<<<<บ้านอะเดลยินดีต้อนรับจ้า>>>>
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
หนี้รักในกรงไฟ (Miracle Bell) บทที่ 7 (1/2)



บทที่ 7 (ครึ่งแรก)

“สมูทตี้เลิกสำรวจได้แล้ว ไม่มีขนมของแกหรอกนะ” เจ้าแมวตัวอ้วนที่ถูกทักเงยหน้าขึ้นตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยของสดและผักสำหรับทำอาหารค่ำวันนี้“อยากกินขนมเหรอ ไปขอจุ๋นเจี๋ยนะ ห้องโน้นเลย...”

พิมพ์พรบอกพลางชี้มือไปที่ประตูเป็นสัญญาณเจ้าแมวอ้วนเอียงคอเหมือนไม่เข้าใจ แต่แล้วมันก็กระโดดลงจากโต๊ะ วิ่งหลุนๆออกไปนอกห้องอย่างที่มันเคยทำ

“อามูสตี้ ลื้อไปซงที่ไหนมาอั้วรอตั้งนาน อารายอ้อนแบบนี้ หิวละซี่ มาๆ อั้วแกะขนมให้”

เสียงจุ๋นเจี๋ยจากห้องนั่งเล่นดังแว่วเข้ามาหญิงวัยเกือบกลางคนอมยิ้มอย่างนึกเอ็นดูในความแสนรู้ ประจวบกันเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหล่อนรีบกดรับสาย ไม่มองก็รู้ว่าคู่สายเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘นายน้อย’ผู้ปรุงอาหารพิเศษแล้วให้คนนำมาส่งที่บ้านริมน้ำเป็นประจำ ใช้ข้ออ้างเดิมๆ โดยให้บอกชลิตาว่าคนบ้านโน้นนำมาฝากตามมารยาท ทั้งที่ความจริงแล้วอาหารทุกกล่องที่ถูกส่งมาที่นี่ คนทำล้วนตั้งใจปรุงขึ้นเพื่อเด็กสาวคนเดียวในบ้านที่โปรดปรานขนมหวานเป็นที่สุดแต่เพราะอาการแพ้อาหารทำให้ต้องเลือกทาน ทว่าบ่อยครั้งที่ยังพลาดเจอสิ่งที่แพ้ทำให้เธอแก้ปัญหาโดยการไม่ทานสิ่งที่ไม่ได้ปรุงขึ้นเองในบ้าน ยอมอดดีกว่าทำให้คนรอบตัวเดือดร้อน

“สวัสดีค่ะ”ผู้มากวัยกว่าทักทายอย่างสดใสอย่างเคย

“หวัดดีพิมพ์วันนี้น้องเบลล์เป็นไงบ้าง” คำถามเดิมๆ ที่ไม่ได้ดูแตกต่างจากทุกครั้งแต่พิมพ์พรกลับสัมผัสได้ว่าวันนี้คู่สายดูเหนื่อยน้ำเสียงพูดไร้พลังอย่างเห็นได้ชัดกระนั้นความห่วงใยที่ชายหนุ่มมีให้ชลิตากลับไม่เคยเปลี่ยน“ได้ข่าวว่าเมื่อคืนที่นั่นฝนตกหนักเหรอ”

“ค่ะ ฟ้าร้องทั้งคืน”พิมพ์พรรู้ว่าทำไมนายน้อยใส่ใจเรื่องฟ้าฝนของที่นี่นั่นเป็นเพราะรู้กันว่าสภาพอากาศจะทำให้ชลิตามีอาการเครียด นอนไม่หลับหรือถ้าหลับก็จะฝันเห็นครอบครัวถูกฆ่า รวมถึงภาพความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อภาพที่พิมพ์พรพยายามให้ชลิตาเชื่อว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายน่ากลัว หาใช่ความจริง

“งั้นเมื่อคืนน้องเบลล์คงแทบไม่ได้นอนเลยสินะวันนี้ไปเรียนไหวมั้ย” บ่อยครั้งที่ชลิตาเครียด นอนไม่หลับไมเกรนขึ้นจนบางครั้งต้องหยุดเรียน นั่นทำให้เควินเป็นห่วงและคอยติดตามข่าวสภาพอากาศที่บ้านริมน้ำแทบทุกครั้ง

“ทีแรกพิมพ์ก็กังวลเหมือนกันค่ะแต่น้องเบลล์กลับไม่เป็นไรมาก ตื่นสายนิดหน่อยค่ะ คงเพราะเพิ่งหลับสนิทตอนใกล้รุ่งสาง วันนี้ไปเรียนได้ตามปกติค่ะ”

“เก่งขึ้นมากเลยนะระยะหลังถ้าอยู่ในบ้านแทบไม่เป็นไรเลย”

“ค่ะตั้งแต่มีสมูทตี้น้องเบลล์ดีขึ้นมาก แทบไม่ฝันร้ายเลย”

“สัตว์บำบัดสินะคงต้องยกความดีความชอบให้สมูทตี้”

“ค่ะน้องเบลล์ก็พูดเสมอว่าเธอดีขึ้นเพราะมีสมูทตี้ สัญญากับมันว่าจะดูแลให้ดี บอกกับพิมพ์ว่าจะเลี้ยงมันให้อ้วนเหมือนเจ้าคริสต์มาสของนายน้อยด้วยนะคะถึงขนาดเอารูปคริสต์มาสไปแปะไว้ที่ห้องนอน ชี้รูปให้สมูทตี้ดู พูดกับมันว่าต้องอ้วนและสวยให้ได้เหมือนคริสต์มาสอาบน้ำ แปรงขนให้ ดูแลกันดีมากๆ เลยค่ะ”

“งั้นคงไม่ต้องหาคนช่วยดูแลแล้วล่ะเก่งขนาดนี้”

คำพูดลอยๆนั้นทำให้พิมพ์พรไม่เข้าใจ เควินจึงต้องอธิบายเพิ่ม

“เมื่อก่อนน้องเบลล์อยากเลี้ยงแมวมากแต่แม่นิดไม่ให้เลี้ยง เพราะบอกว่าน้องเบลล์ยังเด็กดูแลแมวไม่ไหวเธอก็รบเร้าขอให้คนนั้นคนนี้ออกปากว่าจะช่วยเลี้ยง ทั้งพ่อเชาว์ ชรินทร์ แล้วก็ฉันเพื่อให้แม่นิดอนุญาต”

“น้องเบลล์ก็บอกเหมือนกันค่ะว่าอยากเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เลี้ยง”

“เกือบจะได้เลี้ยงแล้วล่ะถ้าไม่เกิดเรื่องซะก่อน...”

พิมพ์พรเข้าใจดีว่า ‘เรื่อง’ ที่ถูกเอ่ยถึงเป็นที่มาของนรกในใจเควินมันเหมือนแผลที่ยังรักษาไม่หาย แล้วทุกครั้งที่นึกถึงอดีตนี้มันก็ไม่ต่างกับการทำให้แผลนั้นกลัดหนองขึ้นอีกครั้ง

“อ้อ พิมพ์ลืมเล่าค่ะวันก่อนเราทำบาบีคิวกันนอกบ้าน ระหว่างติดไฟเตาถ่าน น้องเบลล์แกล้งสมูทตี้ด้วยค่ะเธอเอามือเปื้อนถ่านทาหน้าสมูทตี้ดำเมี่ยมเลยทำเสร็จก็เรียกให้พิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยดู ถามว่าหน้าเหมือนคริสต์มาสรึยัง น้องเบลล์ของนายน้อยน่ะ เห็นดูเรียบร้อยๆแต่ก็ซนนะคะ”

