Why looking for true love, when it never exists in this cruel world.
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
Holden ชวนดู : Pan’s Labyrinth เหตุผลที่คนเรามีจินตนาการ (No Spoiler เช่นเคย)

ไม่รู้เป็นไง เมื่อก่อนกว่าจะอัพได้ เข็นแล้วเข็นอีก แต่ตอนนี้ อัพเอาอัพเอา พึ่งกลับจากเกาะช้างครับ มีรูปมาฝากด้วยครับ ถ้าใครยังไม่ได้ดู ไปดูได้ ที่นี่ครับ นะครับ

แล้วก็บอกแล้วว่าพึ่งกลับมา หนังก็เลยได้ดูช้ากว่าชาวบ้านชาวช่องเค้า มาชวนดูตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะยังทันรึเปล่า แต่แบบว่าอ่ะนะ เรื่องนี้มันสุดๆจริงๆ ไม่เขียนถึงไม่ได้แล้วอ่ะครับ

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดสมองต่อร่างกายใหญ่ที่สุด และใหญ่กว่าสัตว์อื่นมาก ถ้าพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา พระองค์มีประสงค์เช่นใด จึงรังสรรค์ให้มนุษย์ดำเนินชีวิตด้วยความคิด จินตนาการ มากกว่าสัญชาตญาณ

เคยมั้ยครับที่ตอนเด็กๆเอาตุ๊กตาออกมาเล่นแล้วสมมุติว่านี่เป็นเจ้าหญิง นั่นเป็นเจ้าชาย, เอาหุ่นยนต์มาต่อสู้กับหุ่นสัตว์ประหลาด เพราะนั่นคือภารกิจกู้โลก, เอาที่นอน หมอน ผ้าห่ม และกล่องมาต่อเป็นปราสาทราชวัง, สวนหน้าบ้านคืออาณาจักร

เคยมั้ยที่นั่งมองก้อนเมฆบนฟ้าแล้วเห็นว่านั่นคือปุยฝ้ายก้อนใหญ่ที่เปลี่ยนรูปร่างได้เรื่อยๆไม่รู้จบ เคยมั้ยที่คอยว่าวันคริสมาสจะมีคุณลุงชุดแดงเคราขาวเอาของขวัญมาให้

แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ด้วยความรู้ที่มีมากขึ้น เราใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ทิ้งจินตนาการไว้เบื้องหลัง ไม่มีแล้วซานตาคอส มีแค่นิทานหลอกเด็กให้เป็นเด็กดีตลอดปีเท่านั้น, บนฟ้านั่นก็ไม่ใช่ปุยฟ้า แต่มันคือละอองน้ำที่เกาะกันอยู่ด้วยประจุไฟฟ้า, เจ้าหญิงเจ้าชายที่เห็นเป็นแค่ตุ๊กตา ส่วนนั่นก็เป็นกองที่นอนรกๆหาใช่ปราสาทไม่

ด้วยความรู้ที่มากขึ้น สายตาที่มองโลกด้วยความจริง น่าแปลกที่โลกที่เห็นกลับไม่สวยงามเหมือนสายตาตอนเราเป็นเด็กมอง ดังนั้นจงอย่าแปลกใจที่บางครั้งการหลุดเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการก็เป็นเกราะป้องกันความโหดร้ายของการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


Pan’s Labyrinth ผลงานล่าสุดของกิลเยโม่ เดล โทโร่ ที่ได้รับคำชมท่วมท้นไปทั่วโลก ไม่มีหัวระแหงไหนที่หนังเรื่องนี้เข้าฉายแล้วจะได้ยินเสียงยี้ ทุกที่สรรเสริญ โดยเฉพาะที่เมืองคานส์ เมื่อหนังฉายจบถึงขั้นมีการยืนปรบมือยาวนานกว่า 10 นาที !!!! หนังอะไรจะเยี่ยมขนาดนั้น

