อาลาสกา แหล่งท่องเที่ยวของคนรัก..ท้องฟ้า.. สายลม.. ภูเขา และท้องทะเล (ตอนที่ 1)
อาลาสกา แหล่งท่องเที่ยวของคนรัก ท้องฟ้า ...สายลม..ภูเขา..และท้องทะเล(ตอนที่ 1 )

อาลาสกา เป็นเกาะหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซื้อมาจากประเทศรัสเซีย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ฉันใฝ่ฝันอยากมาเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิต และฉันก็คิดว่า คนที่ชอบธรรมชาติอันสวยสดงดงาม รักท้องฟ้า สายลม สายแดด ตลอดจน ภูเขา และท้องทะเล คงมีความใฝ่ฝันไม่แตกต่างจากฉันอย่างแน่นอน ราคาทัวร์ของการมาเที่ยวที่นี่ราคาสูงมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างฉัน เพราะราคาตกแสนกว่าบาททีเดียว

ช่วงเดือน พฤษภาคม 54 เป็นช่วงที่เงินออมจากการประกันชีวิตของฉันครบกำหนด ฉันมีเงินที่เก็บออมไว้ประมาณ สองแสน บาท พอดี เก๊า เพื่อนฉันที่เคยไปทัวร์ด้วยกันบ่อย ๆ เขาจะเดินทางไปประเทศแคนาดา รัฐแวนคูเวอร์ เพื่อเยี่ยมลูกชายของเขาซึ่งมาทำงานอยู่ที่นี่ เขามาชวนฉันไปเที่ยวที่แวนคูเวอร์ด้วย และต้องไปอยู่อย่างน้อย 1 เดือน ฉันคิดหนัก ชีวิตในต่างแดน ค่าใช้จ่ายสูงมาก ต้องกินต้องอยู่ตั้ง 1 เดือน ฉันคงเบื่อตาย คิดถึงที่นอนอันอบอุ่นที่บ้านของฉันเอง ไปอยู่ที่ไหน ๆ นาน ๆ ดีอย่างไร ก็ไม่สะดวกเท่ากับบ้านของเราเองแน่นอน แล้ววัน ๆ ฉันจะทำอะไรล่ะ เก๊าเขาไม่มีปัญหาแน่ เพราะมีลูก เขามีความสุขอยู่กับการออกไปช้อปตามซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อของมาทำอาหารให้ลูกกิน แล้วฉันจะไปอยู่ตั้งเดือน กิน ๆ นอน ๆ ต้องรอวันหยุด ลูกชายเขาจึงจะพาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ได้บ้าง ฉันจึงบอกเพื่อน (เก๊า) ว่า ฉันไปด้วยก็ได้ แต่ต้องไปเที่ยวอาลาสกา ไปเที่ยวสวนเชอรรี่ เด็ดเชอรรี่ (ฉันชอบกินมาก) กับฉันด้วย เก๊าตกลงตามที่ฉันร้องขอ และจองตั๋วเครื่องบินไป กลับ ของอีวา แอร์ไลน์ เป็นชั้นประหยัด สามหมื่นเศษ ๆ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ฉันก็จำราคาไม่ได้ ต้องไปและกลับตามวันที่ที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้าหลายเดือน ถ้าหากเกิดไม่สามารถไปวัตามวันที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนแปลงเราจะต้องเสียเงินแพงมากกว่าการซื้อตั๋วเครื่องบินธรรมดา ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ให้เก๊าเป็นคนจัดการเอง ฉันมีหน้าที่จ่ายเงินเขาเท่านั้น ส่วนการไปเที่ยวที่ อาลาสกา ให้ตั้ม ลูกชายของเขาจองทัวร์ที่แวนคูเวอร์เลย แต่ฉันก็ฝากเงินไปให้ล่วงหน้าประมาณ สามหมื่นบาทเพื่อไปจองทัวร์ ถ้าขาดเหลืออย่างไร ไปถึงที่แวนคูเวอร์แล้ว ค่อยจ่ายกันอีกที

