วันที่ใจเหน็บหนาว



วันที่ใจเหน็บหนาว

"วันที่ใจเหน็บหนาว"  เป็นโจทย์ตะพาบ กิโลเมตรที่ 213 ผู้ตั้งโจทย์
นี้ คือ น้อง  กะว่าก๋า

เห็นหัวข้อเรื่องนี้แล้ว  ก็ต้องคิดถึงเรื่องของความเศร้า ความเสียใจ 
ความสลดหดหู่ของจิตใจ อันเกิดจาก
ความไม่สมหวัง ความพลัดพรากจากกัน ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราทุกคน
ต้องมีการพานพบในชีวิตอย่างแน่นอน 
เพียงแต่ว่า เราจะพบกับเรื่องที่ทำให้  "หัวใจเกิดเหน็บหนาว" มากน้อย
เพียงใด โชคดี ก็คงพบกับเรื่องเสียใจ
น้อยเรื่อง  โชคร้าย ก็พบมากมายหลายเรื่อง เนาะ  

สำหรับชีวิตฉัน ฉันคิดว่า ฉันค่อนข้างโชคดี  ชีวิตฉันพบเจอเรื่องร้าย ๆ
ที่ทำให้ฉันเจ็บปวด จนหัวใจเหน็บหนาว
มีเพียง 4 เรื่อง ถึงจะน้อยเรื่อง แต่ว่า แต่ละเรื่องนั้น มันก็ทำร้าย
ความรู้สึกของฉันจนแทบจะย่ำแย่ ด้านชา 
เหน็บหนาว เจ็บปวด รวดร้าว ต้องใช้เวลาในการเยียวยาให้หัวใจที่
เหน็บหนาวนั้นบรรเทา
และกลับคืนสู่ปรกติ ก็เป็นเวลาอันยาวนานมากพอสมควร   มาติดตาม
เรื่องราวอันทำให้หัวใจฉันเหน็บหนาวกัน ค่ะ 

เรื่องที่ 1 ที่ทำให้ฉันเจ็บปวดใจอย่างมาก  ตอนนั้น ฉันเพิ่งเข้าเรียน
มหาวิทยาลัย ปี 1  พ่ออันเป็นที่รักยิ่งของฉัน
และเป็นคนที่เข้าใจฉันมากที่สุด  ส่งเสริมให้ฉันได้เรียนสูง ๆ ตามที่ฉัน
ต้องการ พ่อที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  
ไม่เคยกีดกันลูกสาวไม่ให้เรียนสูง ๆ เหมือนอย่างความคิดของครอบครัว
คนจีนโดยทั่ว ๆ ไป  

แต่แล้ว เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ  วันนั้น ฉันจำได้  เป็น
วันที่ 14 กุมภาพันธ์  2514 
ฉันได้รับโทรเลขจากทางบ้าน ว่า  พ่อของฉันได้จากไปแล้วด้วยวัย
เพียง 66 ปีเท่านั้น  ฉันแทบช็อคเมื่อได้รับโทรเลขฉบับนั้น
เพ็ญ  รูมเมทของฉันและเล็กเพื่อนฉัน 
ได้พาฉันกลับบ้านที่กรุงเทพฯ  เขาสองคนมากราบศพพ่อฉันแล้วจึงกลับ
วิทยาลัยไปเรียนหนังสือต่อ 
ฉันกราบหน้าโลงศพพ่อ ซึ่งตอนนั้น  เราทำพิธีที่บ้าน ไม่ได้ไปทำที่วัด
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันรู้จักการสูญเสีย
และเป็นการสูญเสียที่ฉันรู้สึกว่า  มันเจ็บปวด รวดร้าว  เป็นวันที่หัวใจ
ฉันเจ็บ  ภาพที่พ่อฉันรอฉันกลับจากวิทยาลัยฯ
เดือนละครั้ง (พ่อป่วยนอนติดเตียง)  เวลากลับมาบ้าน พ่อจะดีใจและ
ยอมทานข้าวที่ฉันป้อนให้ ทานข้าวได้มากเป็นพิเศษ
ตอนที่ฉันมาบ้านครั้งสุดท้าย พ่อก็ยังดูแข็งแรงอยู่  ฉันจึงไม่นึกว่า พ่อจะ
จากฉันไปเร็วขนาดนี้  ไม่ได้ทำใจอะไรไว้เลย
ตลอดชีวิต  พ่อทำแต่งาน ไม่ได้พักหรือไปเที่ยวที่ไหน  ฉันก็หวังว่า ถ้า
ฉันเรียนจบ มีการมีงานทำ  จะได้ทำงานหาเงิน
เลี้ยงพ่อ  ให้พ่อได้อยู่อย่างสบายยามชราบ้าง  แต่พ่อก็ด่วนจากฉันไป
อย่างไม่มีวันกลับมาให้ฉันได้ตอบแทนบุญคุณเลย

ได้แต่อธิษฐาน  หากชาติหน้ามีจริง  ก็ขอเกิดมาเป็นลูกของพ่อและขอมี
โอกาสได้ตอบแทนบุญคุณของพ่อ
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันคิดว่า  การจากไปของพ่อ เป็น วันที่ใจของฉัน
รู้สึกเหน็บหนาว มาก ๆ วันหนึ่งของชีวิตฉัน 