พิมพ์พรรู้ว่าการเล่าเรื่องน่ารักๆที่เกี่ยวกับชลิตาจะช่วยปัดเป่าความเศร้า ความเหนื่อยให้กับนายน้อยได้ทุกครั้งเพราะมันเหมือนมีมนต์ขลังที่ช่วยเยียวยา ครั้งนี้ก็คงเช่นเดียวกัน

“แล้วพิมพ์ว่าเหมือนมั้ย”

“คล้ายค่ะถ้าจะให้เหมือนต้องให้สมูทตี้อ้วนกว่านี้อีกหน่อยขนสมูทตี้ฟูแต่ไม่พองเท่าคริสต์มาส แถมยังตัวเล็กกว่าด้วยค่ะ”

“สมูทตี้น่าจะเป็นลูกผสมแมวไทยกับเปอร์เซียขนคงฟูเท่าคริสต์มาสที่เป็นแมวแร็กดอลล์ยากแต่ก็ไม่แน่หรอกนะ ถ้าน้องเบลล์ยังขุนให้อ้วนแปรงขนให้ฟูอย่างที่พิมพ์เล่า ไม่นานอาจจะพองเท่าเจ้าคริสต์มาสเพราะเปอร์เซียก็ขนเยอะอยู่แล้ว ซื้ออาหารบำรุงหน่อยจะได้สวยๆ ไว้ฉันซื้อไปให้”

“ดีค่ะพิมพ์ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ ส่วนน้องเบลล์ก็เกรงใจค่ะจะซื้ออะไรให้สมูทตี้ก็จะเจียดค่าขนมของตัวเองซื้อให้ค่ะพิมพ์ให้เงินไปก็เอามาคืนตลอด”

“ยังขี้เกรงใจเหมือนเดิมนะแต่ไม่เป็นไร กลับบ้านครั้งนี้ฉันมีของฝากให้สมูทตี้กับน้องเบลล์เพียบเลยชิ้นล่าสุดเป็นของที่เหมาะกับน้องเบลล์และสมูทตี้เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆก่อนขึ้นเครื่องเลย ใช้เวลาเลือกตั้งนาน โดนเอเจย์บ่นจนหูชา”

“คุณเอรอนคงลำบากแย่”

“พิมพ์...คนที่ลำบากคือฉัน”น้ำเสียงนั้นทอดยาวฟังดูน่าสงสารปนน่าเอ็นดู “เจ้านั่นลำบากตรงไหนทำตัวน่ารำคาญจะตาย ทั้งพูดมาก ทั้งขี่บ่น พิมพ์ก็รู้”

“ค่ะ”พิมพ์พรขำเพราะชินกับสถานการณ์เหล่านั้นพอสมควร “นายน้อยคงใช้เวลามากสินะคะในการเลือกของฝากครั้งนี้”

“อยากให้เวลามากกว่านี้ด้วยซ้ำ...อ้อมีของจุ๋นเจี๋ยกับพิมพ์ด้วยนะ ใส่ใจเลือกเหมือนกัน”

“งั้นเหรอคะ”

“พิมพ์ไม่เชื่อเหรอ”

“ค่ะเชื่อสิคะ พิมพ์ดีใจนะคะที่นายน้อยคิดถึงพวกเรา ถ้าน้องเบลล์รู้ว่านายน้อยทำเพื่อเธอขนาดนี้คงดีใจถึงจะเกิดมาอาภัพแต่เธอยังโชคดีที่ได้เจอนายน้อย”

ผู้มากวัยรู้ตัวกว่าพลั้งปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรก็ตอนอีกฝ่ายเงียบไป...

