<<<<บ้านอะเดลยินดีต้อนรับจ้า>>>>
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
หนี้รักในกรงไฟ (Miracle Bell) บทที่ 8



บทที่ 8

ค่ำคืนนี้ในบ้านริมน้ำ คนในบ้านหลับสนิท ไฟสีส้มอมเหลืองตรงระเบียงชั้นบนถูกเปิดไว้เหมือนเช่นวันก่อนๆ ตุ๊กตาไล่ฝนนับร้อยตัวแกว่งไปมาเมื่อลมพัดอ่อน เจ้าแมวสีขาวขนฟูนอนตากลมอยู่บนขอบระเบียงอย่างสบายอารมณ์ถ้าวันฝนตกมันจะนอนอยู่ใกล้ชลิตาไม่ยอมไปไหนแต่ในวันที่ฟ้าปลอดโปร่งมันจะมานอนเล่นที่ระเบียง หรือไม่ก็ออกท่องราตรีเป็นยามเฝ้าบ้าน วิ่งตามอะไรที่เคลื่อนไหวได้ในบริเวณบ้านรวมถึงบ้านโมเดิ้ลหลังข้างๆ แล้วทันทีที่รถของต้าฟงแล่นเข้าไปจอดมันก็รีบกระโดดลงจากระเบียง พุ่งผ่านสนามหญ้าไปทันที

ช่วงเกือบตีห้านี้เป็นเวลาตื่นปกติของพิมพ์พร ทันทีที่ลืมตาตื่นสิ่งแรกที่พิมพ์พรทำคือหันไปมองสามีที่หลับอยู่บนเตียงนอนไฟฟ้าสำหรับคนป่วยจากนั้นจึงจะลุกเข้าไปดูใกล้ๆ ห่มผ้าให้อย่างอาทรเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของสามีเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงออกไปเตรียมอาหารเช้าให้คนในครอบครัวเมนูที่ตั้งใจวันนี้คือข้าวต้มหมู กะว่าจะรีบทำชลิตาจะได้ทานก่อนจะออกไปข้างนอก

“สมูทตี้...สมูทตี้ อยู่ไหน แมวอ้วน แกอยู่ไหน เหมียวๆ” เสียงร้องเรียกใสๆดังมาจากหัวบันได “ป้าพิมพ์เห็นสมูทตี้มั้ยคะ สมูทตี้ไปนอนกับจุ๋นเจี๋ยมั้ยคะ”

“ไม่เห็นนี่ลูกคงออกไปปีนต้นมะม่วงใหญ่ไล่จับตุ๊กแกเล่นเหมือนเคยละมั้งจ้ะ”

ต้นมะม่วงใหญ่ที่ว่านั้นอยู่ริมรั้วเป็นมะม่วงแก้วต้นใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขากว้าง มีอายุสิบกว่าปีแล้วจึงกลายเป็นบ้านของบรรดากระรอก นก จิ้งจก ตุ๊กแก และสัตว์ตัวน้อยมากมาย ซึ่งหลังๆสมูทตี้ยึดพวกมันให้เป็นเพื่อนเล่นไปแล้ว ถึงอีกฝ่ายจะไม่เต็มใจก็ตาม เพราะเจ้าเหมียวอ้วนขนฟูชอบไล่ตะครุบพวกมันเล่นจับได้ก็ปล่อย แรกๆ เล่นหนักถึงขั้นหางขาดไปหลายตัว เคยโดนนายสาวตีมือไปหลายหนหลังๆ จึงเบามือเพื่อนเล่นแทบไม่มีบาดแผล

“เมื่อวานเจ้าตัวยุ่งก็ไปไล่จับกระรอกขาวที่มาอยู่ใหม่ทั้งวันเรียกก็แทบไม่ยอมกลับ”

“งั้นก็คงอยู่ที่ต้นมะม่วงนั่นล่ะค่ะ เดี๋ยวเบลล์ไปรับกลับดีกว่านะคะ”ว่าพลางจะผละไป แต่ผู้มากวัยกว่าขันอาสาแทน “หนูรีบไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวลูกโป่งกับบอลลูนก็จะมาแล้วนี่”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้ายังไม่สว่างดีป้าพิมพ์ตาไม่ค่อยดีด้วย เดี๋ยวหกล้ม เบลล์ไปเองดีกว่าค่ะ วิ่งไปแป๊บเดียวป้าพิมพ์ไปเตรียมอาหารให้จุ๋นเจี๋ยเถอะค่ะ”

