VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
การแต่งกายของทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 (ตอนที่ 2)

จากหนังสือ German Soldiers of World War Two เขียนโดย Jean DE LAGARDE




แปลและเรียบเรียงโดย พันเอก ศนิโรจน์ ธรรมยศ

Master of International Relations (with merit)
Victoria University of Wellington, New Zealand

(สงวนลิขสิทธิ์ในการทำซ้ำ เผยแพร่เพื่อการพาณิชย์ 
หากเป็นการเผยแพร่เพื่อการศึกษา ขอความกรุณาใส่อ้างอิงและที่มาด้วย)





_______________________________________




การแต่งกายของนายทหารประทวน (ผู้บังคับหมู่) กรมทหารราบที่ 916 
ในการรบที่นอร์มังดี ฝรั่งเศส เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1944


ในวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.1944 หลังการยกพลขึ้นขึ้นบกของฝ่ายสัมพันธมิตรในวันดี เดย์ เมื่อวันที 6 มิถุนายนที่ผ่านมา กำลังพลของกรมทหารราบที่ 916 (916th Infantry Regiment) ซึ่งขึ้นตรงต่อกรมทหารราบที่ 352 (352nd Infantry Division) กองทัพบกเยอรมัน ตั้งแนวเพื่อต้านทานการบุกของทหารสหรัฐอเมริกาที่เมือง แซงท์ จอร์ช เดอ เอลเล่ (Saint-Georges d'Elle) โดยทำการดัดแปลงที่มั่นอย่างแข็งแรง ทหารผ่านศึกหน่วยนี้ผ่านการรบมาอย่างโชกโชนในสมรภูมิด้านรัสเซีย กำลังจะปฏิบัติหน้าที่ในการหยุดยั้งการรุกของทหารสหรัฐฯ ในทุกย่างก้าว

หน่วยทหารหน่วยนี้นี่เอง ที่ปรากฏในการรบช่วงแรกของภาพยนตร์เรื่อง Saving Private Ryan โดยทำหน้าที่ในการต่อต้านการยกพลขึ้นบกของทหารสหรัฐฯ บริเวณหาดโอมาฮ่า (Omaha beach) ในรุ่งอรุณของวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทหารอเมริกันเป็นอย่างมากก่อนที่จะถูกกวาดล้างด้วยกำลังที่เหนือกว่าจนต้องล่าถอยไปพร้อมกับความสูญเสียอย่างหนัก




นายทหารประทวนกองทัพบกเยอรมันนายนี้สวมหมวกเหล็กแบบ 1943 (Model 1943) ติดตาข่ายลวดสำหรับใช้ในการพรางด้วยกิ่งไม้หรือเศษผ้า และแม้ว่าอากาศในฝรั่งเศสจะร้อนอบอ้าวในห้วงเดือนมิถุนายน แต่เขาก็คลุมด้วยผ้าคลุมลายพราง ซึ่งแท้จริงแล้วคือ ผ้าเต๊นท์ (Zeltbahn) นั่นเอง เพื่อใช้กันฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและเพื่อใช้ในการพราง

ในการรบที่นอร์มังดี ผ้าคลุมเต๊นท์ดังกล่าวได้รับการยอมรับว่า มีประสิทธิภาพในการพรางสูงมาก เนื่องจากมีโทนสีเขียวและสีน้ำตาลใหม้ที่ใกล้เคียงกับภูมิประเทศในพื้นที่ หรือที่เรียกว่า "โบคาจ" (Bocage)





ภาพด้านหน้าของการแต่งกาย กระเป๋าสีน้ำตาลที่เห็นทางซ้ายของภาพคือ กระเป๋าสำหรับใส่กล้องส่องทางไกล ซึ่งกำลังคล้องคออยู่ ระเบิดมือที่เหน็บอยู่เหนือขึ้นไปเป็นระเบิดมือแบบ โมเดล 24 (Model 24 Stielhandgranate) หรือที่ทหารอังกฤษให้ฉายาว่า "ไม้บดมัน" (Potato smasher)

