Bloggang.com : weblog for you and your gang

เม-ดา ซาหวัดดีค่า

Group Blog

 
 
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 กันยายน 2552

 
All Blogs

 

 

ขอหัวใจเฮี้ยวๆ มาเกี่ยวรัก ตอนที่ 4

4...

เจ้าดำนอนแนบตักเด็กสาว ส่วนเด็กหนุ่มก็ไม่รู้จะปลอบเธอให้หยุดร้องได้
อย่างไร ก็เขาแกล้งเธอเสียจนเลยเถิด และไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนอ่อนไหว ร้องไห้ไม่หยุด
อย่างนี้ นั่งอยู่นานพักใหญ่ เขาจึงหยิบลูกหมาสีดำตัวนั้นขึ้นมาจากตักของเธอ แล้วหันไป
พูดกับหมาแทน


“นี่เจ้าหมาน้อย...นายของแกร้องไห้มาตั้งนานแล้วนะ ทำไงถึงจะหยุดร้องหนอ...นี่
เธอ” เข้าหันไปพูดกับคีรยาบ้าง “ร้องไห้จนตาปูดอย่างนี้ ไม่อายหมามันบ้างเหรอ”

“ตาบ้า”

คีรยาปาดน้ำตา หมายจะฟาดเขาสักผัวะ แต่วชระชูเจ้าดำขึ้นมาเป็นตัวประกัน

“อะ...อะ...จะรังแกสัตว์เหรอ”

“ฉันจะตีนาย ไม่ได้ตีเจ้าดำซะหน่อย”

เจ้าดำร้อง อิ๋ง...อิ๋ง...ลั่น

“ดูสิ ตกใจใหญ่แล้วเนี่ย”

“นายนี่มัน...กวนโมโหจริงๆ”

“มันคงร้องหาแม่ แล้วละมั่ง...เอาไปเก็บที่รังสิยัยบื้อ” วชระยื่นลูกหมาใส่มือคีรยา
เมื่อเห็นว่าเธอหยุดร้องแข่งกับลูกหมาแล้ว

“อืม...” เธอรับคำ “นายจะไปไหนก็ไป ไป๊ เดี๋ยวฉันเอามันไปคืนรังเอง แต่...มันไม่มีแม่
หรอกนะ”

“เหรอ”

“อืม”

คีรยาพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน เธอหวังว่าเดินแยกจากเขาตรงนี้แล้ว นายวายร้าย
คงไม่ตามมาก่อกวนอีก คิดดูสิว่า ตั้งแต่เปิดเทอมมาเธอต้องร้องไห้ทุกเช้า เพราะใครกัน

“ไปด้วยสิ”

“หา...” เธอคิ้วขมวดเมื่อเขาลุกขึ้นมาติดๆ และเอ่ยปากขอไปกับเธอ “อะไรของนาย”

“ก็ขอไปด้วยไง เผื่อว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อยากเอามันออกมาเล่น จะได้รู้ว่ามันอยู่ไหน”

“ลูกหมานะ ไม่ใช่ตุ๊กตา”

“นั่นแหละ ไปด้วย”

“เฮ้อ...”

คีรยาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับเขา เดินนำลิ่วไปยัง
โรงเก็บของตึกคหกรรม พอเธอกับเขาก้าวไปถึง ลูกหมาอีกสองตัวก็วิ่งออกมา กระดิ๊กหาง
ดุ๊กดิ๊ก มันคงดีใจที่เห็นน้องชายกลับมาอย่างปลอดภัย

“นั่นเจ้าขาว กับเจ้าแดง พี่น้องของมัน” เธอปล่อยให้เจ้าดำวิ่งกลับเข้าไปหาพี่น้อง
ของมัน แล้วพากันนั่งยองๆ มองลูกหมาตัวน้อย

“จะว่าไปแล้ว เธอนี่เหมือนลูกหมาเลยเนอะ”

“หือ...นายว่าฉันเป็นลูกหมาหรือไงยะ”

เพิ่งจะสงบศึกกันได้ไม่กี่นาที ปากของนายวายร้ายก็หาเรื่องมาให้เธอได้หันไปทำ
ตาเขียวปัดใส่อีกครั้ง โชคดีได้ระฆังช่วยเอาไว้

“อ้าว...ดรีมนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ”

ตาเขียวปัดของคีรยาก็ค่อยๆ อ่อนโยนขึ้น เมื่อผู้มาทักคือคนที่คุ้นหน้าอย่างทิวทัศน์
โดยมีชนุตม์ตามมาติดๆ

“อ้าว...” ทิวทัศน์พูดคำว่าอ้าว เป็นครั้งที่สอง เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่กับเพื่อน คือคนที่
ประกาศกร้าวว่าชาตินี้จะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับวชระอีก

“ร้อนหรือไงวะ ถึงได้พูดแต่คำว่าอ้าว...อ้าว...อ้าว...”

“เอ๊า...อบ...อบ...อบ...”

