VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
อีริค ฟอน แมนสไตน์ ขุนพลนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2

ประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่ 2


จอมพล อีริค ฟอน แมนสไตน์

(Field Marshal Erich Von Manstein)

อัจฉริยะการสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2

จาก //www.geocities.com/saniroj


โดย พันเอก ศนิโรจน์ ธรรมยศ


-------------------------------------------






อีริค ฟอน แมนสไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1887 ในกรุงเบอร์ลิน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยของเยอรมันในปี 1906 และเข้าทำการรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรบในสมรภูมิซอมม์อันลือชื่อ (the battle of Somme)

และเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเปิดฉากขึ้น แมนสไตน์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการกองทัพกลุ่ม A ของจอมพล เกิร์ด ฟอน รุดชเท็ด (Gerd von Rudstedt) ในการรบที่โปแลนด์

นักประวัติศาสตร์การทหารอย่างเช่น Basil Liddell Hart ยกย่องแมนสไตน์ว่า เป็น “คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุด” ของสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง

เขาเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสมัยใหม่ในการรุกรบ มีความรู้อย่างลึกซึ้งในศาสตร์การสงคราม และมีพลังขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่อยู่ภายในตัว

ความสามารถอันโดดเด่นของแมนสไตน์ได้เผยโฉมให้โลกได้เห็นเป็นครั้งแรกในการรุกเข้าสู่เบลเยี่ยมและฝรั่งเศสในช่วงแรกๆ ของสงคราม ซึ่งฝ่ายเสนาธิการของเยอรมันส่วนใหญ่วางแผนที่จะรุกจากทางใต้เข้าโอบล้อมกรุงปารีส

แต่แมนสไตน์ได้ใช้แผนการรุกที่คาดไม่ถึงของเขา ทำการเคลื่อนกำลังผ่านป่าอาร์เดนส์ (Ardennes) ที่รกทึบ และสูงชันของเบลเยี่ยม ทำให้เยอรมันได้รับชัยชนะเหนือฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 7 สัปดาห์และผลักดันทหารอังกฤษไปจนมุมอยู่ที่ดังเคิร์ก (Dunkirk)

แต่ในที่สุดด้วยแนวคิดที่แตกต่างจนเกินไปจนถูกมองว่าเป็น “ผู้สร้างปัญหา – trouble maker” เขาจึงถูกย้ายจากแนวหน้าไปเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยที่ 38 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภายในประเทศเยอรมัน

อย่างไรก็ตาม แมนสไตน์ได้มีโอกาสพบกับฮิตเลอร์อย่างเป็นส่วนตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 1940 ซึ่งเขาบันทึกว่า “ฮิตเลอร์ประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นด้วยในทุกอย่างที่ข้าพเจ้าเสนอ”

การพบปะดังกล่าวทำให้แมนสไตน์กลับไปบัญชาการรบในแนวรบด้านรัสเซียอีกครั้ง โดยเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยยานเกราะ และกองทัพที่ 11 ตามลำดับ

ในฤดูร้อนของปี 1942 เขาประสบความสำเร็จในการยึดไครเมีย และท่าเรือเซวาสโตโปล (port of Sevastopol) ของรัสเซีย ส่งผลให้แมนสไตน์ได้รับการเลื่อนยศเป็นจอมพล (Field marshal) หลังจากนั้นเขาก็ประสบชัยชนะในการยึดเมืองคาร์คอฟคืนจากรัสเซียได้ แต่ในที่สุดแมนสไตน์ก็ต้องประสบกับความพ่ายแพ้ในการรบที่เคิร์ส (Kursk) อันเนื่องมาจากกำลังรบอันมหาศาลของฝ่ายรัสเซีย

แมนสไตน์เป็นผู้บัญชาการรบของเยอรมันเพียงไม่กี่คนที่กล้าเผชิญหน้ากับฮิตเลอร์ และไม่ยอมทำตามคำสั่งที่เขาเห็นว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งของฮิตเลอร์ที่ให้รักษาที่มั่น “จนทหารคนสุดท้าย”

ซึ่งในที่สุดฮิตเลอร์ก็ดูจะหมดความอดทนต่อ “ความเป็นอัจฉริยะที่คอยแต่สร้างปัญหา” ของเขา เขาจึงลาออกจากกองทัพในฤดูใบไม้ผลิปี 1944 และภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง แมนสไตน์ก็ถูกศาลอาชญากรสงครามของอังกฤษตัดสินในปี 1950 ให้ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 18 ปี ก่อนที่จะลดโทษลงเหลือ 12 ปี

