เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 มกราคม 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 14

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 14 .....๐๐




บทที่ 14



เวลานี้ร้านเราเหมือนร้านขายลูกสุนัขมากกว่าอย่างอื่น
ทั้งเจ็ดตัวเริ่มวิ่งซนผมก็พลอยซนไปด้วย ไม่ถึงกับวิ่งแต่เดินพล่านทั่วร้านเหมือนกัน ถ้าเขาซนมากๆ บางทีผมจับไปวางไว้บนชั้นโชว์ดอกไม้หรือชั้นเบเกอรี่หน้าร้าน คนเดินผ่านไปมาอมยิ้มชี้ชวนกันดู เด็กๆ มุงหน้ากระจกเจี้ยวจ้าวสนุกสนานพลอยให้ดอกไม้และขนมขายดีขึ้น แต่เจ้าของกิจการไม่รู้บุญคุณทำหน้าหงิกใส่บ่อยๆ

“เด่น! ร้านชั้นปั่นป่วนขึ้นทุกวันแล้วนะ” ความอดทนเริ่มสั่นคลอน “รู้มั้ย เปิดประตูเข้ามากลิ่นพวกแกมาก่อนเลย กลิ่นดอกไม้ กลิ่นเบเกอรี่ไม่มีเหลือ กลิ่นน้ำมันสนของแกยังเข้าท่ากว่าเยอะ”

“คิดมากมั้ง ชั้นไม่เห็นได้กลิ่นเลย” ผมพูดความจริง

“แกอยู่ด้วยกันทุกวันจนชินน่ะซิ อีกอย่างกลิ่นแกก็คล้ายอย่างนั้นอยู่แล้ว” มากไปนะเนยบูด

“ทีตัวแกเหม็นชั้นยังไม่เห็นวิจารณ์ เหม็นเหมือนฝรั่งเน่า” ผมเริ่มก่อสงคราม

“ฝรั่งเน่านี่นะ?” กึ่งโมโหกึ่งขำ

“อย่านึกว่าฝรั่งลูกเขียวนะ ชั้นหมายถึงฝรั่งคนน่ะ เหม็นเนย เหม็นมายองเนส เหม็นหมูรมควัน” ปะทะคารมเพื่อพวกหมาๆ

“แกละบ้า ใครๆ เขาหอมจนน้ำลายไหล มีแกเหม็นอยู่คนเดียว”

“ถ้าอยู่ในถาดในตู้อบละหอมแน่ แต่อยู่บนตัวแกมันเหม็นว่ะ”

“ชั้นใส่น้ำหอม รู้จักไหมน้ำหอมน่ะ วันๆ ไม่เห็นเคยใส่” ใครจะแพ้

“น้ำหอมนั้นละตัวดี เวลาใส่ใหม่ๆ ก็หอมดีหรอก พอผ่านไปสักชั่วโมงสารเคมีในนั้นทำปฏิกิริยากับสารหนูสารหมูในตัวคน ทีนี้เหลือแต่กลิ่นสาบสางฉุนกึก ยิ่งใส่มากก็ยิ่งเหม็นมาก”

“อย่ามั่วเลยแก สารหนูสารหมูที่ไหนชั้นไม่มีกลิ่นที่ว่า” ก้มลงทำจมูกฟุดฟิดกับตัวเอง

“แกก็ชินกลิ่นตัวเองเหมือนชั้นชินกลิ่นลูกๆ ชั้นไง” แววชนะรำไร

“พอทีๆ ฟังอยู่นานแล้ว จริงทั้งสองคนนั่นแหละ แต่เด่นต้องยอมรับนะว่าร้านเราทุกวันนี้มีกลิ่นอย่างที่ดี้ว่าจริงๆ” แก้วคว้าปอยผมตัวเองดม “ ชั้นเองก็ติดกลิ่นลูกแกเหมือนกัน อุ้มเล่นบ่อยๆ”

“แกไม่สังเกตหรือ ลูกค้าบางคนรังเกียจ บางคนกลัวด้วยซ้ำ ชั้นพูดเรื่องจริงนะไม่ได้หาเรื่องกับแก” ตรงมาตบไหล่ผม “เพื่อความอยู่รอดของร้านเรานะเด่น ขอให้เห็นใจ”


