Survival Canada
Group Blog
 
All blogs
 

โอกาสมาถึง

ผมว่าโอกาสก็คือโอกาส มันผ่านมาแป๊บเดียว ถ้าไม่คว้าไว้มันก็ผ่านเลยไป บังเอิญมีพี่ที่ทำงานคนนึงแกชอบอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันนั้นปวดอึ ก็เลยยืมแกมาอ่านในห้องน้ำ อ่านคอลัมน์ Classified มีโฆษณาเกี่ยวกับ green card ของ Canada และ America ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่า green card และ works permit คืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีประเทศที่มีการรับ Immigration อยู่ ออกจากห้องน้ำก็เลยลองใช้ Google Search คำว่า “Immigration” ที่ผมสนใจคือ

ประเทศ Australia
//www.immi.gov.au

ประเทศ New Zealand
//www.immigration.govt.nz/

ประเทศ South Africa
//www.safrica.info/public_services/foreigners/immigration/immigration.htm

ประเทศ Canada
//www.cic.gc.ca/english/index.html

Website ที่รวบรวมรายละเอียดสำหรับคนที่ต้องการไปทำงานยังประเทศต่างๆ
//www.workpermit.com/


เมื่อก่อน ผมชอบดูหนังจีนชุดมากๆ เห็นตอนจบ พระเอกหรือไม่ก็นางเอกหลายๆ เรื่อง มักจะมาอยู่ที่ประเทศแคนาดา ก็เลยถูกโฉลกกับแคนาดาเป็นพิเศษ ที่สำคัญประเมินคุณสมบัติแล้ว คิดว่าน่าจะมีลุ้นที่ประเทศนี้



“สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่างๆ มากมาย โดยชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี ค.ศ. 1991-2000 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา โดยในปี ค.ศ. 1962 รัฐสภาแคนาดาได้ออกกฎหมายคนเข้าเมืองตามข้อเสนอของพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้จนทุกวันนี้ สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวคือการยกเลิกการเลือกปฏิบัติ (ก่อนหน้านี้ มีการออกกฎหมายปี ค.ศ. 1887 เพื่อกีดกันการเข้าเมืองของคนจีน และต่อมาปี ค.ศ. 1910 ได้ออกกฎหมายที่ใช้หลักการแหล่งกำเนิด แบ่งเป็น preferred ซึ่งคือ กลุ่มคนยุโรป และ non-preferred ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ใช่ยุโรป) กล่าวคือการเปิดรับคนเข้าเมืองจากทุกที่อย่างเป็นทางการทั่วไป และการใช้วิธีการคิดคะแนนประเมินน้ำหนัก (point system) ว่าสมควรรับผู้ใดเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดา นอกจากนี้รัฐบาลพรรค Liberal ตั้งเป้าว่า ทุกปีจะรับคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ร้อยละ 1 ของจำนวนประชากรแคนาดา (ขณะนี้ แคนาดามีประชากร ประมาณ 32 ล้านคน ดังนั้น ร้อยละ 1 จึงเท่ากับ 3 แสน 2 หมื่นคน) แต่ในความเป็นจริงรัฐบาลจะรับผู้อพยพตั้งถิ่นฐาน จำนวนประมาณ 2 แสนคน โดยไม่ได้คำนึงถึงภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน การได้งานที่ไม่เหมาะสม และผู้ที่มาตั้งถิ่นฐานใหม่ต้องใช้เวลานานมากกว่าคนรุ่นเก่า ที่จะมีรายได้เทียบเท่ามาตรฐานของชาวแคนาดา ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า แคนาดามองเรื่องการรับคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นการถาวร เพื่อเป็นฐานการเก็บภาษีให้แก่รัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑลของแคนาดา” (ที่มา: กองอเมริกาเหนือ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ)



July 2004 สหประชาชาติออกรายงานเกี่ยวกับประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2004 โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิตของประชาชน ประกอบด้วย รายได้ต่อหัว การศึกษา การสาธารณสุข การมีอายุยืน คุณภาพชีวิต มาตรฐานการครองชีพ ฯลฯ 20 อันดับแรกจากจำนวน 177 ประเทศคือ นอร์เวย์, สวีเดน, ออสเตรเลีย, แคนาดา, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ไอซ์แลนด์, สหรัฐ, ญี่ปุ่น, ไอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, ฟินแลนด์, ออสเตรีย, ลักเซมเบิร์ก, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, นิวซีแลนด์, เยอรมนี และสเปน

เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 20 อันดับแรกจากจำนวน 215 เมือง ทั่วโลก พิจารณาจากความปลอดภัย สาธารณะเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เสรีภาพส่วนบุคคล โรงเรียนบริการสาธารณะ และการจราจร เมืองซูริก (สวิตเซอร์แลนด์) เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก อันดับ 2 มี 3 เมือง คือ แวนคูเวอร์ (แคนาดา) กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) ถัดมาเป็นอันดับ 5 มี 5 เมืองคือ ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) ออคแลนด์ (นิวซีแลนด์) โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) เบิร์น (สวิตเซอร์แลนด์) อันดับ 10 มี 2 เมืองคือ มิวนิก (เยอรมนี) อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) อันดับที่ 12 มี 3 เมืองคือ บรัสเซลส์ (เบลเยียม) ดึสเซลดอร์ฟ (เยอรมนี) โตรอนโต (แคนาดา) อันดับที่ 15 มี 5 เมืองคือ เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) สตอกโฮล์ม (สวีเดน) ลักเซมเบิร์ก (ลักเซมเบิร์ก) เบอร์ลิน (เยอรมนี) เวลลิงตัน (นิวซีแลนด์) อันดับที่ 20 มี 3 เมืองคือ เพิร์ท (ออสเตรเลีย) ซานฟรานซิสโก (สหรัฐ) ออตตาวา (แคนาดา) (ที่มา : UN Human Development Report 2004)

หลายคนบอกว่าภาษีที่นี่แพง เป็นประเทศที่มีด็อกเตอร์ขับแท๊กซี่มากที่สุดในโลก อันนี้ต่างจิตต่างใจ พูดไปพูดมา ทะเลาะกันมาเยอะแล้ว อย่างไรก็ตาม ความคิดของผม ข้อดีของการได้ Permanent Resident Visa ของ Canada คือ ลูกบังเกิดเกล้าทั้งสามคน ได้เรียนฟรี เกรด 1-12 แค่นี้ก็คุ้มมากๆ แล้ว ลำพังอยู่เมืองไทยอย่าว่าแต่โรงเรียนเซนต์ … เลย ส่งลูกเรียนเมืองนอก หรือโรงเรียนนานาชาติยิ่งไม่มีปัญญาแน่ สมบัติติดตัวที่พวกเขาจะได้ติดตัวไว้คือการพูดภาษาอังกฤษแบบธรรมชาตินั่นแหละ ในอนาคตหากลูกหลานอยากกลับไปใช้ชิวิตที่เมืองไทย ก็เรื่องของเขาล่ะ (วะ) นอกจากนี้ (ผมเหมาเอาเองว่า) ลูกหลาน เหลนโหลน จะได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของทรัพยากรในประเทศที่มีพื้นที่เกือบ 10 ล้านตารางกิโลเมตร ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกและมลรัฐอลาสกา มีความกว้างกว่า 5,500 ตารางกีโลเมตร ทิศเหนือติดกับมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้ติดกับประเทศสหรัฐอเมริกา ความกว้างใหญ่ของประเทศทำให้ต้องมีเวลาที่แตกต่างกันถึง 6 โซน มีทรัพยากรมากมาย ในขณะที่มีประชากรไม่มาก เมื่อลูกหลานได้ถือทั้งสองสัญชาติคือไทยและแคนาดา ถือว่าได้กำไรหลายต่อ

หลายสำนัก กล่าวว่ามาตรฐานการเรียนการสอนของที่นี่ถือได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การเรียนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท จะว่าแพงก็จริงอยู่ บางแห่งก็ถูกกว่า International Student บางแห่งก็เท่ากัน แต่ PR หรือ Citizen สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้บ้าง รัฐบาลแคนาดาพยายามสนับสนุนการศึกษามากๆ ที่ Ontario มีหน่วยงานสนับสนุนเงินที่จะให้กู้เรียนอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ Ontario Student Assistance Program (OSAP) ที่ที่มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ผมได้มีโอกาสกลับเข้าสู่วงการ (คอมพิวเตอร์) อีกครั้ง

//osap.gov.on.ca/eng/eng_osap_main.html

พูดถึงเรื่อง Benefit ผมขอพูดถึง Website ที่เราสามารถตรวจสอบ Benefit ที่ควรจะได้รับสักหน่อย web (ดูรูปแล้วเหมือนเขาพยายามจะบอกว่า Canada เเป็น Multicultural Country ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้น) web นี้มีประโยชน์มาก แค่ป้อนข้อมูลสถานะตนเองและครอบครัว ระบบจะ list รายการ Benefit ที่เราควรจะได้รับ รวมทั้งมี link ไปยัง web site ที่เกี่ยวข้องด้วย

//www.canadabenefits.gc.ca/



หลายคนตั้งคำถามว่าประเทศไหนที่น่าอยู่ที่สุดในโลก บางคนอาจบอกว่าประเทศนี้น่าอยู่มาก แต่อีกคนอาจบอกว่าห่วยแตก สู้ประเทศโน้นไม่ได้ ฯลฯ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมย้ำอีกครั้งว่าอันนี้ก็ต่างจิต ต่างใจ ว่ากันไม่ได้ สำหรับครอบครัวผม ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต ก็ตีตั๋วเที่ยวเดียวมานี่แหละ ก็เลยไม่รู้จะเปรียบเทียบกับประเทศอื่นยังไง อ่าน Website ของรัฐบาล Canada ข้างบน และ Website //notcanada.com/ แล้วถามตัวเองดูเอาเองแล้วกันครับ




 

Create Date : 14 กันยายน 2548    
Last Update : 21 มกราคม 2549 18:24:44 น.
Counter : 1106 Pageviews.  


Tripple Jack
Location :
Ontario, Canada

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tripple Jack's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.