แต่แท้จริงแล้ว เขาต้องโทษอยู่เพียง 3 ปี และในปี 1959 แมนสไตน์ได้นำประสบการณ์ในการรบของเขามาเขียนหนังสือเรื่อง “ชัยชนะที่พ่ายแพ้ – Lost Victories” ซึ่งถือเป็นหนังสือที่บันทึกประวัติศาสตร์การสงครามของนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างครบถ้วนเล่มหนึ่ง

จอมพลอีริค ฟอน แมนสไตน์ เสียชีวิตในวัย 85 ปี ที่เมือง Irschenhausen ในวันที่ 10 มิถุนายน 1973 อันเป็นการปิดฉากความเป็น “อัจฉริยะทางการสงคราม” ของเยอรมันและของโลก คงเหลือไว้แต่เพียงผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขาที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การสงครามสมัยใหม่ไปตราบนานเท่านาน




ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1943 ขณะที่ อีริค ฟอน แมนสไตน์ ตรวจแนวรบในพื้นที่ Donez ของรัสเซีย ห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่เยอรมันต้องล่าถอยในทุกแนวรบ



แมนสไตน์ (ซ้ายสุดของภาพ) ขณะร่วมวางแผนกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เขาเป็นฝ่ายเสนาธิการเพียงไม่กี่คนที่กล้าคัดค้านความคิดของฮิตเลอร์ในหลายๆ เรื่อง เพื่อรักษาชีวิตของกำลังพลและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาในแนวหน้า





-----------------------------------------



(สงครามโลกครั้งที่สอง)


Create Date : 13 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 15:40:20 น. 9 comments
Counter : 10169 Pageviews.

 
เขาเก่งมากๆเลอยะ


^^"


โดย: บิ๊ก แม่ฮ่องสอน IP: 118.172.9.186 วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:16:18:24 น.  

 
เยี่ยมยอดเลยครับ...เป็นนายพลที่ผมชอบที่สุดของฝ่ายอักษะเลย


โดย: adof IP: 118.174.6.196 วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:11:02:05 น.  

 
เป็นยอดเสนาธิการที่มีมันสมองสุดยอดที่สุดเลยของเยอรมันยุคนั้น มีหลายสมรภูมิ ที่น่าทึ่งคือผมได้อ่านเรื่องสงครามสตาลินกราดที่ในสมรภูมิ เป็นคนที่ฮิตเล่อรเรียกมาปฏิการช่วยเหลือกองทัพที่6ที่ติดในสตาลินกราด โดยสร้างกำลังเท่าที่หาได้ในบริเวณนั้น จนไม่น่าเรียกว่าหน่วยรบเลย(แม้แต่พ่อครัวที่ใช้ปืนเป็น)แล้วก้ทำสำเร็จ จนทหารรัสเซีย ยอมให้กองทัพที่6มีช่องหนีออกมา เพียงแต่กองทัพที่6ไม่ยอมถอยออกมาเพราะกองทัพนับล้านที่ติดในคอเคซัสจะโดนปิดทางหนีกองทัพนาซีจะยิ่งพินาศใหญ่
ผมนึกภาพแล้ว ถ้าแมนสไตน์ไม่โดนปลดแต่แรก ศึกสตาลินกราดเยอรมันคงไม่แพ้
จอมพลแมนสไตน์เป็นจอมพลเพียงคนเดียวที่ฮิตเล่อร์ยอมกลับคำ รับฟังบ่อยกว่านายพลคนอื่นๆเสียอีก ทั้งที่โดนปลดหลายรอบแต่เอาเข้าจริง ฮิตเล่อร์ยังต้องเรียกกลับจากคำสั่งปลดมาใช้งานอีก
การรบที่เคิร์ส ผมเคยอ่าน มีนักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นว่าเยอรมันเป็นฝ่ายชนะ ถ้าทำการรุกต่อรัสเซียจะเสียหายมหาศาล เพราะกองหนุนรัสเซียยังไม่พร้อม ฮิตเลอร์เองก็ทราบ จนถอนทหารกลับไปช่วยศึกที่อิตาลีที่โดนขึ้นบกที่เกราะซิซิลี
เป็นคนที่ทางรัสเซียอยากประหารมาก ไม่มีนายพลนาซีคนไหนทำให้รัสเซียเสียหายมหาศาลเท่าที่แมนสไตน์ทำได้เลย ว่ากันว่าทางอเมริกันช่วยไม่ให้แมนสไตน์โดนประหาร


โดย: รอมเมล IP: 58.9.64.111 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:7:02:25 น.  

