'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

เดินด้วยเท้า...ก็ไม่เหงาเกินไป

ถ้าถามนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ว่าใคร
ว่าชอบการเดินทางแบบไหน
ฉันว่าต้องตอบเหมือนกัน ว่าชอบเดินทางด้วย "เท้า"


ฉันเองก็เป็นคนหนึ่ง...ไม่ว่าจะเตร็ดเตร่ร่อนเร่ไปไหนมาไหน ขอให้ฉันได้ใช้ขาสองข้างทำงานบ้าง โดยการเดิน เดิน เดินและเดินไปนู่นมานั่นมานี่...เดินชมแดด ชมเมฆ ดูใบไม้ใบหญ้า สูดกลิ่นแห่งธรรมชาติ ให้ลมเย็นปะทะหน้าและเคลื่อนที่ไปตามจังหวะมนุษย์เดินดินทั่วไป




ย่ำแฟรงเฟิร์ต



ทุกครั้งทุกครา การใช้เท้าเดิน ก็ทำให้เราเคลื่อนไหวในจังหวะที่เชื่องช้าและเท่าเทียมกันกับความคิด ไม่เดินทางจนเร็วเกินไปเหมือนเครื่องบิน ไม่เวิ้งว้างเกินไปเหมือนนั่งเรือในทะเลกว้าง ไม่เคร่งเครียดเกินงามเหมือนขับรถด้วยตัวเอง แต่การเดินเพลิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ในจังหวะของโลก...ก็ทำให้ได้เห็นอะไรอีกหลายอย่างที่เคลื่อนที่ในจังหวะเดียวกัน




นั่งพักที่สวนผีเสื้อ



ถ้าเหนื่อยนักก็นั่งพักให้ขาสองข้างและเท้าที่เหยียบพื้นมาตลอดได้อยู่เฉย ๆ ซะบ้าง...วางให้อยู่ในระนาบเดียวกันกับพื้นดิน ไม่ต้องตั้งตรงตลอดเวลา ไม่ต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายในฉับพลัน แต่ปล่อยปลายเส้นทางเอาไว้อย่างนั้น ให้มันรอเราเสียบ้าง...บางทีการเดินทางถึงช้าไปสักหน่อย ก็อาจจะได้ค้นพบอะไรระหว่างที่นั่งพักก็เป็นได้





นั่งเล่นตอนกลางคืน ที่กัวลาฯ




แม้เหมือนว่าจะเดินทางคนเดียว แต่ฉันมีเท้าสองข้างเป็นเพื่อนของกันและกัน...ฉันเชื่อว่ามันคุยกันตลอดเวลาที่ก้าวย่างไปเรื่อย ๆ เดินมองฟ้ามองนกไป ก้มลงมองเท้าทั้งสองข้างทีไร ก็รู้สึกไม่เหงาเกินไป เพราะเห็นมันเดินเคียงกัน...ได้ยินเท้าสองข้างคุยกันอย่างรู้ใจ ทะเลาะกันบ้างนิดนึง แต่อีกหน่อยก็กลับมาดีกันเหมือนเดิมและยังคงเดินเคียงกันไปกระหนุงกระหนิงอย่างนั้น...




เดินเล่นไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก



การเคลื่อนที่อย่างสุนทรีย์...ฉันเองก็มีความคิดเป็นเพื่อน...หลายครั้งที่ฉันได้นิ่งกับการก้าวเดินทีละก้าว ความคิดฉันก็หยุดอยู่กับการย่างกราย คลี่แผ่ความคิดนั้น ๆ ให้เจนชัดและเปิดเผย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับรื้อค้นเรื่องราวอดีต ถอดถอนออกไปจากใจ ทบทวนปัจจุบันว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ และตั้งคำถามกับอนาคตพร้อมกับตอบว่าจะมุ่งมั่นไปให้ถึงจุดที่เลือก...




สลับกับถ่ายตึกแฝด...กัวลาลัมเปอร์



ไม่ว่าการเดินทางครั้งไหน...ฉันก็ต้องใช้เท้าลงไปก้าวย่าง แม้จะมีรอยเท้าแค่เพียงลำพังตลอดเส้นทาง...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเหงาเกินไป เท้าของฉันมีเพื่อนสองข้าง ฉันก็มีความคิดเดินเล่นไปด้วยพลาง ๆ มิเช่นนั้น ถ้าเท้าฉันไม่ได้สัมผัสและเดินดุ่ม ความคิดฉันไม่ได้ก้าวไปพร้อมกับตัวเอง ฉันจะถือว่า ฉันยังไม่ได้ไปเยือนที่นั้น ๆ อย่างแท้จริง



Create Date : 25 มีนาคม 2551
Last Update : 25 มีนาคม 2551 4:09:44 น. 47 comments
Counter : 847 Pageviews.

 
เป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง


โดย: BrettAnderson วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:6:12:34 น.  

 
บล๊อกใหม่อัพเสร็จเรียบร้อยแล้วเน่อ แวะไปเยี่ยมเยียนกันได้เรยทีเดียว


โดย: BrettAnderson วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:6:58:45 น.  

 
การเดินทางด้วยเท้า ทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากกว่าด้วยค่ะ
ถ้าเรานั่งรถ มันก็จะได้แค่มองผ่านเลยไป
แต่ถ้าเราเดินด้วยสองเท้าของเรา อยากหยุดก็หยุด อยากแวะที่ไหนก็ทำได้
แม้ว่ามันจะเมื่อยสักหน่อย แต่มันก็ภูมิใจว่าสองเท้าของเราเอง

สวัสดีเช้าๆ วันทำงานค่ะ


โดย: หมูอ้วนเดินย่ำต๊อก (◕‿◕✿) (pigarea ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:7:01:58 น.  

 
พอดีนั่งอ่านสามก๊กอยู่ มีตอนนึงน่าสนใจก็เลยจะเอามาฝาก คงจะยาวอีกแต่ไม่ยาวมาก ก็อย่าถือสาล่ะ ทำบ้านเธอรก

เป็นข้อแนะนำที่น่าเอาไปปรับปรุงใช้ในชีวิตได้เลยทีเดียว ยิ่งถ้าได้เป็นผู้บริหาร หรือหัวหน้าคน นี่คือปรัชญาหลักการบริหารคนที่น่าเก็บใส่ใจไว้มากเลย

เป็นตอนที่โจโฉกำลังกังวลว่าจะรบกับอ้วนเสี้ยวดีหรือไม่ เพราทหารโจโฉน้อยกว่าอ้วนเสี้ยวมาก

กุยแกที่ปรึกษาจึงแนะนำโจโฉ คำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำที่พลิกประวัติศาสตร์จีนหน้าหนึ่งเลยทีเดียว เป็นการแสดงถึงสติปัญญาของกุยแก ว่าเหนือกว่าที่ปรึกษาคนอื่นๆที่อยู่รุ่นเดียวกันในทีมที่ปรึกษาโจโฉด้วย

กุยแกพูดว่าอะไรบ้าง ก็ตามอ่านจากข้างล่างนี้ได้เลย

..............

