space
space
space
<<
ตุลาคม 2563
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
21 ตุลาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 13/2 พลายแก้วได้เป็นขุนแผน ขุนช้างได้นางวันทอง จบตอน


ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่   13/2พลายแก้วได้เป็นขุนแผน ขุนช้างได้นางวันทอง

    ลาวทองโต้ตอบไปว่า
    “จริงแล้วคะ คนดีสิถึงมีคนชม ผู้ใดจะมานิยมคนไม่ดีให้ขายหน้าเล่า เราเหมือนหลักปักไว้ในศิลา ไม่เหมือนท่าที่เป็นโคลนตม พอเรือจอดเท้าก้าวไปก็เลอะ เปื้อนเปรอะไปทั่ว ไม่มีที่แม้แต่จะวางเท้า
โคลนนั้น ลางทีก็เจือปนไปด้วยอาจม จอก แหน แกลบ รำ เข้ามาด้วย ดินเหลว และสิ่งที่เจือปนติดมา มิควรเก็บไว้ ต้องล้างน้ำตากแดด จึงจะสะอาดหมดจด
    ข้าชอบใจที่จะเอาช้างมาต้อนรับ เพราะข้ากับพี่พลายแก้ว มิมีช้าง นี่วันทองเตรียมไว้ให้เกลื่อนกล่น ล้วนแต่ซับมัน บ้าคลั่ง งากางๆ ช้างคน ช้างจริง มีทุกสิ่ง แถมด้วยช่วยรื้อเรือนเก่า ปลูกเรือนใหม่ให้อย่างกว้างขวาง
    ได้ยินว่าป่วยไข้จนผ่ายผอม เพราะตรอมใจที่ผัวจากไปไกล ศุกร์เข้า เสาร์คา อังคารแทรก หมอทายว่า ถึงคราวเคราะห์ร้ายนัก ดีที่ว่าสะเดาะเคราะห์ทัน แต่กระนั้นเจียนอยู่ เจียนตาย
    จึงผลัดชื่อโกนหัวให้ผัวแปลกใจ ผู้คนบ่าวไพร่ก็ไม่มี ต้องขับขี่ช้างทุกเวลา เสาส้าง (สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวขนาดย่อม สำหรับพระสวดอภิธรรม ในงานออกเมรุ) ช้างชักหักทิ้ง จึงต้องปลูกใหม่ใส่เสาให้เยอะกว่าของเดิม”

    วันทองโต้กลับว่า
    “ถึงกระนั้นเป็นการอะไรของใคร ฤาช้างแทงมึงเข้าไปจนถึงคอหอย ทุดอีลาวชาวป่า มาลอยหน้า ลอยตา แม่จะต่อยเอาเลือดมาล้างตีน เจ็บใจนัก
ดังใครเอาดาบมาฟาดฟัน ให้ขาดวิ่น สายทอง กับอีปลี ทั้งอีจีน ปีนเรือนลงมา มาช่วยกู เป็นไรเป็นกัน วันนี้ไม่ขอยอมเป็นเด็ดขาด”

    ขุนแผนกัั้นวันทองไว้ ลาวทองไปแอบข้างหลังผัวโผล่หน้าออกมาดู สายทอง และพวกกรูเข้ามาจะตบ ขุนแผนหันไปห้าม
    “อย่าวุ่นวายไปเลยสายทอง”
    แล้วหันกลับมาพูดกับวันทองว่า
    “น้องทำไมจึงเป็นเยี่ยงนี้เล่า ควรที่จะปลอบนางให้อารมณ์เบาบางลง อย่านะวันทอง น้องจงอดใจก่อนไว้เถิด”