ปืนกลมือที่เขาถืออยู่คือ ปืนกลขนาด 9 มิลลิเมตร พาราเบลลั่ม (Parabellum) แบบ เอ็มพี 40 มีซองกระสุนซึ่งเย็บเป็นชุด 3 ซองติดกัน สำหรับใส่ซองกระสุน หรือแมกกาซีนขนาด 32 นัด ปืนกลชนิดนี้มีชื่อเสียงมากในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการผลิตเป็นจำนวนมากถึงกว่า หนึ่งล้านกระบอก มีระยะยิงหวังผล 100 เมตร สำหรับกระเป๋าเล็กที่ติดอยู่กับซองปืนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดปืน เช่น น้ำมันปืน เป็นต้น





ภาพด้านหลังจะสังเกตุเห็นวิธีการบรรทุกสัมภาระส่วนบุคคล กล่องกลมที่อยู่เหนือสุดคือกล่องใส่หน้าการกันแก๊สพิษ ส่วนที่มัดติดอยู่กับกล่องด้วยสายผ้าคือกระเป๋าสำหรับใส่หน้ากาก ซึ่งตามระเบียบการแต่งกายของทหารเยอรมันนั้น กล่องใส่หน้ากากกันแก็สพิษจะสะพายที่หัวไหล่ด้านซ้าย

ขวามือของภาพคือกระติกน้ำที่ฝาสามารถถอดออกมาใช้ใส่อาหารหรือน้ำได้ กระเป๋าผ้าที่อยู่ด้านในสุด เป็นกระเป๋าสำหรับใส่อาหารเช่น ขนมปัง กล่องสีเขียวด้านนอกเป็นกล่องใส่อาหารเช่น ซุป ซ้ายสุดของภาพ จะเห็นพลั่วสนามติดอยู่กับสายเข็มขัด






ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ผ้าคลุม จะเห็นการแต่งกายในลักษณะปกติ พลั่วสนามที่นำมาเหน็บด้านหน้า ส่วนใหญ่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการขุด แต่เพื่อใช้เป็นอาวุธในการรบระยะประชิด เนื่องจากปืนกลมือเอ็มพี 40 ไม่สามารถติดดาบปลายปืนได้






ภาพพลั่วสนาม ซองใส่พลั่วสนาม กระเป๋าใส่ซองกระสุนปืนกลเอ็มพี 40 และซองกระสุนขนาด 32 นัด ด้านบนสุดจะเห็นหัวเข็มขัดประจำเครื่องแบบทหารเยอรมัน




การแต่งกายของนายทหารประทวน จะเห็นเสื้อด้านในมีคอปกสีเทา สวมคลุมด้วยเสื้อเครื่องแบบสีเขียว รอบคอปกเสื้อตีขอบด้วยแถบสีเงิน แถบที่บ่าหรือ อินทธนู ขลิบรอบด้วยสีขาว (สีขาวแสดงถึงเหล่าทหารราบ) ดาวสีเงินหนึ่งดวง มักสร้างความสับสนว่า เป็นนายทหารยศร้อยตรี แต่ในความเป็นจริง ในกองทัพเยอรมัน หากเป็นนายทหารยศร้อยตรีขึ้นไป อินทธนูจะเป็นดิ้นเงินทั้งหมด หากเป็นนายพัน (พันตรีขึ้นไปถึงพันเอก) อินทธนูจะเป็นไหมเงินพันเป็นเกลียว ในกรณีทหารคนนี้อินทธนูเป็นพื้นสีเขียว ขลิบสีขาวตามเหล่าทัพ จึงถือว่าเป็นนายทหารประทวน (ยศต่ำกว่าร้อยตรี) ดาวหนึ่งดวงที่ปรากฏแสดงว่าเป็นจ่าสิบตรี

สำหรับหมวกที่สวมใส่เป็นหมวกแก๊ป 2 กระดุม บนสุดเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศ คือ นกอินทรีกางปีกเหยียดตรงเกาะบนเครื่องหมายสวัสดิกะ ถัดลงมาเป็นธงชาติสามสีรูปวงกลม

