เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 มกราคม 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 16

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 16 .....๐๐

บทที่ 16



แบล็ค ฮาร์ท ปอดบวม..สงสัยเป็นเพราะผมอาบน้ำให้บ่อย ต้องทิ้งไว้ให้คุณหมอรักษาที่คลินิกสัตวแพทย์


ผมแวะเวียนไปดูเจ้าสองตัววันละหลายครั้ง อาการไม่ดีขึ้น จนวันที่สามโลกใบเล็กๆ ของผมแทบพังทลาย..ผมจะบอกคุณน้าจ้า คุณน้ำค้าง และคุณเด่นได้อย่างไร!

เช็คใบนั้นถูกนำมาขึ้นเงิน คุณหมอคิดค่ารักษาตัวละสามพัน สองตัวหกพันบาท ผมนำแบล็คฮาร์ทไปฝังใกล้ๆ ร่างของสวยเพียงลำพังไม่อยากยุ่งเกี่ยวพูดคุยกับใคร ไม่ได้เว่อแต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

คงเป็นผมที่เป็นคนทำให้แบล็คฮาร์ทตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ..ใครจะรู้ ใครจะคาดเดาได้ ทีอีกห้าตัวไม่เห็นเป็นไรยังแข็งแรงดี พวกเขาคงสงสัยว่าพี่น้องหายไปไหน และคงงงกับปฏิกิริยาซังกะตายของผม

ทำไม? ทำไม? แบล็คฮาร์ทจึงอ่อนแอกว่าอีกห้าตัวทั้งที่ดูแข็งแรงร่าเริง..คืนสุดท้ายยังจูบตอบผมทั้งสองตัว แข็งแรงจนสามารถปีนข้ามลังออกมาบนที่นอน ทำไมปอดบวมดื้อๆ พร้อมกัน หรือว่า..หรือว่า..


คุณเด่น! คุณเด่น!..แต่นั่นมันคือความฝันนี่นะ..มือคุณเด่นเย็นเฉียบอุ้มแบล็คฮาร์ทเล่นจนเป็นปอดบวม..เหลวไหล ไม่ใช่น่า เหตุบังเอิญมากกว่า แต่..คิดอีกที วันที่สวยนอนตายหน้าบ้าน คุณเด่นนั่งกินอาหารอยู่ในร้าน จำได้ไหม?..ช่างบังเอิญอะไรอย่างนั้น..คุณเด่น คุณเด่น...

ถ้าเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างที่คิด คุณเด่นทำอย่างนั้นทำไม ทั้งๆ ที่ฝากเงินไว้ให้ใช้จ่าย..ไม่เอาน่า ความคิดของผมเหลวไหลมากจริงๆ




“เด่น..” ดี้ตบโต๊ะเบาๆ ผมสะดุ้งสุดตัว “ชั้นให้ตัวสุดท้ายกับน้องที่จองไว้แล้วนะ..ลูกแก” ดี้กลืนน้ำลาย

“อือ...” น้ำตาหยดสุดท้ายไหลริน ผมบีบมือดี้ด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนกัน

“ชั้นไม่อินเท่าแกแต่ก็เข้าใจนะ” ลูบหัวผมเฉยเลย ถ้าเป็นเวลาธรรมดาคงเป็นเรื่อง

ทั้งวันผมได้แต่มองไปนอกร้านดูผู้คนรถรา นั่งลากเส้นเรื่อยเปื่อยไปบนกระดาษอย่างไม่มีความหมาย ลูกค้าไม่ค่อยมี เด็กนักเรียนสาวหายไป สองสาวประจำร้านก็ไม่ตอแยผมเลยจนเย็น..รอบตัวดูเงียบเหงา

“อย่าคิดมากเลย ยังมีอะไรอีกเยอะแยะที่จะเข้ามาในชีวิต วันนี้เศร้าเสียให้พอ พรุ่งนี้ต้องหายเศร้าให้ได้ เด่นเสียอย่าง” แก้วให้กำลังใจขณะกำลังเตรียมปิดร้าน

“ไปก่อนนะ อย่างแก้วว่า พรุ่งนี้นายเด่นคนเดิมต้องกลับมา คืนนี้ร้องไห้ให้พอ อดีตพ่อลูกอ่อนขี้แย” เลิกเศร้าก็เพราะแกกวนชั้นแหละยายอ้วน!


ผมปิดร้านขึ้นข้างบน รู้สึกถึงความเงียบที่มากกว่าเดิม เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังก้องช่องบันได มีแต่ความว้าเหว่ว่างเปล่าอยู่ทั่วไป เมื่อสองสามคืนก่อนผมยังวุ่นวายกับเจ้าตัวเล็ก อาบน้ำป้อนนม เช็ดฉี่เช็ดอึ อุ้มเล่น นอนด้วยกัน..คืนนี้หายไปหมด

ความจริงของชีวิตมีแค่นี้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย บางชีวิตก็ข้ามขั้นตอน แต่ที่แน่ๆ คือเกิดและตาย...ผมพยายามปลอบใจตัวเอง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีทั้งดีและไม่ดีปนกัน ไม่มีเด็กๆ ร้านก็จะเรียบร้อยเหมือนที่เคยเป็น ดี้และแก้วไม่ต้องกังวลใจ คุณชมพู่ไม่มีเหตุผลที่จะขอร้านคืน ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ชีวิตกลับมาเหมือนเดิม ( แน่หรือ? )