พิมพ์พรอมยิ้มไม่ได้แย้งใดๆยืนมองเด็กสาวที่เดินไปทางต้นมะม่วงริมรั้วที่อยู่ติดกับบ้านโมเดิลหลังงามซึ่งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเพิ่งมาถึงบ้านเมื่อก่อนหน้านี้สักชั่วโมง อาการ ‘เจ็ทแล็ก’ ทำให้นอนไม่หลับ ยิ่งบวกกับความตื่นเต้นที่จะได้เจอน้องสาวยิ่งทำให้ข่มตาหลับไม่ลงเช่นเดียวกับต้าฟงที่ตอนนี้มองผ่านม่านเห็นเด็กสาวในชุดนอนกำลังเดินตรงไปที่ต้นมะม่วงซึ่งใครบางคนกำลังนั่งเล่นอยู่กับสมูทตี้อยู่ใกล้บริเวณนั้น ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเจ้าของตัวจริงสมูทตี้กำลังเดินเข้าไปใกล้ตอนนี้ห่างไม่ถึงสิบเมตร

“สมูทตี้ แกก็อยู่นิ่งๆ สิ จะเสร็จแล้ว”จะเสร็จแล้วที่ว่าคือการใส่ผ้าพันคอผืนใหม่ให้เจ้าเหมียวอ้วน “โอเค เสร็จแล้วหล่อมาก ฉันว่าแล้ว มันต้องเหมาะกับแก...ชอบล่ะสิ ยังมีอีกหลายตัวเลยนะไว้เดี๋ยวเอาไปให้ มีของที่น้องเบลล์อยากได้ด้วย”

แสงจากไฟริมรั้วทำให้บริเวณนั้นสว่างพอจะเห็นสิ่งรอบๆ สองบ้านมีรั้วต้นไม้สูงระดับสายตากั้น เด็กสาวสายตาจับอยู่ที่ต้นมะม่วง โดยไม่รู้ว่ามันอยู่กับพี่ชายข้างบ้านที่รั้วฝั่งตรงข้าม

“สมูทตี้แกอยู่แถวนี้มั้ย”

เสียงเรียกที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาชายหนุ่มที่นั่งแต่งตัวให้สมูทตี้ตรงโต๊ะไม้ข้างรั้วแทบหยุดหายใจรีบอุ้มสมูทตี้ไว้แนบอก แล้วขยับเข้าไปชิดรั้วต้นไม้ ตรงมุมที่มืดที่สุดไม่คิดว่าชลิตาจะมาที่นี่เวลานี้

“สมูทตี้...เจ้าเหมียวอ้วนข้ามไปบ้านโน้นรึเปล่าเหมียวๆ เจ้าเหมียว เหมียว”

ในขณะที่ไกลออกไปต้าฟงละสายตาจากนายน้อยไปครู่หนึ่งเพราะติดสายโทรศัพท์หันกลับมาอีกทีก็เห็นสถานการณ์ลำบากของผู้เป็นนาย เป็นสถานการณ์ที่คนตัวใหญ่กอดแมวสีขาวแอบอยู่ข้างรั้วโดยมีเด็กสาวในชุดนอนสีชมพูแหววชะโงกหน้ามองหาอะไรบางอย่างบนต้นมะม่วง

“เหมียวๆ เหมียวๆ สมุทตี้”

เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้เจ้าตัวขาวในอ้อมกอดชายหนุ่มร้องรับเขารีบยกมือขึ้นปิดปากมัน แต่ดูจะไม่ทันเพราะเด็กสาวได้ยินเสียงตอบรับนั้น

“เข้าไปบ้านนั้นอีกแล้วเหรอ เจ้าแมวอ้วนบอกแล้วว่าห้าม กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”

ทำเสียงดุก็เป็นด้วย คนปิดปากสมูทตี้แอบคิด ในขณะที่แนบตัวเข้าไปหลบในมุมมืดมากขึ้นเมื่อเจ้าของเสียงพูดดุๆนั้นเดินมาชิดรั้วต้นไม้