    วันทองรู้สึกขัดใจโต้ตอบไปว่า
    “ไม่แล้วคะพี่ น้องจะไม่ฟังผู้ใดทั้งสิ้น ถึงพระอินทร์ลงห้าม ก็หาฟังไม่ พี่จะไม่เลี้ยงก็แล้วไป จะฟาดฟันมันให้จมไปในลำเรือ
ถึงผัวจะด่าสักเท่าไรก็จะไม่เถียง ต่อยตบสักกี่ครั้งก็ไม่ว่า แต่อีลาว ชาวดอน กินกิ้งก่า กินกบ มันช่างพูดนัก จะตบมัน”
    ว่าพลางฉวยแขนลาวทองขุนแผนเอามือกั้น ร้องห้าม
    “อย่าๆๆ”
    ลาวทองหลีกหลบอย่างว่องไว ทำให้วันทองตบลาวทองไม่ทัน แต่กลับไปข่วนถูกขุนแผนเข้าเต็มมือ
    “เออ ก็ดูเอาเถิด อะไรกันนี่ ไม่เกรงใจพี่กันบ้างเจียวฤา ยิ่งห้าม ยิ่งเหมือนยิ่งยุ พูดห้ามดีๆ ก็ยังดื้อเข้ามา”

    “จะตีข้าก็ตีเถิดพลายแก้ว แต่เดิมหาเคยเป็นเช่นนี้ไม่ เดี๋ยวนี้ ทำเป็นฮึกฮัก จะมากไปแล้ว หน้ามืดตามัว หลงกันเข้าไป จนมันจะเหาะได้แล้ว เห็นฉันเป็นอะไร ถึงได้ชังดังเป็นเสือ ถูกยาเบื่อแล้วฤา
    มันคงควักออกมาให้กินทั้งตัว จนซาบซ่านเข้าไปในกระดูกดำ ดูสีหน้าพี่ออกฝ้าจับไปถึงจมูก คงป้ายยาถูกเต็มริมฝีปากถึงได้ถลำลึกปานนี้ นานไปก็คงได้คลานให้มันขี่คอเล่นไม่ต่างจากวัวเป็นแน่”

    “เอ๊ะ เอาแล้วสิวันทอง ไม่เกรงใจผัว ดื้อดึงถือดี หนักไปแล้วน้อง ถึงมิกลัวก็เกรงใจกันบ้างเป็นไร จะชั่วดี พี่ก็ได้เป็นผัวเจ้า อย่าให้หนักเกินไปนัก จะทำให้ขัดใจกันได้ ขออย่ามาตีปลาหน้าไซให้เสียปลา
    ถ้ารักตัวกลัวอายจงคลายความเคียดแค้นเถิด อย่าแปร๋นนักจักได้ขายหน้า ถ้ายังมิฟัง ยังขืนจะเข้ามา ไม่อายชาวบ้านก็ตามใจ”

    “พูดเยี่ยงนี้ ก็รู้ว่าพี่ไม่รักน้องแล้ว ฉันนั้นคงได้เป็นเพียงอีกาลีเมือง จะฆ่า ก็ฆ่าเถิด แกล้งพาเมียใหม่มาประจานที่บ้าน พอจะรู้เท่าดอก เจ้าพลายลิ้นทอง
    ทั้งยังสร้างเรื่องประหนึ่งจะทำร้ายกัน ได้คนใหม่แล้วลืมคนเก่า เยี่ยงนี้ถึงเสียวันทองไปก็คงไม่ช้ำชอกใจ ส่วนฉันนั้น คงได้แต่ชอกช้ำระกำทรวง คงเป็นเหมือนเขียงที่ถูกใช้สับปลาอยู่เช้าค่ำ อีลาวมันคงจะได้สับไม่ยั้งมือเป็นแน่ สิ้นบุญ สิ้นกรรมกันเพียงวันนี้เถิด”

    กล่าวจบวันทองกระโจนขึ้นบนสะพาน พูดต่อไปอีกว่า
    “จะตักน้ำล้างบ้าน เอาตีนขัดสี เช็ด ถู มิให้มีสิ่งใดเป็นราคี น้ำมัน กระจก แป้งกระแจะ จะทิ้งไว้ให้แห้งเป็นสะเก็ด ให้สิ้นหายจากคนพูดเท็จ จะขุดดินกลบลบให้สิ้นรอย
ขอให้ขาดจากกันในวันนี้ ไม่มีอาลัยเท่าปลายนิ้วก้อย ถึงพระอินทร์ลงมาว่า ก็อย่าคิดว่าวันทองจะกลับไปคืนดี”

