space
space
space
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
7 มกราคม 2565
space
space
space

ทำไม Ora good cat ขึ้นเขาไม่ได้
เมื่อช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา บังเอิญได้ไปชื่นชมน้องแมวน้อยที่ GWM ในห้างที่มีร้านผลไม้ขายคอมพ์ที่คนขับรถเราเค้าใช้ พอดีคอมพ์เค้าพัง เราก็ไปเป็นเพื่อนเค้าเอาไปส่งซ่อม ระหว่างส่งซ่อมก็ต้องรอไปรอ เดินขึ้นไปข้างบนก็ไปเจอโชว์รูม GWM ใหญ่ตระการตา ถึงแม้จะดูไม่แพงเท่าโชว์รูม Rolls Royce, Maserati, Porsche, BMW, etc แต่แมวเหมียวน้อยก็ดูดเราให้เดินเข้า GWM showroom ไปดูได้อย่างไม่ยากเย็น

ไม่เคยเห็น ora good cat มาก่อน ก็เลยต้องขอไปดูไปจับตัวจริงดูหน่อย

คิวจองตอนนี้ วาง 1 หมื่นบาท (จองถูกมากเลย ของคนอื่นเค้าจองกันครึ่งล้าน - ทั้ง Porche Taycan และ Tesla) รอรถสิงหาคมนู่นเลย 8 เดือน ถึงเวลาไม่รู้จะได้รถจริงรึเปล่า

ในโชว์รูปมีรถ Haval ซึ่งเป็นรถปลั๊กอินไฮบริด ยังไม่มี Haval EV ล้วน ๆ ซึ่งสำหรับเรารถ Haval นี่เป็นรถที่ไม่สวยอย่างยิ่ง แต่ก็ยังดูดีกว่า MG EP ซึ่งหน้าตาดูคุณลุ๊ง คุณลุง ที่สุด) (รถ SUV ไม่เคยตรงรสนิยมเรา ดูแล้วก็ไม่มียี่ห้อไหนสวยเท่าไหร่ ยกเว้น Porsche) Haval H6 ดูแล้วไม่เจริญตาเท่าไหร่ แต่น้องแมวเหมียวนี่ดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก

ตัวจริงที่เห็นรถคันไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังพอดี หน้าตาก็ดูน่าเอ็นดู สีก็สวย คุณภาพการผลิตก็ดูดี ลองเปิดปิดประตูก็ดูแน่นหนา ไม่ก๊องแก๊ง ภายในก็ดูดีใช้ได้ เราไม่ได้ลองกดนู่นนี่นั่นดูเรื่อง UI หรือ software แต่ได้คุยกับน้องผู้แทน ถามเค้าเรื่อง internet เค้าบอกว่าตอนนี้ทาง GWM แถม eSim ให้ฟรีเลยเชื่อมต่อ net ฟรี ยาว ๆ กัน 5 ปีเลย ส่วนราคาและโปรฯ อื่นไม่ได้ถาม เพราะยังไม่ได้แพลนจะซื้อ เข้าใจว่าราคา 1 ล้านเศษ ๆ ซึ่งสนนราคาขนาดนี้ สำหรับเรารับได้อย่างยิ่ง เข้าใจว่าคนไทยท่านอื่น ๆ ยังอาจจะติว่าแพง แต่ถ้าดูสเปค ดูขนาดแบตเตอรี่แล้วไม่แพงหรอกครับ แบตไม่ว่าจะรุ่นธรรมดาหรือรุ่น top แบตใหญ่กว่า MG E ZV วิ่งได้ไกลกว่า หน้าตาก็สวยกว่า ภายในก็ดูดีกว่า ดังนั้นถ้าราคาพอฟัดพอเหวี่ยงกับ MG E ZV ถ้าเป็นเราเราจะเลือกอะไร 

