เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
กุมภาพันธ์ 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
14 กุมภาพันธ์ 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 41

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 41 .....๐๐


บทที่ 41



วันรุ่งขึ้นผมอยู่คนเดียว ดี้แก้วไม่มาเพราะผมห้ามไว้ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว แผลที่ฝ่าเท้าเกือบเป็นปกติแต่ยังขึ้นไปลุยบนสายพานเอียงลาดไม่ได้


ผมหยิบพี่วูดูสองตัวออกมาดูเล่น..ไม่น่าเชื่อว่าตุ๊กตามอมแมมนี้จะมีพลังอำนาจสิงอยู่ พลังอำนาจของโซบ๊อปและโล..วันหนึ่งผมจะกลายเป็นโซบ๊อปจริงๆ ละหรือ? “ ฮึ! โซบ๊อปรูปหล่อที่สุดในโลก!”

“กรุ๊กกริ๊ก!” สร้อยลูกปัดขยับ..เอ๊อะ!..ยอผมได้ด้วย อย่างนี้นี่เองพี่เด่นถึงรับตุ๊กตาวูดูสองตัวนี้ไว้..เวลาเหงา เวลาไม่มีเพื่อน แม้จิ้งจกสักตัวก็รักที่สุด

ผมพิจารณาดูสร้อยลูกปัดนั้น..เป็นเส้นเชือกถักสีดำ ร้อยด้วยลูกปัดซึ่งมีเชือกถักคลุมไว้เป็นถุงพอดีตัวคล้องกับสร้อยเชือกอีกทีหนึ่ง..นึกถึงคำของคุณเด่นเรื่องสร้อยนี้ ผมค่อยๆ แหวกตาข่ายเชือกจนลูกปัดเม็ดหนึ่งร่วงออกมา มันเขลอะดัวยคราบฝุ่นและเขม่าดำ ผมใช้เล็บขูดคราบนั้นออก..พลันเหมือนมีแสงแฟลชแวบเข้าตา!

“ให้ผมใช่ไหม?” เงียบ! ไม่มีปฏิกิริยาอย่างไร ผมใจไม่ดีรีบยัดลูกปัดเข้าถุงตาข่ายอย่างเดิม


ผมทบทวนความจำเรื่องโซบ๊อปที่คุณเด่นเล่าให้ฟัง...โซบ๊อปชรามอบตุ๊กตาวูดูสองตัวนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของคุณเด่นในฐานะว่าที่โซบ๊อป คุณเด่นนำสร้อยลูกปัดไปขาย..ขณะนี้ผมเป็นว่าที่โซบ๊อปเช่นเดียวกับคุณเด่นครั้งนั้น ผมควรมีสิทธิ์ในสร้อยลูกปัดอีกเส้นที่เหลือเช่นกัน

ไม่ใช่เพราะความละโมบแต่เพราะผมมีแผนอย่างหนึ่งในใจที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก..เพื่อพี่เด่น!

“ตกลงให้สร้อยผมนะพี่ตุ๊กตา” ผมอ้อน..(บ้าหรือเปล่า!)

“พี่เงียบ แสดงว่าอนุญาต งั้นเดี๋ยวเราออกไปข้างนอกกัน” ไวเท่าความคิด ผมอาบน้ำแต่งตัว นำพี่ตุ๊กตาทั้งสองใส่เป้ เขยกออกจากห้อง (ไม่ใช้ไม้ค้ำยัน..พอเดินได้เองแล้ว)




ผมออกจากโรงพยาบาลอย่างถูกต้องตามระเบียบ

“จะไปไหนดี” ผมถามตัวเอง ใจจริงผมอยากให้ดี้ไปด้วย แต่เพราะค่อนข้างจะเป็นความลับซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลที่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิด ไม่อยากให้เพื่อนต้องรับผิดชอบการกระทำของผม

ผมเรียกแท็กซี่ตรงดิ่งไปเยาวราช ย่านที่มีร้านทองใหญ่ๆ ตั้งอยู่..ผมเดินงงอยู่หลายเที่ยวไม่รู้จะเข้าร้านไหนและจะเริ่มอย่างไรดี..ในที่สุดผมเข้าไปในร้านเซ่ง..อะไรสักอย่าง ไม่ทันอ่านชื่อร้านชัด รู้แต่ว่าใหญ่โตมากเหมือนห้างสรรพสินค้า

ถ้าจู่ๆ ผมแบกเป้เข้าไปที่เคาน์เตอร์ซื้อขาย ควักตุ๊กตามอมแมมออกมา ผมคงถูก รปภ. จับล็อกคออย่างในหนังบู้แน่ๆ ทำไงดี!

