bloggang.com mainmenu search
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกผู้น่ารักครับ วันนี้ "นายก้อนดิน" มีโอกาสกลับมาอัพบล็อกทักทายเพื่อนๆ อีกครั้งในรอบเกือบเดือนเลยทีเดียว คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน และทุกตัวอักษรในสังคมแห่งนี้มากๆ ครับ ขอคาราวะเพื่อนพี่น้องครับ Smiley

มาเข้าเรื่องกันเถิด วันนี้ "นายก้อนดิน" มนุษย์เดินดิน ติดดิน และชอบของแบกะดิน มีเรื่องราวที่ไปเที่ยวไปประสบพบเจอในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เอามาเล่าสู่กันฟังครับผม

ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาครับ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เคยไปสัมผัสยังจังหวัดนี้เลย ความรู้สึกตื่นเต้นมันตื้นตันในความรู้สึกเอามากๆ

การเดินทางไปแม่ฮ่องสอนผมใช้เส้นทางอ.แม่สอด ขอบอกว่าทุระกันดาลมากก็คงไม่ผิดครับ เพราะก่อนไปไม่ได้ศึกษาเส้นทางว่าเป็นถนนแบบไหน พอไปเจอลมแทบใส่กันเลย หนำซ้ำพอเข้ายังที่พักที่แรก ขอไม่เอ่ยชื่อครับ ก็ไม่ประทับใจเข้าให้อีก อารมณ์อาเริมจะถ่ายภาพรีวิวเลยหายไปเลยทีเดียว อีกหนำซ้ำที่พักไม่ประทับใจเลยไม่รู้จะรีวิวไปทำไมกัน ยังไงก็ไม่แนะนำเพื่อนอยู่ดี อิอิ



เอาเป็นว่า "นายก้อนดิน ขอก้าวข้ามค่ำคืนอันย่ำแย่แล้วมาเริ่มเช้าวันใหม่เลยแล้วกันครับ 555 หลังจากเช็กเอาท์ออกจากที่พัก ผมก็มุ่งหน้าจาก อ.แม่ลาน้อย สู่ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน แบบไม่รีรอ ซึ่งระหว่างทางก็มีสถานที่ยอดนิยม ที่ผู้คนต่างเคยแวะเวียนมากันมากมาย แต่หนึ่งในนั้น ยังไม่มีชื่อ "นายก้อนดิน" แน่ๆ ที่เคยมา นั่นก็คือ "ทุ่งดอกบัวตองแม่อูคอ" นั่นเองคร้าบ Smiley

ภาพด้านบนคือหนึ่งในดอกบัวตองที่ยังรอดชีวิตไม่เหี่ยวเฉา ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่มากไม่มายนัก สาเหตุก็เพราะวันที่ผมไปทักทายเจ้าบรรดาฝูงดอกบัวตองที่นี่ มันดันเลยช่วงเบ่งบานหฤหรรษ์ของมันไปเสียแล้วนะสิ สิ่งที่เหลือให้เห็นก็คือดอกเหี่ยว กับต้นเฉาของมัน แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรเลยที่ไม่ได้เห็นดอกบัวตองบานเต็มทุ่งเฉกเช่นเดียวกับภาพถ่ายอันงดงามเหลืองอร่ามจากนานาช่างภาพ เพราะสิ่งที่ผมได้กลับมา มันคือบรรยากาศอันสวยงามและความเงียบสงบไร้เงาผู้คนมากวนใจต่างหาก



ทางเข้ามายังทุ่งดอกบัวตองแม่อูคอมีความคดเคี้ยวเลี้ยวลดอยู่พอสมควร อีกทั้งเป็นเนินเขาชันบ้างไม่ชันบ้างสลับกันไป อยู่ลึกเข้าไปจากถนนสายหลักประมาณ 30 กม. ขอแนะนำถ้ารถอยู่ในสภาพไม่พร้อมก็ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนเป็นดีครับ วันที่ไปถนนเงียบเหงา สงบ เป็นการเดินทางที่ไร้เพื่อนร่วมทาง แต่ทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางมันเพลิดเพลินจนทำให้ลืมความเหงานั้นไปเสียหมดสิ้น



หลังจากขับรถมาตามทางได้อึดใจผ่านหุบเขา ผ่านหมู่บ้าน ผ่านท้องไร่ เพลิดเพลินกับบรรยากาศไม่นาน ก็เขามาถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อย ที่นี่มีลักษณะเป็นทุ่งกว้างบนยอดเขา มองเห็นเขาอีกหลายๆ ลูกอยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาสวยงามไม่เบาเลยทีเดียว 



