จะไปทางไหนดี
เราจะเดินไปทางไหนดี

วิกฤตต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ถ้าเปรียบเป็นพายุที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทย ก็คงไม่ต่างไปจากพายุนาร์กีสที่พัดถล่มเข้าใส่ประเทศพม่าเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา

ถ้ายังจำกันได้บริษัทน้อยใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ที่มีหนี้เงินกู้ต่างประเทศต่างตกอยู่ในสภาพแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ประเทศเราหกคะเมนตีลังกามาแล้วรอบหนึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว กว่าจะลุกขึ้นมายืน-เดินได้อีกครั้งต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียว

และถึงแม้จะฟื้นขึ้นมาได้ก็ไม่เหมือนเดิม

แบงก์ไทย ธุรกิจไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ล้มหายตายจากก็ตกเป็นของต่างชาติด้วยความจำใจ

หลายบริษัทกอบกู้ตนเองขึ้นมาได้อย่างน่าภูมิใจ
เจ้าสัว yesterday หลายคนถึงกับสัญญากับตนเองว่า หากคิดลงทุนขยับขยายธุรกิจอีกก็จะไม่กู้เงินเกินตัวอีกแล้ว

ยึดหลักนกน้อยทำรังแต่พอตัวปลอดภัยที่สุด


ไม่น่าเชื่อว่า 10 ปีให้หลัง วิกฤตจะซ้ำรอยจนได้ หนนี้หนักหนาสาหัสกว่าเดิม

มีเหตุ และปัจจัยมากมาย หลายปัจจัยเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้านทานได้ยาก

10 กว่าปีก่อนกับปัจจุบันต่างกันตรงไหน

ครั้งโน้นชนชั้นระดับ “เจ้าสัว-เถ้าแก่”บาดเจ็บปางตาย แต่หนนี้

เป็น“ประชาชนคนชั้นกลาง และรากหญ้าตาดำๆ”ที่กระอักเลือด

ที่น่าเศร้าก็คือ ดูเหมือนว่า เราจะหวังพึ่งใครไม่ได้เลย




เงินเดือนเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นราวกับติดจรวด

ราคาพืชผลดีขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตก็พุ่งปรู๊ดปร๊าดแทบตั้งตัวไม่ติด

ดูฝีมือการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็แล้วกัน

ราคาสินค้า ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อยังพุ่งขึ้นไม่หยุด อีกเดี๋ยวถ้าดอกเบี้ยขึ้นอีก อะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากคิด แต่นาทีนี้ไม่คิดคงไม่ได้แล้ว

ที่น่าเศร้าก็คือ ความพยายามหลายครั้งหลายหนของเจ้ากระทรวงที่มีบทบาทสำคัญต่อการนำพาบ้านเมืองก้าวข้ามความยากลำบาก กลับเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน

คนโน้นทำอย่าง คนนี้ทำอีกอย่าง บางคนไม่ทำอะไรเลย กับบางคนทำ แต่บอกไม่ได้ทำ

วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้บอกไม่ได้พูด นักข่าวเข้าใจผิดกันไปเอง ฟังครั้งสองครั้งยังพอเชื่อว่า อาจเป็นปัญหาที่การสื่อสาร แต่ฟังหลายๆ ครั้งเข้า ใครยอมเชื่อ ก็เชื่อไปเถอะ

ไม่ชอบ ไม่ถูกใจ แต่ก็เคารพในตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรติ ที่ได้มาโดยความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยของพรรคเสียงข้างมาก ที่มีศักดิ์ และสิทธิ์ ในการจัดตั้งรัฐบาล แต่งตั้งรัฐมนตรีเข้ามาบริหารบ้านเมือง

ไม่ชอบ ไม่ถูกใจ แต่ไม่เป็นไร ลองดูก็ได้ ใครๆ ก็หวังดีต่อบ้านเมืองทั้งนั้นแหละ

ลองมา 4-5 เดือนแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง

คำตอบไม่ได้มีอยู่ในสายลม

มีคนบอกว่า 4-5 เดือนน้อยเกินไปสำหรับการพิสูจน์ฝีมือ?

4-5 เดือน ไม่นานก็จริง แต่ที่เห็น และเป็นอยู่ อีก 6 เดือน 8 เดือน หรือ 1 ปีจะดีขึ้นหรือ??

แค่ 4-5 เดือน ยังเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

นักแสดงมืออาชีพที่กำลังแสดงบทบาทของตนเองบนเวที ไม่ว่าพ่อจะตาย เมียจะป่วย ลูกจะหนีออกจากบ้าน เป็นมืออาชีพ เขาจะไม่ละทิ้งเวที ไม่ทอดทิ้งคนดูโดยเด็ดขาด จะแสดงต่อจนจบอย่างสุดความสามารถ
The show must go on.

ถ้าแสดงเต็มที่แล้วยังห่วยๆ คนดูก็ยังลุกจากเก้าอี้ เลิกดูได้ (วะ)

ลุกกันทั้งโรง เจอเจ้าของละคร ที่มีสปิริต เราอาจได้เงินค่าตั๋วคืน

แต่ชีวิตจริงบัดซบยิ่งกว่าละคร การบริหารบ้านเมืองย่อมไม่ใช่การแสดง “ละคร” ถึงจะใช่ก็น่าเสียดายที่ ในฐานะ “คนดู”จะลุกจาก“เก้าอี้”
ก็ไม่รู้ว่า จะไปไหนกันดี

(คอลัมส์ชั้น5 ในประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจ.ที่14ก.ค.2551)









Create Date : 17 กรกฎาคม 2551
Last Update : 17 กรกฎาคม 2551 15:46:26 น.
Counter : 409 Pageviews.

0 comments
Saltaire ไร้นาม
(14 ก.ค. 2567 15:47:51 น.)
Oh!! my sassy boss ตอนที่ 28 หน้า 2 unitan
(13 ก.ค. 2567 09:58:41 น.)
เติมความถูกความดี ปัญญา Dh
(10 ก.ค. 2567 02:48:40 น.)
๏ ... กล้วยไม้ ออกดอกช้า ฉันใด ... ๏ นกโก๊ก
(9 ก.ค. 2567 20:31:29 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Somebodynobody.BlogGang.com

cherydnk
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด