space
space
space
<<
มิถุนายน 2564
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
26 มิถุนายน 2564
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/1 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา

ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่   17/1 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา


 


    ขุนแผนตั้งแต่ลาวทองโดนพรากจากอก ให้รู้ขุ่นข้องหมองใจ ข้าใช้ ไท ลาว ที่เป็นสาวๆมีมากมาย แต่ใจไม่ยินดีด้วย เพราะยังอาลัยรักในลาวทอง นอนผู้เดียวเปลี่ยวใจทุกวันคืน ตรมตรอมใจให้หมองหมาง ร้อนหน้า ร้อนใจ ดังถูกไฟลน คราหน้าฝนยามฟ้า ยามครางให้รำพึงครวญ

    เมื่อลมหนาวพัดพามาให้ใจหาย จากเมียเสียใจให้คิดถึง แม้ปิดกายด้วยผ้าห่มยิ่งให้อาลัยหา แสนเสียดายนวลนางห่างจากกายไปกว่าปี
เพลากลางคืนให้ทุกข์ระทมใจ ยามหลับนอนให้ใจขุ่นข้องหม่นหมอง พลิกกายไปมา ก็ยังมิอาจหลับตาลงได้ ใจนึกคิดแต่ว่าอีกสักกี่ปีลาวทองนวลน้องจะคืนมา ได้ยินเสียเรไรร้องอยู่ใกล้เรือน ใจนั้นคิดถึงคราวเดินทางในป่ากับลาวทอง

    “พี่ชี้ชวนแก้วตาให้ชมไพร อกเอ๋ย ไม่คาดคิดว่าจะต้องจากน้อง สงสารห้องหอ เพลานี้หามีน้องไม่ ช่างดูอ้างว้าง เยือกเย็น เงียบเหงาให้เปลี่ยวใจนัก ที่นอน หมอนของน้อง ดูหมองมัวไป ฤาน้องลาวทองเป็นไข้ ไม่สบายฤา จึงขุ่นมัวไป อัจกลับ ดับแสงมากว่าปีแล้ว น้องแก้วจะคิดถึงผัวบ้าง ฤาไม่หนอ

    หมอนข้างกลิ้งไปไกลตัว ดังผัวเมียเราพรากแยกจากกัน เครื่องแป้ง เครื่องหอม มิได้ติดต้องกาย คันฉ่องก็แตกร้าว มุ้งกางค้างไว้ ก็ขาดลงพาดพันกัน น้ำมัน น้ำอบปรุง สิ้นกลิ่นทีเคยมี ใจเจ็บดังใครยิงด้วยพิษ ป่านฉะนี้ลาวทองน้องนางอยู่กรุง จะสะดุ้งตื่น เสียใจเยี่ยงพี่ฤาไม่หนอ”

    เฝ้าแต่คะนึงครวญจนจวนรุ่ง ให้น้อยใจเจ็บ นอนไม่หลับ พลิกกายเปิดมุ้งเที่ยวมองหา เสียงดุเหว่าร้องแว่วมา คิดว่าเป็นเสียงน้อง ผวาเปิดประตูห้อง ไม่เห็นนางย่างขึ้นหอน้อย ให้รู้สึกเสียใจนัก พระจันทร์เคลื่อนคล้อย ฉายแสงสว่างเวิ้งว้าง ใบไทรพริ้วไหวยามต้องลม น้ำค้างที่ค้างคาใบดูเย็นยะเยือกจับใจ

    “โอ้น้ำค้างดูเหมือนน้ำตานาง เช้า เย็น ยามจะนอน ก็นึกถึงแต่น้องนาง ยามกินก็กินแต่น้ำตา ยามดึกเฝ้าแต่ครวญคร่ำหา คิดแล้วให้ขุ่นข้องใจ

    โอ้ว่ากรรมทำไว้ไฉนหนอ มาเกิดเรื่องวิปริตผิดไปได้ มีมิตรก็เหมือนไม่มี พอหย่อนให้กลับทำกำแหง สุดแสนจะแค้นเคืองไอ้ขุนช้าง จนมิอาจจะข่มใจได้ มันชิงวันทองไป อ้ายคนใจดำ มิได้ว่าสักคำให้เคืองใจ

แต่มันยังไปทูลยุแยง พูดเสียดแทงจนต้องเสียลาวทอง มันช่างทำได้ หากไม่แก้แค้น แค้นนี้มิอาจจางหาย มันช่างกระไรนัก เห็นว่ามีรักเป็นมิได้ เป็นต้องหักรานทุกคราไป
    สุภาษิต ท่านกล่าวไว้ว่า ใครคด ก็ให้เอาแข็งเข้าต่อต้าน ถ้าใครซื่อ ซื่อต่อจนวายปราณ อ้ายขุนช้างมันพาลผิดจากเพื่อนทั่วไป ถึงจะโดนอาญา ก็ให้เป็นไปตามกรรมเถิด มิมีผู้ใดล่วงรู้ล่วงหน้าได้ ว่าจะเป็นฉันใด ตัวกูก็ได้ชื่อว่ามีดีอยู่บ้าง