 
คือในการจะลงโทษอาชญากรสงคราม ผมเคยดูหนังที่ทำ เกี่ยวกับเกอร์ริงโดนประหาร จะเห็นว่าการจะลงโทษต้องให้สามประเทศอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ตกลงกันได้จึงจะตัดสิน จึงมีการต่อรองตามความแค้นของ3ประเทศนี้ ผมจึงเห็นฝ่ายอเมริกันชอบช่วยนายพลเยอรมันหลายคน เพราะอเมริกันมีความแค้นน้อยกว่า และเป็นการเล่นงานรัสเซียทางอ้อม
ในหนังสือเล่มนึงที่ผมอ่านระบุว่ารัสเซีย บอกอเมริกาว่าจะทำไรกับใครก็เชิญ แต่แมนสไตน์ เป็นความแค้นส่วนตัวของสตาลิน ต้องประหารให้ได้ สุดท้ายอเมริกาก็แกล้งรัสเซียจนได้ เอาจนแมนสไตน์รอดโดนประหาร ผมเดาว่าอเมริกาเห็นว่าแมนสไตน์เป็นคนที่เข้าใจในการต่อกรกับรัสเซียได้เก่งมาก หากเก็บไว้จะมีประโยชน์แก่อเมริกา


โดย: รอมเมล IP: 58.9.64.111 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:7:23:44 น.  

 
สุดยอดครับ ถ้าโดนประหาร เราคนรุ่นหลังคงไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่มีค่าจากสนามรบจริง ๆ จากท่านผู้นี้แน่


โดย: เอ IP: 110.168.143.164 วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:20:20:56 น.  

 
เะีถ-ัีพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ


โดย: พพพพ IP: 171.4.43.112 วันที่: 10 มิถุนายน 2555 เวลา:16:30:16 น.  

 
การรบที่kurskบางทีอาจจะพูดว่ายังไม่รู้ผลก็ได้ กองทัพเยอรมันยังเหลือกำลังรบอยู๋และ ฟอน แมนสไตล์ ก็พร้อมรบต่อ ในขณะที่กองทัพแดงก็ส่งกำลังเข้าสู่สนามรบอย่างมหาศาล แต่ก็สูญเสียไปเยอะในอัตราที่มากกว่าเยอรมันถึง 3ต่อ1 ฮิตเลอร์ได้สั่งให้ ฟอน แมนสไตร์ยกกองทัพไปช่วยอิตาลีก่อน


โดย: งะ IP: 125.27.35.76 วันที่: 17 ตุลาคม 2558 เวลา:3:25:31 น.  

 
แกไม่เคยแสดงคสามเคารพแบบนาซัเลยแม้แต่ต่อหน้าฮิตเลอร์! ฮตเลอร์ยกมิอขวาแบบนาซีแกตะเบ๊ะรับแบบทหาร เฉย!.แสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนว่าแกไม่ใช่นาซีหรือเพราะเหตุนี้ฮิตเลอร์ลึกๆถึงไม่ค่อยชอบแมนสไตน์แต่ก็จำเปนต้องใช้งานแก!....


โดย: พิทักษ์ IP: 180.183.148.57 วันที่: 5 ธันวาคม 2560 เวลา:6:54:15 น.  

 
แกไม่เคยแสดงคสามเคารพแบบนาซัเลยแม้แต่ต่อหน้าฮิตเลอร์! ฮตเลอร์ยกมิอขวาแบบนาซีแกตะเบ๊ะรับแบบทหาร เฉย!.แสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนว่าแกไม่ใช่นาซีหรือเพราะเหตุนี้ฮิตเลอร์ลึกๆถึงไม่ค่อยชอบแมนสไตน์แต่ก็จำเปนต้องใช้งานแก!....


โดย: พิทักษ์ IP: 180.183.148.57 วันที่: 5 ธันวาคม 2560 เวลา:6:54:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.