Pan’s Labyrinth เล่าเรื่องราวในสเปนช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลัทธิฟาสซิสเรืองอำนาจ หนูน้อยโอฟิเลียต้องเดินทางไปในชนบทกับแม่ท้องแก่ของเธอ เพราะพ่อเลี้ยงเธอที่เป็นนายทหารใหญ่ต้องการให้ลูกมาเกิดใกล้ๆ การเดินทางที่ลำบากทำให้แม่ของโอฟีเลียป่วยหนัก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


ส่วนการเดินทางครั้งนี้ ทำให้โอฟีเลียได้พบกับเขาวงกตในป่าข้างบ้าน เมื่อเข้าไปที่ใจกลางเขาวงกตเธอได้พบกับฟอน (ครึ่งคนครึ่งแพะ ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคุณทัมนัสตาโตใน nania เลย) ฟอนบอกเธอว่าจริงๆแล้วนั้นเธอเป็นเจ้าหญิงในดินแดนใต้พิภพที่สูญหายไป และกลับมาในร่างใหม่เป็นโอฟิเลีย ซึ่งถ้าโอฟิเลียอยากกลับไปเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง เธอต้องพิสูจน์ว่ามีวิญญาณเจ้าหญิงอยู่ด้วยการปฏิบัติภารกิจ 3 อย่างตามที่ฟอนได้มอบหมาย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ตลอดเรื่องราวที่ผ่านไป กิลเดโม่ เดล โทโร่ เล่าเรื่องราวบนโลกความจริงที่รุนแรง สงคราม การต่อสู้ การเอาตัวรอด และความโหดร้ายของเหล่าทหาร โดยเฉพาะกัปตันพ่อเลี้ยงของโอฟิเลีย สลับกับโลกแฟนตาซีที่บิดเบี้ยว และหดหู่ของโอฟิเลียที่

ที่ถ้ามองให้ดีแล้ว แม้ว่าโลกแฟนตาซีของโอฟิเลียจะน่าสะอิดสะเอียนไปด้วยด้านมืด ความหดหู่ เต็มไปด้วยอมนุษย์ที่ไม่น่าหลุดเข้ามาในเทพนิยายของเด็กได้เลย ความโหดร้ายนั้นยังไม่สามารถสู้กับความเป็นจริงที่เราได้เห็นได้เลย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


อีกครั้งที่กิลเดโม่ เดล โทโร่ นำเสนอจินตนาการที่บิดเบี้ยว ดำดิ่งสู่ด้านมืด ไม่ได้มีสิ่งน่าจรรโลงใจแต่ทรงพลังยิ่งนัก การเล่าเรื่องราว 2 ส่วน ที่ด้านนึงเต็มไปด้วยจินตนาการที่ไปไกลสุดขอบโลกเทพนิยาย ที่ผมไม่อยากจะเรียกว่าเทพนิยายเท่าไหร่ เพราะแค่แฟร์รี่ ตัวฟอน หรือปิศาจไร้ตา ก็แทบจะหลุดออกมาจากนรก น่าหวาดหวั่นเกินทน โดยเฉพาะการที่นางฟ้าน้อยๆถูกจับกัดหัวขาดก็เป็นอะไรที่ทำร้ายความรู้สึกเทพนิยายเต็มที่ ในขณะที่อีกส่วนก็จริงจังขึงขังตามแบบฉบับทหารกลางสมรภูมิ รวมทั้งยังแสดงออกมาซึ่งความโหดร้ายและโรคจิตอย่างไม่มีเก็บไว้ซักนิด

ด้วยเหตุที่ไม่ว่าโลกไหนก็ล้วนแต่ไม่เหมาะกับเด็กอย่างโอฟิเลียทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่เป็นการยากที่เราจะเอาใจช่วยให้โอฟิเลียผ่านอุปสรรคไปได้ทั้ง 2 โลก ในโลกของความจริงขอให้แม่คลอดน้องออกมาอย่างแข็งแรงเพื่อเป็นที่พึ่งของโอฟิเลีย ขอให้ฝ่ายคนดีชนะในสงคราม ในโลกแฟนตาซีก็ขอให้โอฟีเลียสามารถผ่านภารกิจทั้ง 3 ได้ทันเวลา และกลับไปเป็นเจ้าหญิงน้อยดังเดิม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงของหนัง กิลเดโม่ เดล โทโร่ ตรึงคนดูให้ไม่สามารถละสายตาไปได้จากจอหนัง อีกทั้งไม่รอช้าเลยที่จะเพิ่มความโหด ความรุนแรง ความกดดัน และความหดหู่ในทุกนาทีที่ผ่านไป ความหวังของน้องโอฟิเลียและคนดูค่อยๆหมดลงทีละน้อย จนถึงฉากสุดท้ายของเรื่อง

