ประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของเทศกาลถือศีลกินผัก (ภูเก็ต 3 ) ตอนที่ 3
วันที่ 5 ตุลาคม 2554

วันนี้ ฉันอยู่ที่ภูเก็ตบ้านของภาและแค้ปเป็นวันที่ 5 แล้วนะ วันนี้ฝนตกเกือบทั้งวัน หยุด ๆ ตก ๆ โปรแกรมวันนี้ ภากับฉันจะไปฟังเทศน์ที่วัดและนำข้าวและกับข้าวไปเลี้ยงพระเพลด้วย ภา ขับรถออกจากบ้านไปประมาณ 9.30 น. ไปที่วัด ชื่อ วัดท่าเรือ ฝนก็ตกพรำ ๆ บริเวณวัดมีน้ำเฉอะแฉะไปหมด แต่ด้วยความตั้งใจและศรัทธา ฉันกับภาตลอดจนชาวบ้านก็ไปวัดและร่วมสวดมนต์ ฟังเทศน์กันมากมายเหมือนกัน คิดว่า วันนี้คงจะเป็นวันพระด้วย ก็เป็นสิ่งดีสำหรับฉัน เพราะฉันไม่ค่อยได้เข้าวัดสวดมนต์ ฟังเทศน์มานานเหมือนกัน

ประมาณ 11.00 น. การเทศน์เสร็จสิ้นลง คนที่มาสวดมนต์และฟังเทศน์ต่างก็นำอาหารไปวางไว้ที่ศาลาอีกศาลาหนึ่ง เป็นปิ่นโต วางเรียงรายไว้ แล้วแต่ว่าพระจะตักไปฉันเอง โดยมีการประเคนก่อน ก็ได้เห็นประเพณีการฉันเพลของพระสงฆ์ที่นี่อีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการฉันแบบเรียบง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากนัก

ขณะที่รอพระสงฆ์ฉันเพล เราก็มากราบไหว้พระพุทธรูปซึ่งตั้งอยู่ที่ ศาลา นี้ แล้วก็นั่งรอจนพระฉันเสร็จ ต่างคนต่างก็ไปนำปิ่นโตของตนกลับบ้านไป

เรากลับมาพักที่บ้าน ฝนตกพรำ ๆ บางช่วงก็ตกหนัก เป็นเช่นนี้ทั้งวันเลย โปรแกรมของพวกเราอยู่ที่ตอนกลางคืน จะไปดูพิธีส่งพระ หรือส่งเจ้ากลับสวรรค์ ช่วงเย็นแค้ปกลับจากที่ทำงาน ซื้อเหบะหมี่เจมากินกัน 3 ถุง กินเสร็จ ฉันนั่งเล่นเฟสบุ๊คคุยกับลูกศิษย์ไปเพื่อรอเพื่อนของ ภา ที่ชื่อ พร (คนนี้เขาเป็นม้าทรงด้วย) ซึ่งนัดกันจะไปดูพิธีส่งพระคืนนี้ด้วยกัน

พิธีส่งพระ (ส่งเจ้ากลับสวรรค์) มีลักษณะเหมือนกับการแห่พระที่ฉันเล่าไปแล้ว แต่ทำในเวลากลางคืน มีการจุดประทัดดังยิ่งกว่าตอนแห่พระเสียอีก ทุกคนเตรียมสำลีอุดหูไว้ และเตรียมผ้าปิดจมูกไปด้วย เพื่อป้องกันควันจากประทัดที่จุด นั่นเอง เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน ฝนที่ตกพรำ ๆ บ้าง ตกหนัก บ้าง มาถึงเวลานี้ ท้องฟ้ากลับ แจ่มใส ไม่มีเค้าของการที่ฝนจะตกเลย ที่ตกนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง

ประชาชนออกมาชมการ ส่งพระเต็มตามถนนหนทางที่ขบวนส่งพระจะผ่าน ตามหน้าบ้านก็มีการตั้งโต๊ะบูชา มีผลไม้นานาชนิดรอรับการเยี่ยมเยียนของเหล่าม้าทรง มีประทัดที่จัดใส่ไม้ไผ่ลำสูงเป็นหลายร้อยหลายพันนัด เป็นตับ ๆ ยาวเฟี้ยวทีเดียว ประชาชนที่นับถือศรัทธา มีการจุดธูปดอกใหญ่ถือไว้ด้วย ถนนหนทางเต็มไปด้วยหมอกควันจากประทัดที่จุด ท่านผู้อ่านชมจากภาพที่ฉันนำมาฝากได้เลยค่ะ