เรื่องที่ทำให้ฉัน รู้สึกเป็น "วันที่ใจฉันเหน็บหนาว"  มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง
ในชีวิต ก็คือ เรื่องของ ความรัก ในวัยหนุ่มสาว
ซึ่ง เรื่องพวกนี้  ถือเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตในวัยเป็นหนุ่ม เป็นสาว ฉัน
ก็เป็นมนุษย์ธรรดาคนหนึ่ง มีความรัก  โลภ โกรธ หลง 
เช่นกัน  ความรักของฉัน ก่อเกิดจากความเป็นเพื่อน  การพูดคุยที่ถูกคอ
กัน  การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ 
จนกลายเป็นความสนิทสนม ความผูกพัน  และก่อให้เกิดเป็นความรัก
เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้สึกตัว
ก็ว่าได้ ความรัก ก็เป็นเช่นนี้แหละนะ สุข ๆ ทุกข์ ๆ  ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เพราะ
เขาเป็นคนไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
ทุกอย่างอยู่ภายใต้การชี้นำของผู้ใหญ่  และนำไปสู่การไม่รักษาคำพูด
ในที่สุด  และฉันก็จำเป็นต้องตัดสินใจ
เป็นฝ่ายขอตัดสายสัมพันธ์ให้จบลงไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด เหมือน
เราถูกหนามแหลม ๆ ทิ่มแทงจนเลือดออกซิบ ๆ 
ความเจ็บปวด จนหัวใจด้านชา  เหน็บหนาว เหมือน โจทย์ตะพาบ ใน
หัวข้อนี้จริง ๆ  ใจคอคนช่างยากแท้หยั่งถึงจริง ๆ 
แต่อย่างไรก็ตาม จะเจ็บ จะปวดอย่างไร  ชีวิตของเราก็ต้องดำเนิน
ต่อไป  ฉันยังมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดู  ดูแล ฉันจะเป็นอะไรไปไม่ได้ บทเรียน
ครั้งนี้ของชีวิต  ทำให้ชีวิตฉันแข็งแกร่งขึ้น
ทุ่มเทให้กับงานสอนของฉันได้เต็มที่  การทุ่มเทให้กับงานที่ทำ
เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ฉันคลายความทุกข์
อย่างแสนสาหัสครั้งนี้ผ่านไปได้ดีพอสมควร  และจากผลที่ฉันได้ทุ่มเท
ให้กับการสอนนักเรียน  ก็ทำให้ฉันได้รับ
กรรมดีครั้งนี้อย่างดีเช่นกัน  นั่นคือ  ลูกศิษย์ที่สอนไปแต่ละรุ่น  เมื่อจบ
ไปแล้ว  ส่วนใหญ่ก็ยังคงระลึกถึงฉัน
และมาเยี่ยมเยือนฉันเป็นประจำ รุ่นนี้ รุ่นนั้น  ทำให้ชีวิตหลังเกษ๊ยณของ
ฉันไม่มีความเงียบเหงาอะไรเลย 



ความสุขของฉันและของแม่ ที่เห็นลูกสาวจบการศึกษาและได้รับ
ปริญญาบัตรสมกับที่ได้ตั้งใจไว้  รวมทั้งครอบครัวของ
คนในอดีต ก็ได้มาแสดงความยินดีกับฉันด้วย ค่ะ 

ความทุกข์ในปี 2520  ค่อย ๆ เลือนหายไป หลังมรสุมร้ายในชีวิตค่อย ๆ 
หายไป คืนเข้าสู่ภาวะปรกติ  ฉันสนุกกับงานสอน 
สนุกกับการได้สอน ได้เย้าแหย่กับลูกศิษย์  ทั้งภาคกลางวันและภาคค่ำ
ชีวิต ผ่านไปน่าจะประมาณ  2 ปี 
ภาวะจิตใจฉันก็เข้าสู่ปรกติดี เหลือแต่แผลเป็นที่เมื่อไร ถูกสะกิดเข้า ก็มี
อาการเจ็บปวดบ้างเป็นธรรมดาแหละนะ
 เพราะฉันก็ยังไม่ได้บรรลุธรรมอะไร นี่นา

ฉันมีความสุขอยู่กับแม่  แม่คอยให้กำลังใจหลังจากเมฆหมอกอันเลวร้าย
ของชีวิตผ่านพ้นไป เราแม่ลูกก็มีความสุข
ตามอัตภาพกับเงินเดือนข้าราชการชั้นตรี  บรรจุครั้งแรก 1550 บาท มั้ง
บ้านพ่อก็ซื้อทิ้งไว้ให้ ไม่ต้องเช่า เงินเก่าพ่อก็เหลือไว้ 
ถึงจะไม่มาก ก็สามารถทำให้ฉันเรียนจนจบได้  แม่จะรอทานข้าวหลัง
จากที่ฉันกลับจากโรงเรียน  คืนไหนที่
ฉันต้องสอนภาคค่ำ แม่ก็ต้องทานข้าวคนเดียว  มีเพื่อนบ้านมานั่งคุย 
(คนวัยเดียวกัน) แม่จึงไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ 

