Better Together
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
เสาร์...ระแวง

นอกจากเมื่อคืนได้รับคำอบรมว่ากลับดึกแล้วตอนเช้ายังได้เรื่องอีกจนได้สิ

เรื่องมีอยู่ว่านั่งกินกุยช่ายอยู่ดี ๆ (หลังจากซาลาเปาสองลูก ข้าว 1 จาน) หลานชายถือโทรศัพท์มายื่นให้ เหมือนรู้ว่าเมื่อเช้ามีคนโทรเข้าแต่เราซื้อของที่ตลาดและไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย กดดูเบอร์ก็ไม่ใช่เบอร์ที่เมมไว้ แล้วใครล่ะ?... โทรผิด?... ง่า...สงสัยใครนะโทรแต่เช้า ด้วยความงกเลยยิงกลับไปหนึ่งทีแล้วรีบวาง (อย่ารับก่อนนะ เดี๋ยวฉันเสีย 5 บาท ) ได้ผลค่ะ หลังจากยิงไปเขารีบโทรกลับมาทันที

ท้าวความไปเมื่อปีสองปีก่อน หน้าป้ายรถเมล์ที่มหาวิทยาลัย ฉันเห็นผู้ชายสองคนลงจากรถแท็กซี่เหมือนโดนไล่ลง อาจจะเป็นคนต่างชาติที่คุยกับแท็กซี่ไม่รู้เรื่องก็เป็นได้ ฉันกับเพื่อนก็มอง ๆ แล้วบ่นกับเพื่อนว่าแท็กซี่ทำอย่างนี้เสียชื่อหมด ถ้าไม่รับหรือไม่ไปก็บอกกันดี ๆ ก็ได้ ที่เห็นคือเหมือนคนขับฉุนเฉียวกระชากรถวิ่งไปจนคนลงแทบไม่ทัน สองคนนั่นตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนแถวนั้น เราก็มองแต่ไม่คิดอะไร ยืนอยู่แป๊ปเดียวหนึ่งในชายสองคนนั่นก็เดินมาหาเราแล้วถามทางไปเวิร์ลเทรด (เซ็นทรัลเวิร์ลแหล่ะค่ะ) ถามเป็นภาษาไทย แต่ไม่ชัดและบางคำปนภาษาจีนอยู่บ้าง ก็บอกเขาว่าไปรถสายไหนก็ไปได้เกือบหมด ลงตรงร้านข้าวมันไก่ประตูน้ำหรือเพชรรามาแล้วเดินเลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้ว ส่วนเราก็ไปลงรถป้ายนั้นอยู่แล้ว ด้วยความสงสารที่เห็นเขาพึ่งถูกไล่ลงจากรถมาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวด้วยกันก็ได้เพราะไปป้ายนั้นพอดี รถร่วมบริการสาย 99 มาจอดอยู่ตรงหน้า เขาถามว่าไปได้ไหม มันก็ไปได้อ่ะค่ะ แต่ช่วงนั้นมีตั๋ววันขสมก.ออกมา แล้วฉันก็ซื้อตัววันแล้ว ขึ้นรถนี่ฉันก็เสียเพิ่มอีกห้าบาทนะซิ ฉันก็อิดออดบอกว่าไปได้แต่หนูไม่ไปด้วยนะคันนี้ เขาบอกว่าเดียวจ่ายค่ารถให้ เราก็บอกว่าจ่ายเองได้ (แล้วฉันก็ไม่จ่ายให้พวกคุณด้วยนะ เข้าใจไหม) ก็เลยได้ขึ้นรถไปด้วยกัน เพิ่มอีก 5 บาท (เอานะ คำนวนแล้วยังไงก็คุ้มอยู่) ระหว่างอยู่บนรถเมล์เขาก็ชวนคุย เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คุยด้วย เพื่อไม่ให้เขาเกิดความรู้สึกว่าคนไทยเหมือนคนขับแท็กซี่คนนั้นหมด พอลงรถก็บอกเขาว่าให้เดินขึ้นไปแล้วเลี้ยวซ้าย เวิร์ลเทรดอยู่ขวา เขาก็ขอบคุณแล้วถามว่าสนใจอยากเป็นครูสอนภาษาไทยให้เขาไหม เพราะเขายังพูดไม่เก่ง เขาบอกว่าเขาจะสอนภาษาจีนให้เป็นการแลกกัน ช่วงนั้นกำลังอยากเรียนภาษาจีนค่ะ ก็คิดนึดนึงแล้วบอกว่าดูก่อนแล้วกัน เขาขอเบอร์โทร เราก็ให้ ดูท่าทางเขาก็ไม่น่าจะคิดอะไรไม่ดีกับเราหรอก(มั้ง) เขาเมมเบอร์ฉันแล้ว แล้วฉันก็จดเบอร์เขามาแล้ว (ไม่เมมเพราะแบตหมด )

