VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 

ความทรงจำที่ติมอร์

ความทรงจำที่ติมอร์  เลสเต

(ทหารอินโดนีเซีย 18 นายลาดตระเวนหลงเข้ามาในติมอร์)

โดย พันเอกศนิโรจน์ ธรรมยศ

อดีตผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ ตะวันออก 

กองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออก

(7 มกราคม 2546 - 7 มกราคม 2547)




ทหารอินโดนีเซียจำนวน 18 นายที่ล้ำแดนเข้ามในติมอร์


กันยายน พ..2546 เป็นช่วงของการปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่สหประชาชาติลง (Downsizing) ทำให้ข้าพเจ้ากลายเป็นเจ้าหน้าที่สหประชาชาติเพียงคนเดียวที่ปฏิบัติหน้าที่ชุดประสานงานชายแดน (BLT : Border Liaison Team) ของผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติ (UNMO: United Nations Military Observer) ประจำจุดผ่านแดนที่ อยู่ที่จุดผ่านแดนที่ 1 (JP1 : Junction Point 1) ตำบลปันเตมากัสซ่า (PanteMakassa) เมืองโอกุสซี่(Oecussi)

จำได้ว่าขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา ข้าพเจ้ากำลังนั่งอยู่พักผ่อนอยู่ที่สำนักงานชั่วคราวเพียงลำพัง เสียงวิทยุสื่อสารช่องที่ ก็ดังระรัวเป็นภาษาเตตุนสลับกับภาษาบาฮาซ่า อินโดนีเซีย เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจสตรีชาวติมอร์ มีใจความว่า  ทหาร ทีเอ็นไอ (อินโดนีเซียจำนวน 18 นาย ได้เดินทางข้ามชายแดนเข้ามาในดินแดนติมอร์ ที่บ้าน "ซิตราน่า" (Citrana) ใกล้กับหมู่บ้าน บรอคนานา (Brocnana) บริเวณจุดผ่านแดนที่ ซึ่งอยู่คนละซีกกับจุดผ่านแดนที่ ของเมืองโอกุสซี่ที่ข้าพเจ้าประจำอยู่

ข้อความในวิทยุเรียกความสนใจของข้าพเจ้าเพราะมีการเรียก ".. อันโม่เบส .. อันโม่เบส (UNMO Base .. UNMO Base = ฐานปฏิบัติการผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติ) ..” อยู่หลายครั้งบางครั้งก็เรียก ".. อันโพล .. อันโพล .. (UNPOL = เจ้าหน้าที่ตำรวจสหประชาชาติ) ..” สลับไปสลับมากับการเรียก ".. วิคเตอร์ ปาปา .. วิคเตอร์ ปาปา .. (Victor Papa = เป็นนามเรียกขานของกองบัญชาการตำรวจชายแดนติมอร์หรือ Border Patrol Unit : BPU) ..” กล่าวได้ว่าพลวิทยุกำลังร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินมั่วไปหมด


On 7 September 2003, TNI (Indonesian troop) from Alpha Company, 611 Infantry Battalion, led by Lt. Bayu Aji, mistakenly entered into Timor Leste soil at Citrana Village, Junction Point 5, Oecussi. They were surrounded by Timorese Poiice (PNTL) and Border Patrol Unit (BPU). This confrontation almost caused a serious conflict between Indonesia and Timor Leste.


Major Saniroj Thumayos, Thai UNMO from Junction Point 1, and Captain Bob Hanton, Australian UNMO from Junction Point 5, had been sent to JP 5 to solve the problem. When they arrived Citrana, Major Saniroj Thumayos, who TNI knew very well from Junction Point 1, requested TNI to calm down, eventhough TNI refused to dishonor disarm to Timorese Police but Major Saniroj and Capt Bob requested them just only to unload their weapon, not to lay down their weapon to Timor Police. TNI complied. Then Major Saniroj and Capt Bob brought TNI back to TCL by 2 UN vehicles and 2 Timorese Vehicle. At TCL they also met Capt. Arfin, Alpla Company Commander, who were looking for his troops.


They started discuss this issue at TCL. But everything was certain and could be solved peacefully by the 2 UNMO, even next morning this incident became the big issue between Indonesia and Timor Leste. 



Thai UNMO and Indonesian Troops at Junction Point 1


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นข้าพเจ้ารีบยกหูโทรศัพท์ เสียงของพันตรีอัลเลน (Major Allen) นายทหารยุทธการ หรือ "ออพโซ : OPSO = Operation Officer) ของกองบัญชาการชุดผู้สังเกตุการณ์ทางทหารในเมืองโอกุสซี่ดังมาตามสาย ถามว่าข้าพเจ้าทราบข่าวทางวิทยุหรือยัง ข้าพเจ้าตอบว่า กำลังฟังวิทยุอยู่ 

อัลเลนจึงให้ข้าพเจ้าเตรียมตัวเดินทางไปจุดที่เกิดเหตุ เพราะจุดผ่านแดนที่ นั้นมีผู้สังเกตุการณ์ทางทหารเพียงคนเดียวเช่นกัน คือ ร้อยเอก บ็อบ แฮนตัน (Captain Bob  Hanton) จากออสเตรเลีย ซึ่งตามกฏของสหประชาชาติ การออกปฏิบัติภารกิจของพวกเราจะต้องกระทำเป็นคู่ เพื่อความปลอดภัย แต่ตอนนี้บ็อบได้เข้ามาประจำอยู่ในเมืองโอกุสซี่ เนื่องจากสหประชาชาติกำลังจะปิดฐานผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติที่จุดผ่านแดนที่ 5

อีกไม่นานวิทยุ ก็เริ่มติดต่อโดยตรงกับอัลเลนเป็นภาษาอังกฤษ เหตุการณ์จึงยืนยันได้ว่าทหารอินโดนีเซียจำนวน 18 นาย พร้อมอาวุธครบมือได้เข้ามาในพื้นที่ของติมอร์ 

