Survival Canada
Group Blog
 
All blogs
 

ลูกเข้าโรงเรียน


บริเวณที่ผมอยู่ เป็นดง Apartment มี Apartment เยอะมาก ห่างจากที่พักเดินประมาณ 5-10 นาทีเป็น Elementary school (Grade 1-5) และ Middle school (Grade 6-8) คนละโรงเรียนแต่อยู่รั้วติดกัน นอกจากนี้ยังมี Childcare ของ YMCA อยู่ในตึกเดียวกับ Elementary school

ไม่เหมือนที่บ้านเรา เหมือนที่ผมเคยเห็นในหนัง ลูกผมไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน แต่แต่งตัวกันตามสบาย บางคนใส่กางเกงยีนส์มั่ง บางคนใส่กระโปรง กางเกงขาสั้น ขายาว หลากสีไปหมด จะว่าไปแล้ว ผมสังเกตว่าแต่ละชุมชน มีโรงเรียน และสวนสาธารณะ อยู่ใกล้ๆ เดินทางสะดวก เมื่อได้ที่อยู่ที่แน่นอนแล้ว ผมพาลูกชาย 2 คน ไปสมัครเรียนก่อน เกณฑ์อายุการเข้าเรียนที่นี่ จะนับปีเกิด โดยเริ่มจาก 4 ขวบ จะเข้า Kindergarten, 5 ขวบเข้า Senior Kindergarten โดยจะเข้าเรียนครึ่งวันเช้าหรือบ่าย แล้วแต่เราจะเลือก พอ 6 ขวบก็เริ่มเข้า Grade 1



ลูกคนโตของผมอายุ 11 ขวบ ได้เขัา Grade 5 ที่ Elementary school เรียน 9.05 – 15.30 ระหว่างเวลาเรียนจะต้องแบ่งเวลามาเรียนภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสกับครู ESL (English as Second Language) วันละ 1-2 ชั่วโมง ที่ ไม่มีอาหารกลางวันขาย ต้องพกไปกินเอง (จะมีบางวันที่เขาเรียกว่า Pizza Day ไม่ต้องเอาอาหารไปเอง วันนั้นเด็กทุกคนต้องกิน Pizza เหมือนกันหมด เสียเงินประมาณ 2 CND) ช่วงแรกๆ ลูกคนโตจะกลับมาถามที่บ้านตลอด เช่น จะเข้าห้องน้ำต้องพูดว่าอะไร จะชวนเพื่อนกินข้าวจะพูดว่าอะไร เราก็จดคำอ่านเป็นภาษาไทยให้ แถมยังต้องพก Dictionary Thai-English, English-Thai ไปโรงเรียนอีกต่างหาก

ส่วนลูกคนกลางอายุ 5 ขวบได้เข้า Senior Kindergarten ตอนบ่าย (ที่โรงเรียนจะให้เลือกว่าจะเรียนตอนเช้า 9 โมง – เที่ยง หรือบ่ายโมง – บ่ายสามโมงครึ่ง) และไม่ต้องเข้าเรียน ESL Class เพราะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ABCD พร้อมๆ กับเด็กทุกคนในห้อง เหมือนเริ่มเรียน ก ไก่ ข ไข่ บ้านเรา

ส่วนลูกคนกลางเป็นคนขี้อาย ช่วงเดือนแรก ครูบอกว่าไม่คุยกับใครเลย เอาแต่เล่น คาดไม่ถึงว่าหลังจากเวลาผ่านไป 4-5 เดือนลูกทั้งสองคนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเป็นตุเป็นตะแล้ว ช่วง 4-5 เดือนแรก ผบทบ.ต้องคอยรับ-ส่งลูกไปโรงเรียนอย่างเดียว แล้วก็กลับมาอยู่บ้านกับลูกคนเล็ก

แต่ละ Season ที่โรงเรียนจะมี Course ให้เราพาลูกไปสมัครเรียนวันละชั่วโมงหลังเลิกเรียนเช่น Basketball, Fencing, Computer, Cooking เป็นต้น ถ้าจะเรียนก็เสียเงิน Course ละ 25 CND/Season ดังนั้นถ้าให้เรียนครบ 5 วัน จันทร์-ศุกร์ก็ 125 CND/คน/Season