เขาพูดใหม่เป็นเสียงกบ ล้อที่วชระว่ามาเมื่อครู่ ทำให้คีรยาหัวเราะขบขันกับหนุ่ม
อารมณ์ดีคนนี้

“ทีนี้ล่ะ หัวเราะได้...” วชระบ่นพึมพำ

“อะไรของนาย”

“เปล่า”

“แล้วไปไงมาไงมาอยู่ที่นี่ด้วยกันไปละ” ทิวทัศน์ถามอีกครั้ง ผิดกับชนุตม์ที่ตั้งแต่มา
ถึงยังไม่พูดอะไรสักคำ

“อย่าเข้าใจผิดนะ” คีรยารีบปฏิเสธพัลวัน “ฉันมาดูลูกหมา แล้วก็เอาข้าวมาให้มัน
กินกัน ส่วนนายวายร้ายเนี่ยตามมาเองไม่ได้มีอะไรนะ”

“ก็ยังไม่ได้ว่ามีอะไรนี่” ทิวทัศน์หัวเราะ และยิ้มกว้าง เมื่อเห็นเธอร้อนตัวอย่างนั้น
ขณะที่ชนุตม์นั่งยองๆ ลงข้างๆ เอื้อมมือไปอุ้มลูกหมา แล้วค่อยวางเจ้าตัวน้อยลง แล้วล้วง
กระเป๋ากางเกง และหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ออกมา

“ร้องไห้อีกแล้วเหรอ”

“หา...”

รอยบวมช้ำที่ขอบตา เขาคงสังเกตได้ ชนุตม์ส่งผ้าเช็ดหน้าใส่มือเธอโดยไม่สนใจ
สายตาของเพื่อนอีกคนที่ประกาศตัวไปก่อนหน้านี้ว่า คีรยาเป็นผู้หญิงของเขาแม้แต่น้อย

“เช็ดหน้า เช็ดตาซะ มอมแมมเป็นลูกหมาแล้ว”

“ขอบใจนะ”

“ชิ...” วชระส่งเสียงจิ๊กจั๊กไม่พอใจ

“อะไรของนาย...” คีรยาหันไปค้อนเขาอีกครั้ง

“เฮ้อ...” ทิวทัศน์ถอนหายใจก่อนมาห้ามมวยยกใหม่ “แกก็อย่าไปแกล้งคีให้มากนัก
สิวะไอ้ดรีม ก็รู้ๆ อยู่ว่าคีน่ะขี้แย”

“เช้อ...”

คีรยาเบะปากใส่ทิวทิศน์ที่ตั้งใจพูดล้อให้สถานการณ์หายตึงเครียด

“เปิดเทอมใหม่เลยร้องไห้คิดถึงบ้านสองวันซ้อนเลยล่ะสิ ไม่ไหวๆ โตแล้วนะเรา ยัง
ต้องให้เด็กๆ รุ่นน้องมาคอยปลอบอีก”

“นี่นายกอล์ฟสงสัยจะต้องให้ฉันตะโกนด่าเหมือนเมื่อวานอีกใช่มั้ยเนี่ย”

“อืม...ถ้าจะตะโกนด่าวันนี้ก็โอนะ พอรู้เหตุผลหน่อย แต่เมื่อวานนี่ไม่ไหวจะเคลียร์”

พูดจบเขาก็หัวเราะ นึกถึงใบหน้ายุ่งๆ ของเธอเมื่อวานนี้

“เอาไว้พวกเรามาช่วยเธอดูแลลูกหมาสามตัวนี้แล้วกัน” ชนุตม์เสนอ

“ตามใจสิ แต่...” คีรยาเหลือบมองวชระที่กำลังเล่นกับลูกหมาอย่างสนุกสนาน “เจ้า
มืดนั่นคงไม่กินลูกหมาหรอกนะ”

“ใคร...เธอว่าใครมืด” วชระละสายตาจากลูกหมาเตรียมเปิดศึกอีกครั้ง

“ลืมไปเลยว่า ดรีมน่ะรักหมาจะตาย รับรองได้ว่าเจ้ามืดเพื่อเราไม่กินลูกหมาหรอก”
ชนุตม์ช่วยยืนยัน และแหย่เพื่อนกลับด้วยคำที่คีรยาใช้เรียก

“เฮ้ย...ไอ้ยู ผิวอย่างนี้เขาเรียกว่า ผิวสีแทน หล่อ เข้ม ได้ใจหญิงเว้ย...ยังดีกว่ายัย
เฉิ่มกุ้งแห้งอย่างนั้นก็แล้วกัน จบ ม.ปลายไปจะหาแฟนกับเขาได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้”

“ได้ไม่ได้ ตอนนี้นายก็ประกาศป่าวๆ อยู่ไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นแฟนนาย” คีรยาได้ที
เถียงกลับ “แล้วอีกอย่าง ...ฉันตั้งใจมาเรียน มาหาความรู้ ไม่ได้ตั้งใจมาหาแฟน จะได้รีบมีแฟน
ตั้งแต่เด็กแต่เล็ก”

“เหรอ...” เขาลุกยืนแล้วพิศมองเธอจนทั่ว “ถึงเธอตั้งใจหา...ฉันว่าหน้าตาอย่างเธอ
ก็คงจะยากเหมือนกันที่จะหาได้ตั้งแต่เด็กแต่เล็ก แล้วยิ่งแก่ตัวไปก็ไม่รู้ว่าจะหาแฟนได้หรือ
เปล่า”

“ตาบ้า”

“นี่ฉันยอมลดตัวลงมาประกาศว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน ก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

“อีตาบ้า”

คีรยาโมโหสุดขีด ลุกขึ้นแล้วปาผ้าเช็ดหน้าของชนุตม์ใส่หน้าเขาเต็มๆ แล้วรีบเผ่น
แผล็ววิ่งหนีให้ไวที่สุด ไม่รอให้วชระตั้งตัววิ่งตามได้ หน่ำซ้ำถึงเขายากจะวิ่งไล่ ก็ติดตรงที่เพื่อน
ทั้งสองรวมหัวกันแกล้งดึงแขนจับตัวเขาไว้ แล้วปล่อยให้คีรยาเผ่นหายไป ก่อนจะพากัน
หัวเราะเยาะเขาอย่างสนุกสนาน



