รำไทย : นาฏศิลป์ไทย ใช่จะไร้ในคุณค่า โดย ธรรมจักร พรหมพ้วย
Group Blog
 
All Blogs
 
ดรสาแบหลา



พิธีแบหลา เป็นพิธีที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ของภรรยาที่มีต่อสามี เทียบได้กับพิธีสตีของอินเดียที่ภรรยาจะกระโดดเข้ากลองไฟตามสามี ซึ่งเชื่อว่าพิธีเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากอินเดียจะสังเกตได้ว่าบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมและอารยธรรมเหล่านี้มักจะมาจากอินเดีย เนื้อเรื่องตอนนี้อยู่ในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ปัญหยีรบระตูบุศสิหนา เนื้อเรื่องกล่าวถึง อิเหนาได้ปลอมเป็นปันหยี (โจรป่า)พร้อมด้วยสี่พี่เลี้ยงเที่ยวรอเวลา ทำกลอุบายเข้าเมืองหยันหยาเพื่อให้ได้นางจินตราวาตี อิเหนาและพี่เลี้ยงทำตนเป็นโจรป่าซ่อมสุมกำลังอยู่ ระตูบุศหนาเพิ่งทำการอภิเษกกับนางดรสาขบวนผ่านมานมัสการพระฤาษีและต้องพักค้างคืนพอดี เช้าตรูวันหนึ่ง ประสันตาพี่เลี้ยงไปต่อนกเขาที่เชิงผามะราปี เกิดมีเรื่องกับคนของระตูบุศสิหนา ต่างฝ่ายต่างทูลให้นายของตนได้ทราบเรื่องยุยงจนเกิดเป็นสงคราม ระตูบุศสิหนาออกรบกับปันหยีและต้องทวนตกม้าตาย พี่ชายทั้งสองของระตูบุศสิหนามีความเกรงกลัวปันหยีจึงมอบ สียะตราซึ่งอิเหนาปันหยีรับไว้ในฐานะน้องชาย มอบนางสการวตีและนางมาหยารัศมีในฐานะบาทบริจาริกา ความทราบถึงนางดรสาว่าสามีตายนางจึงกระทำพิธีแบหลาคือการใช้กริชแทงตัวและโดเข้ากลองไฟตายตามสามี สำหรับกระบวนรำดรสาแบหราเป็นกระบวนรำอาวุธกริชของตัวละครที่เป็นตัวนาง โดยใช้กริชเล่มเดียวกับกริชของระตูบุศหนาสามี การแต่งกายจะแต่งกายด้วยชุดขาว สวมกระบังหน้ารำถือกริชเป็นวงกลมไปรอบๆ กองไฟหรือพระเมรุของระตูบุศสิหนา ผู้มีชื่อเสียงด้านกระบวนรำกริชดรสา คือท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ท่านเล่าว่าท่านเป็นตัวนางดรสาและได้รำกริชดรสาเป็นที่พึงพอใจเจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธมากจนถึงโปรดให้เป็นหม่อมในพระองค์ เป็นแบบฉบับของแผนกกองการสังคีตและอีกประบวนรำหนึ่งคือ ฉบับของครูเฉลย ศุขะวนิช ที่สืบทอดในวิทยาลัยนาฏศิลป์โดยแต่งกายทั้งแบบยืนเครื่องและแบบชวา ต่อมาเมื่อกองการสังคีตกรมศิลปากรได้จัดแสดงอิเหนาแบบแต่งชวาได้ให้ครูบุณนาค ทรรทรานนท์ ออกแบบท่ารำท่านได้ใช้ท่ารำแบบของเก่าและสอดใส่ท่ารำแบบชวาผสมเข้าเพื่อให้เหมาะสมกับการรำและแต่งกายแบบชวา

มาจากเรื่องอิเหนา เป็นตอนที่ระตูบุศสิหนาไปรบกับปันหยี(อิเหนา) แล้วพลาดท่าต้องทวนของปันหยีตกจากม้าสิ้นพระชนม์ทันที นางดรสาเสียใจมากจึงได้ทำพิธีแบหลา(ฆ่าตัวตาย)ตามพระสวามี ซึ่งในทางนาฏศิลป์ก็จะมีรำดรสาทรงเครื่อง เป็นการรำตอนที่นางดรสาแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวเพื่อไปทำพิธีแบหลา แล้วจึงตามด้วยการรำกริชดรสา สามารถหาคำอธิบายท่ารำชุดดรสาทรงเครื่องได้จากหนังสือ รำเดี่ยวแบบมาตรฐาน(ตัวนาง) ของ ผศ.ผุสดี หลิมสกุล ค่ะ




Create Date : 21 เมษายน 2550
Last Update : 22 เมษายน 2550 23:37:50 น. 26 comments
Counter : 5665 Pageviews.

