ไปเที่ยว ลั่วหยาง เส้าหลินและหลงเหมิน กันจ้ะ (ตอนที่ 6)



ไปเที่ยว ลั่วหยาง เส้าหลินและหลงเหมิน กันจ้ะ (ตอนที่ 6)
ความเดิมตอนที่ 5 ฉันพาไปเที่ยงเมือง คัชการ์ (คาร์สือ) เที่ยวทะเลสาบ คาราคูล

จากนั้น พวกเราก็ต้องนั่งรถไฟ เพื่อไปลงที่เมือง ฮามิ ค่ะ
วันที่ 21 ตุลาคม 2559 
เมื่อคืน เราขึ้นรถไฟตอนเย็น  ได้ตู้ที่ 15 ลากกระเป๋าไปไกลมากพอสมควร ตามบัตรรถไฟ 
ฉันได้นอนเตียงล่าง ของวัชร์ได้เตียงกลาง เลยขอแลกกับจุก อยู่เตียงล่าง จุกแข็งแรง
ปีนป่ายได้คล่องแคล่วกว่า และใจดี ยอมให้แลก มีน้ำใจเอื้อเฟื้อแก่ผู้อาวุโสกว่า  
เช้าวันนี้ ฉันตื่นขึ้นมาตอนตี 4 เพื่อเข้าห้องน้ำ ถ้าตื่นสาย เราจะต้องแย่งห้องน้ำกับคนอื่น ๆ 
นอนต่ออีก จนเวลา 8.30 น. ซึ่งเทียบกับเมืองไทย ก็ 7.30 น. เข้าห้องน้ำ แปรงฟัน
ล้างหน้า เตรียมอาหารมื้อเช้าทานกัน อาหารก็คือ ของที่เหลือจากเมื่อคืนและที่ซื้อเตรียมเผื่อไว้











หลังอาหารเช้ากันแล้ว พวกเราก็นั่งคุยกันไป  ชมวิวทะเลทรายกันต่อไป มาถึงสถานีรถไฟ ฮามิ
เป็นเวลาประมาณ 13.42 น.ที่ด่านตรวจเข้มงวดมาก ต้องเอาพาสปอร์ตของเราไปสแกน 
มีการให้เซ็นชื่อ และให้จดเบอร์โทรศัพท์ของเราไว้เป็นหลักฐาน เสียเวลาผ่านด่านนี้
เป็นชั่วโมงทีเดียว กว่าจะหลุดออกจากด่านนี้ได้ เจรจากันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ที่พวกตำรวจ
ต้องตรวจอย่างเข้มงวด เพราะ จีนกับรัสเซียมีปัญหาเรื่องชายแดน ที่คัชการ์ ฉันเห็นมีตำรวจ
ยืนตามถนนเป็นจุด ๆ ข้าง ๆ โรงแรมที่ฉันพัก ก็มีรถถังมากมาย  เหมือนการเตรียมพร้อม

หลังจากออกจากด่านแล้ว เราก็ไปซื้อตั๋วรถไฟ ตั้งใจจะนั่งรถไฟไปเที่ยวตุนหวงต่อไป 
ปรากฎว่า ไม่มีรถไฟไปที่ตุนหวง เราจึงต้องตีตั๋วรถไฟไปที่เมืองลี่วหยางแทน
ได้ตั๋วรถไฟแล้ว น่าสงสารพวกเราเหลือเกิน รถไฟออก ตีหนึ่ง สี่สิบสองนาที ต้องใช้เวลา
ถึง 28 ชั่วโมง จึงจะถึงเมืองลั่วหยาง ข้อสำคัญ ตอนนี้ เราต้องอยู่บริเวณสถานีรถไฟ
ถึงตีหนึ่งกว่า เป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อหน่ายมากทีเดียว  พวกเราเดินเที่ยวอยู่ที่รอบ ๆ 
บริเวณสถานีรถไฟ ไปหาอาหารทานกัน ซื้อข้าว ซื้อไก่ย่าง ผลไม้ เตรียมอาหารไว้ทาน
3-4 มื้อ ที่ต้องอยู่ในรถไฟ โดยเฉพาะต้องเข้าห้องน้ำและทำความสะอาดร่างกาย
ได้เฉพาะส่วนร่างเท่านั้น ห้าห้า แล้วเปลี่ยนกางเกงในและกางเกงตัวใหม่ ซึ่งทำให้สดชื่น
ขึ้นบ้าง  ไม่รู้สึกสกปรกมาก เพราะไม่ได้อาบน้ำมา สองวันสองคืนและกำลังจะต้องค้างในรถไฟ
อีก 2 คืน เฮ้อ! 


ซื้อมันเทศ ผลไม้ และอีกหลาย ๆ อย่าง เดินชมร้านค้าต่าง ๆ ในเมืองฮามิ ซึ่งมีของขาย
มากมาย ถือเป็นเมืองที่มีความเจริญพอสมควร แต่ถามคนจีนในรถไฟแล้ว เขาว่า ไม่ค่อยมีที่เที่ยว






เมื่อถึงเวลาตีหนึ่งกว่า ตามเวลาในตั๋วรถไฟที่เราซื้อกำหนดไว้ คนก็เข้าแถวเพื่อจะขึ้นรถไฟ
เป็นแถวยาวเหยียดเลย พวกที่นอนรออยู่บนเก้าอี้บ้าง  บนพื้นบ้าง ทุกคนเตรียมพร้อม
อยากขึ้นรถไฟ ไปนอนเตียงกันแล้ว  รวมทั้งพวกเราด้วย เพราะรอมาค่อนวันแล้ว นั่นเอง

สภาพบนรถไฟ ก็เหมือน ๆ กับที่เราขึ้นรถไฟมา ฮามิ นั่นเอง เพียงแต่เราขึ้นมาตอนดึก
เดินหาเตียงของเรา ลำบากหน่อย ไม่ใช่สถานีต้นทาง มีคนมากับขบวนรถไฟนี้แล้ว

วันที่ 22 ตุลาคม 59 
วันนี้ อยู่บนรถไฟ ตลอดวัน และต้องนอนอีก 1 คืนของวันที่ 22 นี้ ก็น่าเบื่อ เพราะสองข้างทาง
มีแต่ทะเลทราย 
ดูแห้งแล้ง ได้แต่เดินบ้าง คุยกับชาวจีนที่อยู่ใกล้ ๆ กับ ล็อกเตียงของเราบ้าง ก็ได้ความรู้
จากคนจีนที่ร่วมเดินทางเล่าว่า  ฮามิ ไม่มีที่เที่ยวอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นตุนหวง จะมีที่เที่ยวมากกว่า 





เสบียงจุกหมดแล้ว  เลยซื้ออาหารบนรถไฟ ทาน 1 กล่อง อิอิ
 วันที่ 23 ตุลาคม 60 

พวกเรามาถึงสถานีรถไฟ ลั่วหยาง เป็นเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่งของที่นี่ พวกเราลากกระเป๋า
ลงจากรถไฟ เจอบันไดอีก กรรม จะยกขึ้นบันไดอย่างไรไหว  จุก มีน้ำใจช่วยฉันลากกระเป๋า
ลงบันไดไป ส่วนนุ่นก็ช่วย วัชรี ลากกระเป๋า ช่วงนั้น เป็นช่วงฟ้ายังมืดมากอยู่  ฝนก็ตกพรำ ๆ 
ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังพยายามพูดกับ เอก และ หมัย ซึ่งก็คงไม่รู้ว่า เอกและหมัยฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง
ฉันเลยบอกเขาว่า หันมาทางฉัน เพื่อนฉันเขาฟังเธอไม่รู้เรื่องหรอก อิอิ เขาคงดีใจ รับหันมาหาฉัน
พร้อมกับโบว์ชัวร์ในมือ อ้อ ! เขาต้องการมาหาลูกค้าไปพักที่โรงแรมนั่นเอง เขาอธิบายว่า 
โรงแรมที่เขาแนะนำนี้ อยู่ใกล้ ๆ นี้เอง ข้ามถนนไปเดินไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว ราคาคืนละ 100 หยวน
ให้ไปดูโรงแรม ดูห้องก่อน ถ้าไม่ชอบใจ ก็ไม่ต้องเอาโรงแรมเขาก็ได้ ฉันถามพรรคพวก
และอธิบายตามที่ได้ฟังจากหญิงที่มาหาลูกค้าไปพักที่โรงแรม ตามราคาที่เขาบอก 
ทุกคนตกลง เพราะเราจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนไปหาโรงแรมเอง อีกอย่าง ราคา 100 หยวน 
อยู่ในเมืองใหญ่ ก็ไม่แพงเลย หญิงคนนั้น ก็ช่วยพวกเราลากกระเป๋าเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง

โรงแรมนี้ อยู่ในซอย ห่างจากถนนใหญ่ไม่มากนัก พวกเราไปถึง เขาก็พาไปดูห้องนอน 
ห้องนอน ห้องน้ำ ก็โอเค  ข้อสำคัญห้องของพวกเรา 3 ห้องอยู่ชั้นล่างหมดเลย 
ที่น่ารักกว่านั้น  คือ เขาให้เราเข้าห้องนอนได้เลย ไม่ต้องรอเช็คอินตอนเที่ยง และคิดค่าโรงแรม
เพียงคืนเดียวเท่านั้น เป็นโรงแรมที่น่าแนะนำให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการมาก ๆ จ้ะ 



