บ้านอนันตรัย ............ xx/xx/2502 [[[[ปูม]]]]] ***

----------------------------------------

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ครั้งที่ใหญ่กับกลางทะเลาะกัน ด้วยเรื่องที่ไม่มีใครอยากจดจำ ถึงจะเป็นเรื่องที่ดูไม่มีความหมายในสายตาของใครหลายคน แต่ความรุนแรงของมันก็ส่งผลให้กลางออกจากวังไปในทันที และหายตัวไป ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน

และเวลาก็ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว กลางกลายเป็นบุคคลสาบสูญสำหรับบ้านวราฤทธิ์ ใหญ่ไม่มีท่าทีจะออกตามหาหรือแม้กระทั่งจะสืบดูความเป็นไปของกลาง จนกระทั่งน้อย หรือหม่อมราชวงศ์ดาริน วราฤทธิ์จบการศึกษากลับมา

ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านวราฤทธิ์ น้อยก็เปิดฉากทะเลาะกับเชษฐาเสียใหญ่โต อาละวาดหัวฟัดหัวเหวี่ยง กล่าวโทษในความผิดที่เชษฐากระทำขึ้น ใหญ่เองก็ดูเหมือนจะเริ่มยอมรับในความผิดนั้น เค้าเงียบฟังน้องสาวโดยไม่แม้แต่จะแก้ตัว จนพายุอารมณ์ของน้อยเบาลง เราสามคนจึงได้เริ่มพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ใหญ่เป็นคนแรกที่เอ่ยปากจะออกตามหากลาง น้อยเห็นด้วยในทันที ส่วนข้าพเจ้าก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้วในการจะออกหาเพื่อนรักอย่าง หม่อมราชวงศ์อนุชา วราฤทธิ์

แต่ก็นั่นแหละ เวลาทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมจริงๆ หนึ่งปีที่ผ่านไป ทำให้ร่องรอยของอนุชาแทบจะไม่มีเหลือ ใหญ่และน้อยว่าจ้างนักสืบออกตามหากลางไปทั่วทุกแห่งที่กลางน่าจะไป แต่ก็ไม่ได้อะไรคืบหน้ามาเลย กลางราวกับล่องหนหายตัวไปได้จริงๆ

เราใช้เวลากับการตามหากลางอยู่ครึ่งปี ข่าวดีข่าวแรกของเราก็มาถึง กลางได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นนายชด ประชากร และเธอได้ออกเดินทางมุ่งตรงไปยังเทือกเขาพระศิวะ .... เทือกเขาแห่งความหายนะ ที่ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้เข้าไปถึง หรือถ้าเข้าไปถึงก็ไม่มีใคร เคยได้กลับออกมา ด้วยความฝันลมๆ แล้งๆ ที่จะค้นหาขุมทรัพย์มหาศาลในเรื่องเล่าปรัมปรา ขุมทรัพย์เพชรพระอุมา

นั่นเป็นสาเหตุให้เราทั้งสามคน เชษฐา, ดาริน และข้าพเจ้าจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตบุกป่าฝ่าดง เพื่อตามหาอนุชากลับมาให้จงได้ และแม้ว่าอนุชาจะบุญน้อยต้องสิ้นชีวิตลง ก็ต้องนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีให้ได้เช่นกัน

............ นั่นต้องหมายถึงเราจะไม่ประสพพบความหายนะลงเสียก่อน

แล้วข้าพเจ้า เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวภายในตระกูลวราฤทธิ์ได้อย่างไร ?