 
ทางหนึ่งว่า คุณอุ่นเรือน (ไม่ทราบนามสกุล) นางเอกคณะละครวังสวนกุหลาบ เป็นผู้รำกระบวนนางทั้งปวงได้งดงามยิ่ง ได้ยังไม่สามารถสืบค้นประวัติคุณอุ่นเรือนได้


โดย: จินตะหราวาตีมีศักดิ์ IP: 202.41.187.247 วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:11:49:44 น.  

 
เป็นแบบนี้นี่เอง!!!


โดย: หลากหลายอารมณ์ IP: 203.172.253.170 วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:15:59:26 น.  

 
ดรสาแบหลา เป็นกระบวนรำที่มีความอาถรรพืมากนะ ใครเล่นไม่ดีอาจตายได้เพราะว่าครูแรงมาก ขอเตือน


โดย: ทาบิ IP: 58.8.100.205 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:20:39:05 น.  

 
เรามีท่ารำด้วยเเหละ


โดย: คนสวย IP: 202.149.25.241 วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:38:49 น.  

 
ของเเท้เเน่นอน


โดย: เรามีท่ารำด้วยเเหละ IP: 202.149.25.241 วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:41:43 น.  

 
เเละเราก้อรำได้ด้วยนะจ้ะเเม่จินตราทวาตีทั้งทรงเครื่องถึงเเบบหลาเลยอ่า


โดย: คนน่ารัก IP: 202.149.24.161 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:28:39 น.  

 
ดรสาทรงเครื่อง
จึงสระสรงองค์สำอางค์อินทรีย์ วารีชำระรดหมดหมอง
ขัดขมิ้นหนุนเนื้อนวลละออง ทรงสุคนธ์ปนทองอุไรเรือง
พอเเละขี้เกียจสปอยเบื่อ


โดย: ยืนยันอีกรอบ IP: 202.149.24.129 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:42:03 น.  

 
“เมื่อนั้น นวลนางดรสามารศรี
กำสรดโศกศัลย์พันทวี อัญชลีทั้งสองกษัตรา
แล้วทูลว่าพระองค์ผู้ทรงเดช จงได้โปรดเกศเกศา
ข้าน้อยขอถวายบังคมลา ตายตามภัสดาด้วยภักดี
ขอฝากบิตุราชมาตุรงค์ ทั้งประยูรญาติวงศ์ในกรุงศรี
อันศฤงคารของข้าบรรดามี ถวายไว้ใต้ธุลีบาทา
ทูลพลางประณตบทเรศ สองกษัตริย์ทรงเดชเชษฐา
บังคมบรมศพภัสดา แล้วกัลยาทักษิณเวียนไป
ครั้นครบคำรบสามรอบ นบนอบน้อมองค์ลงกราบไหว้
จึ่งชักเอากริชภูวไนย มาทูลไว้เหนือเกล้าเมาฬี
กันแสงพลางทางสมาลงธิกรณ์ ภูธรได้เคืองบทศรี
ด้วยกายกรรมแลวจี ขออย่ามีเวราผูกพัน
ประการหนึ่งซึ่งข้าสุจริต สู้ตายมิได้คิดบิดผัน
เดชะความสัตย์ของข้านั้น แม้นทรงธรรม์จะตกไปแห่งใด
ขอให้ได้พบสบประสงค์ บำเรอบาทบงส์จงได้
ให้ร่วมสุขร่วมทุกข์ร่วมฤทัย อย่าให้รู้นิราศคลาดคลา
ครั้นเสร็จตั้งจิตอธิษฐาน เยาวมาลย์กราบงามสามท่า
เห็นเพลิงพลุ่งรุ่งโรจน์โชตนา ก็แบหลาโจนเข้าในอัคคี”


โดย: อิกนิดดีก่าบทนี้ก่อนจะเเบหลาย่ะ IP: 202.149.25.241 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:47:23 น.  

 
อยากได้วีดีโอมาทวนท่ามากๆๆเรยค่ะ

เคยต่อตอนทำผลงานนานแร้ว



โดย: ศิษย์ครูป้อม IP: 124.120.10.24 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:0:43:46 น.  

 
คนที่แสดงคนแรกคือหม่อมอาจารย์ท่านผู้หญิงแผ้วครับและผู้ที่ต่อท่ารำมาจากท่านคืออาจารย์บุนนาค ทรรทรานนท์นักวิชาการละคร-ดนตรี9ชชเท่านั้นที่น่าเชื่อถือเพราะหลังจากหม่อมอาจารย์แล้วครูบุนนาคเป็นคนเดียวและคนแรกที่ได้รับการต่อโดยตรงและได้แสดงตั้งแต่ตอนลานางดรสา ดรสาทรงเครื่อง และดรสาแบหลาและครูผุสดี หลิมสกุลได้รับการต่อเช่นกันจากครูเฉลยซึ่งเป็นคนละทางต่างกันในการใช้เพลงรำสะระหม่าก่อนเพลงตะเขิ่ง-เจ้าเซ็นและเพลงเชิดฉิ่งในการรำกริช นางดรสาจึงเป็นตัวละครนางตัวเดียวที่มีการรำกริช


โดย: ลูกนาฏศิลป์ IP: 61.7.154.130 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:12:08 น.  

