กุมภาพันธ์ 2550

 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เพิ่งดู 12 สยองชะมัด (สปอยล์ตอนกลางๆ บล็อก)
ปกติไม่ดูหนัง เพราะเป็นคนที่อินง่าย ดูหนังอะไรก็น้ำตาไหลพรากๆ แม้แต่หนังตลก ก็เลยไม่ชอบดูหนัง ยื่งเรื่องผี หรือเรื่องโรคจิต ฆาตกรรมหลอนๆ กรุณาไปไกลๆ เพราะดูแล้วจะหลอนเกินไป กระสับกระส่ายนอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ เพราะงั้นอย่ามาให้ดูเด็ดขาด

แต่วันนี้พี่ชายตัวดีซื้อ 13 เกมสยอง (ใช่ชื่อนี้รึเปล่านะ) มาดู พอพี่เห็นเรา ก็เลยเปิด 12 ให้ดู บอกว่า สั้นๆ แค่ครึ่งชั่วโมง ไม่มีอะไรมากมาย ตอนแรกก็ไม่อยากดู แต่พอดูได้ซัก 5 นาทีก็รู้สึกว่าอยากรู้ต่อว่าเรื่องเป็นไง กลัวก็กลัว อยากรู้ก็อยากรู้ เลยดูจนจบ

เฮ้อ

หลอนจัง

พี่แป๊ะบอกว่า ดู 12 แล้วหลอนถือว่า สอบตก ดู 13 ไม่ได้ โธ้เอ๊ย คิดเหรอว่าจะดู 13 อีกน่ะ แค่ 12 หัวใจก็จะวายอยู่แล้ว T-T ข้างล่างที่จะพูดสปอยล์แน่ๆ ไม่เคยดูก็อย่าอ่านนะจ๊ะ


















โอเค เนื่องจากไม่สันทัดการวิจารณ์หนัง ก็เลยคิดซะว่ามันเป็นเรื่องสั้นซะ ก็จะวิจารณ์เหมือนอ่านเรื่องสั้นซะเลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากๆ (ตัดอคติที่มีต่อความหลอนออกไป) ในมุมของการผูกพล็อต การลำดับเรื่องต่างๆ เพื่อดึงให้คนเข้ามาอิน การบรรยายจะมองผ่านสายตาของเต้ เพราะฉะนั้น เราก็จะรู้สึกเหมือนเต้ทุกอย่าง ตั้งแต่ความงุนงงที่เกิดขึ้นว่าเพื่อนที่หายไป ที่มารู้ต่อมาว่าตายไปแล้ว กลับมาออนทางเนต หรือโทรมาได้ และสามารถรู้ว่าเต้กำลังทำอะไร และเพื่อนเต้ในกลุ่มกำลังทำอะไร เมื่อเพื่อนในกลุ่มหายไป ความสงสัย + ความกลัว ก็เข้ามาในใจของเต้ และแน่นอน เข้ามาในใจเราด้วย

และพอสุดท้าย เมื่อเต้โดนเอาเข้าตู้แล้วเจอเหล็กดัดของเพื่อนที่หายไป เราก็กระจ่างในใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกต่างๆ ของเราก็จะผูกติดไว้กับเต้หมด เพระฉะนั้น การที่เรื่องเลือกเต้เป็นผู้ถูกกระทำ ก็หมายถึง เต้ก็เป็นตัวละครที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นคนเล่าเรื่อง เพราะจะดึงความรู้สึกร่วมของคนดูได้ดีที่สุด

การใช้ Limited omniscience นี้ก็เป็นปกติของเรื่องที่ต้องการให้เกิด Surprised ในตอนจบ เพราะเราก็จะหลงอยู่กับความคิดและมุมมองของตัวละครที่เป็นตัวเดินเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ (กับคนอื่นไม่รู้แหละ แต่กับตัวเองหลอนสุดๆ)

