Why looking for true love, when it never exists in this cruel world.
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
Holden ชวนดู : Paris, je t'aime หลายมิติของความรักในมหานครปารีส (No Spoiler)

เซ็ง มากมาย วันนี้ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ เมื่อกี้พิมพ์ไปเยอะแยะ หายหมดเลยซะงั้น ไม่เป็นไร พิมพ์ใหม่ก็ได้ จะพยายามทำให้ดีที่สุดนะครับ เพราะอยากชวนไปดูเรื่องนี้จริงๆ

ตอนแรกก็ตั้งใจจะไปดูหนังในงาน BIFF แต่ก็อ่ะนะไม่มีเวลาเลย ก็เลยตัดใจแล้วตรงไปดูเรื่องนี้ที่สกาล่าดีกว่า สกาล่า โรงหนังไม่กี่ที่ในประเทศไทยที่ผมรู้สึกไม่เหมือนเป็นอาชญากรเวลาไปดูหนังคนเดียว ก็ทำไงได้เวลาไปดูหนังคนเดียวทีไรโดยเฉพาะหนังรักอย่างนี้ ทั้งคนที่ต่อแถวอยู่ด้วย ทั้งคนขายตั๋วมองผมยังกะผมไปขับรถทับคนตายบนฟุตบาทมาอย่างงั้นแหละ

เข้าเรื่องดีกว่านะครับ เมืองหลวงแฟชั่น ดินแดนศิลปะ และมหานครแห่งความรัก คือประโยคแนะนำปารีสในหนังสือท่องเที่ยวเกือบทุกเล่ม ปารีสเต็มไปด้วยความโรแมนติคและความรักขนาดนั้นเลยเหรอ Paris, je t'aime มีคำตอบครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


มันก็เหมือนกับตอนเด็กๆที่ครูให้เราเขียนเรียงความว่า “ฉันรักโรงเรียน” แล้วแต่ละคนก็เขียนออกมาว่าเค้ารักโรงเรียนที่ตรงไหน เหมือนบ้าง ต่างบ้าง บางคนก็บอกว่าเค้ารักม้าหมุนในสนามเด็กเล่น บางคนก็บอกว่าเค้ารักนิทานเล่มโปรดในห้องสมุด บางคนบอกว่าข้าวกลางวันที่โรงอาหารเป็นอะไรที่สุดยอด ในขณะที่บางคนเอาใจหน่อยก็บอกว่ารักครูประจำชั้น

Paris, je t'aime ก็คล้ายๆอย่างนั้น ตรงที่โจทย์ของมันคือ “ความรักในปารีส” โดยมีแนวคิดที่ว่าให้สุดยอดผู้กำกับของโลก 20 คนมากำกับหนังสั้น 18 เรื่อง ที่แต่ละเรื่องยาวแค่ 5 นาที จะออกมาเป็นแบบไหนก็ได้ ขอแค่เป็น “ความรักในปารีส” 5 นาทีก็พอ

แล้วแฟนหนังจะไม่ตาลุกวาวได้ยังไง ก็ในเมื่อหนังเรื่องเดียว แต่จะได้ดูผลงานของผู้กำกับชั้นยอดถึง 20 คน แน่หล่ะชื่อชั้นขนาดนั้น คงขนของมาปล่อยกันเต็มที่ แล้วด้วยเวลา 5 นาที ไม่มากพอให้มาพิรี้พิไรเล่าเรื่อง คงใส่กันไม่ยั้งแน่ๆ ใครเจ๋งจริง คงได้เห็นกันตอนนี้แหละครับ

ด้วยความเป็นสุดยอดผู้กำกับทั้งนั้น และด้วยอิสระที่เปิดกว้างทางความคิดและเทคนิค ดังนั้นในแต่ละ 5 นาทีที่ผ่านไป เราจะได้เห็นความหลากหลายมากมายทั้งเนื้อหา เรื่องราว การเล่าเรื่อง งานภาพ และงานเสียง ผู้กำกับบางคนทำเหมือนเล่นเอามัน บางคนทำเหมือนงานพักผ่อน ในขณะที่บางคนกะเอารางวัลเลยนะนั่น แต่ที่สำคัญในแต่ละ 5 นาทีนั้นเราจะได้เห็นความเป็นตัวตน ได้เซ็นลายเซ็นที่ค่อนข้างชัดเจนในตัวผู้กำกับแต่ละท่าน ที่ไม่ว่าจะเล่นหนักเล่นเบา แต่งานฉัน ต้องเป็นงานฉันเองทั้งสิ้น

ในส่วนความหลากหลายของความรักนั้น ผู้กำกับแต่ละท่านมีมุมมองในเรื่องนี้แตกต่างกันไป บางคนเราถึงรักหนุ่มสาวแรกรุ่น บางคนเล่ารักของผู้สูงอายุที่ผ่านมานาน บางคนเรารักชายหญิง แต่บางคนก็เล่าเรื่องรักเพศเดียวกัน บางคนเล่ารักฉาบฉวย บางคนเล่ารักนิรันดร์ มีทั้งรักของพ่อลูกสาว และแม่ลูกชาย ไปจนถึงรักบ้านรักเมืองกันเลยทีเดียว