    “เหม่ อีวันทอง จองหองมากไปแล้ว จะมาพาลเอาผิดกูหรือนี่ ตอนที่ลงมาคิดว่า มาดี เดิมทีกูยังไม่รู้กลอุบาย แกล้งทำเป็นร้องไห้ พิไรรำพัน เจ้าเล่ห์มารยาเหลือเกิน เพลานี้กูรู้เท่าทันมึงทั้งสิ้นแล้ว
    คงกลัวกูจะขึั้นไปฟันอ้ายขุนช้างที่กลางบ้าน มันรักผัวหัวล้าน จนมิอาจนิ่งเฉยได้ พาลหาเรื่องด่าลาวทอง เพื่อเป็นการปกปิดตัวเอง จนได้ทะเลาะตัดรอนไม่คบค้ากับกู  น่าอดสูยิ่งนัก อีหน้าด้าน ตลบแตลง ผัวไปยังมิทันพ้นประตู คบชู้ไว้เล่น

    ตำแยที่ว่าแสนคันจะเท่าอีคนนี้ก็หาไม่ กลากเกลื้อน ขี้เรื้อน หายามาใส่ก็หายคัน อีชาติชั่วเป็นดังเหมือนตัวหนอน เที่ยวไชชอนต้วมเตื้ยมจนตัวสั่น ถึงหายามารักษาทั้งสุพรรณ วันเดียวก็คงหมดสิ้นตำรา มึงตายเสียเถิดอีวันทองเอ๋ย อย่าอยู่เลย”

    จากนั้นขุนแผนก็ชักดาบเงื้อขึ้น กระทืบกลางเรือโผงผาง
    “ขอจิกหัวมันมาฆ่าให้ตาย”
    วันทองตกใจ ขวัญหายวิ่งขึ้นเรือนใหญ่ ถึงที่นอนกลิ้งเกลือกกายลง บ่นเพ้อว่า

    “โอ้ว่าพ่อพลายของเมีย เสียแรงน้องครองตัวไว้มิให้มัวหมอง เหมือนลำแสงที่ส่องสว่างในท้องฟ้า ดุจดังไข่ในหิน อุตส่าห์ หลบหลีกเรือด ไร แม้แต่พระพายก็มิได้มาพัดต้องกาย ตัวน้องหามีราคีใดๆ ไม่ สงวนตัวรอท่าผัวมาเนิ่นนาน
    พอได้พบผัวก็เกิดความ จะโทษผัวว่าชั่วเยี่ยงไรได้ แต่เป็นเพราะวาจาเราหยาบหยามเองต่างหากเล่า ทีนี้คงไม่พ้นโดนตราหน้า ผัวห้ามยังดื้อด้านไม่ยอมรับฟัง
ทั้งยังพูดตัดขาดกับเขาอีก เป็นเพราะความทะนงตัว ทำให้ทุกสิ่งพังพินาศป่นปี้ไป เป็นดังต้นไม้สูงไม่คิดจะพึ่งใคร ครั้นโดนลมพายุพัดมาก็ล้มลง

    โอ้ แต่นี้อกวันทองเอ๋ย ไม่ควรเลยที่จะพังพินาศเยี่ยงนี้ี หวังจะรักษาตัวไว้เพื่อให้ทุกสิ่งคืนมา คงเป็นไปได้ยากนัก เพลานี้เหมือนหงส์ปีกหักตกลงในปลักโคลน
สิ้นสุดความสดใสผ่องแผ้ว จะกลายเป็นกา จมปลักอยู่กับความขื่นขม ด้วยความคิดว่าตัวเป็นหงส์ พาให้ล่มจม เพราะคารมของตัว จึงได้สร้างเดือดร้อนให้กับตนเอง
    เจ้าประคุณทูนหัวของเมียแก้ว คงได้ไปไกลลับเป็นแน่แท้แล้ว หาได้เห็นกันอีกไม่ พ่อเคยเป็นเพื่อนกินเพื่อนนอน เป็นเพื่อนไข้ เพื่อนสุข ทุกเวลา มาแต่ก่อน แต่ไร