อัลเลนจึงสั่งการให้ข้าพเจ้ารีบเดินทางไปสมทบกับบ็อบที่เมืองโอกุสซี่ เพื่อเข้าไปยังจุดเกิดเหตุที่จุดผ่านแดนที่ เมือง "ซิตราน่า" (Citrana) ในทันที ข้าพเจ้ารีบคว้าสัมภาระที่จำเป็นพร้อมทั้งขวดน้ำดื่ม 1.5 ลิตรที่แช่ตู้เย็น จนเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ กระโดดขึ้นรถแลนด์โรเวอร์คู่ใจ ตะบึ่งออกจากจุดผ่านแดนที่ มุ่งหน้าไปรับบ็อบในเมืองโอกุสซี่ และมุ่งหน้าสู่จุดผ่านแดนที่ ทันที

ระยะทางที่ห่างไกลและถนนที่ขรุขระทุรกันดาร เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถเร่งความเร็วได้มากนัก เมื่อถึงบ้าน "นักตูกา" (Naktuka) ซึ่งเป็นทางผ่าน ข้าพเจ้าก็พบกับตำรวจจากสหประชาชาติชาวออสเตรเลียอีกสองนาย พวกเราทั้งสี่คนจึงมุ่งหน้าสู่จุดเกิดเหตุที่ "ซิตราน่า"

เมื่อข้าพเจ้าไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยากจน แห้งแล้ง เต็มไปฝุ่นคละคลุ้ง แสงแดดแผดจ้าปกคลุมไปทั่ว ภาพที่ปรากฏก็คือทหารอินโดนีเซียจำนวน 18 นายพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งปืนเล็กยาวประจำกายและปืนกลหนัก ยืนจับกลุ่มอยู่ใต้ต้นนุ่น ริมถนน ในหมู่บ้านล้อมรอบห่างๆ ด้วยรถยนต์กะบะแบบตอนท้ายมีที่นั่งสำหรับพลลาดตระเวนหันหน้าออกจากตัวรถ ยี่ห้อ ทาทา (TATA) จำนวนหลายคันของตำรวจติมอร์ อีกทั้งยังมีชาวบ้านติมอร์จำนวนมากมุงดูอยู่โดยรอบ

ข้าพเจ้าค่อนข้างมีความสนิทสนมกับทหารอินโดนีเซียที่จุดผ่านแดนที่ มากเป็นพิเศษ ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังสรร ทำให้ทหารอินโดนีเซียที่ประจำการณ์อยู่ รู้จักข้าพเจ้าในนามทหารไทยเพียงคนเดียวในโอกุสซี่ แม้จะไม่เคยพบกันก็ตาม ในขณะที่ทั้งตำรวจติมอร์และทหารอินโดนีเซียกำลังประจัญหน้ากันอยู่นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีแต่ความตึงเครียด เพราะตำรวจติมอร์ก็เกลียดชังทหารอินโดนีเซีย เนื่องมาจากการกดขี่ การเข่นฆ่าชาวติมอร์อย่างทารุณในห้วงเวลาที่ผ่านมา ในขณะที่ทหารอินโดนีเซียก็ไม่ได้ชมชอบชาวติมอร์ที่ล้าหลัง ไร้การศึกษา และเนรคุณอินโดนีเซียที่ช่วยพัฒนาดินแดนติมอร์จนมาถึงทุกวันนี้ ในขณะที่ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของออสเตรเลีย ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชมของทหารอินโดนีเซียมากนัก เพราะพวกเขามองว่าออสเตรเลียสนับสนุนติมอร์ในการแยกตัวเป็นเอกราช และเข้ามาแทรกแซงการเมืองภายในประเทศของอินโดนีเซีย




เมื่อสถานการณ์คับขันแบบนี้ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหากลุ่มทหารอินโดนีเซีย นายทหารอินโดนีเซียผู้ควบคุมชุด คือ ร้อยโท บายู อาจี (Lt. Bayu Aji) รีบเข้ามาคุยกับข้าพเจ้าด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนก แม้บายู อาจี จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ตลอดเวลาที่ประจำการอยู่ที่โอกุสซี่ ทำให้ข้าพเจ้าสามารถสื่อสารเป็นภาษาอินโดนีเซียได้บ้าง โดยเฉพาะการเรียนรู้เมื่ออยู่ในวงสังสรรกับทหารอินโดนีเซีย บายู อาจีกล่าวกับข้าพเจ้าเป็นประโยคแรกว่า ".. Pak .. Saya tidak tahu ..” แปลเป็นไทยก็คือ ท่าน ผมไม่รู้จริงๆ

บายู อาจี เล่าให้ฟังว่า พวกเขาทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เข้าประจำการจุดตรวจการณ์บริเวณชายแดนด้านที่ตรงกันข้ามกับเมือง "ซิตราน่า" เป็นครั้งแรก แต่เพราะไม่มีแผนที่ มีแต่เข็มทิศ อาศัยเดินไปตามเส้นทางหาของป่าของชาวบ้าน พวกเขาจึงเลี้ยวผิดหลงเข้ามาในดินแดนติมอร์ถึง กิโล เมื่อมาถึงหมู่บ้าน จึงมาถามเส้นทางกับชาวบ้าน ชาวบ้านเห็นทหารอินโดนีเซียมากมายพร้อมอาวุธก็ตกใจวิ่งหนีกัน บางส่วนก็ไปแจ้งตำรวจ ตำรวจติมอร์จึงนำรถมาปิดทางออกหมู่บ้าน และเกิดการเผชิญหน้าดังที่เป็นอยู่

ข้าพเจ้าบอก บายูอาจี ว่า ไม่เป็นไร เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งตอนนี้ปัญหาได้กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศไปแล้ว เกินเลยขอบเขตอำนาจของพวกเราทุกคน เอาเป็นว่าข้าพเจ้าจะพาทหารอินโดนีเซีย นั่งรถสหประชาชาติกลับไปที่ชายแดน แล้วค่อยไปคุยกันที่ตรงนั้น แต่ก่อนอื่นขอให้ทหารอินโดนีเซียปลดแมกกาซีน ถอดกระสุนทั้งหมด ออกจากรังเพลิง โดยการเปิดลูกเลื่อนปืนทั้งหมดให้ข้าพเจ้ากับบ็อบตรวจดู