นี่คือ โรงแรมที่เราพักในลั่วหยางค่ะ ชื่อ จิ่วตูว์ โฮเทล 


พวกเราอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวที่อัดอั้นอยู่ในรถไฟ มา 2 คืน แล้วก็นอนงีบสักพักก่อน
นัดกันออกจากโรงแรม ประมาณ 9 โมงกว่า สิ่งแรกที่พวกเราจะทำวันนี้ ก็คือ ต้องไป
จองตั๋วรถไฟหัวจรวดเพื่อไปซีอานในวันพรุ่งนี้ เราจะไปกันอย่างไร ล่ะ ฉันก็หาทางโดยใช้ปาก
ของฉันถามเจ้าหน้าที่ผู้ใจดีของโรงแรมนี้แหละว่า  เราจะไปจองตั๋วรถไฟหัวจรวดที่ไหน อย่างไร 
แล้วต้องนั่งรถโดยสารประจำทาง สายไหน เจ้าหน้าที่สาวของโรงแรม น่ารัก อธิบายให้ฉันทราบ
ต่อจากนั้น ก็ต้องอาศัย น้องนุ่น หาจากกูเกิลแมพ ช่วยด้วย พวกเราเดินหาป้ายรถโดยสาร
ขึ้นรถ เบอร์ 77 เพื่อไปสถานีรถไฟหัวจรวด เรียกว่าสถานีหลงเหมิน แต่ว่า เมื่อลงป้าย
รถตามที่กูเกิลแนะนำแล้ว เรายังต้องเดินอีกไกลมากทีเดียว ระหว่างทาง เราก็ถ่ายรูปไปด้วย 
บรรเทาความเมื่อยขาไง ล่ะ ใช้ปากถามถึงที่ตั้งของสถานีรถไฟหัวจรวดไปตลอดทางจนเจอเลย 





ลงจากรถโดยสารประจำทาง ก็ต้องเดินไปถามทางไป ค่ะ 


เจอรถหน้าตาแปลกดี ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย อิอิ 



ในที่สุด  เราก็หาสถานีรถไฟหัวจรวดพบ เป็นสถานีที่ใหญ่ปานกลางนะ บริเวณนอกที่ทำการ
จัดเป็นสถานที่ที่จอดรถ มีรถทัวร์ รถรับจ้างเหมือนที่เราเช่าเสี่ยวหม่าที่คาร์นาสือ เช่นกัน 
แล้วยังมีห้องน้ำบริการให้ประชาชนที่มาติดต่อซื้อตั๋วรถไฟ หรือติดต่อธุระด้วย ห้องน้ำสะอาดดี 
เรามาถึง ก็มีคนมารอซื้อตั๋วเหมือนกัน ฉันก็ไปต่อแถวกับเขาด้วยเช่นกันโดยมีน้องหมัยอยู่ใกล้ ๆ
เพื่อเตรียมจ่ายเงิน เมื่อถึงคิวเราที่รออยู่ ฉันก็บอกเขาว่า เราจะไปที่เมือง ซีอานจำนวน 6 ที่
เจ้าหน้าที่ขอพาสปอร์ตของพวกเรา พิมพ์ชื่อพวกเราไว้ในคอมพิวเตอร์ และคำนวณเงินให้เราดู
บัตร คนละ 174.5 หยวน ซึ่งเราจะออกเดินทางจากลั่วหยางพรุ่งนี้ หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็ออกมาจากสถานี เดินไปห้องน้ำของสถานี ส่วน เอก คงเรียบร้อยแล้วเห็นยืนคุย
กับผู้ชายสองคน ได้ความว่า คนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ เอกพอคุยกับเขาได้บ้าง อีกคนเป็นคน
มีรถให้เช่า ซึ่งไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้  ผู้ชายที่พูดภาษาอังกฤษได้เป็นล่ามให้อีกที 
คนขับรถกำลังชวนเรา จ้างรถเขาไปเที่ยว นั่นเอง พอเอกเห็นฉันมาแล้ว เลยบอกว่า ลองคุยกันดู
ว่า เราจะไปเที่ยวเส้าหลินเช่ารถไป ราคาคนละ 10 หยวน แค่ขาไปนะ แล้วขากลับเราก็ต้อง
เสียค่ารถกลับอีก  ราคานี้ ถ้าเราไปรถทัวร์ของสถานีนี้ ก็ราคาคนละ 10 หยวนเหมือนกัน 
หลังจากที่คุยต่อรองกันแล้ว  ฉันต่อรองว่า  ที่เที่ยวที่นี่ เราอยากไปสองแห่ง คือ เส้าหลิน 
และหลงเหมิน ให้เขาเหมาเลยเขาเรียกทั้งหมด 600 หยวน ฉันบอกเขาว่าแพงไป 
เพราะเวลามีน้อย เหลือเวลาเที่ยวไม่มาก วันนี้ฝนก็ตกปรอย ๆ คนจ้างรถไปเที่ยวคงมีน้อยด้วย
 เราให้มากที่สุด คือ 500 หยวน แต่มีข้อแม้ว่า ขากลับต้องไปส่งพวกเราที่โรงแรมที่เราพักด้วย 
เอาแผนที่โรงแรม ชื่อโรงแรมให้เขาดู เขาบอกว่า ไม่ไหว ไกลเหมือนกันนะ ฉันใจแข็งบอกว่า 
ไม่เอาก็ไม่เป็นไร ก็ไปส่งพวกเราที่เส้าหลิน คนละ 10 หยวน  เขาก็จะได้ 60 หยวน เท่านั้น 
วันนี้ ส่งพวกเรากลับแล้ว คุณจะได้รับนักท่องเที่ยวอีกกี่รอบจึงจะได้เงินถึง 500หยวน ฉันให้เหตุผลเขา 
เขาก็นั่งคิดสักพัก เห็นว่าเราไม่ยอมเพิ่มเงินให้เขาแน่ ประกอบกับวันนี้ตั้งแต่เช้ามา เขายังไม่ได้รับ
นักท่องเที่ยวสักเที่ยวเดียวเลย ในที่สุดเขาก็ยอมรับเงื่อนไขของฉัน คือ เที่ยวสองแห่ง
และขากลับต้องไปส่งพวกเราที่โรงแรม  คนขับให้นามบัตรฉันมาด้วย เขาเป็นคนแซ่ หลี่ ตัวเล็ก 
ดูแคระแกรน แต่เป็นคนดูสุภาพ เรียบร้อย ทุกครั้งที่เช่ารถ น้อง ๆ จะให้ฉันนั่งข้างหน้า
กับคนขับ เพื่อจะได้คุยสื่อสารได้รู้เรื่อง นั่นเอง




มาทราบถึงประวัติเมืองลั่วหยางอย่างคร่าว ๆ สักหน่อยก่อนจะไปเที่ยวสถานที่ทั้งสองแห่งที่เลือกไว้

เมืองลั่วหยาง  เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณของจีน ในยุคที่พระพุทธศาสนามีความเจริญ
รุ่งเรืองถึงขีดสุด เป็นสาเหตุทำให้เกิดประติมากรรมโบราณและมีวัดพุทธเกิดขึ้น  ตั้งอยู่หลาย ๆ แห่ง
ของเมือง ลั่วหยาง  เมืองนี้ ตั้งอยู่ที่ภาคกลางของประเทศจีน  เป็นเมืองที่แวดล้อม
ไปด้วยภูเขา แม่น้ำ ลำธาร  ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะข้าศึกที่มารุกราน
จะเข้าโจมตีได้ยากลำบาก เมืองลั่วหยางจึงได้เป็นราชธานีของประเทศจีนหลายสมัย
จนได้รับฉายาว่า "เมืองหลวง 9 ราชวงศ์" เริ่มตั้งแต่ราชวงศ์เซี่ย  ซาง  ซ่ง โจว ฮั่น
เว่ย สุย หยวน และถัง เป็นช่วงที่ พระพุทธศาสนามึความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด 
ที่ลั่วหยาง มีสถานที่ที่เราอยากไป 2 แห่ง แห่งแรก ก็คือ วัดเส้าหลิน ซึ่งบรรดาคอหนังบู๊ของจีน
จะต้องรู้จักและได้ยินชื่อวัดนี้อย่างแน่นอน วันนี้พวกเราโชคไม่ค่อยดี เพราะฝนตกตลอดตั้งแต่เช้า
ตกปรอย ๆ จนกระทั่งตกหนัก จึงไม่ได้เที่ยววัดเส้าหลินอย่างเต็มที่ เสี่ยวหลี่บอกว่า ให้พวกเรา
เที่ยวที่นี่ประมาณ 2  ชั่วโมง คือ ต้องออกจากวัดเส้นหลินบ่าย 3 โมง เพื่อเดินทาง
ต่อไปเที่ยว หลงเหมิน เสี่ยวหลี่พาพวกเราไปซื้อตั๋วเข้าไปเที่ยววัดเส้นหลิน ปรากฏว่า คนขายตั๋ว
ไม่ลดราคาสำหรับคนอายุ 60 ปีขึ้นไปให้คนต่างชาติ ลดเฉพาะคนจีนในประเทศของเขาเท่านั้น อิอิ



