ไออุ่นแห่งรัก.....อีกมุมมองหนึ่งของฉัน
ไออุ่นแห่งรัก......อีกมุมมองหนึ่งของฉัน

                  ความรักของคนในโลกมนุษย์เรานี้ มีหลากหลายรูปแบบเหลือเกิน เช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ความรักฉันหนุ่มสาว ความรักที่มีให้กับมนุษย์ด้วยกัน (สังคมที่ยากไร้) ตลอดจนความรักในรสพระธรรมที่จะนำพาไปสู่โลกอันไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิด คือพ้นจากวัฎสงสาร ซึ่งยากนักที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ยังมี รัก โลภ โกรธ หลง จะเดินทางไปพบความรักประเภทนี้ คงต้องหมั่นสะสมเก็บเสบียงบุญไปอีกนานเนอะ
                  ความรัก ........อีกหลากหลายรูปแบบที่ยากจะยกมากล่าวได้หมดสิ้น ความรักทุกรูปแบบล้วนแต่ทรงคุณค่าทั้งนั้น ถ้าหากเราจะใช้ความรักรูปแบบต่าง ๆ นั้นให้ถูกต้อง ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ทุกข์แห่งความรักก็จะปรากฏให้ใจเราได้เจ็บอย่างแน่นอน

                 ไออุ่นแห่งรัก  ที่ฉันจะเล่าถึงในงานเขียนคร้ั้งนี้   เป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่ฉันได้พบเจอะเจอมา  ฉันมีความประทับใจมาก  และคิดว่า  ไออุ่นแห่งรักที่ ฉันได้ไปพบเห็นมานี้  จะสะท้อนให้เห็นถึง ความรักอันอบอุ่นของระบบครอบครัว และไออุ่นแห่งรักของมิตรภาพที่น่าประทับใจอย่างที่ฉันได้เห็น  ได้สัมผัส  ซึ่งปัจจุบันนี้  กำลังจะหายากมากขึ้นไปทุกที ๆ  ฉันจึงใคร่จะนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้เห็น  ได้สัมผัสถึงไออุ่นแห่งรักที่ฉันประทับใจ  และคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ต่อสังคมมาก  ถ้าเรามี "ไออุ่นแห่งรัก"  อย่างนี้มาก ๆ  สังคมเราคงไม่ต้องประสบปัญหาครอบครัวแตกแยก  ก่อให้เกิดเด็กมีปัญหาอย่างที่เราเห็น ๆ อยู่ในปัจจุบันนี้

                  กลุ่มลูกศิษย์ที่ทำให้ฉันได้เห็น  ได้พบ "ไออุ่นแห่งรัก"  จนทำให้ฉันนำมาเขียนให้ท่านผู้อ่านได้อ่านนั้น คือ  กลุ่มลูกศิษย์  3/5  ของโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง   ซึ่งฉันเคยเขียนถึงพวกเขามาแล้วครั้งหนึ่ง  ในเรื่อง "ระเบียงไพร...ความทรงจำดี ๆ อีกครั้งหนึ่งของชีวิต"   ครั้งนี้  เป็นทริป  "ครอบครัว"   แตกต่างจากทริป ระเบียงไพร  ที่เป็น  "ทริปโสด"   จึงทำให้ฉันได้มุมมอง  "ความรัก"  อีกรูปแบบหนึ่ง  อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง  "ไออุ่นแห่งรัก อีกมุมมองหนึ่งของฉัน"

                   ติ้้ม  แม่บ้านแห่งห้อง 3/5  ได้บอกฉันไว้ในเฟสบุ๊ค  ประมาณเดือน กุมภาพันธ์  ว่า  "อาจารย์  ทริปครอบครัว  คลอดแล้วนะคะ  กำหนดวันที่ 24-25 มีนาคม  55  ที่แพ เขื่อนศรีนครินทร์  เมืองกาญจนบุรี  อาจารย์เตรียมตัวไว้ได้เลย ค่ะ"  วันดังกล่าวตรงกับวันที่ฉันกำหนดไว้กับน้อง  หลาน เหลนว่า  จะไปเช็งเม้งพ่อกับแม่  ที่สุสานแถว หัวกุญแจ  เมืองชลบุรี  และมีประชุมใหญ่ของชมรมครูอาวุโสของกรมสามัญ ฯ อีกด้วย   ด้วยความที่อยากไปเที่ยวกับพวกเขา  ฉันจึงโทรถามเหลน  ซึ่งเป็นคนที่จะต้องขับรถพาฉันไปไหว้พ่อกับแม่ที่สุสาน  ขอเปลี่ยนวันไปเช็งเม้ง  ซึ่งเหลนก็น่ารัก  ไม่ว่าอะไร  ส่วนเรื่องประชุมไม่ใช่เป็นปัญหาสำคัญอะไร  เพราะฉันไม่เคยเข้าประชุมกับเขาหรอก  เป็นสมาชิกไว้ตามคำเชิญชวนเท่านั้นเอง  ส่วนพี่อวยพร  ซึ่งเป็นครูที่สอนพวกลูกศิษย์เหล่านี้โดยตรง  บอกว่า  "อยากไป  แต่ติดประชุม ของชมรมครูกรมสามัญฯ"  ดังนั้น  การไปครั้งนี้  ฉันก็ไปคนเดียวเหมือนครั้งที่แล้วเช่นเคย