โต๊ะบูชาที่แต่ละบ้านนำมาตั้งไว้หน้าบ้านที่บรรดาม้าทรงและขบวนส่งพระจะผ่านมา



บรรดาห้างร้านจะจุดประทัดใส่เกี้ยวที่แห่พระมา บางจุดเป็นไฟลุกแดงโชติช่วงชัชวาลย์ทีเดียว



ขบวนแห่ส่งพระ มีคนหามเกี้ยวแห่พระมามากมาย



ขบวนแห่ส่งพระและบรรดาเหล่าม้าทรงที่ร่วมขบวน



พวกเรามายืนอยู่ยังจุดที่ขบวนแห่ส่งพระจะผ่านมา



บรรดาม้าทรงมาทำพิธีให้กับประชาชนที่ตั้งโต๊ะบูชา





ท่านจะเห็นภาพด้านหลังของบุคคลในภาพนี้ มีตราประทับอยู่บนเสื้อ นั่นแสดงว่าเขาได้ผ่านพิธีสะเดาะเคราะห์มาแล้ว ซึ่งผู้ทำพิธีก็คือ บรรดาม้าทรงของแต่ละอ๊าม นั่นเอง



วันที่ 6 ตุลาคม

วันนี้ เป็นวันที่ แอน เสก และน้องวินจะมาพักที่บ้าน ภา ซึ่งเขาจะมาเที่ยวบินตอนเช้า ภาและแค้ปไปรับที่สนามบิน ส่วนฉันนั่งเล่นเฟสบุ๊คอยู่ที่บ้าน ประมาณ 10.30 น. ทุกคนก็มาถึงที่บ้าน ทักทายดีใจกันใหญ่ เพราะ แอน ก็ไม่ได้เจอฉันนานเหมือนกัน เพราะต่างคนต่างก็มีงานทำ มีฉันเท่านั้นแหละที่ว่างงานน่ะ

มื้อเที่ยงวันนี้ ภาและแค้ปพาไปกินข้าวมันไก่และ บักกู๊ดเต๋ ที่ร้านเก้าแสนหอม ท่านผูอ่านลองชมภาพอาหารที่ฉันถ่ายภาพมาฝากซิคะ น่าอร่อยมากแค่ไหน อิอิ





ทานแล้วกลับบ้าน เพราะว่าจะมีคนมาซ่อมวงจรปิดที่บ้าน น้องวิน ลูกแอน ชอบเล่นน้ำ เลยเล่นน้ำช่วงบ่ายแก่ ๆ แดดไม่แรงแล้ว ฉันตั้งแต่มาเพิ่งลงเล่นน้ำวันนี้เหมือนกัน มีหลายคนเล่น ค่อยสนุกหน่อย

อาหารมื้อเย็นวันนี้ เราไปทานกันที่ร้านสามออ ซึ่งภาและแค้ปเคยพาฉันมาทานแล้ว ร้านนี้มีต้มยำหัวปลาอร่อยมาก พวกเราสั่งต้มยำทั้งน้ำข้นและน้ำใส ไข่เจียว หอยลายผัดน้ำพริกเผา มียำปลาสลิด ผัดผักบุ้ง ผักกะเฉด ด้วย ทานกับข้าวต้มร้อน ๆ อร่อยดีมากเลย

วันที่ 7 ตุลาคม 2554
ช่วงเช้านี้ เสก แอน ไปซื้อข้าวเหนียวและไก่ย่างมาทานมื้อเช้าด้วยกัน ทานเสร็จแล้ว โปรแกรมวันนี้ คือ เราจะไปไหว้พระครูวัดฉลองกัน ส่วนแค้ปไปทำงานที่บริษัทก่อน ที่วัดยังคงมีคนมาเที่ยวมากมาย เพราะถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย ใครมาภูเก็ตแล้วไม่ได้มาวัดนี้ ถือว่า ยังมาไม่ถึงจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้น ภา พาไปทานหมี่ภูเก็ตที่ลือว่าอร่อยของทางใต้ ภา ทานไปสองชามทีเดียว แสดงว่าชอบทานมากเป็นพิเศษ แค้ปตามที่ร้านนี้ด้วยกินไปชามเดียวมั้ง แล้วข้ามถนนไปทานน้ำปั่นอีกร้านหนึ่ง

