เมืองไม่มีรถ
เอาตัวอย่างเมืองที่ไม่มีรถมาฝากให้ดูกันเล่นๆครับ ตอนนี่้กำลังเป็นแนวทางที่นักออกแบบชุมชน นักผังเมืองทั้งหลายกำลังให้ความสนใจ เพราะจากเดิมที่เคยวางผังเมืองโดยเน้นการให้ความสำคัญกับรถยนต์มากเกินไป ปรากฏว่ามันทำให้เมืองขาดความมีชีวิตชีวา ประชาชนพึ่งพารถยนต์จนขาดการออกกำลังกายจนมีนำหนักเกินค่าปกติกันเป็นส่วนใหญ่(ทำให้เกิดโรคต่างๆติดตามมา) เด็กๆก็ติดอยู่แต่กับหน้าจอทีวีกับจอคอมพิวเตอร์ ไปโรงเรียนทีก็ต้องให้ผู้ปกครองไปรับไปส่งถึงประตูโรงเรียน(ด้วยรถยนต์) แนวทางใหม่ที่เกิดขึ้นในอเมริกาก็คือการพยายามสนับสนุนให้ประชากรได้ใช้การเดินหรือขี่จักรยานในการเดินทางในระยะใกล้ แล้วค่อยใช้รถยนต์ในระยะไกล คือ เดินทางในระยะหนึ่งกิโลเมตรควรจะเดินเท้า ระยะสองถึงแปดกิโลเมตรควรใช้จักรยานและไกลกว่านั้นจึงจะส่งเสริมให้ใช้รถยนต์

ภาพที่นำมาให้ดูนี้เป็นการเปรียบเทียบเมืองเวนิชกับเมืองIrvineของอเมริกาในขนาดหนึ่งตารางไมล์เท่ากัน จะเห็นว่าเวนิชนั้นมีซอยมากกว่า ละเอียดกว่า ทำให้เวนิชได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ไม่ต้องพึ่งพารถยนต์เลย

ภาพต่อมาเป็นการแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของเมืองสองเมืองนี้เปรียบเทียบกัน ดูแล้วก็คงไม่ต้องบอกนะครับว่าหากเป็นเราๆให้เลือกได้ เราจะเลือกอยู่เมืองไหน?


อันนี้เมืองของอเมริกา



อันนี้เมืองเวนิชครับ

คิดๆดูแล้วบ้านเราถ้าไม่ถูกวัฒนธรรมรถยนต์ครอบงำเสียจนขาดปัญญา บ้านเราก็คงจะมีตรอกซอกซอยเยอะๆเหมือนเวนิช(เพราะในอดึตเราใช้การเดิน กับ เกวียน) โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท แต่ในทุกวันนี้นั้นพื้นที่ชนบทของเราก็เต็มไปด้วยถนนคอนกรึตแล้วครับ เพราะอบต.แต่ละแห่งท่านก็แข่งขันกันสร้างถนน(คงไม่ต้องบอกนะครับว่าทำไม) ประชาชนตาดำๆก็เลยต้องมีกิเลสมาพอกให้เกิดความอยากมีอยากได้ อย่างมีน้อยหน่อยก็จะพยายามออกรถมอเตอร์ไซด์ อย่างมีมากหน่อยก็เล่นรถกระบะกัน เป็นหนี้เป็นสินช่างมัน เพราะมีเงินกู้ให้บริการอยู่หลากหลาย มีรถแล้วก็ทำงานหาเงินส่งเป็นทาสดอกเบี้ยกันต่อไป



Create Date : 01 กันยายน 2551
Last Update : 1 กันยายน 2551 18:22:26 น.
Counter : 1052 Pageviews.

4 comments
บาบิก้อน: ในที่สุดก็กินคุ้มสักที (ได้เจอพี่หุ่นยนต์เสิรฟ์อาหารตัวจริง) peaceplay
(14 พ.ค. 2565 01:15:11 น.)
不能分手的理由 Bùnéng fēnshǒu de lǐyóu เหตุที่ไม่อาจแยกทาง Kavanich96
(4 พ.ค. 2565 07:15:40 น.)
上天最好的礼物 Shàngtiān zuì hǎo de lǐwù ของขวัญจากพระเจ้า Kavanich96
(29 เม.ย. 2565 05:00:46 น.)
ตำนานนางตานี กับความเชื่อในทางพุทธศาสนา สมาชิกหมายเลข 6918524
(11 เม.ย. 2565 08:09:29 น.)
  
เออ แฮะถ้าบ้านเราไม่มีรถคงจะแปลกดีแฮะ
โดย: patthanid วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:18:36:34 น.
  
สนับสนุนเต็มที่ เพราะไม่อยากให้มีรถมากเกินไป
โดย: Childcraft วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:18:47:12 น.
  
ถ้าไม่มีรถ ก็คงสงบ และอากาศดีนะคะ
แต่สังคมเมืองตอนนี้
ทำไม่ได้แล้วค่ะ

ที่ทำงาน ไกลบ้านไป 30-50 กม.
ขืนไม่มีรถ คงแย่แน่

หรือไม่ก็เลือกเมืองบางเมือง
เพื่อการอนุรักษ์
อาจจะพอได้เหมือนกันนะคะ
โดย: โสดในซอย วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:19:59:43 น.
  
เห็นด้วยยยยย ที่สุดดด...เลยคร้าบบ
โดย: อัศวิน...แห่งโรม วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:0:55:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bicyclecity.BlogGang.com

bicycleman
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]

บทความทั้งหมด