“ไม่จริงหรอกพิมพ์...ถ้าในวันนั้นน้องเบลล์ไม่เดินมาหาฉัน ไม่ยื่นมือให้ฉัน เธอคงไม่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าไม่ต้องมีสภาพอย่างทุกวันนี้ป่านนี้เธอคงเป็นเด็กสาวที่อยู่ท่ามกลางครอบครัวอบอุ่น มีพ่อ แม่ พี่ชายที่แสนดีคอยดูแลเธอ ไม่ต้องกลายเป็นคนที่กลัวเสียงดัง หรือเสียงฟ้าร้องไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”

พิมพ์พรพูดไม่ออกได้แต่โทษตัวเองที่ปากไว ไม่ระวัง

“ฉันเป็นคนเอาทุกอย่างไปจากเธอ...ฉันอยากชดใช้ให้ชดเชยสิ่งที่น้องเบลล์ต้องเสียไป ทั้งที่ฉันก็รู้ว่ามันไม่มีทางชดเชยได้หมดแต่ฉันก็ทำได้เพียงเท่านี้พิมพ์ ทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ ฉันอยากทำได้มากกว่านี้แต่ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไง...”

“พิมพ์รู้ค่ะ...พิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยรู้เราทั้งคู่จึงพยายามจะเป็นพ่อแม่ให้น้องเบลล์ เติมเต็มส่วนที่หายให้เธอ”

“ฉันเป็นหนี้บุญคุณพิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยมาก”

“อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะพิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยเต็มใจ แล้วนายน้อยก็ดูแลพวกเราอย่างดีถ้าไม่มีนายน้อยพวกเราคงลำบาก ที่พิมพ์จะพูดคือ เราเป็นพ่อแม่ให้น้องเบลล์ได้แต่พี่ชาย นายน้อยคงต้องเป็นให้น้องเบลล์เองนะคะ”

“ฉันก็อยากเป็นอยากทำอย่างนั้นนะพิมพ์ แต่...”

“พิมพ์รู้ว่านายน้อยกลัวการเข้ามาใกล้น้องเบลล์รู้ว่านายน้อยมีเหตุผลที่ไม่กล้า เหตุผลนั้นอาจจะดูสมควรแต่พิมพ์ก็ยังอยากยืนยันคำเดิมว่า ถ้าน้องเบลล์มีนายน้อยอยู่ใกล้มันจะเป็นผลดีกับน้องเบลล์มากกว่าผลเสียอย่างแน่นอน”

“ฉันไม่มั่นใจแต่ทำไมพิมพ์มั่นใจอย่างนั้นล่ะ”

“เพราะน้องเบลล์จะมีคนที่รักและหวังดีกับเธออยู่ใกล้ๆคอยให้คำปรึกษาให้คำแนะนำ พิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยเรียนมาน้อย รู้อะไรก็แค่งูๆ ปลาๆ อย่างเรื่องเรียนน้องเบลล์ก็คงไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ถึงได้ดีใจเมื่อรู้ว่าคนข้างบ้านมีความรู้พอจะให้คำปรึกษาเธอถึงได้เฝ้ารอวันที่จะได้คุยกับคุณเคย์”

“พิมพ์รู้ใช่มั้ยว่าฉันคือหนึ่งในปีศาจร้ายที่อยู่ในฝันของน้องเบลล์”

“แต่เป็นปีศาจที่พยายามจะปกป้องน้องเบลล์นะคะ แล้วตอนนี้นายน้อยคือผู้มีพระคุณของน้องเบลล์ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย นายน้อยเฝ้าตามดูแลปกป้อง ครั้งแล้วครั้งเล่าพยายามหาสิ่งดีๆ ให้ นั่นต่างหากที่สำคัญ ชีวิตคนเรานั้นสั้นนิดเดียวนะคะสิบกว่าปีที่พิมพ์เห็นนายน้อยแอบเฝ้าตามดูแลน้องเบลล์ พิมพ์มั่นใจว่าในโลกนี้ไม่มีใครจะรักและหวังดีกับน้องเบลล์เท่ากับนายน้อยอีกแล้ว ยกโทษให้ตัวเองเถอะนะคะนายน้อยลงโทษตัวเองมานานพอแล้ว ความสุขของนายน้อยคือการได้เห็นรอยยิ้มของน้องเบลล์แต่ทำไมไม่มาดูด้วยตาตัวเองล่ะคะ มาดูให้เห็นว่าวันนี้น้องเบลล์ยิ้มได้แล้วรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะมีนายน้อยคอยประคองชีวิตให้ กลับมาเถอะค่ะมาดูแลน้องสาวของนายน้อยตัวด้วยนายน้อยเอง”