                   วันที่ 24 มี.ค.  ติ้ม  ซึ่งเช่ารถตู้ไปกัน 3 ครอบครัว  มีครอบครัวของ ติ๊ก น้องสาวของ ติ้ม  3  คน  ครอบครัว ติ้ม  อีก 3 คน  และครอบครัวของ  ธนวัฒน์  (สมศักดิ์)  อีก 3 คน  รวมฉัน  ก็เป็น 10 คนพอดี  นั่งได้สบาย ๆ   6.30 น.  ติ้มมารับฉันที่บ้านตามเวลานัดหมายตรงแป๊ะ เลย  ช่วยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าและถุงขนมอันมีคุกกี้และทุเรียนกรอบ  ไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าทางเข้าบ้านฉัน  ของในรถเต็มไปด้วยของกินมากมายที่เตรียมไปทานกันที่แพ  ในรถ มีลูกสาวของ ติ๊ม ชื่อน้องตอง  เป็นสาวแล้ว  ได้ความว่า  เรียนอยู่ ม. 4 กำลังจะขึ้น ม. 5 มั้ง  เป็นเด็กน่ารัก  เงียบ ๆ เรียบร้อย  มีสัมมาคารวะ

                 รถแล่นไปถึงโลตัสอ่อนนุช  อันเป็นจุดนัดพบอีก  2 ครอบครัว  คือ ลูกชายคนโตของติ๊มขับรถไปรับ ติ๊ก และ ลูกอีกสองคน  เพื่อมาขึ้นรถตู้ที่นี่  แล้วจึงเอารถยนต์ไปเก็บที่บ้าน  พวกเรามาถึงก่อน  ก็นั่งรอกันที่ร้าน แม็ค  ก็ร้านเดิมที่เคยนัดกันครั้งแรกนั่นแหละ   ติ๊ม จัดแจงไปซื็อน้ำส้มให้ฉันดื่ม  ตัวเองทานโจ๊ก 1 ถ้วย  ติ๊มถามฉันเหมือนกันว่าจะทานไหม  ฉันปฏิเสธ  เพราะทานข้าวต้มจากบ้านมาเรียบร้อยแล้ว  ส่วนน้องตอง  ทานเฟ้นฟรายไป  ติ๊มทานเสร็จขอตัวไปซื้อน้ำดื่มเพื่อเอาไปที่แพ   พักใหญ่ ๆ  ครอบครัวของ ศักดิ์ ก็มาถึง  ครอบครัวของเขา มีแดง เป็นศรีภรรยาและลูกสาว  คือ น้องพลอย  ซึ่งเป็นเด็กช่างพูด  กล้าแสดงออก  เป็นลูกสาวคนเดียวด้วย  พ่อแม่คงทะนุถนอมมากอันเป็นเรื่องธรรมดา  ทุกคนก็สั่งอาหารที่ แม็ค ทานกัน  แดงชอบทานตับปิ้ง  เลยไปซื้อตับปิ้ง ที่ขายอยู่ริมถนน ทานกับข้าวเหนียว  เป็นครอบครัว อบอุ่น  สุขหรรษา ครอบครัวหนึ่งที่น่าประทับใจมากทีเดียว   