ฉันก็ทำบอร์โทรเขาหายไปไหนไม่รู้ ตอนเขาโทรมาครั้งแรก ก็งง ๆ แต่จำได้ว่าเป็นใคร คุยเรื่องครูสอนภาษา เขาถามว่าตกลงป่าว เจอกันที่มหาวิทยาลัยก็ได้ ช่วงนั้นเราก็ไม่ว่างจริง ๆ และเริ่มระแวง เจอกันครั้งเดียวทำไมไว้ใจเราได้ขนาดนี้เนี่ย (เหอ เหอ เดี๋ยวหลอกไปขายแรงงานเลย) ก็ตอบปฏิเสธไปบอกว่าไม่วางจริง ๆ งานเยอะ เขาก็เข้าใจ แล้วบอกว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ อยากตอบแทน

หายไปอีกประมาณสองสามเดือนเขาก็โทรมาใหม่ ความงงว่าเบอร์ใครโทรเข้าตอนห้าทุ่ม ฉันกำลังอ่านหนังสือสอบ สงสัยว่าเพื่อนโทรมาถามอะไรก็เลยโทรกลับไป ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมคะว่าใคร แทบอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง อยู่ดี ๆ โทรไปหาเรื่องใส่ตัว เขาก็คุยด้วยประมาณว่าถามสารทุกข์สุขดิบ (คุยกันแบบไม่รู้เรื่อง ไทยคำจีนคำ เปลืองค่าโทรฉันด้วยนั่น) ครั้งนี้ไม่รอดพ้นหูแม่ที่ยังไม่หลับ มาฟังเราคุยโทรศัพท์ แล้วก็โดนซักจนได้ เล่าให้แม่ฟังตั้งแต่แรกแม่แทบลุกมาบีบคอ บอกว่ากล้าไปให้เบอร์เขาได้ไง เจอกันครั้งเดียว (ก็หนูไม่คิดอะไรนี่ เขาอยากได้ครูสอนภาษาไทย หนูก็อยากเรียนภาษาจีน)

หายไปอีกหลายเดือน โทรมาอีกครั้งตอนฉันกินข้าวอยู่กับเพื่อน ๆ ถามว่าอยู่ไหน เราก็พาซื่อบอกว่าอยู่มหาลัย เขาก็บอกว่าเขาอยู่แถวนี้จะชวนมากินข้าว + ดูหนัง ด้วยเป็นการตอบแทน เราก็เคี้ยวข้าวในปากแล้วตอบไปว่า กำลังกินอยู่ เขายังชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ฉันเริ่มหัวเสีย เพราะขัดจังหวะการกิน (ดูซิ ยำผักบุ้งกรอบกำลังอันตรธานจากจานไปเรื่อย ๆ แล้วนะ) รีบตัดบทบอกว่ากินข้าวอยู่ค่ะ ไม่ว่าง เขาทิ้งท้ายบอกว่าตั้งใจชวนไปเที่ยวกับทัวร์ของเขา หรือถ้าฉันสนใจจะมาฝึกงานเป็นไกด์ให้ทัวร์เขาก็ได้ ถ้าฉันไปฉันก็บ้าแล้วแหล่ะ เหอ เหอ

ครั้งนั้นคิดว่าตัวเองทำตัวไม่สุภาพสุด ๆ แล้วที่บอกวางโทรศัพท์ก่อน ฉันค่อนข้างถือนะคะว่าจะไม่พูดว่า "แค่นี้นะ" กับคนที่โทรมาหาฉัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใครก็ตาม ต่อให้ฉันอยากวางแค่ไหน ฉันก็จะไม่พูด เพราะให้เกียรติคนโทรมา (เป็นคนเสียตัง) ถ้าอยากวางก็วางไปเอง ถ้าเป็นเพื่อน เมื่อยจริงจะถามว่า พอรึยัง สายบ้านฉันไหม้แล้วทำนองนั้น เพื่อนก็จะบอก "แค่นี้นะ" แต่กับคนคนนี้ ส่งสัญญาณด้วยการเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ แล้วย้ำว่ากำลังกินข้าวอยู่นะ นั่นแหล่ะคะ ถึงวางได้ และคิดว่าเขาคงไม่โทรมาแล้วแหล่ะค่ะ