กุยแกจึงว่า ครั้งพระเจ้าฮั่นโกโจกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทำการศึกนั้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้มแข็ง แล้วก็มีทหารเป็นอันมาก ฝ่ายพระเจ้าฮั่นโกโจนั้นทหารน้อยแต่ชำนาญในการศึก คิดเอาชัยชนะฌ้อปาอ๋องได้ เนื้อความทั้งนี้ย่อมแจ้งอยู่ ซึ่งอ้วนเสี้ยวมีทหารเป็นอันมากแต่หาความคิดมิได้ ท่านอย่าปรารมภ์ด้วยทหารเราน้อย ถ้ายกไปทำการศึกแก่อ้วนเสี้ยว ข้าพเจ้าจะเห็นท่านมีชัยชนะสิบประการ แลอ้วนเสี้ยวนั้นจะแพ้แก่ท่านสิบประการ โจโฉจึงถามว่า เราจะชนะสิบประการนั้น แลอ้วนเสี้ยวจะแพ้สิบประการนั้นฉันใดท่านจงวิตถารให้เราแจ้ง

กุยแกจึงว่าท่านจะชนะสิบประการนั้น คือท่านมิได้ถือตัว ถ้าจะกระทำการสิ่งใดถึงผู้น้อยจะขัดท่านว่าผิดแลชอบ ท่านก็เห็นด้วย ประการหนึ่ง น้ำใจท่านโอบอ้อมอาราต่อคนทั้งปวง แล้วจะทำการสิ่งใดก็ถือเอารับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้เป็นประมาณ คนทั้งหลายก็ยินดีด้วย ประการหนึ่ง ท่านจะว่ากล่าวสิ่งใด ก็สิทธิ์ขาดมีสง่า คนทั้งปวงยำเกรงท่านเป็นอันมาก ประการหนึ่ง ใจท่านสัตย์ซื่อเลี้ยงทหารโดยยุติธรรม ถึงญาติพี่น้องผิดก็ว่ากล่าวมิได้เข้าด้วยผู้ผิด ประการหนึ่ง ท่านจะทำการสิ่งใดเห็นเป็นความชอบก็ตั้งใจทำไปจนสำเร็จ ประการหนึ่ง ท่านจะรักผู้ใดท่านก็รักโดยสุจริตมิได้ล่อลวง ประการหนึ่ง ท่านเลี้ยงคนที่อยู่ใกล้กับอยู่ไกล ถ้าดีแล้วเลี้ยงเสมอกัน ประการหนึ่ง ท่านคิดการหนักหน่วงให้แน่นอนแล้วจึงทำการ ประการหนึ่ง ท่านจะทำการสิ่งใด ก็ทำตามขนบธรรมเนียมโบราณ ประการหนึ่ง ท่านชำนาญในการสงคราม ถึงกำลังข้าศึกมากกว่าท่านท่านก็คิดเอาชัยชนะได้ เป็นสิบประการ

ฝ่ายอ้วนเสี้ยวจะแพ้ท่านสิบประการนั้นคืออ้วนเสี้ยวเป็นคนถืออิสริยยศมิได้เอาความคิดผู้ใด ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวเป็นคนหยาบช้า ทำการโดยโวหารประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวจะว่ากิจการสิ่งใด มิได้สิทธิ์ขาด ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวเห็นแก่ญาติพี่น้องของตัว มิได้ว่ากล่าวตามผิดแลชอบ ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวจะคิดการสิ่งใด มักกลับเอาดีเป็นร้ายเอาร้ายเป็นดี มิได้เชื่อใจของตัว ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวจะเลี้ยงผู้ใดมิได้ปรกติ ต่อหน้าว่ารัก ลับหลังว่าชัง ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวกระทำความผิดต่างๆ เพราะฟังคำคนยุยง ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวจะทำการสิ่งใด เอาแต่อำเภอใจ มิได้ทำตามอย่างธรรมเนียมโบราณ ประการหนึ่ง อ้วนเสี้ยวมิได้รู้ในกลศึก แต่มักพอใจทำการศึกล่อลวง จะชนะก็ไม่รู้จะแพ้ก็ไม่รู้ เป็นสิบประการ ข้าพเจ้าจึงว่าท่านจะชนะสิบประการ อ้วนเสี้ยวจะแพ้สิบประการ ดังนี้


โดย: BrettAnderson (BrettAnderson ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:8:11:33 น.  

 
ขอบคุณมากนะครับที่แวะไปเยี่ยมที่ Blog
เนียกผมว่าโบ๊ตก็ได้ครับ ดูหนิดหนมดี ฮิฮิ

ผมล่ะทึ่งคุณจัง..ที่ไปไหนมาไหนคนเดียวได้
ผมเป็นผู้ชายยังไม่ค่อยได้ทำอย่างนี้เลยครับ..
และก็แอบอิจฉาที่ได้ไปเที่ยวที่ต่างๆด้วย ฮิฮิ

ผมอยากฝึกภาษาม้งเหมือนกันนะครับ
เพราะลูกค้าผมส่วนมากเป็นชาวเขาเผาม้งเหมือนกัน
ซึ่งก็ได้อานิสงฆ์มาจากพี่นายเพราะเค้าเห็นเราคบกัน เลยเชื่อใจผม
ผมก็พยายามทำอย่างดีที่สุดไม่ให้เสียชื่อเค้านะคับ


เรื่องปั่นจักรยานที่เชียงของมีพี่วัชระ ที่เขียนหนังสือคนขี่เสือ
เป็นพี่เลี้ยงผมครับ พี่เค้าแนะนำจักรยาน สอนการซ่อมดูแล
ต้องขอขอบคุณพี่วัชระผ่าน Blog คุณด้วย ฮิฮิ

.......................

มาถึงเรื่องเดิน..ผมนะชอบเดินเหมือนกันครับ
แต่ไม่ค่อยมีคนอยากเดินกับผมเท่าไร..แฟนผมว่าจะรีบไปไล่ควายที่ไหน
ก็เลยเดินด้วยกันไม่ค่อยได้ พาลจะพากันหงุดหงิด...

ถ้ามีโอกาสจะเตรียมรองเท้าคู่โปรดไปย่ำถิเบต ซักครั้งดูครับ
อยากไปฝากรอยเท้าที่นั้นจัง...


โดย: Little Knight วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:8:45:18 น.  

 
เรื่องน่ารักจังค่ะ อ่านแล้วอยากพาเท้าสองข้างของเราไปเที่ยวมั่ง แต่เท้าชอบประท้วงว่าเหนื่อย เฮ้อ...มีเท้าขี้เกียจก็เลยไม่ค่อยได้เดินเที่ยว


โดย: apple_cinnamon วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:9:13:25 น.  

 
เออ แกชอบถ่ายเท้าเหมือนพี่เลยว่ะ พี่ก็ถ่ายเท้าตัวเองทุกทีเหมือนกัน ว่างๆ จะเอามาลงแข่ง 5555

แต่ย่ำไปไม่ไกลจากเมืองไทยเท่าไรหรอก

พี่ก็ชอบเดินนะ โดยเฉพาะแถวมหาลัย ทุกวันนี้ยังเดินอยู่ทุกเสาร์ อาทิตย์ เดินจากมหาลัยไปร้านกาแฟที่ท่าเตียน เดินจากท่าเตียนไปหาอะไรกินที่ข้าวสาร เพลินดี

จะกลับมาเมืองไทยเหรอจ้ะ

ขอให้สนุกกับการอยู่เมืองไทยนะ

พี่ขอไปทำธุระกับดอกซากุระแป๊บ

เดี๋ยวกลับมา


โดย: แอบชอบ คห. ข้างล่าง วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:10:03:41 น.  

 
ภาพแรกสวยมากครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:10:39:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ..
คิดถึงน้องสาวจัง อ่านแล้วน่ารักจัง พี่ก็ชอบเดินนะตอนไปเกาหลีเดินทั่วโซลเลย แหละ พี่สบายดีค่ะ


โดย: มุกสีทอง วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:12:34:01 น.  