นอกจากนั้นเรายังจะได้เห็นความแตกต่างในจุดเด่นงานกำกับของแต่ละคน ที่บางคนเน้นบทสนทนา ในขณะที่บางตอนไม่มีบทพูดเลยด้วยซ้ำ บางตอนยกให้กับการแสดง บางตอนขายเทคนิคด้านภาพ บางตอนโชว์ความเจ๋งด้านเสียง บางเรื่องเราต้องฮือฮาในความเยี่ยมด้านการตัดต่อ ในขณะที่อีกตอนเราต้องทึ่งในความเป็น long take ยาวตลอดเรื่อง ในขณะที่บางตอนเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไร แต่ตราตึงใจยิ่งนัก

ผู้กำกับว่าหลากหลายแล้ว นักแสดงที่ขนกันมาขึ้นจอยังแน่นไปหมด แต่ละคนเหมือนมาเล่นเอามัน หรือมากับผู้กำกับคู่บุญกันทั้งนั้นอีกด้วย กำไรของคนดูเต็มๆเลยครับ

แล้วที่สำคัญหนังเรื่องนี้แม้จะกะมาขายปารีส แต่ก็ไม่ได้มาแบบโฆษณาชวนเชื่อ เราจะได้เห็นทั้งความสวยงามและด้านมืด ได้เห็นความต่างในเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ความต่างในฐานะทางสังคม ทัศนคติ ได้เห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากเพราะถ้าจะรักปารีส ผมขอรักปารีสแบบที่ปารีสเป็น ไม่ใช่ปารีสที่เสแสร้งแกล้งให้เห็น

18 เรื่องรักใน Paris, je t'aime ให้อารมณ์ตั้งแต่ยิ้มร่า ไปจนน้ำตาริน ซึ่งทั้งหมดร้อยเรียงออกมาดังนี้

1 Montmartre : อุบัติเหตุรัก บางวันอาจจะเป็นวันแย่ๆที่น่าเบื่อ แต่คุณไม่รู้หรอกว่าบางครั้งเรื่องดีดีอาจจะรอเราอยู่ก็ได้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


2 Quais de Seine : รักสดใส วัยแรกพบของไอ้หนุ่มนักแซวสาวที่วันนึงได้พบกับสาวอาหรับที่ทำให้เขารู้ว่าจริงๆแล้ว รักเป็นเช่นไร ตอนนี้น่ารักมากครับ ดูไปอมยิ้มไปพร้อมเอาใจช่วยไอ้หนุ่มคนนี้ตลอดเรื่องเลยครับ เป็นตอนที่ผมชอบมากๆครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


3 Le Marais : รักของหนุ่ม Y กัส แวน แซนท์ ยังทำหนังของคนแปลกแยกออกมาได้ดีเช่นเดิม แม้เรื่องรัก 5 นาทีของเด็กหนุ่มที่พยายามจีบอีกเด็กหนุ่มในเรื่อง จะเทียบไม่ได้กับฉากสารภาพรักหน้ากองไฟ 5 นาทีในเรื่อง My Own Private Idaho ที่เข้าขั้นคลาสสิคไปแล้ว แต่ด้วยเสน่ห์ทางการแสดงของ Gaspard Ulliel ท่าทางเคอะเขิน แต่ก็อ่ะนะแบบว่าไม่ไหวแล้ว ต้องจีบ เป็นอะไรที่ทำให้คนดูอมยิ้มได้ตลอด บทสนทนาที่ประมาณว่า “เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า” “ ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้ว่าถ้าไม่ได้พูดกับคุณ ผมจะพลาดอะไรที่สำคัญในชีวิตไป” มันเชยสิ้นดี แต่พอมาอยู่ในเรื่องนี้กลับน่ารักมากมาย ยิ่งมาตอนเฉลยท้ายตอนด้วยแล้ว ทำให้ไอ้ที่อมยิ้มไว้ ยิ้มออกมาได้เต็มปากเลยครับ ชอบเหมือนกันตอนนี้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


4 Tuileries : งานของพี่น้องโคเอ็น ที่ยังคงเป็นพี่น้องโคเอ็น มาพร้อมตลกร้าย ของพวกขี้แพ้ และสตีฟ บูเชมี่ ตอนนี้ง่ายๆ แต่เจ๋งและสนุกมากครับ ยกเครดิตให้การแสดงที่สุดกวนแต่น่ารักให้สตีฟเลยครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


5 Loin du 16ème : หลังจากเจอรักที่สดใสมาตลอด ตอนนี้คือตอนแรกที่เจอรักที่หม่นหมอง แม่คนนึงในย่านยากจน ต้องเอาลูกไปฝากไว้ที่สถานเลี้ยงเด็ก เพื่อจะไปเป็นพี่เลี้ยงเลี้ยงลูกของคนอื่นที่ร่ำรวย ตอนนี้เนื้อเรื่องแทบไม่มีอะไร แต่อารมณ์มันโดนมากครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