 
การสมอ้างว่ารำได้นั้นเป็นบาปมากไม่ว่าจะเป็นใครก็ช่างเถอะยอมรู้อยู่แก่ใจนางดรสาเป็นการรำชั้นสูงมากถึงมากที่สุดควรเคารพครูบาอาจารย์ทิ่ท่านได้สั่งสอนมาและท่าจะรำก็ควรรำให้ถูกต้องระวังสมอ้างมากมากคนรักจะตายเหมือนระตูบุศิหนาสามีนางดรสาแน่นอนไม่รู้ว่าใครของแท้แต่ทร่แน่แน่มีได้2คนคือครูแหง่ บุนนาด ทรรทรานนท์กับครูผุสดี หลิมสกุล ที่น่าเชื่อถือเห็นด้วยกับลูกนาฏศิลป์ครูป้อมก็กำลังทำวิจัยอยู่เรื่องนี้ขอให้ครูโชคดีนะครับผมชื่นชอบครูมากครูก็มาต่อดรสากับครูแหง่ด้วย ด้วยความเคารพอย่างสูง


โดย: รักรำไทยยิ่งชีพ IP: 61.7.154.130 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:24:42 น.  

 
เธอรู้หรือเปล่าว่าก่อนครูบุนนาคจะเล่นนางดรสา ใครเล่นมาก่อนแน่จริงตอบมา และที่ทราบมานักศึกษาที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์สายครูได้รับการถ่ายทอดจากครูบุนนาค(เต็มรูปแบบเพราะเรามาดูตั้งแต่ลานางดรสาจนแต่งตัวถึงแบหลา)แน่จริงแฟนพันธุ์แท้ดรสาตอบมาอยากรู้ว่าใครของจริงเราไม่ใช่อวดอ้างตอบมาอยากรู้ว่ารู้จริงรึเปล่าตอบมาก่อนจะเฉลยให้ตาสว่างซักที ได้กันนักท่ารำมีกี่กระบวนท่าท่าไหนเขากั๊กกัน อ้าอย่าเปิดวิจัยดูละเพราะในวิจัยก็ไม่มีอิอิอิ555555555..........ตอบมา ถ้าใครแน่ตอบมา ถ้าฉันผิดฉันลาออกจากแฟนพันธุ์แท้ดรสาด้วยความสัตย์จริง


โดย: แฟนพันธุ์แท้ดรสา IP: 123.242.151.147 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:18:36:05 น.  

 
การรำดรสาแบหลาเป็นพิธีการที่ศักดิ์สทธิ์เรียกว่าพิธีสตีเป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์ที่นางมีต่อสวามีคือระตูบุศิหนาที่ตายเพราะปันหยี(อิเหนา)ไม่ว่าใครจะรำได้หรือมิได้ทุกอย่างคือการอนุรักษ์ทั้งสิ้นครูผู้ถ่ายทอดย่อมรู้แก่ใจดีว่าใครได้จริงหรือใครสมอ้างแต่ก็ไม่มีใครรู้นอกจากครูบาอาจารย์ผู้ที่สั่งสอนมาและจากไปไม่มีใตรยืนยันได้หรอแต่ที่แน่ๆเรารู้ทาว่าหม่อมอาจารย์ท่านผู้หญิงแผ้วเป็นผู้แสดงเป็นคนแรกที่วังสวนกุหลาบและปัจจุบันผู้ที่สืบทอดอยู่คือครูบุนนาค ทรรทรานนท์ คนเดียวเท่านั้นและท่านยังเป็นนางมโนราห์ตัวแรกของโลก(อาจจะเห็นจากการยกย่องว่าท่านเป็นยอดของมโนราห์บูชายัญเลย)จากการค้นคว้าแสดงถึง108รอบรำกันมันไปเลย


โดย: นาฏศิลป์ไทยนั้นงามเลิศ IP: 58.9.229.55 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:23:36:59 น.  

 
ว่าแล้วก็ขอพูหน่อยเถอะคิดว่าที่มีอยู่นะถูกหรือเปล่าคะคนน่ารัก


โดย: หวังดี IP: 118.175.62.73 วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:1:11:40 น.  