 
มาเดินด้วยคน... อยากเดินไปในที่ไกลๆ ห่างจากผู้คนที่คุ้นเคยจังน้อง



โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:13:00:12 น.  

 
กลับมาแระน้องปอยเอ๋ย..วันนี้มาคุยกันเรื่อง เท้าที่ก้าวเดินหรือก้าวย่างเนอะ..

ปกติพี่เป็นคนที่เดินเร็ว แล้วถ้าเป็นในเมือง สังคมเมืองโดยเฉพาะ กทม. รดติด ชอบลงเดินดูโน่นดูนี่มากกว่า...
ในขณะที่ก้าวย่างให้อะไรได้มากกว่านั่งจับเจ่าอยู่ในรถเมล์
อย่างล่าสุดไป เมืองหลวง พี่สามารถเดินได้หลายป้ายรถเมล์ โดยไม่รู้สึกเบื่อ..แล้วมีความสุขในการเดินทุกครั้งด้วยน๊ะ..
ถามว่าเวลาเดินเร็วๆ ชอบเดินคนเดียว เพราะถ้าเดินเป็นกลุ่ม แล้วเพื่อนตามไม่ทัน เราจะรู้สึกเป็นห่วงคนที่เดินด้วย.
ถ้าจะต้องเดินแล้ว ขอไปแบบสันโดษดีกว่า..

ในเส้นทางที่เดิน อยากแวะตรงไหนก็ได้แวะ อยากเดินต่อเมื่อไหร่ ก็ใจเราเอง..นี่คือเสน่ห์ ของการเดินคนเดียว..
บางเวลาอยากนั่งมองคนเดินทางผ่านมา ก็ทำให้ได้คิดอะไรๆ ดี ความสุขเกิด เมื่อใจเรามีความพอน่ะว่ามั้ยน้องปอย

คิดถึงนะจ๊ะน้องสาว


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:13:48:50 น.  

 
อยากใช้เวลาค่อยๆ เดินเที่ยวอย่างคุณบ้าง
เราเป็นประเภท รีบๆ เดินอยู่เสมอ ....
อืมม์ ....อยากให้เท้าตัวเองสวยพอจะถ่ายมาอวดได้บ้างจัง ...


โดย: นัทธ์ วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:15:18:14 น.  

 
การเดินคนเดียว..ก็ให้ความรู้สึก"อิสระ"ดีนะปอย
เมื่อก่อนตอนที่เรามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆเราก็ตัวคนเดียว
คนที่บ้านก็ทำงาน...ไม่มีเวลาว่างมากนัก
การย่ำเท้าไปบนถนนที่ที่เราไม่คุ้นเคยเพียงลำพัง
ก็ทำให้เรา"อ้าวว้าง"ไม่น้อยนะ...เวลาที่เราต้องเดินคนเดียว
แม้จะมีเท้าทั้งสองข้างเป็นเพื่อน แต่มันก็"ไม่อบอุ่น"หัวใจเท่าไหร่
..
..
เดินคนเดียวกับเดินสองคน..มันต่างกันมากเชียวล่ะ
เรารู้สึกได้เลย...ช่วงที่ท่องไปในถนนคนเดิน..คนเดียวมันแอบเหงาในใจ
แต่พอช่วงที่เรามีนางฟ้าน้อยในท้อง...แม้จะแต่ในท้องนะ
แต่เรารับรู้ว่า..ยังมีคนอีกคนเป็นเพื่อนเดินทางไปกับเรา
ความรู้สึกมันอบอุ่นขึ้นนะ...เรามีความมั่นใจ...ในการก้าวเดินมากขึ้น
..
..
บางครั้ง...มีชายหนุ่มแปลกหน้า..มาแซวเล่น
เมื่อก่อนเราจะรูสึกเขินๆแปลกถิ่น...แต่พอช่วงที่เราท้องนางฟ้าน้อย..
แม้จะท้องเล็กๆมองไม่เห็น...แต่ความมั่นใจทางใจมันเพิ่มขึ้น
คราวนี้..เวลามีหนุ่มาแซวเล่น..เราก็จะเชิดหน้าด้วยความมั่นใจว่า..ฉันมีลูกแล้วจ้า...อย่ามาจีบฉันเลย
..
..
แต่ก็นะ...ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน
บางคนชอบ..ที่จะเดินย่ำไปคนเดียวด้วยความ...อิสระเสรี
แต่บางคนก็รู้สึกมีความสุขมากกว่า...ที่จะได้ก้าวไป
โดยมีใครซักคนคอยเดินเคียงข้าง..มองดูสองข้างทางด้วยกัน
..
..
เดินคนเดียวหรือสองคนก็ดีเหมือนกัน..เนาะปอย
ขอเพียงเดินทางไป...ด้วยหัวใจ..ที่เปี่ยมสุขก็พอ


โดย: nikanda วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:16:35:16 น.  

 
แอบอัพบล็อกไม่บอกกันเยย

พี่หนูหล่อก็ชอบเดิน ยิ่งถ้าตามทางเดินมีของกินเด็ดๆด้วย
จะใส่รองเท้าคู่เก่งไปเนได้เป็นชั่วโมง เจเจวันอาทิตย์ก็ดีนะครับ ซื้อแล้วเดินกินไปเรื่อยๆ ก๋วยเตี๋ยวยังใส่ชามให้ปรุง
เองแล้วเอาไปเดินกิน บางทีก็กินนิดเดียว พอเห็นอะไร
ถูกใจอีกก็ทิ้งแล้วซื้อใหม่ กินเสร็จแล้วข้ามไปอตก.
ซื้อๆๆๆ แล้วหอบลงรถใต้ดินกลับบ้าน ไม่ต้องทำกับข้าวไป
อีกหลายวัน

แต่เท้าก็เป็นอวัยวะที่น่าสงสารนะครับ ต้องทำงานหนักมาก
แค่เรายืนเฉยๆก็ต้องแบกน้ำหนักเราแระ จึงสมควรดูแล
ให้ดี ซื้อรองเท้าดีๆแม้จะแพงให้ใส่ด้วย ส่วนคุณสุภาพสตรี
ก็ต้องทำเล็บให้สวยด้วยใช่มะครับ

เดิน พวกเราเดิน ถ้าหวังก้าวหน้า เราต้องพากันเดิน...
ส่วนหนึ่งของเพลงปลุกใจยุคจอมพลป. ครับ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.220.95 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:16:41:41 น.  

 
หนูหล่อพูดถึงเหลี่ยมทู่ๆของตัวเองน้าคุณเบร็ท... ของคุณ
เบร็ทน่ะ กลม เลยไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นจะกลิ้งได้งัย อิอิ
กลิ้งไว้ก่อนแม่สอนไว้ วิ้ววว ใช่มะ

ใช่แล้วครับ ท่านประสิทธิ์ฯคือท่านโค้วตงหมง ท่านจากไป
นานแล้วครับ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.220.95 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:17:30:04 น.  

 
ดีจังค่ะคุณปอย
การได้เดินทาง และเดินเที่ยวเป็นความสุขอย่างแท้จริงที่ได้ผ่อนคลาย มองข้างทาง ผู้คน สิ่งแวดล้อม อย่างละเลียด
ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนการจิบกาแฟเลยค่ะ

วันนี้ได้เห็นเท้าคุณปอยด้วยล่ะ อิอิ แอบแซวค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:17:42:08 น.  