                 น่าจะเกือบ แปด โมงเช้า  โต๊ด ลูกชายของ ติ๊มก็ไปรับ ติ๊กและน้องพิมพ์ น้องภูมิ ลูกของติ็๊๊๊กมา และเอารถไปเก็บที่บ้าน  แล้วจึงย้อนมาขึ้นรถตู้ไปด้วยกัน
รถน่าจะออกประมาณ  แปดโมงเช้า  ซึ่งเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปประมาณ 1 ชั่วโมง  น่าจะได้  ส่วนอีก 4 ครอบครัว  อันมี ครอบครัวของหน่อย  ของ โอ ของปู และ ของอู๊ด  เอารถของตัวเองไป  และนัดเจอกันที่สุสานทหารที่เมืองกาญจน์ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง   

                 เมื่อพวกเราคันรถตู้มาถึงที่นัดหมาย  คณะของอู๊ดซึ่งอยู่แม่กลองจะมาได้เร็วกว่าพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ  พวกเขามาถึงที่นัดหมายประมาณ 9 โมงกว่า  รอพวกเรานานมาก  เพราะเรามาถึงที่นี่เกือบเที่ยงเห็นจะได้  รถคันของ ปู กับคุณอาทสามีปูมาเป็นคันสุดท้าย   เพราะแวะไปไหว้หลวงพ่อโตมา  ฉันและทุกคนลงจากรถตู้  เจอครอบครัวหน่อย  และครอบครัว อู๊ด  มีภรรยาชื่อปุ้ย เป็นคนน่ารัก  และที่ฉันถูกใจมากที่สุด  คือ เขารักหมามากเหมือนฉัน  มาครั้งนี้  ก็เอาหมาพันธุ์ชิวาวามาด้วย  ชื่อหนูโก๊ะโบะ  น่ารักมาก  ตัวเล็ก ๆ เหมือนเจ้าค็อกกี้ของฉันเลย   

                  ทุกคนมาทักทาย สวัสดีฉันอย่างนอบน้อม  บางคนที่ฉันเคยพบเจอมาก่อนแล้ว  ก็คุยกันได้สนิทมากหน่อย  ส่วนคนที่เพิ่งรู้จัก  อันมีปุ้ย  อู๊ด  คุณอาท  คุณชาติ  (แฟนโอ)  แล้วก็น้องคนงานลูกน้องคนสนิทของครอบครัวอู๊ดและภรรยา  ซึ่งท้องแก่ใกล้ เจ็ดเดือนก็มาด้วย  ฉันเพิ่งรู้จัก  เลยยังไม่ได้คุยอะไรมากนัก  พักที่นี่  เข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว  พวกเราก็เดินทางต่อไป  จุดหมายปลางทาง  คือ ที่แพ  โพร์ทติ้งเฮ้าส์   อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์  กาญจนบุรี  แพที่เราพักนั้น  มีชื่อว่า  "บ้านอุ่นไอรัก"   ช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมกับทริปครอบครัวครั้งนี้เสียเหลือเกิน  แพนี้  ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ากระดาน  อำเภอศรีสวัสดิ์  จังหวัดกาญจนบุรี  ได้ยินว่า  ค่าเช่ารวมถึงเครื่องปั่นไฟ คาราโอะเกะ  คืนละ 7000  บาท  บรรจุคนได้  50  คน

                   เมื่อมาถึง  เราต้องแวะติดต่อที่สำนักงานก่อน  แล้วก็มีคนพาไปที่แพที่เราเช่ากันไว้   เมื่อไปถึงที่ที่จะต้องลงไปยังเรือแพ  พวกเราทุกคนก็ต้องรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก  เพราะระยะทางที่จะลงไปที่แพนั้น  ทั้งลาด  ทั้ง ชัน และลื่นเป็นบางช่วง  แล้วเรายังต้องขนสัมภาระทั้งของกิน  กระเป๋าเสื้อผ้า อีกมากมาย  ทั้งน้ำดื่ม  น้ำอัดลม  น้ำโซดา  อีกอย่างละหลายโหล  แดดในขณะนี้  (ประมาณบ่ายโมง)ก็ร้อนเปรี้ยงเสียเหลือเกิน    เรือแจ๊สกี สองลำของ อู๊ดและปุ้ย  ต้องไปลงอีกท่าหนึ่ง  ซึ่งสามารถลงน้ำได้เลย  ไม่ต้องแบกลงแพ  เฮ้อ ! ตอนนี้ฉันก็ได้เห็นภาพอันน่ารักของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนช่วยกันขนเสบียง เดินผ่านไม้กระดานเล็ก ๆ เพื่อที่จะลงไปที่แพ ดูน่าหวาดเสียว ศักดิ์ต้องยื่นมือมาจูงฉันลงแพไป ทุกคนช่วยกันขนเสบียงลงแพไปอย่างขะมักเขม้น ไม่เกี่ยงงอน หลาย ๆ รอบ โดยเฉพาะ เจ้าศักดิ์ ซึ่งรูปร่างสันทัดไม่อ้วน จึงขนของได้ทะมัดทะแมงกว่าเพื่อน และคอยช่วยรับของจากพวกผู้หญิงกัน งวดนี้ ดูศักดิ์จะเหนื่อยกว่าเพื่อน สีหน้าของทุกคนแจ่มใส ไม่ได้แสดงความกังวลอะไรเลย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่ว่า เด็ก ผู้ใหญ่ ล้วนมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันที่พวกเขามีต่อกัน เป็นภาพที่ดูแล้ว อบอุ่น ชื่นใจและประทับใจฉันจริง ๆ   