กรมทหารราบที่ 916 ของกองพลทหารราบที่ 352 ต่อสู้กับทหารสหรัฐฯ อย่างกล้าหาญในพื้นที่เมืองแซงท์ โล (Saint Lo) ในห้วงหลังจากวันดี เดย์ คือ 8 - 9 มิถุนายน แต่ในที่สุดกรมทหารราบที่ 916 และกองพลทหารราบที่ 352 ก็ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทำลายลงจนละลายหายไปหมดสิ้น



__________________________________




การแต่งกายของกำลังพลสังกัดกองพลสนามที่ 17 กองทัพอากาศเยอรมัน หรือ 
ลุฟวาฟเฟอ (17th Luftwaffe Field Division) 
ในการรบที่นอร์มังดี ฝรั่งเศส ค.ศ.1944





ภาพกำลังพลของหน่วยปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานของกองพลสนามที่ 17 แต่งกายโดยใส่เสื้อพราง "สมอค์ก" (smock) คลุมทับเสื้อเครื่องแบบปกติสีเทา เสื้อสมอค์กนี้มีกระดุมสีเทา 5 เม็ด ยาวคลุมเกือบถึงหัวเข่า มีกระเป๋าเสื้อใบใหญ่สองใบที่ด้านล่างของเสื้อ ที่หน้าอกด้านขวา หรือทางด้านซ้ายของภาพมีสัญญลักษณ์นกอินทรีกางปีกเหนือสัญญลักษณ์ "สวัสดิกะ" อันเป็นสัญญลักษณ์ของกองทัพอากาศเยอรมัน แขนเสื้อติดกระดุมโลหะเพื่อรัดข้อมือให้กระชับในขณะปฏิบัติงาน

อาวุธที่ใช้คือ ปืนเล็กยาวขนาด 7.92 มิลลิเมตร (รัสเซียใช้ขนาด 7.62 มิลลิเมตร) แบบ คาราไบเนอร์ 98 หรือ คาร์ 98 (Kar 98) ซึ่งมีระยะยิงหวังผล 500 เมตร บรรจุกระสุนครั้งละ 5 นัด บริเวณเข็มขัดมีกระเป๋าใส่ซองกระสุนสำหรับปืนเล็กยาวติดอยู่ทั้งสองด้าน





ภาพแสดงด้านหลังจะเห็นดาบปลายปืน แบบ เอส 84/98 สาม (S84/98 III) สำหรับปืนเล็กยาว กล่องใส่หน้ากากกันแก๊สพิษ กล่องสังกะสีใส่อาหารสีเขียว ถุงผ้าใส่ขนมปังและกระติกน้ำ






ภาพใกล้ของสัมภาระต่างๆ จะเห็นสายเกี่ยวของอุปกรณ์ต่างๆ ให้ยึดติดกับเข็มขัดสีน้ำตาล ส่วนกล่องใส่หน้ากากกันแก๊สพิษจะสะพายเฉียงทางไหล่ซ้าย





ตาข่ายเพื่อใช้ในการพรางที่ติดอยู่กับหมวก ทำให้ลดการสังเกตุเห็นจากศัตรูได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อคลุมทั้งหมดแล้วจะเห็นได้ว่าไม่สามารถพรางความแตกต่างระหว่างหมวกเหล็กและใบหน้าได้






เมื่อถอดเสื้อคลุมลายพรางออก จะเห็นเครื่องแบบปกติของกองทัพอากาศเยอรมัน ซึ่งเป็นเสื้อทูนิคสีฟ้าเทา ที่คอปกติดเครื่องหมายยศเป็นรูปนกบิน สามตัว แสดงถึงยศสิบเอก พื้นของเครื่องหมายยศเป็นสีเลือดหมู (scarlet) ซึ่งเป็นสีแสดงถึงเหล่า "ทหารปืนใหญ่" ของกองทัพเยอรมัน เช่นเดียวกับอินทธนูทั้งสองข้างที่ขลิบสีเลือดหมูด้วยเช่นกัน