    ตั้งแต่รักกันมาพึ่งจะทะเลาะกัน พ่อมาถึงน้องรีบลงไปหา พ่อรักน้อง หมายครองคู่ อยู่ร่วมกันเหมือนแต่ก่อนมา แต่เป็นเพราะอีมารริษยากาลี มันน่าน้อยใจตัวเองนัก มาด่วนดื้อดึงในเรื่องที่ไม่ควรทำ
    จะดีกว่านี้ ถ้าหากกลั้นใจอดทน ไว้สักครึ่งปี แล้วค่อยทำคืนให้หนำใจ น้องทำผิดไปแล้วพ่อพลายพลอยทิ้งขว้าง เยี่ยงนี้จะหลีกหนีอ้ายขุนช้างกระไรได้ ที่แย่ยิ่งกว่านั้นแม่ก็จะยกให้กับมัน ซึ่งเป็นคนที่ไม่ได้รักใคร่ใยดีด้วย
    อายุเพียงแค่นี้มีผัวถึงสองคน แสนชั่ว แสนถ่อย ทุกเส้นขน มีแต่จะอับอายขายหน้า ตรอมตรมใจ ความเจ็บ ความอาย เหมือนดังหมึกสักไว้ที่หลังมือ เมื่อใดเล่า จะจางหาย เยี่ยงนี้จะมีชีวิตอยู่ไปไย ตายไปเสียเถิดจะดีกว่า”
  
 คิดได้ดังนี้คว้าเชือกได้ ลากมาจากที่ ยกมือกราบอย่างงดงามสามครา
    “ชาตินี้น้องพลัดพรากจากพ่อพลายแก้ว อยู่ไปก็กลัวต่อความอาย ขอตายไปคอยท่า ชาติหน้าหากยังมี ขอให้ได้พบพ่อแก้วอีก ขอให้อย่าได้พานพบอ้ายขุนช้างอีกเลย”
    ว่าแล้วแฝงม่านลุกขึ้นมา เอามือจับเกาะเสาปีนขึ้นไปจนถึงขื่อ สองมือผูกขื่อและคอย่างแน่นหนา แล้วไกวตัวลง น้ำหนักตัวดึงเชือกไหวยวบไปถึงหลังคา
    ประจวบกับสายทองเข้ามาพอดีก็ตกใจ รีบเข้ามาอุ้มวันทองร้องหวีดเสียงดังลั่น รีบฉวยมีดมาตัดเชือกได้ทันเวลา แล้วร้องเรียกแม่

    “แม่ มาเร็วๆหน่อย วันทองผูกคอตาย”
    นางศรีประจัน ตกใจร้องเสียงหลง
    “ว้าย ตายจริง”    
    ความชุลมุนวุ่นวาย บังเกิดขึ้นในชั่วพริบตา นางศรีประจัน ลุกขึ้นวิ่งอย่างเร่งรีบ มุ่งตรงไปที่ห้องของวันทอง เกิดล้มคว่ำคะมำหงาย
ขุนช้างวิ่งกระโจนตามมา ด้วยใจเป็นห่วงวันทองเช่นกัน ไม่ทันได้ดู ชนแม่ยายล้มทับดังอั๊ก ข้าไท บางคนตามมา บ้างสะดุดล้ม เป็นที่ชุลมุนวุ่นวาย นางศรีประจันเจ็บปวด ร้องคราง

    “อ้ายช้างเฒ่า มึงกระแทกเอาก้นกบกูแทบหัก”
    ขุนช้างร้องว่า
    “ว้าย ลูกตาลายนัก สะบักของลูกก็จมไป เจ็บเจียนตายเหมือนกัน”
    ข้าไทในเรือนร้องกันเซ็งแซ่ ช่วยกันนวดแก้ไข แต่ก็ยังมิหายดี สายทองร้องร้องเรียกพลายแก้ว
    “แน่ พี่พลายแก้ว วันทองผูกคอตาย มาดูใจหน่อยเถิด”
    ขุนแผนยังขุ่นแค้นใจไม่หาย
    “กูหาคิดถึงอีวันทองอีกไม่”

    ว่าแล้วสั่งให้ข้าไทผูกช้าง เพื่อจะไปบ้านเขาชนไก่ของมารดา เมื่อข้าไทผูกช้างเสร็จเรียบร้อย ในเวลาไม่นาน รีบขนของทั้งหมดใส่บนหลังช้าง เสร็จแล้วขุนแผนขึ้นช้างไปกับลาวทอง พี่เลี้่ยงทั้งสองขึ้นช้างพังใหญ่ บ่าวไพร่ หาบ หาม ตามไป ใช้เวลา 2 วันถึงกาญจนบุรี
    ฝ่ายยายทองประศรี เห็นผู้คน ช้าง ม้า มามากมาย ตอนแรกรู้สึกแปลกใจ พอป้องหน้ามองยืนมองที่บันได ก็จำได้แกก็ดีใจ ร้องลั่น