หลังจากช่วยกันแบกของลงแพแล้ว ตอนนี้ ฉันก็ได้เห็นภาพแห่งความรัก ความอบอุ่นของแต่ละครอบครัวอย่างชัดเจน เป็นภาพที่น่าประทับใจ ไม่มีการเกี่ยงงอน ช่วยกันนำวัตถุดิบออกจากถุง บ้างก็ช่วยกันล้าง บ้างก็ช่วยกันเด็ดผัก หั่นผัก หั่นหมูทอดแดดเดียวที่ทอดมาเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่มีฝีมือในเรื่องของการทำกับข้าวเท่าไรนัก ก็ช่วยแต่แกะกุ้ง เด็ดใบกระเพรา หั่นพริก เพื่อทำพริกน้ำปลา อะไรประมาณนั้น ที่จริง เด็ก ๆ บอกว่า "อาจารย์ไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวพวกหนูทำกันเอง" แต่ฉันจะนั่งเฉย ๆ ได้อย่างไร เอาเปรียบเด็กนี่นา อิอิ เขาพามาเที่ยวด้วยแล้ว ก็ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างซินะ จริงมะ
เด็ก ๆ ลูกของลูกศิษย์ฉัน ก็มาช่วยกันทอด ทอดมัน ทอดไก่จ๊อ ส่วนผู้ใหญ่มี ติ้ม แดง ศักดิ์ และติ๊ก แม่ครัวหัวป่าก์ ก็จัดการอาหารหนัก เช่น แกงส้มผักรวม ทอดปลานิลสมุนไพร ปลาทูแดดเดียวจากแม่กลอง ตั้งหม้อหุงข้าว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อย่างไม่เกี่ยวงอน ส่วนลูก ๆ รุ่นเล็ก ๆ ซึ่งมีอยู่ 3-4 คน ก็เที่ยวเล่นและ รอ น้าอู๊ด ลุงอู๊ดของเขาจะเตรียมเรือยางให้พวกเขาลงไปขับเรือเที่ยวชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำ ฉันเก็บภาพเหล่านี้ไว้ในใจอย่างชื่นชม ดีใจกับลูกศิษย์ ที่พวกเขามีความรัก ความผูกพัน ถึงต่างก็มีครอบครัวแล้ว แต่เขาก็พยายามพาครอบครัวมาพบกัน เพื่อความสุข ความผูกพันในด้านมิตรภาพที่ไม่เสื่อมคลายเลย มันจึงเป็นภาพแห่งความสุขที่ฉันได้มีโอกาสมาเห็น ได้มาสัมผัส ถึงแม้ว่าชีวิตฉันจะไม่มีโอกาสได้เป็นเช่นนี้ แต่การที่ฉันได้เห็นภาพครอบครัวที่เป็นสุข ภาพมิตรภาพของพวกเขาที่แน่นแฟ้นเช่นนี้ มันเป็นภาพที่ทำให้ฉันมีความสุข เหมือนได้เติมเต็มความรู้สึกเช่นนี้ของฉันที่ไม่มีโอกาสได้เป็น ได้เห็น ให้เกิดความสมบูรณ์ขึ้นได้



มาคราวนี้ ปุ้ย คู่ชีวิตของอู๊ด ซึ่งเป็นคนที่รักหมามากเช่นเดียวกับฉัน ฉันดีใจมากที่เขานำหมา พันธุ์ ชิวาวามาด้วย ตัวเล็ก ๆ สีขาว เห่าเก่งเหมือนเจ้ากี้ของฉันเลย ฉันเลยถ่ายรูปมาฝากหลายรูปทีเดียว ตามประสาคนที่รักหมาเหมือนกัน เลยคุยกับปุ้ยได้ถูกคอทีเดียว