ทุกวันลูกจะมีการบ้านมาทำ และจะมีสมุดให้เรา เซ็นต์ชื่อรับทราบทุกวัน การบ้านของลูกก็ใช่ว่าง่ายสำหรับเรา ต้องเปิด Dictionary กันอุตลุตเหมือนกัน นอกจากนี้โรงเรียนจะมีจดหมายมาบอกกิจกรรมต่างๆ เป็นระยะๆ บางกิจกรรมให้เราสมัครเป็น Valunteer ด้วยก็ได้

ในเวลาปกติ โรงเรียนไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าไปถึงในโรงเรียน แต่ละเทอมจะมีวันนึง ให้ผู้ปกครองเข้าไปชมโรงเรียนได้ ห้ามถ่ายรูปเด็กคนอื่นเด็ดขาด ในทำนองเดียวกันหากโรงเรียนจะถ่ายรูปลูกเรา เขาจะมีจดหมายมาขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

กิจกรรมนอกสถานที่ของลูกเยอะทีเดียว เฉลี่ยเดือนละครั้งสองครั้งได้ เสียเงินมั่ง ไม่เสียมั่ง ถ้าจะเสียก็ครั้งละไม่มาก พอปิดเทอมก็จะมีนัดผู้ปกครองไปพบกับครูประจำชั้นตัวต่อตัว เพื่อสรุปพัฒนาการของลูกจุดแข็งและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข สำหรับคนโต พอปิดเทอมโรงเรียนก็แนะนำให้ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มอีก (ไม่เสียเงิน)

ผบ.ทบ. รับส่ง-ลูกอย่างเดียวประมาณ 2 เดือน คุณเซ็งกับคุณบี ที่รู้จักผมจาก Webboard แกมีลูกสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวผม กรุณาโทรมาหาผมที่บ้าน ขับรถพาไปเที่ยวห้าง Wallmart บ้าง Costco บ้าง พาไปกินข้าวที่บ้าน คุยกันไปคุยกันมาได้ idea หลายอย่าง อย่างนึงคือแกบอกว่าลูกแกเข้า Daycare ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ผบ.ทบ. รับ-ส่งลูกอย่างเดียวอยู่อย่างนี้ จะเซ็งชะเปล่าๆ น่าจะหาอะไรทำ หรือไปเรียนก็ได้ ให้ลูกเข้า Daycare จะได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน

กลับจากบ้านคุณเซ็งกับคุณบี ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับ Daycare ยกใหญ่ ที่เล็งๆ ไว้มี 2 ที่ที่ใกล้โรงเรียน คือของ YMCA และของเอกชน เวลาที่รับฝากเด็กคือ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เรากะจะให้คนกลางเข้าครึ่งวันเช้า ตอนบ่าย Daycare จะพาไปส่งที่โรงเรียน ส่วนคนเล็ก ว่าจะให้เข้าเต็มวัน ค่าใช้จ่ายคิคเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน คิดแล้วประมาณวันละ 35 CND ต่อคน เท่ากับว่า 2 คนต้องจ่ายถึงวันละประมาณ 70 CND นั่นมันค่าแรงผมต่อวันเลยนี่หว่า

ทราบมาว่าถ้ามีรายได้น้อย และพ่อ-แม่ ทำงานหรือเรียน Full Time วันละมากกว่า 4 ชั่วโมง Monday – Friday หรืออาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง จะสามารถขอ Child Care Subsidy ได้บางส่วนหรือทั้งหมด (รายละเอียดหาอ่านได้ที่ //www.toronto.ca/children/subsidy.htm)

“You will be deemed ineligible for subsidy, regardless of your income, if the total value of your assets exceeds the allowable ceiling. The ceiling for one adult and one child is $5,000. Add $500 to this amount for each additional family member.”

ตอนนั้นผมทำงาน 6 วันวันละ 8-10 ชั่วโมง รายได้ชั่วโมงละ 8 CND ไม่อยากให้ ผบ.ทบ.ทำงานร้านอาหาร กลัวเขาลำบาก อยากให้เขามีเวลาว่างไปเรียนภาษาอังกฤษ หรือทำอย่างอื่นบ้าง เลยไปรบกวนเจ้าของร้านให้ช่วยออกจดหมายรับรองการทำงานของผม และจดหมายบอกว่า ผบ.ทบ. กำลังจะได้ทำงาน ในจดหมายระบุว่าทำงาน 11 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น วันละ 5 ชั่วโมง ด้วยค่าแรงคนละ 8 CND/hour จ่ายค่าแรงเป็นเช็คชื่อผม และชื่อของ ผบ.ทบ. คนละครึ่ง (แต่ที่จริง ผมทำคนเดียว)

