bloggang.com mainmenu search
"นายก้อนดิน" กลับเล่าถึงสถานที่ต่อไปในทริปเที่ยวอีสานกันคับ ต่อจากบล็อกที่แล้วกันเล๊ยยยยย

อ้างอิงจากบล็อกที่แล้วหน่อยจ้า อยู่สบายๆ ที่ U-Sabai Hotel

หลังจากเช้าปุ๊บก็รีบเช็คเอาท์ปั๊บ (เพราะยังไงซะที่พักก็ไม่มีอาหารเช้าบริการอยู่แล้วนิ เชอะ) พอเรียบร้อยก็ขับรถกลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีฯ ที่พวกเราเคารพนับถือกันครับ ถ้าใครมาที่โคราชแล้วไม่ได้สักการะย่าโม ผมว่ายังมาไม่ถึงนะ



หลังจากสักการะเสริมบุญบารมีเรียบร้อยแล้ว ที่จริงเป้าหมายต่อไปคิดว่าจะบึ่งไปบุรีรัมย์ต่อทันทีเพื่อไปเที่ยวปราสาทพนมรุ้งในวันนี้ จากที่วางแพลนไว้แต่แรก แต่ก่อนเดินทางมาโคราชผมได้บังเอิญไปอ่านเจอดวงชะตาเกี่ยวกับราศีเกิดของผมเข้าพอดี ว่าควรไปไหว้สักการะทำบุญ ณ วัดศาลาลอย เลยถือเป็นโอกาสอันเหมาะเจาะที่เป็นช่วงที่ได้เดินทางมาที่นครราชสีมาพอดิบพอดี ลงตัวซะขนาดนี้ จะไม่ไปไหว้ก็ดูกะไรอยู่ ผมว่า...Smiley

เลยจัดแจงเปิดกูเกิลแมพนำทาง เสิร์ชหาคำว่า "วัดศาลาลอย" ดังใจหวัง และก็เจอง่ายโดยพลัน เพราะวัดนี้เขามีชื่อขานมานานนม



ถึงแล้วจ้า ทางเข้าวัดศาลาลอย จริงๆ แล้วตรงทางเข้าที่อยู่ตรงหัวโค้งติดกับถนนหลักนั้นมีอีกประตู แต่หาที่จอดรถลงไปถ่ายไม่ได้คับ อิอิ แถวนั้นค่อนข้างวุ่นวายแถมเป็นหัวโค้ง เลยขอยอมแพ้ 

หลังจากเลี้ยวผ่านประตูด่านแรกเข้ามา จะพบว่าทางเข้าเหมือนเป็นชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ ดูแทบไม่ออกว่าข้างในนี้จะเป็นที่ตั้งของวัดวาอารามได้เสียเลย ไม่ต้องกลัวหลงเพราะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้าย-ขวาตลอดครับ เข้ามาไม่ลึกเท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็จะเจอประตูด่านที่สองดังภาพด้านบนนั้นแล





ด้านซ้ายมืออยู่ติดกับทางเข้า เราจะพบว่า ห้องน้ำของวัดนี้อยู่ข้างหน้าเลยแฮะ ตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ "นายก้อนดิน" ไม่ได้เข้านะครับ ไม่รู้ภายในเป็นอย่างไร หรือเอาง่ายๆ เขาสร้างเสร็จยังก็ไม่รู้ อิอิ ยอมรับแบบซื่อๆ เลย

แล้วก็ที่เห็นป้ายไกลๆ สีชมพู มีรูป อ.ลักษณ์ (ท่านนี้แหละที่แนะนำให้ผมมาที่นี่ ฮาๆ) ในป้ายบอกว่ากำลังจะก่อสร้างโรงเรียนขึ้นที่นี่ซะด้วย...