ก็ต้องเลือก Ora good cat อยู่แล้วสิฮะ  เหลือแต่

ทำไมมันดันขับขึ้นภูชี้ฟ้าไม่ได้

อันนี้เป็นความซวยอย่างนึงของ GWM Thailand ก็จะเห็นว่าตอนนี้ ภูชี้ฟ้ามีรถแมวน้อยไปขับขึ้นกันใหญ่เลย กลายเป็นมาตรฐานอย่างหนึ่งของรถ EV ในประเทศไทยไปแล้วว่า ต้องขึ้นเขาได้ ก็เลยมีคนสงสัยว่าทำไมมันขึ้นเขาไม่ได้

ขึ้นได้สิฮะ แต่ต้องรู้วิธีการขับ ต้องเข้าใจว่า Ora good cat เค้ามี motor แค่อันเดียว เค้าขับเคลื่อนล้อหน้า โปรดสังเกตว่าแมวน้อย และรถญี่ปุ่นหลาย ๆ คัน หลาย ๆ รุ่น ถ้าขับเคลื่อน 2 ล้อ มักจะเลือกออกแบบให้ขับเคลื่อนล้อหน้า ต้นทุนน้อยกว่า ซับซ้อนน้อยกว่า ไม่ต้องส่งกำลังผ่านเพลา เพราะเครื่อง (กรณีรถยนต์สันดาป) อยู่ด้านหน้าอยู่แล้ว ซึ่งรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าจะให้แรงดึง (traction ดีกว่า) ถ้านับเรื่องขึ้นเขาก็น่าจะดีกว่าแบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่ถ้าแอบดูรถพวกเยอรมัน หรือรถที่เน้น performance อื่น ๆ ถ้าไม่เป็นแบบ all wheel drive เค้ามักจะออกแบบให้เป็นขับเคลื่อนล้อหลังมากกว่า ยอมเสียพื้นที่ให้เพลาส่งกำลัง รถพวก rear wheel drive จะมีแรง push ดีกว่า handling ได้ดีกว่า weight distribution ดีกว่า turning radius หรือการตอบสนองของพวงมาลัยก็ดีกว่า ลากจูงของก็ได้มากกว่า ขนาดรถ Tesla model 3 รุ่นถูกสุดที่เป็นมอเตอร์อันเดียวเค้าก็ยังเลือกจะขับเคลื่อนล้อหลังหรือเป็น rear wheel drive น้องสโนว์เรา Mercedes C350e ก็เป็น rear wheel drive

สำหรับ Ora good cat กับการขึ้นเขา เรื่อง FWD หรือ RWD อาจจะไม่ได้ส่งผลอะไรมากกับพละกำลัง ปัญหาเค้าส่วนใหญ่น่าจะเป็น powertrain เรื่องกำลังทดของมอเตอร์และการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่  กรณีรถสันดาปที่เป็นรถ eco พวก 1.2 ซีซี ก็ถูกสอนกันมา (อย่างน้อยพ่อเราเคยบอก) ว่าเวลาจะขับขึ้นเขาให้ปิดแอร์ เปิดหน้าต่าง ถ้าอากาศเย็น ๆ บนเขายิ่งดีใหญ่เลย เค้าว่าให้เปิดแอร์เป็นระบบทำความร้อน เพราะจะช่วยให้เครื่องระบายความร้อนได้ดีขึ้น แล้วก็ใช้เกียร์ต่ำ ๆ ในการขึ้นเขา สมัยก่อนรถเกียร์กระปุกมันก็บังคับได้เราก็ใส่เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 ไม่เกินเกียร์ 3  รถเกียร์ออโต้สมัยก่อนเค้าก็มีให้เลือกว่าจะใช้เกียร์ต่ำ ๆ D1-2 ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้เค้ายังมีอันนี้รึเปล่า ล่าสุดแอบไปดูในน้องสโนว์ Mercedes C350e ซึ่งเค้าใช้ automatic transmission แบบ 7G tronic คนขับรถเราเค้ายืนยันว่ามันมีให้เลือกแบบเกียร์ต่ำ ๆ อยู่นะ เพียงแต่เค้าไม่เคยใช้   ถ้ามีจริงก็สรุปว่า คนจะขับรถขึ้นเขาก็ต้องควรจะรู้ว่ามันควรจะต้องเลือกโหมดนี้