“เออ!” ผมก้มลงอุ้มเจ้าดำปลอดสองตัวที่ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ “แกสองตัวขี้เหร่ไม่มีใครรักใช่มั้ย? ผมจูบฟอดที่หัว พาไปโต๊ะทำงาน

“เฮ้อ!..” เสียงเห็นใจจากเพื่อนร่วมชะตากรรม

“เฮ้ย!” เปลี่ยนอารมณ์กะทันหัน “เข้าไปใต้ตู้ทำไมเดี๋ยวก็ออกไม่ได้หรอก ดี้ช่วยชั้นเอาเจ้าฮาร์ทออกมาหน่อย” ผมทำไม่รู้ไม่ชี้กับสองสาวที่ใชัด้ามไม้กวาดแหย่เข้าไปใต้ตู้แช่ดอกไม้ โก้งโค้งโก้งขวิดพยายามพาเจ้าตัวซนออกมา

ไม่ใช่ใจดำไม่รับผิดชอบความซนของลูกๆ ตัวเอง แต่สองคนก็ควรต้องรับผิดชอบด้วย ชดเชยที่เคยอุ้มกอดฟัดบ่อยๆ..ผมหันหลังให้กับดาวกำลังจะโป้สองดวง วางเจ้าดำบนโต๊ะทำงาน แหย่นิ้วเข้าปากให้งับเล่น..สาวคนหนึ่งยิ้มหวานโบกมือทักทายอยู่นอกร้าน ผมตกใจไม่ทันยิ้มตอบ มองตามเธอเดินไปหน้าร้านดอกไม้



“กรุ้งกริ้ง” สาวสวยคนนั้นเดินเข้ามา

“ลองวิธีนี้ดูมั้ยคะ?” เธอหยิบไม้กวาดจากมือดี้ที่เพิ่งลุกขึ้นจากพื้นหน้าแดงเพราะเลือดคลั่ง เอ้ย! เลือดคั่ง

“เคยใช้ได้ผลที่บ้านค่ะ” โบกแผงดอกหญ้าปลายไม้กวาดไปมาบนพื้นหน้าตู้..ได้ผลแฮะ! เจ้าฮาร์ทโผล่หัวออกมาใช้ขาหน้าตะปบปลายดอกหญ้า ในที่สุดทนไม่ไหวออกมาทั้งตัว วิ่งไล่ไม้กวาดเนื้อตัวมอมแมม

“สวัสดีค่ะ ใช่คุณเด่นไหมคะ?” อย่าสั่นนะไอ้เด่น เธอเดินตรงมา

“ชะ ใช่ครับ” เฮ้ย! ไม่เคยเป็นงี้นี่นา..

“คุณน้าให้มาเลือกลูกหมาค่ะ” มองหาเจ้าซนที่แอบซุกตามมุมต่างๆ

“คุณน้า?” ผมงงๆ คิดอะไรไม่ออก

“คุณน้าจ้าไงคะ ที่มาเมื่อสักอาทิตย์ได้แล้ว” ดีที่ไม่มองผม จะสั่นง่ะ!


“อ๋อ! นึกว่าไม่มาแล้วครับ เห็นหายไปนาน” พอจะควบคุมอารมณ์ได้

“มาซิคะ แต่วันนั้นคุณน้าแกเคืองคุณนิดหน่อยที่หาว่าแกไฮโซ”

“ปะ ป่าวนะครับ ผมไม่ได้ว่าสักหน่อย” เอทำไมรู้ว่าผมคิดค่อนในใจ

“คุณน้าเล่าว่าคุณคิดดังไปหน่อย น้าได้ยินค่ะ แต่วันนี้หายเคืองแล้ว คิดถึงเจ้าฮาร์ทด้วยจึงให้ชั้นมาค่ะ คุณน้าเป็นคนน่ารัก ร่าเริงแจ่มใสช่างพูดไม่โกรธใครง่ายๆ หรอกค่ะ ถึงโกรธแป๊ปเดียวก็หาย”