พวกเราไปไหว้พระครูวัดฉลอง



รูปหมู่ที่พวกเราถ่ายร่วมกัน



มุมสวยอีกมุมหนึ่งของวัดฉลอง



มาทานไอศกรีมที่ร้านตรงข้ามกับที่ทานบะหมี่



ช่วงบ่าย ภา พาไปเที่ยวที่สะพานหิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ขบวนของอ๊ามต่าง ๆ มาส่งพระ (เจ้า) กลับสวรรค์ ที่นี่ ที่นี่เป็นแหลมยื่นลงไปทะเล ที่นี่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ฉันถ่ายภาพมาฝากท่านผู้อ่านหลายภาพนะคะ

ทิวทัศน์ที่สวยงามของ หาดสะพานหิน



อีกมุมหนึ่งที่สวยงามของ สะพานหิน



สวนสาธารณะสะพานหิน ถ่ายคู่กับ ภา เป็นที่ระลึก



หลังจากเที่ยวที่สวนสาธารณะสะพานหินแล้ว ภา โทรสั่งปูร้านขาประจำที่หาดในยาง ร้านที่เคยพาฉันไปกินครั้งแรกที่ฉันมาภูเก็ต แล้วกลับบ้านไปรับแค้ปก่อน แล้วพวกเราจึงไปทานข้าวมื้อเย็นที่หาดนี้ มื้อนี้เรากินเร็วมาก น่าจะบ่ายสามโมงกว่าเท่านั้นเอง เพราะเรามีโปรแกรมจะไปเที่ยวที่ สะพานสารสิน

ทานข้าวเย็นที่หาดในยาง



อีกทิวทัศน์หนึ่งของหาดในยาง



ทิวทัศน์ความงามของสะพานสารสินซึ่งเพิ่งซ่อมและเปิดให้ชมเมื่อเร็ว ๆนี้เอง



ความงดงามอีกมุมหนึ่งของสะพานสารสิน



โปรแกรมเที่ยวต่อไปของคืนวันนี้ คือไปเดินตลาดนัดกลางคืน ซึ่งมีร้านค้าขายของมากมายสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น หนังสืออ่านเล่น ซีดี ดีวิดี มีให้เลือกได้สารพัด ผู้คนเดินซื้อของกันขวักไขว่ ฉันก็ซื้อของกิน หมักดอง เช่น มะม่วงดอง มะดัน บ้าง ระกำแช่อิ่ม ฯลฯ ขายแพงเหมือนกัน 3-4 อย่าง เป็นร้อยบาททีเดียว แอน ซื้อ ขนมหวานและน้ำแข็งไส ภา ซื้อปลาทู ไปด้วย

สภาพของตลาดนัดตอนกลางคืนของ ภูเก็ต



วันที่ 8 ตุลาคม 2554
วันนี้มื้อเช้า หญิง แม่บ้านทำข้าวต้มเครื่อง คือ หมูบะช่อให้ทาน อร่อยกันใหญ่ หลังอาหารเช้าแล้ว พวกเราไปที่ทำการของการบินไทย ภาและแค้ปจะไปจองตั๋วไปเที่ยวสิงคโปร์หลังจากที่พวกเรากลับกรุงเทพฯ แล้ว พวกเราก็ไปถ่ายรูปตึกฝรั่งที่ ภา บอกว่า เป็นตึกที่สร้างในสมัยที่พวกฝรั่งมาล่าเมืองขึ้นทางใต้ของเรา ฉันเลยถ่ายไว้เป็นที่ระลึก

ตึกลักษณะนี้เรียกว่า "อั้งม้อเหลา" เป็นบ้านสถาปัตยกรรมโบราณของ ภูเก็ต สร้างเหมือนทรงบ้านในยุโรป