6 Porte de Choisy : งานกำกับของคริสโตเฟอร์ ดอยด์ ที่ตอนดูได้แต่สงสัยว่า “มรึงเมายามากำกับเหรอไง” เป็นอะไรที่ติสต์ เซอร์ และเข้าไม่ถึงครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


7 Bastille : ผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะบอกเลิกภรรยาเพื่อไปอยู่กับเมียน้อย ก่อนจะพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เป็นตอนนึงที่ผมคิดว่ามันบิวท์เกินไป แต่ก็อะนะ ด้วยเนื้อหาและการเล่าเรื่อง รวมทั้งเพลงประกอบตอนนี้มันกระทบใจครับ

8 Place des Victoires : แม่คนหนึ่งที่ทำใจไม่ได้กับการจากไปของลูกชาย ในคืนนึงที่เธอต้องปล่อยวางและยอมรับความจริงซักที เจ๋งสุดของตอนนี้ก็ด้วยการแสดงของกระบี่มือ 1 ของฝรั่งเศสอย่างจูเลียต บินอช ที่รับบทเป็นแม่ระทมทุกข์ที่ส่งผ่านมาถึงคนดูเต็มๆ แค่ 5 นาที แต่ she ทรงพลังมาก และเป็นตอนที่ทำให้น้ำตาผมคลอเบ้าด้วยครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


9 Tour Eiffel : งานกำกับที่ยังกะหนังการ์ตูน ก็แน่ล่ะซิ เพราะผู้กำกับคือ Sylvain Chomet ที่เคยกำกับอนิเมชั่น Les Triplettes de Belleville อันลือลั่นมาแล้ว เล่าเรื่องราวของเด็กคนนึงที่บอกว่าพ่อแม่ตัวตลกหน้าขาวของเค้าเจอกันในคุกได้ยังไง ฉากที่พ่อกับแม่เจอกัน เป็นหนึ่งในฉากที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


10 Parc Monceau : ตอนนี้ด้วยเรื่องราวที่แทบไม่มีอะไร แค่พ่อลูกมาเจอกันแล้วเดินคุยกันถึงปัญหาในชีวิต ก่อนที่จะเฉลยตอนจบ ทำให้คนดูอมยิ้ม แต่ที่มันเจ๋งก็เพราะ เจ้าพ่อ long take แห่ง Children Of Men อัลฟองโซ คัวรอน ใช้เทคนิค long take อีกครั้ง ที่ตลอด 5 นาทีในเรื่องไม่มีการตัดต่อเลย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


11 Quartier des Enfants Rouges : นักแสดงขี้เมา ที่ในคืนเหงาๆคืนนึงได้พบกับพ่อค้ายา นอกจากจะเป็นพ่อค้าลูกค้ากันแล้ว ในคืนนี้เธอยังอยากให้เค้ามาเติมเต็มความเหงาให้อีกด้วย ไม่รู้อ่ะ ผมว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้อ่ะครับตอนนี้

12 Place des Fêtes : เป็นตอนที่เลี่ยน และมีมุกจีบสาวเสร่อๆประมาณว่า “ ให้ผมนวดขามั้ย คุณน่าจะปวดขา” พอผู้หญิงถามว่าทำไมชั้นต้องปวดขา ผู้ชายก็ตอบว่า “ก็เพราะคุณมาวิ่งอยู่ในหัวใจผมทั้งคืน” เลี่ยน และเสร่อเป็นที่สุด แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์ในหนัง พร้อมกับเหตุและผลของการมาสู่สถานการณ์นั้น มันช่าง เอ่อ จริงเหรอ ตั้งใจไปนิด ผมเลยไม่ชอบเท่าไหร่ แต่เพลงเพราะนะครับตอนนี้

13 Pigalle : คู่รักวัยดึก ที่พยายามหาทางสร้างความซู่ซ่าให้ชีวิตคู่ให้คนเอง แต่ก็อ่ะนะ เป็นอีกตอนที่ผมเข้าไม่ถึงอ่ะครับ

14 Quartier de la Madeleine : ชายหนุ่มคนนึง หลงรักสาว vampire ไม่ต้องมีคำพูดซักคำ แต่ใช้ความเจ๋งด้านภาพ ที่เหมือนหนังนัวร์ยุค 60 พร้อมดนตรีประกอบที่หลอนนิดๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


15 Père-Lachaise : คู่หมั้นชาวอังกฤษ (สำเนียง Londoner อย่างแรง) ที่ไปเที่ยวสุสาน แล้วก็เกิดการไม่เข้าใจกัน แล้วตอนนี้ได้เจ้าพ่อหนังสยอง เวส คราเวนมากำกับ แล้วจะไม่มีผีได้ไง ว่าแล้วพ่อคุณก็ปลุกผีออสการ์ ไวด์ กวีเกย์ผู้เปลี่ยวเหงาออกมาให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ ตอนนี้น่ารักดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าเวส คราเวนจะทำหนังออกมาได้น่ารักขนาดนี้ ที่สำคัญยังมี เอมิลี่ มอร์ติมอร์ที่ไม่รู้ดิ ผมชอบมากอ่ะครับ เล่นด้วย (เธอเหมือนเพื่อนผมคนนึงเลย ทั้งหน้าตา ท่าทาง การพูด) ผมก็เลยชอบอ่ะครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