 
เห็นเขาว่า มโนราห์บูชาญัณสมัยก่อนท่ารำไม่เหมือนฉบับเเบบปัจจุบันนี่ค้ะ ท่าของสมัยนี้เป็นท่าที่กรายมาอีกทีจากเเต่ดั้งเดิม ไม่ทราบว่าจริงเท็จเเค่ไหน เเละดิฉันเคยเห็นกระเทยที่ออกรายการคนค้นคนรำในผับ ไม่ทราบว่าอันนั้นถูกต้องมั้ย เพราะเห็นเจ้าตัวบอกว่าได้ดูการรำมโนราห์ตั้งเเต่สมัยเด็กๆเเล้วซึ่งเทอก็มีอายุอานามมากเเล้วนะ เทอว่าดูมาเยอะเเร้วเทอก็ครูพักลักจำมา ม่ายทราบว่าจะเชื่อถือได้มากน้อยขนาดไหนค้ะว่าเค้าสามารถจดจำที่เขาเห็นของเก่าๆได้ ไม่เเน่ท่าที่หายไปเทออาจจะล่วงรู้หรือเปล่าค้ะ เรียนท่านผู้รู้ช่วยชี้เเจง


โดย: ผู้อยากทราบ IP: 125.25.14.58 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:1:29:54 น.  

 
คนรำได้เยอะไปจะเอาฝั้งไหน ฝั้ง รร หรือฝั้ง แผนก จริงๆๆจากวงในจากครูอาวุโสรุ่นผู้เชียวชาญเคยเล่าให้ฟังว่า แม่เฉลย กับ หม่อมอาจารย์เคยเถียงกันเรื่องนี้เพราะแม่เฉลยบอกว่าหม่อมอาจารย์ไม่เคยเล่นดรสา แต่หม่อมอาจารย์บอกเคยเล่น ครูท่านนี้เลยบอกว่าครูก็ไม่รู้แต่ท่านก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต จริงๆๆแล้วฝั้ง รร มี ตั้งหลายท่านที่ต่อกับแม่เฉลยไว้ แม่นพ ครูตู่ ครูป้อม ที่เคยเห็นครูเล่นอ่ะนะครับ ครูท่านอื่นอาจจะต่อไว้แต่ไม่เคยเห็นท่านเล่นข้ออภัยครับ ฝั้งแผนก คนเล่นเยอะมาก ไม่ใช่แต่ครูแหง่ จริงๆๆแล้วเราสัมผัสใครชิดกับครูแหง่มากและใครๆๆก็รู้ว่าครูแหง่ปากหวานขนาดไหน อีกเรื่องที่แผนกไม่สามารถเถียงกะฝั่ง รร ได้คืออุณรุฑ เพราะ เรื่องนี้หม่อมอาจารย์ไม่มีท่า คนที่นำมาเล่นคือ แม่ลมุล กับแม่เฉลย เพราะฉะนั้นจะไม่เห็นว่าเถียงกันเรื่องท่าพระอุณรุฑ นางศุภลักษณ์ ถ้าจะพูดถึงพระอุณรุฑ ต้องยกให้แม่เราเอง ครูแป้ว เวณิกา พระเอกตลอดกาลในยุคของแม่ลมุล เราภูมิใจมากที่ได้เป็นลูกศิษย์คนสนิทของครูแป้ว ถ้าใครรู้จักครูแป้วจะรู้ว่าครูแป้วสุภาพ ขี้เกรงใจสุดๆๆ ครูแป้วให้ความรู้เรา แม้กระทั้งก่อนเล่นพระลอ (ตัวของครูเอง) ครูบอกว่าแม่ลมุลเคยสั้งครูไว้ให้ไปทำบุญใส่บาตรก่อนเล่นพระลอ ทำบุญให้ตัวละคร คนแต่ง เราปลื้มครูมากเพราะครูบอกว่าแม่ลมุล ไม่ได้บอกทุกคนบอกเฉพาะคนสนิท ซึ้ง ใครๆก็ทราบทั้งวิทยาลัยว่าแม่ลมุลรักครูเวณิกา ขนาดไหน จะพูดกันง่ายๆนะครับ ตอนนี้ท่าที่สอนที่พัฒนสิน ถ้าเป็นตัว อิเหนา พระลอ อุณรุฑ พระยาผานอง ล้วนต้องเชิญครูแป้ว มาสอน มีครูบนแผนก(เป็นผู้เชี่ยวชาญ) ยังบอกผมเลยว่า"แป้วเค้ารำดี ขนาดมาเล่นละครกะหม่อมอาจารย์ หม่อมอาจารย์ ยังชมเลย " ที่ผมมาเล่าไม่ได้มาชมครูผมนะครับ แต่ว่าอยากให้ทำใจกว้างๆๆแล้วเปิดรับ มีครั้งหนึ่งผมไปดูเด็กเล่นละครกับครูแป้ว เด็กรำพระลอเสี่ยงน้ำ (ตัวของครูแป้วอีกแล้วครับ) ตอนจบเด็กรำเพลงรัวแล้วเสี่ยงกระทง แต่แป้วกระซิบเราแล้วบอกว่า จริงๆแล้วที่ครูได้มาจากแม่ลมุล อ่ะต้องรำเพลงสาธุการ แต่ก็อยากให้เธอทำใจกว้างๆแล้วดูว่า การแสดง ทุกวันนี้ การแสดงชุดเดียวกันแต่มีได้หลายรูปแบบ ไม่ต้องเถียงว่าใครถูกใครผิด ถ้าใครเคยสัมผัสกับครูแป้วจะรู้ว่าเวลาท่านสอนรู้สึกได้ถึงความเป็นครูจริงๆนะครับ ผมอยากให้พวกคุณเข้าใจว่าใครๆก็มีโอกาสต่อทั้งนั้นล่ะครับ แต่ใครล่ะจะได้แสดง ดรสาแบหลา ผมก็เคยต่อต่อกะครูตู่ แต่ผมไม่เคยได้แสดง เพราะรูแร่งไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมเป็นอิเหนา ที่ดีมาก แม้แต่ครูแป้วยังชมเลย อิอิ ขอบคุณครูแป้วนะครับ ที่ทำให้ผมมายืนในจุดๆนี้ผมจะจำคำสอนที่ครูให้ผมไว้ครับ ครูแป้วไม่เคยว่าร้ายใคร ไม่เคยพูดกระทบใคร ขอให้ครูสุขภาพแข็งแรงครับ