ไม่น่าแปลกใจที่เรื่องนี้จะได้รับกระแสการตอบรับที่ดีขนาดนี้ในทุกที่ที่ไปฉาย เพราะว่าหนังจัดได้ว่าหาที่ติแทบไม่ได้ บทที่ทั้งน่าฉงนสงสัย ทั้งน่าติดตาม อีกทั้งยังสวยงาม ประหนึ่งเทพนิยายที่เราได้อ่านกันตอนเด็กๆ เต็มไปด้วยปรัชญา และสัญลักษณ์ให้ตีความกันมากมาย ถ้าจะให้เขียนถึงคงได้อีกไกล การแสดงก็เป็นของแข็งมากๆอีกอย่างของหนัง ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก และที่ต้องชมมากๆก็คือหนูน้อยที่เล่นเป็นโอฟิเลีย ที่สามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้บนบ่าน้อยๆได้ตลอดรอดฝั่ง สีหน้าแววตาที่ทั้งไม่มั่นใจ หวาดหวั่น ไร้ความสุข ไม่มีความอบอุ่น น่าเชื่อถือเป็นที่สุด

แต่งานที่ต้องชมมากๆคืองานด้านเทคนิคทั้งหลาย ทั้งด้านภาพและด้านเสียง ดนตรีประกอบที่ทั้งหงอยเหงา น่าสะพรึง และน่าตื่นตะลึงไปในเวลาเดียวกัน อีกทั้งในช่วงที่ต้องลุ้นก็กระตุ้นจนเราขาแทบไม่ติดพื้น ส่วนงามด้านภาพนั้น มีรางวัล oscar มาการันตีถึง 3 ตัว ซึ่งก็ไมน่าแปลกใจเลย เพราะเรื่องนี้สร้างโลกในจินตนาการอันบิดเบี้ยว การแต่งหน้าเหล่าสัตว์เทพนิยายให้ออกมาเป็นตัวประหลาดจากนรก งานกำกับศิลป์ที่สร้างเขาวงกตที่มีมนต์สะกดทันที่ที่เห็นว่านี่คือดินแดนแฟนตาซีที่มีอายุไขมานาน ที่ทั้งสวยงาม น่าหลงใหลและน่าสะอิดสะเอียนไปในเวลาเดียวกัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


ถ้าคุณอายุเกินกว่าความเป็นเด็กแล้ว แล้วพบว่าโลกปัจจุบันนี้มันช่างโหดร้ายเหลือคณา พบว่าทุกวันนี้คุณไม่สามารถที่จะนั่งมองก้อนเมฆแล้วเห็นเป็นอะไรอื่น นอกจากกลุ่มไอน้ำได้แล้วนั้น ผมอยากชวนคุณเข้าไปพิสูจน์ความเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ครับ

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เค้าบอกว่าไอสไตน์พูดแบบนั้น ซึ่งผมก็คิดว่ามันจริง เพราะถ้ามีแค่ความรู้คุณก็จะเห็นแต่ความเป็นจริง ยากที่จะเห็นอีกโลกมันมหัศจรรย์แค่ไหน และคนเราจะคิดต่อยอดไปไกลเท่าใด ความรู้สั่งสอนกันได้ แต่จินตนาการคุณต้องเลือกที่จะมีเอง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เมื่อดูจบแล้วอารมณ์ความหดหู่ของตัวหนังมันยังวนเวียนอยู่รอบตัวผม ออกจากโรงอย่างซึมเศร้า เสียงเพลงกล่อมเด็กในเรื่องวนเวียนดังอยู่ในหัว ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนต้องข่มตานอนนั่นแหละถึงหาย เรื่องสุดท้ายที่ทำแบบนี้ได้คือ Brokeback Mountain ไม่ว่าจะอย่างไร ด้วยความเยี่ยมในตัวหนัง และอารมณ์ติดพัน หนังเรื่องนี้ต้องติด 1 ใน 10 หนังที่ผมชอบที่สุดในรอบปีนี้แน่นอน