ทีนี้พอเป็นรถ EV ส่วนใหญ่เค้าไม่มีเกียร์ทด หรือจะมี 2 เกียร์ (แบบ Porsche Taycan) เค้าก็ไม่ได้ให้คนขับเลือกว่าจะใช้เกียร์ไหน รถเค้าจะเปลี่ยนเกียร์เองเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน ทีนี้ก็ต้องถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของคนขับด้วยรึเปล่า

คนขับเค้าคงไม่ผิดหรอกครับ ถ้าเราไม่รู้เราก็ถือว่าเราไม่ผิด ยกเว้นแต่ถ้าเป็นกฎหมาย หากทำผิดกฎหมายเพราะอ้างว่าไม่รู้ก็ต้องรับโทษอยู่ดี กรณีนี้ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นเรื่องความซวย ความซวยเล็ก ๆ ของคนขับ เพราะรถไปหยุดอยู่กลางทาง ความซวยมหึมาของ GWM ในเรื่องของ PR พอมีเรื่องนี้โผล่ออกมา ก็ต้องมาแก้ต่างหรือมาอธิบายให้สังคมรับทราบว่าทำไมมีปัญหาอะไร

ถ้าดูกำลังของ Ora good cat นอกจากจะมีมอเตอร์เดียวและขับเคลื่อนล้อหน้าแล้ว พละกำลังมอเตอร์ก็ไม่เท่าไหร่ motor เป็นแบบ permanent magnet synchronous ที่ 105 kW หรือ 143 PS (pferdestarke = HP-horsepower) หรือเทียบเป็นพละกำลัง 210 NM (Newton-Meter) ซึ่งตัวมอเตอร์ก็ไม่ได้เป็นมอเตอร์รุ่นใหม่แบบที่ Tesla ใช้ กำลังก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรหนักหนา ก็ถ้าเทียบกับรถที่เราเคยใช้ Lexus CT200h (กำลังมอเตอร์ 98 HP/รวมกับเครื่องยนต์เป็น 134 HP) ก็ถือว่าน้องแมวเหมียวแรงดีกว่า CT200h ของเราซะอีก  ถ้าดูอัตราการเร่งก็ไปด้วยกันได้ เพราะ Lexus CT200h เครื่องยนต์ 1.7 ซีซี ขนาดมีมอเตอร์ด้วยนี่เธอยังเร่งช้ามาก (0-100 กม/ชม. ใช้เวลา 10 วินาทีกว่า ๆ) จำได้ว่าตอนขึ้นทางด่วนยมราชนี่ คนขับบอกเหยียบจนเสียงเครื่องยนต์ดังมาก ยังทำท่าเหมือนจะไม่ยอมวิ่ง  ถ้าเป็นน้องสโนว์ (Mercedes C350e) นี่นางพกมา 279 HP เร่งสบาย ๆ (0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.9 วินาที)   ก็แปลว่าน้องแมวเหมียวของเราเค้ามีแรงจะขึ้นเขาฮะ อย่างน้อยแรงก็ดีกว่า Lexus CT200h แต่อาจจะสู้ Mercedes C350e ไม่ได้ ถ้าค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง ยอมไปช้า ๆ หน่อย ก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเหยียบจนมิดตลอดเวลา ก็คงจะเกิดเรื่องเหมือนที่เกิดขึ้นก็คือ cooling capacity ของมอเตอร์เค้าทำไม่ทัน เค้าคงจะไม่คิดว่าจะมีคนเอาไปเหยียบขึ้นเขาต่อเนื่องแบบนี้ พอมันจะ overheat เพื่อปกป้องไม่ให้เกิดการเจ๊งแบบถาวร ก็ต้องขอตัดไฟและแจ้งเตือนผู้ขับว่าไปต่อไม่ไหว จบข่าว  อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่เราไม่รู้ก็คือศักยภาพในการระบายความร้อนของมอเตอร์หรือระบบตัดระบบเตือน จริง ๆ แล้วทาง GWM ก็ออกมาชี้แจง แนะนำให้ผู้ขับขี่โปรดสังเกตสัญลักษณ์รูปเต่าที่จะขึ้นมาเตือนเป็นระยะ ๆ กรณีมอเตอร์เริ่มร้อน คล้าย ๆ จะเตือนว่าให้รู้จักผ่อนคันเร่งบ้าง แต่เราคิดว่าถ้าระบบคุณดีจริง คุณก็ควรจะตั้งซอฟท์แวร์ให้ลิมิตการเร่งไปเลย เพราะเอาแต่เตือนแต่ถ้าเค้าไม่หยุดเหยียบแล้วคุณก็ดับเครื่องไปเลยเพื่อความปลอดภัย มันจะทำให้ประสบการณ์การใช้งานไม่ดีเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วรถเองถ้าฉลาดซะจริง online ตลอดเวลาก็ควรจะรับทราบว่าคนขับกำลังขึ้นเขา อุตส่าห์มี GPS มีอะไรขนาดนั้น ถ้าคนขับขึ้นทางชันจริง ๆ ก็ควรจะเข้าสู่ระบบขึ้นเขาเลย ล็อกไม่ให้เหยียบแรง ๆ ได้ให้เหยียบแต่เบา ๆหรืออยากเหยียบแรงก็เหยียบไปแต่พอเข้าโหมดขึ้นเขาก็ลดรอบกำลังมอเตอร์ลง

