไม่มีอะไรทำ คนที่นัดไว้ก็ยังไม่มา ก็เลยขอแอบเดินดูบรรยากาศภายนอกที่มีซุ้มสปอนเซอร์มาตั้งอยู่มากมาย และได้เห็นซุ้มของดงชาที่สีฟ้ามาแต่ไกลทีเดียว ข้างๆก็มีซุ้มของน้องแจ็ค ตี๋ และมิวสิกขนาบอยู่ เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยแฟนคลับที่พร้อมรบมากมายถึงเพียงนี้ ตื่นตาตื่นใจจริงๆ แต่ในฐานะที่เป็นคนบ้าน NT เห็นคนใส่เสื้อฟ้าหรือเสื้อเขียวทีไร มันอดที่จะแอบยิ้มไม่ได้จริงๆนะ คงจะเป็นกันทุกคนนั่นแหละ

แล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อเราเข้าไปทักพี่บอดีการ์ดคนหนึ่งที่รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี บอกแก่เราว่า ถ้าหากอยากดูคอนเสิร์ตรอบทุ่ม ให้โทรหาแกได้เลย จะพาเข้าไปในโซน VIP แน่นอน เอาเป็นว่า เราตัดสินใจบัดเดี๋ยวนั้นว่า วันนี้ฉันได้ดูคอนเสิร์ตสองรอบแน่นอน ก่อนที่จะเดินตัวปลิวไปทานมื้อเที่ยงด้วยความดีใจ ไปๆมาๆโชคดีขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าตัวเองรู้จักกับทีมงานของทาง True จึงสามารถแจ้งความจำนงได้ด้วยว่า อยากไปดูด้านหน้าติดเวทีได้ไหม เพราะโซน VIP ได้เห็นภาพรวมไปแล้ว น้องดีใจหาย ให้บัตรมาห้อยคอแถมพาเข้าทางลัดไปดูได้อีก อันนี้ต้องขอขอบคุณมากนะคะ

ก่อนเดินเข้าฮอลล์รอบบ่ายสอง เราเห็นว่ามีสมุดภาพ Symphony of AF4 มาวางขายเยอะเลย ก็เลยตัดสินใจซื้อทันที แม้จะขี้เกียจแบก แต่ด้วยความที่ต้องเดินเยอะ ก็เลยเห็นอะไรที่อยากซื้อก็รีบซื้อซะน่าจะดีกว่า ปรากฏมารู้ทีหลังว่า สมุดที่นำมา ขายหมดไปก่อนที่คอนเสิร์ตรอบทุ่มจะเริ่มเสียอีก ตัดสินใจถูกแล้วเรา โชคดีได้อีกเมื่อได้รับบัตรรอบบ่าย สองแล้วรู้ว่า ตัวเองได้นั่งโซน VP18 เป็นโซน VIP ที่ปรากฏว่าไม่ได้อยู่ไกลกับมุมนั่งของดงชาสักเท่าไหร่ จึงมีโอกาสได้เห็นพลังและความสวยงามของพร็อพชาวดงแบบเต็มๆตาก็คราวนี้ ตามกำหนดการณ์แล้วคอนเสิร์ตต้องเริ่มบ่ายสองโมง แต่ก็เป็นไปตามคาดเมื่อเริ่มเลตไปเป็นบ่ายสองโมงครึ่ง

บรรยากาศโดยรวมของรอบนี้ คนไม่เต็มฮอลล์ (เป็นไปตามคาด) แต่ก็นับว่าจำนวนคนที่เข้ามามีไม่น้อยอยู่ แต่ที่เห็นได้ชัดคือ FC ที่มาดูรอบนี้ ค่อนข้างบางตา แต่ก็ไม่อาจดูถูกได้เลย เพราะบูมแสดงพลังกันเต็มที่มาก ไม่ว่าจะเป็น บูมนัทของดงชา บ้านแจ็ก บ้านตี๋+พะแพง หรือมิวสิก ทีแรกเข้าไปก็ได้ยินบูมของนัทก่อนเลย บ้านนี้เค้าแน่นอนมาก โชว์ทั้งพร็อพที่สวยและโดดเด่นมากจริงๆ ที่สำคัญ ได้เห็น FC ของทั้งนัท ต้อล และนัทต้อล กระจายกำลังอยู่ทั่วฮอลล์จริงๆ บูมทีก็มีเสียงปรบมือให้กำลังใจกันเกรียวกราว หลังจากนั้นแหละ ก็เป็นเสียงของบ้านแจ็ก ซึ่งเหนียวแน่นแบบไม่มีตก แล้วก็มีเสียง FC ของทางตี๋ซึ่งอยู่อัฒจรรย์ด้านบนของเราขึ้นไปอีก มองไม่เห็น อันนี้มีแอบเสียดายนิดหน่อย แต่บรรยากาศเหมือนเชียร์กีฬาสีมาก แล้วก็เรียกรอยยิ้มจากคนในฮอลล์ได้จริงๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียง FC เราเชียร์น้องแจ็ก FC น้องแจ็ก เชียร์ตี๋ FC ตี๋ก็มีเชียร์นัทต้อลด้วย สนุกมาก... คอนเสิร์ตไม่เริ่ม คนดูก็สามารถเอ็นเตอร์เทนตัวเองได้ถึงเพียงนี้แล้ว ฮาจริงๆ

เวลาการแสดงจริงก็เริ่มขึ้นเมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลง ขอบอกว่าแสงสีวันนี้เปี๊ยวป๊าวมาก ไหนจะเลเซอร์ ไหนจะโน่นจะนี่ มีไฟวิ่งผ่านศีรษะข้าพเจ้าไปเสียงดังสนั่นหู แล้วจอ VTR ก็ขึ้นช่วง Prologue ของการแสดง ขอเล่าคร่าวๆว่า คอนเสิร์ตคราวนี้จะเป็นกึ่งการแสดงกึ่งร้องเพลง ดังนั้นมันก็จะมีการดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆจนจบ... โดยพล็อตคร่าวๆก็คือ มีองค์การร้ายที่ชื่อ The Dark ที่มุ่งมั่นจะทำให้ชาวโลกตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าให้ได้ปรากฏตัวขึ้น แต่แล้วก็มีเหล่ายอดมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่ชื่อ X-treme Army เข้ามาช่วยเหลือโลก The Dark จึงคิดจะทำลายเสียให้สิ้น ประมาณนี้

นักล่าฝันเปิดตัวด้วยเพลง Super Hero ซึ่งก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่เบา บล็อกกิ้งก็เข้าท่าทีเดียว ขอบอกว่า นัท เดอะวินเนอร์ หล่อได้ใจมาก ส่วนท่านรองต้อล ผอมมาเชียว แต่รัศมีหล่อเด้งก็บาดใจได้อยู่ นัทมีหันมาโบกมือให้กับดงชาด้วยนะเออ ขอบอก จบเพลงซูเปอร์แมน แบ็ตแมน ฮีแมนไปด้วยเสียงกรี๊ด เพราะหนูแพงขึ้นไปขี่หลังตี๋ซะงั้น (ป้อมแตกสิคุณ)