“สมูทตี้อยู่ไหน กลับออกมาเลยนะไปเล่นบ้านพี่ชายได้ยังไง บอกแล้วว่าห้าม ต้องขออนุญาตเขาก่อนนะ รู้มั้ย...สมูทตี้เหมียวๆ เหมียวๆ” ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา เพราะสมูทตี้โดนปิดมือบีบปากไว้ “เรียกไม่กลับใช่มั้ยเดี๋ยวเถอะ จับได้นะจะจัดชุดใหญ่เลย...เรียกไม่กลับต้องให้ลงมือใช่มั้ย”

คนซ่อนตัวอยู่นิ่วหน้าเพราะไม่รู้ว่าเด็กสาวคิดจะทำอะไรแต่ต้าฟงที่แอบมองอยู่ภายในบ้านเห็นชัดว่าน้องสาวแสนเรียบร้อยของนายน้อยกำลังปีนต้นมะม่วง ท่าทางดูคล่องแคล้วว่องไว ดูก็รู้ว่านี่ไม่ใช่การปีนครั้งแรกของเธอเผลอแป๊บเดียวเจ้าของร่างระหงก็ไปอยู่บนกิ่งมะม่วงที่สูงระดับเดียวกับรั้วต้นไม้เพียงเธอก้าวขาไปอีกนิด ก็จะเห็นแล้วว่ามีใครคนหนึ่งหลบอยู่ตรงนั้นพร้อมทำท่าเหมือนจะจับสมูทตี้เป็นตัวประกัน

“เหมียวๆ สมูทตี้” เรียกพลางลุกขึ้นเหนี่ยวกิ่งมะม่วงเดินกิ่งไม้โยกไหวทำให้คนที่อยู่ข้างล่างเงยหน้าขึ้นมอง เห็นภาพชวนหวาดเสียวความตกใจทำให้ผุดลุกอย่างลืมตัว

“ขึ้นไปทำอะไรบนนั้น! เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก!” เพราะตกใจทำให้ตะโกนเสียงดุ“จับนิ่งๆ อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องขยับ! รอฉันไปรับ!”

สมูทตี้ถูกปล่อยลงพื้นมันเหมือนรู้งานลอดรั้วต้นไม้ข้ามมาฝั่งบ้านริมน้ำในขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านโมเดิลกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่แนวรั้วปูนปีนข้ามมาเพื่อช่วยเด็กสาวที่ยืนอึ้งที่ถูกดุไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดอะไร แต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก คืออยู่นิ่งๆรออยู่อย่างนั้น กระทั่งพี่ชายเสียงดุเดินมาถึงโคนต้นมะม่วงยื่นสองมือออกมาให้เธอ

“ค่อยๆ ลงมานะ” น้ำเสียงพูดคราวนี้ต่างไปจากตอนแรก “ไม่ต้องกลัวค่อยๆ ส่งมือมาสัญญาว่าจะรอรับ ไม่ให้ตกหรอก...”

คำพูดอย่างนี้น้ำเสียงอย่างนี้เหมือนเธอเคยได้ยินมาก่อน เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาก่อนเมื่อนานแสนนาน ครั้งหนึ่งมีพี่ชายคนหนึ่งยื่นมือมารอรับเธออย่างนี้

‘มาคะน้องเบลล์ ไม่ต้องกลัว พี่รอรับอยู่ สัญญาว่าจะไม่ให้น้องเบลล์เจ็บเชื่อพี่นะคะ...’

ความรู้สึกปลอดภัยที่ได้รับในวันนั้นดูไม่ต่างกับวันนี้ผิดแค่วันนี้เธอไม่ได้มีความกลัว เธอไม่ได้ติดอยู่บนต้นไม้เหมือนในวันนั้นแต่เพราะการรับรู้ความห่วงใยทำให้เธอกล้าที่จะยื่นมือไปให้คนที่กำลังรอรับอยู่ข้างล่างคอยประคองตัวเธออย่างแผ่วเบา โอบอุ้มจนลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัย

‘เห็นมั้ยคะ ไม่ได้น่ากลัวเลย...น้องเบลล์เก่งมากรู้มั้ยคะทั้งที่กลัวความสูงแต่ก็ยอมปีนต้นไม้ไปช่วยเจ้าเหมียวมันคงดีใจที่จะได้กลับไปหาเจ้าของมันได้แล้ว’

ต้าฟงอมยิ้มกับภาพที่เห็น ภาพที่แสนอบอุ่นพี่ชายที่แสนดีกำลังพาน้องสาวที่รักลงจากต้นไม้โดยมีเจ้าแมวตัวขาวฟูยืนมองอยู่ใกล้ๆ ช่างดูงดงาม อยากให้เอรอนมาเห็นภาพนี้ด้วยเพื่อนคงรู้สึกมีความสุขอย่างที่เขามีนายน้อยที่เฝ้าอมทุกข์และหวาดกลัวการเข้ามาอยู่ใกล้ชลิตาวันนี้นายน้อยได้ทำลายกำแพงกั้นนั้นแล้วคนสองคนกำลังสบตากัน เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นแต่เขาและเอรอนสัญญากันไว้แล้วว่าจะปกป้องสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้ไว้เพื่อให้นายน้อยที่พวกเขารักและเคารพได้พบความสุข

“โทร.มาถูกจังหวะเลยนะเอเจย์”ระหว่างที่เฝ้าดูอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “อยากรู้ล่ะสิ...ถามว่าดีมั้ยเหรอคิดว่าดีนะ นายน้อยได้เจอกับคุณหนูเบลล์แล้ว และกำลังจะ...”

คำพูดของต้าฟงชะงักไปเพราะภาพที่เขาเห็นต่อมาดูเหมือนสถานการณ์จะต่างไปจากที่คิด

“เอ๊ย! ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ!ฉันว่านายน้อยพลาดแล้วว่ะเอเจย์...”

+ + + + + + +

“น้องเบลล์เป็นอะไรลูกทำไมทำหน้าจ๋อยอย่างนั้นล่ะ” ป้าพิมพ์รู้สึกตกใจเมื่อเห็นเด็กสาวที่อุ้มสมูทตี้เดินกลับเข้ามามีสีหน้าเศร้าแววตามีกังวล ยังคงไม่พูดอะไร “สมูทตี้เป็นอะไรรึเปล่า”

เสื้อพร้อมผ้าพันคอใหม่ของสมูทตี้ทำให้พิมพ์พรนิ่วหน้าหรือว่าน้องเบลล์จะเจอ...

“เปล่าค่ะ สมูทตี้ไม่เป็นอะไร แต่เบลล์เป็น”

“หนูเป็นอะไร” ความห่วงใยทำให้รีบเข้าไปดูสำรวจตัวเด็กสาวแต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร “เป็นอะไรบอกป้าสิ อย่าเอาแต่นิ่ง”

“เบลล์ไปทำเรื่องมาค่ะ...เบลล์เจอพี่ชายข้างบ้านแล้วแต่ว่า...”

“แต่ว่า...”

“เขาดุเบลล์”

“ห๊ะ”สีหน้าของป้าพิมพ์เวลานี้ไม่ต่างกับตอนรู้ว่าลูกโป่งจะมาขับรถพาไปตลาด“หนูเจอคุณเคย์?แล้วโดนดุ...หนูไปทำอะไรให้พี่เขาดุ”

เด็กสาวส่ายหน้าก่อนจะก้มมองสมูทตี้ที่ตอนนี้มีเสื้อใหม่ ผ้าพันคอใหม่เข้าชุดกันมันเอียงคอส่งเสียงร้องเหมียว “คงโกรธที่เบลล์ปล่อยสมูทตี้ไปที่บ้านเขามั้งคะ”

ไม่มีทางจะเป็นอย่างนั้น พิมพ์พรมั่นใจ “คงไม่ใช่หรอกลูกคุณเคย์ดูเอ็นดูแมวจะตาย มาคราวก่อนยังมาเล่นกับสมูทตี้เลย”

“เหรอคะ งั้นเขาจะโมโหเบลล์เรื่องอะไร”

“แล้วหนูไปทำอะไรน่ะ ตอนเจอพี่เขาน่ะ”