    “ลูกกูมาโน่นแล้ว อ้ายพวกเด็กเหวย ไวๆ ไปรีบไปรับพลายแก้ว”
    พอนางทองประศรีเห็นลาวทองก็กล่าวว่า
    “ขากถุย มันมาเป็นอีวันทองคนที่สองแล้ว ออแก้วเอามาไย”
    ขุนแผนปลงช้างพานางมาหามาดา ให้กราบเท้าและกล่าวว่า
    “นางมิใช่เป็นเหมือนที่แม่คิดดอก”
    แล้วเล่าเรื่องตั้งแต่ต้น จนกระทั่งทะเลาะกับวันทองทองประศรีรีบห้ามว่า

    “ออ อีพ่อ เอ็งอย่าเล่าอีกเลย อีแม่เฒ่าศรีประจัน มันยกวันทองไปให้กับอ้ายขุนช้าง แม่ขัดใจนัก ไปว่ากล่าวกับมันแล้ว ทั้งยังไปร้องเรียนนายพันบ้านอีกด้วย แต่มันจองหองนัก กูเลยตัดขาดตั้งแต่วันนั้น ตอนแม่ไปวันทอง ร้องไห้กับแม่ให้อึงไป แต่อีวันทองเลี้ยงไม่ได้ดอก”
    แล้วแกก็ผินหน้ามาทางลาวทอง

    “แม่ขอฝากผีฝากไข้ไว้กับลูกยาหนา แม่คงมีให้ ตามมี ตามยาก มาอยู่ด้วยกันต่อไปในภายหน้า ขอให้รักนวลสงวนตัว อย่าให้คนนินทาได้”
    จากนั้นสั่งข้าไท ขนของขึ้นเรือน
    “ช้าง ม้า เอาไปเอาไปผูกตาม ที่ทางของมัน ข้า ไท ทั้งหลายช่วยกันจัดของอย่าให้กลาดเกลื่อน คนที่มาใหม่ก็จัดที่ให้ไปปลูกเรือน ให้เรียบร้อย”

    กล่าวถึงขุนช้างนอนเฝ้าหอ รอนานถึง สิบห้าวัน หาได้นอนหลับสนิทไม่ ด้วยใจที่ฟุ้งซ่าน งุ่นง่าน นอนละเมอ กอดหมอนไม่เว้นวัน แม้ยามสอง หรือยามสามก็ยังไม่หลับ แต่พอม่อยหลับ กลับฝัน ทำให้ลุกขึ้นทั้งที่ยังหลับ มือยันที่นอนเสียงดัง บางครามีเสียงกุกกัก ดังขึ้น ก็ลุกขึ้นชะเง้อมอง

    “มาแล้วหรือแม่ เมื่อมาแล้ว อย่าถอยกลับไปอีกเลย เข้ามาสักทีเถิดหนา”
    บางคราได้ยินเสียงตุ๊กแกร้อง ก็ลุกขึ้นมานั่งฟัง ผุดลุกผุดนั่งแล้วก็นอนต่อ หงายคว่ำ พลิกตัว นอนตะแคง ขาแข้ง แข็งดังไม้ท่อน บางคราลุกขึ้นอ่านเพลงยาว กล่าวกลอน บ่นเพ้อเรื่อยไป

    “โอ ที่นอนช่างเย็นยะเยือก ประหนึ่งถูกน้ำรด จะทำเยี่ยงไรที่ไหนได้เล่า จึงจะได้กินข้าวเม่า น้ำตาลสด โอ้เจ้าจันทร์ขวัญตาเอย พี่คอยเจ้ามานานแล้วหนา ขอให้เจ้ามาหาพี่เถิดหนา ให้มาเร็วๆ ไวๆ ขอให้เจอเจ้าสักหน่อยเถิดพี่คอยเจียนจะตายแล้ว”