ช่วง MC น้องแจ็กพูดอะไรซักอย่างเป็นคนแรก โอย... เสียงกรี๊ดถล่มทลายมาก แล้วปองก็บอกว่า “แต่เออ ได้ข่าวว่าโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่เหรอ” เท่านั้นแหละ กาต้อลของทุกคนก็โพล่งออกมาว่า “ไหนครับ ใครจะมาทำร้ายแฟนคลับล่ะก็ ผมยอมไม่ได้ ใครคิดจะทำ ข้ามศพ... พะแพงไปก่อน” เรียกเสียงฮาแตกจากคนดูกันเกียวกราว ก่อนที่จะมีเพื่อนออกมาบอกว่า “ก่อนจะถึงแพง ต้องข้ามตี๋ไปก่อน” ป้อมถึงกะจะแตกกันเลยทีเดียว แล้วนัทเดอะวินเนอร์ ที่แค่เดินออกมา เสียงกรี๊ดก็ถล่มทลาย บอกว่า “ใครที่จะมาทำลายความฝันแฟนคลับของเรา ต้องข้ามศพเราไปก่อน” ว่าตามจริง ไม่ค่อยชอบสคริปต์นี้เท่าไหร่แฮะ แต่ก็เอา หยวนๆ หลังจากนั้นจึงเป็นคิวโชว์เพลงเม็ดเลย์ ที่เริ่มจากเพลง Holiday เพลงแนวดิสโก้ตั้งแต่ยุค 80’s ของ Madonna โดยอิ๋งอิ๋ง ปุยฝ้าย และลูกโป่ง งานนี้พ่นไฟได้โล่มาก คอสตูมแดนเซอร์ก็ได้ใจอยู่ ขาวทองสะท้อนแสงมาก เสร็จก็เป็นทีของสามหนุ่ม นัท โจ้ แจ็ก กับเพลงอกหักไม่ว่า... ดนตรีขึ้นมาเร้าใจ แถมได้สเต็ปเทพของหนุ่มๆเข้าไป เสียงกรี๊ดจึงถล่มทลายกันไป แล้วก็เป็นตาของสามสาว พะแพง แคท ปอง ซึ่งบอกได้เลยว่าวันนี้น้องๆสดใสมากๆ มาพร้อมกับเพลงเหวี่ยงๆอย่าง Girl Friend ของ Avril Lavigne แต่อดรู้สึกไม่ได้ว่าเสียงไมค์เบาไปหน่อยแฮะ ปิดท้ายช่วงเม็ดเลย์นี้ด้วยเพลงไม่หวั่นแม้วันมามาก โดย มิวสิก ตี๋ และต้อล ซึ่งวิ่งกันให้ว่อนชนิดทั่วทุกตารางนิ้วของเวทีเลย มันมาก

ช่วงต่อไปเป็นการเปิดตัว The Dark โดยงานนี้มีพี่ไก่สมพลแขกรับเชิญพิเศษจาก EFM มารับบทเป็น The Dark Emperor มีพี่ป๋อง กมล และพี่เสริฐ ดีเจจาก FM MAX (คนเดียวกับที่เป็นพิธีการในงานเปิดตัวอัลบั้มของน้องๆนั่นแหละจ้า) รับเป็นสมุนซ้ายขวาได้ฮาแตกได้ใจ ตัวร้ายเปิดตัวด้วยเพลงผงาดง้ำค้ำโลกของ Paradox ที่นำมาแปลงเนื้อใหม่ซะฮาตรึมเลย ต่อด้วยเพลง มีอะไรอ๊ะป่าว เพลงเก๊าเก่า...ที่ยียวนกวนตีฟยิ่งนัก แต่ที่ฮาคือพอร้องเสร็จ ทั้งสามถึงกับหอบแฮ่ก แถมร้องขอยาดมดันเป็นพัลวัน แต่รอบทุ่มนี่ได้ข่าวว่าต้องร้องหาอ็อกซิเจนกันเลยทีเดียว ด้วยความที่พี่ตัวร้ายทั้งสามนั้น ฝีปากไม่มีใครเป็นรองใคร ไม่เพียงแต่จะแขวะกัดกันเองเป็นที่สนุกสนานเฮฮาของคนดูแล้ว ยังมีแอบแขวะกลุ่มนักล่าฝันดีอีก พี่ไก่บอก “ใคร? ไม่เห็นรู้จักเลย Extreme Army รู้จักแต่ Armani Exchange” เท่านั้นแหละ ทั้งดงชาทั้งบ้านนัทต้อล กรี๊ดกระจาย คนอื่นไม่รู้เหตุผล แต่สองบ้านนี้เค้ารู้กันในใจ ปัดโธ่ ยี่ห้อโปรดของพี่นัทขนาดนั้น ไม่เพียงแค่นี้พี่เสริฐยังเหิมเกริมบอกว่า X-Treme Army นั้นล้วนขี้เหร่... ด่าตัวเองได้อีกนะนั่น พี่เค้ายืนยันว่าเค้าหล่อเหมือนนัท พี่ไก่จึงสอยร่วงว่า “ถ้าแกเป็นนัท ชั้นก็เป็นต้อลล่ะว้า” กรี๊ดกันไปอีกหนึ่งดอก สักพัก “แกว่าชั้นพอจะหล่อสู้แจ็กได้มั้ย” ก่อนที่จะทำท่าคิงคองล้อตี๋อีก เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดกันสนุกสนานมาก ก่อนลาโรง สามตัวร้ายออกมาปล่อยไวรัสที่ชื่อ So Sad โดยจุดประสงค์คือ ต้องการให้นักล่าฝันตกอยู่ในภาวะเหงาเศร้าซึมกันให้หมด

ช่วงเศร้านี้ เรียกเสียงกรี๊ดแบบเต็มๆด้วย ต้อล ที่ประเดิมช่วงด้วยเพลงเศร้าซึ้งที่เข้าปากน้องอย่าง คำตอบของหัวใจ ของ Potato แต่รู้สึกว่าเสียงต้อลจะแหบๆไปนิดหน่อย น่าจะเกิดจากการพักผ่อนน้อยนั่นเอง ร้องไปได้ไม่นาน สามมารก็ออกมาป่วน ด้วยการแปลงเนื้อเพลงใหม่ ฟังออกมาได้ความว่า คนดูเขาไม่ชอบคนไม่หล่ออย่างแกหรอก ไปไกลๆ ต้องหล่ออย่างพวกชั้นนี่ ตอนรอบบ่ายสองเห็นหน้าน้องไม่ชัด พอมารอบทุ่ม ได้เห็นแอ็กติ้งของน้องชัดเลย ต้อลทำท่าส่ายหน้า (แต่ยังหล่อได้อีกค่ะคุณ) ระอาสามมาร แล้วก็ร้องท่อนเดิมของตัวเองต่อ โดยสามมารก็ยังไม่หยุดป่วน ช่วงท้ายเพลง น้องต้อลโดนปล่อยพลัง ลงไปคุกเข่ามือกุมหัวอย่างอ่อนแรง แต่ขอโทษ... เสียงกรี๊ดสนั่นลั่นโลกมาก แถมมีฉากที่น้องโดนรุมสกรัม เป็นที่บาดหัวใจแฟนๆมาก (เรามีแอบฮา FC ช่วงนี้นะ) โดยปิดท้ายด้วยภาพพี่ไก่ก้มหน้าลงไปดูดพลังของน้อง หน้าชิดน้องมาก มีทำซ้ำให้ดูเป็นการตอกย้ำด้วย คาดว่าในใจ FC ตอนนั้น คงอยากขึ้นไปแทนที่พี่ไก่กันออกนอกหน้าเลยแหละ