“เบลล์ปีนต้นมะม่วงค่ะ ก็สมูทตี้ไปบ้านโน้นเรียกไม่ยอมกลับ เบลล์ก็เลยปีนดู ยังไม่ได้ข้ามไปฝั่งโน้นเลยนะคะ แค่ชะโงกหน้าดูเท่านั้นเอง”เด็กสาวดูจ๋อยๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้มากวัยกว่าฟัง ตั้งแต่ต้นจนจบ“พอเขาช่วยรับเบลล์ลง ยังไม่ทันที่เบลล์จะพูดขอบคุณ เขาก็มองหน้าเบลล์ดุๆแล้วบอกว่า อย่าทำอย่างนี้อีก! กลับบ้านไปได้แล้ว”คนเล่าทำเสียงเข้มประกอบการเล่า “เบลล์ก็ยังอึ้งๆ พี่เขาก็พูดซ้ำอีกแถมชี้มือไล่ด้วยค่ะ”

พิมพ์พรเข้าใจเรื่องราวนายน้อยของป้าคงตกใจที่เห็นน้องสาวที่เคยเข้าใจว่าเรียบร้อย อ่อนหวานปีนต้นไม้เป็นลิงเป็นค่าง

“อะไรกันคะ เบลล์ยังเครียดๆ อยู่นะทำไมป้าพิมพ์ขำล่ะคะ”

“ขอโทษจ้ะ ป้าแค่ขำหนูน่ะ”

“ขำเบลล์? ไม่ขำนะคะ เจอครั้งแรกก็โดนดุแบบนี้ เบลล์จะไปคุยดีๆ กับพี่เขาได้ไง”

“พี่เขาเป็นผู้ใหญ่ลูก เดี๋ยวเจอกันคราวหน้าหนูก็ค่อยไปขอโทษพี่เขาละกัน ทีหลังก็อย่าไปทำอะไรแบบนั้นอีกล่ะ”

“แบบนั้นคือแบบไหนคะ”

“ก็พวกทำตัวเป็นทโมนซนปีนป่ายนั่นนี่เหมือนสมูทตี้นั่นล่ะ ดูเหมือนพี่เขาจะไม่ชอบเด็กซนๆ น่ะ”

ชลิตาดูเหมือนไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ก็ยอมพยักหน้าแล้วก็ก้มลงบ่นสมูทนี้ “เพราะแกเลยเจ้าอ้วน ถ้าไม่แอบไปบ้านโน้น ฉันก็คงไม่โดนดุ”

พิมพ์พรอมยิ้ม “ว่าแต่หนูโกรธพี่เขามั้ยลูก”

เด็กสาวทำตาโต “ทำไมต้องโกรธคะเบลล์ว่าพี่เขาคงห่วงแหล่ะ คงกลัวเบลล์ตกลงมาเจ็บ เบลล์โล่งใจซะอีกทีแรกนึกว่าเขาจะไม่ชอบแมว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะแย่แน่เลยค่ะสมูทตี้ยิ่งชอบไปเที่ยวบ้านโน้น ดีจังเนอะสมูทตี้”

“จ้ะ สมูทตี้คงแค่ไปทักทายพี่เขา”พิมพ์พรบอกพลางก้มมองแมวตัวขาวในชุดใหม่เอี่ยม “น่ารักเชียวนะ สมูทตี้ ได้ของฝากก่อนใครเพื่อนเลย”

“ของฝาก? หมายถึงชุดนี้เหรอคะ ไม่ใช่ป้าพิมพ์ซื้อให้เหรอ” พิมพ์พรส่ายหน้า“มิน่าล่ะ เบลล์ก็ว่าถ้าป้าพิมพ์ซื้อให้สมูทตี้ใหม่ เบลล์ก็ต้องรู้ที่แท้พี่ชายก็ซื้อมาฝากนี่เอง”

“น่าจะอย่างนั้นจ้ะ”พิมพ์พรรู้สึกดีเมื่อเห็นชลิตายิ้มเต็มหน้า

“พี่เขาใจดีจังนะคะ อุตส่าห์นึกถึงสมูทตี้แกโชคดีมากเลยรู้มั้ยเจ้าตัวอ้วน พี่ชายเอ็นดูแกแล้วฉันก็อยากให้พี่ชายเอ็นดูฉันเหมือนแกบ้างจัง...”