********************************************************




หลังเลิกแถวหน้าเสาธง เสียงซุบซิบนินทาระหว่างที่รออาจารย์มาสอนวิชาต่อไป
คงหนีไม่พ้นเรื่องข่าวคราวต่างๆ ในโรงเรียน ถึงแม้ไม่อยากเข้าไปร่วมวงสนทนา คีรยาก็ถูก
แพรไหมลากตัวไปอยู่ดี


“คี...” เธอลากเสียงเรียกชื่อเพื่อนรักยาวยืด พร้อมด้วยเสียงกระซิบกระซาบเมื่อเดิน
เข้ามาประกบตัว “เธอได้ยินข่าวน้องปุยฝ้ายดาวประจำชั้น ม.4 มั้ย”

“หือ”

คีรยาทำหน้าสงสัย เมื่อวานเพื่อนก็เปิดประเด็นด้วยเรื่องของหนุ่มฮอตที่สุดใน
โรงเรียน แต่วันนี้แพรไหมหันมาสนใจผู้หญิงแทน

“เธออย่าทำหน้างงอย่างนั้นสิ หึ...” แพรไหมถอนหายใจทำคิ้วขมวด “นี่ฉันจะต้องมี
เพื่อนตกยุคตกสมัยไม่ทันเหตุการณ์บ้านเมืองไปถึงไหนกันเนี่ย...”

“อ้าว...ก็ทำไมละ”

“นี่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ”

“เธอไม่เล่า แล้วฉันจะรู้มั้ยละ”

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” กุศลเดินหัวเราะเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างสองสาว “เธอนี่เข้า
ใจลดตัวไปคบพวกอันธพาล ชอบใช้กำลังข่มเหงรังแกผู้หญิงจังเลยนะคี”

“อะไรของนายยะ” คีรยาแผดเสียงใส่ แทนที่กุศลจะได้อธิบายต่อ แพรไหมจัดการ
สาธยายให้ยืดยาว

“ก็น้องดรีมของเธอน่ะสิ...”

คีรยาถลึงตาใส่เมื่อเพื่อน เมื่อแพรไหมดึงเอาคนที่เธอประกาศว่าเกลียดสุดๆ ขึ้นมา
เอ่ย

“จ๋า...จ๋า...ใจเย็นๆ น้องดรีมเฉยๆ ก็ได้ ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น...มีข่าวลือมาว่าน้องดรีม
น่ะ ไปหลงรักน้องปุยฝ้ายดาวประจำชั้น ม.4 แล้วไปสารภาพรักกับน้องเขา แต่น้องปุยฝ้ายไม่
เล่นด้วย น้องดรีมจึงใช้กำลังปลุกปล้ำ จนขนมที่ติดตัวน้องปุยฝ้ายเพราะน้องปุยฝ้ายกำลังจะ
กินขนมตอนเช้าอย่างขนมปัง แล้วก็นม หกกระจาย เลอะเทอะไปหมด โชคดีนะที่น้องปุยฝ้าย
หนีมาได้ ไม่งั้นเกิดเรื่องบัดสีบัดเถลิงในโรงเรียนแน่ๆ”

“อ๋อ...” คีรยาอ้าปากค้าง เรื่องที่เพื่อนเล่ามา ตรงข้ามกับที่คีรยาประสบมาทั้งหมด

“เรื่องนี้นะ กลุ่มเพื่อนน้องปุยฝ้ายเขาลือกันให้แซด”

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...เขาถึงว่าคบคนพาล พาลพาไปหาผิดยังไงกันละจ๊ะคีที่รัก”

“เหรอ...” คีรยาเบะปากใส่กุศล “เธอก็อย่าไปเชื่อข่าวลืออะไรให้มันมากเลยไหม
บางสิ่งที่พูดออกมาจากปากของคนมันอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป เราต้องอยู่ในเหตุการณ์
เท่านั้น ถึงจะรู้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง”

“แต่ฉันเชื่อนะ” แพรไหมยืนยันอีกเสียง “น้องปุยฝ้ายน่ารักจะตายไป สวยด้วย โดด
เด่นจนพวกรุ่นพี่ ม.6 ตามจีบตั้งแต่วันปฐมนิเทศ แล้วอีกอย่างดูการกระทำของน้องดรีมสิ
ขนาดเธอหน้าตาแย่ๆ เชยๆ เฉิ่มๆ น้องเขายัง...”

“อะ...” คีรยาตกใจทำตาโต รีบฉุดแขนแพรไหมพาเดินให้พ้นจากกุศลออกมา “พอ
ล่ะยัยไหม ไม่ต้องพูดละ เอาเป็นว่า ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่กลุ่มของน้องปุยฝ้ายพูดแล้วกัน”

“หรือว่า เธอหลงเสน่ห์น้องดรีมเข้าให้แล้ว” แพรไหมตะโกนลั่น

“บ้าเหรอ...เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์จริงๆ เป็นยังไงก็อย่าเที่ยวพูดให้ร้ายคนอื่นสิ ที่
สำคัญฉันไม่ได้หลงเสน่ห์ไอ้บ้านั่น และสำคัญที่สุดหากเธออยากรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร
ก็ควรจะไปถามพวกยูกับกอล์ฟดู เพื่อนสนิททำตัวติดเป็นตังเมอย่างนั้นน่ะ เวลาเพื่อนไปทำ
ตัวเหลวไหลร้ายๆ ยังไง ก็น่าจะรู้กันบ้างล่ะนะ”