เรามาทราบประวัติความเป็นมาของวัดเส้าหลิน อย่างคร่าว ๆ ค่ะ วัดนี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
ของเทือกเขาซงซาน  อำเภอ เติงเฟิง  มณฑลเหอหนาน  สร้างขึ้น เมื่อ ค.ศ. 495  
สมัยของจักรพรรดิ เสี้ยวเหวินตี้ แห่งราชวงศ์ วุ่ย(ค.ศ. 471-499)  จุดมุ่งหมายในการสร้าง  
เพื่อให้เป็นที่พำนักในระยะยาวของเหล่าพระภิกษุที่มาจากประเทศอินเดีย ได้พำนัก
มีหัวหน้า คณะ ชื่อว่า ป๋าถัว เป็นพระอาจารย์ที่มีลูกศิษย์มากมาย และต้องการเข้ามา
ประเทศจีนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่หลังจากที่พระอาจารย์ ป๋าถัว มรภาพไปแล้ว
วัดเส้าหลินก็เสื่อมถอยลงไป ชั่วระยะเวลาหนึ่ง  จนถึงปี ค.ศ. 527 จึงกลับมา
รุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง ยุคนี้ ที่เรารู้จักกันดี คือ ยุคของปรมาจารย์ตั๊กม้อ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า
พระโพธิธรรม ซึ่งเป็นพระภิกษุชาวอินเดีย  ได้เข้ามาเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา
นิกาย เซ็นในประเทศจีน ตรงกับยุคสมัยของพระเจ้าเหลียวอู่ตี้ อยู่ในช่วง ค.ศ.502-549)
ตามที่เล่า ๆ สืบกันมาว่า ปรมาจารย์ตั๊กม้อได้เข้าเฝ้า องค์จักรพรรดิ เพื่อเทศนาหลักธรรม
คำสอนให้พระองค์ฟัง  แต่ทว่า พระองค์ไม่เข้าใจหลักธรรมคำสอนของปรมาจารย์ตั๊กม้อ มากนัก 
ท่านตั๊กม้อจึงเดินทางต่อไป ขึ้นเขา ซงซาน ไปที่วัดเส้าหลิน แต่ท่านไม่ได้เข้าไปอยู่ที่วัด
แต่กลับไปอยู่ที่ถ้ำใกล้ ๆ วัดเส้าหลิน ทำสมาธิอยู่ที่วัดนี้ เป็นเวลา 9 ปี และออกจากถ้ำ 
เริ่มถ่ายทอดพระธรรมคำสอนและวิทยายุทธให้แก่ลูกศิษย์ในวัดเส้าหลินจนมีชื่อเสียงโด่งดัง
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ ได้ถึงแก่มรณภาพที่ อี่ว์เหมิน ในมณฑลเหอหนาน  ถ้ำที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
เคยนั่งสมาธินั้น ปัจจุบันเรียกว่า "ถ้ำตั๊กม้อ" เป็นสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่งในวัดเส้าหลิน

ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า  วิทยายุทธของศิษย์วัดเส้าหลินนั้น ที่ท่านตั๊กม้อสอนลูกศิษย์นั้น
มาจากท่านตั๊กม้อเห็นว่า  วัดนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นป่า มีสัตว์ชุกชุม พระภิกษุที่นั่งสมาธินาน ๆ 
โดยไม่ได้เคลื่อนไหว จะทำให้สุขภาพไม่ดี ท่านได้พินิจพิเคราะห์ถึงการเคลื่อนไหว
ตามธรรมชาติของสัตว์ต่าง ๆ  ท่านตั๊กม้อนำท่าทางเหล่านั้น  มากำหนดท่าทาง
ออกกำลังกายและใช้ป้องกันตัว เน้นไปทางความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และกระดูก 
เน้นการเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วและมีพละกำลัง หลังจากนั้น เป็นต้นมา 
และศิษย์วัดเส้าหลินได้ถือปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวันตั้งแต่นั้นตลอดมา 

ต่อมา เนื่องจากวัดเส้าหลินได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง และถูกขุนศึก สือหย่าซาน
แห่งแมนจู เผาทำลายทั้งวิหาร ศาลา ตึก ตำราวิทยายุทธต่าง ๆ มากมาย วอดวายอยู่
ในกองเพลิง บันทึกไว้ว่า กว่าไฟจะมอดหมด เป็นเวลาถึง 40 วัน อ่านดูแล้วน่ากลัว น่าสลดใจมาก
และแสดงให้เห็นว่า อาณาบริเวณของวัดเส้นหลิน จะต้องกว้างใหญ่ไพศาลอย่างมากทีเดียว 

พวกเรา ตีตั๋วเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าไปในวัด ระหว่างทาง ก็ถ่ายรูปกันไปแต่ก็ไม่ค่อยได้รูปสวย
หรอก เพราะฝนตก แต่ละคนกลัวกล้องถ่ายรูปเสียหาย หาคนกางร่ม อีกคนก็ถ่าย ผลัดกันไป 
จุกและนุ่น เดินนำไป เพียงสองคน เหลือ เอก ฉัน วัชร์ หมัย ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ 
คนมาเที่ยววันนี้ มีมากพอสมควร ถือร่มบ้าง ใส่เสื้อฝนบ้าง บางช่วงน้ำท่วมขังตามถนนหนทาง
ต้องลุยน้ำกันไป เปียกแฉะกันไปหมด  กางเกงเปียกชื้นมากเหมือนกัน เสื้อฝนก็กันไม่ค่อยได้
มาชมรูปที่พวกเราถ่ายกัน รวบรวมกันมา น่าเสียดาย  ไม่มีเวลาพอ ไม่ได้ไปดูเขาสาธิต
การแสดงกังฟูให้ดู เพราะเขาแสดงเป็นรอบ ๆ เราได้แต่ถ่ายรูปทั่ว ๆไปตามสถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น









ระหว่างทางที่จะเดินเข้าไปในวัดเส้าหลิน


ลีลาท่าวิทยายุทธ ของ ท่านเอก อิอิ 











เข้าแถวเข้าไปชมด้านใน เจอนักเรียนมาทัศนศึกษา แออัดมากเลย 



ถ่ายให้ เอก ถ่ายกับเทวดาเฝ้าประตู 


ที่นี่เป็นที่แสดงกังฟู แสดงเป็นรอบ ๆ เสียดายคนเยอะ ไม่มีเวลาเพียงพอ พวกเราเลยไม่ได้ดู



รูปวาดที่กำแพง เป็นท่าวิทยายุทธ เส้าหลิน




ประตูทางเข้าไปที่วัดเส้าหลิน นักท่องเที่ยวมากันมากมาย


เป็นร้านค้าภายในส่วนหนึ่งของวัดเส้าหลิน มีของที่ระลึกขาย มีพระพุทธรูปต่าง ๆ ให้ชม
พวกเราขอถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่ได้ซื้อ เพราะแพงมาก ห้าห้า 




ถ่ายกับภาพวาด นะ  อิอิ เห็นสวยดีน่ะ 


ต้องขึ้นบันไดไปชมด้านใน ค่ะ 


บริเวณทางเดินที่จะเข้าไปชมด้านใน ประดับประดาอย่างสวยงาม



ต้นไม้ด้านหลัง ต้นโตมากเก่าแก่มาก เลยถ่ายไว้เป็นที่ระลึก จ้ะ 




อีกมุมหนึ่งในวัดเส้าหลิน 



ท่ามกลางสายฝนอันชุ่มฉ่ำ อิอิ


เจ้าจุก ไปชื่นชมพระพุทธรูป จ้ะ 
คงพอหอมปากหอมคอ ในการชมภาพจากวัดเส้าหลิน นะคะ 

ต่อไป เราก็จะไปเที่ยวที่ หลงเหมิน กัน ก่อนไปเที่ยวที่หลงเหมิน เรามาทราบประวัติ
ความเป็นมาของ หลงเหมิน ก่อนไปชมภาพ นะคะ 

ถ้ำผา หลงเหมิน อยู่ห่างจากเมืองลั่วหยางไปทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นหมู่ถ้ำ
ที่สลักบนผาหิน  สันนิษฐานว่า  สร้างขึ้นเมื่อ ศตวรรษที่ 5-7 ถือเป็น 1ใน 3 ของประติมากรรมถ้ำ
ทางพุทธศาสนาที่สำคัญ
ที่สุดของประเทศจีน ซึ่งมีทั้งหมด 3 แห่งคือ ถ้ำหินโม่เกา เมืองตุนหวง มณฑล กานซู
ถ้ำหินหยุนกัง  เมืองต้าถง  มณฑลซานซี และที่ถ้ำผาหลงเหมิน 

ถ้ำผาหลงเหมิน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000 เพราะความสวยงามวิจิตร
ตระการตาและพิสดารที่เป็นถ้ำสลักพระพุทธรูปได้งดงามมากที่สุด ใบหน้าของพระพุทธรูป
มีพระพักตร์คล้ายคนจีนมากที่สุดด้วย  และที่ยอดเยี่ยมมากกว่านั้น ก็คือ เป็นถ้ำที่มีฮวงจุ๊ย
ที่ดีมากที่สุดอีกด้วย   เปรียบเสมือน ประตูมังกร กล่าวคือ ภูมิประเทศติดภูเขา
และแม่น้ำที่ชื่อ "อีเหออัน" หรือแม่น้ำ "อี้" แม่น้ำสายนี้  ไหลจากทิศใต้ไปทิศเหนือ 
มีภูเขาสูงชันสองลูกขนาบแม่น้ำไว้  ภูเขาลูกแรกชื่อ หลงเหมินซัน อยู่ทิศตะวันตก
ลูกที่สองชื่อว่า  เซี่ยงซัน   อยู่ทิศตะวันออก ภูเขาสองลูกและแม่น้ำ อี้ รวมกันเรียกว่า 
"ถ้ำผาหลงเหมิน"  เป็นถ้ำบนผาสูง  ทั้งสองฝั่งเชื่อมถึงกันด้วยสะพาน สร้างอยู่
บริเวณหัว - ท้ายของภูเขา  ถ้ำผาหลงเหมิน ประกอบด้วยหมู่ถ้ำเกือบ 2500 ถ้ำ 
ถ้ำเหล่านี้เรียงรายยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ประมาณ ร้อยละ 70 อยู่บนผาหลงเหมิน
อีก ร้อยละ30 อยู่ที่ ผาเซียนซัน  ส่วน ประติมากรรมในถ้ำ มีประมาณ 1 แสนชิ้น
ตั้งแต่รูปแกะสลักจิ๋ว ไปจนถึงสูง 17เมตร เป็นการแกะสลักพระพุทธรูปมากที่สุด แกะเป็นศิลาจารึก
ประมาณ 2500 กว่าแท่ง บางตำราเรียกว่า "ป่าศิลาจารึกโบราณ" มีเจดีย์อีก 60  องค์
พระพุทธรูปหินสลักกว่าแสนองค์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างรวดเดียว  แต่ทยอยสร้างต่อเนื่อง
ถึง 600 ปี  และเฟื่องฟูมากที่สุดในสมัยราชวงศ์ ถัง
ถ้ำที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูป คือ "ถ้ำปิงหยัง" พระพุทธรูปมีใบหน้าวงรี รูปไข่  สูงเพรียว
และอรชร  ถ้ำแห่งนี้ยังแกะสลักรูปฮ่องเต้ "เสี้ยวเหวินตี้"และไทเฮา กำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