จนเช้านี้ (เป็นปีแล้วมั้ง) เบอร์นั้นเบอร์ของเขานั่นเองค่ะ เราก็เจ๋งจริงยิงกลับไปเขาเลยโทรกลับมา คราวนี้เหมือนเดิมค่ะ คุยกันไม่รู้เรื่อง แต่จับใจความได้ว่าเขากลับไปจีนหลายเดือนนาน สัญญาณไม่ดี เลยไม่ได้ติดต่อกลับ แล้วถามสารทุกข์สุขดิบว่าเราทำอะไรอยู่ที่ไหน เราก็พาซื่อบอกไปตรง ๆ (นั่นแหล่ะค่ะ แถว ๆ เซ็นทรัลพระรามสาม) ก็ไม่รู้ว่าจะโกหกทำไม(โดยไม่ทันสังเกตว่าแม่ยืนมองอยู่ หุหุ) ท้ายสุดเขาบอกว่าสนใจไปเที่ยวเมืองจีนไหม ถ้าสนใจเขาจะพาไป เขาบอกว่ายังไม่เคยตอบแทนอะไรเลยสักครั้ง อยากชวนไปไหนด้วยสักครั้ง เราก็ขอบคุณแล้วบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้นะคะ แล้ววางโทรศัพท์หันมาสบตากับคุณแม่ขา กุยช่ายที่อยู่ในส้อมกำลังจะเข้าปากเลยต้องวางลงแล้วหันไปเล่าให้แม่ฟัง (แต่ไม่ได้บอกว่าเขาชวนไปเมืองจีน เหอ เหอ)

"ทำงี้ได้ไง...ไว้ใจเขาได้ไง...ให้เบอร์เขาได้ไง...บอกเขาทำไมว่าทำงานอยู่ที่ไหน...คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ...ถ้าเขามาดักเจอทำไง...อย่าไปไหนกับเขานะ"

คำตอบคือ

"เหอ เหอ จริงด้วย"

ตั้งแต่แรกก็ทำไปด้วยความไม่คิดอะไรและไม่รอบคอบนี่แหล่ะคะ ไม่คิดว่ามันจะมีอะไร ก็คิดในทางที่ดีว่าเขาอาจมีน้ำใจกับคนมีน้ำใจด้วย เข้าทำนองสุภาษิตจีน "บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ" แต่ความรู้สึกที่ว่าไม่น่าไว้ใจและระแวงว่าเขาจะเป็นพวกคนร้ายเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

เดี๋ยวจะจดเบอร์นี้ไว้คราวหน้าโทรมาไม่รับ หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นเจ๊กุ๊กไก่ร้านข้าวก๋วยเตี๋ยวแล้วบอกว่าเขาโทรผิด จะได้หมดเรื่องหมดราว เหอ เหอ อารมณ์เสียเลยวันนี้



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2548 12:15:14 น. 16 comments
Counter : 332 Pageviews.

 
ในกรณีนี้เขาอาจเป็นคนดีก็ได้นะคะ
เขาอาจจะต้องการตอบแทนที่เคยช่วยเหลือเขา

แต่ถึงยังไงป้าติ๋วว่าทำอย่างที่หนู ZAZa ทำก็ดีแล้วค่ะ
คือปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า




โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:05:19 น.  

 
ก็แบบว่าคนสมัยนี้ไว้ใจยากอะนิ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:11:40 น.  