กำหนดการเดินทางครั้งนี้ เป็นบ่าย ๆ ของวันที่ 19 มิ.ย. ก่อนไป ฉันไปช่วยเก๊าเขาจ่ายข้าวของสารพัดที่จะนำไปที่แวนคูเวอร์ทำกินกัน ตั้งแต่ พริก มะนาว เครื่องแกง ไก่ กระเทียม ทอดมันที่ผสมแล้วนำไปทอดที่แวนคูเวอร์ เนื้อปูที่แกะแล้ว ม่าม่า ยำยำ เส้นหมี่ พริกไทย คะนอร์ สารพัด ที่จะแบกกันไป ทางสายการบินให้คนละ 2 กระเป๋า กระเป๋าละ 23 กิโลกรัม ฉันยกให้เก๊าไป 1 กระเป๋า เพราะจะต้องเอาของกินใส่กระเป๋าไปถึง 3 ใบ เก๊าเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเล็กหิ้วขึ้นเครื่อง ไม่ต้องเอาไปเยอะ เคยทิ้งเสื้อผ้าไว้เมื่อคราวก่อนที่ไปเยี่ยมลูกเขาอยู่แล้ว ฉันเอาเสื้อผ้าไป 1 กระเป๋าประมาณ 7 ชุด ไปซักเอาก็แล้วกัน จะได้ไม่หนักมาก

การไปคราวนี้ เม้ง เหลนของฉันไปส่งที่สนามบิน กว่าเครื่องจะออก ก็บ่ายสี่โมงเศษ ๆ กว่าจะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้าก็เป็นเวลา
16.55 น. เป็นเครื่องบินที่มีที่นั่งแถวละ 9 ที่นั่ง ใช้เวลาบินจากกรุงเทพฯถึงกรุงไทเป ของไต้หวัน ประมาณ 3 ชั่วโมง 22 นาที ไม่ทรมานในการนั่งอยู่ในเครื่องบินนัก แต่น่าเบื่อ ต้องมานั่งรอต่อเครื่องที่นี่ อีกประมาณ เกือบ 4 ชั่วโมง จากนั้นเครื่องบินก็บินยาวไปถึง เมืองแวนคูเวอร์ของประเทศแคนาดาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่แสนน่าเบื่อและ ทรมาน เพราะว่า มันเมื่อยเหลือเกินน่ะซีคะ เป็นเครื่องบินลำใหญ่กว่าที่นั่งมาลงไต้หวัน เป็นเครื่องบินที่มีที่นั่ง แถวละ 10 ที่นั่ง ฉันได้นั่งติดกับริมหน้าต่างด้วย เวลาของไต้หวันจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง แต่ของประเทศแคนาดา เวลาจะต่างกับของไทยเราประมาณ 10 ชั่วโมง แต่เป็นคนละวันกันนะคะ เรามาถึงที่สนามบิน แวนคูเวอร์ เป็นเวลา 19.15 น. ของวันที่ 19 มิ.ย. (เมืองไทยเรา ก็เป็นวันที่ 20 มิ.ย. ประมาณ 7 โมงเช้ากว่า นั่นเอง ตั้มและเพื่อนของเขามารับพวกเราที่สนามบิน

กำหนดการไปอาลาสกา คือเย็นวันที่ 22 มิ.ย. ประมาณ 17.00 น เรือออก เราต้องไปถึงที่ท่าเรือประมาณบ่าย 3 โมงเย็น ค่าทัวร์ที่จะไปนั้น ราคา 1090 เหรียญ ตกเป็นเงินไทยก็ประมาณ สามหมื่นสี่พันกว่าบาท (เฉพาะอยู่ในเรือ 7 คืน 8 วัน)

วันที่ 21 มิ.ย. มีเพื่อนเก๊าที่ชื่อต้อม ซึ่งเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นมาเยี่ยมและเอาอาหารญี่ปุ่น และ ปลานึ่งมาให้กินด้วย หลังจากนั้นได้พากันเดินไปที่ท่าเรือที่เราจะไปลงเรือพรุ่งนี้ ฉันก็ได้ถ่ายรูปที่ท่าเรือมาฝากท่านผู้อ่านค่ะ