16 Faubourg Saint-Denis : หนุ่มตาบอดกับสาวนักแสดง นาตาลี พอร์ตแมนน่ารักมาก แต่ที่เยี่ยมคืองานด้านภาพของผู้กำกับ ที่ดึงความรู้สึกสมัย Run,Lola,run กลับมาได้อีกครั้ง สปีดภาพที่เร็วประหนึ่งวิดีโอเกม บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่นี้ รัก-เบื่อ-หน่าย จนมาสรุปสุดท้ายที่ชายตาบอดพูดว่า “I see you” ผมถึงรู้ว่าแม้งานภาพจะเด่น แต่ที่ผมชอบมากกลับเป็นบทที่เหมือนไม่มีอะไรซ้ำไปซ้ำมามากกว่า

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


17 Quartier Latin : อดีตคู่รักวัยดึกที่นัดเจอกัน เป็น 1 ตอนที่ผมชอบที่สุดครับ การแสดงที่สุดยอดของทั้งคู่ และ บทที่เผ็ดร้อน บอกเล่าเรื่องราวของคู่นี้ที่แม้ยังรักกันอยู่ ยังเหลือเยื่อใย แต่ด้วยความที่ผ่านอะไรมามากเกินไปทำให้อยู่ร่วมกันไม่ได้ แค่คน 2 คนนั่งคุยกัน ด้วยท่าทีที่รู้เท่าทันกัน และบทสนทนาที่จิกกัดฝ่ายตรงข้ามได้เหวอะหวะสะใจคนดู ทำให้ผมสนุกไปกับตอนนี้มากมาย ยิ่งพอตอนท้ายที่ผู้ชายเรียกผู้หญิงว่า bitch แล้วผู้หญิงส่งจูบให้ สุดยอดจนผมอยากจะลุกขึ้นปรบมือให้เลยครับ

18 14ème Arrondissement : ผู้หญิงอเมริกันคนนึงตั้งใจมาปารีสมากขนาดเก็บเงินและเรียนภาษาฝรั่งเศส 2 ปี เดินชมเมือง พร้อมบรรยายด้วยภาษาฝรั่งเศสที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่มันกลับสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูยิ่งนัก ผู้หญิงที่อ้วน แก่ และเหงาเที่ยวฝรั่งเศสเนี่ยนะน่าสนใจตรงไหน มันน่าสนใจตรงที่อเล็กซานเดอร์ เพย์น ทำหนังง่ายๆแบบนี้ให้โดนอ่ะดิ แล้วที่สำคัญตอนนี้ยังเหมือนบทสรุปของเรื่องราวด้วยว่า ทำไมปารีสถึงเป็นมหาครแห่งความรัก ทั้งๆที่ไม่ได้เล่าเรื่องของคู่รักด้วยซ้ำในตอนนี้

ดูจบแล้วถ้าถามว่าชอบตอนไหนที่สุดผมคงตอบไม่ได้ เพราะแต่ละตอนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป บางตอนเหมือนไม่มีอะไร บางตอนก็เบาโหวง บางตอนก็หนักอึ้ง บางตอนก็ขอให้มันจบแค่ตรงนั้น ในขณะที่บางตอนก็อยากเห็นการขยายเรื่องราวให้เป็นหนัง 2 ชั่วโมงเต็มๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


แต่ถ้าถามว่าผมรู้สึกพิเศษกับตอนไหนที่สุด คงจะต้องตอบว่า ตอนสุดท้ายอ่ะครับ เพราะว่าถ้าเปลี่ยนป้าอ้วนเป็นผม เปลี่ยนปารีสเป็นเมืองปาย แล้วผมก็ได้คำตอบของครั้งที่เขียนถึงเมืองปายไปเมื่อ 2 ตอนที่แล้วที่ว่า ทำไมผมรักปายนัก ผมได้คำตอบแล้วครับว่า เพราะปาย ทำให้ผมรู้สึก "มีชีวิต"



พื้นที่โฆษณา

ปล 1 เขียนเรื่องเอแนงตอนที่ 4 เสร็จแล้วครับ เรื่องตอนแต่งงานครับ ใครยังไม่ได้อ่าน แล้วสนใจไปอ่านได้ที่นี่นะครับ คลิ๊กเลยครับ


ปล 2 เอาไอ้เล่มข้างล่างไปห่อปกมาแล้วครับ หลังจากตอนส่งมาไม่ได้ห่อ พนักงานน่ารักมากครับ แบบว่าไม่ต้องบอกเลย ไม่ถามไม่ซักเลยว่าซื้อมาจากร้านเค้าจริงป่าว ยกมาปุ๊บ รับไปห่อเลยครับ แถมพูดเพราะน่ารักอีกด้วย ไป asiabook ไม่ว่ากี่ครั้ง ไม่ว่าสาขาไหน พนักงานน่ารักเสมอครับ ในบรรดาร้านที่เข้ามาทั้งหมดในชีวิต asiabook ติดอันดับต้นๆของร้านที่ผมชอบที่สุดเลยครับ ยกย่องเลยครับ โฆษณาให้ด้วยว่าถ้าอยากได้หนังสือภาษาอังกฤษ ไปซื้อที่ asiabook นะครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