 
ต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้วอ่ะค่ะ เพราะคนสมัยนี้ก็รู้หน้า
ไม่รู้ใจ อีกอย่างก็คือว่ากรณีนี้ก็คงทำได้แต่โทรถ้า
หากว่าเราไม่ได้นัดเจอเอง แต่ว่าแค่นี้ก็กวนใจเราแล้ว
นะค่ะเพราะมันโทรบ่อยเกินไปหน่อย แล้วก็เรื่องการ
ช่วยเหลือที่มันนานนมมาเมื่อตั้งสองปีก่อนแล้วทำไม๊
เค้าต้องคิดมากมายถึงกับต้องตอบแทนแบบชวนพา
ไปดูหนัง ทานข้าว หรือจะเป็นสปอนเซอร์พาไปจีน
อีกด้วยแน่ะ .... ( ใจป้ำจริงๆ )

หนหน้าถ้าโทรมาก็คงต้องออกแนวปฏิเสธให้สุภาพ
ไปเลยว่าไม่ต้องโทรแล้วนะเพราะว่าเรื่องนิดหน่อย
อย่างเมื่อสองปีก่อนฉันช่วยแบบไม่ได้คิดอะไรจริงๆ

แล้วอย่าลืมเผลอบอกเค้าไปนะค่ะว่าอยู่ไหนไม่งั้นมี
ตามได้ถูกทางอีกแน่ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่คนพวกนี้
นะค่ะ

วันนี้ไม่ออกไปเที่ยวไหนเหรอค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:23:09 น.  

 
โอว ระวังแกงค์ลูกหมูนาครับ อิอิ

น่าเสียดายที่การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนเรา อยุ่บนพื้นฐานที่มีความระแวงต่อกันตลอด เหมือนกับเอ็งจะทำอะไรข้า ข้าพร้อมที่จะแลกนะเว้ย อไรประมาณนี้ ทำให้คนเราดูเหมือนขาดน้ำใจ ความหวังดี หรือไมตรีต่อกัน จนมันกลายเป็นความเคยชิน กลายเป็นเรื่องธรรมดา และสุดท้ายจนเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไปเลย (เหมือนหยั่งที่เราด่าๆชาวต่างชาติ เมื่อเราไปประเทศเค้าว่าไร้น้ำใจล่ะครับ)

เพราะฉะนั้น คนเราถึงห่างเกินกัน ต่างคนต่างอยู่จนกระทั่ง บัดนี้ แม้แต่ข้างบ้านรั้วติดกันกันยังไม่รู้จักกันแม้แต่ชื่อเล่นเลยครับ


โดย: ข้าวตู วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:28:59 น.  

 
กินเยอะจริงนะ 5555


โดย: niffyrG IP: 203.130.134.131 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:31:04 น.  

 
ก็ดีแล้วค่ะ.ปลอดภัยไว้ก่อน


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:13:15 น.  

 
นั่นดิ เขาอาจเป็นคนดีก็ได้นะ ..... ขอบคุณที่แวะไปที่บ้านผมนะครับ .....


โดย: POL_US วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:48:40 น.  

 
อืม.....บางคัร้งอาจเป็นคนดีก็ได้นะ

กำลังตกอยู่ในสถาการณ์ของชายคนนั้นครับ

แหะๆๆๆ


โดย: VinKaBees วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:11:04 น.  

 
5555++
มีหนุ่มต่างชาติมาหลงรัก


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:58:09 น.  

 
อาจเป็นได้ทั้งคนดีและไม่ดีนะ

แต่แม่จะ "บีบคอ" และก็ "เมืองจีน" คุณแม่คงไม่อยากฟังหรอกค่ะ

ฝันดีนะ


โดย: ป่ามืด วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:12:18 น.  

 
คนจะดีหรือไม่ ตามแต่จะคิดกันค่ะ


//singleroom.pantown.com/


โดย: ป้าอิง (trungta ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:42:53 น.  

 
แวะมาทักทายนะคะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:49:43 น.  

 
เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะระวังตัว ตอนนี้ก็ต้องเริ่มระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ สงคมสมัยนี้นับวันยิ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน


โดย: blueblood@มาทุกวัน!!!! ^o^ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:02:49 น.  

 
สรุปว่ายังไงๆ ก็ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่านะคะ
วันนี้แวะเอาภาพดอกไม้มาฝากค่ะ




โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:55:04 น.  

 
ดียามเย็นจ้า..วันนี้แย่หน่อยขับรถไปจูบท้ายเขาน่ะ ใกล้ปีใหม่ก็งี้นะกรรมรีบร้อนจะทำผลงานน่ะ


โดย: ป่ามืด วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:34:19 น.  

 
มีคนได้หนังสือแล้ว แย่จริง
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3910372/A3910372.html


โดย: NANA IP: 203.130.134.131 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:04:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ZAZaSassY
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]























Friends' blogs
[Add ZAZaSassY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.