ทหารอินโดนีเซียต่างกระชากลูกเลื่อน เพื่อเปิดรังเพลิง แสดงให้ข้าพเจ้าดูว่าไม่มีกระสุน  เสียงขึ้นลำปืนสิบแปดกระบอกพร้อมๆ กัน ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วพื้นที่ 

จากนั้นข้าพเจ้าก็พาทหารอินโดนีเซียทั้งหมด ขึ้นรถของสหประชาชาติ คันประกอบด้วย รถของข้าพเจ้า รถของตำรวจสหประชาชาติ รถของตำรวจชายแดนหรือ บีพียู (BPU) และรถของตำรวจติมอร์ หรือ พีเอ็นทีแอล (PNTL)

พวกเราขับลัดเลาะไปตามทางคนเดินเล็กๆ จนถึงชายแดน ก็มองเห็นทหารอินโดนีเซียอีกกลุ่มหนึ่ง วิ่งผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตามต้นไม้รอบข้าง ข้าพเจ้าจึงบอกให้ บายู อาจี ตะโกนบอกพวกเดียวกัน ให้ออกมา สถานการณ์ไม่มีอะไรแล้ว ทหารอินโดนีเซียที่โผล่ออกมาจากป่าคือ ร้อยเอก อาร์ฟิน (Captain Arfin) ผู้บังคับกองร้อยอัลฟา (Alpha Company  Commander) ที่กำลังส่งทหารออกตามหากำลังพลชุดนี้ของเขา 

จากนั้นทุกฝ่ายก็เริ่มปักหลักพูดคุยกัน ข้าพเจ้าถือว่าจุดผ่านแดนที่ เป็นพื้นที่รับผิดชอบของบ็อบ จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา ส่วนข้าพเจ้าเอาขวดน้ำดื่มที่เย็นเฉียบเพราะน้ำแข็งยังละลายไม่หมด ออกมาให้ทหารอินโดนีเซียที่เหลือ นั่งดื่มกันใต้ต้นไม้ สถานการณ์คลี่คลายจากตึงเครียด จนกลายเป็นการนั่งพูดคุยกัน แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี




รุ่งเช้าของวันใหม่ เหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นเรื่องราวระดับประเทศ มีการหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นทางการเมืองของอินโดนีเซียและติมอร์ตะวันออก แต่สำหรับข้าพเจ้าที่ยังคงกลับมานั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่จุดผ่านแดนที่ พร้อมกับนั่งฟังรายงานสถานการณ์ที่ผ่านมาเมื่อวานทางวิทยุสื่อสารของตำรวจติมอร์ ที่มีการอ่านรายชื่อของทหารอินโดนีเซียทั้ง 18 นาย อย่างยืดยาว ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ตลอดทั้งวัน ฟังไป ก็ยิ้มไป แอบภูมิใจเล็กๆ กับการชอบเที่ยว ชอบสังสรรของตัวเอง ที่ส่งผลดีกับภารกิจในครั้งนี้อย่างคาดไม่ถึง







 

Create Date : 11 มกราคม 2557    
Last Update : 12 มกราคม 2557 10:53:10 น.
Counter : 1668 Pageviews.  

รูปภาพทหารไทยในติมอร์ 4

รูปภาพของทหารไทย สังกัดกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในติมอร์ตะวันออก (4)

Historical Photos of Thai Peacekeeping Forces in East Timor (Timor Leste)

โดย พันตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ (ยศในขณะนั้น)

ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก (พ.ศ.2547)

By Major Saniroj Thumayos

United Nations Military Observer in East Timor (7th January 2003 - 7th January 2004)





งานสงกรานต์ที่กองพันทหารราบของไทย (กองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออก ผลัดที่ 7) ที่เมืองซูไอ (Suai)

Songkran Day of Thai Battalion, Suai, 2003.






Songkran day, Thai Battalion, Suai, 2003.





เมืองไอนาโร่  

Ainaro, 2003





ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยกับทหารอินโดนีเซียที่จุดผ่านแดนที่ 1 โอกุสซี่

Thai UNMO and TNI at Junction Point 1, Oecussi, 2003.






พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทย, พันตรี มูริโล ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของบราซิล, ตำรวจชายแดนของติมอร์ และทหารอินโดนีเซีย ร่วมกันลาดตระเวนบริเวณจุดผ่านแดนที่ 1 โอกุสซี่

Major Saniroj Thumayos (Thai UNMO), Major Murilo (Brazilian UNMO), Timorese Border Patrol Unit and TNI (Indonesian troop from 611 Infantry Battalion) coordinated patrol at JP 1, Oecussi, 2003




ถนนที่เป็นอุปสรรคในการลาดตระเวน, ไอนาโร่

Route in Ainaro (to Hatoudu) , 2003.



พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทย, ร้อยเอกกุสซี่ ผู้บัญชาการพื้นที่เมืองวินี, ร้อยโท เฮอร์ลัมบัง, และ โกมัง เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย ร่วมพูดคุยที่ที่ทำการสหประชาชาติ จุดผ่านแดนที่ 1 เมืองโอกุสซี่

Thai UNMO and Indonesian soldier, Captain Kusni (Dan Ramil of Wini), Lt. Herlambang, and Mr. Komang (Indonesian Police) at UN Post, JP 1, Oecussi, 2003.





ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและพันตรี ยงยุทธ ขันธ์ทวี นายทหารส่งกำลังบำรุง กองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออก ผลัดที่ 6 และพลขับ ถ่ายบริเวณที่รถประสบอุบัตเหตุใกล้เมืองไอนาโร่

Thai Peacekeeping Forces, Ainaro, 2003. 




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและทหารอินโดนีเซีย ณ จุดผ่านแดนที่ 1 โอกุสซี่ ก่อนออกลาดตระเวนร่วมกับตำรวจชายแดนติมอร์

Thai UNMO and TNI, Junction Point 1, Oecussi, 2003.



 ธงไตรรงค์ที่โอกุสซี่

Thai flag in Oecussi, 2003.