 
ไปดูหนังมาอีกแล้ว รีวิวเหมือนเดิม หนนี้จะพยายามไม่ให้ยาว

ONCE ครั้งหนึ่ง... เมื่อเราเจอกัน




Photobucket



How often do you find the right person

ยิ่งรัก เธอมีความฝันหรือเปล่า?

หากใครก็ตาม กำลังหมดหวัง กำลังสิ้นแรงบันดาลใจ และกำลังคิดว่าไม่มีใครสักคนที่เกิดมาเพื่อตัวเรา...หนังเรื่องนี้ จะเป็นคำตอบทุกอย่างที่คุณกำลังตามหา

หนังว่าถึงเรื่องนักดนตรีข้างถนน ที่ไม่รู้พรสวรรค์ของตัวเอง เขาเล่นดนตรีข้างถนนด้วยกีตาร์โปร่งเก่าๆตัวหนึ่งในดับลิน ชายหนุ่มอาศัยอยู่กับพ่อที่เปิดร้านซ่อมเครื่องดูดฝุ่น

จนมาวันหนึ่งหญิงสาวคนหนึ่ง(หนังเรื่องนี้ไม่บอกชื่อตัวละครทั้งสองตั้งแต่ต้น จนจบเรื่อง)มาพบเขาในคืนที่เงียบเหงาและเขากำลังเล่นดนตรีบนถนน...เพียงลำพัง บนถนนที่เงียบและหนาวเหน็บ ทั้งคู่ได้พบกันและกัน

หญิงสาวเป็นแม่ม่ายลูกหนึ่ง ที่อพยพมาจากสาธารณรัฐเชค เธอขายดอกไม้บนถนนในดับลิน บางครั้งถึงได้งานทำเป็นแม่บ้านทำความสะอาด แล้วแต่ว่าใครจะมาจ้างเธอ

แล้วเมื่อทั้งสองมาพบกัน เธอก็มาเติมเต็มชีวิตให้กับเขา เมื่อเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เขากล้าที่จะร้องเพลงที่ตัวเองแต่งขึ้นมา และเขาก็เติมเต็มชีวิตให้กับเธอ เมื่อเขาให้เธอได้กลับมามีโอกาสเล่นเปียโนอีกครั้ง

เมื่อสิ่งที่ยังขาด ต่างอยู่ในตัวของคนที่อยู่ตรงหน้า ความฝันที่วาดหวังไว้ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

...แต่บางครั้งการที่เป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะได้ร่วมทางชีวิตกันในบั้นปลายเสมอไป

สุดท้ายทางรถไฟก็เป็นเพียงแค่สับรางเพื่อมาเจอกันชั่วคราว ก่อนจะแยกไปตามเส้นทางของมัน และไม่มีวันที่จะบรรจบกันอีกตลอดกาล

...........................

หนังได้ เกล็น แฮนซาร์ด นักดนตรีร๊อคชาวไอริชชื่อดังของวง The Frames แสดงบทเป็นชายหนุ่ม และได้ มาร์เกตต้า เออโกลว่า นักดนตรีหญิงชื่อดังชาวเช็ค รับบทเป็นหญิงสาว

หนังได้รางวัลเพลงประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยมจากออสการ์ปีล่าสุด และได้รางวัลAudience award จากซันแดนซ์ ...นี่คือรางวัลการันตีความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ และเมื่อชั้นดูหนังเรื่องนี้จบก็ไม่รอช้าที่จะไปเสียตังค์อีก 400 บาท เพื่อซื้ออัลบั้มเพลงประกอบภาพยนต์

เท่ากับการดูหนังเรื่องนี้ต้องใช้ทุนไป 500 บาทรวมค่าตั๋ว

ชั้นสาบานกับตัวเองว่า ชั้นจะไปดูอีกหลายๆครั้ง เท่าที่โอกาสจะอำนวย

............................

บางทีประโยคที่ชายหนุ่มถามหญิงสาวในตอนกลางเรื่อง เป็นภาษาเช็คว่า "ยังรักเขาอยู่หรือเปล่า"

คำตอบที่หญิงสาวตอบกลับมา แม้ทุกคนทั้งชายหนุ่ม และคนดูในโรง จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ชั้นเชื่อว่า เมื่อหนังจบ คำตอบของเธอที่บอกไว้ มันคงสื่อออกมาให้รู้ได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว

"ชั้นจะรักเขาตลอดไป"

และประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มพูดกับหญิงสาว

"ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกันในเวลาที่ต้องการ"

แล้วเรา ก็ต่างมีเส้นทางของตัวเอง

หาดูให้ได้นะ





โดย: BrettAnderson (BrettAnderson ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:17:45:38 น.  

 
ลืมบอกไปอีกประโยคนึง

How often do you find the right movie?



โดย: BrettAnderson วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:17:47:10 น.  

 
หวัดดีครับน้องปอย


พี่ก๋าชอบเดิน
แต่ชอบเดินบนภูเขา
ชอบเดินในธรรมชาติ

แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้เดิน
เพราะไม่ใช่แนวมาดาม 555

เลยเปลี่ยนเป็นเดินห้าง 5555

...................


มีรูปนึงน้องปอยทาเล็บสีม่วงด้วย
อิอิอิ --- มั่นมากเลยนะครับ หุหุหุ




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:21:21:08 น.  

 
อันนี้อีกเพลงนึง เพราะมากๆ ฟังแล้วนึกถึงบรรยากาศเพลงในยุค 80-90






โดย: BrettAnderson วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:21:33:01 น.  

 
คุณปอยเป็นคนละเอียดอ่อนเหมือนกันนะครับ เท้าแต่ละย่างก้าวล้วนบ่งบอกถึงเป้าหมายของชีวิต

"ถ้าเท้าฉันไม่ได้สัมผัสและเดินดุ่ม ความคิดฉันไม่ได้ก้าวไปพร้อมกับตัวเอง ฉันจะถือว่า ฉันยังไม่ได้ไปเยือนที่นั้น ๆ อย่างแท้จริง"

บางครั้งคนเราก็อยากจะปลดปล่อยชีวิตไปตามเท้า โดยที่ไม่มีเป้าหมายเป็นตัวกำหนดก็ได้นะครับ

แวะเข้ามาอ่านภาษาสวยๆจากสาวแมงป่อง ดูแลสุขภาพด้วยครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:23:18:39 น.  

 
เค้าถึงมีคำว่า "นักเดินทาง" นะคะ ไม่งั้นก็จะกลายเป็นคำว่า "นักนั่งทาง" คือนั่งรถไฟหรือเครื่องบิน แต่ไม่ได้เดินชมสถานที่และความงาม ^^


โดย: pim(พิม) วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:4:04:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมนะค่ะ
รูปแต่ละรูปภาพ สื่อความหมายได้ดีจัง
น่าอิจฉาจังเลยค่ะ ที่ได้ไปเที่ยวหลายหลาย
โลเกชั่น
มาที่แฟรงเฟริ์ต บ่อยไหม
วันหลัง ชวนมาเที่ยวที่บ้านค่ะ
อยู่ไม่ห่างจากที่นั้นเท่าไหร่


โดย: Prettymaew วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:7:46:26 น.  

 
หวัดดีจ้า น้องปอย วันนี้ดีขึ้นนิดนึงแระ

ยังไม่หยุดเดินอีกน่ะ จขบ..

เอ..ใครก็ชมว่าเท้านางฟ้าสวย เออ..เห็นด้วยแฮะ อิ อิ อิ

สงสัยจะกางปีกอยู่ ใช่มั้ยน๊อ..
ขอให้บินอย่างมีความสุขค่ะ
ไปล่ะจ้า


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:11:44:26 น.  

