กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
รอยรัก รอยฆาตกรรม ละครเวทีจากหนังสือสุดเลิฟ Agatha Christie

(มันเป็นเรื่องของละครเวที แต่รุ้งหากลุ่มย่อยละครเวทีไม่เจอและไม่รู้จะเลือกอะไร ก็เลยเลือกหนังสือละกันนะคะ สถานที่ที่คุ้นเคย)

นี่เป็นละครเวทีเรื่องที่สองของปีนี้ที่ได้ดู ตั้งแต่รุ้งเลิกอ่านนิยายใหม่ๆ ไปประมาณซักสามปี (จริงๆ ก็อ่านแหละ แต่ปีละเล่มสองเล่มสำหรับนิยายใหม่ๆ) เพราะรู้สึก hopeless กับนิยายสมัยนี้ รุ้งก็ได้มีโอกาสได้เสพศิลปะอื่นๆ มากขึ้น เช่น หันกลับมาดูละครไทย ซีรีย์ฝรั่ง หนังไทย และละครเวที กะว่าจะอัพบล็อกรีวิวโน่นนั่นนี่ ก็ขี้เกียจทุกครั้ง อย่างละครไทยที่น้ำเน่าได้ใจที่สุดแล้วชอบมากในเรื่องของบทก็คือ ลิขิตฟ้า ชะตาดิน (น่าจะชื่อนี้นะ) มันสุดยอดของความน้ำเน่าเอามาผสมรวมกัน แล้วก็ผสมกันได้อร่อยมากด้วย เสียอย่างเดียว ไม่มีเป็นหนังสือ จินตนาการอยากให้มีแล้วใช้กลวิธีการเขียนแบบสมัยก่อนหน่อยๆ คงจะทำให้เรื่องไปในทางของวราภาแนวๆ นั้น หรือจะเขียนแบบใหม่นิดๆ ก็ทำให้ดูมีปริศนาที่ต้องคลี่คลายเยอะ หรือซีรีย์ฝรั่งที่ชอบมากก็จะเป็นของ BBC ซะส่วนใหญ่ Sherlock ก็สนุก Doctor Who ก็บทเทพมาก นับถือคนเขียนบทของทั้งสองซีรีย์ ส่วนหนังก็ได้ไปดูพี่มาก ก็มีความคิดเห็นบางอย่างที่อยากจะแชร์เหมือนกัน

แต่ที่พูดมาทั้งหมด ยังไม่่ได้ลงมือเขียนเลย ขี้เกียจจัง ^^"

แต่วันนี้จะมาเขียนเกี่ยวกับละครเวทีที่ไปดูมาเมื่อวาน... รอยรัก รอยฆาตกรรม

ถ้าใครที่รู้จักรุ้งพอสมควรจะรู้ว่ารุ้งเป็นแฟนนิยายสืบสวนของอกาธ่าตัวยง อ่านเกือบหมดทุกเล่มแล้ว ยกเว้นเรื่องที่ไม่มีนักสืบประจำรุ้งจะไม่อ่านเพราะเคยถูกหลอกแล้วกรี๊ดๆๆๆๆๆๆ ตัวคนสืบสวนเป็นฆาตกร รับไม่ได้ เพราะฉะนั้น เรื่องที่มีปัวโรต์และป้ามาเปิ้ลเป็นนักสืบ รุ้งมั่นใจว่ารุ้งอ่านหมดแล้ว

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สนุกมากอีกเรื่องของอกาธ่าแม้ว่าจะไม่ติดใน Top Ten ของเธอก็ตาม แต่ว่าเป็นเรื่องที่เหมาะกับการทำเป็นละครเวที (นอกจากนี้ยังมี Mousetrap ที่ถูกนำมาเป็นละครเวทีเหมือนกัน) ดัดแปลงมาจากเรื่อง Five Little Pigs หรืออีกชื่อคือ Murder in Retrospect (ซึ่งเรื่องทุกเรื่องของอกาธ่าจะมีสองชื่อสำหรับใช้ขายใน UK และ US ถ้าจำไม่ผิด สร้างความลำบากให้คนอ่านมาก ต้องมานั่งจำสองชื่อว่าอีเรื่องนี้ชั้นเคยอ่านไปแล้ว จะได้ไม่ซื้อซ้ำ) แล้วพอเอามาดัดแปลงเป็นละครเวที ก็ตัดตัวปัวโรต์ออกไป โดยให้คุณทนายจัสตินมาดำเนินเรื่องในช่วงท้ายแทน และใช้ชื่อว่า Go Back for Murder สำหรับเวอร์ชั่นละครเวที