แต่ที่รุ้งรู้สึกหลอนไม่ใช่ความรู้สึกที่เต้กำลังจะตาย กลับเป็นตอนที่มิกคุยกับกี้ว่าทำเสร็จไป 12 แล้ว แถมต่อว่ากี้ว่าครูมันโผล่มาได้ไง ตอนนั้นรู้สึกหลอนมาก เพราะว่าตัวแสดงพูดได้เฉยๆ มากๆ เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมติ เป็นเหตุการณ์ปกติ เป็นเกมในตู้เกม ในวีดีโอเกม ในเนต ที่ถ้าจะได้ผ่านไปอีก 1 เลเวล ก็ต้องทำตามกฏของเกม ซึ่งอันนี้ก็คือฆ่าเพื่อนทิ้ง เป็น Irony of situation มากๆ ในความรู้สึก เพราะอย่างน้อย เป็นเพื่อนกันก็น่าจะมีสายโยงใยอะไรบ้าง

ว่าด้วตัวละครบ้าง

เต้ เป็นเหยื่อ ไม่ต้องมี Definition อื่นเลย
มิก เป็นผู้เล่นในเกม 13 ไร้อารมณ์มากๆ และ เชื่อว่าคงจะไม่แคล้วเป็นเหยื่อเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็เป็นเหยื่อที่ดูมีค่ากว่าเต้ เพราะมิกมันอย่างน้อยก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เต้มันตายฟรี

แบ้ (หรือเบ้) จำชื่อไม่ได้ถนัด ก็เหยื่อเหมือนกัน น่าสงสาร แต่ก็ดูมีค่ากว่าเต้ เพราะแบ้โดนฆ่าเพราะพยายามจะแฮกว่ากี้มันออนเนตจากไหน แต่ไอ้เต้ไม่ได้ทำอะไรซักกะหน่อย ก็ตาย โธ่

กี้ ไอ้นี่ก็เหยื่อ แต่เป็นเหยื่อสังคม ถูกครูข่มขืน เลยเอาความขื่นข่มมาสร้างโลกใหม่ เป็นเกมชื่อว่า 13 โดยตัวเองเป็นพระเจ้า สามารถกำหนดอะไรก็ได้ ส่วนที่เลือกเพื่อนๆ เป็นหยื่อ ก็พอเข้าใจได้จากที่ตอนไปเยี่ยมกี้ที่บ้านแล้ว แม่กี้ก็ด่าว่าเป็นเพื่อนภาษาอะไร เพื่อนตายก็ยังไม่รู้เรื่อง แสดงถึงความไม่มีตัวตนของกี้ในกลุ่มเพื่อนๆ

ข้อติ อันนี้เป็นความรู้สึกว่า จริงๆ เรื่องมันน่าจะบีบคั้นได้มากกว่านี้ (แต่แค่นี้รุ้งก็จะตายอยู่แล้ว) การดำเนินเรื่องดูยืดไปหน่อย เหมือนกับช่วงเวลาที่เป็น Background กับ begining force เยอะเกินไป การแบ่ง element of plot เนี่ย จังหวะเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าช่วงแรกๆ ยืดแล้วช่วงหลังๆ กระชับ คนดูก็จะรู้สึกได้เลยว่า "เฮ้ย มันน่าจะบีบคั้นได้มากกว่านี้นะ" เพราะพล็อตมันออกมาสร้างสรรค์และเดาไม่ออกเลย รู้สึกว่าเรื่องมันโอเคขึ้นก็ตอนที่แบ้ตาย หรือว่าเป็น Rising action ของเรื่องไปแล้ว (อย่าลืมว่าอารมณ์เราผูกติดกับเต้อยู่ ดังนั้น ถ้าเต้ตื่นเต้นและสงสัยน้อย เราก็จะรู้สึกเหมือนกัน)

ข้อติต่อมา เต้มันไปทำอะไรให้กี้วะ ต้องมีแน่ๆ ไม่งั้นกี้ไม่เลือกเต้ให้เป็นเหยื่อที่อนาถขนาดนี้ อาจจะมีอะไรแอบแฝง ไว้ไปปะเหลาะพี่ชายให้เล่า 13 ให้ฟังดีกว่า แต่ไม่ดูแน่นอน

ส่วนตัวถือว่าเป็นหนังที่ดีมากในเรื่องของพล็อตและองค์ประกอบอื่นๆ แม้จะมีข้อสงสัยอะไรหลายๆ อย่างเช่น ทำไมเรียกพ่อเต้ว่า สุรชัย เฉยๆ เพราะปกติ เวลาเรียกพ่อเพื่อน เราจะไม่เรียกชื่อเฉยๆ คาดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้น ส่วนตอนที่งงๆ อีกก็คือ ครูมันโดนยิงตายตอนไหน (คือตอนดูตื่นเต้นจัด ไม่ได้เก็บรายละเอียด แต่จะให้ไปดูอีกเพื่อเก็บรายละเอียดก็ไม่เอาแล้ว ไปถามชาวบ้านก็ได้)