ช่วงใกล้จบภารกิจ ได้รับตำแหน่งนายทหารส่งกำลังบำรุง (LOGO) ของสหประชาชาติ พื้นที่ภาคตะวันออก เมืองเบาเกา

Logistic Officer of United Nation Military Observation in Sector East, Baucau, 2003.



ไอนาโร่

Ainaro, 2003.





Shooting range with Timorese Police in Ainaro, 2003.





 ประจำอยู่จุดผ่านแดนที่ 1 เมืองโอุสซี่นานถึง 4 เดือน จนกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วไปทั้งคนอินโดนีเซีย ชาวบ้านติมอร์ ตำรวจ ทหารของทั้งสองฝ่าย

Junction Point 1, Oecussi, 2003.




เวลาหมอกลงปกคลุมไอนาโร่ในช่วงบ่าย บรรยากาศจะสลัวแบบนี้

Ainaro, 2003.




Thai Batt and Thai UNMO with Pakistan UNMO, Ainaro, 2003.




 

Create Date : 08 มกราคม 2557    
Last Update : 8 มกราคม 2557 13:13:38 น.
Counter : 1167 Pageviews.  

รูปภาพทหารไทยในติมอร์ 3

รูปภาพของทหารไทย สังกัดกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในติมอร์ตะวันออก (3)

Historical Photos of Thai Peacekeeping Forces in East Timor (Timor Leste)

โดย พันตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ (ยศในขณะนั้น)

ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก (พ.ศ.2547)

By Major Saniroj Thumayos

United Nations Military Observer in East Timor (7th January 2003 - 7th January 2004)





ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและกองกำลังรักษาสันติภาพของโปรตุเกสที่หมู่บ้านคาซซ่า เมืองไอนาโร่

Thai UNMO and Portuguese PKF at Cassa, Ainaro, 2003.






หมู่บ้านคาซซา เมืองไอนาโร่

Cassa Village, Ainaro, 2003.





เครื่องบินขนส่งอุปกรณ์ของบริษัทติมอร์เทเลคอม ตกที่สนามบินเบาเกา 

Plane clash in Baucau, 2003.





บ้านออสนาโค เมืองทูริสไค

Osnaco, Turiscai, 2003.




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและทหารโปรตุเกสที่เมืองไอนาโร่

Thai UNMO and POR Batt in Ainaro, 2003





พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและจ่าสิบเอก อิหม่าม บากรี จากกองพันทหารราบอินโดนีเซียที่ 611 ซึ่งประจำการอยู่ที่จุดผ่านแดนติมอร์ - อินโดนีเซียที่ 1 เมืองโอกุสซี่

Major Saniroj Thumayos, Thai UNMO, and Sgt. Imam Bakri from 611 Indonesian Infantry Battlion at Junction Point 1, Oecussi, 2003.





Thai UNMO and Australian UNMO in Ainaro, 2003.





Thai UNMO and Pakistan UNMO with TNI at Junction Point 1, Oecussi, 2003.





ถ่ายภาพกับผู้บังคับหมวดของอินโดนีเซีย ร้อยโทเฮอร์ลัมบัง ที่จุดผ่านแดนที่ 1 โอกุสซี่


with Lt. Herlambang from 611 Indonesian Infantry Battalion, Junction Point 1, Oecussi, 2003.




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและทหารอินโดนีเซียที่เมืองมานามาส ในประเทศอินโดนีเซีย

Thai UNMO with all TNI at Manamas, Oecussi, 2003.




บนเครื่องเฮลิคอปเตอร์ MI 8

On MI 8.



ลาดตระเวนเดินเท้าสู่บ้านออสนาโค เมืองทูริสไค ใช้เวลาเดินนานกว่าสามชั่วโมง

On the way to Osnaco sub-village, Turiscai, 2003.




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยถ่ายภาพร่วมกับร้อยเอก กุสนี ผู้บังคับการพื้นที่เมือง วินี ของอินโดนีเซีย ซึ่งติดกับเมืองโอกุสซี่ของติมอร์เลสเต

Thai UNMO and Captain Kusni, Dan Ramil (Territory Commander) of Wini, Oecussi, 2003.





ได้รับเชิญจากอินโดนีเซียให้ข้ามเขตแดนเข้าไปร่วมงานวันชาติอินโดนีเซียที่เมือง วินี ซึ่งติดกับเมืองโอกุสซี่ของติมอร์

Indonesian National Day at Wini, Oecussi, 2003.





ตลาดในไอนาโร่ จูงวัวมาเชือดกันสดๆ ตรงนี้เลย

Market in Ainaro, 2003.



งานวันชาติอินโดนีเซียที่เมือง วินี ของอินโดนีเซีย

Indonesian National Day at Wini, Oecussi, 2003.






เส้นทางที่ลาดตระเวนประจำวันของเมืองไอนาโร่ อุบัติเหตุระหว่างการลาดตระเวนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก

Road in Ainaro, 2003.




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมสำนักงานผู้แทนชาติปากีสถานในกรุงดิลี

Thai UNMO with Pakistan NCE in Dili, 2003.






จุดผ่านแดนที่ 1 ตำบลปันเต มากัสซ่า, โอกุสซี่  

Junction Point 1, Pante Makassa, Oecussi, 2003.




ตลาดเมืองไอนาโร่

Ainaro, 2003.




เมืองไอนาโร่

Ainaro, 2003.




 

Create Date : 07 มกราคม 2557    
Last Update : 7 มกราคม 2557 9:46:13 น.
Counter : 1123 Pageviews.  

รูปภาพทหารไทยในติมอร์ 2

รูปภาพของทหารไทย สังกัดกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในติมอร์ตะวันออก (2)

Historical Photos of Thai Peacekeeping Forces in East Timor (Timor Leste)

โดย พันตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ (ยศในขณะนั้น)

ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก (พ.ศ.2547)

By Major Saniroj Thumayos

United Nations Military Observer in East Timor (7th January 2003 - 7th January 2004)





ผู้สังเกตุการณ์ทางทหาร จากกองทัพไทยและเด็กๆ ชาวติมอร์ในเมืองไอนาโร่

Thai UNMO and Timorese kids in Ainaro. (2003)


พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารจากกองทัพไทยและ เดวิด เคลวิน เหลียง เจ้าหน้าที่ตำรวจสหประชาชาติจากสิงคโปร์ ในการแข่งขันฟุตบอลที่เมืองไอนาโร่

Major Saniroj Thumayos, Thai UNMO, and David Kelvin Leong, Singaporean UNPOL, at football field, Ainaro, 2003.




ขณะรวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคงจากชาวบ้านซาบากาเลา, ชานเมืองไอนาโร่

Thai UNMO was gathering information from locals at Sabagalau sub-village, Ainaro, 2003



เส้นทางที่ทุรกันดารระหว่างลาดตระเวนเดินเท้าสู่หมู่บ้านออสนาโค, เมืองทูริสไค

Foot patrol to Osnaco, Turiscai, 2003.




ขบวนรถเจ้าหน้าที่สหประชาชาติมุ่งหน้่าสู่เมืองซาเม เพื่อรอต้อนรับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีติมอร์

UN convoy on the way to Same, preparing for Prime Minister's visit, 2003




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและนักรบติมอร์โบราณที่เมืองทูริสไค

Thai UNMO and Timorese ancient warriors at Turiscai, 2003.




การฝึกยิงปืนของตำรวจติมอร์ในเมืองไอนาโร่

Thai UNMO and Pakistan UNMO and Timorese Police at shooting range in Ainaro, 2003. 



ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและกองกำลังรักษาสันติภาพของโปรตุเกสร่วมกันปฏิบัติภารกิจปิดล้อม ตรวจค้น ที่หมู่บ้านคาซซา เมืองไอนาโร่

Thai UNMO and Portuguese Peacekeeping force during their cordon search mission at Cassa Village, Ainaro, 2003.



กองกำลังรักษาสันติภาพของไทยปฏิบัติภารกิจที่หมู่บ้านดาเร เมืองไอนาโร่

Thai Peacekeeping force conducted their mission in Dara, Ainaro, 2003.



ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและออสเตรเลีย ในไอนาโร่

Thai UNMO and Aussie UNMO during Monsoon season in Ainaro, 2003.



ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและบราซิลระหว่างการลาดตระเวนร่วมของทหารอินโดนีเซียและตำรวจชายแดนติมอร์ บริเวณจุดผ่านแดนที่ 1 เมืองโอกุสซี่

Thai UNMO and Brazilian UNMO with Indonesian troop and Timorese Border Patrol Unit in coordinated patrol at Juntion Point 1, Oecussi, 2003.



พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทย พร้อมด้วย พันตรี มูริโล ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของบราซิล, ตำรวจชายแดนติมอร์และทหารอินโดนีเซียจากกองพันทหารราบที่ 611 ลาดตระเวนร่วมบริเวณเส้นเขตแดนที่จุดผ่านแดนที่ 1, หมู่บ้านเมียวโบล่า, เมืองโอกุสซี่, ติมอร์ตะวันออก 

Major Saniroj Thumayos (Thai UNMO), Major Murilo (Brazilian UNMO), Timorese Border Patrol Unit and TNI (Indonesian troops from 611 Battalion (Awanglong)) during coordinated patrol at Junction Point 1, Meobola, Oecussi, 2003. 


ตลาดที่เมาบิสซี่ (Maubisse) ติมอร์

Market at Maubisse, Timor, 2003



Brazilian UNMO, Timorese BPU and Thai UNMO at Junction Point 1, Oecussi, 2003.



ตำรวจสหประชาชาติของสิงคโปร์และผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยบนจุดสังเกตุการณ์ของเมืองไอนาโร่

Singaporean UNPOL and Thai UNMO at Observation Point in Ainaro, 2003.



ซ้ายสุดคือร้อยโท ซูลิสติโย เฮอร์ลัมบัง ผู้บังคับหมวดทหารราบอินโดนีเซีย จากกองพันทหารราบที่ 611 ร่วมกับผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและปากีสถาน เตรียมลาดตระเวนร่วมกับตำรวจชายแดนติมอร์ที่จุดผ่านแดนที่ 1 โอกุสซี่

(Left hand) Lt. Sulistiyo Herlumbang, Indonesian Platoon Leader of 611 Infantry Battlion and Thai UNMO, Pakistan UNMO at Junction Point 1, Oecussi, 2003.



ผู้สังเกตุการทางทหารของไทยขณะขับรถมุงหน้าสู่เมือง ซาเม

Thai UNMO driving to Same




UNPOL, UNMO, BPU and TNI (Indonesian troops) in coordinated patrol at Junction Point 1, Oecussi, 2003.




(คนกลาง) พันตรียงยุทธ ขันธ์ทวี นายทหารส่งกำลังบำรุงของกองพันทหารราบไทย พร้อมพลขับ ประสบอุบัติเหตุรถเบรคแตก เกือบตกเขาในพื้นที่ไอนาโร่ โชคดีที่มีเนินทราย (ที่เห็นด้านหลัง) หยุดรถเอาไว้ก่อนที่จะพุ่งลงเหว 


ในบันทึกเหตุการณ์วันนั้นของพันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารที่ไอนาโร่ ได้บันทึกไว้ว่า

".. วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2546 .. ภายหลังจากที่กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติได้เริ่มเปิดยุทธการ บิ้คเฮ้าส์ (Operation Big House) เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อทำการค้นหาและกวาดล้างกลุ่มมิลิเทียซึ่งมีที่มั่นอยู่ในเมืองทูริไค (Turiscai อยู่ทางตอนเหนือของไอนาโร่ขึ้นไปกว่าสามชั่วโมงโดยรถยนต์) การกวาดล้างกลุ่มมิลิเทียในครั้งนี้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของไอนาโร่ 