เพราะงั้นคนเขียนบทก็เอาบทและการดำเนินเรื่องมาจาก Go Back for Murder ทำให้รุ้งไม่กังวลเรื่องบทและความต่อเนื่องหรือการออกแบบเรื่องมาใช้ในละครเวทีเลย เพราะมันเป็น format ของมันอยู่แล้ว รุ้งจะพยายามรีวิวไม่ให้ไปสปอยด์ตัวฆาตกรเพราะนั่นเป็นหัวใจของเรื่องค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรีวิวเล่าเรื่องออกมาเป็นยังไง คงต้องลองอ่านไปเรื่อยๆ ดูนะคะ

เอาเรื่องย่อไปก่อน เอามาจากเวป bananabooking.com นะคะ

รอยรัก รอยฆาตกรรม เป็นเรื่องราวของ คาโรลีน แครล ซึ่งถูกคุมขังในคดีฆาตกรรมสามีตัวเองเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ได้เขียนจดหมายไปหา คาร์ลา ลูกของเธอก่อนที่เธอจะตายเพื่อบอกให้รู้ว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ คาร์ล่าจึงกลับมาสืบหาความจริง ว่าใครแน่คือฆาตกร...!!!

ตัวละคร (คือรุ้งไม่ค่อยรู้จักดาราเท่าไหร่ เอาเป็นว่าอธิบายเป็นความสัมพันธ์ตัวละครละกันค่ะ)

ทนายจัสติน ฟอกซ์ เป็นลูกชายของคุณทนายที่ว่าความให้ในคดีฆาตกรรมสามีตัวเองของคาโรไลน์เมื่อ 16 ปีที่แล้วแล้วคดีนั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำของเขาแม้ว่าตอนนั้นเขาจะอายุแแค่ 18

คาร์ล่า เลอมาชอง ลูกสาวของคาโรไลน์ผู้ซึ่งถูกคุมขังในคดีฆ่าสามีตัวเอง

คาโรไลน์ เครล แม่ของคนข้างบน

อามัส เครล สามีของคาโรไลน์ จิตตกรผู้มีชื่อเสียง มีเสน่ห์และเจ้าชู้มาก ถูกฆาตกรรมโดยการวางยาพิษในเครื่องดื่ม

ฟิลลิป เบลค เพื่อนสนิทของอามัส เป็นน้องชายของเมอรีดิท เบลค เป็นคนโผงผาง ตรงๆ

เมอรีดิท เบลค เพื่อนสนิทของเบลค เป็นเพื่อนบ้านของอามัส มีงานอดิเรกชอบทำแลปผสมสมุนไพรต่างๆ (รวมทั้งสมุนไพรมีพิษ)

เอลซ่า เกียร์ (หรือเกรย์หว่า) นางแบบสำหรับวาดภาพของอามัส หรืออีกนัยหนึ่ง ชู้ของอามัสที่พามาวาดภาพในบ้านที่เมียหลวงอยู่ (โหดร้ายมากจริงๆ)

แองเจลล่า วอร์เรน น้องสาวต่างบิดาหรือมารดา (คงซักอย่างแหละ จำไม่ได้) ของคาโรไลน์ เป็นเด็กสปอยด์ บนหน้ามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากฝีมือของคาโรไลน์สมัยเด็กๆ

ซิเซลล่า วิลเลี่ยม คุณครูพี่เลี้ยงให้กับแองเจลล่า

เรื่องของอกาธ่าสำหรับรุ้ง ไม่ได้เด่นที่กลวิธีในการฆาตกรรม หรือความตื่นเต้นแบบที่หนังสือนักสืบสมัยนี้นิยม แต่เป็นการสร้างตัวละครที่เด่นชัดมาก ตัวละครมีความหลากหลายและแสดงความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ออกมาได้เยี่ยม ฆาตกรอาจจะเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกเทมป์ (temptaton) หรืออาจจะเป็นคนโรคจิต หรืออาจจะเป็นคนเลวโดยสันดานที่ต้องการเงินทองทรัพย์สิน หรือความแค้น เยอะแยะตาแป๊ะไก่

ดังนั้น สิ่งที่รุ้งหวังไว้มากในละครเวทีนี้ก็คือ นักแสดงต้องเทพ!!!!! ตัวละครแต่ละตัวต้องแสดงลักษณะเด่นแบบกระแทกตาออกมาให้ชั้นเห็น

แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นะ นักแสดงเก่งมาก อยากกรี๊ดให้ด้วย แต่เขิล ^^ เดี๋ยวค่อยพูดถึงการแสดงละกัน ขอเล่าภาพรวมๆ ตอนที่ไปดูก่อน

โรงละครเล็กดีค่ะ คือไม่เคยดูโรงนี้เลยไม่รู้ว่าปกติเล็กแบบนี้หรือเปล่า แต่เล็กสิดี เรื่องแนวนี้ต้องการสมาธิในการดูมาก เพราะว่าไม่มีแสงสีเสียง production หรือสิ่งอื่นๆ มาช่วยเลย บทกับนักแสดงเท่านั้นต้องช่วยเหลือตัวเอง ดังนั้นการทำให้โรงเล็กจะทำให้เรามีสมาธิในการดูสีหน้าท่าทาง และบทพูดอย่างมาก แน่นอนว่ารุ้งไม่หวังกับโปรดักชั่นและฉากอะไรมากนัก เพราะเพิ่งไปดู Phantom มาและนั้นก็เป็นละครเวที (แบบ commercial) เรื่องแรกที่เคยไปดู นั่นก็อลังการซะ เพราะงั้นก็ทำใจไว้ก่อนแล้ว