ก่อนที่กาต้อลจะโดนทำร้ายมากไปกว่านี้ สามสาว Spice Army พะแพง แคท ปอง ก็เข้ามาช่วยเหลือต้อลเอาไว้ได้ทันท่วงที พร้อมกับเพลง Trouble ที่เหมาะกับน้องมาก เพราะเพลงกระโดดเอามันกันจริงๆเลย พอไล่ตัวร้ายออกไป หนุ่มต้อลหอบเอาร่างกายที่เพิ่งโดนทำร้ายออกมา พร้อมกับขอบคุณทั้งสามสาวที่มาช่วยเหลือทันเวลาพอดี “เกิดอะไรขึ้นอ่ะต้อล” ต้อลว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกัน กำลังร้องเพลงอยู่ดีๆ มันก็มาเลย” ทั้งสี่คนก็เลยตัดสินใจไปบอกข่าวกับพรรคพวกที่เหลือ ต้อลพูดประโยคเดียว กรี๊ดกันไปสามฮอลล์แปดฮอลล์อ่ะนึกดู...

แต่คงบอกไม่ทัน เพราะน้องแจ็ก เปิดตัวด้วยเพลงเศร้าๆเหงาๆ ด้วย The Point of No Return และ Unbreak My Heart ซึ่งต้องขอโทษ FC นะคะที่อาจจะต้องพูดตามตรงว่า น้องร้องเพี้ยนและเสียงเกือบไม่ถึง ไม่รู้เป็นเพราะเสียงไม่พร้อม หรือว่าเป็นที่คีย์ของเพลงที่ไม่ค่อยเข้าปากน้องเท่าไหร่ แต่ยืนยันค่ะว่ารอบสองน้องร้องได้ดีขึ้นจริงๆ ต่อด้วยสาวลูกโป่ง ที่วันนี้ลูกโป่งสวยเด่น สวยเด้งมาก... น้องสาวของเราเลือกเพลง แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจมาร้อง รอบบ่ายสองก็ว่าน้องร้องดีแล้ว เจอรอบทุ่มเข้าไป เสียงปนสะอื้นนิดๆของลูกโป่งโดนใจมาก ไม่น่าเชื่อว่า น้องยังสามารถร้องให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีก... สุดยอดมาก

ตัวร้ายของเราขึ้นเวทีมาอีกครั้ง และตอกย้ำเหล่ายอดมนุษย์ด้วยไวรัสตัวใหม่ที่ชื่อ เห-งา มุกอักเสบแบบนี้ยังกล้าเล่น ไวรัสเหงานี่เอง ที่ส่งผลให้สองสาวแคทกับสาวปองโดนกันไปก่อนเลยแบบเต็มๆ ด้วยการร้องเพลงให้ใครมารักหน่อย บอกได้เลยว่าคืนนี้สองสาวน่ารักมาก โดยเฉพาะเพลงนี้แต่งตัวเหมือนตุ๊กตาเลย แล้วก็ร้องได้ดีด้วย เพลงเข้าปากสองสาวมากเลยล่ะ คิวต่อไปเป็นมิวสิก อันนี้เสียงกรี๊ดแบบเต็มข้อมาก (ขอยืมมาใช้นะน้องนะ) เพราะมิวร้องเพลงเนื้อคู่ เป็นคนเดียวใน X-treme Army ที่ได้ร้องเพลงเดี่ยวจากอัลบั้มนี้เลยนะ มิวเดินออกมาพร้อมถือกุหลาบขาวหนึ่งดอก แล้วก็ลงไปนั่งร้องบนเวที น่ารักได้ใจมาก มิวเป็นธรรมชาติแล้วก็เอาเวทีอยู่จริงๆ เพลงช้าๆซึ้งๆแต่คนดูคล้อยตามมิวกันหมด ส่งอารมณ์ได้ทั่วถึงฮอลล์มาก ปิดท้ายด้วยการโยนกุหลาบดอกนั้นลงไปเบื้องล่าง แต่ในรอบทุ่ม มิวไม่ได้เดินถือดอกไม้ออกมานะคะท่านผู้ชม น้องดึงออกมาจากเสื้อแจ็กเก็ตเลย แถมมีออกมาตั้งสามดอก เสียงกรี๊ดจึงดังได้อีก ยิ่งช่วงที่น้องเดินไปทาง FC โอ้โห... ไม่ต้องสืบกันเลยทีเดียว กรี๊ดกันตายไปข้าง

ช่วงนี้เป็นช่วงโปรดช่วงนึงของเรา เพราะได้ 4 หนุ่ม นัท ต้อล ตี๋ โจ้ ออกมาร้องเพลง เหงา ของ Peacemaker ในเวอร์ชั่นอะแคปเปลล่า แล้วขอบอกว่าเพราะมาก เสียงแบบลงตัวมาก เดินจากบนเวทีลงมา บล็อกกิ้งถูกใจ FC ยิ่งนัก เพราะพี่นัทร้องท่อนแรก น้องต้อลก็เดินตามพี่ลงมาร้องท่อนสองต่อ แล้วจึงเป็นโจ้แล้วก็ตี๋ ทุกคนร้องดีมาก แต่เพลงนี้มีท่าเต้น แล้วเห็นด้วยนะว่าตี๋มีแอบเต้นผิดด้วย (พี่ขอโทษ) ผิดทั้งสองรอบเลยด้วย (ขอโทษอีกที) เสียงกรี๊ดยังดังขึ้นได้อีก เมื่อหนุ่มๆแยกออกเป็นสองกลุ่ม โจ้กับตี๋เดินไปเวทีฝั่งซ้ายของคนดู โดยนัทกับต้อลเดินแยกไปฝั่งขวา แล้วตอนนั้นเอง ที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาบนตัวน้องทั้งสองคู่ ไอ้รอบบ่ายสองนั่นก็ว่าเด็ดแล้ว แต่รู้สึกว่าพี่น้องตัวไม่ค่อยเปียกเท่าไหร่เลย จริงๆนะ... แต่พอรอบทุ่มนี่สิ โดนน้ำกันเต็มๆ แล้วรู้เลยว่า ตั้งใจให้เปียกกันไปเลยจริงๆ ไม่มีกั๊ก ไอ้มุมข้างเวทีนั่นแหละที่ทำให้เห็นเลยว่า พี่น้องเนียนมาก พี่นัทกอดคอน้องแล้วก็เอามือโอบหลังน้องเสร็จสรรพ น้องมีรึจะพลาด กอดคอพี่ตอบเลยทีเดียว แล้วตอนเปียกน้ำ โอ้โห... เซ็กซี่ได้ใจ แฟนคลับน่าจะล้มตายกันไปไม่น้อย ไอ้ที่เจ๋งคือพอเปียกก็ต้องถอดเสื้อนอก ซึ่งรอบแรกไม่ถอด แต่รอบนี้แค่พี่ถอดก็จะตายแล้ว ไอ้เจ้าน้องที่ทำเหมือนจะถอด แล้วก็ไม่ถอด สุดท้ายก็ยอมถอด... วินาทีนั้นแหละ ฮอลล์จะแตก... ในใจเรามีคิด ยอมถอดแล้วเว้ยน้องเรา... แล้วไปยืนโพสท่าจบกับพี่... ได้ใจกันไปเลยเหอะ ช็อตนี้ความเซ็กซี่... ปรอทแตกค่ะทุกท่าน!