โดย: เด็กนาฏ IP: 116.58.231.242 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:48:07 น.  

 
การว่าหลบหลู่ครูบาอาจารย์นั้นก็บาปหนักอยู่แล้วยังมาบอกอีกว่าทางแผนกทางวิทยาลัยแล้วถามจริงๆมันไม่ใช่นาฏศิลป์เหมือนกันหรอ คนเขาก็รู้กันว่าใครได้การใกล้ชิดใครนั้นไม่ผิดหรอที่จะคิดว่าใครได้แต่มีอะไรยืนยันละว่าได้จริงๆหลักฐานจะไปปลุกคนตายมาถามหรอ "ครูท่านอื่นอาจจะต่อไว้แต่ไม่เคยเห็นท่านเล่นข้ออภัยครับ ฝั้งแผนก คนเล่นเยอะมาก ไม่ใช่แต่ครูแหง่ จริงๆๆแล้วเราสัมผัสใครชิดกับครูแหง่มากและใครๆๆก็รู้ว่าครูแหง่ปากหวานขนาดไหน อีกเรื่องที่แผนกไม่สามารถเถียงกะฝั่ง รร ได้คืออุณรุฑ เพราะ เรื่องนี้หม่อมอาจารย์ไม่มีท่า คนที่นำมาเล่นคือ แม่ลมุล กับแม่เฉลย เพราะฉะนั้นจะไม่เห็นว่าเถียงกัน" สมองคนรึเปล่าที่คิดแล้วพูดออกมาเกิดในสมัยนั้นหรอถึแสนรู้ดีจังบาปนะว่าครูบาอาจารย์คุณผาดผิงออกชื่อขนาดระวังขุม.....จะฉุดลงไปนะด้วยความหวังดีถึงเด็กนาฏ คิดว่าคงไม่ได้เรียนนาฏศิลป์มาสมองเลยคิดได้แค่นี้""""""ขอให้เป็นเช่นนางดรสานะอยากเป็นไม่ใช่หรอยกให้"""""


โดย: ...................... IP: 123.242.151.146 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:28:37 น.  