และสำหรับคนที่ดูแล้วสงสัยว่าหนังเรื่องนี้จบอย่างไร รอยยิ้มในตอนจบของน้องโอฟิเลียทำให้คนดูต่างคิดได้มากมาย อยู่ที่ว่าประสบการณ์แต่ละคนจะตอบว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่ว่าสำหรับผมนั้นประสบการณ์สอนผมว่าโลกใบนี้ไม่สวยงามเท่าไหร่หรอกครับ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket




enjoy your day


Create Date : 22 เมษายน 2550
Last Update : 22 เมษายน 2550 10:51:14 น. 37 comments
Counter : 974 Pageviews.

 
=v=

อยากดูเรื่องนี้จัง....


โดย: นามาเอะวะฮิโยโกะเดส วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:11:00:32 น.  

 
เพลงหม่นมากๆ เลยค่ะ ฟังแล้วเศร้าขาดใจ...


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:11:04:21 น.  

 
อยากไปดูมากๆ เลยค่ะ แต่แววว่าจะไม่ได้ดูในโรงออก ฮือๆๆๆๆ T^T


โดย: Clear Ice วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:11:28:52 น.  

 
ท่าทางจะสะเทือนอารมณ์น่าดูแฮะ


โดย: กายแก้ว วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:11:41:31 น.  

 
ถ้าจะดูต้องรออีกสองสามเดือนรอยืมจากห้องสมุด ฮ่ะๆ

เขียนบทความได้น่าอ่านมาก เก่งจังค่ะ


โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:11:47:23 น.  

 
อดดูตามเคย

ลิสต์หนังที่อยากดูยาวเป็นหางว่าวแล้ววว



โดย: สตอเบอร์รี่นมเขย่า (<Strawberry Milk Shake> ) วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:12:51:51 น.  

 





อยากดูค่ะ




โดย: icebridy วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:12:59:53 น.  

 
ชอบหนังแนวเนี้ยละ


โดย: nakwan6 วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:13:00:55 น.  

 
ตอนแรกเราได้ดีวีดีผีเรื่องนี้มา ก็ดูไปครึ่ง ชม. ล่ะ แต่สุดท้ายก็ปิด แล้วคิดว่าหนังแบบนี้ต้องดูในโรง
ก็รอหลายเดือนเลย แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ


โดย: BAYROCKU วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:13:10:18 น.  

 
มายืนยันอีกเสียงครับว่า Pan's Labyrinth เป็นหนังที่น่าไปดูอย่างมาก

แต่ห้ามพาเด็กๆเข้าไปดูเด็ดขาด ถ้าคิดว่ามันเป้นหนังแฟนตาซีเหมือน Narnia หรือBridge to Therabithia ล่ะก็ คิดผิดถนัด


โดย: Kino (das Kino ) วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:13:13:24 น.  

 
ดูไม่ทันแล้ว รอดูวีซีดีคับ


โดย: frank3119 วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:13:16:28 น.  

 
ชอบค่ะชอบ..


โดย: renton_renton วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:13:53:35 น.  

 
อยากจะบอกว่าดูมา 2 รอบแหนะครับ แหะแหะ รอบแรกดูเอง รอบ 2 มีคนเลี้ยง ให้ไปดูเป็นเพื่อน

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำออกมาน่ะ ทรงพลังมากมาย ผมน่ะเอาใจช่วยโอฟิเลียสุดชีวิต ในทั้ง 2 รอบ แหมว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่า โอฟิเลียเองก็สามารถหาทางออกในแบบที่เธอทำได้แล้วล่ะ

ไม่ว่าจะดูไปกี่รอบ พอถึงฉากโหดๆ ทีไร ยังหลับตาปี๋เหมือนเดิม


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:14:22:06 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลย ท่าทางจะน่าดูมาก ขอบคุณที่คุยถึงหนังให้ฟังนะคะ


โดย: haiku วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:16:09:43 น.  