“ถ้าหนูเป็นเด็กดี พี่เขาก็คงเอ็นดูล่ะจ้ะ”พิมพ์พรให้กำลังใจ

“ค่ะ เบลล์จะพยายามไม่ปีนต้นมะม่วงอีกแล้วค่ะ”พูดกับผู้มากวัยกว่าก่อนจะวางสมูทตี้ลงกับพื้น “ไหนมาดูชุดใหม่สิ น่ารักมากๆ เลยเดี๋ยวถ่ายรูปไว้ดีกว่าเนอะ...”

“ป้าว่าก่อนจะถ่ายรูป หนูไปอาบน้ำได้แล้วมั้ง สายมากแล้วเดี๋ยวลูกโป่งกับบอลลูนมาคอยนานนะ”

“จริงด้วย แย่แล้วๆ สายแล้วๆ...”เด็กสาวเหมือนเพิ่งรู้ตัวก็ตอนนี้ รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง โดยมีสมูทตี้วิ่งตามไปไม่ยอมห่าง โดยมีสายตาผู้มากวัยกว่าตามไปจนคล้อยหลัง

“ป่านนี้ทางนั้นจะเป็นไงบ้างหนอ...”

ทางนั้นที่ถูกเอ่ยถึงดูเหมือนจะตีหน้าเครียดนั่งเซ็งอยู่บนโซฟาโดยมีต้าฟงยืนหัวเราะขณะคุยโทรศัพท์กับเอรอนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คู่หูฟังอย่างสนุกสนานต่อให้ไม่ได้ยินเสียงของพ่อทนายจอมขี้บ่นแต่เควินก็พอเดาได้ว่าเวลานี้เอรอนจะหัวเราะดังแค่ไหน

“ฉันละอยากให้นายมาเห็นด้วยตาตัวเองตอนอยู่กับคุณหนูเบลล์ละเก๊กดุเชียว พอเดินกลับมาสีหน้าเปลี่ยนซีดยิ่งกว่า...อะไรนะสำนวนไทย อ้อ ซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม...นายมีอะไรจะฝากถึงนายน้อยเหรอฉันว่านายพูดเองดีกว่า”

ต้าฟงเปิดเสียงโฟนพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาที่นายน้อย

“ครั้งนี้พลาดไม่เป็นไรนะครับ โอกาสหน้าเอาใหม่ผมเอาใจช่วยสู้ๆ ครับ!”

คำพูดดูจริงจังหนักแน่นแต่เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้นายน้อยที่ว่าฉุน แต่ไม่กล้าตอบโต้อะไรเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงแยกตัวกลับเข้าห้องไป แต่ยังไม่วายหันกลับมาตวาดใส่ลูกน้อง

“นายบอกว่าจะหายตัวไปทันทีที่มาถึงบ้านริมน้ำไม่ใช่เหรอต้าฟง!”

“ครับ—บบ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ...ผมจะสแตนบายอยู่ไม่ไกลมีอะไรเรียกได้ทันทีนะครับ...”

“ไสหัวไปให้ไกลเลย!”

ต้าฟงยิ้มรับคำสบถไล่แววตามีแผนตลกร้ายที่นายน้อยดูจะหัวเสียเกินจะทันสังเกตเห็น...

:-::-: :-: :-: :-: :-: :-:

รถตู้โฟล์คคลาสสิกสีเขียวที่เข้ามาจอดรับชลิตาเคลื่อนออกไปลับตาแล้ว พิมพ์พรเดินเกลับเข้ามาในบ้านปกติจะเดินเข้าครัวไปเตรียมให้อาหารเช้าให้จุ๋นเจี๋ยแต่วันนี้หญิงวัยกลางคนกลับเดินตัดสวนไปที่รั้วบ้านทรงโมเดิลมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเจ้าสมูทตี้วิ่งนำหน้าหญิงมากวัยมาก่อนหลังจากที่ส่งนายสาว

“พิมพ์ว่าแล้วนายน้อยคงยังไม่นอน”

“ฉันนอนไม่หลับ...ผู้ชายที่แต่งตัวแปลกๆนั่นใช่มั้ยที่ชื่อลูกโป่ง”เควินรู้เรื่องพี่น้องอู่พองลมบ้างแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมาก โดยเฉพาะลูกโป่งที่ถ้าไม่รู้จักแล้วตัดสินจากภาพลักษณ์คงไม่อยากให้คนในครอบครัวไปสนิทด้วย“ไม่เห็นพิมพ์เล่าว่าเป็นคนไม่น่าไว้ใจ แล้วพวกเด็กซิ่งที่ไปด้วยนั่นอีกมันอะไรกัน...”