“ฉันทำได้จริงๆเหรอพิมพ์” นั่นคือคำถามที่คาใจตลอดมา คำถามที่ไม่กล้าแม้แต่จะถามตัวเองวันนี้ความประหวั่นใจทำให้พูดออกมา “ฉันไปอยู่ใกล้ๆ น้องเบลล์ได้จริงเหรอฉันจะไม่กลายเป็นคนที่ทำร้ายน้องเบลล์จริงเหรอ ถ้าวันหนึ่งน้องเบลล์จำอดีตได้...”

“จะไม่มีวันนั้นหรอกค่ะนั่นจะเป็นความลับไปตลอดกาล ตอนนี้น้องเบลล์เชื่อสนิทใจว่าครอบครัวตายไปเพราะเหตุไฟไหม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสุสานของครอบครัวอยู่ที่ไหน พิมพ์เคยลองใจโดยแนะนำให้ไปหาญาติ หาข้อมูลจากโรงเรียนเก่าเผื่อมีคนจำเธอได้ให้เธอลองตามเรื่องนี้ แต่เธอปฏิเสธ บอกว่าจำพวกเขาไม่ได้แล้วและตลอดหลายปีไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเธอซักครั้ง เธอคงไม่มีตัวตนสำหรับพวกเขาขออยู่กับปัจจุบันดีกว่า เธอมีล็อกเกตนาฬิกาเป็นตัวแทนของครอบครัวก็พอแล้ว”

“นั่นเพราะน้องเบลล์ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เลยค่ะ ทีแรกพิมพ์คิดว่าน้องเบลล์คงพูดเพราะน้อยใจชะตาตัวเองหรือแค่ไม่อยากให้พิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยเป็นห่วง แต่เท่าที่สังเกตระยะหลังน้องเบลล์คิดอย่างนั้นจริงนะคะ เธอรู้สึกว่าเราคือครอบครัวของเธอ ที่มีตัวตนอยู่จริง”

“ครอบครัวที่มีอยู่จริง...”

“น้องเบลล์พร้อมจะเริ่มต้นกับครอบครัวใหม่นานแล้วคราวนี้ก็เหลือแค่นายน้อยแล้วนะคะ เมื่อไหร่นายน้อยจะพร้อม...พร้อมที่จะลืมอดีตแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ มาเป็นพี่ชายให้น้องสาวของนายน้อย อย่างที่ตั้งใจคะ”

เควินนิ่งไปอย่างใช้ความคิดนี่อาจเป็นโอกาส เมื่อชลิตาจำอดีตไม่ได้เขาก็สามารถกลับมาดูแลเธอใกล้ๆ ในฐานะของพี่ชายได้ ถ้าเขาทำในสิ่งที่นิคเสนอแต่งงานกับเหมยฮัว เขาก็ซื้อความปลอดภัยให้ชลิตาได้ ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกแล้วไม่มีอะไรให้ต้องกลัวแล้วไม่ใช่หรือ...