การแสดงมีสององค์ องค์แรกจะเป็นตอนที่คาร์ล่าเพิ่งบรรลุนิติภาวะและได้รับทราบอดีตของพ่อกับแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอกำลังจะแต่งงานกับคู่หมั้น เป็นช่วงเวลาที่ต้องมองไปที่อนาคต แต่อดีตก็กลับเป็นตัวรั้งเธอไว้ เธอต้องการจะก้าวผ่านอดีตนั้นเพื่อเดินหน้า เธอจึงมาหาคุณทนายจัสตินเพื่อขอข้อมูลของคดี และให้คุณทนายช่วยติดต่อนัดผู้เกี่ยวข้องทั้งห้าคนให้เธอ และเธอก็ไปเจอมาหมดทั้งห้าคน เธอวาดภาพพ่อและแม่ของเธอและเหตุการณ์ผ่านทางคำบอกเล่าของทั้งห้าคน แต่แต่ละคนก็เล่าอดีต 16 ปีที่แล้วผ่านทางสายตาของตนเองและสิ่งที่ตัวเองอยากจะจำ ดังนั้นเธอจึงขอนัดทุกคนไปที่สถานที่เกิดเหตุในวันนั้นอีกครั้งหนึ่ง

องค์ที่สอง เป็นตอนที่ทั้งหกคนได้ไปรวมตัวอยู่ในสถานที่จริงแล้วจำลองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว (แน่นอนว่าทุกคนก็จะดูสดใสสมวัยเอ๊าะของพวกเขา) พวกเราคนดูก็ได้ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นตามคำบอกเล่าของแต่ละคน และแน่นอนสิ่งนี้ได้นำไปสู่สิ่งที่ทุกๆ คนอยากรู้และบทสรุปของมัน

เรื่องอื่นๆ ไม่ขอพูดถึง ขอพูดถึงแต่ตัวละครกับนักแสดงอย่างเดียว เพราะว่าอย่างที่บอกว่า บทมันก็ถูกพัฒนามานานพอสมควรจากทางเมืองนอก น่าจะเป็นหลายๆ สิบปี เพราะงั้นเรื่องบทและการเล่าเรื่องน่าจะนิ่งพอสมควร (แม้จะมีการดัดแปลงมาใช้เป็นภาษาไทย แต่แกนหลักๆ ก็น่าจะคงเดิม) แต่ละครเวทีแบบนี้ บอกตรงๆ มันไม่มีตัวช่วย นักแสดงต้องเทพ ถึงจะเอาอยู่

แต่ปัญหาของรุ้งคือ รุ้งรู้เรื่องก่อนหมดแล้วน่ะสิ เพราะงั้นการดูของรุ้งจะมองด้วยสายตาต่างจากคนที่ไม่เคยดู จะเหมือนคนที่มาดูรอบสองแล้วเก็บรายละเอียด (และก็เหมือนคนที่อ่านนิยายสืบสวนรอบที่สองเพื่อมาชำแหละพวก clue ต่างๆ) และแน่นอนสายตารุ้งก็จะต้องจับจ้องกับตัวละครที่มีความซับซ้อน ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีหลายตัว หรือพูดจริงๆ ก็ซับซ้อนเกือบหมด แต่แค่มีดีกรีความซับซ้อนที่ต่างกัน ถ้าเล่าหมดก็จะรู้หมดสิ เพราะงั้นพูดถึงความประทับในทั่วๆ ไปละกันค่ะ

รุ้งตอนแรกก็คิดว่า ถ้าไปดู คุณบุ๋มกับคุณนุ่นจะทำให้รุ้งประทับใจที่สุด แต่รุ้งคิดผิด ผู้ชายสามคนนี้ในเรื่องทำให้รุ้งเซอร์ไพร์สมาก คุณจัสติน (อั๋น) คุณฟิลลิป (โอ๊ต) และคุณอามัส (เพชร) ส่วนคุณวิลเลี่ยม (บุ๋ม) ก็เล่นได้ดีมากอย่างที่หวัง ขอพูดเฉพาะคนที่รุ้งมีความคิดเห็นละกันค่ะ

ขอแซมก่อนจะพูด ความยากของมันก็คือ ตัวละครทั้งห้าตัวจะต้องเล่นเป็นสองพีเรียด คือช่วงสดใสสมวัยก่อนเหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้น และตอนปัจจุบันที่ทุกคนเติบใหญ่วัยกลางคน แต่เหตุการณ์ร้ายนี้ก็หลอกหลอนอยู่ในใจของทุกคนไม่เคยเลือน การแสดงเลยต้องต่างมาก