กองพลสนามที่ 17 กองทัพอากาศเยอรมัน เริ่มต้นจากความต้องการกำลังพลภาคพื้นดินของกองทัพบกเยอรมัน (Das Heer) ในการรบที่ยืดเยื้อของแนวรบด้านรัสเซีย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันจึงสั่งการแบ่งกำลังพลจากกองทัพอากาศเยอรมัน (Luftwaffe) ไปร่วมเสริมให้กับกองทัพบก คำสั่งการดังกล่าวก่อให้เกิดกองพลสนามของกองทัพอากาศเยอรมัน (Field Division หรือ Luftwaffe Feld Divisonen ในภาษาเยอรมัน) จำนวน 21 กองพล สามารถทำการรบได้เช่นเดียวกับทหารราบ แต่ขึ้นการบังคับบัญชากับกองทัพอากาศ

กองพลสนามที่ 17 ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1942 ก่อนที่ถูกส่งไปยังประเทศฝรั่งเศสในเดือนมกราคม ค.ศ.1943 ในฐานะกองกำลังยึดครองฝรั่งเศส (Occupation Force) และถูกทำลายลงในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1944 โดยกองทัพสหรัฐฯ ที่รุกเข้าสู่ฝรั่งเศส กำลังพลที่หลงเหลืออยู่ได้เข้าร่วมกับกองพลสนามที่ 18 ทำการรบต่อไปจนวาระสุดท้ายของหน่วย





Create Date : 25 กันยายน 2553
Last Update : 25 มิถุนายน 2556 11:21:10 น. 7 comments
Counter : 6113 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านค่ะ


โดย: radiergummi วันที่: 26 กันยายน 2553 เวลา:10:20:28 น.  

 
ขอบคุณมากๆคับกำลังทำโครงงานเรื่องนี้พอดี

ขอ copy ภาพบางภาพและก็ข้อความบางส่วนนะคับ

ผม จะ ติด เครดิต ไว้ นะ คับ

ขอบ คุณ มาก ๆ เลย คับ


โดย: A7X IP: 118.172.175.2 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:6:15:01 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยครับ

ว่าแต่ จากรูปปกหนังสือ คนที่อยูขวาสุด

ของภาพอะครับ เขาคือหน่วยอะไรเหรอครับ

เห็นมีใส่ปลอกคอด้วย แล้วเขาใส่เพื่ออะไรเหรอครับ

สงสัยมานานแล้วอ่า


โดย: Force IP: 125.27.41.199 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:17:42:39 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Force

ทหารคนขวาของหน้าปกคือ สารวัตรทหารหรือ เฟลเจนดาม (Feldgendarme) ครับ ที่ห้อยคอคือ สัญญลักษณ์ของหน่วยสารวัตรทหาร

เอาไว้จะนำรายละเอียดมาลงเพิ่มเติม ถ้าสนใจเพิ่มเติม ลองอ่านหนังสือ Military ฉบับที่จะวางแผงเดือนธันวาคม 53 ผมเขียนเรื่องหน่วยพลร่มของนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สองครับ

unmoknight


โดย: unmoknight (unmoknight ) วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:7:08:03 น.  

 
อ่า ขอบคุณมากเลยครับ กระจ่างเลยทีเดียว อิอิ

อย่าลืมเอารายละเอียดมาลงนะครับ อยากหาเพิ่มเติม ครับ

ผมติดตามผมงานของพี่แทบจะทุก บทความเลยครับ ^^

ชอบมากๆเลย


ว่าแต่ คุณรู้เรื่องหน่วยรบพิเศษของนาซีเยอรมัน

Brandenburger อะเปล่าครับ ผมกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่

ยังไงก็รบกวนอีกทีนะครับ ^^ ขอบคุณมากๆเลยครับ


โดย: Force IP: 180.180.92.191 วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:22:55:49 น.  

 
ดีครับ


โดย: ธนูไฟ IP: 118.173.118.38 วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:8:23:38 น.  

 
เเต่งได้เจ๋งที่สุด


โดย: SARAWUT2214015ผู้บันชาการหน่วยSS IP: 118.173.239.114 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:54:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.