ผมขอจดหมายรับรองการทำงานของผม และของผบ.ทบ. (ตอนที่ไปขอไปประมาณกลางเดือน January 2005 ในจดหมายของผบ.ทบ.ระบุว่าจะได้เริ่มงาน Febuary 1, 2005. ส่วนเอกสารอื่นก็เตรียมไปเท่าที่มี เช่นสัญญาเช่าห้อง Statement จาก Bank เป็นต้น ระหว่างเตรียมเอกสาร เราก็ไปติดต่อ Day Care ไว้เรียบร้อยแล้ว นัดหมายวันที่จะพาลูกไปฝากตามวันที่ ผบ.ทบ. ระบุว่าจะได้ทำงาน

City of Toronto Children's Services Division ส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ 7.00 – 16.00 บางวันเปิดถึง 1 ทุ่มก็มี //www.toronto.ca/children/FieldOffices_map.htm เราไปถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะเกรงว่าคนจะเยอะ แต่เมื่อไปถึง พบว่ามีคนรออยู่ประมาณ 3-4 คน เราเป็นคิวแรก เจ้าหน้าที่ Operator รับเอกสารเราไปตรวจสอบขั้นต้น และให้นั่งรอ ประมาณ 5 นาที เราก็ได้พบกับ Case Worker

ไม่เหมือนติดต่อหน่วยงานราชการไทย ผมเคยไปติดต่อขอเงินค่าคลอดบุตรของประกันสังคมที่บ้านเรา มีความรู้สึกเหมือนเรามาขอความเมตตายังไงไม่รู้ แต่ที่นี่ผมว่าคนน้อยดี ไม่วุ่นวาย ทั้งๆที่ เป็นเมืองหลวงของ Ontario

Case Worker ที่เรียกเราไป Interview เป็นผู้หญิงจีน อัธยาศัยดี ถามคำถามไม่ซอกแซก ไม่มีความรู้สึกเหมือนโดนจับผิด เราว่าไงเขาก็ว่างั้น หลังจากทราบว่า ผบ.ผบ. คำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายแล้ว เราต้องจ่ายประมาณ 3 CND ต่อวัน สำหรับลูก 2 คน (จากราคาเต็ม 70 CND / วัน) พอเห็นว่า ผบ.ผบ.กำลังจะได้งาน เธอก็ยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับ Day Care ทันที บอกว่าเธอรับเรื่องเราไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วย Case Number bla bla bla

เอกสารทุกอย่าง เอาตัวจริงไป ไม่ต้องถ่ายเอกสาร Case Worker จะเอาเอกสารไป Scan เข้า Computer แล้วเอาเอกสารคืนเราทั้งหมด

หลังจากลูกเข้าเรียนหมดทุกคนแล้ว ผบ.ทบ. ก็ไปเรียนภาษาอังกฤษใกล้ๆ บ้านอยู่ประมาณเดือนครึ่ง Happy มาก อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเราก็ตัดสินใจ ให้ ผบ.ทบ.ทำงานอีกคน ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เอาตังค์ก่อน (วะ)

หลังจากลูกทั้งสามคนเข้าเรียนได้ 6 เดือน เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ เริ่มนับเลขเป็นภาษาอังกฤษ ฮัมเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ลูกคนโตกับลูกคนกลางคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษแบบต่อยหอย ลูกสาวคนเล็กก็เริ่มคุยกับพี่เป็นเป็นภาษาอังกฤษเป็นบางคำ ทั้งหมดต้องพูดไทยคำอังกฤษคำเพราะบางทีเขานึกภาษาไทยไม่ออก บางทีเราสอนการบ้านเป็นภาษาไทย ลูกก็ถาม เช่นถ้าเราพูดว่ากระดาษ ลูกก็ถามว่า ใช่ Paper หรือเปล่า

โดยรวมแล้วเรามีความสุขมาก กลับจากทำงานเหนื่อยๆ เห็นลูกลูก ก็มีความภาคภูมิใจ มีกำลังใจ ไม่เสียแรงที่เราพยายามพากันมาที่นี่




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2548    
Last Update : 28 มกราคม 2549 10:18:04 น.
Counter : 465 Pageviews.  


Tripple Jack
Location :
Ontario, Canada

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tripple Jack's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.