ปล 3 เพิ่มเติมครับ พึ่งเขียนเรื่องเอแนงตอนที่ 5 เสร็จครับ เป็นตอนเกี่ยวกับ match "The Hand" อันลือลั่นครับ สนใจ คลิกเลยครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


enjoy your day


Create Date : 24 กรกฎาคม 2550
Last Update : 28 กรกฎาคม 2550 16:20:21 น. 27 comments
Counter : 1440 Pageviews.

 
เลือกปกนี้เหมือนกัน ^^ แต่เอาพลาสติกที่ห่อมานั่นล่ะ มาห่อเฉพาะปก
แต่ส่งมาที่บ้านไม่ได้แก้วมัคนะ เพิ่งรู้เมื่อวันอาทิตย์ เขาบอกว่าส่งแก้วมาไม่ได้ มันจะแตก แต่ส่งคูปองมาให้ไปรับแก้วก็ได้นี่เคอะ เอาเถอะ ไม่เอาก็ได้ ไหนๆค่าส่งเขาก็ไม่คิด


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:53:36 น.  

 


โดย: naphat IP: 203.144.184.163 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:56:05 น.  

 
เรื่องนี้เราติดใจหนังตั้งแต่โปสเตอร์แล้วล่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:07:31 น.  

 
ไปดูวันที่หนังเข้าเลยครับผมน่ะ

ทั้ง 18 เรื่อง ดูแล้วเข้าใจไป 15 เรื่อง แต่อีก 3 เรื่อง นั่งงง เอ๊ะ อะไรหว่า มิแซ่บว่าสื่อถึงอะไรเนี่ย 3 เรื่องที่ว่า มีตามนี้เลยครับ

1. Porte de Choisy: ของคริสโตเฟอร์ ดอยส์ แบบว่า เอ่อ อ้ายหนี่ มันทำอะไรของมันเนี่ย แล้วตกลง ทำไมอาเจ๊ทั้งหลาย ถึงเปลี่ยนไป ฮ่วย งง เฟ้ย

2. Montmartre: มันนิ่ง และไม่โดนเลยครับ แถมยังทำให้งงอีกด้วยว่า เอ๋ อะไรน่ะ บทสนทนาก็ทำให้งงๆ ตกลง 2 คนนี้ เขาไม่ได้รู้จักกันมาก่อนใช่ไหมเนี่ย งง ครับ งง

3. Pigalle: ไอ้ตอนแรกๆ ก็ฮาดีนะครับ แต่อยู่ดีๆ เริ่มมามีปัญหา ยิ่งงงหนักตอนท้าย ว่า อ้าว อะไรกันฟะ แถมมาฉายที่โปสเตอร์ปิดท้าย เอาเข้าไป สื่ออะไรเนี่ย สั้นงงมั่กๆ


ส่วนที่ชอบมั่กๆ เลยก็มีตามนี้เลยครับ

1. Quartier de la Madeleine: สุดยอดแห่งความแนวมากๆ ครับ ดูแล้วแบบว่า กี๊ซซซซว มันเจ๋งจังเลย ซาดิสต์ได้ใจ และปิดท้ายได้อย่างแนวมากๆ อูย โดนๆๆๆๆ

2. Quartier Latin: ตอนนี้บทพูดเยอะมาก ตอนแรกดูเหมือนงงๆ แต่พอมากลางๆ เอาล่ะสิ 2 คนนี้ใช่ย่อยเว้ยเฮ้ย ฟาดฟันได้ถึงพริกถึงขิง และจัดจ้านมากๆ ปิดท้ายด้วยคำว่า Bitch! พร้อมกับจูจุ๊บ แหม ได้ใจๆ

3. Faubourg Saint-Denis: ชอบการเล่าเรื่องน่ะครับ รวดเร็วฉับไว และเข้าใจได้ง่ายมั่กๆ เปิดเรื่องด้วยโทรศัพท์ ปิดท้ายโทรศัพท์ ที่อ้อ อย่างนี้นี่เอง อีกอย่างรู้สึกพระเอกหน้าเหมือนสเตฟานแฮะ

4. Le Marais : แบบว่าดูจบแล้วหลุดขำ อ้าว เล่นกันอย่างนี้เลยเรอะ 55555555 โธ่ เกือบแล้วนะเนี่ย แหม ได้ใจเพราะการจีบนี่แหละครับ แถมมาหักมุมท้ายๆ นิดหน่อย กลั้นหัวเราะตั้งนานเลย

5. Quais de Seine: ถูกใจในเรื่องของบทสนทนาครับ และการดำเนินเรื่องที่มีคำว่าศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง แค่การพูดคุยเรื่องความสวย และผ้าคลุมหัว ก็จี๊ด ได้ใจมากมาย อูยยยย ขอให้ได้กันนะคร้าบ