ดังนั้นกองบัญชาการผู้สังเกตุการณ์ทางทหาร (UNMO HQ) ในพื้นที่ภาคกลาง (Sector Central) จึงสั่งการให้ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารที่เมืองไอลิ่ว (Aileu) จำนวน 2 นาย เป็นนายทหารจอร์แดนและบังคลาเทศ เดินทางมาสมทบกับผู้สังเกตุการณ์ทางทหารที่เมืองไอนาโร่ ซึ่งข้าพเจ้าและพันตรีสัจจาด ซาลิมจากปากีสถาน ทำหน้าที่อยู่ 

จากนั้นก็ออกลาดตระเวนตามเส้นทงหมู่บ้านโซโรไคร (Sorocric) ไปยังเมืองคาซซ่า (Cassa) ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกทั้งไม่มีวี่แววของพวกมิลิเทียเลย ภายหลังจากที่ลาดตระเวนมาทั้งวัน ช่วงเย็นข้าพเจ้าและเดวิค เคลวิน เหลียง (David Kelvin Leong) ตำรวจสหประชาชาติจากสิงคโปร์ ออกกำลังกายเบาๆ อยู่ที่หน้าอาคารสำนักงานชั่วคราวของสหประชาชาติที่ไอนาโร่ 

ขณะนั้นมีกลุ่มคนประมาณ 5-8 คนแต่งชุดพลเรือนเดินลัดเลาะมาตามอาคาร พร้อมกับมีเสียงพูดเป็นภาษาไทยว่า 

"เฮ้ย .. นั่นทหารไทยนี่หว่า"

ข้าพเจ้ารีบยกมือไหว้ไปที่กลุ่มคนเหล่านั้น จึงทราบว่าคณะบุคคลดังกล่าวเป็นคณะของรองเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก พร้อมคณะแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เดินทางจากนครดิลี เมืองหลวงของติมอร์ ผ่านมาไอนาโร่ เพื่อลงใต้สู่เมืองซูไอ (Suai) ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งใหม่ของกองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออก ผลัดที่ 6 แทนเมืองเบาเกา (Baucau) ที่ทหารไทยประจำการอยู่มาตั้งแต่ผลัดที่ 1 - 5

ระหว่างที่คณะเดินทางมาถึงเมือง "ดาเร" (Dare) ซึ่งอยู่ก่อนถึงเมืองไอนาโร่ประมาณ 20 กิโลเมตร แต่ด้วยเส้นทางที่ทุรกันดารและคดเคี้ยว ต้องใช้เวลาเดินทางถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากรถทำความเร็วได้ไม่เกิน 20 - 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น รถยนต์ร่วมคณะคันหนึ่ง ซึ่งมีพันตรียงยุทธ ขันทวี ฝอ.4 ของกองพันทหารราบไทย ได้เกิดเบรคแตก พุ่งลงตามถนนที่ลาดชัน ริมหน้าผา 

แต่ก่อนที่จะพลัดตกลงหน้าผานั้น พลขับ .. เป็นจ่าสิบเอกจากกรมยุทธการทหารบก ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานผู้แทนชาติไทย (Thai NCE) ในกรุงดิลี .. ได้ตัดสินใจกระชากเบรคมือ รถจึงตีกลับ หันซ้ายจะพุ่งลงหน้าผาอีกด้านหนึ่ง โชคดีที่มีกองดินเล็กๆ อยู่กองหนึ่งริมหน้าผา รถจึงพุ่งขึ้นไปเกยอยู่บนกองดินนั้น รอดพ้นจากการเกิดโศกนาฎกรรมมาได้อย่างหวุดหวิด

คณะผู้บังคับบัญชาจึงทิ้งรถไว้ที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับพันตรียงยุทธ ขันทวีและพลขับ เพื่อรอชุดกุ้ซ่อมจากกองพันทหารราบของไทยเมืองซูไอ ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางใต้อีกกว่าสองชั่วโมง ข้าพเจ้าจึงแจ้งให้ทราบว่า วันนี้มีการเปิดยุทธการบิ้ค เฮ้าส์ เพื่อกวาดล้างมิลิเทีย ในพื้นที่ใกล้เคียง เกรงว่ากำลังพลทั้งสองนายจะเป็นอันตราย 

คณะผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ข้าพเจ้าเดินทางขึ้นไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาทางช่วยเหลือก่อน เนื่องจากขณะนั้นเป็นเวลาเกือบ 18.00 น.แล้ว ชุดกู้ซ่อมคงไม่สามารถเดินทางมาช่วยเหลือได้ทันในวันเดียวกัน

เมื่อขบวนรถของคณะผู้บังคับบัญชาออกเดินทางต่อไปยังเมืองซูไอแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอให้เคลวิน เหลียง ตำรวจสหประชาชาตินำกำลังตำรวจติมอร์จำนวนหนึ่ง ขับรถจำนวนสองคัน คือรถของข้าพเจ้าหนึ่งคัน และรถของเคลวิน เหลียงหนึ่งคัน ออกเดินทางจากเมืองไอนาโร่ แต่เนื่องจากการรวบรวมตำรวจติมอร์จำนวน 4 - 5 นายนั้น เป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้พวกเราเริ่มออกเดินทางจากไอนาโร่เกือบ 20.00 น. ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบในการปฏิบัติภารกิจของผู้สังเกตุการณ์ทางทหารที่ห้ามปฏิบัติภารกิจในเวลากลางคืน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ

รถของเราทั้งสองคัน คืบคลานไปอย่างช้า ผ่านภูมิประเทศที่ลาดชัน บนถนนที่ลื่นไถลริมหน้าผาและเขาสูงชัน เต็มไปทางเลี้ยวหักศอกทุกๆ อึดใจ ป่าที่มืดทึบปกคลุมจนแสงจันทร์ไม่สามารถส่องผ่านลงมายังพื้นถนนที่ขรุขระและเป็นหลุม เป็นบ่อได้ 

จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ข้าพเจ้าก็มองเห็นกองไฟเล็กๆ อยู่ริมหน้าผาเบื้องหน้า มีเงาตะคุ่มๆ ของรถยนต์จนอยู่ใกล้ๆ ข้าพเจ้าจึงจอดรถและเดินลงไปหาเงาของคนสองคน ที่ลุกขึ้นยืนรอข้าพเจ้าอยู่ พร้อมกับทำวันทยาหัตถ์และกล่าวว่า ".. สวัสดีครับพี่ ผมพันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ เป็นอันโม่ (UNMO = United Nations Military Observer) อยู่ที่เมืองไอนาโร่ใกล้ๆ นี้ครับ .."