ผมถอยไปที่นั่งรับรองลูกค้า หยิบพี่ตุ๊กตาออกมา ปลิ้นลูกปัดเม็ดที่ผมขูดจนมีแสงหลุดจากห่วงเชือก เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์สำหรับซื้อขาย


“เถ้าแก่ครับ” ผมเลือกช่องที่คนขายอายุมากหน่อย “ผมอยากให้ช่วยดู..เอ่อ..เม็ดนี้หน่อยครับ” เถ้าแก่ทำหน้างงแต่ก็รับลูกปัดไปดูอย่างว่าง่าย

“เดี๋ยวนะ..” หยิบผ้าเช็ดลูกปัดหลายเที่ยว ใส่ลงในถ้วยเล็กๆ เทน้ำยาอย่างหนึ่งลงไป
“โอ้!..” หันมามองหน้าผม

“อะไรครับ?” ผมชักใจไม่ดี

“เอามาจากไหนนี่?” เถ้าแก่หยิบกล้องขยายขึ้นส่อง

“ของผมเองครับ” ผมเห็นกล้องวงจรปิดหยุดที่ผม..เอาละซี คิดผิดหรือเปล่านี่ผม..หาเรื่องใส่ตัว!

“เถ้าแก่ เชิญหน่อยครับ” อ้าว!..เถ้าแก่ที่ผมเรียกกดปุ่มพูดกับเถ้าแก่ตัวจริง (มั้ง?)..สักครู่ชายสูงอายุคนหนึ่งเดินมา

“เห็นจากกล้องแล้ว..ไหนขอดูชัดๆ หน่อย” เถ้าแก่คนที่สองส่องกล้องดูลูกปัดที่โดนน้ำยาทำความสะอาดกลายเป็นพลอยขาวใส


“เพชร!..เพชรน้ำงาม..เหมือนเพชรจากอัฟริกา..” พึมพำทั้งๆ ยังส่องกล้องอยู่ “เอามาจากไหนครับคุณ” คำถามเดิม

“ของผมครับ” คำตอบเดิมเหมือนกัน

“ยี่ห้อของเราเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจมานาน” เถ้าแก่ลดกล้องลง มองหน้าผมอย่างค้นหาความจริง “เราไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราซื้อขายด้วยความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา และไม่ทำผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น” วางเพชรลงในถ้วย ส่งคืนให้ผม

“ของผมจริงๆ ครับ” ผมล้วงลงไปในเป้..


“จะทำอะไรน่ะ!” รปภ. สองคนวิ่งเข้ามา

“นี่ไง!” ผมหยิบตุ๊กตาวูดูสองตัวขึ้นวางบนเคาน์เตอร์

“โอ๊ะ!!” สองเถ้าแก่ร้องขึ้นพร้อมกัน ถอยออกห่างแต่ไม่ไปไหน

“ผมเอามาจากสร้อยของตุ๊กตา เห็นไหมมีอีกหลายเม็ด” ผมแหวกถุงตาข่ายเชือก หยิบเพชรจากถ้วยใส่ลงในถุงตามเดิม ในใจคิดว่าถ้ามันยุ่งยากนักก็จะเลิกล้มแผนการที่คิดไว้



“เดี๋ยว! คุณ” เถ้าแก่อีกคนหนึ่งก้าวเข้ามา “ถ้าคุณมั่นใจว่าเป็นของๆ คุณจริง เชิญข้างในดีกว่า” สองเถ้าแก่แรกมองหน้ากัน

“ผม..ผม..” จะเอาไงดี!

“เชิญครับ!” รปภ.นำผมเดินเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ของเถ้าแก่คนสุดท้าย ห้องโอ่โถงเต็มไปด้วยของประดับมีค่ามากมาย ทั้งเครื่องลายคราม รูปปั้น เครื่องทองและวัตถุโบราณหลายหลากชนิด

“ความจริงผมไม่ใช่เถ้าแก่ใหญ่หรอกครับ นั่นน่ะคือคุณพ่อของผม” เถ้าแก่หนุ่มผายมือให้ผมนั่งบนเฟอร์นิเจอร์มุกสลับทอง “เข้าเรื่องดีกว่า..นอกจากผมจะค้าขายทอง เพชรพลอยแล้วยังมีความสนใจซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุและเครื่องประดับโบราณด้วย” ตามองที่เป้ผม

“อ๋อ! ตุ๊กตาวูดูหรือครับ” ผมหยิบพี่ตุ๊กตาจากเป้วางบนโต๊ะ เพชรเม็ดนั้นส่องประกายวูบวาบลอดถุงเชือกตาข่ายออกมา

“นอกจากคุณค่าของเนื้อเพชรและแหล่งที่มาแล้ว เพชรเม็ดนี้ยังมีค่าทางวัตถุโบราณอีกด้วย” ปากพูดแต่ตาจ้องเป็นมันอยู่ที่สร้อยของพี่ตุ๊กตา

“อย่างไรครับ?” ผมใจชื้นเมื่อได้ยินอารัมภบทของเถ้าแก่..สงสัยว่าจะรับซื้อ

“ความจริงผมไม่ควรบอกถึงความได้เปรียบของคุณในการซื้อขายครั้งนี้..ทำไม..ทำไม” เหมือนเถ้าแก่จะตำหนิตัวเอง..ผมรู้ว่าทำไม..พี่ตุ๊กตาบังคับให้บอกแน่ๆ “ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอดูเม็ดที่เหลือ อีก..”