 
แวะมาดู แล้วก็จากไป หนังเรื่องนี้มะใช่แนว


โดย: mungkood วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:17:47:57 น.  

 


ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วเหมือนกันค่ะ ไม่ชอบตอนจบของเรื่องเหมือนกัน รู้สึกว่าเค้าบริสุธิ์เกินกว่าที่จะได้รับคำตอบแบบนั้น เศร้าค่ะ

แต่ก็ชอบเนื้อเรื่องที่สร้างให้สงครามมาเกี่ยวข้องกับจิตนาการของเด็กและแม่บ้านที่ยอมเข้ามาเป็นสปายในบ้านหลังนั้น... ตื่นเต้นดีค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:18:57:54 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูหนังมาพักใหญ่แล้วค่ะ

คิดถึงการดูหนังจริงๆ

ไปเที่ยวเกาะช้างมาเหรอคะ

คนเยอะแหงๆ เลย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:19:40:48 น.  

 
สำหรับเรา เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึงเลยค่ะ ให้ข้อคิดอะไรหลายอย่างมาก

ประทับใจค่ะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ สงคราม และจินตนาการ เอามารวมกันอย่างลงตัวจริงๆ


โดย: mimoza วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:20:49:38 น.  

 
เพลงเศร้ามาก ทีมของหนังบอกว่านี้คือหนังต่อต้านสงคราม โดยใช้เด็กตัวน้อยเป็นตัวแทนของที่ถูกกระทบ แล้วหนังก็สุดโต่ง แบบว่าคนๆหนึ่งจะมีด้านมืดด้านเดียว (เหมือนกระตูน) ส่วนเด็กน้อยผู้น่าสงสารใช้จินตนาการในการหลบเลี่ยงความโหดร้าย (มีโอกาศเป็นโรคจิตได้ หากเธอรอดจากชะตากรรม) แต่หนังก็กระชากคนดูในตอนท้ายว่าจะลุ้นเสียให้ยาก โดยให้เธอพบกับสิ่งที่ถือวาดไว้ (ในอีกมิติ) ไม่ชอบเรื่องนี้เพราะเศร้าเกิน ชอบเรื่องนี้เพราะทำได้งัยวะ


โดย: 1 (appendiculata191 ) วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:22:11:14 น.  

 
ก็ชอบนะครับ ..แต่ก็ยังรู้สึกว่าบทมันมีจุดอ่อนอยู่ดี แต่สไตล์ที่ตื่นตา และวิธีเล่าที่ลากเราจากฉากต่อฉากไปอย่างต่อเนื่องไม่ปล่อยให้เราได้คิดอะไรได้มากนัก ก็ถือว่าเป็นชั้นเชิงที่ไม่เลว แต่บอกตามตรงว่าโหดร้ายทั้งรูปแบบและเนื้อหาเลยทีเดียว


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:22:47:22 น.  

 
อยากดูสุด ๆ เรื่องนี้


โดย: art (นักต้มตุ๋น ) วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:0:38:49 น.  

 
น่าดูอะคับ แต่คงจะอด เพราะจังหวัดผมไม่เข้าฉาย


โดย: tpipe วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:14:02:42 น.  

 
เห็นด้วยว่าฟอนเรื่องนี้ แตกต่างมากๆกับเรื่องนาเนีย แล้วก็น่ากลัวกว่าตั้งเยอะ


โดย: PANDIN วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:14:15:40 น.  