“ทำตามใจที่นายน้อยต้องการเถอะนะคะคิดซะว่าพิมพ์กับจุ๋นเจี๋ยขอ”

หลังคำอ้อนวอนนั้นเวลาผ่านไปเกือบอึดใจ พิมพ์พรก็ได้คำตอบที่เฝ้ารอ

“ฉันจะลองดู กลับไปคราวนี้ฉันจะออกไปเจอน้องเบลล์ จะไม่หลบหน้าอีกแล้ว ฉันจะได้มีตัวตนจริงๆในสายตาของน้องเบลล์”

“พิมพ์ดีใจนะคะ ที่นายน้อยตัดสินใจเรื่องน้องเบลล์ในครั้งนี้...”พิมพ์พรมีเรื่องจะคุยต่อ แต่เสียงเปิดประตูหน้าบ้านบ่งบอกว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน “น้องเบลล์กลับมาพอดีเลยค่ะนายน้อยจะเปิดตัวตอนนี้เลยมั้ยคะ ในฐานะคุณเคย์”

“เอ่อ ไม่...ยัง...ก่อนดีกว่า...” เอาเข้าจริงก็ยังไม่กล้าพิมพ์พรขำ “ขอเวลาเตรียมใจอีกนิด”

“ค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะนายน้อยไม่ใช่แล้วสิ...ต่อจากนี้พิมพ์คงต้องเรียกคุณเคย์ให้ชินปากจะได้ไม่หลุด”

“ขอบใจนะพิมพ์ขอบใจที่ให้ความกล้ากับฉัน”

“พิมพ์ยินดีค่ะว่าแต่มาคราวนี้คุณต้าฟงกับคุณเอรอนมาด้วยมั้ยคะ”

“แล้วพิมพ์คิดว่าไงล่ะ”คำตอบแสดงอารมณ์เซ็งๆ ทำให้ป้าพิมพ์ขำพอเดาคำตอบได้ “ต้าฟงตามติดเป็นเงา ตามหลังต้อยๆ ส่วนเอเจย์บอกจะตามมา หลังเคลียร์งานเสร็จ ฉันพยายามจะหางานให้เจ้านั่นทำจะได้ไม่ต้องตามมา แค่ต้าฟงคนเดียว ฉันก็ปวดหัวจะแย่”

“โถ อย่าโกรธเลยค่ะทั้งสองเป็นห่วงนายน้อยนี่คะ”

“ห่วงเกินไปมั้ย ให้หายใจบ้างเถอะเห็นหน้ากันทุกวันเบื่อจะแย่”

“กี่ปีแล้วนะคะที่อยู่ด้วยกันมา” พิมพ์พรรู้ว่าถึงจะบ่นแต่นายน้อยก็เข้าใจความหวังดีจึงได้ยอมทั้งที่ไม่ชอบ“อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ ทั้งคุณต้าฟงและคุณเอรอนคงเห็นนายน้อยเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งน้องชายที่พวกเขายอมใช้ทั้งชีวิตปกป้อง...”

“คงอย่างนั้น...”

พิมพ์พรล่ำลาก่อนกดวางสายแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องสะดุ้งเล็กๆ เมื่อมีดวงตากลมแป๋วมองอยู่ข้างหลังเพราะเมื่อครู่เหมือนเพิ่งได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านไม่คิดว่าเผลอครู่เดียวเด็กสาวก็มายืนอยู่หน้าประตูครัว

“มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก”เอ่ยถามพยายามซ่อนพิรุธ “ปกติหนูต้องแวะทักทายจุ๋นเจี๋ย เล่นกับสมูทตี้ก่อนไม่ใช่เหรอ”

“เบลล์หิวน้ำค่ะ เลยมานี่ก่อน”ตอบพลางเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบกระบอกน้ำมาเทใส่แก้ว“ว่าแต่เมื่อกี้นายน้อยโทร.มาเหรอคะ”

“เปล่า คุณเคย์น่ะลูกเขาโทร.มาขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระดูคนงานมาทำความสะอาดบ้านให้”พิมพ์พรเริ่มชินกับการหาเหตุผลมาอ้างกับเด็กสาว “เลยรู้ว่าตอนนี้เขากำลังรอขึ้นเครื่องเห็นว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะมาถึงบ้านแล้วล่ะ”