นอกนั้น ดูแล้วก็รับได้หมดเลยครับ ยกเว้นไอ้ 3 เรื่องแรกน่ะแล ที่ยังงงอยู่เลย


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:08:49 น.  

 
wow ขอบคุณที่มารีวิวหนังให้อ่านค่ะ เฮ้อ อย่างที่รู้เราคงอด ถึงแม้ว่าอยากจะดูแค่ไหน ก็คงต้องรอให้ออกมาเป็นดีวีดี ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะออกมาเป็นดีวีดีให้ได้ดูหรือไม่ ถ้าหนังแบบมี vampire เข้ามาเกี่ยวข้องล่ะก็ฝนชอบมากๆ ค่ะ

เรื่องพิมพ์แล้วข้อมูลหายนี่ฝนเป็นบ่อย จนเดี๋ยวนี้ต้องไปพิมพ์ที่ WordPad ก่อนค่ะแล้วค่อยมาอัพบล๊อก เพราะทำไปเซฟไปน่ะคะ กันข้อมูลหาย เพราะบางครั้งหายไปแล้วจะเขียนใหม่อีกที รู้สึกอารมณ์ไม่ได้ และไม่เหมือนในตอนแรก


มีความสุขเช่นกันค่ะ


โดย: Malee30 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:08:53 น.  

 
เข้ามาขอบคุณคะ กะลังอยากดูหนังแนวๆ งี้เลย ถึงจะสปอยล์แต่ดิฉันเป็นคนที่ชอบอ่านเก็บข้อมูลก่อนไปดูหนังคะ อิอิ


โดย: มรรคณิชา วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:39:11 น.  

 
ชอบ
ตอนสาวมุสลิม
ตอนคนดำ
ตอนนาตาลี
ตอน bitch
มากๆๆๆๆ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:40:32 น.  

 
เซียนเลยนะคับเนี่ย


โดย: Kurt Narris วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:47:53 น.  

 
ชอบตอน Le Marais มากที่สุด รองลงมาเป็นตอน แวมไพร์ สะใจโคด


โดย: renton_renton วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:35:59 น.  

 
Inw อะ เทพ แปลว่า เจ๋ง คูล เปรี้ยว โอ๊ววว


โดย: angy_11 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:59:06 น.  

 
วันนี้สบายใจ
กำลังแต่งตัวจะไปบิน
ทางศูนย์บัญชาการที่เมกาโทรมาบอกว่า
ไฟล์ทยกเลิก...เย้...
ว่างเลยมาหาได้ค้าบบบ


โดย: Kurt Narris วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:38:41 น.  

 
ตามมาอ่านด้วยคนค่ะ อัพบล็อกไว้เหมือนกัน

ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ยิ่งดูตอนที่เพิ่งสูญเสียความรักเลยรู้สึกมีความหวังดีค่ะ


โดย: patsypacky IP: 203.156.50.44 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:10:21 น.  

 
ต้องหามาดูแน่นอนค่ะ


โดย: มันจะดีเหรอคะ วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:32:43 น.  

 
อืม เห็นโปสเตอร์ก็น่าดูแล้วจิงด้วย

แต่มันแค่ 5 นาทีเนี่ยนะคุณน้อง

ว้าว แต่มีนาตาลี พอร์ตแมนด้วยนะเนี่ย ถ้ามีเวลาจะแว้ปเข้าไปดูนะจ๊ะ

ปล. คุณชายเด้งไฮโซนะยะ อ่านแฮรี่ฉบับปะกิตซะด้วย


โดย: CC (ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:57:28 น.  

 
เพลงชวนหลับเหลือเกินเด้ง แต่ เอแนง เจ๊ลืมเลยนะ เพราะเจ๊อ่านตั้งแต่ตอนแรกครั้งนู๊แล้วไม่ได้อ่านอีกเลย ยังคิดว่าชอบอ่านหนังสือแนวชีวประวัติ (พูดง่ายๆเรื่องชาวบ้านคืองานของอิโจ)

ยังไม่ได้ไปดูแฮรี่เลยเต็ง ต้องดูแฮรี่ก่องเพราะเจ๊โตมากับแฮรี่ ที่สำคัญไปสกาล่าคนเดียวไม่ไหวววว เพราะเป็นโรงหนังที่คนหน้าดีอย่างเจ๊ต้องมีบอดี้การ์ด ว๊า!!เด้งก็ไม่ว่างด้วยอ่ะเด่ะ


โดย: โจเซฟิน วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:04:23 น.  

 
Upใหม่ยางงง
วันนี้หยุดไม่ใชเหรอคับ...
น้าๆๆๆๆ


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:20:48 น.  

