ดินแดนสรวงสวรรค์แห่งธรรมชาติที่มิอาจลืมเลือนได้ ตอนที่ 3
ลายมือของท่านงักฮุย จอมทัพผู้ซื่อสัตย์และกตัญญู



ตราตั้งแม่ทัพ ซึ่งเป็นชื่อของงักฮุย ประทับอยู่ในงานเขียนนี้ ค่ะ



รูปเตียวหุย



รูปศาลเจ้าสามพี่น้องร่วมสาบาน



สุสานของเล่าปี่



หลังจากที่ได้ชมศาลเจ้าสามก๊กแล้ว พวกเราก็ไปเดินที่ถนนคนเดิน ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับศาลเจ้าสามก๊ก เดินทะลุกันไปออกปากทางของศาลเจ้าได้ สถานที่นี้ เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่กัน มีร้านค้าขายอาหารมากมายเป็นแถวยาว ถนนไม่ยาวนักแต่มีหลายล็อค มีร้านค้าขายเสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น ตลอดจนของที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย ฉันกับเพื่อน ๆ เดินชมกันไป ถ่ายรูปกันไป ดูวิถีชีวิตของคนในชุมชนแห่งนี้ คงจะเป็นเพราะเป็นช่วงเลิกงาน เห็น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มาซื้ออาหารทานกันมากมาย โต๊ะที่นั่งทานก็ไม่พอ เห็นบางคนยืนทานกันก็มี



หลังจากที่ได้ชมศาลเจ้าสามก๊กแล้ว พวกเราก็ไปเดินที่ถนนคนเดิน ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับศาลเจ้าสามก๊ก เดินทะลุกันไปออกปากทางของศาลเจ้าได้ สถานที่นี้ เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่กัน มีร้านค้าขายอาหารมากมายเป็นแถวยาว ถนนไม่ยาวนักแต่มีหลายล็อค มีร้านค้าขายเสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น ตลอดจนของที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย ฉันกับเพื่อน ๆ เดินชมกันไป ถ่ายรูปกันไป ดูวิถีชีวิตของคนในชุมชนแห่งนี้ คงจะเป็นเพราะเป็นช่วงเลิกงาน เห็น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มาซื้ออาหารทานกันมากมาย โต๊ะที่นั่งทานก็ไม่พอ เห็นบางคนยืนทานกันก็มี

ถนนคนเดินที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับศาลเจ้าสามก๊ก



หลังจากที่เราชมตลาดคนเดินกันแล้ว พวกเราก็ออกมายังจุดนัดพบ คือ ที่หน้าศาลเจ้าสามก๊ก ฉัน เยาว์ พี่อร มาก่อนเพื่อน อยู่ว่าง ๆ ก็ถ่ายรูปบริเวณนั้นไปเป็นการฆ่าเวลารอเพื่อนนั่นเอง เมื่อทุกคนมาครบแล้ว ก็ขึ้นรถมุ่งไปสู่โรงแรมที่พักเพื่อทานอาหารมื้อเย็นแล้วก็เตรียมตัวไปชมการแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากากกัน

การแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากาก ถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของ มณฑลเสฉวน การเปลี่ยนหน้ากากนั้น เปลี่ยนได้รวดเร็วภายในเสี้ยววินาทีเดียว ซึ่งผู้ชมที่จับตาดู ไม่สามารถจะดูได้ทันเลย เป็นการแสดงที่สงวนและสืบทอดมาภายในตระกูลหลายชั่วอายุคน ไม่ถ่ายทอดให้กับบุคคลภายนอกทั่วไป

ระหว่างที่จะเข้าไปยังสถานที่แสดง สถานที่ภายนอกนั้นประดับประดาด้วยแสงสี อย่างสวยงาม มีรถทัวร์มาจอดมากมายเต็มสนามที่จอดรถ คุณสมุทรไปซื้อบัตรเข้าชมให้พวกเราเหมือนเดิม แจกบัตรคนละใบเข้าไปยังสถานที่การแสดง ซึ่งจัดเป็นโรงงิ้ว มีฉากตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เหมือนกับโรงงิ้วที่ฉันเคยไปดูงิ้วสมัยที่ฉันเป็นเด็กและบ้านอยู่แถวมหาพฤฒาราม ปลายปีก่อนจะถึงวันตรุษจีน ศาลเจ้าแถวบ้านเขาจะมีการไหว้เจ้าและจ้างคณะงิ้วมาแสดงให้เจ้าและคนดู ประมาณ 3 คืน พวกเราสมัยเด็ก ๆ พอหัวค่ำ ทานข้าวมือเย็นแล้ว ก็ไปจองที่เพื่อดูงิ้วกันอย่างสนุกสนาน เป็นภาพวัยเด็กที่ยังอยู่ในความทรงจำของฉันได้เป็นอย่างดี