 
ฝั้งแผนก คนเล่นเยอะมาก ไม่ใช่แต่ครูแหง่**คุณเด็กนาฎคะ...ขอถามนะคะว่าถ้าครูเเหง่ไม่เคยเล่นตัวนี้เเล้วรูปภาพที่ท่านถ่ายเป็นขาวดำสมัยครูท่านเเสดงในบทนางดรสามาจากไหนคะจะบอกว่า ท่านถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนเหรอ...
จริงๆๆแล้วเราสัมผัสใครชิดกับครูแหง่มากและใครๆๆก็รู้ว่าครูแหง่ปากหวานขนาดไหน**ถูกคะ การเป็นครูที่ดีก็รวมถึงการมีวาทะศิลป์ที่ดีด้วย ในการงานหน้าที่ต่างๆ คุณจะให้ครู คนที่เป็นเเม่พิมพ์ของชนรุ่นหลัง กล่าวคำตัดพ้อส่อเสียด พูดจาหยาบคายหรือ...ใช่ว่าครูท่านจะหวังสิ่งใด ใช่จะเป็นการซื้อใจผู้ฟัง เเต่ด้วยมารยาทที่ผู้มีความรู้ใคร่จะกระทำเเละควรปฎิต่างหากเล่า...
จะเอาฝั่งไหน ฝั่งโรงเรียน หรือฝั่งเเผนก **จริงอยู่ที่เราชาวนาฎศิลป์มักเรียกติดปากว่า ฝั่งวิดลัย-ฝั่งเเผนก เเต่ด้วยในที่สาธารณชนเเล้วนั้น ไม่ควรใช้ทั้งสองคำนี้มาเอ่ยเลยค่ะ เพราะเเสดงให้เห็นถึงความเเตกเเยกขัดเเย้งในหมู่คณะของเราชาวนาฎศิลป์อย่างเห็นได้ชัด เรื่องของทางสำนักการสังคีตกับทางด้านวิทยาลัยนั้น เป็นเรื่องที่นานมากเเล้วนะคะ ซึ่งปัจจุบันทั้ง2สถานที่ต่างก็เกื้อหนุนซึ่งกันเเละกันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว คือ ทางด้าน รร.ก็ผลิตผลผลิตนักเรียนนักศึกษาต่างๆเพื่อจะสารต่อสู่อนาคต เพื่อผลิตผลผลิตไม่ว่า ทางนาฎศิลป์-ดนตรีมาสานต่อ เมื่อบุคลากรเหล่านั้นมีคุณภาพเพียงพอ ทางสำนักการสังคีตก็ได้มีการเปิดโอกาศ ทำการสอบคัดเลือกให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มุ่งสู่การพัฒนา นาฎศิลป์-ดนตรีไทย สู่อนาคตต่อไป...
เเละต้องอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดว่า จริงอยู่ว่าท่าทางกระบวนการต่างๆอาจจะมีการพลิกเเพลงไป ในจุดนี้ทุกคนต่างก็มีความเข้าใจตรงกันเเล้วว่า การเรียนจากในห้องเรียนนั้นเราจะต้องนำมาสานต่อโดยละเอียดมิให้ตกหล่น เพื่อเป็นการไม่ให้ผิดเพี้ยน สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น สืบไปตามในเเบบเเผนต้นฉบับ ที่ครูท่านต่างๆนั้นได้รับการถ่ายทอดมา
เเต่เมื่อเป็นการเเสดงปัจจุบัน ที่จำเป็นทั้งด้านเวลา อรรถรสของผู้ชม เเละรักษาคุณค่าของวรรณศิลป์นั้นๆให้ยังคงอยู่ ทางสำนักการสังคีตจัดเเสดง มีการปรับรูปแบบกระบวนท่าทางต่างๆให้ดูงดงาม เเละเป็นที่น่าชม เข้าใจง่ายในหมู่ชนยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มอรรถรส ให็เเก่ผู้ชมอีกทางหนึ่งค่ะ เเละด้วยความจำเป็นอย่างข้างต้นที่กล่าวมาในด้านต่างๆ.. เเต่มิใช่ว่าเปลี่ยนเเล้วเปลี่ยนเลย ครูผู้ถ่ายทอดนั้นท่านจะอธิบายให้เหล่าผู้เเสดงเข้าใจว่าตรงจุดไหนคืออย่างไร เเละเหล่านักเเสดงส่วนใหญ่ทั้งหมด ต่างก็ได้เรียนจากวิทยาลัยนาฎศิลป์ ซึ่งเเน่นอนว่า กระบวนท่ารำของเดิมนั้น ยังคงอยู่เเน่นอนไม่สูญหายค่ะ...ถ้าคุณศึกษาดีดีมันก็มาจากจุดเดียวกันเเหล่ะค่ะใครได้จากใครที่ไหนอะไรอย่างไรลองวกกลับไปดูค้นคว้า ก็ล้วนเเต่คือจุดเริ่มจุดเดียวกัน เเต่อาจเกิดการเปลี่ยนเเปลงเล็กๆน้อยๆของเเต่ละช่วงเวลา ทำให้ตรงนี้อาจต้องตัดทอนไป ส่วนนั้นอาจต้องปรับเปลี่ยนไป อยากให้ลองเปิดใจ ค่อยๆร่วมกันศึกษาไปค่ะ
ถึงอย่างไรทุกๆคนในกระทู้นี้ ต่างก็มีอุดมการณ์เดียวกัน เราล้วนเเต่รัก ที่จะพัฒนา ล้วนเเต่ผู้ที่มีความรู้ต่างๆ เเต่เเน่นอนบุคคลย่อมมีความเเตกต่าง อยากให้ร่วมกันใช้ประสบการณ์ของเเต่ละท่านมาประสานกันค่ะ เราคนนาฎศิลป์ ดนตรี รุ่นใหม่
ร่วมกันพัฒนา จะก่อให้เกิดสิ่งดีดีตามมาในองกรณ์ของเราได้อีกยาวไกลนะคะ เหตุการณ์ในอดีตบางอย่างสอนให้เรารู้ถึงความผิดพลาดขัดเเย้งในบางจุด เเต่ปัจจุบันเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาให้เกิดสิ่งดีดีได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาทะเลาะถกเถียงเหมือนที่มีๆมาเเล้ว ฝากพี่ๆเพื่อนๆไว้ด้วยค่ะ
สู้ๆ+