พี่ไก่ หัวหน้าตัวร้ายเดินออกมาอีกครั้ง พร้อมกับแขวะเรื่องหน้าตาของสี่หนุ่มที่เพิ่งเดินกลับเข้าเวทีไป ขอบอกว่าโดนโห่กันเลยทีเดียว ตลกมาก หนนี้สามวายร้ายปล่อยไวรัสอีกตัวที่มีชื่อว่า แตกแยก ประเดิมกันด้วยสองสาวตัวแม่ อิ๋งอิ๋งและฝ้าย ที่ประชันเสียงกันแบบไม่มีใครยอมใครด้วยเพลง How Will I Know ก่อนที่จะไปมันกันกับเพลงร็อคปล่อยของอย่าง ค่อยๆพูด โดยสองหนุ่มต้อลกับมิวสิก เพลงนี้มีการแบ็ทเทิลกันบนเวทีด้วย ขอบอกว่าสองหนุ่มของเรา แน่มาก พลังเยอะแบบล้นเหลือ ไม่เพียงแต่จะวิ่งกันทั่วแล้ว ยังมีมาต่อยตีกันให้เห็นอีก รอบแรกนี่ก็ว่าเอาเรื่องแล้ว รอบสองต้อลต่อยมิว แล้วเดินมาอีกฝั่ง มิวเดินมาสะกิดแล้วต่อยกลับ มันมาก... สองคนหน้าตาเอาเรื่องมาก... แต่ฝั่งที่เรายืน พี่น้องเดินมาบ่อยจริงๆนะ บล็อกกิ้งเจ๋งจริงๆ ทำเลก็ดี...

ตัวร้ายสามคน โผล่ขึ้นมากลางเวทีด้วยไฮดรอลิกซึ่งทุลักทุเลเหลือใจ ฮามาก... หนนี้ตัวร้ายของเราเล่นแรง เอาไวรัสทั้งสามตัวมารวมกันเกิดไปไวรัสพันธุ์ใหม่ชื่อไวรุส... ไวรุสตั๊ด ไวรัสตุ๊ด... เจอเพลงนี้ไปเพลงเดียว ของบอกว่า คุ้มค่าตั๋วคอนสิร์ตแล้ว เพราะเสียงกรี๊ดดังมาก เสียงหัวเราะได้ใจมาก เพราะเปิดตัวมาเลยด้วยเพลง ตั๊ดสู้ฟุต... โดยมีโจ้เป็นแกนนำ หกหนุ่มเปิดตัวกันอย่างเท่ไม่วาจะเป็นบล็อกกิ้งหรือการโพสท่า... ทุกคนใส่เสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงอย่างเท่ แต่เฟอร์นั้นท่านได้แต่ใดมา... โจ้ห้อยเฟอร์สีชมพูมาเลย ต้อลนี่สีเขียว พี่นัทเราสีม่วง ตี๋สีแดง และแจ็กสีชมพู... ตลกมาที่เห็นทุกคนเก๊กหน้าแมนกัน แต่พอตอนร้อง... ต๊าดดดด สู้ ฟุตเท่านั้นแหละ... สาวแตกกันหมดทั้งหกคน... ท่าเต้นตบหน้าประแป้งนี่คือแบบ ช่วยด้วย พี่นัทหน้าเด้งใสมาก แต่ก็อินเนอร์มาก... ท่าดุ๊กดิ๊กมีประโยชน์ก็คราวนี้... กาต้อลก็ได้ใจมาก สะดิ้งได้อีกอ่ะ... อีตี๋ ไม่ต้องสืบ... กระเทยยุคมืดมาก... น้องมิวรึ หายห่วง แอ็กติ้งในบ้านก็ได้เห็นกันไปแล้ว ส่วนน้องแจ๊กของเราเป็นตุ๊ดน่ารักค่ะ ส่วนอาเหล่ากงหายห่วง นำทีมมาขนาดนั้น ไม่เหลือ ฮามากไม่แพ้กัน ขอบอกว่า หนุ่มๆของเรานั้น แ... ร... ด ได้ใจมาก... แทบจะลงไปนอนฮากลิ้งอยู่กับพื้น ยิ่งมาเจอท่อนแร็ปเข้าไป แต่ละนายเต้นท่าโลมาของลาล่าลูลู่ได้แบบ มีอินเนอร์มาก แล้วที่ตลกก็คือ แต่ละคนเวลาเก๊กแมนก็แมนแบบแมนมาก แต่พอสาวแตก ก็ไม่มีใครกินใครลงจริงๆ ขอบคุณเทรนเนอร์คลาสแอ็กติ้งทุกท่าน ที่ทำให้น้องๆของเราปล่อยของกันแบบไม่มีกั๊กขนาดนี้... ยิ่งรอบทุ่ม... FC พี่น้องนัทต้อล ขาดใจตายไปเลย เพราะรอบแรกไม่มีแบบนี้ แรงดึงดูดมีจริงๆนะเออ เพราะพอตอนใกล้จบเพลง... สองพี่น้องวิ่งไปหากันแล้วก็เอาเฟอร์มาตีกันเล่นสองคน สนุกสนานไม่สนโลกเลย แล้วรอบสองมีสลับเฟอร์กันค่ะ คนพี่เอาเฟอร์น้องมาใส่ ตี๋เอาของพี่นัทมาใส่ ส่วนน้องเอาของตี๋มาใส่... เป็นช่วงโชว์ที่ตลกและฮามาก... True จัดให้จริงๆ