“เห็นอย่างนั้น ลูกโป่งกับลูกน้องเป็นคนดีนะคะ จิตใจดีมีน้ำใจค่ะ พวกเขาอาจจะดูแปลกๆ ขาดๆ เกินๆ ไปนิด แต่ไว้ใจได้ค่ะ”

“ฉันว่าไม่นิดนะ...”น้ำเสียงพูดและสีหน้าดูจริงจัง “ขับรถไว้ใจได้รึเปล่า ใบขับขี่มีมั้ยซื้อมารึเปล่า”

พิมพ์พรพูดไม่เต็มปาก “อาจจะขับหวาดเสียวหน่อยแต่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุนะคะ”

“น้องเบลล์ไปกับนายลูกโป่งนั่นบ่อยมั้ย”

“ก็บ่อยค่ะ แต่ไม่เคยไปลำพังนะคะจะมีหนูบอลลูนไปด้วย นายน้อยไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ลูกโป่งไว้ใจได้ค่ะเด็กของลูกโป่งก็ไว้ใจได้ ถ้าพวกเขาไม่ดี พิมพ์ไม่ให้น้องเบลล์ไปกับพวกเขาหรอกค่ะ”

“ก็ขอให้ไว้ใจได้จริงๆ ไม่งั้นล่ะก็...”

พิมพ์พรเติมคำที่ละเว้นไว้นั้นได้ไม่กล้าพูดแย้งอะไรประจวบกับที่ใครคนหนึ่งที่เดินลัดสนามมาทางศาลาริมน้ำใครคนหนึ่งที่ทำให้ความหงุดหงิดของนายน้อยเปลี่ยนเป้าหมาย

“อย่าด่านะครับ ผมปรากฏตัวเพราะเห็นนายน้อยโมโหนึกว่าจะเรียกใช้น่ะครับ”

พิมพ์พรมองหน้านายน้อยที่ถูกเบรกแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้นานแล้ว แต่เมื่อนายน้อยหันหน้ามาสบตาก็รีบปรับสีหน้าและรีบพูดขอโทษ

“ถ้าพิมพ์ทำอะไรให้นายน้อยไม่พอใจพิมพ์ก็ขอโทษนะคะ”

เควินอ้าปากจะบอกว่าไม่ใช่ความผิดป้าแต่ถูกอีกคนพูดแซงขึ้น “ไม่หรอกครับ นายน้อยไม่ได้โกรธผมต่างหากและคงหงุดหงิดและอิจฉานายลูกโป่งนั่น ที่คุณหนูเบลล์เรียก พี่ลูกโป่งๆน่ะครับเลยพาล”

“โถ...อีกหน่อยน้องเบลล์ก็ต้องเรียกนายน้อยว่าพี่เหมือนกันล่ะค่ะตอนนี้เธอก็เรียก พี่ชาย พี่เขา หรือพี่ชายข้างบ้านตลอดนะคะ”

“อ้าว ไม่ได้เรียกพี่เคย์เหรอครับ ผมนึกว่าคุณหนูเบลล์จะเรียกนายน้อยว่าพี่เคย์ซะอีก”

“พิมพ์ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะแต่เธอเรียกพี่ชาย เธอให้เหตุผลว่าเธอมีเพื่อนที่โรงเรียนชื่อนี้อยู่แล้ว เธอบอกว่าไม่สนิทปากแล้วรู้สึกไม่ชินที่จะเรียกเพื่อนเธอว่าพี่”

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง เรียกพี่ชายพี่ชายก็ดูน่ารักดีนะครับนายน้อย”

ต้าฟงยังแกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาพิฆาตในขณะที่พิมพ์พรรู้สึกเกร็งๆ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง“อ้อ...พิมพ์บอกนายน้อยไปรึยังคะว่า พิมพ์เคยพาน้องเบลล์ไปไหว้คุณเปมิกามาแล้วเธอเอาดอกลิลลี่สีขาวไปให้คุณเปมิกาด้วยนะคะพิมพ์เล่าให้เธอฟังครั้งเดียวก็จำได้...”