 

รูปสวยทุกรูปเลยค่ะพี่ปอย

ปามก็ชอบเดินนะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินช๊อปปิ๊ง 555+

ปล. เล็บเท้าสีเปรี้ยวมากกก


โดย: soda_zappp IP: 58.9.151.194 วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:17:50:26 น.  

 
เชียร์ๆ เรื่องนี้ต้องเชียร์ โปรโมทไปหลายที่แล้ว มาขอเพิ่มที่นี่อีกที เพราะเห็นคนเข้าเยอะฮิฮิ

ONCE ครั้งหนึ่ง... ซึ่งมีฝัน





Photobucket




ในชีวิตของคุณ เคยมีฝันมั้ยครับ

แล้วรู้สึกบ้างหรือเปล่าครับว่าการไปสู่จุดสูงสุดของความฝันนั้น เรามักจะทำไม่ได้ด้วยตัวของเราเพียงคนเดียว...

แล้วรู้สึกบ้างหรือเปล่าครับว่า เพื่อบรรลุตามความฝันที่หวังไว้นั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีแรงบันดาลใจ มีแรงกระตุ้น หรืออะไรก็ตาม ที่จะทำให้เรายังคงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับความฝันของเรา และไม่ล้มเลิกมันไปได้ง่ายๆ...และสิ่งนั้นก็คือ ใครสักคนที่จะปรากฎตัวออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของโลกใบนี้ มาอยู่ตรงหน้าเราในเวลาที่เราเริ่มเดินห่างจากความฝันของเราออกไปทุกทีๆ

คนๆนั้นจะเป็นเหมือนผู้ชี้ทาง และผู้ผลักหลังของเรา มือของเขาจะคอยปลอบประโลมเวลาที่เราท้อแท้ สายตาของเขาจะคอยรับฟังปัญหาของเราอย่างเงียบๆ หูของเขาจะทำหน้าที่สัมผัสถึงความรู้สึกของเรา เพื่อคอยพิจารณาว่าจังหวะไหนควรให้กำลังใจเราอย่างไร

เคยเจอคนอย่างที่ว่ามั้ย หรือเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างหรือเปล่า

ชายหนุ่มในภาพยนต์เรื่องนี้เจอ เหมือนที่คุณเคยเจอ(ถ้าคุณเคยเจอ) และเหมือนที่ผมเคยเจอ

ชายหนุ่มที่มีฝีไม้ลายมือการแต่งเพลง และเล่นกีตาร์อย่างยอดเยี่ยม แต่เขาไม่กล้าที่จะเปิดโอกาสของตัวเองไปในที่ๆมีทุกอย่างรองรับกับพรสวรรค์ของเขาอย่างที่ลอนดอน เขาเพียงแต่เล่นดนตรีอยู่ในดับลิน เป็นเพียงนักดนตรีข้างถนน ที่รอเศษเงินเล็กๆจากคนที่มาฟังผลงานของเขา

แต่แล้วในค่ำคืนหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนจะเป็นเทพธิดาจากสวรรค์ ก็ลงมาพบเขา และเมื่อนั้นก็เหมือนกับว่า หนทางสู่ความสมหวังของความฝันของเขานั้น เปิดประตูรอรับเขาอยู่เบื้องหน้าแล้ว

ผิดแค่ว่าเทพธิดาองค์นี้ เธอเป็นเพียงผู้หญิงขายดอกไม้ตามท้องถนน บางครั้งก็เป็นแม่บ้านทำความสะอาดเท่านั้น และเธอยังเป็นแม่ของลูกสาวหนึ่งคน ที่เพิ่งอพยพมาจากสาธารณรัฐเชคฯ

การปรากฎตัวของเธอเสมือนหนึ่งว่า เธอมาพบเขาเพื่อให้ความฝันของเขาเป็นจริง เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เขาได้ลงห้องอัด ได้บันทึกเสียง ได้เอาผลงานของเขาไปเสนอในลอนดอน ตามค่ายบริษัทเทปต่างๆ

แล้วเมื่อชายหนุ่มก็ได้ทำอย่างที่ตัวเองฝัน เทพธิดาจากสวรรค์ก็เหมือนจะจากไป เธอปรากฎกายลงมาเพียงเพื่อให้ความฝันของชายหนุ่มเป็นจริง

.....

ในมุมของหญิงสาว การได้พบชายหนุ่ม ก็เปรียบเสมือนการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มีโอกาสจะได้ทำอีกแล้ว เมื่อเธออพยพมาไอร์แลนด์

เธอได้กลับมาเล่นเปียโนอย่างจริงๆจังๆอีกครั้ง ตามความใฝ่ฝันของเธอ เธอได้ค้นหาคำตอบให้กับตัวเองว่า ชีวิตของเธอนั้น ระหว่างความฝัน กับความเป็นจริง เธอควรจะอยู่กับสิ่งใด

อย่างน้อยๆการได้พบชายหนุ่ม ก็ทำให้ชีวิตของหญิงสาวเหมือนได้กลับมารู้สึกกับสิ่งที่เรียกว่าความรักอีกครั้ง เธอได้รู้จักตัวเอง ได้ทำตามความฝันของตัวเองเต็มที่แล้ว ก่อนที่เธอจะกลับไปสู่โลกของความเป็นจริง

โลกที่เธอไม่มีทางที่จะได้ร่วมเดินไปกับชายหนุ่มตลอดกาล

......................................

หนังพยายามชูจุดของการค้นหาตัวเอง และค้นพบตัวเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่หนังฝั่งยุโรปชอบนำเสนอ ยิ่งหนังจากฝั่งอังกฤษด้วยแล้ว (แม้หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังไอริชก็ตามที) ประเด็นเรื่องการค้นหาความฝัน และค้นหาตัวเอง ก็เป็นส่วนสำคัญ

แต่การค้นหาความฝันของหนังเรื่องนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงควบคู่กันไป คนเราเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็ไม่อาจทำอะไรเพื่อตัวเองได้อย่างเดียว เพราะเราจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นด้วย หากเรามัวแต่มุ่งที่จะเดินไปตามความฝันของตัวเองเพียงอย่างเดียว โดยไม่เหลียวแลคนรอบข้าง หรือคนที่รักเรา เมื่อถึงจุดที่เราฝันหรือหวังไว้ คุณแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่คุณได้รับ มันคุ้มกับสิ่งที่คุณได้สูญเสียมันไป

หนังแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของชีวิต ความผูกพันธ์ของคนสองคน

บางทีช่วงเวลาที่ทั้งสองได้มาเจอกัน แม้จะสั้น แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่สวยงาม บริสุทธิ์ ทั้งสองมีแต่กำลังใจให้กันและกัน เป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน โดยไม่มีเรื่องเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง

บางทีความสัมพันธ์ของคนเรา ไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลา หากแต่ว่าอยู่ที่สิ่งดีๆที่ได้กระทำต่อกันเมื่อได้มาพบกันนั้นต่างหาก ว่ามันมีค่าควรแก่การจดจำขนาดไหน

แล้วเมื่อต่างคน ต่างก็เดินทางไปตามหนทางของตัวเอง ในใจของทั้งสองคนก็จะยังจดจำถึงเรื่องราวและเวลา ที่ทั้งสองคนได้มาพบกัน แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม...

...........