“ใช่แล้ว” แพรไหมยิ้มกริ่ม “ฉันควรจะใช้อำนาจของคณะกรรมการนักเรียนเข้าไป
ตรวจสอบกับน้องยูในเรื่องนี้ ความคิดของเธอเข้าท่ามากๆ”

แพรไหมรีบจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องเรียน หมดเรื่องที่จะสนทนาต่อ เมื่อคีรยาชี้ทางสว่าง
มาให้ ส่วนคีรยาก็ยังคงมีสีหน้าอมทุกข์เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ เธอรู้สึกเป็นห่วงไอ้วายร้ายขึ้น
มาเสียแล้ว


******************************************************



บรรยากาศเย็นยะเยือกปกคลุมห้องพักคณะกรรมการนักเรียน ซึ่งห้องนี้จะอยู่ติด
กับน้องปกครอง จึงทำให้บรรดานักเรียนไม่ค่อยจะแวะเวียนมายังห้องนี้เท่าไหร่ จะยกเว้นก็
แต่พวกคณะกรรมการนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ และ
เหรัญญิก ที่เป็นนักเรียนชั้น ม.6 และมีคณะกรรมการอีก 30 คน มาจากตัวแทนของนักเรียน
ม.1 – ม.6 ชั้นละ 5 คน และแพรไหมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เธอเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้น ม.5
เป็นที่รักของครูบาอาจารย์ และที่สำคัญยังชอบทำกิจกรรมอีกด้วย



วันนี้แพรไหมนั่งอยู่หัวโต๊ะ เป็นตำแหน่งที่ประธานนักเรียนจะนั่งทุกครั้งเมื่อมีประชุม
เฝ้ารอจนกระทั่งประตูบานนั้นเปิดออก

ชนุตม์ และทิวทัศน์กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นเคย สำรวจทุกรายละเอียด
มองการตกแต่งห้อง และตู้ที่เก็บเอกสารไว้มากมายจนแทบจะล้นทะลักออกจากตู้

“นั่งสิ”

แม้ใจจะเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่แพรไหมก็ทำขรึมวางมาดต่อหน้าคนที่เธอสุดจะคลั่ง
ไคล้

“พี่ให้เพื่อนไปตามพวกผมมา พบที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน มีเรื่องอะไรเหรอครับ
...อย่าบอกนะว่าจะให้พวกผมมาเป็นคณะกรรมการนักเรียน”

ทิวทัศน์เริ่มต้นถาม และยังไม่วายพูดติดตลกตามแบบของเขา ส่วนชนุตม์ยืนนิ่งไม่
ยอมนั่งตามคำสั่งใดๆ ของรุ่นพี่คนนี้

“ไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย แต่เป็นเรื่องข่าวลือของนายดรีม วชระกับน้องปุยฝ้ายต่าง
หากล่ะ”

“ทำไมเหรอครับ” ผู้ถามยังคงเป็นทิวทัศน์เช่นเดิม”

“พวกเธอคงได้ยินข่าวลือที่ว่านายดรีมใช้กำลังปลุกปล้ำน้องปุยฝ้ายกันแล้วนะ”
ทิวทัศน์พยักหน้างึกงัก “ก่อนที่ข่าวลือจะกลายเป็นเรื่องใหย่โต และลามไปจนถึงฝ่ายปกครอ
ง ซึ่งนายดรีมอาจถูกลงโทษถึงขั้นสั่งพักการเรียน หรือไล่ออกได้ ฉันก็เลยอยากสอบถามพวก
เธอก่อนเพื่อที่จะหาพยานหลักฐานมาช่วยให้นายดรีมพ้นผิด...นายดรีมได้ทำเรื่องต่ำช้าอย่าง
นั้นจริงๆ มั้ย”

“โห...พี่คร้าบ...บ...บ...บ...” ทิวทัศน์หัวเราะกิ๊ก เมื่อแพรไหมถามออกมาตรงๆ “ผม
เอาหัวเป็นประกันเลย ตั้งแต่รู้จักกันมา ดรีมไม่เคยใช้กำลังข่มเหงผู้หญิงที่ไม่ได้รักมันเลยนะ”

“แต่ฉันไม่เชื่อ” แพรไหมตวากแว้ด “เพื่อนของพวกเธอเจ้าชู้ประตูดินขนาดนั้น ใคร
เชื่อก็ออกลูกเป็นลิงแล้ว”

“ถ้าหากพี่ไม่เชื่อ แล้วพี่จะเรียกพวกผมมาทำไมละครับ ทำไมไม่เรียกดรีมมาด้วย
การมาแอบพูดลับหลังเจ้าตัวอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ดีหรอกนะครับ มันดูไม่เป็นลูกผู้ชายเลย”

“ฉันเป็นผู้หญิงย่ะ” เธอโต้กลับทิวทัศน์ ทั้งที่ในใจแอบลุ้นว่าจะได้ยินเสียงชนุตม์
อธิบายอะไรบ้าง “แล้วอีกอย่างที่ฉันเรียกพวกเธอมา ก็เผื่อว่าพวกเธอจะพอเป็นพยานให้เพื่อน
ได้บ้าง เกิดฝ่ายปกครองเรียกดรีมไปสอบสวน พวกเราจะได้เตรียมตัวไปอธิบายให้อาจารย์
ฝ่ายปกครองฟังกัน”