เนื่องจาก 12 เป็นเรื่องก่อน 13 (ซึ่งเห็นพี่ชายพูดตลอด แต่เราไม่เห็นรู้จักเลย ใครแสดงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพี่บอกว่า เป็นเรื่องที่แยกออกมาต่างหากจาก 12 คือ ไม่ดู 12 ก็ดู 13 รู้เรื่อง) เพราะฉะนั้น ถ้าเราได้ดู 12 ก่อน มันจะมี Hint เยอะมากที่เราจะเอาไปเป็นข้อมูลในการดู 13 เพื่อไม่ให้คนทำหนังหลอกเราได้ ^^" เชื่อว่า Hint พวกนี้ คงจะไปปรากฏใน 13 (ถ้าเราไม่ได้คิดมากเกินไป) แต่ถ้ามันไม่ปรากฏ ก็ช่างมันเถอะเนอะ

สรุป ชอบก็ชอบน่ะนะ แต่ให้ดูอีกไม่เอาแล้ว แล้วคืนนี้จะนอนหลับไหมเนี่ย



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2550 22:02:55 น.
Counter : 3998 Pageviews.

4 comments
  
เคยไปดู 13 (หลานบังคับให้พามันไปดู)

พอดูจบ กลับรู้สึกหงุดหงิด ดังนั้น เลยไม่คิดที่จะดู 12

แต่หนังมันทำดีจริงๆ ค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ชอบหนังแนวนี้ด้วยมั้ง = ='
โดย: waidhaya วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:35:46 น.
  
ไม่คิดจะดู 13 ค่ะ แต่พอดีดูตั๋วหนังแบบบุฟเฟ่ เสียดายเลยจะดูให้ได้หลายๆเรื่อง
เลือกดู 13 ปิดท้าย ออกมาจากโรงหนังก็ห้าทุ่มไปแล้ว

หลอนดีค่ะ นั่งดูคนเดียว ชำเลืองมองคนข้างๆ ก็มีอาการแบบเราค่ะ

แล้วก็เลยอยากดู 12 เพราะอยากรู้ปมน่ะค่ะ

จิงๆไม่ชอบดูหนังแนวนี้เลยนะ แต่ก็ทำได้น่าติดตามดี

ทีนี้เลยต้องรอดูภาค 3 ให้ครบเลย กลัวก็กลัวค่ะ
โดย: tistoo วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:10:49 น.
  
รอดู 14 ค่ะ

เราชอบ 12 และ 13 นะ มันเสียดสีภาวะมนุษย์สมัยนี้ดี
โดย: Louise Redknapp วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:47:09 น.
  
waidhaya ----- ถ้าหลานรุ้งมาชวนไปดูนะ รุ้งก็ถีบมันโครมเลย โทษฐานไม่รู้ใจอา (หรือน้าหรือป้า) ชวนดูอะไรไม่ดูชวนดูหนังหลอน ชวนไปกินไอติมสิว่าไปอย่าง แถมเลี้ยงด้วยอีกต่างหาก 5555

tistoo ----- รู้สึกว่าในยูตุ๊บจะมี 12 ให้ดูนะคะ ลองไปโหลดดูก็ได้ สั้นๆ แค่ 30 นาทีเอง รุ้งถือว่าเป็นหนังที่สนุก ให้ 8 เต็ม 10 เลย ตัดไป 1 คะแนนเพราะหลอนน้อยไป และตัดออกอีก 1 คะแนนเพราะหลอนมากไป (จะงงไหมเนี่ย) ^^"

Louise Redknapp ----- ถือว่าเสียดสีมากๆ เลย เพราะเล่นกับด้านมืดของจิตใจมนุษย์และศีลธรรม คาดว่าใน 13 เนื้อหาคงจะมีสัญลักษณ์อะไรแอบแฝงเต็มไปหมด รอ 14 เหมือนกัน แต่จะส่งตัวแทนไปดูแล้วค่อยมาเล่าแบบ "คร่าว" ให้ฟัง (ละเอียดไปก็หลอนเกิน) ^^
โดย: peiNing วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:31:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com