บริเวณโรงงิ้วมีร้านค้าอยู่หลายร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้า แผ่น DVD ซึ่งเป็นการแสดงของการโชว์เปลี่ยนหน้ากาก ส่วนสถานที่ที่นั่งชม จะเป็นเก้าอี้เป็นแถวยาว ที่เก้าอี้มีเบาะให้เรานั่งด้วย ส่วนข้างหน้าของเก้าอี้แต่ละแถวจะเป็นม้ายาว ตั้งถั่วลิสงคั่วให้ม้านั่งละ 1 จาน พวกเราก็จัดการแกะถั่วทานหมดตั้งแต่ยังไม่ทันที่งิ้วจะแสดงเลย ซึ่งกำหนดการแสดง คือ 20.00 น. พวกเรามาถึงที่นี่ประมาณ 19.30 น. น่าจะได้ จึงมีเวลาเหลือ ฉันเหลือบไปเห็นมีผู้ชมบางคนเข้าไปถ่ายรูปกับนักแสดงงิ้วซึ่งแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ในร้านขายของนี้ด้วย ฉันเลยชวนเยาว์ออกไปขอถ่ายรูปกับนักแสดงงิ้วบ้าง (จะเรียกว่า พวกบ้า ดารา ได้ไหมเนี่ย อิอิ) ฉันมีโอกาสได่ถ่ายกับนักแสดงหญิงและชายทั้งคู่เลย เพื่อนคนอื่นให้ฉันถ่ายรูปให้บ้าง แต่ก็ได้เพียงคนสองคน นักแสดงก็ไม่ให้ถ่ายแล้ว เพราะเขาจะต้องขึ้นเวทีแสดงแล้ว อดเลยเนอะ ฉันโชคดี ได้ถ่ายรูปทั้งนักแสดงหญิงและนักแสดงชาย

การแสดงเริ่มเอาประมาณ 20.20 น. การแสดงนั้น เขาจะแสดงเป็นชุด ๆ ไม่ใช่แสดงการโชว์เปลี่ยนหน้ากากอย่างเดียว การแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากาก เป็นการโชว์ชุดสุดท้ายของการแสดง ซึ่งก็เป็นธรรมดาของการแสดงทุกอย่าง โชว์เด็ด ๆ ของงานก็ต้องแสดงโชว์ตอนสุดท้ายอยู่แล้ว

การแสดงชุดแรกเป็นการแสดงศิลปะการออกรบ มีนักแสดงออกมาแสดงเป็นจำนวนมาก ชุดต่อไปเป็นชุดการแสดงภาพเงาที่ใช้มือและแขนของผู้แสดง ออกมาเป็นเงาของนกบ้าง กระต่ายบ้าง สุนัขบ้าง ชุดนี้ฉันไม่ค่อยตื่นเต้น เพราะเคยเห็นคนไทยเราแสดงที่โทรทัศน์แล้ว ชุดต่อไปก็เป็นชุดของนักร้อง นักดนตรี ที่ร้องด้วยเล่นดนตรีด้วย คือ สีซอไปด้วย เรียกว่าศิลปินเดี่ยว นั่นเอง แล้วมีชุดการเชิดหุ่นกระบอก เหมือนการเชิดหุ่นกระบอกของไทยเราที่เรียกว่า หุ่นละครโรงเล็กนั่นเอง แต่เขาเชิดคนเดียวต่อหุ่นหนึ่งตัว จากนั้นก็มีชุดการแสดงของตัวตลกสองสามีภรรยา สุดท้ายจึงเป็นการแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากาก ชุดนี้เป็นไฮไลน์ของการแสดง ทุกคนรอคอยและจับตาดูเขาเปลี่ยนหน้ากาก ฉันก็จ้องดูและถ่ายรูปไปด้วย เขาเปลี่ยนหน้ากากจากหน้ากากหนึ่งไปยังอีกหน้ากากหนึ่งเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีเดียวจริง ๆ รวดเร็วมาก ๆ เหลือเกิน การแสดงชุดนี้น่าจะประมาณ 20 นาที ได้ เปลี่ยนหน้ากากประมาณ สิบกว่าถึงยี่สิบหน้ากากน่าจะได้ จนสุดท้ายก็เป็นหน้าจริง ๆ ของผู้แสดงโชว์ คือไม่มีหน้ากากนั่นเอง เรียกเสียงปรบมือสนั่นลั่นโรงงิ้วทีเดียว ฉันได้นำรูปการแสดงเหล่านี้มาฝากท่านผู้อ่านหลายรูป เชิญชมได้นะคะ