พอร้องเสร็จ อินเนอร์ยังไม่หมด หกหนุ่มกรี๊ดสาวแตกกันลั่นเวที ฮากันได้อีก จนอีกหกสาวต้องเข้ามาห้ามและบอกให้หยุด... ป้อมแตกอีกครั้ง เมื่อพะแพงลากแขนตี๋ออกไปยืนแล้วก็บอกว่า “ตี๋ เราไม่นึกเลยนะว่าตี๋จะแอ๊บแมน” ฮาแตกกันทั้งฮอลล์ สักพักก็มีเสียงที่ทุกคนคุ้นหูมากดังขั้น เป็นภาพ VTR อาต้อยของเรานั่นเอง โถ่... อาต้อยทำไปได้... แม้จะมาแต่ภาพ แต่อาต้อยก็คือปรมาจารย์ยอดมนุษย์หรือที่ท่านเฝ้าเรียกตัวเองว่า โคตะระยอดมนุษย์รุ่นบุกเบิก และพูดให้กำลังใจเหล่ายอดมนุษย์รุ่นใหม่ของเรา ก่อนที่ภาพจะตัดไป... ทุกคนจึงมายืนล้อมวงกัน ประสานมือรวมพลัง พี่นัทยื่นออกไปคนแรก และไม่ต้องสืบคนน้องยื่นทับมือพี่กันเลย คนอื่นๆจึงมาประสานมือรวมพลังกันต่อ ก่อนที่หกหนุ่มจะวิ่งเข้าไปหลังเวทีทันที

สาวๆหกคนบนเวทีมีแอบแซวอาต้อยว่า หน้าคุ้นๆมั้ยพวกเรา แล้วเราจะโดนโหวตออกมั้ยเนี่ย.. ตอนนี้ 6 หนุ่มเดินเข้ามาสมทบ... แต่งตัวด้วยเชิ้ตขาว (ก็ได้เชิ้ต ตั๊ดสู้ฟุตนั่นแหละ) เสื้อนอกและกางเกงสีดำแล้วใส่หมวกอีก เท่กันทุกคนเลย ตอนดูไกลๆแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่พอได้มาดูไกล้ๆ โอ้... บล็อกกิ้งพี่นัทกะน้องต้อล ได้อีกค่ะ... หนนี้ทั้ง 12 คนร่วมกันร้องเพลง I Say A Little Pray เป็นเพลงประสานเสียงเพราะๆที่ลงตัวมาก ฟังได้ฟังเพลินเป็นอย่างยิ่ง... พอร้องจบ... ทั้งหมดก็มายืนเรียงแถว พร้อมกับรำพึงว่า “พรุ่งนี้แล้วสินะ...” ขอบอกว่าคำนี้นี่เป็นคีย์เวิร์ดของทุกอย่างจริงๆ... ติดตามอ่านกันต่อไปจะรู้ ป้อมแตก บ้านแตกกันมาแล้ว... ขณะที่ทุกคนกำลังบิ้วต์อารมณ์กัน “แล้วเราจะชนะมั้ย” “แล้วถ้าเราแพ้ล่ะ” ทันทีนั้น อีตี๋ก็โพล่งออกมาว่า “เราก็เป็นพระดิ” โดนโห่เลยค่ะ... โดนเพื่อนอีก 11 คนพร้อมใจกันโห่ใส่... ตลกมาก... ก่อนที่พี่นัท จะบอกว่า “เราต้องชนะสิ” เหล่ายอดมนุษย์ของเราจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะวันพรุ่งนี้แล้วสินะ...

แต่ช็อตเด็ดมันมาเริ่มตรงที่ ก่อนจะเดินเข้าเวที พะแพงของเรารั้งท้ายอยู่ เมื่อทุกคนหายเข้าไปหมด พะแพงก็เรียก “ตี๋ เดี๋ยวก่อน” เท่านั้นแหละ กรี๊ดกันสนั่นฮอลล์ได้อีก ตี๋ถาม “มีอะไร” พะแพง “พรุ่งนี้แล้วสินะ... มันอาจจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว” หยุดพูดแค่นี้ก็ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดขนาดหนักอีกคำรบ เมื่อพะแพงถามตรงเป้ามากว่า “นายชอบเรามั้ย” ตอนนี้ไอ้เจ้าตี๋ยื่นมือไปจับมือพะแพง ก่อนที่จะบอกเสียงเศร้าว่า “เราคงเป็นได้แค่เพื่อนกัน” กรี๊ดไปอีกดอก คาดว่าจะขัดใจ FC มากมายอยู่ แล้วพะแพงก็ร้องเพลง ช้าไปไหมเธอ เศร้ามากขอบอก คาดว่าป้อมยามในตอนนั้นก็คงอินเนอร์ไม่แพ้น้อง ยิ่งมีภาพ VTR ตอนทั้งคู่อยู่ในบ้าน อื้อหือ... แต่มากรี๊ดแบบสมใจเมื่อตี๋ออกมาร้องเพลง อยากบอกเธอเหลือเกิน เดาว่าอารมณ์ FC คงเหมือนโดนผลักตกเหว แต่โดนช่วยขึ้นมาได้ประมาณนั้นแหละ พี่ True จัดให้อีกแล้วค่ะ