ความสุขของแม่หลังจากที่ฉันได้ย้ายมาอยู่ในโรงเรียนใกล้บ้าน แม่กับ
ฉันมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ช่วงเวลา
แห่งความสุขของฉันทีได้อยู่กับแม่  มีโอกาสพาแม่ไปทานข้าวบ้าง 
ดูหนังบ้าง แม่เป็นคนประหยัด ไม่ยอมไปเที่ยวไหน
เพราะสงสารลูก เงินเดือนข้าราชการครู เดือนละ พันกว่าบาท ในปีหนึ่ง
เงินเดือนขึ้นมาก็เพียงเล็กน้อย จำได้ว่า 
ปีแรกที่เงินเดือนเพิ่มขึ้น คือ ประมาณ 150 บาท ไต่เต้าจากเงินเดือน
น้อยนิด  อาศัยมีค่าสอนนักศึกษาภาคค่ำด้วย
พวกเราก็มีความสุขพอประมาณ  ช่วงเวลาดังกล่าว  เราแม่ลูกจึงผูกพัน
กันมากยิ่งขึ้น เวลาผ่านไปได้ ประมาณ 15 ปี 
คือ หลังจากพ่อเสียไปปี  2514 จนฉันเรียนจบในปี 2516 และเริ่มรับ
ราชการปี 2517  เป็นเวลา 15 ปี 
ที่เราแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน  มีความสุข ความทุกข์ร่วมกันมา  เราจึงมีความ
ผูกพันมาก ๆ แม่เป็นที่พึ่ง ที่ปรึกษาของฉัน
ให้กำลังใจยามประสบปัญหาต่าง ๆ เสมอ  แม่เป็นคนสุขภาพดี ไม่ค่อย
เจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย ป่วยหนักครั้งหนึ่ง คือ 
ประมาณอายุ 6ุ6  ด้วยโรคมดลูกถ่วงและผ่าตัดนำมดลูกทิ้งไป  ป่วย
อีกครั้งน่าจะประมาณ 68 ด้วยโรคกระเพาะ
และโลหิตจาง ฉันก็พาไปหาหมอและหายเป็นปรกติ  แข็งแรงดี  แต่แล้ว
ความเจ็บปวดรวดร้าว  เศร้าโศก  การพลัดพราก 
"วันที่ใจเหน็บหนาว" ก็มาเยือนฉันอีกครั้งหนึ่ง  ครั้งนี้ ดูเหมือนจะเจ็บ
หนักกว่าสองครั้งที่ผ่านมา  
วันนั้น คือ วันที่ 31 มีนาคม  2529  เป็นวันที่ฉันกับแม่ต้องพลัดพรากจาก
กันอย่างไม่มีวันได้พบกันอีกเลย 
ฉันไม่ได้คาดคิดว่า  แม่จะจากฉันไปด้วยวัย 76 ปี สุขภาพแม่ก่อนไม่
สบาย  แม่ยังแข็งแรงดี  แม่ป่วยแค่เป็นโรคกระเพาะ
ปัสสาวะอักเสพเท่านั้น  ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงอะไรมากมาย  ป่วยเพียง
ไม่กี่วัน แม่ก็จากฉันไป  หมอลงความเห็น
ในใบมรณบัตรว่า  แม่ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวาย  ทั้ง ๆ ที่แม่ไม่เป็น
โรคหัวใจมาก่อนเลย  เฮ้อ ! ฉันร้องไห้ ไม่ได้อายหมอ
แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ฉันเป็นเสาหลักของบ้าน ตั้งสติได้ โทรหา
เพื่อนที่โรงเรียน  คือ ผช.ปลื้มจิต ในยุคนั้น 
เพื่อนที่แสนดี ปลอบใจ เตือนสติ และมาที่บ้าน พาไปแจ้งอำเภอ เรื่อง
ทำใบมรณบัตรและร่วมกับเพื่อน ๆจัดการ
เรื่องวัด พี่มน ช่วยจัดการเรื่องโลงจำปาใส่ศพของแม่  จิตใจฉันตอนนั้น
เลื่อนลอย ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่จะต้อง
จัดงานศพ ตอนพ่อเสีย  แม่ก็เป็นเสาหลักในการจัดงาน  แต่ฉันก็ยัง
โชคดี มีเพื่อนดี ๆ ที่ช่วยจัดการและ คอยปลอบใจ
เตือนสติ เพราะเพื่อนคงเห็นฉันในสภาพ เหมือนคนสติแตก  เหตุการณ์
ในครั้งนั้น ฉันซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนมาก
หลังพิธีศพแม่ผ่านไปแล้ว  ความซึมเศร้าของฉัน  เป็นความกังวลของ
ผช.ปลื้มจิต  เพื่อนที่แสนดี ได้พยายามชวนฉัน
ไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อคลายความเครียดให้ลดน้อยลง
ยามกินข้าว น้ำตาก็หลั่งไหล เคยกินข้าวกันสองแม่ลูก
แต่ตอนนี้ ฉันต้องกินข้าวคนเดียว  ความเจ็บปวดจากการสูญเสียแม่
ครั้งนี้ แสนสาหัสนัก  ฉันต้องทำให้  "วันที่ใจเหน็บหนาว"
 ครั้งนี้ เบาบาง และหมดไป  ต้องใช้เวลานานมากถึง 3-4 เดือน  น้ำหนัก
ตัวของฉันลดไปประมาณ 2-3 กิโลกรัมได้ 
กว่าชีวิตจะคืนเข้าสู่ภาวะปรกติอีกครั้ง ก็แทบแย่เอามาก ๆ ทีเดียว ค่ะ 



บรรดาญาติที่มาส่งศพแม่ที่สุสาน  ค่ะ 


ฉันนำแม่มาอยู่กับพ่อ ให้ท่านทั้งสองได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ 

