***การอ่านหนังสือ คือ การเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง*** Open Your Mind by Reading***
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
เพลงดาวลูกไก่ - พร ภิรมย์

เมื่อสมัยที่ยังอยู่ชั้นประถมต้นที่พะเยาบ้านเกิด จำได้ว่ามีแหล่งที่ทำกิจกรรมของอำเภอเรียกว่า "สนามเวียงแก้ว" อยู่ตรงเส้นทางไปกว๊านพะเยา เวลามีงานฤดูหนาว งานลอยกระทง งานสารพัดงาน จุดสิ้นสุดต้องที่สนามเวียงแก้ว แม้แต่เวลามีหนังกลางแปลงมาฉาย ก็ไม่พ้นสนามเวียงแก้ว

วันแรกที่ได้ยินเพลง "ดาวลูกไก่" ของพร ภิรมย์ ทางโรงเรียนร่วมขบวนกิจกรรมทางศาสนา เมื่อไปถึงสนามเวียงแก้ว แถวขบวนก็ปล่อยให้นักเรียนเดินชมบริเวณ เพลงที่เกิดอยู่ลั่นสนามเข้าหูฉันโดยไม่ได้ตั้งใจ เดินไปฟังไปแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา เมื่อถึงตอนแม่ไก่เรียกลูกไก่ไปสั่งเสีย ก่อนกระโดดเข้ากองไฟ เมื่อนึกจินตนาการไปตามเนื้อเพลง มันทำให้ฉันสะเทือนใจ

บางที ฉันอาจเคยได้ยินเพลงนี้มาบ้างแล้ว แต่ไม่ได้ซึมลึกเข้าถึงความรู้สึกเหมือนวันนี้ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะเป็นกิจกรรมวันแห่เทียนเข้าพรรษา ที่มีการประกวดเทียนจำนำพรรษาของแต่ละสถาบันและหน่วยงานรัฐฯ ด้วย

ภายหลัง ฉันได้ยินเพลงของพร ภิรมย์ บ่อยมาก เพลงบัวตูมบัวบานก็ฟังจนร้องได้ (เพลงนี้ ตอนหลังคณะแกรนด์เอ็กซ์เอามาร้องใหม่ ก็สนุกดี) อาจเพราะบ้านอยู่ติดโรงหนังแห่งเดียวของอำเภอ เลยทำให้ฉันได้ฟังเพลงลูกทุ่งทุกวัน แล้วสมัยนั้น ฉันชอบจดมาก เพลงไหนที่ร้องได้แล้วจะจดใส่สมุดเป็นเล่ม ๆ (หายไปหมดตอนย้ายบ้าน) ที่มากที่สุดเป็นเพลงลูกทุ่งนี่แหละ

เพลงดาวลูกไก่ เป็นเพลงที่ฟังแล้วจรรโลงใจ เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เราซาบซึ้งในรสพระธรรม แม้จะเป็นเพียงเกร็ดเล็ก ๆ ก็ตาม และพร ภิรมย์ ก็เข้าไปอยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัตร์ในที่สุด ได้ยินว่าท่านตั้งใจจะบวชไม่สึกด้วย


พร ภิรมย์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ชื่อจริง บุญสม มีสมวงษ์
เกิด 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 (อายุ 81 ปี)
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาชีพ นักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี

พร ภิรมย์ (29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 - ) นักร้อง นักแต่งเพลง ที่ใช้ดนตรีไทยเดิมเป็นพื้นฐาน เนื้อเพลงแนวนิทานชาดก แฝงธรรมะ มีชื่อเสียงจากเพลง "บัวตูมบัวบาน" และ "ดาวลูกไก่"

พร ภิรมย์ มีชื่อจริงว่า บุญสม มีสมวงษ์ เป็นบุตรของนายประเสริฐ และนางสัมฤทธิ์ มีสมวงษ์ [1] ชาวอำเภอพระนครศรีอยุธยา จบชั้นมัธยม 3 จากโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข มีความเชี่ยวชาญการร้องและเล่นดนตรีไทย ทำขวัญนาค พากย์หนัง และเข้ามาเล่นลิเก ใช้ชื่อคณะว่า "บุญสม อยุธยา" เล่นกับเสน่ห์ โกมารชุน มีชื่อเสียงโด่งดังจนครูมงคล อมาตยกุล ชักชวนมาอยู่ วงดนตรีจุฬารัตน์

พร ภิรมย์ ร้องเพลงอยู่กับวงดนตรีจุฬารัตน์หลายปี มีผลงานบันทึกเสียงประมาณ 200 เพลง เพลงที่ร้องส่วนใหญ่เป็นผู้แต่งเอง ในแนวนิทานชาดกแฝงธรรมะ ด้วยเทคนิคการแหล่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพลงแรกที่ได้รับความนิยมคือเพลง "บัวตูมบัวบาน" ตามด้วย "ดาวลูกไก่" "ดาวจระเข้" "วังแม่ลูกอ่อน" "กลับเถิดลูกไทย"

พร ภิรมย์ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ในปี พ.ศ. 2509 ถึงสามรางวัล จากเพลงบัวตูมบัวบาน และ ดาวลูกไก่ และในปี พ.ศ. 2514 จากเพลงกลับเถิดลูกไทย และได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ในปี พ.ศ. 2532 จากเพลงบัวตูมบัวบาน และ พ.ศ. 2534 จากเพลงดาวลูกไก่

พร ภิรมย์ บวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดรัตนชัย (วัดจีน) ตำบลหอรัตนชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน

รางวัลเกียรติยศ

ได้รับรางวัลการเชิดชู ปูชนีย์บุคคลเกียรติยศ ทางด้านผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2553