“ถ้างั้นผมฝากขอโทษคุณน้าจ้าด้วยแล้วกันนะครับ ผมนิสัยเสียคิดล้อเลียนใครไปเรื่อย ติดนิสัยบู้กับหุ้นส่วนเพื่อนๆ จนเคยตัว” ผมเพิ่งสำนึกถึงนิสัยไม่ดีของตัวเอง

“หายโกรธแล้วค่ะ รับรองร้อยเปอร์เซนต์”

“คุณมาช้าไปหน่อย มีคนจองหมดแล้วครับเหลือเจ้าดำปื๋อสองตัวนี้ไม่มีใครต้องการ” ผมอุ้มเจ้าดำขึ้นกอด ไม่ได้แอ๊บแบ้ว สงสารมันจริงๆ

“ก็น่ารักดีนี่คะ ให้ชั้นตัวนึงก็แล้วกัน” ขยับเข้าอุ้มเจ้าดำตัวหนึ่งจากอกผม อื๋อยย...ใจผมเต้นแรง..ไม่มีกลิ่นน้ำหอม ดีจัง!

“ครับ” ผมจะพูดอะไรได้นอกจากยืนตัวแข็งทื่อ (ห้ามคิดอย่างอื่น)

“ไหนล่ะเจ้าฮาร์ทรูปหล่อ” เธอเดินมองหาเจ้าหนูไปทางส่วนดอกไม้

“นี่ไงคะเจ้าฮาร์ทที่คุณล่อออกมาจากใต้ตู้” แก้วกำลังเช็ดทำความสะอาดขน


“น่ารักจัง!” ก้มลงอุ้มเจ้าฮาร์ทอีกตัวเดินกลับมาที่ผม

“จะพาไปวันนี้เลยหรือครับ?” ผมใจหาย

“ยังค่ะ ฝากเลี้ยงไว้ก่อน วันนี้จะเลยไปทำธุระ ฝากคุณเด่นช่วยเลี้ยงด้วยนะคะ เจ้าแบล็ค เจ้าฮาร์ท..แบล็คฮาร์ท” คุณคนสวยขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ผมจะเลี้ยงเจ้าใจดำนี้ให้ครับ ใช่ไหม? แบล็คฮาร์ทที่คุณขมวดคิ้ว” ช่างกล้านะนายเด่น

“ไม่ตั้งใจค่ะ พูดออกมาปุ๊บสะดุดใจปั้บ ขมวดคิ้วโดยอัตโนมัติ” คืนใจดำใส่อ้อมแขนใจสั่น

“ครับ” สูดเท่าไหร่ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรนอกจากกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม(มั้ง?)

“ชั้นชื่อน้ำค้างค่ะ ไปก่อนนะคะ” แล้วน้ำค้างก็ระเหยไปจากใจเด่น



“เฮยยย...” ดี้ส่งเสียง “เป็นอะไรปาย คุณเค้าชื่อน้ำค้างโว้ย ไม่ใช่ชื่อตาค้างหรือยืนค้าง”

“หึงหรอ?” นึกอะไรไม่ได้ สวนออกไป


“โป๊ะ!” ก้อนแป้งลอยมาแปะบนหน้าผาก

“หึงจริงๆ ด้วย” ก้มตัวลงนั่ง


“ไอ้เด่น!” มาทั้งภาพทั้งเสียง “ตุ้บๆๆ ปึกๆๆ”

“โอ๊ย!” ผมร้องเสียงหลง ลุกขึ้นยืนตามแรงหนีบของนิ้วนวดแป้งมหากาฬ


“กรุ้งกริ้ง” เย้! ระฆังช่วย

“เซ็นรับจดหมายด้วยครับ” บุรุษไปรษณีย์โผล่หน้าเข้ามาในร้าน

“อีเอ็มเอสจากต่างประเทศ!” แก้วแปลกใจพลิกดูด้านหลัง

“เด่นเก้า” ดี้คว้าซองไปจากมือแก้วอย่างรวดเร็ว


ผมตัวแข็งทื่ออีกหน!..อย่างไม่มีสาเหตุ.....





Create Date : 25 มกราคม 2563
Last Update : 25 มกราคม 2563 15:01:01 น. 0 comments
Counter : 1051 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com