หลังจากจองตั๋วเครื่องบินกันเรียบร้อยแล้ว ก็เกือบเที่ยงอีกแล้ว ได้เวลาอาหารมื้อเที่ยง มื้อนี้ ภาและแค้ปพาไปทานที่ร้านอาหารชื่อว่า "ตังเก" ตั้งติดอยู่ริมหาดเลย บรรยากาศดีมาก ผู้คนตอนที่เรามาถึง มีน้อยมาก พวกเราไปถ่ายรูปกัน ส่วน ภาและแค้ป ก็สั่งอาหารไป เพราะพวกเขาเป็นเจ้าถิ่น ย่อมรู้ว่า มีอะไรอร่อยบ้างนั่นเอง ส่วนพวกเราสนุกสนานกับธรรมชาติอันสวยงามของชายหาดนี้

ภาและแค้ป สั่งอาหารกับพนักงานที่ร้านไป



บรรยากาศของร้านอาหาร ตังเก



อาหารที่สั่งมื้อนี้ จัดเป็นมื้อใหญ่ทีเดียว ที่จริงฉันก็ถ่ายอาหารที่สั่งไว้นะ แต่ไม่อยากนำมาลงให้ท่านผู้อ่านเห็นแล้วหิว อ่ะเลยขอเขียนแต่อาหารชื่อแปลก ๆ หน่อย เช่น แค้ป สั่ง หอยชักตีน เป็นการนึ่งแล้วดึงตีนออกจากกระดองของมันออกมาจิ้มน้ำจิ้มกินนั่นเอง แล้วก็มีกุ้งชุปแป้งทอด ปลาราดพริก ปลานึ่งซีอิ้ว กุ้งอบวุ้นเส้น ปูม้านึ่ง ปลาหมึกผัดน้ำพริก มากมาย ทานกันจนท้องกาง เฮ้อ
สั่งมาเยอะมาก

อิ่มจากที่นี่แล้ว พวกเราก็ไปชมวิวที่จุดชมวิวเขาขาด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่คนชอบธรรมชาติไม่ควรจะลืมแวะมา เพราะมองจากจุดชมวิวลงมา เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาเสียเหลือเกิน บนจุดชมวิวที่พวกเราขึ้นไปนั้น อากาศเย็นสบาย ลมพัดค่อนข้างจะแรง พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าไปนั้น ทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามมากเหลือที่จะพรรณนาออกมาเป็นถ้อยคำได้ เชิญท่านผู้อ่านทัศนาจากภาพที่ฉันนำมาฝากได้นะคะ

ถ่ายกับป้ายชื่อของหอชมวิวค่ะ



ข้างบนที่เห็น คือ หอชมวิวเขาขาด ค่ะ



ทิวทัศน์อันสวยงามที่ฉันถ่ายลงมาจากจุดชมวิวเขาขาด



เราจะเห็นตัวเมืองภูเกตโดยถ่ายจากจุดชมวิวเขาขาด



มุมสวยอีกมุมหนึ่งที่ฉันถ่ายจากจุดชมวิวเขาขาด



จากจุดชมวิวเขาขาด เราสามารถเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา



มุมสวยอีกมุมหนึ่งของจุดชมวิวเขาขาด



วันที่ 9 ตุลาคม 2554 วันนี้เป็นวันที่พวกเราต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว เครื่องบินของแอนออกประมาณ เกือบ เจ็ดโมงเช้ามั้ง ของฉันเกือบแปดโมง ไล่เลี่ยกัน ดังนั้น เราจึงออกจากบ้าน ภา ไปพร้อม ๆ กัน ฉันทิปแม่บ้านหญิงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพราะวันนี้ไม่มีโอกาสเจอเขาแน่ เนื่องจากเราต้องออกจากบ้านไปแต่เช้า ก่อน
กลับ ฉันไปกราบลา พ่อ ของ ภา ซึ่งอุตส่าห์ตื่นขึ้นมาส่งพวกเรา พ่อภา เป็นคนน่ารักมาก หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ

พวกเรามาถึงสนามบินภูเก็ต ภาจัดการโหลดกระเป๋าของฉันเข้าเครื่องบิน และเอาตั๋วเครื่องบินที่เขาจองให้แล้วตั้งแต่หลายวันที่แล้วให้ฉัน พวกเขาส่งฉัน แอน เสกและน้องวินเข้าไปในที่ที่รอขึ้นเครื่อง พักใหญ่ แอน เสก และ น้องวิน ก็ขึ้นเครื่องก่อนฉัน ฉันต้องนั่งรอต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า จึงได้ขึ้นเครื่อง