มีอีกถ้ำหนึ่ง คือ ถ้ำดอกบัว  เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน เป็นพระพุทธรูปประทับ
อยู่บนดอกบัว  มีลักษณะพิเศษ คือ  บนเพดานถ้ำ แกะสลักดอกบัวขนาดใหญ่
สัญลักษณ์แห่งศาสนาพุทธไว้เหมือนองค์พระประธาน  

พระพุทธรูปที่เป็นไฮไลท์ใหญ่ที่สุดของที่นี่  ไม่ได้อยู่ในถ้ำ  แต่อยู่ที่หน้าผาแกะสลักหิน
เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่โตมาก  มีนามว่า "พระโรจนะ"สูงถึง 17.4 เมตร มีพระเศียรสูง 4เมตร
ข้างองค์พระประธาน  ยังมีรูปแกะสลักของสาวกและเทพเจ้า  ขนาดรองลงมา
ยืนอยู่ที่ผนังทั้งสองด้าน  มีขั้นบันไดทางขึ้นไปนมัสการสะดวก  เชื่อกันว่า "พระพักตร์ของพระโรจนะ
แกะมาจากพระพักตร์ของ พระนางบูเช็กเทียน  ฮ่องเต้หญิงองค์เดียวของประเทศจีน

มาถีงที่ หลงเหมิน ฝนฟ้าหยุดตกแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย เสี่ยวหลี่ ก็พาพวกเราไปซื้อตั๋ว
เพื่อเข้าชม หลงเหมิน เรามีเวลาที่จะเดินชมแค่ ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น เพราะ หลงเหมิน
จะปิดประมาณ 6 โมง เป็นอะไรที่รีบด่วนเหลือเกิน ราคาค่าเข้าชมก็แพงมากพอสมควร
เวลาที่เดินเข้าไปชมก็ต้องเสียค่ารถก๊อปเข้าไปคนละ 10 หยวนด้วย เก็บทุกอย่างเลย 



ท่านคงเห็นราคาในบัตรแล้ว นะคะ 100 หยวน ค่ะ ค่ารถก๊อปเข้าไปที่ประตูเข้าชมหินผาอีก 10 หยวน

มาชมรูปที่พวกเราถ่ายกันอย่างรีบด่วน เพื่อเก็บภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเก็บได้ในมุมสวยงามต่าง ๆ 







ประตูที่เราเข้ามาชม หินผาแกะสลัก 



แม่น้ำ อีเหออัน หรือแม่น้ำ อี้ ที่คั่นภูเขาหลงเหมินซัน และเซียนซัน



อีกมุมหนึ่งของ หลงเหมิน ก่อนเข้าไปถึงตัวหินผา ค่ะ 









มุมสวยงามมุมหนึ่งของ หลงเหมิน 

พระพุทธรูป ไฮไลท์ใหญ่ที่สุด เรียกว่า พระโรจนะ สูง 17.4 เมตร












แต่ละถ้ำ จะมีบันไดให้เดินต่อเนื่องไปชมได้ 



ถ่ายหมู่กันสักรูป เห็นฝั่งของภูเขา  เซี่ยงซัน 


ถึงบันได จะยาว เดินเหนื่อยแต่พวกเราก็ไม่หวั่นเลยค่ะ ถ่ายมาให้เห็นเป็นหลักฐานเลย ค่ะ 




อีกมุมหนึ่งของ ถ้ำผาหิน หลงเหมิน

มุมสวยงามของพระพุทธรูปที่แกะสลักบนผาหิน อีกมุมหนึ่ง 


มุมนี้สวยมาก ชอบมาก เลยแช้ะ มาให้ชม ค่ะ 










เราชื่นชมได้เฉพาะ หลงเหมินซัน ด้านตะวันตก เท่านั้น ก็ หกโมงเย็นแล้ว ต้องหาทางออก
จาก หลงเหมิน เดินไปข้ามสะพาน ได้แช้ะรูปกันอีกเล็กน้อยตรงสะพานที่เชื่อม ภูเขาทั้งสองลูก






ตอนขากลับ พวกเราชักงง กับทางออก  รถก๊อปคนละ 10 หยวน ก็ไม่เห็นเสียแล้ว
จะเดินออกจากหินผาหลงเหมิน ก็กลัวจะผิดทาง  เพราะมันกว้างใหญ่ไพศาลมากเหลือเกิน 
ก็มีมอเตอร์ไซด์รับจ้าง มาบอกให้พวกเรานั่งรถของเขาออกไป คนละ 10 หยวน พวกเราก็ไม่กล้าไป
เพราะไม่รู้เขาจะพาไปถูกไหม โดยเฉพาะ ต้องไปทีละคน ทุกคนก็กลัวว่า จะพลัดหลงกัน
แล้วก็พูดกับเขาไม่รู้เรื่อง  จึงไม่นั่งรถของเขาไป  พวกนี้ก็ตื๊อเหลือเกิน พวกเราก็เดินไปตามทางเท้า
พวกเขาก็ขับตามไปเรื่อย ๆ จนเห็นว่า พวกเราไม่ไปกับเขาแน่แล้วก็ไม่ขับตาม พวกเราจึงโทรศัพท์
เข้ามือถือถึงเสี่ยวหลี่ ให้เขาเข้ามารับพวกเราหน่อย ออกจากหลงเหมิน
ไม่ถูกแล้ว  เสี่ยวหลี่
ถามฉันว่า อยู่ที่ไหน ฉันก็บอกเขาว่า ออกมาจากหลงเหมินแล้ว ตรงที่มีมอเตอร์ไซด์เยอะ ๆ 
เขาก็ไม่รู้ว่าตรงไหน ให้พวกเราเดินไปตามทางเท้าเรื่อย ๆ เขาจะขับรถวนตามดูว่า อยู่ที่ไหน 
เฮ้อ ! มืดก็มืด เดินจนขาลากกันไปหมด เหนื่อยก็เหนื่อย โชคดี เดินไปเจอป้อมตำรวจ
ป้อมหนึ่ง ก็ถามเขาว่า ทางที่จะไปที่ลานจอดรถไปทางไหน  เขาก็ชี้ให้พวกเราเดินตรงไป
ตามทางที่เราเดินนี่แหละ ถูกแล้ว เราก็เดินไปตามที่ตำรวจคนนั้นบอก แล้วกำลังใจก็กลับมา
เมื่อทุกคนเพ่งไปที่รถคันหนึ่งที่จอดอยู่  จำได้ว่า เป็นรถของเสี่ยวหลี่ที่เราจ้างมานั่นเอง 
เสี่ยวหลี่มาดักพวกเราทางออกนี้  เพราะเขาไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ เพราะเป็นรถรับจ้าง 
เฮ้อ ! ก็ยังดี ย่นระยะทางอีกหน่อย ไม่ต้องเดินไปถึงลานจอดรถ ทุกคนมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง ห้าห้า
ได้ผจญภัยกันให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เป็นทริปที่พวกเราจะลืมไม่ลงไปอีกนานทีเดียว 

ขณะที่พวกเราออกจาก หลงเหมินแล้ว เป็นช่วงที่พวกเรารู้สึกหิวมาก เพราะตั้งแต่กลางวัน 
เรากินแต่ขนมที่เหลือ ๆ เท่านั้น ไม่ได้แวะกินอะไรเลย เพราะกลัวเสียเวลาในการไปเที่ยว
อีกอย่าง วันนี้เราก็เดินเยอะเหลือเกิน  ช่วงเช้าถึงบ่าย ๆ ฝนก็ตกตลอด มาหยุดตก
ตอนเราถึงหลงเหมิน เราจึงบอกให้เสี่ยวหลี่ หาร้านอาหารที่ราคาไม่สูงนักให้พวกเราทานอาหาร
มื้อเย็น  เสี่ยวหลี่ เป็นคนรอบคอบ ถามว่า พวกเราชอบทานอะไรบ้าง เนื้อวัว เนื้อแพะ ทานไหม 
ฉันบอกเสี่ยวหลี่ว่า ไม่ทาน พวกเราจะทานหมู ปลา ไก่ อะไรก็กิน ยกเว้น เนื้อวัว เนื้อแกะ 
ราคาก็อย่าให้แพงมากนักงบประมาณไม่เกิน 300 หยวน เขาก็น่ารักมากนะ บอกว่า รับรอง
ไม่ให้เกิน แน่นอน แล้วเขาก็พาไปร้านอาหาร ซึ่งเป็นร้านที่ใหญ่ปานกลาง  มีคนนั่งทาน
กันมากมายอยู่  ก็คิดว่า น่าจะอร่อย เพราะคนเยอะ บริกรก็ใช้ได้ให้การต้อนรับดี 
เขาให้เราดูเมนูอาหารและราคาอาหาร ก็ไม่แพงนัก เขาก็ช่วยแนะนำอาหารให้พวกเราว่า อะไร
อร่อย น่าสั่งทาน อาหารน่าจะ 7-8 อย่างนะ พวกเราก็ได้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วย บางอย่างก็แหว่งไป
เพราะลืมถ่าย ด้วยความหิวนั่นเอง  ห้าห้า  







หลังจากอาหารมื้อเย็นผ่านไปแล้ว ด้วยสนนราคาไม่เกิน 300 หยวน จริง ราคาเพียง 266 หยวน
เท่านั้น ต้องยกนิ้งให้เสี่ยวหลี่  เขาทานข้าวไม่มากเลย คงห่วงใย อยากกลับไปทานพร้อมภรรยา
ที่บ้านมากกว่า อิอิ กว่าเขาจะมาส่งเราถึงโรงแรม ก็น่าจะ สามทุ่มแล้ว พวกเราจ่ายเงิน 500 หยวน
ให้เขา พร้อมกับขอบใจเขา ที่บริการพวกเราอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องและไม่บ่น
ไม่พูดมาก หรือ หน้าหงิก หน้างอ  