ในช่วงที่ไป เป็นช่วงมรสุมเข้าครับ ฟ้าไม่เปิด อากาศขมุกขมัวสุดๆ ณ วันนี้ผมเตร่ดเตร่ในโคราช มีข่าวว่าตรงกบินทร์ฯ น้ำท่วมสูงมากๆ รถผ่านไม่ได้แล้ว เป็นกำลังใจให้พี่น้องในพื้นที่ทุกๆ คนครับ

มาต่อกันคับ ที่จอดรถของที่วัดศาลาลอย กว้างใหญ่เพียงพอค้บ ไม่ต้องแย่งที่จอดรถกัน แต่เอ... หรือเป็นเพราะผมไปวันธรรมดาก็ไม่รู้ วัน ส-อ. ใครพอรู้บ้างว่ารถเต็มหรือเปล่า วานบอกทีจ้าSmiley



พอจอดรถเสร็จเดินลงมาไม่ไกลก็จะพบกับสัญลักษณ์สำคัญของวัดแห่งนี้เลยคับ นั่นก็คือ...พระอุโบสถที่สร้างแบบศิลปะไทยประยุกต์เป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมืองอย่างกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนมาประดับตกแต่ง

วัดนี้มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ในปี พ.ศ.2370 เมื่อครั้งท้าวสุรนารี หรือย่าโม เสร็จศึกสงครามจากทุ่งสัมฤทธิ์ ขณะยกทัพกลับเมืองนครราชสีมา ย่าโมและท่านพระยาปลัด สามีได้แวะพักบริเวณท่าตะโก และสั่งให้ทหารทำแพเสี่ยงทายเป็นรูปศาลาเพื่อนำไปลอยน้ำตามลำตะคอง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่า หากแพนี้ลอยไปติดอยู่ ณ ที่แห่งใด จะสร้างวัดตรงนั้นไว้เป็นอนุสรณ์ ซึ่งแพได้ลอยไปติดอยู่ริมฝั่งขวาของลำตะคองจึงได้มีการสร้างพระอุโบสถเป็นวัดศาลาลอยในปัจจุบัน 







เดินตามมาในพระอุโบสถกันเลยครับ ภายในพระอุโบสถแห่งนี้สวยงามมีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน และยังมีพระประธานปูนปั้นสีขาวปางห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสนครโดยมีสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงถวายพระนามว่า "พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์" 

ส่วนด้านหน้าที่เป็นองค์โลหะที่ดำ ก็คือพระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฎินั่นเอง





มาเที่ยวต่อข้างนอกพระอุโบสถกันเลยคับ ที่นี่มีคณะแสดงเพลงโคราชไว้สำหรับแก้บน ผู้ที่มาบนบานศาลกล่าวกับย่าโมและสำเร็จสมหวัง ก็จะกลับมาว่าจ้างคณะ ให้แสดงเพื่อเป็นการแก้บน สักการะต่อองค์ย่าฯ นั่นเอง







เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกนิด ก็จะพบกับพระอุโบสถเก่า (อันนี้ไม่แน่ใจครับ แต่ขอเดาว่าเป็นแบบนั้น เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าๆ รวมถึงอาคารก็เป็นรูปแบบโบราณมากๆ) ในนี้มีพระพุทธรูปโบราณให้เราได้สักการะเพื่อเสริมสร้างบารมีด้วยเช่นกัน





อัฐิของคุณย่าโมท่านอยู่ที่วัดแห่งนี้ครับ ใครที่เลื่อมใสศรัทธาองค์ท่านอย่างที่สุด ต้องมาสักการะอัฐิท่านที่นี่ให้ได้ครับ ผมเป็นคนนึงที่มาไหว้อนุสาวรีย์ท่านทุกๆ ปี แต่ยอมรับแบบตามตรงว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่าอัฐิท่านอยู่ที่วัดศาลาลอย หลังจากนี้ผมจะมาสักการะอัฐิท่านที่นี่ทุกๆ ปีแน่นอน



เพียงแค่ภาพถ่าย หรือเรื่องเล่าจากแป้นคีบอร์ดของ "นายก้อนดิน"  นักท่องเที่ยวบ้านๆ คงไม่อาจถ่ายทอดความสวยงาม ความรู้สึกประทับใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อวัดศาลาลอยแห่งนี้ได้ทั้งหมด สิ่งเดียวที่บอกกับเพื่อนๆ ได้ คือ... ต้องหาโอกาสไปสัมผัสกับตัวเองสักครั้งครับ

วันนี้ "นายก้อนดิน"  โบกมือบ๊ายบายไปก่อนครับ ตอนหน้า ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว "ปราสาทพระวิหาร" กัน รับรองงานนี้มีเหนื่อยครับผม Smiley
Create Date :06 ตุลาคม 2556 Last Update :8 ตุลาคม 2556 22:58:29 น. Counter : 18602 Pageviews. Comments :28