ถ้าบังเอิญว่ามีผู้ขับขี่ Nissan March เครื่อง 1.2 ซีซี ไปขี่ขึ้นภูชี้ฟ้าแล้วต้องไปจอดกลางทางแล้วโพสต์ปัญหาเดียวกัน คิดว่าสังคมก็คงจะบอกว่าก็รถมันเครื่องยนต์เล็กไม่มีแรง ก็ไม่แปลก คงจะไม่ได้ด้อยค่าหรือกล่าวโจมตีรถเค้ามาก แต่พอเป็น EV น้องใหม่ จากเมืองจีนงานนี้เลยโดนไปเต็ม ๆ ตอนนี้ทาง GWM ก็เลยพยายามออกสื่อ โพสต์ยูทูป เอาไปขึ้นเขากันใหญ่   จะไปว่าคนขับว่าเอาแต่เหยียบ ๆ อย่างเดียวก็สงสัยนักเชียวว่าแล้วทำไม MG E ZV ซึ่งมีพละกำลังเท่ากัน (105 kW/143 PS อันนี้ข้อมูลจากเว็บฝรั่ง https://www.ev-database.org แต่เว็บไทยระบุว่า 110 kW/150 แรงม้า ก็ใกล้เคียงกัน) ไม่รู้ใช้มอเตอร์จากโรงงานเดียวกันรึเปล่า ไม่เคยมีข่าวขึ้นเขาไม่ได้ มีคนใช้ก็เยอะ ก็เห็นขับไปได้เสมอ ล่าสุดถึงกับมีคลิปคนเอาไปขับขึ้นเขาให้ดู การขับ EV ขึ้นเขาก็เลยกลายเป็น EV benchmark อย่างนึงของพี่ไทยไปแระ 