“ไม่ทันแล้วละครับ” ทิวทัศน์ยิ้มแหยๆ “ผมกับดรีมเพิ่งแยกกันตะกี้นี้ แล้วผมกับยูก็
เดินมาคุยกับพี่ ส่วนดรีมไปคุยอยู่ห้องนู้น”

เขาชี้ไปยังผนังที่กั้นกลางระหว่างห้องปกครองกับห้องคณะกรรมการนักเรียนเอาไว้

“แล้วพวกเธอจะทำยังไงกันละ” แพรไหมเริ่มมีสีหน้ากังวล “มีใครพอจะเป็นพยาน
ให้ดรีมได้ไหมว่าข่าวลือนั้นไม่เป็นความจริง ความผิดวินัยเรื่องชู้สาวที่โรงเรียนเราถึงขั้นไล่ออก
เลยนะ”

“ผมเชื่อใจ และไม่คิดว่าดรีมจะทำอะไรอย่างนั้นหรอกครับ”

ชนุตม์พูดตัดบท เป็นเพียงประโยคเดียวที่เขาพูดออกมา ก่อนจะเปิดประตูออกไป
จากห้อง ไม่รอให้แพรไหมได้พูดอะไรในสิ่งที่เขาคิดว่าไร้สาระต่อ

หน้าประตูห้องติดกัน เขาต้องมาพบกับเด็กสาวท่าทางแปลกๆ อีกคนที่พยายามเงี่ย
หูฟังเสียงจากห้องปกครองอย่างใจจดใจจ่อ

“เธอ...”

“ชู่วว์...” คีรยาทำเสียงเตือนให้เขาเงียบ “ข้างในเสียงดังโขมงโฉงเฉงใหญ่แล้ว มา
ฟังสิ”

“เธอมาแอบฟังเขาคุยกันนี่นะ”

“อืม...” เธอตอบอย่างเต็มปากเต็มคำ “ตอนแรกแอบฟังห้องของพวกนายอยู่ ก็ฉันไม่
ได้เป็นคณะกรรมการนักเรียนนี่นา จะให้เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนยัยไหม ก็ยังไงอยู่...ก็ขอแอบฟังอยู่
ข้างนอกแล้วกัน แต่รอไปรอมา เสียงห้องนี้มันดุเด็ดเผ็ดร้อนกว่า ก็เลย...”

“เสียมารยาทแอบฟังซะเลย”

“ช่าย...แล้วเธอจะฟังด้วยมั้ยละ”

“อือ...” ชนุตม์พยักหน้างึกงักก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วแนบหูฟังที่ประตูอีกบานหนึ่ง
เขาใกล้เธอจนได้ยินเสียงลมหายใจที่พ่นออกมา...แต่ก็ดังไม่เท่าเสียงทะเลาะกันข้างในห้อง
ปกครอง

“เธอรู้มั้ยว่าการกระทำของเธอทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเสียหาย” เสียงอาจารย์
ฝ่ายปกครองประกาศกร้าว ทำให้คีรยานึกภาพตามไปว่าป่านนี้วชระคงตัวลีบเล็กเป็นลูกมด
ไปแล้ว

“แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

เสียงตอบของเขาผิดไปจากที่เธอคาด ทั้งดังฟังชัดโต้เถียงอาจารย์อย่างดุเดือด
ขนาดนี้...หรือว่าเขากำลังคว้าคอเสื้อเตรียมจะต่อยกับอาจารย์อยู่เป็นแน่

“ทำอะไรกันอยู่”

แพรไหมเดินออกมาจากห้องคณะกรรมการนักเรียน เดินเข้ามาอย่างแนบเนียน
แกล้งเคาะกลางหลังทั้งคีรยาและชนุตม์ อย่างน้อยฉวยโอกาสนี้ไว้ ได้ถูกตัวชนุตม์สักนิดก็ยัง
ดี

“ชู่วว์…” คีรยาพ่นเสียงเบาๆ ออกจากปาก แล้วฉุดแขนแพรไหมให้มาแนบหูฟังด้วย
กัน สมทบมาด้วยทิวทัศน์ พากันเกาะหนเประตูเป็นพรวน

“เมื่อครู่อาจารย์เรียกปิยรัตน์มาคุยเรื่องนี้แล้ว ปิยรัตน์บอกว่าเธอตั้งใจใช้กำลังลวน
ลาม ข่มเหงรังแกเขา เธอจะว่าอย่างไร”

“ผมเนี่ยนะ...กับยัยนั่นน่ะนะ”

“ใช่...เอาเป็นว่าหากเธอยังไม่ยอมรับสารภาพ อาจารย์จะต้องทำทัณฑ์บนเธอไว้
ก่อน และต้องเรียกผู้ปกครองมาพบ พร้อมพักการเรียน”

“ก็แล้วแต่อาจารย์สิครับ โรงเรียนงี่เง่าอย่างนี้ผมไม่อยากมาเรียนหรอก”

เสียงฝีเท้าของคนในห้องเดินงุ่นหง่าน ก่อนประตูจะเปิดออกด้วยแรงผลักอย่างเต็มที่
ทำให้กลุ่มที่แนบหูฟังข้างประตูต้องลงไปกองกับพื้น

“พวกเธอ...”