หลังจากทานอาหารมื้อเที่ยง ซึ่งก็ไปทานเอาน่าจะบ่ายสามโมงเห็นจะได้นะ ส่วนปุ้ยกับอู๊ด นักแจ๊สกี ยังไม่ทานข้าวหรอก พวกเขาลงไปขี่แจ๊สกีคนละลำในอ่างเก็บน้ำอย่างสนุกสนาน เพราะความชอบ ความรักในเรื่องของการขี่แจ๊สกี พวกเราก็นั่งเชียร์กันอยู่บนแพ สองสามีภรรยา ขี่แจ๊สกีกันด้วยท่าฉวัดเฉวียน ชำนิชำนาญ บางครั้งก็มีท่าหวาดเสียว นอนราบกับตัวแจ๊สกี เฮ้อ ! เห็นแล้วน่าสนุกนะ แต่มันหมดวัยของฉันเสียแล้ว อิอิ ถ้าสาวกว่านี้สัก 10 ปี ฉันก็ว่าจะลงไปฝึกเหมือนกันนะเนี่ย เจ้าหน่อย เจ้าศักดิ์ และลูกชายของติ้ม น้องโต๊ด ก็ลงไปฝึกเล่นแจ๊สกีเหมือนกัน



หลังจากทานข้าวกันแล้ว นั่งคุยกันบ้าง เด็ก ๆ เล่นน้ำกันบ้าง อู๊ดหลังจากเล่นแจ๊สกีแล้ว ก็เริ่มต่อเรือยาง เพื่อให้เด็ก ๆ (ตัวเล็ก) ได้ฝึกหัดขับเรือยาง ซึ่งเป็นเรือยางที่ติดเครื่อง ไม่ใช่ใช้พาย ต้องรู้จักการคัดท้าย เด็ก ๆ มายืนรอด้วยความหวังเพื่อให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้่เล่นเรือย่างสักที แต่รอบแรก อู๊ดให้ผู้ใหญ่ลงเรือยางชมวิว มีแดงและฉัน
เท่านัั้นที่ลงเรือยางชมวิว โดยมีอู๊ดเป็นคนขับเรือ ทุกคนที่จะลงเรือ หรือเล่นน้ำต้องสวมชูชีพไว้ เพื่อความปลอดภัย อู๊ด จึงเป็นขวัญใจของ
เด็ก ๆ ในครั้งนี้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะอุตส่าห์นำเรือยาง เรือแจ๊สกีจากแม่กลองมาให้เล่นอย่างสนุกสนาน







สองฟากฝั่งของอ่างเก็บน้ำนี้ ทิวทัศน์งดงาม ลมพัดเฉื่อยฉิว ทำให้อารมณ์แช่มชื่น อู๊ดขับเรือยางพาฉัน แดง และ เด็กสาวอีกคนที่เป็นเพื่อนของโต๊ด แล่นเรือยางไปรอบ ๆ น่าจะประมาณ 10-15 นาที ก็พาพวกเรามาขึ้นแพ น้องพลอย ลูกศักดิ์ น้องแตงกวา ลูกของหน่อย น้องรีน ลูกของโอ ก็ลงเรือยาง โดยมีอู๊ดสอนในการขับเรือยาง เด็ก ๆ เรียนรู้ไวมาก แค่ไม่ถึง 10 นาที มั้ง น้องพลอย ก็นำเรือยางพาเพื่อนชมอ่างเก็บน้องล่องลอยไปชมวิวรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำอย่างสนุกสนาน บางครั้งก็ขับฉวัดเฉวียน พาให้หวาดเสียวเหมือนกัน แต่ก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ส่วนเด็ก ๆ รุ่นโต ลงเล่นน้ำกัน ครั้งแรก ฉันคิดว่าจะไม่ลงแล้ว เพราะไม่อยากสระผม แต่แดงตะโกนชวนฉันลงไปเล่นน้ำ ติ้ม ติ๊ก โอ ก็ลงเล่น ส่วนเจ้าปู ดูเหมือนติดไฟแดง เลยอดเล่น ฉันไปเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อชูชีพลงเล่นน้ำกับพวกลูกศิษย์ หลานศิษย์ด้วย น้ำเย็นฉ่ำ น่าเล่น แต่ฉันดูแล้ว ยังไงมันก็ดูไม่สะอาดเหมือนน้ำสระที่ฉันไปว่าย ไม่กล้าให้น้ำเข้าตา ทุกคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บันเทิงใจ