น่าเสียดายนะครับ หนังเรื่องนี้น่าจะได้เปิดตัวเป็นวงกว้างมากกว่านี้ ไม่ใช่ฉายอยู่โรงเดียวอย่างทุกวันนี้ ผมมองไปที่โปรแกรมของโรงหนังใหญ่ๆแล้วก็ถอนใจ มันไม่น่าจะยากที่จะขอแทรกเรื่องนี้ลงไปสักเรื่อง ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่อาจจะรู้สึกอยากดูอะไรที่มากกว่าหนังรักวัยรุ่นอย่างปิดเทอมใหญ่ฯ หนังที่พูดถึงความฝันและเพลงประกอบภาพยนต์ที่เพราะอย่าง "เห้ๆ" เรื่องนี้ น่าจะกุมหัวใจคนได้ไม่แพ้กันได้เลยทีเดียว ผมเชื่ออย่างนั้นเลยล่ะครับ

.....

เคยให้นิยามความรักกันไว้มั้ยครับว่าเป็นอย่างไร ผมเองก็รู้ตัวเองว่าตัวเองมีความรักบ่อยๆ แต่ให้อธิบายออกมาก็อธิบายออกมาไม่ได้เหมือนกัน ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ผมรู้สึกได้ ผมบอกได้ว่าผมรักใครอยู่

ความรู้สึกที่เติมเต็มให้แก่กัน เขาคนนั้นคือคนที่ใช่ ก็เป็นความรักได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นตลอดทั้งเรื่อง ทั้งสองคนจะถามถึงอดีตคนรักของแต่ละฝ่ายอยู่เรื่อยๆหรือ

เพียงแต่ว่าความรักครั้งนี้มันบริสุทธิ์และเป็นนามธรรมเกินกว่าที่ทั้งคู่จะสมหวังไปกับมันได้

ดังนั้นความรักที่สวยงามที่สุด ก็คือความรัก ที่ทั้งสองคนได้รับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกัน และเลือกที่จะคงความรู้สึกนั้นไว้ตลอดกาล โดยไม่ร่วมทางกันเดินด้วยกัน เพื่อให้รักนั้นไม่ถูกทำลายจากเรื่องใดๆก็ตามในวันข้างหน้านั่นเอง

...........

ดูหนังเรื่องนี้จบ ผมถึงได้รู้สึกกับตัวเองว่า ตัวเองลืมความฝันไว้อย่างหนึ่ง และมาบัดนี้ก็มีโอกาสที่จะได้กลับไปทำความฝันนั้นอย่างจริงจังเสียที... ไม่รู้ว่ารออะไรอยู่

วันนี้ผมอาจจะเดินไปคนเดียว และทำความฝันนี้อยู่คนเดียว แต่ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า จะมีใครก็ตาม มาปรากฎตัวตรงหน้า และช่วยกระตุ้นและผลักดันผม ให้ทำความฝันนี้ให้บรรลุเป้าหมาย

เหมือนอย่างที่หนังเรื่องนี้ได้ทำหน้าที่ของมัน โดยปรากฎมาตรงหน้าผม ในวันที่ผมกำลังขาดแรงบันดาลใจ และกำลังงุนงงและสับสนกับชีวิตของตัวเองอย่างถึงที่สุด

หนังเรื่องนี้กำลังดึงผมให้กลับมาสู่หนทางที่ผมควรจะได้ลงมือทำจริงๆจังๆเสียที

"คุณยังรักเขาอยู่หรือเปล่า"

"ฉันจะรักเขาตลอดไป"


โดย: BrettAnderson (BrettAnderson ) วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:19:29:01 น.  

 
ขอบคุณน้องปอยที่แวะไปทัก ช่วงนี้กลับมาถึงดูไบแล้วนะค่ะ
หลังจากที่พักร้อนเต็ม 1 เดือน....


โดย: เด็กโคราช ณ ดูไบ (meephrom ) วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:19:47:46 น.  

 
แวะมาทักทายค่า ...ภาพสวยมากๆเลยค่ะ


โดย: lovers วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:22:53:09 น.  

 
//sstv.siamsport.co.th/clipvdo/ViewClipVDO.asp?C=00001960


โดย: BrettAnderson วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:10:50:52 น.  

 
อ้าว ทำไมมันไม่ขึ้นหว่า


โดย: BrettAnderson วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:10:51:17 น.  

 
เขียนอะไรอีกก็คงไม่ขึ้นแล้วละครับ คุณปอยว่าผู้โดยสาร
คนนี้ใช้น้ำหนักเกินพื้นที่แระ ให้รอบล็อกหน้าครับ

เฮอะ เฮอะ วันนี้ คุณเบร็ทไปไหนหนูหล่อไปด้วย จำ
ใจครับ สาวๆหายหมด เนี่ย พี่หนูหล่อก็มาเหล่ๆหาคุณปอย
น้า


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.219.180 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:14:53:11 น.  

 
โอ๊ะโอ เก๋ค่ะเก๋ เคยถ่ายรูปเท้าแต่เป็นเท้าคนอื่น
เอามาให้เพื่อนๆ แถวนี้ดู ฮากระจาย
คือเท้าไม่สวยแบบนี้อ่ะค่ะ
เป็นเท้าชายหนุ่ม ส้นแตกๆ หน่อย
วันก่อนเพิ่งได้รับการ์ดจากเพื่อนคนหนึ่ง
เขียนว่า Give the woman the right shoes and she can conquer the world.
หรือว่าท่าจะจริงคะ
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:17:43:23 น.  

 
ใช้น้ำหนักพื้นที่เกินไม่เป็นรายหรอกครับ แต่ถ้าน้ำหนักผู้โดยสารเกินนี่มีเคืองกันเลยทีเดียว

คุณหนูหล่อไปบ้านคุณผักบุ้งบ้างเน้อ เจ้าของบ้านเขาชวนๆอยู่เหมือนกัน



โดย: BrettAnderson วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:17:46:23 น.  

 
ปุ๊กชอบภาพที่กัวลาลัมเปอร์จังคุณปอย ^^
ให้อารมณ์อิสรชนนักเดินทางดีค่ะ การนั่งกับพื้นก็ให้อารมณ์การเดินทางที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบดีเนอะ

ครั้งนึงสมัยเรียน เพื่อนชวนไปสะพานพุทธ แล้วเดินต่อไปที่ปากคลองตลาด
ตะลอนเรื่อยไปจนถึงราชดำเนิน แล้วนั่งรถกลับรังสิตตอนหกโมงเช้า
เป็นการเดินที่ทรหดที่สุด ยาวนานที่สุด ทำเอาถึงห้องแล้วหลับเป็นตาย แต่ก็ได้อารมณ์ดีค่ะ
เพราะชีวิตปกติของปุ๊กคงไม่ค่อยมีโอกาสไปเดินตะลอนนอกบ้านหลังเที่ยงคืน
หรือนึกจะนั่งกับพื้นฟุตบาธก็นั่งซักเท่าไหร่
ได้เห็นชีวิตคนอื่นในยามราตรีก็สนุกดีเหมือนกัน ^^

อ่านที่คุณปอยเล่าพร้อมกะดูภาพสวยๆ แล้วทำเอาอยากเที่ยวจัง
ตอนนี้ห่างไกลจากจังหวะสุนทรีย์ๆ แบบนี้หลายกิโลอยู่เหมือนกันค่ะ –_-“
อยากพักร้อนยาวๆ ไปไหนเงียบๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ช้าๆ ไม่ต้องแข่งกะเวลาบ้าง