ประมาณชั่วโมงเดียว ฉันก็มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งฉันคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพราะมาที่นี่หลายครั้งแล้ว โทรเข้ามือถือเหลนให้เขารู้ว่าฉันมาถึงแล้ว แล้วจึงไปรอรับกระเป๋าเดินทาง เข็นกระเป๋าออกมารอเหลนที่ด้านนอกสักพัก เหลนก็มาถึง

เฮ้อ ! ชีวิตแห่งความสุขอันเกิดจากการเดินทางท่องเที่ยวก็ได้จบฉากลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว ความสุขจากการได้มาเที่ยวที่ภูเก็ตครั้งนี้ ฉันก็ได้รับการต้อนรับและเอาใจใส่จาก ภาและแค้ปอย่างดีเหมือนครั้งที่แล้วที่ผ่าน ๆ มา นับเป็นความโชคดีในชีวิตโสดของฉันทีเดียว ที่ฉันมีลูกศิษย์ดี ๆ ให้ความรัก ความอบอุ่นแก่ครูที่เคยสอนเขามา นี่กระมังที่คนเขามักบอกว่า "คนเราเมื่อโชคร้ายอย่างหนึ่ง เราก็มักโชคดีในอีกอย่างหนึ่ง" เป็นการชดเชยสิ่งที่เราขาดหายไปนั่นเอง มันเป็นความสมดุลย์ทางธรรมชาติที่ยุติธรรมสำหรับฉัน จริง ๆ และชั่วชีวิตของฉัน ฉันก๊ไม่เคยนึกเสียดายเลยที่เลือกทางเดินของชีวิตมาเป็นครู แทนการเลือกการแต่งงานเพื่อไปสู่อาชีพแม่ค้าตามความปรารถนาของคนที่ฉันชื่นชอบ อิอิ



Create Date : 08 ธันวาคม 2554
Last Update : 4 มีนาคม 2555 8:53:15 น.
Counter : 2502 Pageviews.

4 comments
ชุมชนวัดนาคกลาง ชุมชนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ 3 แผ่นดินที่มีอัตตลักษณ์ของเมืองกรุง SertPhoto
(19 พ.ย. 2564 01:01:48 น.)
ส่องทำเลศักยภาพเชียงใหม่ สันทรายเชียงใหม่ ทำเลน่าอยู่น่าลงทุน สมาชิกหมายเลข 6427080
(19 พ.ย. 2564 14:27:29 น.)
aueang lanna hotel เชียงใหม่ ที่พักประหยัดในคูเมือง แมวเซาผู้น่าสงสาร
(19 พ.ย. 2564 10:26:49 น.)
...เที่ยวเชียงใหม่ต่อ ตอน 3... คนผ่านทางมาเจอ
(17 พ.ย. 2564 15:52:28 น.)
  
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ภาพวิวสวยมากค่ะ หนูก็หวังว่าสักวันนึงจะได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวแบบนี้บ้างอ่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อคิดและกำลังใจนะค่ะ
โดย: pimtida วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:0:05:36 น.
  
ใช่ค่ะอาจารย์ ถ้าเรามีความทุกข์ แล้วเรามั่วแต่นั่งเศร้าคมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ชีวิตถ้าไม่ทุกข์บ้างจะเรียกว่าชีวิตได้ยังไง จริงไหมค่ะ
โดย: pimtida วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:12:58:32 น.
  
ปีนี้ผมกับที่บ้านก็จะไปเที่ยวภูเก็ตเหมือนกันนะครับ

ช่วงเดือนมิถุนา กรกฏา มีตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว

ป.ล. แอบเข้ามาดูว่า ทำหัวบล็อกไปถึงไหนแล้ว

ยังไม่เห็นความคืบหน้า ติดปัญหาอะไรหรือเปล่าเอ่ย

หรือจะให้ผมช่วยใส่ให้
โดย: Zabby วันที่: 7 มกราคม 2555 เวลา:6:41:46 น.
  
ดีใจนะครับ ที่มีคนรักบ้านเกิดผม phuket
โดย: phuket_man วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:14:01:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Suvimol.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]

บทความทั้งหมด