เปิดประตูห้องเข้าไปผมรู้สึกเย็นเยือก กลิ่นเจ้าหนูคลุ้งเตะจมูก อื้อ! กลิ่นเป็นอย่างนี้เอง ทีเวลาพวกเขาอยู่ไม่เห็นมีกลิ่นอะไร แปลก! คงอยู่ที่ใจ..ทำไมห้องถึงเย็นอย่างนี้ อ๋อ! ที่แท้ผมสะเพร่าเปิดประตูห้องด้านระเบียงทิ้งไว้ เกือบเหมาเป๋ไปเป็นเรื่องเหลวไหล เดินไปปิดประตูเลื่อนกระจกบานนั้น อากาศครึ้ม ใบไม้สะบัดแรง เหมือนจะมีฝนตก


“วื๊ด! โครม! ปัง!” ผมเซถลาลงกับพื้น ลมแรงพุ่งมาจากหลังห้องอัดประตูบานที่ผมเพิ่งปิดหงายออกฟาดขอบระเบียง กระจกแตกกระเด็นหล่นลงไปข้างล่าง

“อะไรวะ?” ผมเดินไปดูด้านที่ลมพุ่งมา อีกแล้วที่ผมแง้มประตูด้านนั้นไว้ พอดีมีลมพายุกะทันหันพุ่งตรงเข้ามาจึงเกิดแรงอัดประตูด้านหน้ากระเด็น ฝนเทกระหน่ำแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมรีบปิดประตูต้นเหตุ ทำอะไรไม่ได้กับประตูที่แตก ฝนสาดเข้ามา ผมเลื่อนตู้เสื้อผ้าบังช่องโหว่ ใช้ผ้ายางที่ปูกันเจ้าหนูทำเลอะเทอะคลุมทับตู้ไว้...ฝนก็ยังสาดเข้ามาได้อยู่ดี น้ำแฉะนองทั้งห้อง

ทั้งคืนผมแทบไม่ได้นอน คอยซับน้ำไม่ให้ไหลลงบันไดไปชั้นล่าง เกือบเช้ากว่าฝนจะหยุดตก เล่นเอาผมหมดแรงหลับไม่ได้สติ


“เด่น!” ผมตกใจตื่น รู้สึกเย็นเฉียบเหมือนมีก้อนน้ำแข็งที่สะบักหลัง..อีกแล้ว!..คุณเด่นนั่งอยู่บนที่นอน ความเย็นจากมือแล่นจับขั้วหัวใจ ยิ่งผมไม่ได้ใส่เสื้อนอน..จะปอดบวมตายอีกรายไหมเนี่ย?

“เด่น!..เดนน เด่น!..” เสียงเรียกเปลี่ยนไป ดังกว่าเดิม เหมือนอยู่ไกล ผมผงกหัวขึ้นจากหมอน..ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากความเละเทะ

“อ้ายเด่น!” เสียงชัดเจนจากข้างล่าง ผมออกไปชะโงกดูที่ระเบียง

“เปิดประตูหน่อย ทำไรอยู่ เรียกตั้งนาน!” ดี้ตะโกนขึ้นมา


ในร้านนองไปด้วยน้ำฝนที่รั่วเข้ามาตามแนวกระจก เมื่อคืนพายุแรงมากพัดฝนย้อนไปย้อนมาอะไรก็ต้านทานไม่ได้

“อยากจะด่าแกว่าเฝ้าร้านยังไง แต่ที่บ้านชั้นก็เป็นงี้เหมือนกัน..วันนี้ทำไมตื่นสายจัง?” เราสองคนช่วยกันซับน้ำ เช็ดถูร้านจนสะอาด

“แกต้องขึ้นไปดูข้างบนถึงจะเข้าใจ ชั้นนอนตากฝนแทบทั้งคืน” หมู่นี้เราพูดอะไรเป็นงานเป็นการเป็นผู้ใหญ่ขึ้น “ห้องชั้นเละหมดเลย”

“งั้นแกไปทำห้องของแกเถอะ สักพักแก้วคงมา”

“เดี๋ยวก่อน” ผมคว้าไม้กวาด ที่ช้อนผงออกไปนอกร้านตรงที่คิดว่ากระจกหล่นลงมา..ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น!

“แกจะทำอะไรเหรอ?” ดี้ตามมาติดๆ

“เปล่า..” ผมงงและงง..คนกวาดถนนคงเก็บไปแล้วมั้ง

“ขึ้นไปดูห้องแกเหอะ ไม่ต้องเจ๋อออกมาที่ถนนหรอก” ผมไม่เถียงทั้งที่ใจอยาก เพราะการทำบานประตูแตกหมายถึงถูกตึ้บ ถูกหนีบและถูกดึงหู



ผมทำความสะอาดห้อง นำผ้าชื้นฝนออกตากแดด อาบน้ำแต่งตัวลงมาที่ร้าน

“ไปซื้อยากินก่อนนะ ทำท่าเหมือนจะไม่สบาย” ผมพูดลอยๆ เชิงขออนุญาต ดี้และแก้วพยักหน้าไม่ต่อปากต่อคำ


“ซื้อขนมมาด้วยล่ะ!” ดี้ตะโกนตามหลัง

“คนอะไรขายขนมแล้วยังอยากได้ขนมอีก งก!” ผมตะโกนกลับ..รู้ว่าดี้แค่พูดประมาณว่า เออไปดีๆ นะ อย่าเดินหกล้มล่ะ อะไรทำนองนั้นมากกว่า


“แกก็งก! ฮะ ฮะ” กระปุกเนยยืนท้าวเอวหัวเราะอยู่หน้าประตูร้าน


อะไรๆ คงค่อยกลับคืนมาเหมือนเดิม..ผมได้แต่หวังเช่นนั้น...





Create Date : 25 มกราคม 2563
Last Update : 25 มกราคม 2563 15:01:22 น. 0 comments
Counter : 23 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com