“พรุ่งนี้?” ชลิตาแทบสำลักน้ำที่เพิ่งยกดื่ม รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที“พรุ่งนี้เบลล์ไม่ว่างนี่ นัดบอลลูนกับพี่ลูกโป่งไว้แล้วว่าจะไปบ้านอุปถัมภ์เผื่อจะกลับก็เย็นเลย จะได้เจอพี่ชายมั้ยเนี่ย”

“พี่เขามาอยู่หลายวันจ้ะคราวนี้ป้าว่าน้องเบลล์คงได้เจอพี่เขาจริงๆ แล้วล่ะ”

“ก็หวังอย่างนั้นค่ะ”

“ว่าแต่พรุ่งนี้จะไปกันกี่โมงจ๊ะ”

“แต่เช้าเลยค่ะจะได้ตัดหญ้ารอบบ้านเสร็จก่อนมืด ไม่ได้ไปทำซะนานครูบอกว่าหญ้าขึ้นรกมากเลยค่ะคงใช้เวลาเยอะกว่าทุกครั้ง นี่พี่ลูกโป่งจะเอาลูกน้องไปช่วยสองสามคนตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จค่ะ”

ผู้ที่ถูกเอ่ยถึงคือสองพี่น้องซึ่งมีบ้านอยู่กลางซอยเป็นอู่ซ่อมและตกแต่งรถ ชื่อ ‘อู่พองลม’ แม้จะไม่ใช่อู่ใหญ่โต หรูหรา แต่คนละแวกนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ลูกโป่ง’ หรือดำรงเจ้าของอู่อดีตหัวหน้าแก๊งค์เด็กแว้นวัยเบญจาเพศ เป็นคนหน้าตาดีแต่ต้องวงเล็บว่าถ้านำมาจับแต่งตัวซะใหม่ จับอาบน้ำ จัดการกับผมที่กระเซิงเป็นรังนก แล้วตัดเล็บดำๆเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน เพราะดำรงหรือลูกโป่งมักโดนคนพูดใส่หน้าทำนองว่าเสียดายเกิดมาหล่อ ทำตัวเสียของมาก ซกมกน่าขนลุก นั่นเพราะเขาต้องทำงานในอู่ซ่อมรถจึงดูเป็นคนสกปรกโดนน้องสาวเอ็ดเรื่องล้างมือไม่สะอาดเป็นประจำ อีกทั้งยังชอบทำอะไร เฉิ่ม ๆ เชยๆตามยุคสมัยไม่ค่อยทัน หัวช้า เรียนน้อย เพราะต้องทำงานเลี้ยงน้อง เป็นพี่ชายที่หวงน้องมากจนขึ้นชื่อ

คนบ้านริมน้ำรู้จักพี่น้องคู่นี้เมื่อราวครึ่งปีก่อนระหว่างที่ชลิตาออกไปตามหาสมูทตี้ที่ติดสาวหนีออกจากบ้านเธอออกตามหาแล้วไปเจอพวกเด็กแว้นแซว โชคดีที่บอลลูนผ่านมาเจอเลยช่วยตอนแรกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเด็กแว้นถึงได้ยอมถอยไปง่ายๆจนกระทั่งบอลลูนเล่าว่าพี่ชายเธอเคยเป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็กแว้น เกเรมาก่อนถึงตอนนี้จะเลิกแล้วแต่พวกสิงห์นักบิดก็ยังให้ความเคารพและส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าที่อู่การได้รู้จักสองพี่น้องทำให้คนบ้านริมน้ำใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเพราะไปไหนก็มีคนรู้จักและคอยให้ความช่วยเหลือ

“เดี๋ยวป้าทำกับข้าวให้ไปทานกันดีกว่า” พิมพ์พรยังคงใจดีดั่งเคย “มีใครบ่นอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ยคราวนี้หรือจะเอาแหนมซี่โครงหมูทอดของโปรดลูกโป่งเหมือนเดิม”