ปล.เเละขอให้ทุกๆกระทู้จบกันที่ข้อความของดิฉันนะคะ
เราต่างมีอุดมการณ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีใครเเตกเเยกกับใครเเล้วค่ะ --ขอให้คุณพระคุณครูเทพเเละคุณครูผู้ล่วงลับไปเเล้วเเละครูของทุกท่านในปัจจุบันกาลจงปกปักรักษาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่านให้มีความสุขความเจริญทั้งด้านลาภยศ เเละหน้าที่การงานต่างๆด้วยนะคะ เพื่อจะมีกำลังร่วมกันสืบสารรักษาสิ่งที่เรารักต่อไปให้ยืนยง..........

จาก ผู้ที่ติดตามกระทู้มานาน เเละมีความรับผิดชอบที่จะประสานความเข้าใจ ---ปล.อีก1--เจ้าของกระทู้ไม่ต้องตกใจนะคะ ที่ดิฉันรู้จักคุณ...วงการเราใครทำอะไร หนีกันไม่พ้นอยู่เเล้วค่ะ เป็นเรื่องปกติเลยหล่ะ เเล้วทุกๆคอมเม้นจากที่สืบค้นนั้น ล้วนเป็นคนใกล้ตัวดิฉันทั้งสิ้นคะ จึงขออณุญาติไกล่เกลี่ยให้มีความเข้าใจตรงกันเพียงเท่านี้คะ
เเละขอความกรุณาท่านเจ้าของบล๊อคมีความรับผิดชอบดูติดตามสิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ด้วยนะคะ

----------ปิดการคอมเม้นในกระทู้ประวัติการรำดรสาไว้เพียงเท่านี้ค่ะ-------------
****เจริญสุขถ้วนหน้าชาวนาฎศิลป์-ดนตรีไทย****


โดย: ขอเครียคอมเม้นของคุณ เด็กนาฎเเละคุณ.......เเละทุกๆท่านค่ะ ปล.เจ้าของกระทู้ไม่มีความรับผิดชอบเลย ปล่อยให้เลยเถิดไปใหญ่เเล้ว ...รู้สึกจะชื่อคุณบ๊อบใช่มั้ยคะ...+++ IP: 125.25.50.25 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:51:22 น.  

 





----------------------ปิดกระทู้คอมเม้นท์-------------------------


โดย: สิ้นสุดระบบคอมเม้นท์ IP: 125.25.50.25 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:58:10 น.  

 
ดีคะที่เข้าใจกันเริดจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคนปิดกระทู้นับถือ


โดย: ohes;ko IP: 123.242.151.146 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:14:40:06 น.  

 
ดีแล้วค่ะที่ปิดกระทู้ได้ซักที เบื่อมากๆเลยค่ะ ทะเลาะอยู่ได้ ยังไงก็ครูคนเดียวกันนะคะ...


โดย: คนที่เข้ามาดูบ่อยๆ IP: 123.242.151.146 วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:15:53:42 น.  

 
ดีใจมากค่ะ!!! ที่เรื่องราวได้ลงเอยซะทีนะคะ...


โดย: ชามพูนท IP: 58.9.186.44 วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:20:17:49 น.  

 
เกิดทันกันทั้งนั้นแต่ละคน ถือข้างครูทั้งสองฝ่าย ว่าครูกูนี้เด่น ครูกูนี้ดัง ครูกูได้ท่ามาทั้งหมด สงสารก็แต่ครูบาอาจารย์ที่โดนแอบอ้าง ครูก็ไม่ทราบหรอกว่า ลูกศิษย์มาอ้างตัวว่าเป็นศิษย์รัก ศิษย์ใกล้ชิด แบบนี้อย่างไรเล่า นาฏศิลป์ไทยถึงไม่เจริญกันสักที เพราะมัวแต่มาขัดขากันเอง
ขอให้เจริญๆ เถอะนะ ขอให้ถึงพร้อมแก้วสี่ประการ ขอให้แคล้วบวงมาร ขอให้ได้วิมานแก้วกันทุึกคนละ


โดย: รู้ดีกันทั้งนั้น IP: 124.122.196.113 วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:07:05 น.  

 
ทำไมมีข้อถกเถียงกันขนาดนี้ๆ ครูใครใครก็รัก ครูใครใครก็ห่วง ผมเข้าใจ


โดย: จิ้ม IP: 58.9.207.68 วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:7:56:32 น.  