ขอบคุณน๊าคุณปอยที่แวะไปถามไถ่ทุกข์สุข
ตอนนี้ปุ๊กสุขภาพแข็งแรงพอควรค่ะ (ที่ไม่เต็มร้อยเพราะความเร็วตกเนื่องจากนน.ขึ้น 55)
แต่ก็เคลียร์เรื่องงานนิดหน่อยเลยไม่ค่อยได้มาอัพเดทเลย
จะว่าไปก็อัพอยู่นิดหน่อยแต่ไม่ได้โชว์ในหน้าหลัก ถ้าว่างก็แวะไปฟังเพลงได้นะคะ ^^

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hobbit&month=27-03-2008&group=1&gblog=70


โดย: Hobbit วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:17:56:23 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะพี่หนูหล่ออออออ...ไว้จะอัพเล่าให้ฟังน้า

แหม พูดเรื่องเดินไปกินไป แล้วหิวขึ้นมาเลยนะคะ
การเดินไปกินไปมันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองไทย
ยังไงไม่รู้ เพราะว่าอาหารฟุตบาธเยอะแยะเหลือเกิน
กินกันไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็ยังกินกันต่อ ฮ่า ๆ ๆ
เห็นอะไรน่ากินไปหมด ลูกชิ้น ปลาหมึก ไอติมไผ่ทอง
แหม พูดแล้วอยากกินเหลือเกินค่ะ อาหารฟุตบาธเนี่ย
เดินไปกินไป แหมจะเสียมารยาท แต่มันมันส์ชะมัดเลย
นึกถึงจตุจักร อตก. แล้วก็งานวัด เหมาะจริง ๆ

พี่หนูหล่อเป็นผู้เฝ้าบ้านที่น่ารักจริง ๆ เลยค่ะ
มีการไล่คนทำบ้านรกอย่างอ้อม ๆ ให้ด้วย อิอิ
แต่ท่าทางยังไม่รู้ตัวนะคะน่ะ ใครว่าใช้พื้นที่เกินแล้วจะไม่ว่า
ไม่ว่าน้ำหนักเกินหรือพื้นที่เกินก็ว่าทั้งนั้นแหละ ฮ่ะ ๆ
อะไรที่มันเกินไปมันก็ไม่ดีสักเท่าไหร่หรอก...
ใคร ๆ ก็ชอบอะไรที่พอดี ๆ ไม่ขาดไม่เกินนะคะ

เดือนหน้าจะได้กลับเมืองไทยตั้งแต่ต้นเดือนเลยค่ะ
ดีใจจังเลย...กลับไปตรงกับสิ่งที่อยากจะทำด้วย
เดือนที่แล้วก็กลับไปดูละครบางรักซอย 9 มาด้วย
เพื่อนบอกว่าอยู่เมืองนอกก็เหมือนอยู่เมืองไทย
ได้ทำอะไร ๆ หลายอย่างเกือบครบที่คนอยู่เมืองไทยทำ
ดีค่ะ...จะได้ไม่รู้สึกว่าห่างไกลกับเมืองไทยเกินไป

พูดเรื่องของกินแล้วหิวค่ะ ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า อิอิ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:18:06:22 น.  

 
เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
เค้าเขียนว่า
รองเท้าดีๆจะพาเราไปยังสถานที่ดี

หลายครั้งที่เราไปไหนมาไหนคนเดียว
ในสถานที่แปลกตา
กับรองเท้าคู่ใจ
และมีเสียงเพลงในหูฟัง
เราบอกตัวเองว่า
ช่วงเวลาเหล่านี้
เป็นช่วเวลาที่สงบ
และโลกใบนี้ก็ช่างสวยงามเหลือเกิน



โดย: little_fuku (ไม่ได้ล๊อกอินจ้า) IP: 124.120.183.57 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:19:34:29 น.  

 
ดีจังครับที่กลับมาแล้ว ท่าทางจะสบายดีมีความสุขด้วยน้า

แล้วจะมาคอยดูบล็อกใหม่นะครับ

คุณแป๋งน่ะ หนูหล่อก็เย้าๆ ไปงั้นแหละ วันไหนไม่ได้
ขัดคอเขารู้สึกชีวิตจะขาดๆอะไรไปมะรุ เหมือนกินไข่เจียว
ลืมใส่น้ำปลาพริกครับ 555


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.226.43 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:19:44:53 น.  

 
เดินเท้าเที่ยวไปถึงไหนแล้วน้อ อิอิอิ





โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:20:50:35 น.  

 
หวัดดีครับน้องปอย

ที่ขนลุกเพราะอากาศหนาวรึเปล่าครับ




หุหุหุ

ราตรียังอีกยาวครับ

พี่ก๋าเพิ่งเปิดคอมครับ
ตะกี้นั่งทำรูปไปพักใหญ่ ช่วงนี้รูปค้างเต็มเครื่องเลย 5555

ตอนนี้ใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวครับ
คิดเอาเองล่ะกันว่ารูปเยอะขนาดไหน

กลอนเปล่าที่น้องปอยอ่าน
พี่เพิ่งเขียนตอนเย็นนี่แหละครับ
นึกอะไรไม่ได้ก็เปิดคอม เอารูปอัพลงไป
แล้วก็เขียนสดๆไปเลย 5555


ดอกที่เห็นชื่อพวงแสดครับ
สวย แต่ไม่มีกลิ่นหอมครับ
บานช่วงนี้แหละครับ
หน้าบ้านพี่ก๋ามันขึ้นแบบรกๆ เพราะเป็นไม้เลื้อย
แต่พอออกดอกก็ต้องยอมรับว่า
"สวยจริง" ครับ



น้องปอยกลับมาแล้วเหรอ



โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:21:35:21 น.  

 
อิจฉาคนโสดจัง...อยากไปเที่ยวไหนก็ได้ไป
ดีจังค่ะ...ปอยกลับมาแล้ว..แล้วก็ไปเยี่ยมเรา
..
..
ก่อนอื่นขอบคุณอย่างมากมายที่อ่านงานเขียนของเราแล้วชอบและวิจารณ์
แค่รู้ว่ามีคนอ่านแล้วชอบก็ดีใจมากแล้วค่ะ ส่วนความรู้สึกของฝ่ายชาย มีแน่นอนค่ะ อยู่ในคอนเซ็บอยู่แล้วเป็นตอนสุดท้าย
แต่ยังไม่ได้เขียนเลย...เพราะไม่รู้หัวอกของผู้ชาย กลัวเข้าไม่ถึงจิตใจของตัวละคร
..
..
ดีแล้วค่ะ...ที่ปอยเดินคนเดียวได้อย่างมีความสุข
เรายังกลัวเลยว่า ถ้าวันนึงต้องเดินคนเดียวบ้าง จะเป็นอย่างไร
มันกลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว ที่ต้องมีคนอีกคนเดินด้วยกัน
ตั้งห้าปีแล้วนี่เนาะ...มันเหมือนเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยาวนานไม่แพ้กัน เมื่อย้อนนึงถึงวันเก่าๆ...บอกไม่ถูกอะ
..
..
เราอยู่Albenga ในSavona ใกล้ๆกับGenovaน่ะ
เป็นเมืองเล็กๆค่ะ สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินในMilan
ถ้ากลับเมืองไทย..ต้องใช้สนามบินที่Milanหรือไม่ก็Nizzaในฝรั่งเศส
..
..
ฝันดีเช่นกัน...จะรอปอยมาคุยกันอีก


โดย: nikanda วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:5:39:46 น.  