 
ฝนว่านะคะถ้าเราดูหนังแล้วเราอินไปกับหนังเรื่องนั้น ก็คงเป็นเรื่องธรรมาดาที่หนังจบแล้ว เรายังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เพิ่งผ่าน คงต้องใช้เวลาซักนิดเพื่อที่จะลบภาพ หรือความรู้สึกตรงนั้นไปนะคะ ฝนชักจะอดใจไม่ไหวแล้วจิ อยากดูมั่ง แต่จะมีโอกาสผ่านมาทางฝั่งยุโรปไม๊น้อ

รึไม่ก็คงต้องรอเป็นแผ่นหรือรอให้เข้าโปรแกรมทางทีวี


โดย: Malee30 วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:18:57:17 น.  

 
ตกลงเจ๊จะต้องดูมั้ยเด้งจัง เพราะเจ๊เซ้นท์สิถีบบบบบบม๊ากมั่ก แค่เพลงก็หดหู่แล้วววว ไปดู "หมวยนารก เมล์ยกล้อ" ดีกั๋ว ไปป่ะๆ เจ๊ยังไม่ชวนใครเลยนะเนี่ย 123 ว๊า..หมดเวลานาทีทอง

ปล.เจ๊ชอบที่เด้งเล่านะ มันเข้าถึงอารมณ์ได้ดีมั่ก มันเหมือนเจ๊เข้าไปนั่งในหัวใจเด้งเลยแหละ ฮี่ๆๆๆ<<< แนวชั่วอีกแล้วเรา กร๊ากก



โดย: โจเซฟิน วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:20:26:07 น.  

 
รอดีวีดีแล้วกันผม...เพราะยังบินอยู่เล้ย...โน่นแน่ะต้นเดือนหน้าถึงจะกลับเมืองไทย...ขอบคุณที่แวะไปนะค้าบบบบ


โดย: Kurt Narris วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:20:31:12 น.  

 
เยี่ยมครับเรื่องนี้ เด๋วรอให้มาฉายบนเครื่องก่อน... อีกไม่นาน...


โดย: namit วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:23:10:44 น.  

 
มาขอแอดนะคับบบบบ


โดย: Kurt Narris วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:3:34:15 น.  

 
ขยันไปทะเลจริงๆ

ช่วงนี้หนังเนิงไม่ได้ดูเลย เพราะไม่มีคนดูด้วย

แต่เขียนได้น่าดูทีเดียวเลยนะ เด้ง

โดยเฉพาะ นายทหารใหญ่ ไม่รู้เป็นไง อ่านเป็น นายทวารใหญ่


โดย: Nutty Professor วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:11:33:06 น.  

 
น่า ดู มั่กๆ ฟ่ะ ขอบใจนะย้า


โดย: angy_11 วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:11:45:30 น.  

 
โห ตัวประหลาดน่ากลัวจริง


โดย: ณ มน IP: 203.146.63.183 วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:1:51:17 น.  

 
Hello from USA krab


โดย: Kurt Narris วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:13:00:05 น.  

 
ดูแล้ว ชอบมากๆ สุดยอด
ยกให้เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องเลย


โดย: zmen วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:13:42:36 น.  

 
คงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อดดูค่ะ
ไม่รู้เวลาหายไปไหนหมด


โดย: rebel วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:20:27:15 น.  

 
ไม่ค่อยได้ดูแนวนี้สักเท่าไหร่ค่ะ แต่น่าสนใจดี


โดย: varissaporn327 วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:11:38:06 น.  

 
น่าดูเหมือนกันนะเนี่ย...


โดย: Jannyfer วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:11:31:58 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ตอนจบเศร้าสะเทือนใจจนบอกไม่ถูก เพลงก็เพราะ เศร้าตามอารมณ์ของหนังมากๆ ออกจากโรงหนังเนี่ยเศร้าค้างไปเลย
เจ้าปีศาจ The pale man สร้างได้สยองมากๆค่ะ


โดย: arcardia sqaure IP: 125.25.79.116 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:04:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Holden Caulfield
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




There's nothing wrong with the Blueberry Pie,
just people make other choices.
You can't blame the Blueberry Pie,
it's just... no one wants it.

Friends' blogs
[Add Holden Caulfield's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.