 

หนูเพิ่งจะเคยได้อ่านเรื่องอิเหนาครั้งแรกนี่อ่ะค่ะครูสนุกดีคนที่บูชาความรักนี่อยากรู้ว่าถ้าเป็นพ่อกะแม่เขาๆจะตายตามไปด้วยแบบนี้ไหมน่อ


โดย: ยุ้ยเองค่ะครูบ๊อบขา... IP: 27.130.86.146 วันที่: 18 สิงหาคม 2555 เวลา:14:41:11 น.  

 
คนที่ได้รำและได้รับท่ารำดรสา คนดั้งเดิมเริ่มทีเลย คือคุณครูอัมพร พวงประยงค์ พี่สาวของท่านอาจารย์รัจนา พวงประยงค์ แม่เล็ก(ศิลปินแห่งชาติ) คุณครูอัมพรเป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิ ของหม่อมครูต่วน"หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก ได้รับการถ่ายทอดท่ารำในกระบวนของวังสวนกุหลาบใว้ และได้รำตั้งแต่ แต่งตัว ดูศพ ตลอดจนถึงการรำดรสาแบหลาหรือการรำกริช และเมื่อท่านเสียชีวิตไป คุณแม่รัจนาพวงประยงค์ จึงมาเป็นตัวแทนในการเรียนรำละคร และเป็นศิษย์ ของบรมครูอีกท่านหนึ่ง คือคุณครูเจริญจิตน์ภัทรเสวี ส่วนท่าจ่ะกล่าวถึงการรำและกระบวนท่ารำของดรสาแบหลานั้น ในกระบวนท่าของหม่อมครูต่วนไม่อาจทราบได้ แต่ท่าให้เปรียบเทียบแบบพอสังเขป กันและยกตัวอย่าง จะเป็นดังนี้ ในทางคุณแม่เฉลย ศุขวาณิช ผู้ได้รับการถ่ายทอดคือ คุณครู ผุสดี ศรีสำราญ(หลิมสกุล) กระบวนท่านั้น จะเริ่มตากบทร้องครั้นเสร้จตั้งสัจอธิษฐาน เป็นเพลิงพุ่งรุ่งโรจน์โชติพนาก็แบหลาโจนเข้าในอัคคี แล้วต่อด้วยการรำกริช หรือเพลงสะระหม่า จากนั้นจึงต่อด้วย เพลงตะเขิง-เจ้าเซ็น และจบลงด้วยเชิดฉิ่ง !!!ความน่าสนใจคือ ท่ารำของคุณแม่เฉลยตอนท้ายนั้น นางดรสาใช้กริชแทงอก "" ส่วนกระบวนของหม่อมอาจารย์ ที่ครูแหง่รำนั้น เริ่มจากแต่งตัว ตีบทเคารพศพ ขอกริช แล้วรำเพลงตะเขิง - เจ้าเซ็นก่อน จึงจะเข้ารำกริช เมื่อสิ้น จะโจ่งโจ่งทังทิง แล้ว ""ท่าของหม่อมอรจารย์ คือชักกริช แทงท้องหมุนแล้ว เชือดที่คือ!! เป็นอันจบการแสดง ความคิดส่วนตัว ไม่มีใครผิดและถูกหรอกครับ บรมครูทุกท่านล้วนมีความสามารถทั้งนั้นและเชี่ยวชาญต่างกันออกไป ความจริงก็คือ -คุณแม่เฉลย ท่านต้องการรักษาจารีตกฏเกณฑ์ความเป็นท่ารำเอาใว้ให้คงอยู่ในความถูกต้อง ท่านจึงถ่ายทอดท่ารำ จนเป็นท่ารำมาตรฐานใช้สำหรับทำการศึกษาในระดับเทคโนและใช้เรียนในหลักสูตร ส่วนหม่อมอาจารย์ ท่านมีหน้าที่ออกแบบและควบคุมการแสดง ท่ารำของท่านและความหมายจึงมุ้งเน้าให้ผู้ชมเข้าใจง่ายและดูง่ายเป็นข้อสำคัญ ดังนั้นท่ารำของท่าน จึงมีความพิเศษและต่างออกไปหรือที่ทุกคนเรียก ท่าเก๋ เพราะนั้นแล้ว อย่าอวดอ้าง อย่าอวดรู้ และเอาประเด็นของบรมครูมาถุมเถียงเลยน่ะครับ ท่ารู้ ก็อธิบายให้ทุกคนเข้าใจจะดีกว่า อย่าเที่ยวประกาศสักดาเลย ครับมันหน้าอาย


โดย: มาตอบแฟนพันธุ์แท้ดรสาแบหลา IP: 49.230.102.52 วันที่: 8 พฤษภาคม 2558 เวลา:14:21:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

จินตะหราวาตี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




สำนักละครอนุรักษ์นัจยากร
Friends' blogs
[Add จินตะหราวาตี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.