คุณจัสติน รุ้งไม่เคยคิดว่าคุณอั๋นจะเล่นละครดีนะ นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนั้น เขายืนอยู่กับรุ่นใหญ่ๆ คนเก่งๆ เขาก็ไม่ถูกกลืน บทพูดมหาศาลบานตะไท คิดไม่ถึงว่าจะโอเคขนาดนี้ แต่แอบนิดหนึ่งตอนท้ายๆ ที่คุณจัสตินพูดถึงภาพวาด น่าจะมีพลังกว่านี้เพราะช็อตนั้นเป็นช็อตเด็ดที่รุ้งอยากดู แต่ก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่นักค่ะ

คุณคาร์ลา/คาโรไลน์ เป็นบทที่ท้าทายมาก ออกทุกซีน ออกทุกฉาก บทพูดมหาศาลยิ่งกว่าคนข้างบน น้ำเสียงดี แต่คาริสมาไม่ออก คือไปคู่กับใคร คนที่คู่ด้วยเด่นกว่าทุกคน ก็ว่าไม่ได้ ประสบการณ์มันอาจจะต่างกันเกินไป แล้วตัวละครตัวนี้เด็กสุด(สำหรับคาร์ลา) ความซับซ้อนของตัวละครให้เล่นก็น้อยกว่าทุกๆ ตัว ตอนที่เล่นเป็นคาโรไลน์ก็ยังด้อยอยู่ รุ้งก็ยังไม่เห็นความแตกต่างของคาร์ลากับคาโรไลน์มากนัก ความโกรธเกรี้ยวของคาโรไลน์ก็ดูไม่เฉียบ ตอนที่รุ้งดู เสียดายมากก็คือตอนที่ คาโรไลน์บอกว่า ถ้าอยากได้อามัส ก็เอาไปแต่ศพละกัน (ประมาณนี้น่ะ) แต่ตอนที่แสดง คำว่าศพ มันพูดไม่ชัด (หรือรุ้งได้ยินไม่ชัด) คือมันแสดงถึงความเกรี้ยวกราดที่จะชี้ไปถึงอารมณ์ของคาโรไลน์ แต่รอบนี้ทำไม่ถึง สู้ๆ รอบหน้านะคะ (สรุป อยากจะชมว่าเก่งมาก แต่ถ้าเทียบกับรุ่นใหญ่ ต้องพัฒนาอีกเยอะค่ะ เอาใจช่วย)


คุณฟิลลิป ไม่คิดว่าจะชอบบทนี้นะ คุณฟิลลิปไม่ใช่ตัวละครที่คนจะชอบ แต่คุณโอ้ตเล่นดีจริงๆ ยืนกับนางเอก กลบนางเอกมิดเลยค่ะ ^^" ยิ่งตอนที่ได้ดูองค์สองด้วย ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของสองคนนี้ ฟิลก็เป็นคนที่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้มากๆ จริงๆ (เห็นได้จากการแสดงเลยค่ะ)

คุณอามัส รุ้งชอบมาก ตัวละครตัวนี้ซับซ้อน เขาควรจะเป็นคนที่น่ารังเกียจจากพฤติกรรมของเขา แต่เขาก็เป็นคนน่ารักมีเสน่ห์ด้วยเช่นกัน รุ้งแอบจับจ้องตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษด้วยสาเหตุบางประการ และคุณเพชรก็ทำมันออกมาได้ดีมาก

คุณวิลเลี่ยม รุ้งชอบตอนที่เป็นคนแก่มากกว่า คุณบุ๋มเล่นได้แก่จริงๆ น้ำเสียงทุกๆ อย่าง เจ๋งมากๆ

คุณเอลซ่า ตัวละครตัวนี้มีสีสันมาก อายุ 19 ก็แรดแบบ 19 อายุ 35 ก็ดูแรดแบบกร้านโลก ปัญหาของรุ้งก็คือ รุ้งไม่ได้จินตนการตัวละครตัวนี้แบบที่คุณนุ่นตีความ และตัวละครของทั้งสองอายุสำหรับรุ้งมันก็คือความแรดที่เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ดีกรีของเหตุการณ์ที่มีต่อตัวละครน้อยไปหน่อย แต่ก็เห็นนะคะ ความแห้ง ความกร้านที่แสดงออกมาเหมือนกับเหตุการณ์นั้นดูดความสดใส ดูดชีวิตชีวาออกไปจนหมดจนเหลือแต่ซาก แต่ว่ารุ้งรู้สึกว่ายังซากไม่พออีกอยู่ดี และในขณะเดียวกันตอนเอลซ่าอายุ 19 ชีวิตชีวาและความสดใสก็ดูน้อยไปสำหรับรุ้ง มีฉากที่รุ้งชอบโดนมากๆ ก็คือฉากสะอื้นตอนท้ายๆ เจ๋งมากๆ เลย