    พรุ่งนี้จะไปสุพรรณ จะผ่าแผ่ แล่อกมันมาดูให้ได้ จะทำให้สมแค้นที่มีอยู่ จะลักพาวันทองไปป่าดงพงไพร”

    พอคิดได้ดังนี้ ก็รู้สึกกระสับกระส่าย เฝ้ารอเวลาตะวันรุ่ง ใจร้อนเดือดดาลพลุ่งพล่าน ด้วยคิดจะรีบเดินทาง ใจร้อนรน กระวนกระวาย ราวกับมีไฟมาสุมเผาผลาญ

    ครั้นพอรุ่งเช้าก็เตรียมการเป็นที่เรียบร้อย มายังบ้านมารดาทันที นางทองประศรี ตำหมากยกสากค้าง กล่าวว่า

    “พ่อแผนของแม่จะไปไหนแต่เช้าผิดเวลา พ่อมาไย แม่รู้สึกแปลกใจนัก”

    ลำดับนั้น ขุนแผนนอบน้อม ก้มกราบมารดาแล้วกล่าวว่า

    “ลูกนี้ตรอมใจมาเป็นเวลาช้านาน เหลือจะทานทนได้แล้ว จึงมาลาแม่ ลูกจะไปแก้เผ็ดอ้ายขุนช้าง ให้สิ้นอย่างสาสมกับมัน จะพาวันทองเข้าไปในป่า ถ้ามันตามมาลูกจะฟันให้บรรลัย”

    ทองประศรีได้ฟังก็ปลอบลูกว่า
    “แม่เห็นว่าควรหาทำไม่ แม่นี้รู้สึก เกลียดชัง รังเกียจการทำเยี่ยงนี้ ทั้งบ้านเมืองนี้ มันหมดสิ้นแล้วฤา หากว่างามรูป งามใจ แม่ไม่ห้าม ควรจะตามให้เต็มที่

แต่นี่งามแต่รูป แต่ใจหางามไม่ แม่เห็นว่ามิควรติดตาม วันทองนั้นหมองมัว เหมือนแหวนเพชรเม็ดแตกกระจาย จะผูกเรือน ก็ไม่รับกับเรือนงาม แม่จึงห้ามหวงเจ้าเพราะเจ็บใจ”

    ขุนแผนตอบคำมารดาไปว่า
    “ตามที่แม่ว่าก็เป็นความจริง ลูกหาได้เถียงไม่ จะว่าชั่วก็ชั่วทุกสิ่งไป ต่อคิดใคร่ครวญดูจึงเห็นได้เห็นว่ายังมีดี เมื่อเกิดเรื่องหึงหวง

คราวพบกันที่สุพรรณหลังกลับจากเชียงทอง ก็แจ้งว่าใจของนางยังไม่หน่ายหนี นางได้เล่าเรื่องความเป็นมา ตามเป็นจริงที่มี แต่ว่าลูกเสียทีที่ใจร้อนไปถือโทษโกรธนาง ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมไป แล้วหุนหันจากมา

    สายทองได้เล่าความจริงทุกสิ่งว่า วันทองนั้น ร้องไห้เสียใจ ผูกคอตาย จากนั้นยังถูกเฆี่ยนโบยจากผู้เป็นมารดา ต้องทุกข์ระทม เจ็บทั้งกาย และใจ

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมั่นคงในความหลัง ข้อนั้นลูกมิได้คะนึงคิดนัก ลูกลืมวันทองเสียสนิทไปแล้ว

    แต่ว่าาลาวทองนอนอยู่ในห้องหอ มันแกล้งพรากเมียพร้อมกับทำลายน้ำมิตร ลูกจะชิงชังนิ่งเฉยหาเป็นไม่ จึงใคร่จะลองฤทธิ์ ให้ลือฝีมือกัน แม่จงอวยชัยให้ลูกแก้ว ไปแล้วมีชัย

อย่าให้ใจเกิดความหวาดหวั่น ถึงจะยกทัพตามมาสักสามพัน ลูกจะฟันให้เป็นละเอียดเป็นผุยผง”

    นางทองประศรีรู้ว่าไม่อาจห้ามลูกได้ จึงได้แต่อวยพรให้สมดังประสงค์

    “ขอให้พ่อเรืองฤทธิ์ ในรณรงค์ จงสำเร็จดังความคิดเถิด เมื่อไปพบวันทองที่ห้องหอ ขอให้เขายินยอมพร้อมใจไปกับเจ้า แต่อย่าได้หลงเล่ห์ลมมัวเชยชม สำเร็จกิจแล้วก็ให้รีบกลับมาเรือนพลัน”