พันตรียงยุทธ ขันทวี ฝอ.4 กองพันทหารราบของไทยจึงเข้ามาทักทายและเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่าวันนี้ปอร์แบต (กองพันโปรตุเกส - Por Batt = Portuguese Battalion) กำลังเปิดยุทธการกวาดล้างมิลิเทียอยู่ใกล้ๆ นี้ เกรงว่าถ้าพักค้างคืนบนหน้าผาตรงจุดเกิดเหตุ จะเป็นอันตรายได้หากพวกมิลิเทียหลบหนีผ่านมาทางนี้ พันตรียงยุทธได้กล่าวกับข้าพเจ้าด้วยประโยคที่ยังจดจำมาจนถึงวันนี้ว่า 

".. พี่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้รักษารถซึ่งเป็นทรัพย์สินของสหประชาชาติเอาไว้ พี่คงไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปได้ .. ถ้าน้องจะลงไป ก็ลงไปก่อนเถอะ .."

ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า "พื้นที่ไอนาโร่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของผม ถ้าพี่ไม่ลง ผมก็ไม่ลงครับพี่ .."

มาถึงเวลานี้เคลวิน เหลียง ตำรวจสหประชาชาติและตำรวจติมอร์ก็จำต้องถอนตัวลงไปยังสถานีตำรวจเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจติมอร์ที่มีอาการหวั่นวิตกอย่างออกหน้า ออกตา เพราะต่างเคยเห็นพิษสงของกลุ่มมิลิเทียมาหลายครั้ง ข้าพเจ้าจึงให้เคลวิน เหลียงนำตำรวจทั้งหมดลงไปจากจุดเกิดเหตุ และพักคอยที่สถานีตำรวจเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก คงเหลือทหารไทยเพียงสามนายเท่านั้น 

หนทางที่จะหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือ ข้าพเจ้าพยายามติดต่อกับกองพันทหารไทยที่อยู่ที่เมืองซูไอ เพื่อขอรับคำสั่งใหม่ ให้สละรถ แล้วนำทหารไทยทั้งสองนายเข้าไปพักค้างคืนกันที่เมืองไอนาโร่ แล้วรอจนรุ่งเช้าค่อยกลับมาที่จุดเกิดเหตุ

ปัญหาก็คือ การติดต่อทางวิทยุจากไอนาโร่ ไปจนถึงฐานของทหารไทยที่เมืองซูไอนั้นไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากอยู่ไกลเกินรัศมีของวิทยุ ข้าพเจ้าจึงต้องวิทยุจากจุดบนเขาไปหาเคลวิน เหลียง แล้วให้เคลวิน เหลียง วิทยุต่อไปยังเมืองไอนาโร่ ให้พันตรีสัจจาด ซาลิม ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารจากปากีสถานโทรศัพท์ไปยังกองพันทหารราบไทยที่ซูไอ เพื่อขอรับคำสั่งสละรถ การติดต่อเป็นไปอย่างยากลำบาก ใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมง

ขณะที่รอวิทยุติดต่อจากเคลวิน เหลียง .. พวกเราทั้งสามคนต่างนั่งรอบกองไฟเล็กๆ บนหน้าผาที่สูงชันกว่า 1,000 ฟุตของติมอร์ 

ท้องฟ้าวันนั้นสดใสไร้เมฆหมอก ดวงดาวนับล้านดวงปรากฏอยู่เต็มท้องฟ้า ราวกับต่างพากันมามุงดูทหารไทยจากกองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออกทั้งสามนาย พร้อมๆ กับเงาดำทะมึนของขุนเขาเบื้องหน้าที่ทาบขอบฟ้าให้มืดทึบ ตัดกับแสงดาวระยิบระยับ 

.. เป็นท้องฟ้าที่สวยงามที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้า

จนกระทั่งเวลาเกือบ 24.00 น. พันตรีสัจจาด จึงแจ้งผ่านเคลวิน เหลียง มาว่า ได้รับคำสั่งจากกองพันทหารราบไทยที่ซูไอ ให้สละรถได้ หลังจากนั้นเคลวิน เหลียง ก็นำรถของเขากลับมารับพวกเราทั้งหมดกลับเข้าไปยังเมืองไอนาโร่ 

ก่อนที่จะออกเดินทางจากจุดเกิดเหตุ ข้าพเจ้าแหงนหน้าขึ้นมองดวงดาวนับล้านดวงที่กำลังจ้องมองดูพวกเรา ทหารไทยทั้งสามคน พร้อมกับกระซิบบอกดวงดาวเหล่านั้นว่า 

".. นี่แหละ จงจดจำพวกเราไว้นะ .. ว่าพวกเราคือกองกำลัง 972 ไทย/ติมอร์ตะวันออก .." 






จุดที่พวกเราทั้งสามคนนั่งก่อกองไฟกันในคืนนั้น ภาพนี้ถ่ายในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ย้อนกลับขึ้นมาอีกครั้ง




พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและกองกำลังรักษาสันติภาพของโปรตุเกส ขณะตรวจค้นหมู่บ้านคาซซ่า ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไอนาโร่ไปทางใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร

Thai UNMO and Portuguese PKF at Cassa village, 20kms from Ainaro, 2003




Thai UNMO and Australian UNMO conducted foot patrol in Ainaro, 2003.




 

Create Date : 05 มกราคม 2557    
Last Update : 9 มกราคม 2557 11:34:09 น.
Counter : 1348 Pageviews.  