ถ่ายรูปกับนักแสดงงิ้วฝ่ายหญิงค่ะ



ถ่ายรูปกับนักแสดงฝ่ายชายค่ะ



การแสดงของงิ้วชุดที่ 1



การแสดงชุดเล่นเงาด้วยมือและแขน



การแสดงการเชิดหุ่น





การแสดงตลกของสามีภรรยา



การแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากาก











จบการแสดงแล้ว พวกเราก็ทยอยออกจากโรงงิ้ว คนเยอะมาก กว่าจะได้ขึ้นรถก็เสียเวลาเหมือนกัน ต้องมองหารถของเรา เนื่องจากรถที่พานักท่องเที่ยวมาชมการแสดงโชว์นี้มีมากพอสมควรเลยที่เดียว กว่าจะกลับถึงโรงแรม ก็สี่ทุ่มได้กระมัง พวกเราต้องจัดกระเป๋าแล้ว เพราะพรุ่งนี้เช้า เขาให้ยกกระเป๋าไว้ที่หน้าห้องเวลา 9.00 น. กว่าจะได้อาบน้ำเข้านอนก็เที่ยงคืน แต่ไม่เป็นไร เพราะพรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นเช้า โปรแกรมเที่ยวไม่มีอีกแล้ว

วันที่ 1 พฤศจิกายน 54

เช้านี้ ฉันกับเยาว์จัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเคาะประตูเรียกจุ๊บซึ่งไปนอนอยู่กับเกิร์ล แต่จุ๊บให้พวกเราลงไปก่อน ฉันกับเยาว์ทานข้าวเช้ากันที่โรงแรม อาหารก็เหมือนเดิม จากนั้น ก็เจอเพื่อนทัวร์ด้วยกัน มีพี่อร แอ๊ด หญิง ติ่ง พี่บุปผา และใช้ พวกเราจะไปเดินช้อปแถว ๆ โรงแรมนั่นแหละ ห้างร้าน ห้างสรรพสินค้าก็ยังไม่ถึงเวลาเปิด พวกเราก็เดินเที่ยวแถว ๆ นั้น ถ่ายรูป ถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่องของเขา ส่วนใหญ่พวกเราถ่ายหมู่กันไว้เป็นที่ระลึก

เมื่อห้างร้านเปิดแล้ว พวกเราก็เข้าไปซื้อของ พวกเราไปซื้อขนมเพิ่มเติมทั้งนั้น ฉันได้ขนมเพิ่มมาอีกหลายห่อ ซื้อเห็ดหูหนู ขนมถั่วห่อเล็ก ๆ สารพัดถั่ว และขนมแช่อิ่ม ห่อเล็ก ๆ เขาขายโดยการชั่ง ไม่ได้ขายเป็นห่อ ๆ เออ! ฉลาดดีเหมือนกันนะ ซื้อเสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับโรงแรมจัดของที่ซื้อ เพราะว่า คุณสมุทรนัดไว้ที่หน้าโรงแรมเวลา 11.00 น. เพื่อไปทานอาหารมื้อเที่ยง

อาหารมื้อเที่ยงวันนี้ถือเป็นอาหารมื้อพิเศษ ใช้ศัพท์ว่า เสวย เชียวนะ เป็นอาหารสมุนไพร บำรุงสุขภาพ ฉันและทุกคนกินแล้ว มันก็เป็นอาหารธรรมดา ไม่เห็นจะอร่อยอะไรเลย เรียกชื่อเสียโก้เชียว

ทานเสร็จแล้ว ต้องถ่ายรูปหมู่หน้าร้านหน่อย เพราะเป็นร้านอาหารที่มีชื่อและว่าเป็นอาหารพิเศษมื้อสุดท้ายของการเที่ยวทริปนี้ นั่นเอง เชิญชมรูปที่ฉันถ่ายมาฝากนะคะ