อาจารย์ฝ่ายปกครองร่างท้วม ตัวดำ พุงพุ้ย ถือไม้เรียวชี้มายังกลุ่มที่นั่งแอ้งแม้งกับ
พื้น ส่วนคนที่ผลักประตูไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เดินข้ามกลุ่มเพื่อนๆ ไปอย่างไม่ยี่หระ

“เฮ้ย...ไอ้ดรีม รอด้วยดิเว้ย”

ทิวทัศน์รีบลุกตาม พร้อมฉุดแขนให้ชนุตม์เดินตามไปด้วย ทิ้งให้คีรยานั่งนิ่ง ส่วน
แพรไหมยิ้มหวาน ทำตาชวนฝันไม่ยอมหุบ ก็เมื่อครู่ชนุตม์ล้มลงมา เกือบจะนั่งตักเธอแล้ว
เสียดายอยู่นิดเดียวที่เด็กหนุ่มพลิกตัวหนีได้ ไม่งั้นแพรไหมจะแกล้งกอดเอาไว้ซะเลย

“แล้วพวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่”

“เอ่อ...คือหนู...หนู...หนูก็มารอแพรไหมที่ห้องกรรมการนักเรียนน่ะสิคะ” คีรยาแก้
ตัว

“ห้องกรรมการนักเรียน...ประตูอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ตรงนี้”

“อ้าว...เหรอคะ สงสัยหนูจะรอผิดห้อง ...หว้า...แย่จัง” คีรยาแกล้งทำตัวบ๊องแบ๊ว ซึ่ง
ไม่เหมาะกับเธอนัก

“แล้วแพรไหมเพื่อนของเธอ ก็นั่งอยู่ตรงนั้น” อาจารย์เอาไม้เรียวชี้ไปยังแพรไหม
“อย่ามาแถไปเรื่อยๆ นะคีรยา”

“แหะ...แหะ...” คีรยาลุกจากพื้น ฉุดเพื่อนที่กำลังฝันหวานให้ลุกขึ้นมาพร้อมกัน

“เธอมาแอบฟังที่อาจารย์พูดกับนายวชระใช่ไหม”

“แบบว่า...ประมาณนั้นค่ะ” เมือ่จนมุมก็ต้องรับสารภาพ “แต่...อาจารย์ไม่สงสัยบ้าง
เหรอคะว่าน้องปุยฝ้ายจะโกหก”

“ปุยฝ้าย...อ๋อ...ปิยรัตน์น่ะเหรอ”

“ค่ะ” คีรยาพยักหน้า

“ทำไมเธอถึงเชื่อว่าปิยรัตน์โกหกละ ทั้งๆ ที่ปิยรัตน์ก็มาบอกกับอาจารย์เองว่าวชระ
รังแกเธอ แล้วที่สำคัญตอนที่อาจารย์เจอปิยรัตน์ตัวเธอก็เปื้อนเปรอะจนดูไม่ได้ คนสติดีๆ ที่หน
จะเอานมมาราดหัวตัวเอง”

“นมนั่น...นามวชระอาจเป็นคนราดจริงๆ นะคะ แต่เขาอาจจะไมได้ปลุกปล้ำอะไร
ปิยรัตน์เลยก็ได้”

“ทำไมเธอมั่นใจอย่างนั้นละยัยคี...”

“ก็...เออ...” คีรยาลังเล ถ้าจะบอกว่าเธออยู่ในเหตุการณ์ ก็กลัวข้อหาจะพลิก
เปลี่ยนจากวชระใช้กำลังปลุกปล้ำปิยรัตน์ กลายมาเป็นใช้กำลังพยายามจูบกอดเธอแทนน่ะสิ
“อาจารย์คะ...เอาเป็นว่าหนูจะทำให้น้องปิยรัตน์มาสารภาพกับอาจารย์เองค่ะ ว่าเธอพูดโกห
กทั้งหมด แต่ระหว่างนี้อาจารย์ระงับทัณฑ์บนนายวชระไว้ก่อนได้ไหมคะ อาจารย์ไม่เคยได้
ยินเหรอคะ ในหลักที่ผู้พิพากษาเคยบอกไว้ว่า เขายินดีจะปล่อยคนทำผิดให้ลอยนวลสิบคน
เสียยังจะดีกว่าเขาตัดสินให้คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยต้องมารับโทษ”

“อะไรทำให้เธอมั่นใจอย่างนั้นคีรยา”

“อะไรก็ช่างเถอะค่ะ ขอให้อาจารย์เชื่อมั่นในตัวหนู แล้วหนูจะหาคนโกหกตัวจริงมา
ให้อาจารย์เอง”

คีรยารับคำอย่างแข็งขัน ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเธอจะทำให้ความจริงปรากฏได้อย่างไร”



********************************************




ชั่วโมงโฮมรูมคาบสุดท้ายของการเรียนในวันนี้ คีรยาตรงดิ่งไปยังชั้น ม.4/5 โดย
ไม่ได้บอกให้เพื่อนสนิทอย่างแพรไหมตามไปด้วย พอถึงหน้าประตูห้องเรียน เธอก็กวาดสาย
ตามองไปโดยรอบ อย่างแรกอาจารย์ที่ปรึกษายังไม่เข้าห้องมา ถือว่าทางสะดวก อย่างที่สอง
ปิยรัตน์กำลังจับกลุ่มคุยกับเพื่อนๆ ที่กลางห้อง อย่างเพลิดเพลิน เธอจังหันไปดึงตัวรุ่นน้องที่
เดินผ่านหน้าประตู เพื่อบอกให้ปิยรัตน์ออกมาหา


“ปุยฝ้าย มีรุ่นพี่มารอพบแน่ะ”