หลังจากความโศกเศร้าเสียใจในชีวิตที่ต้องสูญเสียแม่ไปในครั้งนั้นแล้ว
ชีวิตฉันค่อนข้างเงียบเหงา  ชีวิตประจำวัน
คือ ไปโรงเรียน สอนเสร็จก็กลับบ้าน  มีโอกาสเพื่อน ๆ ก็ชวนไปเที่ยว
บ้าง ชีวิตดำเนินไปนานหลายเดือน 
กว่าจะเคยชินกับชีวิตเช่นนี้  ปลงได้มากขึ้น  ก็นานโขอยู่ ชีวิตที่เหลือ
อยู่ของฉัน ก็ต้องดำเนินต่อไปจนกว่า
ฉันจะต้องอำลาจากโลกนี้ไปตามวิถีของวัฏจักรของชีวิต  ฉันใช้ชีวิตอยู่
กับการทำงานอย่างมีความสุข เพลิดเพลิน แวดล้อม
ด้วยลูกศิษย์ลูกหามาเยี่ยมเยือนบ้าง ไปเที่ยวกับพวกเขาบ้าง  ชีวิต
ก็พอจะลืมความทุกข์จากการสูญเสียแม่ไปได้บ้างแล้ว 

ในปี 40  น้องชายนำน้องหมา พันธุ์กระเป๋ามาให้ช่วยเลี้ยง ตัวหนึ่ง
ตั้งชื่อให้ว่า  "ค้อกกี้"  ตอนมาอยู่ด้วยอายุน่าจะ
ประมาณ เดือนกว่าสองเดือน หน้าตาน่ารัก ฉลาด  น้องชายเป็นเซล
ไม่มีเวลาดูแลมัน ภาระก็ตกอยู่ที่ฉัน 
แต่ฉันก็เต็มใจ เพราะเป็นคนรักน้องหมามากอยู่  มีมันมาอยู่เป็นเพื่อน
ก็ดี ชีวิตไม่เงียบเหงา แต่ก็สงสารมันมาก
เพราะว่า ตอนกลางวันมันต้องอยู่ตัวเดียวที่บ้าน ฉันไม่เคยให้มันนอนกรง
ปล่อยอิสระอยู่ในบ้าน วางอาหารให้บ้าง
หลังจากอาหารมื้อเช้าแล้ว เผื่อมันหิวช่วงกลางวัน   เวลากลับจาก
โรงเรียน มันจำเสียงเปิดประตูของฉันได้
จะมารอที่ประตู กระดิกหางสั้น ๆ นิดเดียวของมันอย่างดีใจ กระโดดให้
อุ้ม  เห็นแล้วก็สงสารมันมากโข แต่จะทำไงได้
ฉันก็ต้องไปทำมาหากินนี่นา  มีเวลาให้มันก็ช่วงเช้า ช่วงเย็น และตอน
กลางคืน ก็นอนในห้องนอนด้วยกันแหละ 
แต่ให้มันนอนเบาะข้าง ๆ เตียงฉัน  ชีวิตช่วงนี้ ฉันรู้สึกมีความสุข ความ
สบายใจ เหมือนมีเพื่อน มีลูกชาย  ชีวิตดู
ไม่เงียบเหงา เรานอนด้วยกัน กินด้วยกัน พาไปเดินเที่ยว ทุกเช้า ทุกเย็น
เหมือนมีเพื่อนแก้เหงา เป็นลูกชายที่น่ารัก
ฉลาด  ไม่ทำบ้านเลอะเทอะ หลังจากอธิบายให้มันฟัง  เล็ก ๆ ก็ซนมาก
กัดข้าวของเสียหาย แต่หลังจากโดนทำโทษ
และสอนแล้ว ประกอบกับโตขึ้น  มันก็มีพฤติกรรมที่ดี  ฉันก็ไม่เหนือย
กับมันนัก  เราอยู่ด้วยกันมา น่าจะประมาณ
13 ปี หลังเกษียณ ฉันหวังว่า ฉันจะมีเวลาได้อยู่กับมันได้มากขึ้น ชดเชย
ให้มันที่มันต้องอยู่ตัวเดียวตอนที่ฉันต้องไป
ทำงานในช่วงกลางวัน  แต่ความหวังของคนเราใช่ว่าจะสมหวังไปเสีย
ทุกอย่าง หลังเกษียณได้ไม่กี่เดือน  
มันฉี่เป็นน้ำเลือดออกมา  หมอตรวจแล้ว มันเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
ที่จริง มันเคยผ่านิ่วมาครั้งหนึ่งเมื่อปี 48  
ไม่นึกเลยว่า  มันจะกลับมาเป็นนิ่วอีกครั้ง ในปลายปี 51 คือหลังจากที่
ฉันเกษียณมาไม่กี่เดือน  ครั้งนี้มันโชคร้าย เจอหมอ
น่าจะเพิ่งจบใหม่ หลังผ่าตัด  ก็รักษากัน ประคบประหงมกันมา  ก็ดีขึ้น
แต่ก็มาเป็นไข้ กลับไปหาหมอ ก็เจอหมอที่ใส่ใจ
น้อยเหลือเกิน บอกให้เจาะเลือดดู เขาก็ไม่เจาะให้  ให้แต่ยาแก้ไข้ 
น่าจะให้ยาแรงไปด้วย ตกกลางคืน มันมีอาการ
กระวนกระวาย เหมือนหายใจไม่สะดวก  เที่ยงคืนแล้ว ต้องขอความ
ช่วยเหลือจากลูกศิษย์ให้ช่วยพาไป
ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กของจุฬา  หมอเวรเห็นอาการแล้ว รีบเจาะเลือก
บอกว่า เลือดเป็นกรด ทำให้ขาดออกซิเจน 
จึงหายใจติดขัด  โอกาส ห้าสิบห้าสิบ  ฉันใจหายแป้ว  ก่อนผ่าตัดมัน
ยังแข็งแรงดีอยู่เลย ทำไมเหตุการณ์จึงกลายเป็น
เช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะอายุมันมากด้วย  ผลจึงเลวร้ายมากเกินกว่าที่
ฉันจะคาดหวัง  หมอใส่เครื่องช่วยหายใจ 
ฉันนั่งเฝ้ามันทั้งคืน แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรมันได้เลย  ลมหายใจ
มันแผ่วเบาลง ตาของมันมองฉัน
เหมือนจะอำลาจากฉันไปแล้ว ฉันน้ำตาคลอ ได้แต่บอกมันว่า  ถ้าไม่ไหว
แล้ว ก็ไปเถิด อย่าห่วงอะไรเลย แม่อยู่ได้
แล้วเราค่อยมาอยู่ด้วยกันในชาติหน้าก็แล้วกัน  ในที่สุด การพลัดพราก
ก็เกิดขึ้นกับฉันอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ 
เป็นวันที่ใจฉันเหน็บหนาวมากอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของฉัน  ทั้ง ๆ ที่ฉัน
ก็ผ่านเหตุการณ์เจ็บปวดมาหลายครั้งแล้ว
แต่การพลัดพรากอีกครั้ง คือ ครั้งนี้ ก็หนักหนาสาหัสอีกครั้งเหมือนกัน
หลังจากที่ค้อกกี้ จากไปแล้ว ฉันก็ตกอยู่ในความเศร้า
อีกครั้งหนึ่ง  ความรัก ความผูกพันระหว่างฉันกับมัน มาเป็นเวลาถึง 13ปี
กิน นอน อยู่ด้วยกันตลอด เวลาจากกันไป
ความทุกข์จึงมีมากเป็นเรื่องธรรมดา ค่ะ  ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ผ่านเรื่องเลวร้าย
มามากหลายเรื่องก็ตาม  พอมาเจอ
เรื่อง ค้อกกี้ที่อยู่ด้วยกันมานาน  ก็ทำให้ฉัน ทุกข์ใจเป็นเดือน ๆ 
เหมือนกัน  และฉันไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงน้องหมา
ตัวใหม่อีกเลย  