วันสุดท้ายไปชมเมืองเฉินตู ศูนย์การค้า



มุมน้ำพุเมืองเฉินตู



ร้านอาหารสุดท้ายที่ว่าอร่อย อาหารสมุนไพร



ระหว่างทางที่เดินทางไปที่สนามบินเมืองเฉินตู เกิร์ลได้มอบค่าทริปของพวกเราให้คุณสมุทร ซึ่งตามกฎ ต้องให้คนรถ วันละ 10 หยวน 8 วัน ก็ 80 หยวน คุณสมุทรก็จะได้เท่านี้เช่นกัน แต่พวกเราเห็นว่าคุณสมุทรเอาใจใส่พวกเราดี ให้ความรู้กับพวกเราได้มากมาย ก็เลยตกลงกันว่า ให้เพิ่มจากคนละ 80 หยวนเป็น คนละ 100 หยวน ส่วนเกิร์ลไม่ได้อยู่ในกฎบังคับที่จะต้องให้ทริป แต่พวกเราก็ตกลงกันว่าจะเก็บเงินให้เกิร์ล เพราะเขาก็เอาใจใส่พวกเราดี เอาใจใส่ผู้ใหญ่ดี เก็บกันคนละ 50 หยวน โดยมี มิค เป็นคนเก็บ หลังจากที่เกิร์ลให้ค่าทริปคุณสมุทรแล้วและกล่าวขอบคุณกันแล้ว ฉันก็บอก มิค ให้มอบค่าทริปให้เกิร์ลเลย ไม่ต้องไปให้ที่สนามบินหรอก เพราะอยู่ในรถ ทุกคนอยู่ครบหน้ากันดี พวกเขาเลยให้ฉันมอบและให้ฉันกล่าวอะไรสักหน่อยตามธรรมเนียม โดนจนได้เนี่ย ฉันก็ทำหน้าที่ที่ได้มอบหมายตามลักษณะของการกล่าวชมสิ่ง ดี ๆ และความสะดวกสบายเอาใจใส่ที่ได้จากมัคคุเทศก์ทั้งสองคน มา ทริปนี้ ไม่ว่ามัคคุเทศก์ ไม่ว่าเพื่อนร่วมทัวร์ทุกคนน่ารักหมดเลย โชคดีเป็นของฉันเสมอ ฉันไปเที่ยวทีไร ฉันมักได้พบเพื่อนทัวร์ที่ น่ารักเสมอ

พวกเราก็มีการขอเบอร์โทรศัพท์กันใหญ่ ฉันไม่ได้ขอใครเลย เพราะฉันเห็นว่า ทุกคนที่เคยขอ ๆ กันอย่างนี้ทุกทริป
แล้ว ก็ไม่เห็นจะมีการติดต่อกันเลย ฉันเลยไม่อยากขอ มีแต่คนมาขอเบอร์โทรของฉันหลายคนเหมือนกัน เช่น แอ๊ด พี่บุปผา พี่อร หญิง มิค เกิร์ล (ตั้งแต่กลับมา มีพี่บุปผาและ หญิง โทรมาหา 1 ครั้ง ) หลายคนจดเบอร์ของตัวเองให้ฉันเหมือนกัน

เมื่อถึงสนามบินแล้ว คุณสมุทรก็ช่วยพวกเราดูแลกระเป๋า พาไปชั่งน้ำหนักเพื่อโหลดเข้าท้องเครื่องบินจนกระทั่งเรียบร้อยแล้ว เขาจึงลาพวกเราจากไป ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์

พวกเราต้องรออยู่ที่สนามบินประมาณสองชั่วโมงกว่า เพราะเครื่องบินออกประมาณ 15.30 น. ด้วยเที่ยวบิน TG 619 ขณะที่รออยู่สนามบิน ฉันก็เดินเที่ยวชมอยู่ตามร้านค้าต่าง ๆ เจอที่เขาจัดนิทรรศการภาพวาด สวยงามมาก ฉันถ่ายภาพเหล่านั้นเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