มาถึงคู่สำคัญเลยดีกว่า ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็พี่น้องนัทต้อลของเรานี่แหละ... พี่นัทเดินออกมาคนเดียว... แต่ขอแอบบ่น ไม่ชอบเสื้อกั๊กในรอบแรกของพี่นัทเลย แต่แอบชอบแบบแจ็กเก็ตแบบในรอบที่สองมากกว่า แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เสื้อค่ะ มันอยู่ที่ พี่นัท เดินออกมาหน้าซึมเศร้าอยู่คนเดียว... ใครอยากจะรู้ว่าแอ็กติ้งนัทเทพแค่ไหน ต้องไม่พลาดเลยล่ะ สักพักต้อลเดินออกมา เอาศอกดันพี่ “พี่... ยังไม่นอนอีกเหรอ” กรี๊ดดดดดดดดดดด... FC แน่นอนมาก... ทั้งรอบแรกที่นั่งอยู่บนบ็อกซ์และรอบสองที่ยืนติดเวที ถึงได้มั่นใจว่า NTFC มีอยู่รอบตัวจริงๆ มันใช่หมดเลยอ่ะ นัทก็บอกน้องไปว่า "อือ นอนไม่หลับ” พี่น้องพากันเดินไปที่มุมเวทีด้านขวา ฝั่งเรายืนอยู่นี่แหละ...ก่อนที่จะนั่งห้อยขาข้างๆกัน ตอนแรกนั่งห่างกันประมาณนึง แล้วก็เงียบ ช่วงเงียบเนี่ย ได้ฟีลมาก ก่อนที่คนพี่จะพูดว่า “พรุ่งนี้แล้วสินะ” ตอนนั้นแหละที่ต้อลเขยิบมานั่งชิดพี่ (กรี๊ดสิครับพี่น้อง) แล้วก็หันไปมองตาพี่พร้อมกับบอกว่า “พรุ่งนี้แล้ว” ช็อตใหม่ในตำนานก็เกิดขึ้น เมื่อพี่นัทค่อยๆเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆน้อง ขอบอกว่าน้องไม่หลบเลยสักนิด จ้องตาตลอด แล้วพี่ก็... ตบยุง! ตบยุงเฉยเลย เบรกอารมณ์ได้ฮาแตกและน่ารักมาก แล้วก็พูดปนหัวเราะสไตล์นัทว่า “ยุงตัวเบ้อเริ่มเลย!” ฮากันเสร็จ เจ้าน้องก็ชวนพี่ไปนอน พี่บอกว่า “ต้อลไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอยู่ที่นี่อีกซักพัก” “อ้าว แน่ใจเหรอ งั้นต้อลไปก่อนนะ” คนน้องลุกขึ้นเดินออกไป คนพี่ลุกขึ้นเดินตาม ขอบอกว่าไทม์มิ่งตอนนี้ลงตัวมาก เพราะพอพี่เดินตาม น้องชะงักไปหันมามองพี่ พี่หันหลังกลับ แล้วพอน้องหันหลังเดินออกไป พี่ก็หันมองตามน้องจนลับตา... ก่อนที่เพลง ช่างไม่รู้อะไรเลยจะขึ้นมา กรี๊ดดังอลังการณ์งานสร้างมาก... จำได้ว่าคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆเรา ก็... พี่เค้าก็เป็นสาวอ่ะเนาะ... กรี๊ดมาก โทรไปแจ้งเพื่อนที่อยู่ปลายสายเรื่องนัทต้อลบนเวทีใหญ่เลย... แถมตอนพี่นัทร้องนี่คือมี VTR ในบ้านมาเปิดให้ได้ดูบิ้วต์กันหนักเข้าไปอีก เอาซี้มา... ยัง ยังไม่พอ มีช็อตร้องเพลง ที่พี่นัทเดินไปตรงที่นั่งกันสองคนเมื่อกี้ แล้วก็นั่งลง พร้อมกับเอามือไปสัมผัสกับพื้นที่ต้อลนั่งเมื่อกี้ แล้วก็ลงไปนั่งร้องเพลงแบบอินได้อีก คนก็กรี๊ดกันลืมตายสินั่น

แล้วมันมาเบรกอารมณ์อีกทีตอนนี้แหละ ซึ่ง ขอบอกว่าน่ารักน่าเอ็นดูมากทั้งสองพี่น้อง ทำเอาคนดูที่ลุ้นกันตัวโก่งฮากันทั้งฮอลล์ เพราะเพลงเพิ่งจบไปซึ้งๆ นัทแบบสติชท์ก็มาเลย พูดออกไมค์เลย “ชอบอ่ะเซ้....” หน้าตายียวนแบบเจ้าเล่ห์มาก “รู้นะว่าชอบอ่ะ ถึงจัดให้” คนกรี๊ดกันหัวเราะกันลั่นเลยตอนนี้ “เนี่ย เข้าไปดูในอินเตอร์เน็ต เห็นทำ MV นัทต้อลออกมา นี่ก็เลยจัดให้เลย แบบไม่ต้องตัดต่อเลย” ซักพักเจ้าคนน้องออกมา “เป็นไงพี่ คนดูเค้าชอบกันรึเปล่า” คนกรี๊ดกันไปอีก ประมาณพี่น้องมันร่วมมือก๊านนนน พี่นัทกวักมือเรียกน้อง ก่อนจะบอก “ชอบไม่ชอบก็ฟังเอา” เสียงกรี๊ดแน่นอนมากค่ะ ... ซักพัก พี่นัทชงเลยพร้อมกอดคอน้อง “แล้วอย่างนี้อ่ะชอบมั้ย” ไอ้เจ้าน้องไม่น้อยหน้า กอดคอพี่ตอบ พี่ชายก็ "อ่ะ แล้วอย่างนี้อ่ะ” ก่อนที่จะทำมือเป็นรูปตัวแอลแล้วเอาไปไว้ที่ใต้คางน้อง” โอ้โห... คืนกำไรถล่มทลาย ต้อลบอก “พอเหอะพี่ แต่นี้คนก็เข้าใจผิดกันทั่วประเทศแล้ว” ก่อนที่จะพร้อมใจกันหัวเราะ แล้วก็บอกว่า “ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เราสองคนก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันนี่แหละ อย่าคิดมาก” แล้วประมาณว่า แต่เห็นว่าชอบกันเลยจัดให้... ที่ไม่เหมือนกันระหว่างรอบแรกกับรอบสองก็คือ รอบสองจบช่วงนี้แล้ว พี่น้องเดินเข้าเวทีไปเลยค่ะ แต่รอบแรก ตอนที่กำลังจะเดินเข้าเวที พี่นัทโพล่งออกมา “เอ๊ย... นอนไม่หลับอ่ะ” คนกรี๊ดกันได้อีก ต้อลรับมุกทันที “มันต้องได้ยินเสียงกรี๊ดเนาะ” เท่านั้นแหละ... พี่นัทเราก็ไม่เลิก “ไม่ได้ยินเลย ขอดังๆ” กรี๊ดกันตายไปข้าง ก่อนที่สองพี่น้องจะบอกว่า “ฝันดีแน่ๆเลย” แล้วเดินเข้าไป คู่นี้แน่นอนมากท่านผู้ชม!

ช่วงต่อไปเปิดตัวด้วย VTR ที่ขึ้นว่า กรุงเทพฯมหานคร ปี 2007 งานนี้มีเซอร์ไพรส์บนเวที นั่นก็คือนักล่าฝัน 8 คนที่ออกจากบ้านไปก่อนหน้านี้ มาเป็นแขกรับเชิญด้วยการร้องเพลงเม็ดเลย์ ตั้งแต่เพลงกรุงเทพมหานคร เพลงโอ้โหบางกอก เพลงลูกกรุง ต่อด้วยเพลงสุขกันเถอะเรา... ซึ่งขอชมว่าน้องๆทำได้ดี และให้ความรู้สึกเป็นมิวสิคัลมากจริงๆ รู้ได้เลยว่าทุกคนพยายามและตั้งใจกันมาก อันนี้ขอชมจากใจเลย ทั้งพร็อพ ท่าเต้น เสื้อผ้า แดนเซอร์และความพร้อมเพรียง ขอปรบมือให้ค่ะ