ที่นอนประจำของผม นะครับ 

ความรัก ความพลัดพรากจากกัน  ความไม่สมหวัง ทุกคนต้องเจอใน
ชีวิต   มากบ้าง น้อยบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา 
ความเจ็บปวดรวดร้าว  ย่อมเกิดขึ้น  ทำให้เป็น "วันที่ใจเหน็บหนาว"
ได้เสมอ  แต่อย่างไรก็ตาม  สิ่งเหล่านี้ 
ล้วนแต่เป็นธรรมดาของชีวิต  ล้วนแต่เป็นเรื่อง อนิจจัง ไม่เที่ยงแท้  
ของชีวิต  เมื่อเกิดมาได้ ก็จากไปได้
เมื่อเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้  เราจึงต้อง ตั้งสติให้ดี  ค่อย ๆ คิด
หาทางแก้ไข และปลงให้ได้กับเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา  เพื่อดำรงชีวิตของเราให้เดินหน้าต่อไปให้ได้
จึงจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากความทุกข์ได้ค่ะ 









Create Date : 08 ตุลาคม 2561
Last Update : 10 ตุลาคม 2561 23:00:19 น.
Counter : 822 Pageviews.

52 comments
ชาลีไดอารี่ ... แมวก็มีหัวใจ* ฟ้าใสวันใหม่
(11 ม.ค. 2564 14:18:16 น.)
อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง พายุสุริยะ
(7 ม.ค. 2564 18:02:14 น.)
Food For Fun : Hot Work Misson #55 อาหารผู้สูงอายุ คนผ่านทางมาเจอ
(11 ม.ค. 2564 18:46:09 น.)
夫妻比强 Fūqī bǐ qiáng สามีภรรยาใครดีกว่ากัน Kavanich96
(4 ม.ค. 2564 04:15:51 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณmambymam, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณเกศสุริยง, คุณnewyorknurse, คุณruennara, คุณRananrin, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณNior Heavens Five, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณtuk-tuk@korat

  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

นั่งอ่านจนจบ
ทั้ง 4 เรื่อง
เป็นความสูญเสียทางใจที่ยากจะทำใจได้จริงๆครับ
และผมเชิื่อว่าทุกคนที่อ่านก็ต้องย้อนมองกลับมาที่ชีวิตของตนเองเช่นกัน
ว่าถึงวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว
เราก็ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารัก จากสิ่งที่เรารัก
จากสัตว์เลี้ยงที่เรารักด้วยกเช่นกัน

ไม่มีใครหนีพ้นจากความจริงนี้ได้เลย
ไม่ว่าจะรักกันสักเพียงใด

โหวตครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ตุลาคม 2561 เวลา:6:38:22 น.
  