เที่ยวบินตอนกลับกรุงเทพฯเที่ยวนี้ คนเต็มลำเลย ไม่เหมือนตอนขามา มีที่ว่างเยอะหลายที่นั่น พวกเรามาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 17.30 น. รอกระเป๋ากันอีก ล่ำลากันเรียบร้อย เยาว์กับจุ๊บแยกไป เขาไม่ได้มาพักที่บ้านฉันตามกำหนดเดิม เพราะสนามบินดอนเมืองน้ำท่วมและ นกแอร์ ย้ายมาอยู่ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เลยให้เกิร์ลช่วยติดต่อดูว่ามีที่ว่างให้กลับใต้คืนนี้ไหม โชคดีเป็นของเขา ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในเรื่องตั๋วที่เปลี่ยนเที่ยวบิน เสียแต่ค่าน้ำหนักที่จะต้องโหลดเข้าท้องเครื่องบินเท่านั้น (เขากลัวว่า บ้านฉันจะน้ำท่วมแล้วพรุ่งนี้เขาจะไม่ทันเครื่องบินเช้า)

หญิงกับติ่งและฉันเข็นของขึ้นไปชั้นบนที่มีรถรับจ้างอิสระ หญิงรอจนฉันได้รถกลับบ้านแล้ว เขากับติ่งจึงไปรถอีกคันหนึ่ง รถแท็กซี่ที่ฉันนั่งมา (นั่งเป็นครั้งแรกที่ต้องกลับเองคนเดียว)
เขาเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดี ดูไม่น่ากลัว มีน้ำใจพอควร พอเห็นฉันเขาจอดรถแล้วก็มาหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นหลังรถให้ กระเป๋าเล็ก กระเป๋าน้อยเขาช่วยทุกใบ ทำให้ฉันนั่งรถมาด้วยความอุ่นใจหน่อย เขาเป็นนักฟังและนักพูดที่ดี แสดงความคิดเห็นตามที่ฉันถามเขาถึงเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เขาก็แสดงความคิดเห็นและบอกว่า บางครั้งสื่อบางสื่อก็พูดเกินความจริง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกไปก้มี นั่งคุยกันจนถึงบ้านฉันประมาณชั่วโมงหนึ่งน่าจะได้ ยังไม่ถึงสองร้อยบาท ขาดไป 5 บาทมั้ง ฉันให้ไป 205 บาท เท่ากับทิปเขาไป
นิดหน่อย

ถึงบ้านต้องค่อย ๆ ปีนข้ามไม้กระดานที่กั้นหน้าบ้านที่เพชรมากั้นให้ตอนที่ฉันไปเที่ยวตามที่เขาบอกนั่นเอง ของทุกชิ้นขนเข้าบ้านด้วยความยากลำบาก เพราะมันหนักและต้องยกข้ามกระดานที่กั้นนั่นเอง แถวบ้านเงียบสนิท (ได้ความต่อมา เพื่อนบ้านหนีกลับต่างจังหวัดหลายบ้าน บ้านพี่สุจิตรา ไปลำปาง เหมียวและเพขร
พาลูกกลับไปกาฬสินธุ์ เคี้ยวก็ไปมุกดาหารกับหลานสองคนของเขา ตอนนี้โรงเรียนก็ยังปิดต่อไป เฮ้อ! ทุกข์น้ำท่วมครั้งนี้ หนักหนาสาหัสนัก ฉันยังโชคดีที่บ้านน้ำยังไม่มาเยี่ยมเยือน สาธุ ไม่ต้องมาน่ะดีแล้ว ขืนมาฉันคงอ่วมอรทัยแน่นอนเลย

ฉันจัดแจงรื้อเสื้อผ้าออกมาเตรียมซัก จัดขนมที่ซื้อมาให้เรียบร้อย ยกไว้ที่สูง เหนื่อยและเพลียเหลือเกิน นี่คงจะชราแล้วจริง ๆ เนอะ หาบะหมี่ทานมื้อเย็นประทังไปก่อน ตู้เย็นไม่มีอะไรให้กินแล้ว เพราะก่อนไป ฉันจัดการเคลียร์เรียบร้อยไปแล้ว