สุดท้าย รุ้งมาสังเกตุเห็นว่า ตัวละครตัวไหนอยู่ฝั่งซ้ายเยอะรุ้งจะชอบ เพราะรุ้งนั่งฝั่งซ้าย บางทีก็คิดว่า มันก็ไม่แฟร์สำหรับนักแสดงฝั่งขวาอย่างเอลซ่า เพราะมันอาจจะเกิดจากรุ้งรับสารได้ไม่ดีพอก็ได้ วันนี้หนิงน่าจะไปดู อาจจะยุให้หนิงนั่งฝั่งขวาเผื่อจะได้มุมมองที่แตกต่าง อยากไปดููอีกรอบนะ แต่ว่าจ่ายไปพันห้าแล้ว ถ้าอีกพันห้า กินแกลบแน่ๆ เลย

สรุป รุ้งชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากให้ไปดูกันเยอะ เผื่อมีละครแบบนี้มาอีก ปกติรุ้งไม่ค่อยดูละครเวที คราวนี้ไปถึงเอ็มเธียเตอร์ที่ก็ไปไม่เป็น พอได้ดูแล้วประทับใจก็อยากให้สนับสนุนกันเยอะๆ ค่ะ



Create Date : 07 กรกฎาคม 2556
Last Update : 7 กรกฎาคม 2556 12:30:15 น.
Counter : 1652 Pageviews.

1 comments
  
รีวิวของหนิงจ้ะ

เรื่องคำโปรยของเรื่องนี้ พี่สาวเราได้พูดไปแล้ว ขอไม่พูดก็แล้วกันนะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับจดหมายจากแม่ ที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าไม่ได้ฆ่าพ่อของเธอก่อนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และลูกสาวก็เชื่อในคำพูดของแม่จนต้องการหาความจริงกับเรื่องนี้โดยการไปหาพยานแต่ละคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุวันนั้น

สองคนเป็นเพื่อนของพ่อกับแม่ของเธอ คนหนึ่งเป็นน้า (น้องสาวแม่) คนหนึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงของน้า และชู้รักของพ่อ

ทุกคนส่วนมากในที่นั้นต่างเชื่อว่าแม่ของนางเอกเป็นคนฆ่าพ่อทั้งสิ้น แต่ด้วยคนละเหตุผล บางคนบอกว่าเป็นเพราะแม่เธอเป็นคนดุร้าย บางคนบอกว่าแม่เธอทำเพราะพ่อเจ้าชู้ (ซึ่งสมควรได้รับความปรานี) แต่ในที่นั้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อว่าแม่ของเธอไม่ได้ทำ นางเอกจึงขอร้องทุกคนในที่นั้นให้กลับไปที่บ้านพักตากอากาศนั่น และขอให้ทุกคนรื้อฟื้นความทรงจำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างใน 16 ปีก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเวลามันกลืนความทรงจำไปบ้าง และแน่นอนว่าบางคนเลือกที่จะพูด และไม่พูดความจริงในเหตุการณ์นั้นๆ

แม้ว่าจะมีบางคนพูดช่วงแรกของละครเป็นช่วงน่าเบื่ออยากหลับ แต่สำหรับเรา กลับกันนะคะ บางทีเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเรื่องสืบสวน เลยเตรียมตัวเตรียมใจไว้พร้อมกับข้อมูลที่ตัวละครมีหน้าที่ถ่ายทอดใส่เราค่ะ และเพราะต้องจำ ต้องคิดตาม และปะติดปะต่อให้ได้ว่าในวันนั้นน่าจะเกิดอะไรขึ้น และนอกจากนี้ยังต้องดูด้วยว่า ใครมีอะไรซ่อนอยู่ในใจบ้าง จนกระทั่งองก์แรกจบนั่นแหละค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก แบบอารมณ์ว่า มา...จะเอาอะไรมาให้ฉันเจอ มาเลยมา