สำรวจทางก่อนจะไปเที่ยวอาลาสกา


วันที่ 23 มิ.ย. ตั้มเคลียร์งานที่บริษัทได้ จึงสามารถขับรถไปส่งแม่เขาและฉันที่ท่าเรือได้ พวกเราก็กล้าหาญชาญชัยเหมือนกันนะ ไปกันสองคน ภาษาอังกฤษก็แทบจะไม่ได้เรื่องเลย ไม่รู้จะไปผจญกับอะไรบ้าง แต่ฉันก็ไม่กลัวอะไรนักหนา อย่างน้อย ๆ ก็พอจะถู ๆ ไถ ๆ งู ๆ ปลา ๆ พูดได้บ้าง รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ดูคนอื่นเขาไปอย่างไร เราก็ทำตามได้นี่นา หวังจะไปเจอคนจีนบ้าง คนไทยบ้าง (แต่ปรากฏว่า ไม่เจอเลย มีแต่ฝรั่งทั้งนั้น เฮ้อ!) อยู่ที่ท่าเรือ ก่อนจะไปลงเรือ มีเวลาเหลือเราก็ถ่ายรูปกับเรือเป็นที่ระลึกด้วย

ถ่ายรูปกันก่อนลงเรือและรูปห้องนอน 3300 ของเรา


ก่อนจะลงเรือ ก็ต้องมีการกรอกข้อความลงใบออกนอกประเทศ (ขณะนี้เราอยู่แคนาดา ) ต้องใช้พาสปอร์ตด้วย ห้องนอนของเรา คือ ห้อง 3300 เรือที่พาพวกเราล่องไปในมหาสมุทรนั้น ชื่อว่า Volendam ซึ่งเราต้องจำชื่อเรือของเราด้วย เพราะมีเรือหลายลำหลายบริษัททัวร์ จะได้ไม่หลงไปเรือลำอื่นไงล่ะคะ เรือของเราลำนี้ใหญ่โตมาก สมกับที่เขาตั้งฉายาว่า "เรือสำราญ" มีทั้งหมด 8 ชั้น ถ้านับดาดฟ้า ก็จะเป็น 9 ชั้น ลงเรือมาแล้ว เราก็เดินหาห้องพักและรู้จักกับคนที่ดูแลล็อคที่พวกเราอยู่ เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษแปลได้คร่าว ๆ ว่า เขาเป็นผู้ดูแลล็อกที่เราอยู่ มีอะไรที่เป็นปัญหาให้เรียกหาเขาได้ ประมาณ 17.30 น. พนักงานบนเรือ ได้แบ่งพวกเราเป็นกลุ่ม แล้วสาธิตการใส่เสื้อชูชีพเมื่อเกิดเหตุร้ายกลางทะเล (นักท่องเที่ยวที่มากับเรือลำนี้ ฉันกะคร่าว ๆ ไม่น่าต่ำกว่า พันคน ขึ้นไป)

อาหารที่เราจะทานทุกมื้อ ก็คือ ชั้น 8 ของเรือมีชื่อว่า ห้อง ลิโด ซึ่งทุกชั้น เราสามารถขึ้นลีฟไปได้ หรือจะลงบันไดก็ตามแต่ใจชอบ อาหารมื้อเย็นมื้อแรกที่เรือสำราญนั้น เขาจัดที่กลางแจ้ง มีอาหารแบบทางยุโรปทานกัน คือ ขนมปัง ปลาแซลมอล ปิ้ง สลัดผัก มันฝรั่งเละ ๆ มีการให้เราล้างมือด้วยเจลที่เขาตั้งไว้ เข้าแถวหยิบจาน เขาจะเป็นผู้ตักอาหารให้เราเอง (ดูสะอาดกันมาก ๆ ) ได้อาหารแล้ว เราก็ไปหาที่นั่งที่ติดหน้าต่างจะได้มองออกไปยังท้องทะเลได้บรรยากาศโรแมนติคไงล่ะ

มองออกไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล น้ำทะเลเป็นน้ำเงินเข้มแต่ใส เรือลำใหญ่แล่นไปบนผิวน้ำอย่างช้า ๆ เสียงคลื่นที่ซัดและแหวกออกไปเกิดเสียงดัง เหมือนเสียงคำรามเบา ๆ ของลูกเสือน้อย ๆ ที่ขู่คน น้ำทะเลเป็นคลื่นละลอกน้อย ๆ ทานอาหารไปมองดูความสวยงามของท้องทะเลไป ได้บรรยากาศแห่งความรื่นรมย์อีกรูปแบบหนึ่งจริง ๆ นะ เย็นนี้ เก๊าทานอาหารได้มาก ทั้งกระดูกหมูปิ้ง หัวมันลูกโต ๆ ใส่ครีมอีกด้วย ฉันกินปลาแซลมอล กระดูกหมูเล็กน้อย สลัดอีกนิดหน่อย ทานไม่ค่อยลง ทานเสร็จแล้ว ท้องฟ้ายังสว่างไสวอยู่เลย ที่นี่ ฟ้าจะมืดประมาณสองทุ่มกว่า

ฉันหาภาพสวย ๆ ของห้องนอน ข้างนอกตามทางเดิน มีเก้าอี้ผ้าใบให้นอนเล่น ค่ะ



มุมต่าง ๆในห้องนอนในเรือ และ มุมต่าง ๆ ในเรือ


อาหารมื้อแรกบนเรือสำราญ เป็นบุฟเฟ่กลางแจ้ง



หลังจากทานข้าวมื้อเย็นแล้ว ฉันชวนเก๊าไปเดินเที่ยวที่ดาดฟ้า แต่เขาไม่ไป ฉันจึงไปเดินเอง เพื่อสำรวจสถานที่และชื่นชมความงามของท้องทะเล บนดาดฟ้า ลมแรงมาก มีสระน้ำเล็ก ๆ อีกหนึ่งสระ แต่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมือนที่ชั้น 8 มีพวกฝรั่งขึ้นมาบนดาดฟ้ามากมาย มาชื่นชมความงามของท้องทะเลเช่นเดียวกับฉัน นั่นเอง

ทิวทัศน์บนดาดฟ้า



วันที่ 23 มิ.ย. 54

เมื่อคืนนี้ ฉันอนหลับสบาย ๆ ไม่แปลกที่ เช้านี้ ฉันตื่นขึ้นมาประมาณ 6 โมงเช้าตามเวลาของที่นี่ ฉันเข้าห้องน้ำและจัดการธุระของฉันในห้องน้ำตามปรกติของฉันเรียบร้อยแล้ว เก๊ายังนอนอยู่บนที่นอน เขาเกิดมีอาการเมาเรือ เรือโคลง คิดว่าอาจจะเจอลมแรงและมีคลื่นแรงด้วย เขารู้สึกเวียนหัวมาก ฉันปล่อยให้เขานอนต่อ ส่วนฉันออกจากห้องนอนออกมาตามทางเดินของเรือ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ท้องฟ้าสว่างแล้วก็จริง แต่มีเมฆสีเทา ๆ เต็มท้องฟ้า เสียงคลื่นในทะเล ดังครืน ๆ คลื่นลูกใหญ่ไม่ใช่น้อยทีเดียว มิน่าล่ะ เก๊าถึงได้เวียนหัว พื้นเรือที่เป็นทางเดินเปียกแฉะไปหมดเลย ไม่รู้เป็นเพราะละอองน้ำค้างหรือละอองคลื่นที่โปรยปรายมาในยามค่ำคืน หรือฝนฟ้าตกหนักเมื่อคืนนี้ เก้าอี้ผ้าใบที่กางนอนเมื่อคืน เปียกแฉะไปหมดเช่นกัน เช้านี้มีฝรั่งที่มาเที่ยวเหมือนฉันออกมาเดินออกกำลังกายและสูดอากาศบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับฉันมากเหมือนกัน เจอหน้ากัน ก็ทักทายกันด้วยคำว่า "Good morning " แล้วต่างคนต่างก็ยิ้มให้ด้วยไมตรีจิต ถึงเวลาอาหารเช้า ฉันก็ขึ้นลีฟไปยังชั้น 8 อาหารก็เหมือนเดิม ฉันทานสลัดผัก ไข่ห่อไส้ แฮม น้ำส้มอีก 2 แก้ว แล้วขึ้นห้องไปดูว่า เก๊า เขาอาการดีขึ้นหรือยัง เขายังนอนอยู่ บอกว่า อาเจียนไปแล้ว 1 รอบ กินยาแก้เมาไปแล้ว จะนอนต่ออีกสักพัก แล้วฉันก็พาเขาไปทานอาหารมื้อเช้า ตักหมูแฮม ข้าวต้มร้อน ๆ ถ้วยหนึ่ง เขากินได้ไป 2-3 คำ ก็จะอาเจียน ต้องเรียกพนักงานเรือพาไปห้องน้ำ อาเจียน อีก เฮ้อ! น่าสงสารจัง หมดสนุกเลยละ เขาเดินระทดระทวยกลับมาที่โต๊ะ กินข้าวต่ออีก 2-3 คำ ก็ไปนอนต่อ ฉันพาเขากลับห้องนอน แล้วฉันก็ไปเดินเที่ยวตามชั้นต่าง ๆ ของเรือ ถ่ายรูปเครื่องตกแต่งของเรือตามห้องต่าง ๆ