สรุปว่าเรื่องนี้เราก็เข้าข้างน้องแมวเค้าอยู่ดี จะบอกว่าจะเหยียบขึ้นเขาก็ผ่อน ๆ -ีน บ้างนะ โปรดรับทราบว่ารถมันมีมอเตอร์ตัวเดียว เป็นมอเตอร์แบบ permanent magnet ไม่ใช่ high performance motor แรงม้าก็ร้อยกว่า ๆ เค้าทำมาเป็นรถประหยัด ไม่มีเกียร์ต่ำ ๆ ให้ทด ก็ต้องยอมไปช้า ๆ เค้าก็จะไปได้อยู่ แต่ถ้าเหยียบอย่างจมมิดจะรีบ ๆ ไปก็โปรดถอย Tesla Model 3 Performance มีมอเตอร์คู่หน้าหลัง มอเตอร์หน้าเป็น induction motor ธรรมดาแต่มอเตอร์หลังเป็น high performance motor แบบ IPM-sync RM motor (Internal Permanent Magnet, synchronous reluctance motor) พละกำลังรวมกัน 430 แรงม้า เร่ง 0-60 mph ได้ใน 3.1 วินาที ราคาแพงกว่า 3 เท่า แต่รับประกันว่าเหยียบมันส์ ไม่มี overheat แน่นอน  ถ้ายังไม่สาแก่ใจและเงินมันเหลือเยอะก็ถอย Tesla Model S plaid มาเลยเค้ามีมอเตอร์รวมกัน 3 ตัว และนอกจากเป็น IPM-sync RM motor แล้ว เพื่อป้องกันมอเตอร์ฉีกขาด เทสล่าเค้ายังทำปลอกสวมเป็น carbon fiber sleeve หุ้มไว้ พละกำลังรวมกันประมาณ 1020 แรงม้า เร่ง 0-60 mph ได้ในเวลา 1.99 วินาที อย่าว่าแต่ภูชี้ฟ้าเลย ให้ขับขึ้นแนวดิ่งก็ยังน่าจะขึ้นได้ ถ้าล้อมีปัญญาเกาะผนังตึกแบบจิ้งจก ราคาก็ตามนั้น น่าจะแพงกว่ากันประมาณ 8-10 เท่า 

เก็บตกอย่างอื่นจากโชว์รูม ก็จะมีเรื่อง wall connector แอบสอบถาม จนท. เซลล์ ก็มีแถมให้ บริการติดตั้งให้ (อันนี้ค่อนข้างมาตรฐานสำหรับไทยแลนด์ไปแระ) ที่น่าประหลาดใจและดีสำหรับเราก็คือเค้าเคลมว่า wall connector เค้าสามารถต่อได้ทั้งไฟ 1 เฟสและ 3 เฟส เรียกว่าเหมือนเทสล่าทุกประการ