วันที่ 24 ตุลาคม 59
เช้านี้ ฉันต้มน้ำร้อนในห้องนอน แล้วฉีกซอง ยำยำ ทานเป็นอาหารมื้อเช้า แล้วฉันกับวัชรี
ก็ลงไปเดินเล่นรอบ ๆ บริเวณโรงแรม สำรวจ  ชมบริเวณร้านค้าของเมืองลั่วหยาง ถ่ายรูป
เอาไว้เป็นที่ระลึก แล้วเราสองคน ได้น้ำเต้าหู้คนละแก้ว เดินไปอีกร้านหนึ่ง ขายผลไม้ 
ก็ซื้อส้มกันอีก 1 กิโลกรัม  ต่อได้เหลือ 5 หยวน มานั่งคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรม 
ซึ่งเป็นหญิงน่าจะวัยประมาณ 40 กว่าเศษ ๆ ภาษาที่เขาใช้ สำเนียงฟังค่อนข้างง่าย ได้ทราบเรื่องราว
ของเขา  เขามีลูกชายเพียงคนเดียว เขาถามฉันบ้าง ฉันบอกไม่มี ฉันเป็นโสด  เขาบอกว่า
ดีแล้ว มีอิสระ ได้ไปเที่ยวไหนต่อไหนได้ ชมว่า ฉันใช้ภาษาจีนกับเขาได้ชัดเจนมาก ๆ 
เรื่องที่คุยต่อ ก็คือเรื่องของการจ้างรถเพื่อที่จะไปที่สถานีรถไฟหัวจรวดเขาน่ารักมาก ช่วยโทร
ถามรถรับจ้าง บอกว่า เขาเอา 150หยวน  แต่ถ้าใช้แท็กซี่ ก็ต้องใช้ 2 คัน ราคาประมาณคันละ 50 หยวน
ฉันเลยบอกเขาว่า ถ้าต่อรถรับจ้างได้ 120 หยวน แพงกว่าเล็กน้อยจะได้ไปด้วยกัน
และได้วางกระเป๋าได้มากกว่าด้วย หล่อนน่ารักมากเลย เดินออกจากโรงแรมไปต่อราคา
รถรับจ้างซึ่งจอดอยู่ใกล้ ๆ โรงแรม ได้ราคา 100 หยวนเท่านั้น พวกเราประหยัดไปอีก 20 หยวน
ฉันขอบใจเขามาก บอกเขาว่า จะเขียนหนังสือเชียร์ให้คนไทยไปพักโรงแรมเขา เพราะเขาเป็นคนน่ารัก
มีน้ำใจ เขายิ้มดีใจ  ขอบใจฉันเช่นกันได้มอบนามบัตรโรงแรมให้ฉันด้วย  ฉันเชิญเขามาถ่ายรูปหมู่
กับพวกเรา ไว้เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ มาชมรูป ค่ะ 








เจ้าหน้าที่หญิงที่น่ารัก ช่วยต่อราคารถรับจ้างให้ 


ด้านหน้า คือ สถานีรถไฟ ลั่วหยาง ค่ะ 


ร้านค้าต่าง ๆ บริเวณโรงแรมที่เรามาพักค่ะ 


อีกมุมหนึ่งของทางเดินเท้า ที่มีร้านค้า มากมาย 



ประมาณ 11.30 น.รถรับจ้างที่เจ้าหน้าที่ไปต่อรองให้เรานั้นก็มาจอดที่หน้าโรงแรม
และช่วยยกกระเป๋าพวกเราขึ้นหลังรถ พวกเราก็ลาเจ้าหน้าที่โรงแรม โบกมืออำลากัน 


ถนนหนทางที่เราผ่านจะไปสถานีรถไฟฟ้าหัวจรวด 


ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ถึงสถานีรถไฟหัวจรวด หลงเหมิน พวกเราต้องยกกระเป๋า
เข้าเครื่องเอกซเรย์  แต่ไม่เข้มงวดเหมือนที่ คาร์สือ ฮามิ เราเข้าไปยังสถานีและถามเจ้าหน้าที่
เพราะรถไฟหัวจรวดมีถึง 4 สาย ได้ความว่า พวกเราต้องขึ้นไปที่ชั้น 2 แล้วไปลงบันได
อีกด้านหนึ่ง  ซึ่งเป็นขบวนที่จะพาเราไปที่เมือง ซีอาน ยังมีเวลาอีกเยอะ เราก็นั่งเล่นอยู่ที่ชั้น 2
แต่ก็คอยดู ตัวหนังสือที่วิ่งอยู่ซึ่งจะบอกให้รู้ว่า ขบวนไหนไปไหนนั่นเอง

ฉันขอจบการพาเที่ยวที่เมืองลั่วหยาง คือ วัดเส้าหลินและผาหิน   หลงเหมินไว้เพียงเท่านี้ 
โปรดติดตามตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนปิดฉากของ ทริป ซินเกียง 
ในครั้งนี้
สวัสดี ค่ะ พบกันใหม่ นะคะ 




Create Date : 27 มีนาคม 2560
Last Update : 2 เมษายน 2560 22:56:57 น.
Counter : 2437 Pageviews.

65 comments
วงเวียนหาดอมรา สมุทรปราการ รับลมออกกำลังกายริมทะเล แมวเซาผู้น่าสงสาร
(30 ธ.ค. 2564 09:59:24 น.)
Bangkok Illumination 2021 At ICONSIAM สายหมอกและก้อนเมฆ
(30 ธ.ค. 2564 08:17:19 น.)
ททท.สำนักงานลพบุรี แนะนำร้านกาแฟสุดชิคของจังหวัดสิงห์บุรี ที่คุณต้องแวะมาชิม ช้อป ชิล อุ้มสี
(29 ธ.ค. 2564 06:46:07 น.)
Daynin.cafe @ เชียงราย me-o
(29 ธ.ค. 2564 17:55:02 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณClose To Heaven, คุณเรียวรุ้ง, คุณบ้านต้นคูน, คุณชีริว, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณRinsa Yoyolive, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณkae+aoe, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple, คุณอุ้มสี, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณmambymam

  
กลับมาทักทายกันแล้วค่ะ ป่วยไปหลายวัน
โดย: sawkitty วันที่: 2 เมษายน 2560 เวลา:23:40:23 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

วัดเส้าหลินกับถ้ำหลงเหมินผมเคยได้ไป
โชว์ของวัดเส้าหลินสนุกดีครับ
ผมได้ออกไปแสดงกับหลวงจีนด้วย 555
เค้าให้เราดึงถ้วยที่ติดอยู่กับท้องของหลวงจีน
ขนาดดึงตั้ง 10 คนช่วยกันยังดึงไม่ออกเลยครับ

ส่วนถ้ำหลงเหมิน
ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองถ่ายรูปไม่เยอะเท่าไหร่
ถ้ามีโอกาสก็คงอยากกลับไปเที่ยวอีกแน่นอน

โหวต Travel Blog ครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:6:19:03 น.
  
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

เที่ยวแบบลุย ๆ น่าสนุกมากเลยค่ะครู
ครูแข็งแรงมาก หนูนับถือจริง ๆ ค่ะ
แบกกระเป๋าขึ้นรถไฟเที่ยวกันแบบนี้ สุดยอดค่า
โดย: Close To Heaven วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:10:24:06 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

เกาะรถไปเที่ยวด้วยคนค่ะ

โอ้โฮ...ได้เที่ยววัดเส้าหลินซะด้วย เคยเจอแต่ในหนังจีนกำลังภายใน เป็นวัดที่คุ้นเคยกันมาก5555

อ่านเจอเดินกันจนหลงแล้วไม่กล้าขึ้นมอร์เตอร์ไซด์เป็นรุ้งก็ไม่กล้าค่ะ น่ากลัวเหมือนกันดีนะที่เดินถูกทางเป็นทริปที่ลุ้นระทึกจริงๆ

จากที่ติดตามอ่านทริปของอาจารย์แล้วพบว่าบางวันรอรถจนได้เดินเที่ยวแค่แถวๆนั้น บล๊อกนี้ก็มีเหมือนกัน สงสัยจังว่าแต่ละทริปใช้เวลากี่วันคะ แล้วหมดค่าใข้จ่ายเท่าไหร่คะเนี่ย

โหวตท่องเที่ยวนะคะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:12:08:32 น.
  
ขอบคุณสำหรับความกระจ่างค่ะอาจารย์

17 วัน ลาหยุดกันได้เยอะจัง รุ้งเคยลาพักร้อนมากสุดคือ 4 วันเลือกหยุดช่วงวันจักรีต่อไปจนถึงวันสงกรานต์ได้ทริปยาวๆ 11 วัน หรือไม่ก็หยุดพ.ค.ก็จะได้ยาวๆ 10-11 วัน แต่ไม่กล้าหยุดติดกันนานๆเกิน 4 วันเลยค่ะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:16:15:20 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตด้วยนะครับ

บทกวีที่อาจารย์นำมาฝากที่บล็อก
ไพเราะและความหมายดีมากเลยครับ

ปล. ถ้ำทั้งสามแห่ง
ถ้ามีโอกาสและหมิงหมิงโตขึ้น
ผมก็อยากกลับไปเที่ยวและถ่ายรูปทั้งสามแห่งเลยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:21:08:50 น.
  
ตามมาเที่ยวอย่างสนุกสนานเลยค่ะอาจารย์
ขอบคุณมากเลย ไสตล์ใช่ไหมคะ

คราวนี้ขึ้นรถไฟกันอย่างสนุกสนานเลย นี่ถ้าฝนไม่ตกยิ่งสนุกใหญ่เลยนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
อุ้มสี Music Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: จี๊ดจ๊าด (บ้านต้นคูน ) วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:21:15:07 น.
  