อาหารมื้อเที่ยง ฉันกลับเข้าห้องมารับเก๊าไปทานอาหารด้วยกัน รู้สึกอาการเขาดีขึ้นมากแล้ว คงได้นอนเต็มอิ่ม สุขภาพน่าจะไม่แข็งแรงนักหลังจากผ่ามะเร็งเต้านม อารมณ์ก็ค่อนข้างผันผวนไปด้วย ภาษาที่ใช้ บางครั้งก็ไม่ค่อยน่าฟังนัก คงเป็นเพราะโรคภัยไข้เจ็บกระมัง หรืออาจจะเป็นเพราะการได้อยู่ด้วยกันนาน ๆ ความคุ้นเคยทำให้เราได้เห็นนิสัยที่แท้จริงก็ได้นะ ฉันคิดว่าเป็นเช่นนั้นน่ะ อาหารมื้อเที่ยง เขาทานได้มากขึ้น เฮ้อ ! โล่งอกไปที ถ้ามาเที่ยวแล้วเกิดเจ็บป่วย มันไม่สนุกเอาเสียเลยนะนี่

ทานอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ฉันก็ชวนเขาไปเที่ยวชมทิวทัศน์ที่ดาดฟ้า ซึ่งจะเป็นจุดชมทิวทัศน์ท้องทะเล ภูเขา สายน้ำได้ชัดเจนที่สุด สุดขอบฟ้า สุดสายน้ำ ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เวิ้งว้าง มันทำให้อารมณ์คนเกิดความว้าเหว่ อ้างว้าง เดียวดายได้ดีเหลือเกิน บนดาดฟ้าดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า มีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่ด้วย แล้วยังมีน้ำตกจำลองอีกด้วย เป็นมุมที่ให้ความรื่นรมย์แก่นักท่องเที่ยวได้ดี ท้องทะเลตอนนี้ มีแต่น้ำกับฟ้า ไม่มีเกาะแก่งอะไรเลย จึงยิ่งดูอ้างว้างยิ่งขึ้น พวกเราผลัดกันถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกหลายรูปเหมือนกัน เชิญชมได้ค่ะ

ทิวทัศน์ เมฆหมอก 1



ทิวทัศน์ ทะเลหมอกตอนเช้า 2 ที่ดูอึมครึม นะคะ



ทิวทัศน์อันสวยงามที่ฉันนำมาฝาก (1)



ทิวทัศน์ อันงดงาม (2)



อาหารมื้อเย็นวันนี้ มีสเต๊กปลา มีกุ้ง เก๊าทำน้ำจิ้มซีฟู้ดมาจากเมืองไทย รสชาติจึงถูกปากคนไทย จิ้มกุ้ง ปลา กันอย่างเอร็ดอร่อย