พอเข้าองก์สองก็ไม่ผิดหวังค่ะ ข้อมูลที่พร้อมในองก์แรกเริ่มทำให้สายตาเราเริ่มระแวดระวังมากขึ้น สิ่งที่เราชอบก็คือ การปล่อย Clue ของเรื่องทำได้อย่างมีศิลปะ บทพูดแต่ละช่วงผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจนไม่ทำให้ Clue กระโดดเด้งกระแทกหน้าจนเซ็ง แบบเห็นแป๊บเดียวก็รู้แล้วอะไรเทือกๆ นั้น เรื่องสืบสวนที่ดีคือ การที่เฉลยปุ๊บ ก็ทำให้คนอ่าน เอ๊ะ แล้วพอมองย้อนกลับไปก็ เออว่ะ มีตรงนั้นอยู่จริงๆ ด้วย อะไรทำนองนี้ ซึ่งเรื่องนี้เราเชื่อว่าให้ความรู้สึกกับใครหลายๆ คนที่ได้ดู แล้วความรู้สึกที่เหมือนตัวเองถูกหลอก มันฟินมากนะคะ (ขอโยงไปเรื่องพี่มากนิดหนึ่ง คาดว่าหลายคนคงได้ดู มันก็อารมณฺ์เดียวกับตอนช่วงท้ายๆ ของเรื่องพี่มาก ที่เฉลยอะไรบางอย่าง เป็นความรู้สึกเดียวกันอย่างนั้นน่ะค่ะ เพียงแต่สำหรับเราแล้ว พี่มากนับว่าเนียนน้อยกว่าเรื่องนี้มาก ถึงได้ออกมาเขียนแนะนำๆ นี่แหละค่ะ)

เรื่องนี้เราเดาออกได้หลายจุดในหน้าฉากของแต่ละคน รวมไปถึงคนร้ายด้วย คงเพราะดูแบบตั้งใจมาจับผิดด้วยมั้งคะ ก็เลยทายถูก แต่ทีนี้ การคาดเดาคนร้ายนั่นเป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนดูสนุกสนานไปกับการดูเรื่องราว แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจยิ่งกว่าก็คือ ตัวละครแต่ละตัวค่ะ

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน นับว่าพ่อผู้เจ้าชู้ของนางเอกเกือบจะเป็นศูนย์กลางของทุกคนในที่นั้น และยามเมื่อเขาตาย บางส่วนของทุกๆ คนที่อยู่ในวันนั้นได้ตายไปพร้อมกับเขาด้วยเช่นกัน เพียงแต่ตายกันคนละแบบกันไป ซึ่งการจะถ่ายทอดสิ่งนี้นับว่าเป็นเรื่องยากมาก มันมนุษย์มากๆ ค่ะ ดังนั้นทั้งนักแสดงและบทละครมีความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

(นับถือบทละครค่ะ อย่างที่บอก คำพูดที่เขียนลงไป นอกจากจะต้องบอก Clue ในการหาคนร้ายแล้ว ยังต้องบอกนิสัยและความคิดของตัวละครด้วย เป็นงานช้างเลยทีเดียว จึงขอยกย่องบทละครของเรื่องนี้ค่ะว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุด น่าจะเรียกได้ว่าอยู่ใน range ของ The Phantom of the Opera ทีเดียวค่ะ (คือคงไม่เท่าหรอก อันนั้นมันพัฒนามากี่ปี เล่นมากี่ครั้ง ทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้ว) อ้อ เราพูดเฉพาะบทนะคะ เพราะแน่นอนว่าโปรดักชั่นมันอลังการแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้วล่ะ)

ตัวละครทุกตัวในที่นั้นมีหลังฉากความคิดของตนเองมากมาย บางคนมีแค่สองชั้น บางคนซับซ้อนกว่านั้น นอกจากนี้ยังต้องแสดงออกมาเป็นสองช่วงเวลา นั่นคือก่อนที่พ่อนางเอกตาย และหลังพ่อนางเอกตายมาแล้ว 16 ปี นั่นเป็นงานท้าทายที่ตัวแสดงที่ต้องถ่ายทอดอารมณ์ออกมาให้คนดูได้เห็นค่ะ (ซึ่งน่าเสียดายมากที่วันที่เราไปดู มีนักแสดงบางท่านที่สมาธิหลุดอยู่สักหน่อย แต่โชคดีที่ว่าตัวตนของเขาออกจะล้นๆ อยู่ตั้งแต่แรก ก็เลยไม่รู้สึกขัดตามากนัก)

ในที่นี้ดูเหมือนจะมีนักแสดงอาชีพเล่นด้วย (ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่ได้ใส่ใจค่ะ เราไม่ค่อยรู้จักนักแสดงเท่าไร) ซึ่งก็ดีค่ะ เพราะเรื่องนี้ตัวละครซับซ้อนจริงๆ คนธรรมดาที่ประสบการณ์น้อยน่าจะยาก หรือต่อให้ประสบการณ์เยอะ ก็ยังยากอยู่ดี เราขอชื่นชมนักแสดงชายในที่นี้ทุกคนค่ะว่าถ่ายทอดความคิดของเขาได้ดี โดยเฉพาะคุณโอ๊ต เห็นชัดมากว่าเนื้อแท้ของฟิลกำลังคิดอะไรอยู่ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเปลี่ยนไปเช่นไร รวมทั้งคุณเพชรด้วยที่เล่นคุณพ่อของนางเอกผู้เจ้าชู้ เขาควรจะเป็นคนที่น่าเกลียดที่สุดในจินตนาการของคนดู แต่เมื่อเห็นเข้าจริงๆ ก็พบว่าเขาคือผู้ชายที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง ไม่แปลกที่ผู้หญิงจะมาชอบเขาเยอะ แสดงได้ดีค่ะ