แต่ละเรื่องของครูล้วนทำให้ใจเหน็บหนาวสุดๆเลยค่ะ
การพลัดพรากจากคนที่รัก เป็นอะไรเจ็บปวดทรมานและหนาวใจสุดๆ
และเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจยอมรับได้
คนเราทุกคนต้องพบเจอกับเรื่องเหล่านี้ทุกคนเลยนะคะ

โดย: mambymam วันที่: 11 ตุลาคม 2561 เวลา:8:56:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เห็นด้วยกับคอมเม้นท์ของอาจารย์ครับ
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการใช้ปัญญาพิจารณาความทุกข์
บางศาสนาใช้ศรัทธาเป็นตัวนำ
จริงๆก็ดีไปคนละแบบ
ผมก็เลยชอบศึกษาทุกแนวทาง ทุกศาสนาเลยครับ
แล้วเลือกนำข้อดีที่ตัวเองชอบมาปรับใช้กับตัวเอง

ปัญหาทางศาสนาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้
ผมไม่คิดว่าเกิดจากหลักคำสอนที่เป็นแก่นธรรม
แต่มีปัญหาเพราะแก่นธรรมถูกบิดเบือนและปรับเปลี่ยน
เพื่อให้ตนเองและพวกพ้องได้รับผลประโยชน์
ธรรมเลยเพี้ยนเพราะคน ไม่ได้เพี้ยนเพราะธรรมครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ตุลาคม 2561 เวลา:13:16:31 น.
  
ช่วงนี้หลายคนกินเจกันแล้ว
พูดถึงอาหารเจ หนูก็ชอบค่ะ มีหลากหลายเมนูดี
เมื่อกี๊ไปบิ๊กซี เจอแกงส้มเจ ซื้อกลับมา1ถุง
เย็นนี้จะกินซะให้เรียบค่ะ อิอิ

ขอบคุณครูที่แวะชมเมนูมะระ แถมโหวตให้ด้วยค่ะ
พรุ่งนี้หนูก็เปลี่ยนบล็อกใหม่แล้ว เลยเกรงใจโหวตจากเพื่อนๆค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 11 ตุลาคม 2561 เวลา:14:08:26 น.
  
มาโหวต BEST ให้ครูค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 12 ตุลาคม 2561 เวลา:3:09:18 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2561 เวลา:6:30:12 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณครู
แกงฯขอขอบคุณ คุณครูมากค่ะ ช่วยชี้แนะคำผิด
โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 12 ตุลาคม 2561 เวลา:17:04:51 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องอุ้ม
สงสัยที่อุ้มบอกว่า มา
โหวด BEST ให้ครู คือใด
อ่ะ อิอิ ไม่เคยได้โหวดชื่อ
นี้เลย ห้าห้า ให้ความรู้หน่อยนะ ....

ตอนนี้มีให้โหวต BEST ค่ะครู
จะอยู่บนขวาสุด...
จะเห็นคำว่า " VOTE BEST of The BLOG"

อยากจะโหวตให้ใคร
ครูก็เข้าไป BLOG คนนั้น
จะมีเลือกให้โหวตอันดับ 1-2-3
VOTE ให้ได้ทุกคนๆ ละอันเดียว
มีให้โหวต BEST 4 อันดับ ก็คือ
เราสามารถโหวตให้ BLOGGER 12 คนค่ะ
อย่างที่อุ้มได้ BEST FRIENDLY
ก็เพราะอย่างนี้ล่ะค่ะ
อุ้มโหวตให้ครู KING/QUEEN of BLOGGANG
โดย: อุ้มสี วันที่: 12 ตุลาคม 2561 เวลา:17:20:11 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

วันนี้ตอนเย็นช่วงที่ผมออกกำลังกาย
ก็ฟังเทศนาธรรมของหลวงปู่สิมไปด้วย
หลวงปู่สอนเรื่องมรณานุสติพอดีเลยครับ
ตรงกับเนื้อหาในบล็อกของผมพอดีครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2561 เวลา:20:05:41 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2561 เวลา:6:50:47 น.
  
สวัสดีค่ะครู
มาชวนไปชมดอกฝ้ายแดงค่ะ
หยุดยาวหลายวันไปเที่ยวไหนหรือเปล่าคะ



โดย: mambymam วันที่: 13 ตุลาคม 2561 เวลา:7:23:05 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
วลีลักษณา Literature Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
สวัสดีค่ะคุณครู ช่วงนี้หนูติดอยู่กับงานแข่งขันวิชาการ ปี 61 เลยไม่ค่อยได้มาทักทายคุณครูสบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 13 ตุลาคม 2561 เวลา:13:44:52 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เชียงใหม่ยังไม่หนาวเลยครับ
ถ้าหนาว ผมคิดว่าน่าจะเป็นยอดดอยสูงๆ
แต่ในเมืองอากาศยังร้อนอยู่เลยครับ

การเปิดกว้างและรับฟังอย่างลึกซึ้ง
สามารถลดความขัดแย้งได้ในทุกเรื่องจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2561 เวลา:14:18:56 น.
  