“เอาด้วยค่ะแล้วคราวนี้พี่ลูกโป่งเรียกร้องเมนูปลาดุกฟูเพิ่ม ขอมะม่วงเยอะๆด้วยค่ะส่วนบอลลูนอยากกินผัดหมี่เจสูตรจุ๋นเจี๋ยค่ะ เบลล์ก็อยากทานด้วยไม่ได้ทานนานละ”

“ได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวเย็นๆป้าไปจ่ายตลาดเองดีกว่าจะได้เลือกของสดมาทำ เดี๋ยวหนูเรียกแท็กซี่ให้ป้าด้วยนะ”

“ไม่ต้องเรียกแท็กซี่หรอกค่ะพี่ลูกโป่งบอกว่าขันอาสาขับรถพาป้าพิมพ์ไปตลาดเองเลย บอกจะลองเครื่องรถใหม่ด้วย”ชลิตาบอกอย่างสดใส ในขณะที่ป้าพิมพ์หน้าเปลี่ยนสี “ให้เบลล์โทร.เรียกเลยมั้ยคะ”

“ไม่ต้อง! ไปเองดีกว่าจ้ะ ไม่อยากให้ลูกโป่งคอย ป้าเกรงใจ”

ชลิตาหัวเราะอย่างรู้ทันว่าป้าพิมพ์เป็นคนที่กลัวการนั่งรถกับลูกโป่งยิ่งกว่าอะไรเพราะลูกโป่งนอกจากจะขับรถหวาดเสียวแล้วยังเป็นคนชอบแกล้งหยอกให้คนแก่ตกใจแถมยังเป็นประเภทพูดมาก ชอบทำอะไรเสียงดังๆ เรียกร้องสายตาคนให้หันมองเป็นคนตลกโฉ่งฉ่าง ที่แม้ดูซื่อๆ แต่ก็ทำให้คนที่ไปด้วยอายอยู่ไม่น้อย

“ป้าไปเลยดีกว่าถ้าลูกโป่งมาบอกว่าป้ารีบนะ”

ยังไม่ทันจะสิ้นคำเสียงบีบแตรรถก็ดังลั่นที่หน้าบ้านตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียก “พิมพ์จ๋า ไอ้บ่าวมารับแล้ว พร้อมจะไปซิ่งกันได้รึยังคร้า--บ”

“ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ”ชลิตาแอบขำสีหน้าตกใจของป้าพิมพ์ ที่แม้จะไม่ชอบนั่งรถกับลูกโป่งแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะรู้ว่าชายหนุ่มหวังดี “ไปดีมาดี อย่าลืมรัดเข็มขัดนะคะ”

เด็กสาวทำทะเล้นเล็กๆพิมพ์พรทำหน้าดุ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มใสๆ นั้นก็เผลอยิ้มตามอยากให้นายน้อยมาเห็นรอยยิ้มนี้ไวไว นายน้อยคงมีความสุขมากเหมือนที่หล่อนมีในเวลานี้...

:-: :-: :-: :-: :-:






Create Date : 13 มีนาคม 2559
Last Update : 13 มีนาคม 2559 17:34:37 น. 2 comments
Counter : 345 Pageviews.

 
รอวันเจอนายน้อยยยยย


โดย: sakeena IP: 14.207.11.60 วันที่: 14 มีนาคม 2559 เวลา:11:17:54 น.  

 
อ่านตอนนี้แล้วยิ้มตามได้เลย รอบข้างเบลล์ตอนนี้ มีแต่คนน่ารัก ยิ่งเคย์มาเสริมทีมด้วย สุขล้นแน่ๆ จนกว่านิคจะของขึ้นอีก


โดย: goldensun IP: 61.91.4.2 วันที่: 14 มีนาคม 2559 เวลา:20:43:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

adel_ew
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ความกลัวที่สุดคือ...กลัวที่ต้องอยู่โดยไม่เหลือใคร
Friends' blogs
[Add adel_ew's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.