แต่น่าเสียดายอยู่สำหรับนักแสดงหญิงที่เจอของแข็งเข้า ความซวยเลยบังเกิด เริ่มจากนางเอกที่เจอบทยาวเหยียด ออกมันทุกฉาก ปะทะกับนักแสดงรุ่นใหญ่ทุกคน แถมยังต้องเล่นเป็นคนสองคน นั่นคือ นางเอก และแม่ของนางเอกอีก วิ่งสู้ฟัดมากๆ ซึ่งยอมรับค่ะว่าได้เท่านี้นับว่าเก่งแล้ว

แต่นั่นคือความเข้าใจและเห็นใจเท่านั้นนะคะ ถ้าพูดถึงในแง่วิจารณ์โดยตัดความเห็นอกเห็นใจไป ก็คือ ย้งไม่ดีพอค่ะ นางเอกอาจจะมีภูมิหลังที่ยังไม่ซับซ้อนเท่าไร เธอยังเพิ่งบรรลุนิติภาวะ มีพลัง มีชีวิตชีวา มีความกระตือรือร้น ในขณะที่แม่ของนางเอกคือ ผู้หญิงที่ซับซ้อนมากๆ อย่าลืมว่าเธอคือคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรซึ่งเธอก็ไม่สู้เลยตอนอยู่ชั้นศาล แต่ตอนวาระสุดท้าย เธอกลับเขียนจดหมายบอกลูกสาวตัวเองว่าเธอไม่ได้ทำ พูดเท่านี้ก็ทำให้จินตนาการออกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้มีความคิดเบื้องหลังกี่ซับกี่ซ้อน

ความสัมพันธ์ของเธอกับสามี เป็นอย่างไร? กับเพื่อนสองคน? กับน้องสาวตัวเอง? กับครูพี่เลี้ยงของน้องสาวตัวเอง? รวมทั้งกับชู้รักของสามีด้วย

ทั้งหมดนั่นไม่ถึงขนาดไม่ปรากฏ มีบ้างพลอมแพลม แต่จุดที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์กับสามี คำคีย์เวิร์ดไม่ชัดเจน เราไม่ทราบว่านักแสดงเห็นมันไม่ชัด หรือว่าผู้กำกับปล่อยผ่าน มันยากค่ะบทนี้ ยากมากจริงๆ นักแสดงเอาไม่อยู่ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยค่ะ

อีกคนที่ต้องพูดถึงนั่นคือคุณนุ่นกับบทชู้รักของพ่อ ซึ่งเป็นมืออาชีพในการแสดงคนหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งพออยู่กับนางเอกก็ฆ่านางเอกเป็นศพไปเรียบร้อย พลังการแสดงเหลือล้นค่ะ ชื่นชมอีกเช่นกัน แต่แน่นอนว่า เราไปเพื่อจับผิดเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ก็วิจารณ์ไปตามที่เห็นก็แล้วกันนะคะ

อย่างที่บอกค่ะว่าเหลือล้นจริงๆ ล้นเสียจนเรารู้สึกว่าตอนทื่นางเอกคุยด้วย เหมือนอยู่กันคนละมิติเลยค่ะ ไม่รู้ว่านางเอกควรอัพเลเวลหรือว่าคุณนุ่นควรจะลดลงมาให้ยืนอยู่ในพื้นเวทีฉากเดียวกันดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นว่าไม่ได้ เพราะเราอยู่ทางขวาด้วยหรือเปล่า เลยได้รับพลังชี่มาเต็มที่กันเลยทีเดียว

สำหรับเรา บทชู้รักนี่มีระดับความซับซ้อนระดับเฮฟวี่เวทพอๆ กับแม่ของนางเอกค่ะ ซึ่งว่ากันตามจริง เราก็ยังคิดอยู่ว่านักแสดงเอาบทนี้ไม่อยู่ ช่างหลายทบหลายทับหลายซับหลายซ้อนจนไม่รู้จะบรรยายยังไง และยิ่งยากสำหรับคนดูอย่างเราที่จะอธิบายว่ามันไม่ใช่ตรงไหน

เราดูจนกระทั่งจบ ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ 'อ้าว หลอกฉันนี่' อารมณ์นั้นน่ะค่ะ เราหมายความว่า เรารู้ว่าสิ่งที่อยู่ในใจของฟิลคืออะไร อยู่ในใจของเมอร์รี่คืออะไร ในใจของน้า ของพี่เลี้ยงคืออะไร แต่ความคิดของคุณชู้รักคนนี้เรากลับเดาพลาดไปเพียงแต่เอะใจกลับลำความคิดเข้าที่เข้าทางได้ในตอนหลัง