เมื่อเพลงจบ วายร้ายประจำเรื่องของเราก็โผล่กันขึ้นมาตามคิว แล้วก็จับตัวประกันทั้ง 8 คนไปขังเอาไว้ และก่อนที่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ภาพ VTR ก็ฉายให้เห็น X-Treme Army แต่ละคนที่กำลังแปลงร่างกันเป็นกลุ่มๆไป... ซึ่งดูๆไปแล้ว แอบเท่เหมือนกันนะนี่...แล้วทุกคนก็ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมกับเพลง Army Energy แบบสั้นๆ นัทที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ทำหน้าที่สั่งการ ทำลายสองวายร้ายลูกสมุนลงได้ในที่สุด ก่อนที่ยอดมนุษย์จะออกมาโชว์พลังเสียง... โดยเริ่มจากกลุ่ม Voice ที่ออกมาโชว์เพลงดิสโก้มันๆอย่าง Fame ขอบอกว่าเพลงนี้เก๊าเก่าแหละ... แอบจำชื่อเพลงไม่ได้อีกต่างหาก ต่อด้วย Time Machine ของกลุ่ม Rock เอาจริงๆกลุ่มนี้เวลาแสดงสด มันดีนะ... บิ้วต์คนดูเก่งมากเลยทั้งสามคน แล้วก็ต้องเป็น Pop ต่ออยู่แล้ว สามหนุ่มร้องเพลงหวงและโชว์สเต็ปเทพกันได้แน่นอนเหมือนเดิมไม่ผิดหวัง และต่อกันทันทีด้วยเพลงยังไม่รู้ตัวของสามสาว Spice ซึ่งก็ป่วนได้ใจนะ เห็นน้องๆที่มายืนดูข้างๆเต้นได้ด้วยแหละ กลุ่ม Rock ออกมาอีกครั้งพร้อมกับเพลงเล่นของสูง โดยมีสามสาว Spice ออกมาอีกครั้งพร้อมกับเพลงปู ที่น่ารักแบบแอบฮา... ปิดท้ายช่วงโชว์เพลงกันแบบเต็มเหนี่ยวด้วยกลุ่ม Pop ที่หยิบเพลงติดหูอย่าง ช่วยไปน่ารักไกลๆหน่อย มาเอาใจกันแบบสุดๆ แถมพี่นัทมีชี้มาที่อัฒจรรย์ของชาวดงด้วยนะรอบบ่ายสองเนี่ย...

The Dark Emperor ออกโรงเองแล้วค่ะ หลังจากที่เสียลูกน้องไปสองคน งานนี้เอฟเฟ็กต์ยิงกันกระจาย... หูจะแตกเอาให้ได้ แต่พี่ไก่ปล่อยมุก บอกว่าอาวุธเหล่านี้มาจากวัดสระเกศล้วนๆ... เหล่ายอดมนุษย์ โดนเอฟเฟ็กต์ชุดใหญ่ เลยนอนสลบสไลไร้สติกันหมดสิ้น... ตอนนั้นเองที่โคต..ร... เอ่อ หมายถึงปรมาจารย์ยอดมนุษย์อ่ะค่ะ โผล่มาอีกแล้ว (อาต้อยได้ค่าตัวเท่าไหร่เนี่ย) มาบิ๊วต์ใหญ่เลย “เหล่ายอดมนุษย์พวกเจ้าต้องสู้ต่อไป อย่าทำให้พวกเค้าผิดหวัง มาฮาตอน เจ้าจะปล่อยให้ผู้สนับสนุนพวกเจ้าเหล่านี้ผิดหวังได้ไง”... เท่านั้นแหละ VTR ยิงโลโก้สปอนเซอร์ขึ้นมาเลย... ฮากันได้อีกทั้งฮอลล์ พี่ขายของกันฮาๆแบบนี้เลยหรือนี่... True แน่นอนมาก... อ่ะ แต่อาต้อยก็ไม่ลืมจะปิดท้ายว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่า FC อย่าให้เค้าผิดหวัง... โห... อวยกันขนาดนี้ มีหรือจะไม่เรียกเสียงกรี๊ด แล้วอาต้อยก็พูดเข้าเพลงค่ะ “จงลุกขึ้นมาซะ ลุกขึ้นมาซะ ลุกขึ้นมาซะ”

สามสาว Voice Army เลยลุกขึ้นมาครวญเพลง ท่องจำเอาไว้ ปลุกเพื่อนให้ลุกขึ้นมาซะเลย ช่วงนั้นมีสายสลิงห้อยลงมา ผูกตัวสามหนุ่ม Pop Army ทั้งนัท โจ้ และแจ็กเอาไว้... พอเพลงท่องจำเอาไว้ พ่นไฟมาถึงช่วงท้ายๆเพลง... เหล่ายอดมนุษย์ก็ค่อยขยับตัวลุกขึ้น... รอบหลังที่ไปยืนตรงเวทีน่ะ ถึงได้เห็นว่าตอนที่เจ้าต้อลขยับ สิ่งแรกที่ทำคือหันไปมองพี่ก่อนอื่นเลย... เพราะพี่นัทจะนอนอยู่ตรงกลาง แล้วจะลุกขึ้นช้าที่สุด ต้อลมองตลอดจนพี่ลุกน่ะค่ะ... พอทุกคนลุกขึ้นได้แล้ว เพลงจบ พี่ไก่วายร้ายก็ไฮโดรลิกขึ้นกลางเวที... ตอนนั้นเองที่สลิงยกตัวสามหนุ่มขึ้น โดยพี่นัทอยู่ตรงกลางและลอยตัวขึ้นสูงที่สุด ขอบอกว่าการจัดบอดี้ของนัทสวยมากกกก... เท่ได้ใจจริงๆ ก่อนที่จะตะโกนว่า “ทุกคนประจำที่!” แล้วสามหนุ่มก็ยิ่งอาวุธที่อยู่ตรงหลังมือของแต่ละคนออกมา เอฟเฟกต์ทำงานตูมตามเปรี้ยงปร้างกันได้อีก... รอบสองพี่ไก่อินเนอร์มาก วิกถึงกะหลุดเลยเชียว แน่นอนว่าในที่สุดยอดมนุษย์ของเราก็ต้องเป็นฝ่ายชนะสิคะ... ทุกคนจึงวิ่งไปเตรียมตัวกันหลังเวทีต่อค่ะ

เพลงสุดท้าย ปล่อยแดนเซอร์ออกมากันก่อน แล้วยอดมนุษย์ก็มาปรากฏตัวกันทีละคน... บล็อกกิ้งเข้าท่าเช่นเคยค่ะ... ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง Army Energy แบบเต็มๆเพลง...และออกสเต็ปแบบลืมตายกันไปอีกครั้ง จบเพลงด้วยพี่นัทยืนบนไฮโดรลิก ยกขึ้น เท่ระเบิดระเบ้อได้อีก...

จบเพลงนี้ทั้ง 12 คนมายืนเรียงกันและขอบคุณคนดูทุกคน เห็นสีหน้าน้องๆแล้วรู้เลยว่า ดีใจมาก... ยิ่งรอบสุดท้ายนี่เห็นได้ชัดว่าเต็มที่มาก ปล่อยของกันออกมาหมดเลยจริงๆ เล่นกันแบบไม่มีกั๊กเลย... สนุกมากจริงๆ คอนเสิร์ตจบลงแล้ว แต่แฟนๆกรูกันเข้าไปมอบดอกไม้ของขวัญกันแบบ ทีมงานต้องออกมาช่วยกันขนเข้าหลังเวทีแบบไม่หวาดไม่ไหว... ขอบอกว่าแรงดึงดูดนั้นทำงานกันถึงวินาทีสุดท้ายค่ะ... คนเต็มเวทีตอนแรกเราก็ตาลายอยู่นะ... ซักพัก เอ๊า พี่น้อง ไหงมายืนรับของเคียงกันได้อีก... แล้วก็ได้เห็นความน่ารักของโจ้... เพราะคอยสะกิดทั้งคนพี่และคนน้องให้รับของขวัญจากแฟนๆกันมือเป็นระวิงเลย... ขอบอกว่าบนเวทีวุ่นวายได้โล่มากค่ะ แต่เห็นแล้วชื่นใจแทนจริงๆนะ...