    ขุนแผนรับพรแล้วกราบไหว้มารดา คำให้พรจึงประสาท ประสิทธิ์ผลนัก ฤทธิ์กำเริบดีด้วยยินดีพรที่เป็นมงคล เวียนขวาสามรอบแล้วลาจากมา

    ขึ้นไปที่หอพระนารายณ์ แล้วตั้งจิตให้เป็นสมาธิ จุดเทียนธูปถวายทั้งซ้าย ขวา เอาหินฝนจันทร์ผสมน้ำมันแล้วทา ให้ผู้ใดก็ตามได้เห็นกายแล้วเกิดเย้ายวนใจ สอดสนับเพลาม่วงดวงวิหก นุ่งผ้ายกแย่งทองสีสดใส รอยจีบกลีบกระหวัดสวยงาม

     เสื้อสั้นชั้นใน ล้วนลงเลขยันต์ เสื้อนอกดอกช่อฉลุทอง คาดเจียรระบาด ใส่แหวนถักพระพิรอด สังวาลคั่นสลับกับเส้นผม เอาประเจียดมาประจุแล้วบรรจงโพก ได้มหาสิทธิโชคเป็นสำคัญ

    จากนั้นหยิบดาบฟ้าฟื้นแล้วลุกขึ้นยืน บ่ายหน้าเลี่ยงผีหลวงกะละไทย ลงบันได ไปขึ้นม้าสีหมอก แล้วเรียกโหงพรายน้อยใหญ่ ออกจากเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าเข้าป่า

    โหงพรายทั้งหลายติดตามเป็นโกลาหล ตัดทางมาห้วยโรง หนองตะพาน ข้ามธารจระเข้ แล้วเข้าป่า หนองน้ำบ้านพลับ รีบเข้าไปใกล้บ้านขุนช้างทันที

    จากนั้นตัดไม้ปลูกศาลขึ้นเสร็จเรียบร้อย ทำการบัตรพลี เจิมแป้งกระแจะจันทร์ จุดธูปเทียนในฤกษ์พาร สวดชุมนุมเทวดา แล้วตั้งจิตสัตย์อธิษฐาน เชิญทวยเทพให้มาเป็นพยาน

    “ข้าจะผลาญขุนช้างผู้เป็นอมิตร มันชิงเมียข้ามาไว้ชม ขอเดชะจะทำลายมันให้สาสมใจ
ถ้าแม้นข้าเป็นผู้เสียสัตย์ผิดต่อมิตรแล้ว ขออย่าให้ทำการได้สมกับที่ได้ตั้้งใจไว้”

    แล้วจับดาบฟ้าฟื้น ขยับขึ้ันยืนด้วยจิตใจรู้สึกกำแหงหาญ ตรวจดูดาวเห็นฤกษ์ลมสะดวกควรที่จะไปได้ จึงขับม้าพุ่งทะยานไป

มาถึงบ้านขุนช้างดูเป็นสัดส่วน เขื่อน คู ล้อมรอบใหญ่โต เห็นผู้คนตามไฟนั่งยาม ก็กดสีหมอกให้หยุดดูท่าที กล่าวถึงพวกพรายของขุนช้าง ห้านางเที่ยวอยู่รายรอบ บอกกันทันใดว่า

    “ศัตรูมา พวกเราไล่ต่อยตีให้หนำใจกันดีกว่า”

    จากนั้นเผ่นโผนโจนทะยาน ตวาดพลางเอาทราย ดิน สาดทิ้งเข้าวิ่งไล่ ทั้งยังห้อยหัวตัวแกว่งอยู่ไปมา แลบลิ้นหลอกให้ละลานตา

    ฝ่ายพรายของขุนแผน เล่นทุ่มทิ้งขว้างด้วยหิน แถมฟาดฟันด้วยตำแย กล้าต่อกล้า แข็งต่อแข็งสู้กันอย่างไม่ลดละ

    ลำดับนั้นขุนแผนชักดาบฟ้าฟื้น ซัดข้าวสารไปให้เสื่อมแรง แล้วแก้ห่อข้าวหอมที่ย้อมว่าน หว่านไปแล้ว ยามต้องเจ็บปวดดังโดนกรวดแข็ง พรายทั้งห้ากายเกิดความรู้สึกกลัวเกรง พากันหลบแฝงแอบดู

เห็นหนุ่มน้อยหน้านวลชวนชม ทั้งอาคมแก่กล้าเจนจัดจ้าน จึงแปลงกายให้เหมือนนางอยู่งาน เดินผ่านให้พอได้เห็นกัน เดินเมินเมียงแล้วถอยหลัง จะกระทั่งถูกตัวทำเป็นตกใจกลัว แล้วทำค้อนถามว่า

ตอนที่ 17 ยังมีต่อ




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2564
0 comments
Last Update : 30 มิถุนายน 2564 14:18:16 น.
Counter : 1202 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

BlogGang Popular Award#17


 
0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space