 
ถ้ามีโอกาสจะไปดูครับ

มีแอบกัดคนดังด้วยนะคับ


โดย: tpipe วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:24:04 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้มากเลยค่ะ
แต่ช่วงนี้ไม่ว่างเลยจริงๆ


หนังสือ ถ้าอ่านแล้วอินมากๆ มีน้ำตาคลอได้นะคะ เป็นดราม่าที่เรารู้ว่าเป็นชีวิตจริง
แต่อ่านแล้วได้แรงสู้ชีวิตดีค่ะ


โดย: rebel วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:26:37 น.  

 
โหยๆ หนังน่าดูมาก
น่ากัวว่าดูแร้วจาต้องเสียน้ำตาเปนแน่แท้

อิอิ
ขอบคุนที่มาอยุ่เปนเพื่อนกันกัวผีนะคะ


โดย: สาวบาวแดง (Jenlita*queer ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:53:01 น.  

 
ยอดไปเลยครับ thank ที่แนะนำ อยากดูมาก


โดย: mr.cozy วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:19:13 น.  

 
เรื่องนี้มีหลายคนพูดถึงเหมือนกันค่ะ อ่านรีวิวแล้วก็คงอารมณ์เหมือนกันคือชอบ ...

เราเองยังไม่ได้ดูเลย แต่ว่าอยากหาทางดูให้ได้เหมือนกันค่ะ แตว่าไม่รู้จะดูได้จากที่ไหน


แต่ว่าก็ลองแวะอ่านรีวิวของแต่ละคนไว้ก่อนแล้ว เอาแบบเติมข้อมูลไว้ก่อน ทำให้อยากดูมาเยอะแล้วล่ะคะ ...



โดย: JewNid วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:33:05 น.  

 
เป็นคนที่ดูหนังแล้วเก็บรายละเอียดได้ดีจัง
แถมเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมไปกับการถ่าทอดของเค้ามากด้วย อิอิ
อ่านแล้วสนุกดีอ่ะ
ถึงแม้ว่าหนังบางเรื่อง เราอาจจะไปดูแล้วไม่ชอบ
แต่แค่มาอ่านการวิจารณ์ของเด้ง ก็ทำให้อยากดูอ่ะ
ทำให้รู้สึกว่า หนังมันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่เราคิด
good job man!


โดย: mungkood วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:43:59 น.  

 
อืม...น่าดูทั้งน้าน...แม้ว่าบางเรื่อง จะต้องตั้งใจอย่างมากกกก.....อืม กระแส y นี่มีอิทธิพลมากขึ้นเชงเชง


โดย: ลิงจ๊ากจ๊าก วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:42:47 น.  

 
ซื้อ DVD ดีกั่วเด้ง


โดย: angy_11 วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:47:43 น.  

 
สปอยล์ยิบๆ อะเจ้าคะ

1 Montmartre
อ๊า...เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็ออกแนวงงๆหน่อย ดูจบออกมาเถียงกับเพื่อนว่า"สรุปรู้จักกันมาก่อนรึเปล่าเนี้ย" เพื่อนบอกน่าจะรู้จักกันมาก่อน แต่เราว่าไม่ใช่ น่าจะเพิ่งเจอกัน อ่า...เข้าไม่ค่อยถึง แต่เราว่าไอ้ฝ่ายชายเนี้ยช่างกล้า ตื้อจะไปส่งเค้าขนาดนั้น แต่เอาน้าชอบเหมือนกันเรื่องนี้

2 Quais de Seine
เรื่องนี้น่ารักมาก ลุ้นตลอดเหมืนอกันตั้งกะต้นจนจบ ตั้งกะเข้าไปจนไปเจอคุณปู่(เอ๊ะ รึคุณตาดี) และยังทำให้รู้ถึงมุมมองของเพศด้วย เพราะบางทีสิ่งที่ฝ่ายชายทำนั้นอาจคิดว่าสาวๆจะชอบใจ แต่มันไม่ใช่เลยกลับน่ารังเกียจมากกว่า

3 Le Marais
พลิกกับตอนจบมาก ฮิ้ววว...ซะงั้นอ่า แต่จบได้น่ารักมากๆ เพื่อนเราคนนึงมาดูเพราะว่าตั้งใจมาดูกัสปาร์ อุลลิเยในเรื่องนี้เลยนะเนี้ย

4 Tuileries
แสดงออกถึงความเป็นคนขี้แพ้นี่เน้อ
เพราะขนาดไอ้เด็กเล็กนั้นยังแกล้งอาลุงเนี้ยเลย ถ้าไม่ใช่เฮียสตีฟคงไม่ได้อารมณ์น่ารักอย่างนี้อะนะ

5 Loin du 16ème
ต้องนั่งรถไฟใต้ดิน นั่งนู้นนั่งนี่หลายต่อหลายต่อมาเลี้ยงลูกคนอื่น ส่วนลูกตัวเองฝากให้เค้าเลี้ยง เฮ้อ...แค่คิดก็อารมณ์หม่นหมองแล้วอะ

6 Porte de Choisy
ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง คิดว่าอาจจะสื่อถีงความไม่เกี่ยงทางเชื้อชาติ เพราะบอกว่าให้ผมดำดีกว่าผมบลอนด์ แต่ก็ยังเข้าไม่ถึงอยู่ดี