ใช่เลยค่ะครู ต้นไม้ที่เราปลูก พออกดอกออกผลให้ชม
เป็นอะไรที่ชื่นใจสุดๆ
กล้วยไม้ หนูก็ชอบมากค่ะ โดยเฉพาะกล้วนไม้หวาย
ออกเอกง่าย และออกบ่อย ดอกบานได้นานหลายวัน
แขวนห้อยไว้ที่บ้าน คนผ่านไปผ่านมา เห็นก็ชื่นใจไปด้วยนะคะ
ขอบคุณครูที่แวะชมฝ้ายแดงค่ะ




โดย: mambymam วันที่: 13 ตุลาคม 2561 เวลา:18:31:25 น.
  

สวัสดีค่ะอจ.
อจ.ผ่านอะไรๆมามากมาย

ระยะนี้ชีวิตอจ.มีความสุขนะคะ

" นั่นคือ ลูกศิษย์ที่สอนไปแต่ละรุ่น เมื่อจบ
ไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังคงระลึกถึงฉัน
และมาเยี่ยมเยือนฉันเป็นประจำ รุ่นนี้ รุ่นนั้น ทำให้ชีวิตหลังเกษ๊ยณของ
ฉันไม่มีความเงียบเหงาอะไรเลย "

โดย: newyorknurse วันที่: 14 ตุลาคม 2561 เวลา:3:29:35 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2561 เวลา:6:25:08 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์สุวิมล
ผมเข้ามาอ่านแล้วทำให้ปลงกับชีวิตได้อีกมาทีเดียวครับ
ด้วยในชีวิตยังไม่ได้เจอการสูญเสียคนที่รักมาก ๆ ไปจึงอาจยังไม่ได้
สัมผัสกับความหนาวเหน็บมากมายนัก แต่ก็เตรียมใจไว้ตลอดครับ
ตอนนี้คนที่ผมสนิทที่สุดคือคุณปู่คุณย่าซึ่งท่านก็ชรามากแล้ว
(คุณปู่อายุ ๙๐ คุณย่าอายุ ๘๔) ซึ่งถ้าหากในวันข้างหน้าต้องสูญเสีย
ท่านทั้งสองไปผมก็คงหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแน่นอน
พอเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านก็ได้แต่คิดถึงท่าน
สอบถามจากคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านสบายดีผมก็สุขใจ ถ้าท่านป่วยผมก็ทุกข์ใจตาม

ชอบอ่านเรื่องราวของอาจารย์เพราะเขียนในมุมมองของผู้ซึ่ง
ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมามากมาย เพื่อเก็บสิ่งเหล่านั้นมาให้ผม
ได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตได้ ด้วยที่ยังอ่อนประสบการณ์ในโลก
หนทางข้างหน้าจึงต้องมีเรื่องสุขทุกข์ให้ผจญอีกเยอะ จึงชอบทุกครั้ง
ที่ได้อ่านเรื่องราวประสบการณ์ชีวิต

สุดท้ายนี้ขอให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจครับ
โดย: ruennara วันที่: 14 ตุลาคม 2561 เวลา:9:48:25 น.
  
ได้ข้อคิดดีๆ เยอะเลยค่ะอาจารย์

ช่วงนี้เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย: Rananrin วันที่: 14 ตุลาคม 2561 เวลา:15:51:07 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ภาพชุดนี้ผมถ่ายที่พิพิธภัณฑ์พระนคร
มีของเก่ามากมาย แต่เดินดูยังไม่ทั่วเลยครับ

ถ้าได้ลงไปกรุงเทพ จะต้องแวะไปอีกอย่างแน่นอนครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2561 เวลา:22:57:10 น.
  

สวัสดีค่่อจ.
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ
โดย: newyorknurse วันที่: 15 ตุลาคม 2561 เวลา:1:04:07 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2561 เวลา:6:35:51 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ถ้าพระสอนคำแปลด้วยน่าจะดีครับ
สมุดสวดมนต์บางเล่มก็มีคำแปล บางเล่มก็ไม่มี

น่าเสียดายครับ
คำสอนที่ดีของพระพุทธเจ้า
อยู่ในบทสวดมนต์ทั้งนั้นเลย
พอไม่แปลไว้
คนก็ไม่สนใจความหมายเลยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2561 เวลา:20:11:30 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:6:26:56 น.
  
อรุณสวัสดิ์วันอังคารครับอาจารย์สุวิมล
โดย: ruennara วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:7:54:27 น.
  
สวัสดีค่ะครู
วันนี้มาชวนครูไปชมใบไม้เปลี่ยนสี และดอกไม้จากแดนไกลค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:9:04:31 น.
  
อ่านเรื่องค้อกกี้น้ำตาไหลเลยค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:9:22:18 น.
  
แต่ละเรื่องหนักเหมือนกันนะคะอาจารย์แต่ก็ดีที่ผ่านมาได้ค่ะ เชื่อว่าทุกคนก็ต้องเคยเจอเรื่องแบบนี้กันมาแล้วทั้งนั้น แต่แตกต่างกันไป ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและก้าวผ่านมันได้
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:13:08:55 น.
  
วันที่ใจเหน็บหนาวนี้เป็น ตะพาบที่ drama ของชีวิต แต่ละชีวิต

รับรู้และเหน็บหนาวไปด้วย
ในวันที่อากาศสาดไปด้วยแสงแดดที่ร้อนแรง



ตอนนี้อ้อไม่ค่อยสบาย เลยไม่ได้เขียนตะพาบตอน 2013 นี้
เพราะใจมันหนาวเหน็บจนทำให้มือไม่กระดิก
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:15:58:27 น.
  