ตามมาชมตอน 6 ครั บอาจารย์เขียนบล็อกเร็วกว่าผมตั้งไม่รู้กี่เท่านะเนี่ย ขนาดอัพตะพาบมั่ง ทวาทศมาสมั่ง ยังเร็วขนาดนี้

เอนทรี่นี้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของการนั่งรถไฟที่แสนยาวนาน ถ้ามีเน็ตให้เช็คเฟสก็สบายแก้เบื่อได้บ้างนะครับ แต่นี่คงไม่มี
คนมาคุยภาษาจีนอาจารย์ก็มีน้ำใจคุยให้ ดันเป็นโฆษณาโรงแรมอีก (จะขายห้องพักให้แขกต่างชาติก็ไปฝึกภาษาอังกฤษมาซะเซ่!) แต่ก็ได้ราคาถูกจริงๆครับ ตกลงกันง่ายเลย
เสียดายพุทธในอินเดีย อัฟกานิสถาน และอีกหลายๆประเทศที่ถูกทำลายนะครับ โชคดีพุทธศาสนาที่เข้ามาในจีนยังคงเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ เลยมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธเหลือให้คนรุ่นหลังชมกันอีกเยอะเลย

อาจารย์มาถึงแหล่งเส้าหลินก็เจอฝนทักทาย เซ็งเลย มวยเส้าหลินก็ไม่ได้ดู แถมของขายยังแพงอีก
ภาพสลักดังๆรู้จักของเมืองต้าถง วันนี้ตามมาชมถ้ำผาหลงเหมินต่อครับ พระพุทธรูปละลานตาดีจริง พระโรจนะ ดูไซส์ไม่น่าจะถึง 17.4 เมตรเลยแฮะ
มื้อเย็นก็น่ากินครับ ราคานี้ไม่แพงนะ
รอชมตอนจบครับผม ^^
โดย: ชีริว วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:21:15:25 น.
  
หูยยยยย อัพใหม่อย่างรวกเร็ว ยาววววววด้วย
แหะๆ ไว้กลับมาอ่านตามเคยค่ะ

หูยยยยย อีกที อาจารย์โหวตบล็อกเก่าให้อีกด้วย
น่ารักจุงเบย 55 โดนแน่ ภาษาวิบัติ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

พักนี้ยุ่งมากๆ เพิ่งเห็นว่าอาจารย์กลับไปอ่าน
บล็อกบุโรพุทโธแล้วโหวตไม่ได้ ถูกแล้วค่ะ เรา
โหวตบล็อกใดก็ได้วันละครั้งเดียวค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:22:01:08 น.
  
นั่งรถไฟแบบนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่า
รินก็ชอบนะคะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้นั่งแบบตู้นอน มีเสบียงทานระหว่างทางด้วย
พี่ไทยก็ทำแล้วแต่ราคาแพงว่าเครื่องบินก็มี
เอาน่าถือว่านั่งชิลๆ กันค่า ท่องเที่ยว อิอิ


ครูให้เหตุผลคนขับรถได้ดีมากเลยค่า 500 หยวนต้องมาส่งที่พักด้วย
เห็นด้วยนะคะ เป็นเหมาไปเลยดีกว่า เป็นเหตุผลที่ดีงามมากค่า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ปรัซซี่ Review Food Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Travel Blog ดู Blog




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:22:39:21 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตามมาเที่ยวเมืองจีนต่อค่ะ
แต่ละเมืองที่ไปยังลุยแบบสมบุกสมบันกันอยู่นะคะ
น้ำก็ไม่ได้อาบ เล่นดองเค็มจนเปรี้ยวกันเลย 555

เมืองลั่วหยางเป็นเมืองที่น่าเที่ยวอีกเมืองหนึ่ง โชดดีเกี่ยวกับโรงแรมที่พักด้วย
น่าเสียดายนะคะไปถึงวัดเส้าหลินแล้ว แต่เที่ยวได้ไม่เต็มที่
เจอฝนตกแบบนี้เป็นอุปสรรคในการเที่ยวจริงๆ
เลยพลาดการแสดงกังฟูเลย น่าจะเป็นโชว์ที่น่าดูมาก

ถ้ำผาหินหลงเหมินสวยงามมาก กาญชอบภาพแกะสลักแบบนี้ค่ะ
เสียดายมีเวลาน้อยรีบดูรีบไปไม่ได้ดื่มด่ำอะไรนานๆเลยนะคะุ
ทริปนี้ได้ผจญภัยกันได้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ
แต่ไปกันหลายๆคนแบบนี้ก็อุ่นใจดีค่ะ ถึงหลงทางก็ยังมีเพื่อนหลงด้วย อิอิ
ดูจากทริปนี้ อาจารย์สุขภาพแข็งแรงมากเลยนะคะ เดินตลอดและปีนป่ายบันไดด้วย
เที่ยวกับอาจารย์ประหยัดได้มาก เที่ยวคุ้มจริงๆค่ะ

อาจารย์สุวิมล Travel Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:2:28:15 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:6:12:10 น.
  
ขอบคุณค่ะอาจารย์

เรื่องคนนอนข้างไม่หิ้วน้องก็หิ้วแม่ไปค่ะ

ทริปของอาจารย์น่าสนุกมากค่ะ เรื่องเหนื่อยรุ้งสู้ไหวค่ะ

ถ้าอาจารย์มีทริปออกคราวหน้ารุ้งฝากตัวด้วยคนค่ะ

ฝากตัวไว้ก่อนแต่จะลางานได้มัั้ยนี่ยังไม่รู้เลยค่ะ

คิดถึงเรื่องลางานแล้วต้องทำใจเลย

ยังไงก็ขอมีฝันไว้ก่อนแล้วกันค่ะ จะไล่ตามได้มั้ยค่อยว่ากันอีกที
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:11:11:56 น.
  
ตาม อ. มาเที่ยวด้วยค่ะ อ. นี่ขาลุยจริงๆ นะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:11:39:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

รูปแมวเป็นแมวของพ่อมาดามครับ
จริงๆมันไม่ยอมเข้าใกล้ผมเลยครับ
ต้องใช้เลนส์ซูมเข้าไปครับ

งบานของอาจารย์เนาวรัตน์ผมมีอยู่หลายเล่มเลยครับ
ชอบภาษาของท่านครับ
เขียนได้งดงามมาก
ผมเขียนไม่ได้แบบท่านแน่นอนครับ 5555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:21:32:43 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยครับอาจารย์ บรรยากาศดีมาก ๆ เลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:21:49:15 น.
  
รถไฟจีนเป็นแบบนี้หมดเลยครับ ถ้าไปกัน 4 คนจองเป็นห้องจะดีกว่า (แพงกว่า) แต่มากกัน 6 คนนอนแบบธรรมดาก็โอเคอยู่ครับ แต่โดยรวมผมชอบโบกี้แบบไทยมากกว่า

รถที่ถ่ายภาพมาเป็นรถพลังงานไฟฟ้าครับ

ค่ารถเหมาแพงเหมือนกันนะครับ แต่เราเอาสะดวกและเวลาด้วย ก็ต้องยอมล่ะ ค่ารถอาจจะแพงไปหน่อย แต่อาหารไม่ถือว่าแพง ก็เฉลี่ยๆ กันไปล่ะนะ

ฝนตกแบบนี้ไม่ดีเลยครับ ถ่ายภาพลำบาก ไปเที่ยวแล้วเจอฝนแบบนี้ความสนุกจะลดลง 40% เลยทีเดียว

เห็นมาค่ารถภายในด้วย ผมนึกถึงสวนสัตว์เปิดที่คุนหมิงเลยครับ ที่นั่นมีค่ารถภายใน แต่จะเดินก็ได้อยู่ครับ ขาไปผมเดินขากลับนั่งรถออกมา แต่มาที่นี่เวลาจำกัดคงต้องนั่งอย่างเดียวล่ะ (คนละที่กับที่อยู่ใกล้ๆ กับหยุนต้านะ)
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 เมษายน 2560 เวลา:22:22:44 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
เล่นโด๊บยาแก้ปวดเข่าเลยเหรอค่ะ แล้วถ้ากินติดต่อกันนานๆ จะมีผลอะไรหรือปล่าวค่ะ
และหลังจากกินยา กลับจากท่องเที่ยว อาจารย์มีปัญหาหรือรู้สึกปวดเมื่อยหัวเข่ามั้ยค่ะ
แม่กาญก็ชอบเดินเที่ยวค่ะ เลยอยากรู้จักตัวยาไว้ค่ะ

รอชมทริปเที่ยวซินเกียงค่ะ
แล้วปีนี้อาจารย์มีโปรแกรมไปเที่ยว ตป. ที่ไหนค่ะ
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:3:26:15 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:6:23:23 น.
  
สวัสดีค่าครู
ขอบคุณที่ช่วยแก้ไขคำให้บุ๊งค่ะ ถ้าไม่บอก บุ๊งก็มองข้ามไปเลยค่ะ แหะ ๆ ๆ
โดย: Close To Heaven วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:9:27:58 น.
  
อาจารย์สุวิมล Travel Blog

น้องซีก็เซลฟี่เป็นแล้วนะคะ ^^
โดย: kae+aoe วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:14:28:52 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


ผมอ่านบทกวีน้อยมาก
แต่ที่อ่านก็มีผลงานของอาจารย์เนาวรัตน์เป็นหลักเลย
ผมซื้อกับมือของท่านเองในงานหนังสือ
น่าจะได้มา 10 กว่าเล่ม
ค่อยๆ ทยอยอ่าน

การเลือกใช้คำของท่านสุดยอดมากๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:15:17:06 น.
  