อาหารมื้อเย็นของวันนี้ เป็นฝีมือของอู๊ด เขาทำแกงป่าเนื้อเก้ง ทอดหอยแมงภู่และหอยอะไรอีกชนิดหนึ่ง ฉันจำชื่อไม่ได้ แล้วยังมีปลาตัวเล็ก ๆ ทอดอีกสองชนิด ต้มยำปลาทูแม่กลอง มีผัดฉ่าปลาบึก รสเผ็ดทั้งนั้น เหมาะกับคอเหล้าของคุณผู้ชายทั้งหลาย อันรวมกันเป็นทีม มีคุณอาท คุณชาติ อู๊ด หน่อย และศักดิ์



ก่อนจะทานข้าวมื้อเย็นกัน หน่อย ได้ประกาศเชิญฉันกล่าวแสดงความรู้สึกที่มาร่วมงานกันครั้งนี้ ซึ่งฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจในการพูดเลย คราวที่ไป ระเบียงไพร พวกเขาไม่ได้เิชิญเปิดงานนี่นา แต่เอาเถอะ ฉันก็ครูภาษาไทยนี่นา อีกอย่าง ลูกศิษย์กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ฉันประทับใจพวกเขาอยู่แล้ว การจะพูดในสิ่งทีเราประทับใจก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะมันเป็นความรู้สึกที่มาจากใจของเราจริง ๆ แต่น่าเสียดาย เพราะเครื่องเสียงของทางแพไม่ค่อยมีคุณภาพนัก พูดแล้วขาด ๆ หาย ๆ แต่ก็จบการปราศรัยลงได้ดีพอควร



หลังจากฉันกล่าวเปิดงานแล้ว ก็ทานอาหารกันต่อไป การร้องเพลง คาราโอเกะของบรรดานักร้องก็เริ่มบรรเลงเพลง โดยมีเด็กประจำแพเป็นคนเปิดเพลงตามคำขอนั่นเอง ท่านผู้อ่านดูภาพของพวกลูกศิษย์ฉันได้เลยค่ะว่า พวกเขาสนุกสนานกันอย่างไรบ้าง มาครั้งนี้ เรามีนักร้องเพิ่มขึ้น คือ อู๊ด สมศักดิ์และลูกสาวของติ๊ก น้องพิม







คืนนี้ ฉันฟังพวกเขาร้องเพลง นั่งคุยกับ แดง ปุ้ย กันไป จนถึงเกือบเที่ยงคืน ฉันก็เข้านอน ห้องนอนที่แพ มี 3 ห้องนอน ฉันไปนอนห้องเดียวกับ น้องพลอย น้องรีน อีกห้องหนึ่ง ปูและคุณอาท ส่วนพวกผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่นอนกันที่ชั้นล่างของแพ ที่แพ มีพัดลม ห้องละ 1 เครื่อง ดึก ๆ อากาศก็ค่อนข้างเย็นหน่อย ฉันตื่นขึ้นมาน่าจะ หกโมงกว่า ๆ พระอาทิตย์กำลังจะเริ่มโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมากเหลือเกิน ฉันได้ถ่ายรูปไว้ชื่นชมกับธรรมชาติยามเช้านี้ไว้ด้วย ลงมาชั้นล่าง ก็ได้เห็นภาพหมดเรี่ยวหมดแรงของบรรดานักร้องและคอเหล้าทั้งหลาย นอนแผ่กันเป็นกลุ่ม ๆ ฉันเลยได้โอกาสถ่ายรูปพวกเขามาฝากท่านผู้อ่านด้วยค่ะ





เช้านี้ พวกเราก็ช่วยกันทำอาหารมื้อเช้าทานกัน เช้านี้ เราทำข้าวต้มกุ๊ยกัน มีไข่เค็ม ไข่เจียว ปลาทอด เกี้ยมฉ่ายกระป๋อง เกี๊ยวซ่า ฯลฯ หลังอาหารเช้า เด็ก ๆ ลงเล่นน้ำ ขับเรือยาง ขี่แจ๊สกี อีกครั้งหนึ่งเป็นการอำลา เพราะเราต้องออกจากแพไปไม่เกินบ่ายโมงนั่นเอง