ที่ออกจะผิดหวังก็คือที่เก็บของจะดูค่อนข้างน้อย ความที่รถเค้าไม่ได้ใหญ่มาก (แต่ก็ไม่ได้เล็กมากนะ) เค้าคงออกแบบให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารมันเยอะหน่อยก็เลยทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถไม่ค่อยมี เรียกว่าพื้นที่น้อยมาก ถ้าเดินทางอาจจะลำบาก เปิดกระโปรงหน้ามาดู ก็ต้องผิดหวังว่าไม่มี frunk เหมือนรถ EV ชั้นนำ เค้ายังออกแบบพื้นที่ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แล้วก็คงไม่ได้กะจะให้มีตั้งแต่แรกด้วยซ้ำเพราะกระโปรงหน้าก็ค่อนข้างสั้นและเล็ก ก็น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีที่เก็บของให้ กระโปรงหน้านอกจาก manual เปิดเองแล้ว ฝากระโปรงก็ต้องใช้เสาค้ำ ไม่ได้เป็นโช้ค gas spring เหมือนรถแพง ๆ คันอื่น  นอกจากนี้ยางรถก็เป็นยี่ห้อที่เราไม่รู้จัก (Giti comfort) ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ ขนาด Hankook ที่มากับ Tesla M3 แบบ LR เราก็ยังไม่ชอบยี่ห้อนี้ (มันเคยระเบิด ปริใส่ตอนเราเคยทำงานใช้ทุนที่มหาสารคามมาที เลยจำชื่อติดมาจนถึงเด้วนี้)  ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็พยายามคาดคั้นถามน้องผู้แทนเค้าก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เค้าบอกแต่ระยะทางที่ขับได้ แต่ความที่เราไม่เชื่อว่าระยะทางที่ขับได้ที่โฆษณาไว้จะขับได้ตามนั้นจริง (รุ่นท๊อป คุยว่าขับได้ 500 กม) สรุปว่าถามไปถามมา ขุดข้อมูลเองบ้างพบว่ารุ่นตัวท๊อปมีแบต 63 kWh เป็น lithium ternary พอถามน้องเค้าว่าอะไรคือ lithium ternary เธอก็ตอบไม่ได้ สรุปว่าแบตรุ่นท๊อปเค้าคือ Lithium แบบ NMC (Nickel Manganese Cobalt oxide) ซึ่งเป็นคนละแบบกับที่เทสล่าใช้ (NCA) ซึ่งสองตัวนี้ก็มีความีคล้ายคลึงกันพอสมควรแต่เทสล่าเลือกที่จะใช้ aluminum ทดแทน manganese เพื่อให้ได้ energy density ที่ดีกว่า การชาร์จที่เร็วขึ้นและ lifespan ที่ได้นานกว่า (แลกมากับ thermal getaway ซึ่ง NCA ดูเหมือนจะปลอดภัยน้อยกว่าเล็กน้อย)  เนื่องจากรถ EV เจ้าอื่น ๆ นอกจากเทสล่าแล้วคนอื่นเค้ายังไม่ได้ผลิตแบตเตอรี่ใช้เอง ซื้อของคนอื่นมาใส่แล้วพอมีปัญหาก็โทษคนอื่น เหมือนอย่างกรณีของ GM ที่พอ Chevy bolt ไฟลุกไหม้ก็ไปว่า LG chem ว่าผลิตแบตเตอรี่ให้มีปัญหา  ยังไง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าเทสล่ามีความรู้เรื่อง battery, thermal management และระบบจัดการอะไรที่ดีกว่า  น้องแมวน้อยให้แบตตัวท๊อปมา 63 kWh แล้วก็มีมอเตอร์เดียว ก็น่าจะวิ่งได้ไกลจริง แต่จะถึง 500 กม.เหมือนที่เคลมรึเปล่า ก็คงจะพิสูจน์ยาก (ขับช้า ๆ ก็ถึง ขับแบบปกติ ก็ไม่แน่)  ส่วนรุ่นตัวรองเค้าใช้แบตแบบ LFP 48 kWh ซึ่งถือว่าขนาดใหญ่ใช้ได้ถ้าเทียบกับ MG ZS EV (44.5, usable 42.5 kW) ระยะทางเคลมไว้ที่ 400 กม. ซึ่งก็เหมือนเดิม ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

โดยสรุป เราคิดว่า ซื้ออะไรก็จะได้ของตามนั้น ผู้ใช้งานควรจะมีความรู้บ้างเกี่ยวกับของที่ตัวเองใช้ รู้จักลิมิตของเค้า รู้ศักยภาพของเค้า ก็นับเป็นความโชคร้ายของ GWM อย่างนึง แต่วิกฤตย่อมพลิกเป็นโอกาสได้เสมอ งานนี้ถ้าทำ PR ดี ๆ ปรับปรุงแก้ไขดี ๆ คนน่าจะให้อภัย เพราะคนไทยลืมไม่ยากอยู่แล้ว ยังไง ๆ เราก็ยังคิดว่า Ora good cat เป็นรถ EV ที่น่าสนใจมากคันหนึ่ง


Create Date : 07 มกราคม 2565
Last Update : 25 มกราคม 2565 8:09:25 น. 0 comments
Counter : 950 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

gollygui
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add gollygui's blog to your web]
space
space
space
space
space