7 Bastille
อ๊า..โค้ตแดง ทำเอาร้องไห้เลยทีเดียว บิวต์อารมณ์เรามากไปแล้วเรื่องนี้ ฮือ...ถ้าคนเรากลับมารักกันได้โดยไม่ต้องมีการเป็นมะเร็งมากระตุ้นอย่างนี้ก็ดีซิ

9 Tour Eiffel
รอลุ้มเรื่องนี้ เพราะโดยส่วนตัวชอบอนิเมชั่นนักปั่นของเฮียแก และเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกน่ารัก+ขำ+อบอุ่นอีกเรื่อง

10 Parc Monceau
ลองเทคกลับมาอีกแล้วครับท่าน แต่เรื่องราวมันก็ไม่ได้มีอะไรอะนะ เลยเฉยๆไม่เท่าไหร่ อ๋อ แต่แอบอึ้งกะตอนท้าย คิดว่าคุยเรื่องสามีอยู่ แต่ดันกลายเป็นลูกซะงั้นอ่า

11 Quartier des Enfants Rouges
เสียใจกะนักแสดงสาวไปด้วย อาเฮียขายยาดันหายไปซะงั้น สงสารจริงๆ

12 Place des Fêtes
ถ้ามันไม่อยู่ในสถานการณ์อย่างงั้นอะนะ จะไม่ชอบเรื่องนี้เท่านี้ แต่เผอิญมันอยุ่ในสถานการณ์จะตายแล้วเลยชอบ อ๊า อีกอย่างตอนบอกให้รู้ว่ามันต้องผ่านไรมาบ้างก่อนจะมาเจอะหน้าเอกเนี้ย แบบว่า...มันรักขนาดนั้นเชียว ถ้ามีใครมารักชั้นอย่างงี้บ้างก็ดีซิเนี้ย

13 Pigalle
อ่า สรุปเป็นคู่รักเหรอเนี้ย ตอนโปสเตอร์ตอนสุดท้ายอะ มันดันไม่มีซับบอกเลย เราเลยงงๆ เข้าไม่ถึง สูงไปที่จะปีนอะภูเขาลูกนี้

14 Quartier de la Madeleine
ชอบภาพอะแลเวตอนสุดท้ายที่เป็นหัวใจครอบอีก อย่างฮา

15 Père-Lachaise
เรื่องง่ายๆที่ผู้หญิงมักจะบอกผู้ชายเสมอๆ คนเราอะนะถ้าไม่เหมือนกันเลยก็อยู่กันยากอะ ว่าแต่...พ่อผีคนนั้นช่างหล่อจริงๆ อิอิ

16 Faubourg Saint-Denis
สะท้อนมาก คนเราอะนะคบๆกันไปก็เริ่มจะห่างๆกันออกไป การที่จะกลับมารักกันใหม่อีกครั้งเนี้ยมันยากเอาการนะ แต่ตอนสุดท้ายที่พูดว่า "I see you" เนี้ย อืม...ชอบจัง

17 Quartier Latin
เผ็ด ร้อน เปรี๊ยวจี๊ดจ๊าดเลยอยู่ด้วยกันยาก อยู่กันมานานแล้วก็เห็นตับไตไส้พุงหมดแล้วอะเนอะ ฉากสุดท้ายก็สุดๆแล้ว Bitch คำเดียว กรี๊ดดดดด อยากลุกมาปรบมือให้เหมือนตอนดู Love for Share จบจริงๆ

18 14ème Arrondissement
ทั้งๆที่ไม่ได้มีคู่รักกับเค้า ไม่ได้เล่าถึงความรักของตนแต่ก็รู้อะนะว่ามีกลิ่นอายของความรักอยู่ว่าแต่การที่เค้าเอาชาวอเมริกันมาพูดฝรั่งเศสเนี้ยมีความหมายอะไรรึเปล่าน้า? มันทำให้เรารู้สึกจี๊ดอะตอนเค้าพูดฝรั่งเศสสำเนียงภาษาอังกฤษ เหมือนกับอ่านเทรนสปอตติ่งที่เขียนคำพูสำเนียงสก๊อตแลนด์เลย

อ่า จบแล้วจ้า จะยาวไปมั้ยเนี้ย ถ้ายาวไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะก๊าบ


โดย: cheatoneself IP: 125.24.74.64 วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:4:12:56 น.  

 
อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ... มาเม้นต์ในนี้ไปแล้วนี่หว่า.... ทามมายหามายเจอฟระ!


โดย: เรียกข้า... ซาดาโกะ! โหะ โหะ โหะ! aka zardamon IP: 168.120.64.154 วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:9:02:21 น.  

 
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ... หลากหลายดีsrc=https://www.bloggang.com/emo/emo35.gif>
ว่าแต่เพลงเพราะจังเลย

โดย: pheeam IP: 124.121.18.251 วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:0:31:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Holden Caulfield
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




There's nothing wrong with the Blueberry Pie,
just people make other choices.
You can't blame the Blueberry Pie,
it's just... no one wants it.

Friends' blogs
[Add Holden Caulfield's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.