ครอบครัวของข้าพเจ้ากับตระกูลวราฤทธิ์สนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จในกรมผู้เป็นทวดของเชษฐา ด้วยทวดของข้าพเจ้าเป็นจางวางคนสนิทของสมเด็จท่าน
จะเรียกว่าตระกูลอนันตรัยเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของเจ้านายในราชสกุลวราฤทธิ์มาหลายชั่วคนก็ว่าได้

ข้าพเจ้าเอง ก็นับเป็นเพื่อนสนิททั้งของเชษฐาและอนุชามาตั้งแต่ข้าพเจ้ายังจำความไม่ได้

อีกทั้งท่านพ่อของเชษฐาก็ทรงชุบเลี้ยงข้าพเจ้า ส่งให้ได้เล่าเรียนมีวิชาความรู้ จนได้เป็นเป็นนายทหารมียศมีศักดิ์เช่นทุกวันนี้

เรียกได้ว่า พระคุณของราชสกุลวราฤทธิ์ที่มีต่อข้าพเจ้านั้นมากมายล้นเหลือ จนข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะตอบแทนได้หมดสิ้นในชาตินี้ได้

แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับความเป็นเพื่อนตายที่ทั้งเชษฐา, อนุชา และข้าพเจ้ามีต่อกัน นับรวมไปถึงความรักที่ข้าพเจ้ามีให้น้อย ประดุจน้องสาวแท้ๆ ที่คลานตามกันออกมา

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าตอบตกลงในทันทีที่ทั้งสองคนเอ่ยปากชวนให้ข้าพเจ้าออกติดตามหาคุณชายอนุชา

จากข้อมูลที่เราได้รับ ทำให้เราพอจะทราบว่าอนุชาออกเดินทางไปกับพรานพื้นเมืองชื่อหนานอิน เข้าป่ามุ่งหน้าไปยังเทือกเขาพระศิวะเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา (2501) โดยผู้ให้ข้อมูลนี้กับเรา ไม่สิกับทนายความของเรา คือผู้พบกับอนุชาเป็นครั้งสุดท้ายที่โป่งกระทิง ก่อนอนุชากับพรานของเธอ หนานอิน จะหายสาบสูญเข้าไปในป่า

แล้วต้องนับเป็นความโชคดีอย่างที่สุดของเราอีกครั้ง เพราะแหล่งข่าวของเราคนนี้ เป็นนายพรานที่ทำงานจับสัตว์ป่ามาส่งที่สถานีกักสัตว์ Thai Wild Life ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่ายของตระกูล วราฤทธิ์พอดี ได้ยินคุณทนายเรียกชื่อเขาว่า รพินทร์ ไพรวัลย์ พอทราบข่าวนี้ เชษฐาก็ต่อโทรศัพท์ตรงไปยังนายอำพลที่เป็นผู้อำนวยการของบริษัท Thai Wild Life ทันที

ตามที่ได้ยินจากนายอำพล รู้สึกว่า นายรพินทร์ ไพรวัลย์คนนี้เป็นพรานที่มีชื่อเสียงพอตัวทีเดียว โดยเฉพาะในป่าแถบที่เรากำลังจะไปตามอนุชา และนายอำพลยังบอกอีกว่า มีพรานคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถพอจะนำทางพวกเราไปยังเทือกเขาพระศิวะได้

นั่นหมายถึง ถ้านายรพินทร์ ไพรวัลย์คนนี้ จะตกลงนำทางให้พวกเรา ...

ดังนั้นเชษฐาจึงนัดแนะกับนายอำพลว่า ถ้านายรพินทร์นำสัตว์มาส่งที่สถานีฯอีกเมื่อไหร่ พวกเรา พันโทหม่อมราชวงศ์เชษฐา วราฤทธิ์, หม่อมราชวงศ์ดาริน วราฤทธิ์ และข้าพเจ้า พันตรีไชยยันต์ อนันตรัย จะรีบเดินทางไปพบพรานรพินทร์โดยเร็วที่สุด

และ .... สมุดเล่มนี้ จะเป็นปูมเดินทางเพียงเล่มเดียวที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคณะเดินทางของเรา ในการตามหาหม่อมราชวงศ์อนุชา วราฤทธิ์กลับมา

xx xxxx 2502

 



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  Moo Noi Roy Chung | 1,000 wooden's houses Cafe & Farm


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 28 กรกฎาคม 2550
Last Update : 15 เมษายน 2562 20:24:19 น.
Counter : 102 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ฝากช่องยูทูป Misterfharl ด้วยนะครับ
All Blog