“น้องเบลล์ช่างจดช่างจำมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ”ได้ผล ความสนใจของเควินกลับมาที่เรื่องน้องสาว ต้าฟงรอดตัวไป

“แล้ววันนี้นายน้อยจะกลับมากี่โมงคะ ส่วนน้องเบลล์คงกลับเย็นๆ เมื่อเช้าเธอดูจ๋อยๆไปครู่หนึ่งนะคะ กลัวว่าจะถูกโกรธจริง เย็นนี้คงตั้งใจจะมาขอโทษพี่ชายล่ะค่ะถ้าเป็นไปได้พิมพ์อยากให้นายน้อยอยู่เจอนะคะ”

ทั้งต้าฟงและพิมพ์พรรอคำตอบต่างจ้องมองกดดันนายน้อยสุดๆ

“หลังไหว้คุณแม่ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ...แต่คิดว่าไม่เกินเที่ยงก็เสร็จใช่มั้ยต้าฟง”

“ครับ” ต้าฟงรู้ว่าธุระนั้นคืออะไร “แค่ไปทักทายคนรู้จักเก่าใช้เวลาไม่นาน”

“งั้นเดี๋ยวพิมพ์จะเตรียมกับข้าวไว้นะคะนายน้อยอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ แต่ออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะว่าอาจไม่ถูกปากเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับเชฟอย่างนายน้อย”

“งั้นฉันจะทำให้ทุกคนทาน”ใบหน้าคมนั้นมีรอยยิ้มอบอุ่น “จะเลือกทำของโปรดของทุกคน ทั้งพิมพ์ จุ๋นเจี๋ยและน้องเบลล์”

“ลืมใครไปรึเปล่าครับ” ต้าฟงเสนอหน้า

“อ้อ ลืมจริงๆ สมูทตี้ด้วย”ต้าฟงอ้าปากค้างในคำตอบ พิมพ์พรหัวเราะคิก “เดี๋ยวจะเปิดบ้านโมบายลมไว้ตอนรับเวลาตั้งโต๊ะทุ่มหนึ่ง ช้าไปมั้ย”

“เวลาตั้งโต๊ะบ้านริมน้ำพอดีค่ะพิมพ์จะรีบโทร.บอกน้องเบลล์ เธอคงดีใจมากที่พี่ชายจะเปิดบ้านเลี้ยง”

“งั้นไว้เจอกันตอนมื้อค่ำนะ”

“ค่ะ” พิมพ์พรหันไปสบตากับต้าฟงที่อมยิ้มมีความสุขเช่นกัน...




Create Date : 30 มีนาคม 2559
Last Update : 30 มีนาคม 2559 14:44:20 น. 5 comments
Counter : 1606 Pageviews.

 
ตื่นเต้นๆๆๆจะเจอ พี่ชายยย


โดย: sakeena IP: 125.25.186.39 วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:17:01:45 น.  

 
คิดถึงคุณ Adel ไม่เห็นนานแล้ว ดีใจที่กลับมาค่ะ


โดย: manee IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:18:24:20 น.  

 
ตามมาอ่านเรื่องใหม่ สนุกเหมือนเดิม ^^


โดย: pooka IP: 1.10.207.34 วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:20:18:31 น.  

 
ขออนุญาตแอดบลอคเป็นเพื่อนนะคะ


โดย: ออมอำพัน วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 เวลา:6:27:12 น.  

 
พลาดตอนนี้ไปเลย แต่ตอนใหม่ก็ยังไม่มา
รอนะคะ อยากอ่านฉากกินข้าวด้วยกัน ฟิน


โดย: goldensun IP: 61.91.4.2 วันที่: 17 มิถุนายน 2559 เวลา:17:46:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

adel_ew
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ความกลัวที่สุดคือ...กลัวที่ต้องอยู่โดยไม่เหลือใคร
Friends' blogs
[Add adel_ew's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.