อาหารมื้อเที่ยง มีปลากระพงขาวนึ่งซีอิ้วและปลากระพงขาวนึ่งมะนาว (คงจำไม่ผิด) เนื้อเก้งแดดเดียวทอด และอาหารที่มื้อเช้ายังทานไม่หมด กับข้าวครั้งนี้มีมากเหลือเกิน โดยเฉพาะอู๊ดเอาของแห้งมาจากแม่กลองหลายอย่าง ต้องแจกจ่ายเพื่อนฝูงเอากลับบ้านไปด้วย เด็ก ๆ ก็จัดการเอาปลาทูเค็มสองตัว ปลาริวกิวอีกแผ่นหนึ่ง และปลาทูแดดเดียวตัวเล็ก ๆ อีกน่าจะไม่ต่ำกว่า 20-30 ตัว ใส่ถุงให้ฉันกลับบ้านมากินด้วย เฮ้อ ! ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็จัดใส่ถุงกลับบ้านไปคนละ 4-5 ถุง ต้องแบกกันไป เพราะเสียดายของ เพื่อนอู๊ดอุตส่าห์แบกมาให้มากเหลือเกิน แล้วพวกเราก็เตรียมจัดสัมภาระเพื่อกลับบ้าน ของฉันสบายมาก มีกระเป๋าใบเดียว ใส่ทั้งเสื้อผ้า ทั้งปลาของอู๊ดฝากให้มากินที่บ้าน แล้วพวกเราก่อนอำลาแพ ก็เกิดความชุ่มฉ่ำที่พวกเราไม่อยากได้เลย นั่นก็คือ เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก มืดฟ้ามัวดินทีเดียว อู๊ด ลำบากหน่อย เพราะต้องขี่แจ๊สกีไปขึ้นที่ท่าลงแพอีกแห่งหนึ่ง พวกเรารอจนฝนหยุด ซึ่งก็ตกลงมาประมาณน่าจะครึ่งชั่วโมงได้ พอฝนหยุด แดดก็เปรี้ยงเลยดีเดียวเชียว



หลังจากฝนหยุดตก พวกเราก็เริ่มทยอยกันขนของที่จะต้องขนกลับบ้านใครบ้านมันแล้วแหละ ตอนที่เดินตามสะพานไม้จากแพไปขึ้นบก และจากบนบกยังต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกหลายสิบขั้น เล่นเอาฉันหอบเหมือนกันนะเนี่ย นี่ขนาดไม่ได้ช่วยคนอื่นหิ้วอะไรเลยนะนี่ นอกจากสัมภาระของตัวเองคนเดียว แต่ก็รอดตัวขึ้นถึงชั้นบนได้โดยปลอดภัย กลัวลื่นไถลเหมือนกัน ต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ อย่าให้หกล้มเป็นอันขาด เดี๋ยวจะทำให้ลูกศิษย์เขาเดือดร้อนได้ ทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็ช่วยกันขนสัมภาระไปขึ้นรถอย่างทุลักทุเลพอสมควร เพราะฝนเพิ่งหยุด ทางที่ปีนขึ้นมาก็ลื่น ต้องมีกำลังขาดี ๆ เนื่องจากต้องยกของขึ้นจากแพด้วย จึงเสี่ยงอันตรายในการลื่นล้มได้อยู่แล้ว แต่เดชะบุญของพวกเรา ทุกคนปลอดภัยดี อิอิ แต่คนเหนื่อยสุดตามเคย คงจะเป็นเจ้าศักดิ์ เพราะเห็นไปช่วยกันขนเสบียงหลายหน ยืนเช็ดเหงื่อและหายใจหอบเฮ็ก ๆ อยู่ นี่ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ฉันประทับใจหมือนกัน ส่วนเจ้าติ้ม เขาเป็นคนเจ้าเนื้อก็จริง แต่เขาก็แข็งแรง ช่วยกันแบกของไม่แพ้ผู้ชายเลยทีเดียวนะเนี่ย

หลังจากทุกคนขึ้นรถแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางไปพบกับอู๊ดซึ่งต้องเอาแจ๊สกี เรือยาง ไปขึ้นอีกท่าหนึ่งและจัดเรือเหล่านี้ใส่รถลากผูกกับรถกระบะอีกทีหนึ่ง ล่ำลากันตรงจุดนัดพบเพื่อต่างคนต่างกลับบ้านกันไป