ได้รับรางวัลพระคเณศ กรมศิลปากร จากผลงานรางวัลเพลง ดาวลูกไก่ เนื่องในโครงการเพชรในเพลง วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2553

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C



เพลง ดาวลูกไก่ 1


โอ้ชีวิตคิดไฉน ว่าใครหนอใครลิขิต
ประกาศิตของศิวะ
หรือของพระพรหมเจ้า
ว่าต่างกำเนิดเกิดมา พอลืมตามองโลก
บ้างมีโชคบ้างอับโชค มีสุขโศกปนเศร้า

จอมนราพิสุทธ์ ท่านสอนพุทธบริษัท
เป็นธรรมะปรมัต
อ่านถึงอำนาจกรรมเก่า
ว่ากุสะลาธรรมา มนุษย์เกิดมามีสุข
อกุสะลาพาให้ทุกข์ ดังไฟที่ลุกรุมเร้า

บ้างกึ่งดีกึ่งชั่ว เพราะตัวของตัวมั่ววุ่น
สร้างทั้งบุญทั้งบาป
เหมือนคำที่ฉาบด้วยขาว
ผมมิใช่บัณฑิต อันมีจิตสิเหน่หา
ที่จะเป็นนักเทศนา มาเจรจายั่วเย้า

จิตตั้งศรัทธาสาทก เรื่องยาจกยากจน
มีตากับยายสองคน
ปลูกบ้านอยู่บนเชิงเขา
แกเลี้ยงแม่ไก่อู มีลูกอยู่เจ็ดตัว
เช้าก็ออกริมรั้ว จิกกินเม็ดถั่วเม็ดข้าว

เวลามีเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบ
นังแม่ก็โอบปีกอุ้ม กางสองปีกออกคลุม
พาลูกทั้งกลุ่มเข้าเล้า
แม่ไก่จะปลอบขวัญลูก
เสียงกุ๊ก ๆ ปลุกขวัญ ลูกตอบเจี๊ยบ ๆ ดังลั่น
ทั้งๆที่ขวัญเขย่า แล้วเขี่ยข้าวออกเผื่อ
ต่างคุ้ยเหยื่อออกให้ ลูกไก่แม่ไก่ไร้ทุกข์
ซิไม่มีสุขใดเท่า

ถึงคราวจะสิ้นชีวิต
เมื่ออาทิตย์อัสดง ยังมีภิกษุหนึ่งองค์
เดินออกจากชายเขา ธุดงค์เดียวด้นดั้น
เห็นสายัณห์สมัย หยุดกลางพลางทันใด
หลังบ้านตายายผู้เฒ่า
อยากรู้เรื่องต่อก็ต้อง ไปเปิดหน้าสองฟังเอา...

ดาวลูกไก่ 2

พระธุดงค์ทรงกลด ตะวันก็หมดแสงส่อง
อาศัยโคมทองจันทรา
ที่ลอยขึ้นมายอดเขา ฝ่ายว่าสองยายตา
จึงเกิดศรัทธาสงสาร พระผู้ภิกขาจารย์
จะขาดอาหารมื้อเช้า

อยู่ดงกันดารป่านนี้ หรือก็ไม่มีบ้านอื่น
ข้าวจะกล้ำน้ำจะกลืน
จะมีใครยื่นให้เล่า
พวกฟักแฟงแตงกวา
ของเราก็มาตายหมด
นึกสงสารเพราะจะอด
ทั้งสองกำสรดโศกเศร้า

สักครู่หนึ่งตาจึงเอ่ย
นี่แน่ะยายเอ๋ยตอนแจ้ง
ต้องเชือดแม่ไก่แล้วแกง
ฝ่ายยายไม่แย้งตาเฒ่า

ฝ่ายแม่ไก่ได้ยิน
น้ำตารินรี่ไหล ครั้นจะรีบหนีไป
ก็คงต้องตายเปล่า ๆ อนิจจาแม่ไก่
ยังมีน้ำใจรู้คุณ ที่ยายตาการุณ
คิดแทนคุณเม็ดข้าว น้ำตาไหลเรียกลูก
เข้ามาซุกซอกอก น้ำตาแม่ไก่ไหลตก
ในหัวอกปวดร้าว

อ้าปากออกบอกลูก
แม่ต้องถูกตาเชือด คอยดูเลือดแม่ไหล
พรุ่งนี้ต้องตายจากเจ้า
มาเถิดลูกมาซุกอก ให้แม่กกก่อนตาย
แม่ขอจะกกเป็นครั้งสุดท้าย
แม่ต้องตายตอนเช้า

อย่าทะเลาะเบาะแว้ง
อย่าขัดแย้งเหยียดหยัน
เจ้าจงรู้จักรักกัน อย่าผลุนผลันสะเพร่า
เจ้าตัวใหญ่สายสวาท
อย่าเกรี้ยวกราดน้องน้อง
จงปกครองดูแล ให้เหมือนแม่เลี้ยงเจ้า

น่าสงสารแม่ไก่ น้ำตาไหลสอนลูก
เช้าก็ถูกตาเชือด ต้องหลั่งเลือดนองเล้า
ส่วนลูกไก่ทั้งเจ็ด เหมือนถูกเด็ดดวงใจ
จึงพากันโดดเข้ากองไฟ
ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว
ด้วยอานิสงส์อันประเสริฐ
ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2553 11:38:19 น. 0 comments
Counter : 3899 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

wanalee
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




คนธรรมดาที่กำลังพยายามละกิเลส เพื่อลดความอยากและไม่อยากให้มากที่สุด (ยากนะ แต่จะพยายาม)
New Comments
Friends' blogs
[Add wanalee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.