การเที่ยวของฉันก็ได้สิ้นสุดลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันเป็นความสุขอย่างเหลือล้นที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวยังสถานที่ที่ฉันใฝ่ฝันอยากไปชื่นชมท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามประดุจหนึ่งสรวงสวรรค์ตามที่คนเขาพร่ำพรรณนาไว้ และฉันไปเห็นมาแล้ว ก็ไม่ผิดหวังกับคำเล่าลือนั้นจริง ๆ ธรรมชาติอันงดงามเหล่านี้ ก็สามารถชุบชีวิตอันเงียบเหงาของฉันให้สดชื่นขึ้นมาได้อย่างประหลาด นอกจากอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามดุจประหนึ่งดั่งสรวงสวรรค์แล้ว ฉันยังได้พบปะเพื่อนใหม่ ๆ ได้พูด ได้คุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นบ้างในบางโอกาส ทำให้โลกทัศน์ของฉันกว้างไกลออกไปได้อีกก้าวหนึ่ง ถือเป็นกำไรของชีวิตอีกครั้งหนึ่งก่อนที่ฉันจะได้อำลาจากโลกอันวุ่นวายนี้ไปในบั้นปลายของชีวิตค่ะ จริงไหมล่ะคะ

ฉันหวังว่า ท่านผู้อ่านตลอดจนเพื่อนทัวร์ที่ไปด้วยครั้งนี้ เมื่อได้อ่านงานเขียนเล่าเรื่องของฉันครั้งนี้ คงได้รับความเพลิดเพลินพอสมควรนะคะ โอกาสหน้าถ้ามี ฉันก็จะเล่าเรื่องใหม่ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านอีกนะคะ โชคดีทุกท่านค่ะ สวัสดีค่ะ





Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 9 ธันวาคม 2554 16:33:41 น.
Counter : 1821 Pageviews.

4 comments
“งานเทศกาลเที่ยวพิมาย” การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม อลังการงานสร้างสวยสุดสุด Noppamas Bee
(30 ธ.ค. 2564 00:23:15 น.)
Bangkok Illumination 2021 At ICONSIAM สายหมอกและก้อนเมฆ
(30 ธ.ค. 2564 08:17:19 น.)
พิธีบวงสรวงบอกกล่าวการเป็นเจ้าอาวาสวัดอุทยานองค์ปัจจุบัน นายแว่นขยันเที่ยว
(30 ธ.ค. 2564 00:56:31 น.)
Ladakh 2019 - ไปร่วมกลุ่มเก็บเกี่ยวฯ ที่หมู่บ้าน Saboo กาบริเอล
(29 ธ.ค. 2564 23:10:39 น.)
  
ตามไปเที่ยวซะเพลิน
โดย: Ezy-SeaHill วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:51:18 น.
  
น่าสนใจดีครับ เดี๋ยวจะต้องไปบ้างให้ได้
โดย: Zabby วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:4:32:55 น.
  
ขอบคุณที่ตามไปเยี่ยมที่บล็อกนะครับ
ว่างๆจะมาไล่อ่านงานที่คุณเขียนแบบเต็มที่ครับ
ด้วยอายุของคุณสามารถเขียนบล็อกได้ ใส่ภาพได้ผมว่า
เก่งมากๆแล้วล่ะครับ
โดย: Zabby วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:5:07:46 น.
  
บล็อกของผมช่วงไหนว่างมากไหรือมีแรงบันดาลใจก็จะเขียนเต็มที่ครับ
ไม่ยอมหลับยอมนอนกันเลยก็มี แต่ช่วงไหนไม่ค่อยมีอารมณ์อยากเขียนก็ไม่ทำเลยครับเป็นหฃายเดือนกันเลย นี้ยังมีอีกหลายตอนที่ต้องทยอยเขียน ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้เขียนเยอะเพราะทำไม่ไหวน่ะครับ

ผมเริ่มหัดเดินทางและเที่ยวเองเป็นเพราะพันทิป นี้แหล่ะครับ ก็ไล่อ่านจากที่คนอื่นรีวิวไว้ทั้งในเวปบอร์ดและในบล็อกน่ะครับ เดี๋ยวจะมาอ่านของจีนบ้าง ช่วงว่างๆเวลามาอ่านผมอ่านแบบรวดเดียวจบเลย แล้วจะไปเที่ยวตามรอยนะครับ ประเทศจีนอยากไปลุยนานมากแล้วยังไม่มีโอกาสได้แต่เฉียดๆ อย่าง ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี ไต้หวันที่อยู่รอบๆจีน หาตั๋วถูกๆได้เมื่อไหร่ลุยแน่ครับ
โดย: Zabby วันที่: 26 พฤศจิกายน 2554 เวลา:1:07:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Suvimol.BlogGang.com

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]

บทความทั้งหมด