    แล้วขุนช้างก็ เผอเรอ หัวร่อ
    “อ้อแม่คุณ ผีย่า ผียาย ช่วยหน่อยเถิด พ่อขุน พ่อหลวง ทั้งหมด ทั้งปวง ได้มาโปรดลูกแก้ว วันนี้คงได้อบอุ่นกาย หนาวมลายหายไป จะแก้บนด้วยเหล้าแรงๆ กับหมูหัน
จงได้ช่วยดลใจให้นางเข้ามาหาลูกเร็วๆ เถิดหนา ผีพราย อ้ายผีเจ้าชู้ ผีเสาตกมัน ผีตานีขอให้มาช่วยกูด้วย จะเซ่นไหว้ แทนคุณอย่างเต็มที่

    นางศรีประจันเห็นลูกเขยกระสับ กระส่ายอยู่วุ่นวายจึงปลอบว่า
    “ลูกเจ้าอย่านิ่งเฉยไป เจ้าอย่ารั้งรอ วันนี้ครบถ้วน 15 วันแล้ว อย่าคิดท้อถอยไปเลยลูก ลูกแก้วจงลุกไปเข้าหอเถิด”
    วันทองได้ยินร้องไปว่า

    “แม่เจ้าประคุณของลูกแก้ว จะแกล้งฆ่าลูกเสียแล้วกระมัง ผัวของลูกไปทัพพึ่งกลับมา แม่ก็เห็นอยู่กับตา ถ้าผัวเขาตายไปแล้ว ก็จะอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ นี่ผัวเขาพึ่งจากวันทองไปเพียง 2 วัน จะบังคับขืนใจให้ลูกต้องตายฤา
    เสียแรงที่แม่อุ้มท้องวันทองมา แต่แม่กลับจะมาฆ่าลูกเสียแล้วหนา อีกทั้งลูกของแม่ก็จะอยู่อย่างอับอายคน เพราะต้องอยู่กับอ้ายหัวล้านที่ช่างน่ารำคาญ”
    นางศรีประจันตวาดว่า

    “พูดผิดพูดใหม่ได้นะ อีลูกจองหอง ผัวมีเงิน มีทองหาเอาไม่ เขาจะทำให้พวกเราได้ นั่งกิน นอนกิน อย่างสุขสบายไปจนตาย ส่วนเรื่องหัวล้านไปสนใจมันทำไม

    เฝ้าแต่บ่นวุ่นวายถึงพลายแก้ว มันมีเมียใหม่แล้ว มึงเห็นฤาไม่ มันด่ามึง ดังสะท้านไปทั้งเมืองสุพรรณ ทั้งยังตัดขาดกันไปแล้ว คงไม่มาเอ็นดูมึงแล้วละ
ถ้ายังมิฟังคำแม่ ทำเป็นเชเชือน มึงก็ไปจากเรือนกู อย่าได้อยู่ที่นี่อีก ยากเย็นเป็นตายเยี่ยงไร กูหมายไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้”

    จากนั้นแกก็เข้าไปฉุดลากวันทองออกมา วันทองพยายามกระถดหนี ในขณะต่างคนต่างดึง และดันกันอย่างสุดกำลัง สุดชีวิต จังหวะนั้นขุนช้างผู้รอคอย เห็นความสมหวังอยู่ร่ำไร รีบลนลานคลานออกมา เปิดประตูไว้คอยท่า นางศรีประจันฉุดลากวันทองอย่างสุดกำลังบ่นว่า

    “อีว่ายากฉิบหาย มันจะขายแม่”
    ทั้งน้ำตา และน้ำมูก น้ำเหงื่อ ของนางศรีประจันหลั่งไหลมาในเวลาเดียวกัน ในขณะที่แกแยงแย่มือลาก ชักกระชาก และแล้วมือแกก็หลุด ตัวปลิวกระแทกไปชนฝา ผ้าขาดดังควากล้มฟาดไปกับพื้น

    ส่วนวันทองก็ล้มคะมำไปเช่นกัน ศรีประจันหันมาพยายามผลักวันทองอีก แต่ตัวแกเองหกคะเมนไป จึงได้แต่ตีวันทองซ้ำๆ อย่างไม่วางมือ
    “มึงไม่ไปเข้าหอจริงฤา กูหาฟังไม่”
    วันทองร้องเสียงดัง