รูปภาพทหารไทยในติมอร์ 1

รูปภาพของทหารไทยในติมอร์ตะวันออก (1)

Historical Photos of Thai Peacekeeping Forces in East Timor (Timor Leste)

โดย พันตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ (ยศในขณะนั้น)

ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก (พ.ศ.2547)

By Major Saniroj Thumayos

United Nations Military Observer in East Timor (7th January 2003 - 7th January 2004)




ทหารไทยจาก 3 หน่วยงานสหประชาชาติในติมอร์มาพบกันที่เมืองไอนาโร่ คนซ้ายสุดคือนายทหารจากกองพันทหารราบไทย (Thai Battalion) คนที่สองจากซ้ายและคนขวาสุดคือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี จากกองทัพอากาศไทย และคนที่สองจากขวาคือ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหาร

Thai Pacekeeping Forces in East Timor, from Thai Batt, EOD and UNMO




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและกำลังพลจากกองทัพทหารราบ 972 ของไทยผลัดที่ 7 ขณะลาดตระเวณในพื้นที่หมู่บ้านดาเร ชานเมืองไอนาโร

Thai UNMO and Thai Batt patrolled in area of responsibility (AOR), Dare, Ainaro. (2003)




คณะผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของกองทัพไทย ขณะเดินทางเข้าพื้นที่ติมอร์ตะวันออก เพื่อเตรียมปฏิบัติภารกิจตามที่สหประชาชาติมอบหมาย

Thai UNMOs were checking in East Timor. Ready for mission. (2003)






ตลาดของเมืองไอนาโร่

Market day in Ainaro (2003)




ทิวทัศน์หน้าสำนักงานผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในเมืองไอนาโร่ เมืองนี้ตั้งอยู่บนเขาสูงกว่า 1,000 ฟุต ปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก

The Scenery in front of UNMO office in Ainaro (2003)





เมืองไอนาโร่ ภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในติมอร์ จะเห็นภูเขาคาบาลัคกิ สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง

Ainaro, after the devastation in East Timor, Kabalaki mountain has been seen in the background. (2003)



การลาดตระเวนประจำวันตามภูมิประเทศเขาสูงชันของไอนาโร่ ด้วยรถยนต์หมายเลข UNMISET 141

Daily Patrol along the route of mountainous Ainaro with the vehicle no.UNMISET 141. (2003)




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติเพียง 2 นายในไอนาโร่, พันตรีสัจจาด ซาลิมจากกองทัพปากีสถานและพันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ จากกองทัพไทย 

The only 2 UNMOs in Ainaro, Major Sajjad Salim from Pakistan Army and Major Saniroj Thumayos from Royal Thai Armed Forces. (2003)






ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวในไอนาโร่ สถานที่นี้เคยเป็นศาลาว่าการอำเภอไอนาโร่ ก่อนที่จะถูกเผาทำลายจนเหลือแต่ซากดังที่เห็น

The temporoly Heli Pat in Ainaro. This was the District Administration office before burning down. (2003)




อาหารเย็นท่ามกลางขุนเขาที่หนาวเหน็บและสูงชันของไอนาโร่ของผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจสหประชาชาติจากสิงคโปร์ คือ เคลวิน เหลียงและสัจจาด ในไอนาโร่จึงมีสัจจาด 2 นาย คือ สัจจาดจากปากีสถานและสัจจาดจากสิงคโปร์

The delicious dinner of the only 2 UNMOs and 2 UNPOLs in Ainaro. The 2 UNPOLs were Kelvin Leong and Sajjad from Singapore Police Department. So there were 2 Sajjad in Ainaor, one from Pakistan and one from Singapore.





ภารกิจของผู้สังเกตุการณ์ทางทหารคือการพบปะชาวบ้านเพื่อรวบรวมข้อมูลความเป็นไปต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ภาพนี้ถ่ายที่หมู่บ้านดาเร ชานเมืองไอนาโร่

UNMO in Dare, Ainaro (2003)



ระหว่างทางจากเมืองไอนาโร่สู่เมืองไอลิ่ว

On the way from Ainaro to Aileu. (2003)



พันตรีศนิโรจน์ ธรรมยศและ สัจจาด นายตำรวจสหประชาชาติจากสิงคโปร์ ขณะกำลังตรวจการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่ม ASDT ในเมืองไอนาโร่

Major Saniroj Thumayos, Thai UNMO, and Sajjad, Singaporean UNPOL were observing the domonstration of ASDT Party in Ainaro. (2003) 




ซากค่ายทหารอินโดนีเซียในไอนาโร่ที่ถูกเผาทำลาย ก่อนที่ทหารอินโดนีเซียจะถอนกำลังออกจากไอนาโร่

The wreckage of Indonesian Army Camp in Ainaro. (2003)




 โรงพยาบาลไอนาโร่ที่ถูกเผาทำลายจนเหลือแต่ซาก

Ainaro Hospital in 2003.



หน้าผา "จาการ์ต้า 2" อันลือชื่อในไอนาโร่ เป็นสถานที่ที่ทหารอินโดนีเซียจับกลุ่มกบฎติมอร์มาโยนทิ้งลงหน้าผาเป็นจำนวนมาก

The famous cliff "Jakarta 2" in Ainaro. (2003)




การลาดตระเวนประจำวัน

Daily patrol in Ainaro. (2003) 




กลุ่ม "โคลิเมา ทูเทาซั่น" หรือ ซีทูเค (Kolimau 2000 : C2K) เข้าพบผู้สังเกตุการณ์ทางทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจสหประชาติในเมืองไอนาโร่ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาการซ่องสุมกำลังคนเพื่อโค่นล้มรัฐบาล

The leader and members of Kolimau 2000 (C2K) met UNMOs and UNPOL in Ainaro. (2003)




ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยเข้าตรวจสอบหมู่บ้านออสนาโค ในเมืองทูริสไค ซึ่งมีข่าวว่าเป็นที่ซ่องสุมกำลังของกลุ่มติดอาวุธ

Thai UNMO in Osnaco Village, Turiscai, East Timor. (2003)





ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารของไทยและตำรวจติมอร์ที่หมู่บ้านคาซซา เมืองไอนาโร่

Thai UNMO and PNTL (Timor Leste Police) in Cassa Village, Ainaro. (2003)




 

Create Date : 05 มกราคม 2557    
Last Update : 5 มกราคม 2557 18:06:15 น.
Counter : 1416 Pageviews.  

1  2  3  

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.