ออกมาข้างนอก เจอเพื่อนที่เป็นนักข่าวมาด้วยกันเข้ามาทักทายกัน ค่าที่ว่าไม่ได้เจอกันมานาน... ขอบอกเลยค่ะว่าสื่อรักพี่น้องของเรามากจริงๆ... ปีนี้เป็นปีที่สื่อหลายคนออกปากเองเลยว่า ติด AF อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็ปลื้มพี่น้องนัทต้อลมาก ทุกคนบอกว่า น้องน่ารักจริงๆนะ... ถ้าดูถึงจะเข้าใจว่าทำไมถึงติด... คนที่ไม่ได้ดู ตามกระแสอย่างเดียวก็จะไม่เข้าใจ ขอบอกเลยค่ะว่า ปีนี้เจ๋งมากๆ... ได้ใจคนดูไปเยอะมาก... ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่า สื่อจะไม่ค่อยเล่นพี่น้องเราแรงๆแล้ว เพราะทุกคนเทใจให้ทั้งนัททั้งต้อลกันหมด... ฟังแล้วชื่นใจจริงๆค่ะ

ให้เราสรุปโดยรวมนะคะสำหรับคอนเสิร์ตทั้งสองรอบในวันนี้ รอบแรกยังมีอะไรติดขัดอยู่บ้าง รอบสองจึงสมบูรณ์กว่าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมหรือความเต็มที่ทุกอย่าง ทั้งโปรดักชั่นและน้องๆนักล่าฝัน ความประทับใจจึงมีมากกว่าเป็นธรรมดาค่ะ แล้วก็รอบสองขอบอกเลยค่ะว่าไฟบนอัฒจรรย์สวยมากๆ ลงมายืนข้างล่างมันเห็นภาพรวมมากว่าจริงๆ สคริปต์และเพลงที่นำมาร้องทั้งสองรอบจะเหมือนกันหมด แต่ก็อาจจะมีที่นอกบทกันบ้างพอขำๆ โดยเฉพาะตัวร้ายของเรา... ทั้งชงทั้งตบ ไม่ว่าจะเป็นแจ็ก ตี๋แพง แล้วก็น้องนัทน้องต้อล... โดนกันไปถ้วนหน้า แต่โดยรวมแล้วสนุกมากค่ะ
ก่อนที่จะจบวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ ขออนุญาตนะคะ
1. ขอบคุณพี่อาร์มมากนะพี่สำหรับบัตรรอบบ่ายสอง พี่อาจจะไม่ใช่แฟน แต่พอมาดูแล้วพี่ออกปากว่าสนุก น้องก็ดีใจจ้ะ
2. ขอบคุณทีม PR ของทรู น้องเมี่ยง น้องตูน ที่จัดการเรื่องบัตรรอบทุ่มให้พี่นะคะ
3. ขอบคุณน้อง Knight นะ เอาเป็นว่าเรารู้กัน... ขอบคุณพี่อ้อยสำหรับมื้อเที่ยงที่ Zen มัวแต่ยุ่งๆ หนูเลยไม่ได้ขอบคุณพี่เลยค่ะ ขอบคุณพี่เปิ้ลด้วย พี่น่ารักเฮฮามาก คุยกับพี่สนุกดีค่ะ
4. ขอบคุณ FC ทัพหน้าทุกท่าน เราเดินเนียนเข้าไปดูทั้งซุ้มดง ซุ้มพี่น้อง ถึงได้เห็นพลังอันเหลือเชื่อของทุกคน ยืนยันค่ะว่าน้องๆมีวันนี้เพราะ FC โดยแท้
5. ขอบคุณน้องๆนักล่าฝันทุกคน และทีมงานที่จัดคอนเสิร์ตดีๆให้ได้ดูและสนุกกันค่ะ
6. อยากรู้ว่าพี่ไก่ พี่เสริฐ พี่ป๋อง และอาต้อยได้ค่าตัวเท่าไหร่... ออกมาทีฮาได้อีก... ทุ่มเทกันมาก
7. รอบสอง... วายร้ายของเรา โดนเอฟเฟ็กต์เข้าตัวไปหลายดอกอยู่ น่าสงสารมากค่ะขอบอก...
8. พี่นัทหล่อจริง ไม่ได้อวบขึ้นเท่าไหร่เลยด้วย ถึงแม้หลายเสียงจะบอกว่าพี่นัทอวบขึ้น... แต่พอขึ้นเวทีก็ยังรู้สึกว่าตัวเล็กนะคะ แต่ออร่านี่แน่นอนมาก เปล่งประกาย เราได้ยินคนที่นั่งข้างหลัง เรียกว้าย... พี่นัท พี่น้าททท กันตลอดเลยนะคะ
9. เจ้าต้อล ผอมบางมากค่ะ... ใส่ชุดธรรมดานั้นเท่มาก อันนี้ไม่เถียงเลย แต่เจอชุด Army เข้าไป น้องเอวบางได้อีก กินเยอะๆนะครับ... แต่น้องหล่อมากเลยง่ะ
10. มิวสิกน่ารักมากค่ะคอนเสิร์ตคราวนี้...
11. จบคอนเสิร์ต ข้าพเจ้าหูอื้อ หมดแรง... เหนื่อยหนัก...
12. หลายคนแอบบ่นนะคะที่นอกจากมิวสิกแล้วไม่มีใครได้ร้องเพลงเดี่ยวของตัวเองเลย แต่โชคดีที่มีช็อตเด็ดมากมาย เสียงบ่นเลยน้อยหน่อย (คืนกำไรมาเยอะว่างั้นเหอะ)
13. และก็หวังว่า ทุกท่านจะชอบวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ สามารถสูบได้ค่ะ บ้านไหนอยากได้ก็ยินดีให้ ขอแค่ลงเครดิตให้พอชื่นใจก็พอ... ขอบคุณที่สนใจติดตามอยากอ่านนะคะ

Note: ภาพประกอบจะทยอยตามมาภายหลังค่ะ ต้องขออนุญาตเจ้าของภาพก่อน รอนิดนึงนะคะ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2550    
Last Update : 16 ตุลาคม 2550 22:06:26 น.
Counter : 292 Pageviews.  

1  2  3  

fingers-crossed
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวังว่าจะได้รับความบันเทิงจากการเข้าเยี่ยมชม Blog กันถ้วนหน้าจ้ะ
Friends' blogs
[Add fingers-crossed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.