    “แม่อย่าขืนใจลูกเลย แม่ลูกไหว้ละ ชาวบ้านเอ้ยช่วยกันมาดูหน่อย”
    ตาผลหัวล้าน บ้านอยู่ใกล้ๆ ตกใจนึกว่ามีขโมยมาแทงหมู ฉวยหอกได้ออกยืนคาที่ประตู ร้องว่า
    “สู้มันหวา อย่ายอมมัน”
    นางศรีประจันรู้สึกขัดใจร้องว่า
    “อ้ายผล กงการอะไรของมึง อ้ายหัวล้านขนอกรุงรัง คงจะมีผู้ใดไปแทงหมูของมันถึงได้ร้องไป”
    ขุนช้างคิดว่าแม่ยายด่า จึงร้องไปว่า

    “ฟ้าผ่าเถิด ฉันหาได้แทงหมู หรือหมูถูกแทงไม่ รีบส่งวันทองมาเถิดจะชักช้าไปไย”
    ศรีประจันไม่พอใจร้องไปว่า

    “ไอ้บ้ากาม”
    แล้วหันหน้ามาฉุดลากวันทองต่อไป ผ้าผ่อนของแกก็เกิดหลุดลุ่ย ทำให้แกงุ่มง่าม ชักช้ากว่าเดิม แต่ยังมิยอมให้ชักช้าแม้สักนิดเดียว รีบหันหน้ากลับมาฉุดลากวันทองต่อ การออกแรงต่อสู้กัน ของทั้งสองเป็นไปด้วยความดุเดือด
ทำให้ข้าวของหล่นเรี่ยราดกระจัดกระจาย ข้าวของแตกหัก ถ้วยชามแตกเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย แกเผลอไปเหยียบและบาดเท้า สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
    “ว้ายกูตายหวา”

    แกยกขาขึ้นดู เห็นเศษชามแตกตำตีน เลือดออกแดงแจ๋ ยิ่งสร้างความขัดเคืองให้กับแกขึ้นมากกว่าเดิม กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของวันทอง
    “ดูมันทำ ช่างถ่อยเหลือกำลัง”

    วันทองฉวยแคร่ได้ ยึดไว้อย่างเต็มกำลัง ศรีประจัน ดึงชามที่ตำตีนออก ปีนแคร่ขึ้นมาเริ่มฉุดวันทองอีกครั้ง วันทองโดนแม่ฉุดมือหลุดจากแคร่ โดนแม่ลากขึ้นไปบนหอใหญ่อยู่วุ่นวาย ผ่านพ้นประตูเข้าไป
    วันทองถูกลากถู ผ้าผ่อนหลุดหาย ขุนช้างเห็นเข้า ก็กระโจนเข้ามา อย่างหน้ามืด ตาลายเข้าไปกอดจูบ แม่ยายสองที นางศรีประจันตกใจ รีบผลักขุนช้างออกไป

    “อ้ายหัวล้านโสโครก กระโหลกผี”
    ขุนช้างร้อง
    “ว้าย ตายแน่ครานี้ หลงขี่แม่เข้าเสียการหมด”
    จึงรีบวางแม่ยายลง หันมาคว้าวันทอง งุ่นง่านฉุดลากเข้าไปในห้อง ด้วยความทุลักทุเล ร้องลั่นด้วยความดีใจ
    “วันนี้ กูจะขึ้นวิมานแล้ว”

    วันทองร้องอึงลั่นห้อง
    “พ่อพลาย ไอ้ขุนช้าง ไอ้ห่า มันจะข่มเหง จะฆ่าเมียแล้ว หูตามันดูเหมือนแมวหง่าว ไอ้ขี้ถ่อย ไอ้หัวหูเหมือนมะพร้าวห้าว ถอยออกไปให้พ้นกู”

    ขุนช้างฮึดฮัดยื่นมือเหนี่ยวดึงหัวไหล่ทั้งสองของวันทอง ฉุดเข้าไปในมุ้ง วันทองถีบผางเข้ากลางอก ขุนช้างพลัดตกจากเตียงเสียงดังตุ๊บ
แต่ขุนช้างรีบผลุดกลับขึั้นมา ทับตัวของวันทองไว้ สายมุ้งขาดหมด ทั้งสองต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ดิ้นกันเป็นผัลวัน ในที่สุดมุ้งพันวันทองเหมือนดังไข่พอก