อาจารย์คะ บล็อกที่อาจารย์ไปเที่ยวมาเนี่ยค่ะ
อาจารย์อยากให้โหวต travel หรือ diarist คะ

ตอนนี้พี่อัพดอกไม้ค่ะ แต่จะบอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วง
อ่านทุกเอนทรี่หรอกนะคะ มีบางเอนทรี่ที่อยากให้
อาจารย์อ่านก็จะบอกค่ะ



พี่สองคนก็ชอบนั่งรถไฟเที่ยว ครั้งหนึ่งพาคุณสามี
นั่งจากกลาสโกลงไปถึง ไอร์แลนด์ เดี๋ยวนี้อายุมากๆ
กันแล้ว ลูกไม่ให้ไปแบบนั้นอีก อ่าของอาจารย์แล้ว อยากอายุเท่าอาจารย์อีกสักแปร๊บนึง

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:20:03:16 น.
  
ขอบคุณที่ช่วยแก้ไขครับ จริงๆ ผมพยายามแก้แล้วล่ะ แต่แก้ไม่หมด วันหลังต้องใช้วิธีเซิร์จเอาจากในหน้าที่เราเขียน

ภาพรถที่ถ่ายมาผมหมายถึงรถยนต์ครับ ที่ใช้พลังไฟฟ้า

รถไฟหัวจรวด 174.5 หยวน ถ้าคิดซะว่าซื้อเวลาก็พอรับได้ครับ (แต่ก็ยังแพงอยู่ดี)
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:22:43:50 น.
  
มาเที่ยวกับอาจารย์ค่ะ น่าสนุกจัง
โดย: sawkitty วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:23:14:53 น.
  
สวัสดีดึกๆครับ อาจารย์สุ
ตามมาเที่ยวต่อครับ เป็นการเที่ยวที่มาราธอนมากครับ
ภาพพระพุทธรูปที่หลงเหมิน งามมากครับ เป็นหน้าผาที่แกะสลักได้ยิ่งใหญ่มากครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:23:20:07 น.
  
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ไว้ไปเมืองไทยจะซื้อมาเก็บไว้ยามฉุกเฉินค่ะ

ไปเที่ยวไอซแลนด์ช่วงไหนค่ะ และไปกี่วัน
อิจฉาอาจารย์จังเลยเที่ยวเอาๆ เกษียณดียังงี้นี้เอง อิอิ
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:2:00:17 น.
  
โอ้โห อ.สุ บรรยาย สภาพการบ่มหมักในรถไฟ 2วัน2คืนซะ อ.เต๊ะ ได้กลิ่นเลยนะครับนี่ 555

แต่คงไม่เป็นไร เพราะคนในรถไฟก็คงสภาพเดียวกัน กลิ่นเดียวกันทั้งขบวนนะครับ เย้ย 555

เวลาเดินทางไปเป็นหมู่คณะนี่ ถ้าได้เพื่อนร่วมทีมดีมีน้ำใจ
เราก็ไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ อย่าง อ.สุ ก็มีคนช่วยหิ้วกระเป๋า 8ใบ
ลงรถไฟให้ ไม่ต้องปวดหลังเลยนะครับ อิอิ

อ.สุ บอก เดี๊ยะๆ เอ็งก้ชอบใส่ร้ายข้าตลอด ใครจะบร้า เอากระเป๋าไป8 ใบ
ข้าเอาไปแค่ 7 ใบแค่นั้น เย้ย 555

แล้วทริปนี้ อ.เต๊ะ ดูแล้ว ทีม อ.สุ ก็โชคดีพอสมควรนะครับ
เพราะ เวลาเราไปเที่ยวต่างแดนนี่ สิ่งที่กลัวก็คือโดนโกง โดนหลอก
นี่ อ.สุไม่โดนเลย ได้ที่พัก รร.ในลั่วหยาง ถึงจะเล็กแต่ก็ดีใช้ได้

ส่วนที่ไปเที่ยววัดเส้าหลินนี่ เสียดายเวลาน้อยนะครับ แถมฝนตกอีกตะหาก

น่าเสียดาย ที่ อ.สุ ไม่มีเวลาเข้าชมการแสดงของหลวงจีนเส้าหลินด้วย

ไม่งั้น อ.สุ จากสำนักง้อไบ๊ของเรา จะได้ประลอง โชว์เพลงกระบี่อิงฟ้า
ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานะครับ อิอิ

อ.สุบอก เอ็งนี่มันรู้ลึก รู้จริง ข้าอุตส่าห์ไม่เปิดเผยตัวตน
กินอาหารทุกมื้อ ข้าก็อุตส่าห์ ไม่ยอมชักดาบ จ่ายเงินตลอด เอ็งยังรู้ได้ อิอิ

เอ็งนี่มันที่แทัคือ เฒ่าทารก ใช่มั้ย ถึงดูวิทยายุทธ์ข้าออก เอ็งสารภาพมาเดี๋ยวนี้ เย้ย 555

แต่ที่ อ.เต๊ะ ประทับใจ และชอบมากก็คือ ถ้ำผา หลงเหมิน นี่แหละครับ
ธรรมชาติที่ว่ายิ่งใหญ่ ยังแพ้ ความอุตส่าหะ ของมนุษย์เรา

แกะสลักหินได้ทั้งภูเขา ยิ่งใหญ่ งดงามตระการตา สมแล้วกับที่เป็น
สิ่งมหัศจรรย์เป็น มรดกของโลกเลยนะครับนี่

สรุปทริปนี้นี่ อ.เต๊ะ ดูแล้วก็มีความสุขไปด้วย เพราะได้เห็นความมีน้ำใจ
ของทั้งเพื่อนร่วมทริป คนขับรถ เจ้าหน้าที่ รร.

อ.สุก็ มีน้ำใจช่วยเขียน แนะนำประชาสัมพันธ์ รร.ให้เค้าด้วย
ดีงามทั้งคู่เลยนะครับ

ส่วนเรื่อง ผ้าห่ม รร. ที่ อ.สุเอาใส่กระเป๋ามาด้วยนี่ อ.เต๊ะ สัญญาว่าจะไม่บอกใครหรอกนะครับ อิอิ

อ.สุ บอก เดี๊ยะๆ เอ็งใส่ร้ายข้าอีกแล้ว ใครจะบร้าไปเอาผ้าห่มของ รร. เค้ามา

ข้าแค่ถอดเอา ฝักบัว กับก๊อก ในห้องน้ำ รร.กลับมาเป็นที่ระลึก แค่นั้น
เอ็งรู้แล้ว ก็อย่าเอ็ดไปนะ เดี๋ยวข้าจะส่งสายชำระไปให้เอ็งอันนึง เย้ย 555

โดย: multiple วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:5:21:26 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:6:30:46 น.
  
ทริปน่าสนุกมาก ๆ ค่า อยากไปวัดเส้าหลิน ดูในหนังแล้วอินค่ะ อิอิ
ติดโหวตไว้ก่อนนะคะวันนี้หมดตัวค่า
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:13:06:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อ่างเก็บน้ำถ้ำเสาหินฯ
อยู่ใกล้บ้านมาดามครับ
ใกล้ขนาดที่เดินไปได้
เวลาไปบ้านเธอที่เชียงราย
ผมไม่พลาดไปเก็บภาพที่นี่เลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:15:53:35 น.
  
จากบล็อก
หนังสือนอกจากการ์ตูน แนวที่ผมอ่านก็เป็นพวกพัฒนาตนเอง กับจิตวิทยาครับ ปีนี้ได้มา 3 เล่ม
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:16:50:08 น.
  
เที่ยววันฝนตกนี่ไม่สนุกเลยนะคะ ลำบากหน่อย
โดย: kae+aoe วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:17:09:41 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 เมษายน 2560 เวลา:6:32:01 น.
  
วันนี้มีรูปอาหารเยอะ เลยลองจัดหมวดหมู่เป็ฯ รีวิวอาหารดูค่ะ แต่ถ้าไม่มีบอกเพื่อนๆ ก็ให้ครอบครัวค่ะ หุหุ
โดย: kae+aoe วันที่: 7 เมษายน 2560 เวลา:10:29:29 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

มีคนบอกว่าการเกิดเป็นมนุษย์ถือว่ายากมาก
แต่เป็นโอกาสที่ดีในการปฏิบัติธรรม
ผมก็เชื่อแบบนี้ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 เมษายน 2560 เวลา:11:32:05 น.
  
สวัสดีอีกรอบค่ะครู
เห็นครูไปเที่ยวแบบนี้ แล้วเริ่มอยากวางแผนทริปไปเที่ยวบ้างแล้วค่ะ
กำลังหาจุดหมายอยู่ว่าไปไหนดี อิอิ
โดย: Close To Heaven วันที่: 7 เมษายน 2560 เวลา:13:05:21 น.
  
ขอบคุณที่ชอบอ่านบล็อกพี่ค่ะ
เป็นกำลังใจแก่คนเขียนที่กำลังมีปัญหาในการเขียนมาก
ทั้งความจำและสายตา จนชักคิดว่าน่าจะต้องเลิก

อาจารย์คงไม่ได้ใช้โค้ดกันบล็อกยืดนะคะ
เวลามีคอมเม้นท์ที่คนเขียนยาวไปเรื่อย ไม่ตัดบรรทัดเลย
ข้อความก็จะถ่างหน้าบล็อกไปตามความยาวของบรรทัด
ที่พิมพ์ค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 7 เมษายน 2560 เวลา:17:38:55 น.
  