ขอบคุณครูที่แวะส่งกำลังใจค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:19:04:17 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

สังขารคนเราไม่เที่ยงจริงๆครับ
ผมเพิ่งกลับมาจากงานศพเพื่อน
45 ปี ก็เป็นมะเร็งตายเสียแล้วครับ
ไม่เจอกัน 20 กว่าปี
พอเจอกันอีกที ก็กลายเป็นคนร่วมงานสวด

อนิจจา อนิจจังจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ตุลาคม 2561 เวลา:23:21:20 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:6:21:33 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์สุวิมล
โดย: ruennara วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:6:38:24 น.
  
ขอบคุณแทนน้องซีค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:13:21:29 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ศักยะแห่งคลื่นใหญ่เป็นคำสอนในฝั่งมหายานครับอาจารย์
ผมนำมาเขียนขยายความต่อในความเข้าใจของผม
ต่อยอดจากหลักคำสอนที่ว่า
คลื่นใหญ่นั้นเปรียบเสมือนการกวาดกลืนสรรพสิ่งให้กลืนหายไปเป็นหนึ่งเดียวกับคลื่น
เหมือนการพ้นไปจากสมุมติ
จนเห็นว่าตัวเรานั้นก็เป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง
พอรู้เห็นเช่นนี้ได้
ตัวตน อัตตา หรือการยึดมั่นถือมั่นของเราก็จะหายไปครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:20:44:35 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์สุวิมล
ความจริงแล้วผมเรียนจบมานานแล้วครับ แต่อ่านหนังสือสอบงานราชการครับผม ช่วงนี้ก็มีประปรายให้สอบ เลยพอมีเวลาให้มาอัพบล้อคบ้างครับ
โดย: ruennara วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:21:00:22 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 ตุลาคม 2561 เวลา:6:26:28 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

คำสอนของมหายานมักจะเปิดโอกาสให้คนศึกษา
ได้ตีความครับ
บางทีผมก็อาจตีความผิดก็ได้นะครับ 555
อย่างบางคำสอน แค่ประโยคสั้นๆในพระสูตร
อาจเขียนอธิบายได้เป็นเล่มหนาๆเลยครับ

ผมว่าคล้ายอ่านคัมภีร์เต้าเต๋อจิงหรือเต๋าเต็กเก็งนี่ล่ะครับ
ถ้อยคำสั้นๆ
แต่ตีความหมายได้หลากหลายจริงๆ

ศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญจริงๆครับ
แต่ต้องศรัทธาอย่สงถูกต้องตามธรรมถึงจะดี
ถ้าศรัทธาหลงผิดนี่แย่เลยนะครับ
ไม่ต่างอะไรจากความงมงายเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 ตุลาคม 2561 เวลา:10:43:04 น.
  
การพลัดพรากจากคนที่เรารักมากๆ เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

อาจารย์แกร่งมากค่ะ
เป็นแม่ซองฯ คงแย่แน่ๆ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 18 ตุลาคม 2561 เวลา:19:38:13 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:6:12:11 น.
  
ทุกวันนี้ก้ยังคิดถึงคุณพ่ออยู่เลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:9:56:36 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

การปฏิบัติธรรมสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา
หากมีการพิจารณาธรรม
ผมเองก็ไม่ค่อยได้เข้าวัดครับอาจารย์
อาศัยปฏิบัติด้วยตนเอง ทำไปรู้ไปครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:12:00:17 น.
  
สวัสดียามเย็นครับอาจารย์
โดย: Nior Heavens Five วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:18:49:39 น.
  
สวัสดีดึกๆครับ อาจารย์สุ
แวะมาหลายรอบ อ่านจบครั้งนี้ครับ
การพลัดพรากเป็นเรื่องเศร้าของชีวิต ซึ่งต้องเกิดกับทุกๆคน
ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องสู้กันต่อไป


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 20 ตุลาคม 2561 เวลา:0:06:36 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 ตุลาคม 2561 เวลา:6:29:42 น.
  
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 ตุลาคม 2561 เวลา:16:54:33 น.
  
ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
เพลงฟังเพลิน ๆ แต่เฉียดศีลธรรมมากเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 ตุลาคม 2561 เวลา:21:47:07 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

การศึกษาธรรมะ
ในความรู้สึกของผม
คือการตระหนักรู้ในความจริงของชีวิต
รู้ ยอมรับ และเข้าใจ
เป็นสามแนวทางนี้เลยครับ
ไม่ว่าจะเป็นคำสอนในศาสนาใด

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 ตุลาคม 2561 เวลา:23:14:19 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ตุลาคม 2561 เวลา:6:35:05 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะอาจารย์
โดย: sawkitty วันที่: 21 ตุลาคม 2561 เวลา:11:55:34 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 ตุลาคม 2561 เวลา:13:03:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เวลาฟังเรื่องราวของพระอานนท์
ผมจะนึกถึงคำว่า "รู้มากยากนาน" ครับ 555
บางคนพอรู้เยอะ ก็คิดเยอะ
เรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยากเลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ตุลาคม 2561 เวลา:19:33:01 น.
  
หนูอ่านแล้วน้ำตาไหลเลย เข้าใจว่าความความปวดร้าว มันกัดกินหัวใจแต่ไหน
โดย: นิคกี้แคนเบอร่า IP: 163.172.136.205 วันที่: 3 มกราคม 2562 เวลา:21:43:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Suvimol.BlogGang.com

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]

บทความทั้งหมด