 
ขอบใจที่ไปเม้นเน่อ

งงกับตรงที่บอกว่า dof กับความหลักแหลมของ tv av น่ะ ไม่เข้าใจตรงตัว dof น่ะ คืออันหยัง

เรื่องสอนโฟโต้ชอป ถ้าออนตรงกันเด๋วจะสอนนะ แต่งรูปมันไม่ยากอะไร เพิ่มความคมชัดให้ภาพ และปรับแค่ความสว่างเท่านั้นแหละ

ใช้คำสั่งหลักๆสองสามตัวเท่านั้น

ฟิล์มน่ะ เขาก็แต่งเอาเหมือนกัน ลองถามพวกที่ชมรมถ่ายภาพสิ ฟิล์มก็แต่งสีได้

การแต่งภาพไม่ใช่เรื่องผิดกฎอะไร ใครเขาก็ทำกัน เพราะเราแต่งภาพ แต่เราแต่งองค์ประกอบของภาพไม่ได้นี่ เราแต่งได้แค่สีกับแสง แต่องค์ประกอบ ไอเดีย ความคิดที่เราต้องการจะสื่อ ยังงัยๆมันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แก้ไขอะไรไม่ได้

อย่าเข้าใจผิด โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ อย่างเรื่องจำนวนภาพที่ถ่ายกว่าที่จะได้ภาพมาดีๆนั้น บางทีเขาก็กดในรูปเดียวกัน (แต่เปลี่ยนมุมนิดหน่อย) เป็นสิบ เพราะสายตาที่เรามองกับที่มองในกล้อง มันต่างกัน ดังนั้นต้องลองถ่ายไปเรื่อยๆ

ไม่มีใครหรอกจะกดออกมาได้ดีทุกรูป

อยากบอกมานานแระ แต่ถ้าเธอเจอก็ฝากชมไปด้วยแล้วกัน

เรื่องกล้อง ถ้าขายคงไม่ซื้อรุ่นที่ด้อยกว่านี้ ยอมรับว่างานนี้เท้าไม่ติดดินเสียแล้ว เคยใช้ของดีๆแบบนี้มาก่อน จะให้กลับไปใช้ที่มันด้อยกว่านี้ก็ทำใจยาก

เป็นคนยึดติดน่ะ นับเป็นข้อเสียได้เหมือนกัน ไม่เปิดใจเท่าไหร่

ว้า พิมพ์ยาวอีกแระ ไม่ตั้งใจเลยนะเนี่ย


โดย: BrettAnderson วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:7:51:09 น.  

 
สวัสดียามเช้าวันศุกร์ค่ะคุณปอย

แหะๆ ที่อัพบล็อกนู้นก็มีคนถามเหมือนกันว่าไปเที่ยวไหนมากันแน่ เฉลยที่บล็อกคุณปอยนี่แหละค่ะ ว่าไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันมาหน่ะค่ะ ได้ทำอะไรแบบนี้บ้างก็รู้สึกสบายใจดีนะคะ

เรื่องเท้าหน่ะ ใครบอกว่าไม่สวยคะ ไม่จริงหรอกค่ะ
ไม่ต้องเขินๆ

มีความสุขนะคะ


โดย: BeCoffee วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:8:21:55 น.  

 
หวัดดีค่ะ น้องปอย ขอบคุณมิตรภาพเน้อ..น้องเอ๋ย
เท้าสวยนะจ๊ะ คิดเหมือนคุณอ้อนนะ

ท่าทางจะบินเหนื่อยนะน้อง พักผ่อนสะสมพลังไว้ก้าวเดินนะคะ

ชอบค่ะปกติแล้วชอบเดิน ทุกที่ ชมนกชมไม้ก็ยิ่งชอบวันนี้เปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ ได้ยินเสียงนกเสียงกา ไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน

พอดีก่า เดี๋ยวมาใหม่ค่ะ คิดถึงค่ะ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:10:42:39 น.  

 
สวัสดีวันศุกร์เช่นกันครับคุณปอย พรุ่งนี้หยุด 2 วัน จะพาเท้าน้อยๆ ทั้ง 2 ข้างไปไหนเอ่ย... หรือจะพาเค้าไปพักผ่อนที่สปา อิอิ

สำหรับผมเย็นนี้ต้องไปต่างจังหวัดกว่าจะกลับก็วันจันทร์ตอนดึกเลยครับ

ตำรวจเค้ามีโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ แล้วบล็อกมีโครงการฝากบล็อกไว้กับใครดีละครับ .....

กลับมาแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ ....


โดย: nongmalakor วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:15:09:52 น.  

 
สงสัยว่าช่วงที่พี่เม้นท์บล็อกนี้มันคงจะแบบว่า dc
แหงๆ เลย เพราะพี่จำได้ว่าบล็อกนี้พี่เม้นท์ก่อนแล้ว
และก็ได้ไอเดียเชียนเรื่องรองเท้าที่อัพไปวันก่อนล่ะจ้ะ
เอ่อ แฮะ เน็ตเป็นแบบนี้ประจำเลย ทำให้สับสนว่า
เม้นท์แล้วหรือว่าไม่เม้นท์


ว่าด้วยเรื่องการเดิน .. เมื่อก่อนเป็นพวกไม่ค่อย
ชอบเดินเลยนะคะ เพราะว่ามันเหนื่อย เป็นพวกขี้เกียจ
ไปไหนก็ชอบจะนั่งรถ ไม่ก็ปั่นจักรยานไป เพราะว่า
เลือกได้ก็ดีกว่าการเดิน แต่เดี๋ยวนี้เหรอ เดิน ๆๆ
เรียกว่าเด็กๆ ค่ะ อาจจะเพราะว่าไปอยู่ทางฝั่งยุโรป
มาก่อน เลยติดนิสัยคนที่นั่น แล้วเวลาไปเที่ยว การเดิน
ก็ช่วยเราให้เห็นอะไรตามตรอกซอกซอยได้ดีเชียวค่ะ
เลยไม่ค่อยพลาดกับการเดินเล่น กินลม ชมวิล ชิลๆ


ว่าแล้วบ้านเรานี่ถ้าหากว่าอากาศไม่ร้อนสักหน่อย
คาดว่าการเดินก็เป็นทางเลือกหนึ่งเหมือนกันนะว่าไม๊เอ่ย
เพราะจริงๆ มันได้เห็นอะไรเยอะดีนะ เพลินดีพี่ว่า
แต่ว่าบางทียอมรับว่ามันก็น่าเบื่อเหมือนกันถ้าหากว่าต้องเดิน
ผ่านทางประจำ ...อย่างเมื่อก่อนนี้ไปทำงานที่แยกเหม่งจ๋าย
ต้องเดินเข้าถนนจากหน้ารัชดาเดินเข้าไป แรกๆ ก็สนุกดี
หลังๆ ชักเบื่อ เลยยอมเปลืองเงินนั่งมอไซด์ออกมา
แต่ว่ามีลุ้น เพราะว่าขี่กันที เสียวเข่าเราไปครูดกับรถที่เค้าจอดติดกันน่ะคะ


โอ้ว เหมือนรำลึกความหลังครั้งเก่าเลยแฮะ ๆ


โดย: JewNid วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:21:18:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ.. ตามมาจากบลอคของตัวเองค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่แวะไปเยี่ยม และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ



โดย: BlueSkyFlyAlone วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:1:25:30 น.  

 
ชอบมาก??????


โดย: nan saiburi IP: 125.24.74.37 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:0:04:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.