    “กูหายใจไม่ออกแล้วไอ้ฉิบหาย”
    ขุนช้าง หน้ามืด ตาลาย ยังคงไขว่คว้า หาทางเผด็จศึก แต่มุ้งพันกันวุ่นวาย
    “แค้นใจมุ้งมันพันกันยุ่งเหยิงจริงๆ พอรุ่งขึ้นกูจะเอาไปทิ้งเสียที่เวจขี้”

    ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดขุนช้างก็ฉีกมุ้งออกจนได้ จึงค่อยๆ คลี่มุ้งที่พันวันทองไปทีละนิด เลิกมุ้งที่พันตัววันทองไป
เหลือไว้แต่ส่วนที่พันหัววันทอง จนได้ทีสบอารมณ์ตามที่หมายปอง ส่วนวันทองได้แต่จนใจด้วยอยู่ในโปง ร้องจนตาปลิ้น ดิ้นด้วยคิดจะลุกจนสุดกำลัง แต่หาทำได้ไม่
    “กูจุกขึ้นมาแล้ว อ้ายตายโหง”

    ถีบขุนช้างล้มโก้งโค้ง ยักแย่ ยักยัน ขุนช้างรีบลุกขึ้น แต่ก็สะดุดขันน้ำเข้า เปียกปอนไป วันทองหลุดจากขุนช้างผลุดขึ้นนั่ง ทั้งที่มุ้งยังพันตัว ขุนช้างงกงันเข้าปล้ำล้มไปบนเตียงทั้งคู่ เสียงอึกอัก วันทองพยายามดิ้นรนจนสุดกำลังแต่สุดท้าย ก็ไม่สามารถทนแรงความต้องการของขุนช้างได้
    มหัสจรรย์ฟ้าลั่นฝกตกฟ้าคะนอง น้ำหลั่งไหลซึมซาบแผ่นดิน กุ้ง หอย ปู ปลาต่างดีใจ มุดน้ำ ดำไล่ ว่ายน้ำ ผลุบ โผล่ มีแต่ตัวโตๆ เข้าซอกไซ้หิน ปลาเทโพ เที่ยวหากิน ว่ายวารินชำแรกแทรกถึงพื้น
    วันทองอยู่ในห้วงความทุกข์ ฝ่ายขุนช้างรู้สึกสุข สำราญ รื่นเริง แช่มชื่น ยิ่งนัก เพลานี้รู้สึกรักนางแทบอยากจะกลืนกิน ทุกวันเวลา

    “หญิงอื่นหมื่นแสน พี่ไม่รัก เงินทองพี่มีไม่น้อย เป็นร้อยๆกระบุง พี่ตั้งใจจะยกให้เจ้าทั้งหมดหนา ยามเมื่อเจ้าจะไปที่ใด พี่ก็มิให้เจ้าต้องเหนื่อยยาก จะให้ขี่คอผัวต่างขี่ช้างพลาย”

    วันทองฮึดฮัดสะบัดหน้า คับแค้นใจ ด้วยรู้สึกว่าตัวเองนั้นชั่วช้ายิ่งนัก ยามที่คิดถึงพลายแก้วรู้สึกเจียนจะขาดใจตาย ทั้งยังรู้สึกอับอาย จนมิอาจพบหน้าผู้ใดได้ ได้แต่อยู่ในห้อง โศกเศร้าเสียใจ เหมือนคนบ้า

    เป็นอยู่เยี่ยงนี้ แต่ก็จำใจอยู่ด้วยกับขุนช้าง พอลับหลังก็ให้หวนระลึกถึงพลายแก้ว ไม่เป็นอันกินข้าวปลา ตื่นจากที่นอนเอาเมื่อสาย อยู่ในห้วงความตรอมใจ จมอยู่กับกองน้ำตา

จบตอนที่ 13



Create Date : 21 ตุลาคม 2563
Last Update : 21 ตุลาคม 2563 8:56:44 น. 1 comments
Counter : 217 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
0000 Book Blog ดู Blog
มันก็มีเหตุมีผลของมันะเรื่องนี้



โดย: หอมกร วันที่: 21 ตุลาคม 2563 เวลา:9:26:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#16


 
0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space