“หรอ” ปิยรัตน์ออกเสียงตามแบบฉบับวัยรุ่นยุคกุ๊กกิ๊ก คิกขุ อุอิ งุงิชอบออกเสียงกัน
จากเหรอ...ก็กลายเป็นหรอไป แล้วเธอก็จากกลุ่มเพื่อนตรงไปยังรุ่นพี่เฉิ่มเบอะที่มารออยู่หน้า
ห้อง คีรยาพยายามยิ้มหวานให้เพื่อผูกมิตร

“น้องปุยฝ้ายคะ พี่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย...ไปคุยที่ห้องนู้นได้ไหมคะ”

คีรยาชี้ไปยังห้องเก็บสารเคมีของหมวดวิทยาศาสตร์ ห้องนี้อาจดูลึกลับน่ากลัว
สำหรับเด็กสายศิลป์ แต่กลับเป็นห้องที่เงียบสงบของเด็กสายวิทย์อย่างคีรยา ยามไม่รู้จะไป
ไหนเธอมักแอบมานั่งพักอ่านหนังสือในห้องนี้ประจำ

“พี่มีอะไรหรอ”

ปิยรัตน์เดินตามมาจนถึงห้อง แล้วเท้าสะเอวมองหน้ารุ่นพี่อย่างท้าทาย เธอคงลืมไป
แล้วว่า เมื่อเช้าใครกระโดดออกมาช่วยเอาไว้

“น้องจำพี่ได้ไหมเอ่ย”

รุ่นน้องเอียงคอมอง รู้สึกจะคุ้นๆ หน้า กับรุ่นพี่ที่แต่งตัวเป็นยัยป้าเฉิ่มเบอะคนนี้
เหมือนจะเคยได้เจอะเจอกันมาก่อน

“เมื่อเช้าไง...ตอนเกิดเรื่องพี่อยู่ในเหตุการณ์”

“อ้อ...” ปิยรัตน์ถึงกับร้องอ้อออกมา “ยัยคนช่างสาระแนคนนั้นนี่เอง”

“อ้าว...” อยู่ดีไม่ว่าดี จากความหวังดี กลายเป็นคนช่างสาระแนไปเสียแล้ว

“มีอะไรหรอ ถ้าไม่มีฉันจะกลับห้องแล้ว”

“คือว่า...พี่อยากให้น้องบอกความจริงกับอาจารย์นะคะ”

“ความจริง ความจริงอะไร ที่ปุยฝ้ายบอกทุกคนไปก็คือความจริง ไม่มีอะไรที่โกหกนี่
นา”

“ก็เรื่องของนายดรีม กับน้องปุยฝ้าย”

“แล้วไง...ก็ทุกคนเข้าใจอย่างนั้นไปกันเองนี่นา แล้วอีกอย่างก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ
ดรีมร้ายกาจขนาดนั้น โดนไล่ออกไปเลยก็ยิ่งดี”

“น้องปุยฝ้าย...มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอคะ”

“ไม่คะ หรือจะให้ปุยฝ้ายไปป่าวประกาศให้ใครต่อใครฟังละว่า ที่จริงแล้วปุยฝ้ายไป
สารภาพรักกับนายนั่น แล้วถูกปฏิเสธ แถมยังโดนน้ำนมราดหัวเพราะเรื่องนี้อีก ถ้าทุกคนรู้ว่า
เรื่องเป็นอย่างนี้ แล้วปุยฝ้ายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แต่น้องควรบอกความจริงนะคะ ถึงแม้ต้องอับอาย ก็ยังดีกว่าทำให้เพือ่นคนหนึ่ง
ต้องเสียอนาคตนะคะ”

“นายดรีมไม่ใช่เพื่อนของปุยฝ้าย และปุยฝ้ายก็ไม่เคยคิดจะเป็นเพื่อนนายนั้น”

“นี่น้องเกลียดเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เรียกว่ารักต่างหากละ ปุยฝ้ายรู้แต่ว่า...ปุยฝ้ายจะต้องเป็นแฟนเขาเท่านั้น และ
หากไม่ได้เขามาเป็นแฟนก็อย่าหวังว่าเขาจะอยู่อย่างสงบสุขเลย โดนไล่ออกไปเลยนั่นล่ะดี
แล้ว”

“เอ่อ...” คีรยาถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ฟังทัศนคติของรุ่นน้อง “น้องคะ พี่ว่า ความรัก
น่ะ คือการปรารถนาที่จะให้คนที่เรารักมีความสุข โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน หรือหวังว่าจะได้เขา
มาครอบครองนะคะ”

“หรอ...” ปิยรัตน์ทำหน้ายียวน เหยียดในคำพูดของคีรยา “ไปจำมาจากหนังสือ
นิยายเล่มไหนเหรอคะ หรือว่าพีเคยมีแฟน เคยมีความรัก ถึงรู้ว่าสิ่งที่พี่พูดออกมาเป็นสิ่งที่ถูก
ต้อง”

“พี่ไม่เคยมีแฟนหรอก”

“กะอยู่แล้ว...พวกรุ่นพี่ห้องหนึ่งที่คงแก่เรียนอย่างพี่ คงหาแฟนกันยาก...ก...ก...สัก
หน่อย แล้วจะเข้าใจเรื่องราวของการรักใครสักคนได้ยังไงกันละคะ ปุยฝ้ายว่าพี่กลับไปเปิด
ตำรา อ่านหนังสือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะอะไรของพี่ต่อเถอะค่ะ อย่ามายุ่งพวกเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลย”

“พี่ไม่ยุ่งเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นะคะ แต่พี่เข้ามายุ่ง เพราะมันเป็นเรื่องความจริง และ
อนาคตของคนคนหนึ่งนะ น้องจะไม่รู้สึกผิดเลยเหรอ หากเขาต้องหมดอนาคตเพราะน้อง”

“ไม่” ปิยรัตน์ประกาศกร้าว “เอ๊ะ...หรือว่าพี่หลงรักดรีมถึงได้ทำเพื่อเขาขนาดนี้”

“นี่เนี่ยนะจะรักนายนั้น น้องรอให้ผู้ชายหมดโลกก่อนเถอะ...”