จะบอกว่าเราหลงตัวเองก็ได้ แต่เรามองว่าเราได้รับข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับคุณชู้รักคนนี้ค่ะ มันเกิดขึ้นตอนภาพที่เขาอายุ 35 ปี ทำให้ภาพของเอลซาผิดเพี้ยนไป แต่ยังไม่รู้ตัวค่ะ จนกระทั่งดู 19 ไปแล้วจนกระทั่งจบถึงเพิ่งทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับการได้รับข้อมูลของตัวเอง หากว่าผู้หญิงคนนี้จะแต่งงานหลายครั้ง หย่าหลายครั้ง การแสดงที่บ่งบอกว่าเธอเอิ่ม พี่สาวใช้คำว่าแรด ก็แรดตามก็ได้ ดังนั้นก็ไม่แปลกใจว่าเธอแรดในตอนเด็กด้วยเหมือนกัน ไม่เห็นความต่างค่ะว่าการตายของพ่อนางเอกมีผลอะไรกับเธอ เพราะเธอแรดคงเส้นคงวา และนั่นเอง เราถึงได้บอกว่าเราได้รับข้อมูลผิดเพราะเราไม่เห็นว่าส่วนไหนที่ตายไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นั่นทำให้ภาพจิ๊กซอไม่ปะติดปะต่อเท่าไร

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยส่วนตัว เราไม่โทษนักแสดงเลยสักคน ถือว่าเก่งกันทุกท่านอย่างน่าชมเชย เราอาจไม่เคยอ่านเรื่องนี้ แต่เคยอ่านเรื่องอื่นของอกาธ่า คริสตี้อยู่บ้างเหมือนกัน เป็นนักเขียนที่โดดเด่นมากในเรื่องความซับซ้อนของมนุษย์ค่ะ เพราะฉะนั้น หากนักแสดงไม่ได้อายุสัก 50 ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เข้าไม่ถึงบทก็ไม่แปลกหรอก เพราะเราเชื่อว่าสมมติเราอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนอายุ 20 พอ 30 ก็จะเปลี่ยนไป พอ 50 ก็จะเปลี่ยนไปอีก นี่คือความลุ่มลึกของอกาธ่าค่ะ

อีกส่วนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าควรมีไหมสำหรับละครสืบสวนแบบนี้ นั่นคือ ไฟที่ใช้เป็นตัวช่วยในการแสดง ไฟที่โดดเด่นสำหรับละครเรื่องนี้ก็คือ การสร้างฉากสร้างเวลาค่ะ แต่เรื่องการสร้างอารมณ์ ดูจะไม่ค่อยให้ตัวช่วยกับนักแสดงสักเท่าไร ก็เลยไม่แน่ใจว่าเกรงว่าจะทำให้ clue ผิดเพี้ยนหรือเปล่า ไม่ค่อยชำนาญในเรื่องนี้ค่ะ แต่คิดว่าหากแสงไฟสื่ออารมณ์ช่วยมากกว่านี้ อาจจะช่วยได้มากขึ้นก็ได้ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า บทของนักแสดงบางคนนี่หนักหนาสาหัสจริงๆ

ส่วนเรื่องเสียง จะบอกว่าเป็นโปรดักชั่นที่กล้าหาญมากในการใช้ sound ที่มัน Bang เวลาจะทำให้คนดูตกใจแบบพิศวงน่ะ เพราะถ้ามันตรงจังหวะ มันช่วย แต่ถ้าไม่ตรงปุ๊บ จบข่าว คนดูจะเหวอว่า 'ไรอ่ะ' ทันที นับว่าเป็นดาบสองคมอย่างยิ่งยวดนะคะ รอบที่เราดู แน่นอนว่าไม่ตรงอยู่หลายรอบนะคะ โปรดระวังด้วย หรือเพลงบางจุดเราว่ามันมาเร็วไป เล่นเอาเหวอเลย นั่นคือ ตอนที่กำลังเล่นอารมณ์หนักๆ อยู่ แต่ sound หลั่นล้าลอยมาเปลี่ยนอารมณ์คนดูก่อนในขณะที่นักแสดงยังไม่ทันแสดงเลย ก็เล่นเอาเหวอเป็นพักๆ

เราไม่ทราบว่ารอบอื่นเป็นอย่างไร แต่รอบนี้มีจุดเหวอเกิดขึ้นอยู่หลายเรื่องทีเดียวค่ะ

แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังเป็นละครที่ดีเรื่องหนึ่งอยู่ดี นี่เป็นแค่มุมมองส่วนหนึ่งในการดูละครเรื่องนี้ค่ะ มันดีมากจริงๆ จนนั่งคิดอยู่นี่ว่าจะไปดูกับพี่สาวอีกรอบดีหรือไม่ อยากไปเก็บตก (แต่ตังค์หมดแล้ว)

โดย: peiNing วันที่: 11 กรกฎาคม 2556 เวลา:12:36:11 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com