คืนนี้ในเรือ มีรายการแสดงของ บอร์ดเวย์โชว์ ต้องแต่งชุดราตรี ฉันไม่มีหรอก เอาแต่ชุดกระโปรงธรรมดาเท่านั้น แต่พอเข้าไปที่โรงละคร (ชั้น 5 ) ฉันก็เห็นมีนักท่องเที่ยวฝรั่งเขานุ่งกางเกงเข้านั่งชมก็มี บางคนใส่รองเท้าเตะเสียด้วยซ้ำ เฮ้อ! จะเอาอะไรมากมายหนักหนาหนอ มัวแต่เสียเวลาไปเปลี่ยนเป็นกระโปรงไปถึงโรงละคร การแสดงเขาก็เริ่มแล้ว แถมไม่มีที่นั่งด้วย ต้องยืนดูโชว์กันเมื่อยขาไปหมดเลย ห้องนี้จะเป็นห้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามรายการที่ทางเรือแจกให้เราทุกวัน นอกจากชั้นนี้แล้ว ชั้นอื่น ๆ ก็มีรายการอื่น เช่น ห้องสปา ห้องเล่นอินเตอร์เน็ต (น่าจะเสียเงิน) มีบ่อนกาสิโนว์ด้วย สารพัดอำนวยความสนุกสนานและการช้อปปิงก็มีอยู่ในเรือ ทุกอย่างไม่รับเงินสด ใช้การรูดการ์ดทั้งสิ้น มีเครื่องดื่มประเภทขายให้แก่เศรษฐีทั้งหลายได้นั่งดริ๊งค์กันอย่างรื่นรมย์

การแสดงในคืนนี้ เป็นการร้องเพลง ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป เลยไม่มีรูปมาฝากท่านผู้อ่าน การร้องเพลงก็เป็นหมู่บ้าง เดี่ยวบ้าง โดยมีคนออกมาเต้นประกอบเพลงที่ร้อง ท่าเต้นก็ดูเร่าร้อน แอ่นหน้าแอ่นหลัง นุ่งน้อยห่มน้อย มันก็เหมือน ๆ กับที่ดูในโทรทัศน์บ้านเราที่มีการแข่งขันนั่นแหละ ฉันคิดว่า เราก็คงไปเลียนแบบเขามานั่นเอง หลังดูการโชว์แล้ว ยังมีรายการอื่น ๆ ต่อถึงเที่ยงคืน แต่เราไม่ได้อยู่ดู กลับห้องอาบน้ำแล้วเข้านอนสุโขสโมสร เลย

โปรดติดตาม อาลาสกา ตอนที่ 2 ต่อไปนะคะ



Create Date : 17 ธันวาคม 2554
Last Update : 18 ธันวาคม 2554 21:32:38 น.
Counter : 1455 Pageviews.

2 comments
โตขึ้น ผมจะเป็น... สองแผ่นดิน
(17 ต.ค. 2564 00:15:53 น.)
ราชบุรี & นครปฐม: ของคาว,ของหวานต้องมาให้ครบ peaceplay
(15 ต.ค. 2564 00:56:07 น.)
เมื่อคิดถึงเรื่องเที่ยว คุณคิดถึงอะไร อาจารย์สุวิมล
(21 ต.ค. 2564 08:15:26 น.)
เชิญชวนมาเที่ยวออกพรรษ งานประเพณีไหลเรือไฟ” TAT Nakhonphanom Open House#4 เจ้าหญิงไอดิน
(14 ต.ค. 2564 14:14:56 น.)
  
ว้าว ไปเที่ยวอลาสก้า น่าสนใจดีนะครับ ช่วงนี้ผมปิดเทอมเดี๋ยวจะมานอนอ่านบล็อกของคุณอาจารย์สุวิมล สำหรับคำถามที่ถามไปสองข้อ ผมตอบไปทางหลังไมค์แล้วนะครับ สงสัยอะไรก็ถามมาได้ช่วงนี้กำลังว่างอยุ่
โดย: Zabby วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:19:08:48 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล

ขอบคุณที่ไปแวะไปเยี่ยมชมบล็อคนะคะ ดิฉันไม่ได้แวะเข้ามาอ่านบล็อคของอาจารย์เลยค่ะช่วงนี้ คิดว่าอาทิตย์หน้าจะแวะเข้ามาอ่านอีก วันนี้เข้ามาทักทายอาจารย์ก่อนค่ะ อาจารย์สบายดีนะคะ

วนิดา
โดย: piscellino วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:42:42 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Suvimol.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]

บทความทั้งหมด