“จริงหรอ”

“อืม...เอาน่า...อย่าเพิ่งเฉไฉไปเรื่องอื่นสิ เอาเป็นว่าน้องจะไปสารภาพกับอาจารย์
ฝ่ายปกครองและเล่าความจริงให้อาจารย์ฟังหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ...ขืนไปปุยฝ้ายก็เสียหน้าแย่”

“ถ้าปุยฝ้ายไป พี่สัญญาว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องที่เงียบหายไป...แล้วทุกคนก็ลืม
ปุยฝ้ายไม่เสียหน้าหรอก”

“แต่ถ้าปุยฝ้ายไม่ไปละ”

“พี่จะไปบอกอาจารย์เอง เพราะพี่อยู่ในเหตุการณ์”

“อย่านะ” ปิยรัตน์แผดเสียงลั่น หน้าสวยๆ เริ่มหงิกงอ

“พี่ให้ปุยฝ้ายตัดสินใจแล้วนะ”

“งั้น”

ปิยรัตน์ทำท่าครุ่นคิดสักครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“ถ้าพี่ห่วงนายดรีมนัก...พี่ก็คุกเข่าอ้อนวอนสิ บางทีปุบฝ้ายอาจจะใจอ่อนยอมไป
สารภาพกับอาจารย์ก็ได้นะ”

“เอ่อ...”

คีรยาตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่ ระหว่างศักดิ์ศรีกับความถูกต้อง หากเธอคุกเข่าลงไป
อาจจะรู้สึกอับอายบ้าง แต่ก็ได้ช่วยให้วชระพ้นจากการโดนทัณฑ์บน และความจริงต่างๆ ก็จะ
ได้เปิดเผยสักที

“ปุยฝ้ายพี่ขอร้องได้ไหม”

“คุกเข่าก่อนสิ”

“งั้นก็ได้...คีรยาค่อยๆ ย่อตัวลง เข่าเกือบจะแตะพื้นอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเสียงทุ้มห้ามของ
วชระตะโกนเข้ามา

“อย่านะยัยบื้อ...”




*****************************************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป
*****************************************************************

 

Create Date : 30 กันยายน 2552
Last Update : 30 กันยายน 2552 23:54:00 น.
1 comments
Counter : Pageviews.

 

ยกที่ตอบกระทู้ในพันทิปมาตอบค่ะ

ตอนที่4 ค่ะ กำลังติด facebook งอมแงม โพสต์ตอนนี้เสร็จ ขออนุญาต ลบตอนที่ 2 นะคะ
แต่ตามอ่านได้ในลิงค์ที่โพสต์ไว้ค่ะ (เพระาว่าลิงค์เหล่านั้นสามารถลบได้ในภายหลังนั่นเอง)
ว่าแล้วก็รีบตอบกระทู้หน่อย เพราะต้องไปปั่นราคาพี่อ้อมแข่งกับพี่ปุ๊ก...หมูพีของเราซะหน่อยแล้ว
555+
เป็นเอามากเลยนะเนี่ย

อ้อ...พอลงตอนนี้ไปแล้ว ตอนที่ 5 จะขอเอามาลงวันที่ 14 นะคะ เพราะว่า วันที่ 15 เป็นต้นไป
มีงานมหรกรรมหนังสือค่ะ ถ้าลงวันที่ 10 เด๋ยวเว้นไป 20 กว่าวัน มันจะนานไป
เลยทิ้งระยะสัก 15 วันดีกว่าเนอะ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++ คุณTyra +++++++
ลักษณะของกลุ่มวัยรุ่นจะคล้ายๆ กันค่ะ
แต่...พระเอกในเรื่องของเรา ไม่ได้เป็นคุณชายโดเมียวจิ หรือเต้าหมิงซื่อ
เหมือน F4 เพราะว่าคุณชายคนนั้น....ไม่ได้อยู่ในเรื่องค่ะ
งงล่ะสิ....
เขียนเองก็งงเองนะเนี่ย
เอาเป็นว่า ต้องลองอ่านไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราะมีมุมที่แตกต่างออกไป



+++++คุณ scottie +++++
พี่รักษ์จะพยายามให้ตัวละครทำตัวดีๆ ค่า
กลัวพี่รักษ์ช็อค




+++++คุณ mimny +++++
เพราะดรีมเป็นคนเอาแต่ใจ
อย่างนี้ถึงได้เจอเรื่องยุ่งๆ ไงคะ



+++++คุณKwan (1688tkw) ++++++
เด็กสมัยนี้อาจน่ากลัวกว่าที่เขียนอีกนะคะ
รักแรง เกลียดแรง
บางทีไปเจอคลิปพวกเด็กตบตีกันนี่....
ก็รู้สึกเลยว่า โชคดีจังที่เกิดก่อนเด็กสมัยนี้
(ป้าแก่แล้ว555+)

 

โดย: เม-ดา 30 กันยายน 2552 23:54:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เม-ดา

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]



 
Friends' blogs
[Add เม-ดา's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.