เน็ต มีปัญหา โทรไปแจ้ง ตั้งแต่ ตี 4 ทำไม แก้ไขได้เร็วจัง ของครู ถ้ามีปัญหา กว่าจะแก้ได้ ข้ามวันเลยเนี่ย แสดงว่า เส้นใหญ่ไหม จ้ะ

555 อ.เต๊ะ ต้องขอตอบแบบนี้ ที่แก้ไขเร็วนี่ ก้ไม่มีอะไรหรอกครับ อ.สุ คือ อ.เต๊ะ ทิปช่างหนักครับ

ช่างที่เคยมาทำมาแก้ให้นี่ ถึงกับให้เบอร์ส่วนตัวไว้เลย
แถมบอกว่า ถ้าคราวหน้า คุณท่าน มีปัญหาอะไร เรียกใช้ผมได้ตลอดเวลา
ไม่ต้องโทรเข้าศูนย์นะครับ มันช้า เย้ย 555

แล้วที่ อ.สุบอกว่าไปทานข้าวกับลูกศิษย์บ่อยๆนี่ อ.เต๊ะ แปลกใจมากเลยนะครับ ว่าทำไม อ.สุไม่ยักกะอ้วนพุงกลม

สงสัย อ.สุ ต้องกินยาลดไขมัน วันละ 4เม้ด แหงๆ อ.เต๊ะ เดาเอานะครับ อิอิ

อ.สุ บอก เอ็งนี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย เรื่องแค่นี้ต้องให้ข้าสอน

พอเอ็งกินอิ่ม เอ็งก้กลับบ้านมาล้วงคอ เอาออกซี้ ข้าทำประจำ
เอ็งจำเอาไว้นะ เย้ย 555

โดย: multiple วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:5:50:21 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:6:40:49 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
Tisiny Review Food Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
จินหลิน Food Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
AppleWi Home & Garden Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

ตามมาเที่ยวกับครูค่ะ
เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:7:24:50 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์



จริงๆผมมีภาพหยดน้ำสามหยดอยู่ครับ
แต่หาไม่เจอ
เลยได้มาหยดเดียว 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:15:38:18 น.
  
ร้านโกยกลางบึง นี่ น่าจะแถวอ่อนนุช ใช่มั้ยครับ

ถ้า อ.เต๊ะ จำไม่ผิด ร้านนี้น่าจะเป็นแพ อยู่ในบึง อาหารอร่อย อากาศดี ดนตรีไพเราะ นักร้องอึ๋ม ยังไง อ.เต๊ะ รบกวนฝาก อ.สุ ช่วยทิปนักร้องด้วยนะครับ บอก อ.เต๊ะฝากมา เย้ย 555

แล้วก็ อาหารพวกปลาที่นี่ อร่อยเด็ด อ.สุ อย่าลืมสั่งพวกปลาช่อนแป๊ะซะ ลุยสวน ด้วยนะครับ

และแล้วก็วันที่ อ.เต๊ะ กลัว และเป็นทุกข์อย่างมหันต์ก็มาถึง

อ.สุ จะจบเรื่องราว ไม่ลงรูปน้องนุ่นอีกต่อไป อ.สุ ใจร้ายอ่า แง๊ๆ 555

อ.สุ อ๋อ ไอ้ที่เอ็งมาเม้นท์ให้ข้าเนี่ย ก้เพราะเอ็งอยากเห็นหน้าน้องนุ่นคนเดียวใช่มั้ย งั้นดีแล้ว ต่อไปข้าจะลงบล็อกแต่รูปข้า ใหญ่ๆคนเดียวไปเลย

ดูซิเอ็งจะชักดิ้นชักงอตายเลยมั้ย ไอ้นี่ เดี๊ยะๆ ไอ้ขุนช้าง ขอด่าหน่อยเถอะ เย้ย 555

โดย: multiple วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:15:56:06 น.
  
ขึ้นบล็อกกนาราแล้วครับอาจารย์ เลยแวะมาเรียกหา
โดย: ชีริว วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:18:23:48 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:6:36:58 น.
  
แวะมาขอบคุณ อ.สุ (ขออนุญาตเรียกตามข้างบนนะคะ) สำหรับโหวตค่า
หอมหมื่นลี้ที่เป็นละครจบไปเมื่อคืนนี้ จากเรื่องนี้ทำให้ "หอมหมื่นลี้" ขายดีขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
จริง ๆ เขาว่าต้นนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีนด้วยนะคะ

ดูจากทริปที่ อ.สุ ไป เที่ยวแบบลุย ๆ นี่ ต้องนับถือเลยค่ะ
หลายคนยังทำไม่ได้อย่างนี้เลยนะคะ แหะ ๆ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:10:20:35 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


โห...ดีจังครับ
ลูกศิษย์ของอาจารย์มีหลายรุ่นแน่ๆ
และยังคบหา ติต่อกันได้
เป็นเรื่องดีมากๆเลยครับ

ผมเองเป็นประธานรุ่น
แต่เพื่อนงอนครับ 555
เพื่อนบอกติดต่อผมยากมาก
และเวลามีงานร่วมรุ่น
ผมก็ไม่ค่อยไปครับ 555
อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า
แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องช่วยเหลือ
แบบนี้ผมช่วยเต็มที่ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:15:45:07 น.
  
สวัสดีวันอาทิตย์ค่าครู
วันนี้บุ๊งมาชวนไปกินอาหารฝรั่งบ้างค่ะ อิอิ
โดย: Close To Heaven วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:16:44:10 น.
  
วันนี้มาอ่านจบครบถ้วนค่ะ
เป็นทริปที่คงไม่มีวันลืมจริงๆนะคะ
แต่ก็ต้องชมว่า อดทนกันมากเลย
และยิ้มได้ตลอดด้วย
ร่วมแรงร่วมใจกันดียิ่งจริงๆค่ะ

ขอบคุณที่ไปโหวตให้พี่ด้วยนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:19:50:00 น.
  
ร้านของฝากมีเขียนหลายภาษาเลยครับอาจารย์คงเลือกเอาภาษาที่คนมาเที่ยวกันเยอะๆ ดีใจที่ไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยนะ
ขนาดบ้านอนุรักษ์ที่นารามาชิ ยังมีคำอธิบายเวอร์ชั่นภาษาไทยเลย (ถึงจะเหมือนเอากูเกิ้ลแปลมาก็เถอะ)

เดี๋ยวบล็อกหน้ายิ่งชนบทกว่านี้อีกครับ ไว้จะมาตามไปชมนะครับผม ^^
โดย: ชีริว วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:21:58:42 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
แว๊ปมาดูว่าอาจารย์อัพบล๊อกใหม่หรือยัง

ไปเที่ยวไอซแลนด์ช่วงเดือนตุลา ช่วงนี้อากาศหนาวแล้วนะคะ
ทำไมไม่มาหน้าร้อนค่ะ จะได้เที่ยวสะดวกกว่า
ออสโลกาญเคยไปเที่ยวแล้วค่ะ แถวสแกนดิเนียเวียไปเที่ยวมาหมดแล้ว
สวีเดนไปมา 3 ครั้ง ยังติดใจอยู่ค่ะ ก่อนนี่กาญเที่ยวเยอะค่ะ
ตป.ปีละสองครั้ง หลังๆมานี่ีไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน อยู่เฝ้าบ้าน อิอิ

ไว้เคลียงานให้เรียบร้อยก่อนค่ะ คิดว่าปีนี้ทุกอย่างคงจะลงตัวแล้ว
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:4:24:19 น.
  
**แถบสแกนดิเนเวีย ช่วงนี้เขียนผิดบ่อยมาก
ขนาดทวนแล้วนะคะ สงสัยต้องไปหาหมอตาแล้วค่ะ อิอิ
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:4:29:17 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:6:42:12 น.
  
ตั๋วรถไฟแต่ละที่ก็สวยดีนะคะ
ตอนนี้อุ้ม UP BLOG ใหม่ล่ะ
เป็นทองม้วนสอดไส้
อร่อยดีค่ะ
ไม่หวานมาก
กินกับน้ำชาลงตัวเลยค่ะครู
โดย: อุ้มสี วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:21:01:00 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


โรคมะเร็งเป็นโรคที่รักษายากมากจริงๆนะครับอาจารย์
ใช้ทั้งเงิน ทั้งเวลาในการดูแลอย่างต่อเนื่องเลย
น่าเห็นใจผู้ป่วยจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:22:07:19 น.
  
สวัสดีค่าคุณครู

สงกรานต์นี้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่าค้าาาา
อากาศบ้านเรายิ่งร้อนระอุด้วย
หลังสงกรานต์รินจะได้ไปอินเดียอีกรอบค่า ร้อนยิ่งกว่าบ้้านเราหลายเท่าเลย
ไม่รู้จะรับได้ไหวหรือเปล่า 555


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:23:12:37 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:6:21:41 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


ผมรู้สึกว่าโรคภัยใหม่ๆเกิดขึ้นเอยะมากครับ
แล้วการรักษาก็ใช้เงินมากมายมหาศาลจริงๆ
นึกถึงพระเถระหลายรูป
ท่านบอกไม่รักษาแล้ว
ไม่อยากแบกสังขารหนีความตาย
ฟังแล้วชอบ
แต่ถึงเวลาจะทำแบบนี้
คาดว่าคนที่ใกล้ตัวคงไม่ยอมครับ 5555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:15:38:02 น.
  
มาตามสัญญา พาไปเที่ยวอาสึกะกันครับ
โดย: ชีริว วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:22:47:07 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:6:29:00 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

หนังสือของท่ารูมีเล่มนี้อ่านสนุก
ได้ข้อคิดที่ดีมาก
แต่ผมกำลังอ่านเล่มที่สอง
อันนี้เข้าใจยากมากครับ 555
อ่านมา 20 หน้ายังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเลย
แต่ก็จะอ่านจนจบแน่นอนครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:21:57:07 น.
  
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ อาจารย์สุ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:23:02:26 น.
  
สวัสดีค่ะ มาเที่ยวด้วยคนค่ะ
บ้านเมืองเขาน่าอยูดีจัง เห็นแล้วอยากไปเที่ยวชมมั่งจังค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:2:01:51 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:6:26:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับอาจารย์

อากาศที่เชียงใหม่ร้อนมากๆ
มากจนไม่อยากออกไปไหนเลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:15:29:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Suvimol.BlogGang.com

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]

บทความทั้งหมด