คันรถตู้ คันปูและโอ เราไปแวะร้านขายของฝากของ
เมืองกาญจน์เพื่อซื้อของฝากและทานข้าวมื้อเย็นก่อนกลับกรุงเทพฯ ฉันกับแดง ศักดิ์ ทานหอยทอดกัน ศักดิ์ทานข้าวขาหมู เด็ก ๆ ต่างก็ไปหาของกิน จากนั้นซื้อของฝาก ฉันซื้อแต่มะขามแก้วหลายรส 3 ถุง ร้อยบาท เพราะไม่รู้จะซื้ออะไรของกินของไหว้ที่บ้านยังเหลือเยอะแยะนั่นเอง

จากนั้น รถก็มุ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ ติ้มมาส่งฉันที่บ้าน ซึ่งก็ประมาณสองทุ่มกว่าน่าจะได้ ล่ำลาและขอบใจลูกศิษย์ที่รักแล้ว ฉันก็เข้าบ้านไปอย่างสุขใจ สบายกาย

ความสุขของชีวิตฉันที่ได้อยู่ท่ามกลางลูกศิษย์ก็จบลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว ชีวิตที่เงียบเหงาหลังเกษียณอายุราชการ ก็คลายลงไปบ้าง เหมือนดั่งหนึ่งลูกศิษย์เหล่านี้ ได้มาช่วยเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิตของฉันให้เต็มสมบูรณ์ ไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก ฉันขอขอบใจพวกเขามาก ๆ ที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ฉันตลอดมาหลายทริปแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะตอบแทนพวกเขาหรอก นอกจาก ขออวยพรให้พวกเขามีความสุข หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า สุขภาพแข็งแรง เป็นครอบครัวที่อบอุ่น อบอวลด้วย "ไออุ่นแห่งความรัก" ทั้งเรื่องของครอบครัวและเรื่องของมิตรภาพ สมกับความดี ความน่ารักของพวกเขาที่มีต่อฉันนะจ๊ะ

สวัสดี ค่ะ



Create Date : 01 เมษายน 2555
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 11:53:31 น.
Counter : 1815 Pageviews.

6 comments
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกม.ที่ 292 ประทับใจ...ที่เกาะช้าง ณ The Emerald Cove Koh Chang อุ้มสี
(30 ธ.ค. 2564 10:51:15 น.)
พิธีบวงสรวงบอกกล่าวการเป็นเจ้าอาวาสวัดอุทยานองค์ปัจจุบัน นายแว่นขยันเที่ยว
(30 ธ.ค. 2564 00:56:31 น.)
Daynin.cafe @ เชียงราย me-o
(29 ธ.ค. 2564 17:55:02 น.)
จุดชมวิวเขื่อนแม่สรวย - สวนแห่งการตื่นรู้ Zen Garden mariabamboo
(28 ธ.ค. 2564 19:07:45 น.)
  
อ่านแล้วค่ะ
โดย: ปูเองคร้า IP: 14.207.221.134 วันที่: 6 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:16:34 น.
  
สวัสดีคะ อาจารย์
หนูก็สายเลือดธาตุทองคนหนึ่ง
รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อ่านบทความของอาจารย์
บทความนี้ ให้อรรถรส ดี เเม้นมิได้สัมผัสด้วยตนเอง
แต่ก็รู้สึกอิ่มเอมและประทับใจร่วม
ด้วยความเคารพอย่างสูง
โดย: myangle mtt IP: 101.108.51.36 วันที่: 6 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:19:28 น.
  
ประทับใจ ที่เห็นลูกศิษย์ลูกหาเคารพรักอาจารย์ เหมือนที่ดิฉันยังระลึกอยู่เสมอค่ะ และดีใจที่เห็นอาจารย์มีความสุข..^^
โดย: ทิป IP: 98.149.229.184 วันที่: 6 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:34:00 น.
  
ประทับใจมากครับ จะติดตามอ่านตอนต่อ ๆ ไปนะครับ
โดย: Krit IP: 178.194.215.175 วันที่: 6 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:36:54 น.
  
สวัสดีค่ะ อาจารย์ หนูไปเนปาลมาแล้วนะค่ะ ^^
โดย: Nepster วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:11:26 น.
  
อ่านแล้ว รู้สึกมีความสุขร่วมกับอาจารย์ครับ ขอให้อ.มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถ้ามีโอกาส จะขอไปร่วมด้วยซักทริปครับ ขอขอบคุณที่มีบทความดีๆออกมาให้ชม (ผมน้องกฤษณ์ครับ)
โดย: เกษมทัศ แพณุวรรณ IP: 192.168.182.25, 223.206.7.132 วันที่: 9 มิถุนายน 2555 เวลา:7:10:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Suvimol.BlogGang.com

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]

บทความทั้งหมด