อย่างที่ได้บอกไว้ตั้งแต่ต้น ว่าวันที่ "นายก้อนดิน ไป มันเลยช่วงที่คนอื่นเขาไปกันหมดแล้วจ้า เขาทั้งเขาเลยเป็นของเรานั่นเอง เลยให้เจ้าหล่อนกระโดดเล่นเหย๋งๆ ให้พอใจไปเลย ด้านบนนี่อากาศเย็นพอสัมผัสได้ครับ แต่แดดนี่สิเปรี้ยงจนแผดเผา เรียกได้ว่าแสบผิวเลยแหละ






ขากลับลงมาจากทุ่งดอกบัวตอง บังเอิญเจ้าตัวคงแอบเห็นวิวข้างทางเป็นสวนดอกไม้ แอบจดไว้ในใจ พอขากลับเลยอ้อนขอให้จอดลงไปถ่ายรูปตรงจุดนี้ให้ที แล้วมีหรือที่เราจะใจร้าย (จริงๆ ขี้เกียจฟังเสียงบ่น อิอิ อย่าไปบอกนะครับ เรารู้กันแค่ในนี้นะ) 



หลังจากลงมาจากทุ่งดอกบัวตองก็มุ่งหน้าเข้าแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นทางการ และที่หมายที่โดนสั่งจองพื้นที่ไว้ในทริปเป็นอันดับต้นๆ ก็คือที่ "วัดพระธาตุดอยกองมู" ที่เขาว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ และเป็นสถานที่ที่ต้องมา ไม่อย่างนั้นเรียกได้ว่า มาไม่ถึงแม่ฮ่องสอน







สวยงามสมคำร่ำรือ แถมมีโอกาสได้ทำบุญเสริมสร้างวาสนากับเขาบ้าง และเป็นความทรงจำที่ดีอีกครั้งที่ได้เดินทางมาที่นี่ครั้งแรกในชีวิตเลยจริงๆ ครับ



รูปปั้นปูนขาวเป็นรูปสิงห์คู่สัญลักษณ์อันโดดเด่นของที่นี่ ตัวสิงห์หันหน้าไปยังเมืองใต้หุบเขาด้านล่าง มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ภาพจากมุมนี้เรียกได้ว่าเป็นมุมมหาชนเลยนะครับ ใครมาที่นี่ต้องได้ภาพมุมนี้ติดไม้ติดมือกันกลับไปแน่ๆ "นายก้อนดิน ฟันธงจ้า





วันที่ไปเจอ ฮ. ขอทหารบินกันเป็นขบวนประมาณ 5 ลำเห็นจะได้ เลยแชะภาพเก็บไว้ดูเล่นๆ ท่ามกลางข่าวสารในช่วงบ้านเมืองไม่ปกติ อาจทำให้คิดเตลิดกันเลยเถิดไปไกลได้ครับ 



ตรงนี้เป็นพระพุทธรูป เป็นศิลปะจากที่ไหนไม่แน่ใจ แต่ออกแนวคล้ายๆ ศิลปะของพม่าไม่น้อยเลยทีเดียว เห็นว่าค่อนข้างน่าสนใจและแปลกตาดี เลยรีบเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆ ครับ





ใช้เวลาอยู่บนวัดพระธาตุดอยกองมูอยู่พอสมควร แดดเริ่มร่มลมเริ่มตก ทำให้เตือนได้ว่าตัวเองควรต้องออกเดินทางต่อได้แล้ว เพราะเป้าหมายข้างหน้าคือเมืองปาย ที่อยู่ห่างออกไปอีกหลายไม่น้อย เลยขอเก็บภาพแสงแดดรำไรของที่นี่ไว้เป็นที่ระลึกก่อนออกเดินทางต่อไป





ขอเรียกชื่อภาพนี้ว่า "แสงสุดท้ายที่ปางมะผ้า" ระหว่างทางที่มุ่งหน้าสู่เมืองปาย ผมได้เหลือบไปเห็นแสงของอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าเต็มที จัดแจงรีบหาที่จอดรถ ขอแนะนำหาที่จอดดีๆ นะครับ เพราะทางเส้นนี้เป็นทางขึ้นเขาลงเขาตลอด และมีแค่สองเลนสวนกัน แต่ของผมโชคดีมากๆ ที่มาถึงตรงจุดนี้เป็นจุดพักรถที่ อ.ปางมะผ้า พอดิบพอดี เรียกได้ว่าโอกาสมาพร้อมโชคเลยจริงๆ ครับ ขอลาเพื่อนๆ ที่รักไปด้วยภาพนี้เลยแล้วกัน บายๆ คร้าบบบ ไว้พบกันใหม่นะจ๊ะ Smiley
Create Date :16 มกราคม 2557 Last Update :16 มกราคม 2557 22:47:52 น. Counter : 1533 Pageviews. Comments :27