“เจ็ดเม็ดครับ เหลืออีกเจ็ดเม็ด ทั้งหมดมีแปดเม็ด” ผมไม่รีรอที่จะปลิ้นลูกปัดเจ็ดเม็ดนั้นออกมา


“โอ...” เถ้าแก่หนุ่มคราง

“ผมจะเช็ดให้สะอาดครับ” ผมคว้าชายเสื้อขึ้นถู ใช้เล็บขูดคราบเขม่าออกอย่างที่เคยทำ..ประกายแฟลชแวบสว่าง!


“อย่า! ไม่ต้องครับ! อย่าไปเช็ด” เถ้าแก่รีบยึดมือผมไว้ “เสียคุณค่าโบราณหมดครับ”

“อ้าว! แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเพชรจริงๆ ล่ะครับ”

“เชื่อครับ! เชื่อครับ!เชื่อ..” เถ้าแก่พูดซ้ำๆ “ผมให้เม็ดละห้าล้าน”


“หา!!” ไอ้เด่นแทบตกเก้าอี้!

“ความจริงตัวเพชรไม่มีราคามากขนาดนั้น แต่ในฐานะของเก่า หายาก หายาก จากคอของตุ๊กตาวูดู มันมีราคามากกว่านี้อีกหลายเท่าเมื่ออยู่ในมือของผู้มีอำนาจ..เป็นสิ่งที่ต้องการของบางวงการ ผู้แสวงอำนาจบางคน..คุณคงไม่รู้..คุณคงไม่รู้..
อุ๊ป! ผมพูดอะไรออกมา!” เถ้าแก่ตีปากตัวเอง

“ผมขายแต่เพชร ไม่ขายตุ๊กตาครับ”

“รวมสร้อยเชือกด้วย..ผมต้องการทั้งสร้อยเชือก..” เถ้าแก่พูดเบลอๆ ผมเองก็ชักจะเบลอๆ..นี่มันเรื่องจริงหรือ?

“ขอถามพี่ตุ๊กตาก่อนครับ” ผมตั้งใจจะขอความมั่นใจจากตุ๊กตาวูดูว่าผมสามารถขายสร้อยลูกปัดนี้ได้


“สิบล้าน! ไม่ต้องลังเล”

“เดี๋ยว..เดี๋ยว ครับ” ผมตั้งตัวไม่ติด มองตาพี่วูดู ในใจคิดให้พี่วูดูแสดงอะไรออกมาสักอย่างหากไม่พอใจ..เงียบ..พี่ตุ๊กตาจ้องตอบ..

“ยี่สิบ!” ผมพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัว..ยี่สิบอะไร?

“ตกลง! เม็ดละยี่สิบ แปดเม็ดร้อยหกสิบล้าน..โอเค” ผมตกใจกับคำตอบของเถ้าแก่ สงสัยว่าแกรู้ตัวหรือเปล่าที่ตกลงอะไรง่ายๆ อย่างนี้..ร้อยหกสิบล้าน!..อะไร!..อะไรมันจะมโหฬารขนาดนั้น!

“ผมแกะออกนะ” เถ้าแก่ยื่นมือมาที่พี่ตุ๊กตา


“อ๊ะ!..แล้ว..แล้ว..” อะไรร้อยๆ นั่นล่ะ?

“จริงสิ! ผมอยากได้จนลืมตัว” เถ้าแก่เปิดลิ้นชักหยิบเอกสารธนาคารใส่กระเป๋า ลุกขึ้นยืน “ไปธนาคารกัน”

ผมเดินตามเถ้าแก่หนุ่มต้อยๆ ไม่แน่ใจว่าอยู่ในความฝันหรือความจริง เถ้าแก่หันไปสั่งงานคนติดตาม สักพักผมเข้าไปอยู่ในรถตู้ติดฟิล์มดำมืด

“ผมจะไว้ใจคุณได้อย่างไร?” ผมกล้าถามออกไปเพราะเห็นเถ้าแก่พูดอะไรกับผมตรงๆไม่ปิดบัง

“พวกเราบอกคุณแล้วไงเรื่องชื่อเสียงของเรา เรื่องนี้มันเป็นเรื่องในวงการซื้อขาย ไม่มีใครโกงกันหรอก อีกอย่างคุณมากับตุ๊กตาวูดูอย่างนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรไม่ดีกับคุณแน่ ผมพอจะรู้กิตติศัพท์มาบ้างเหมือนกัน”


โชคดีที่ผมนำสมุดธนาคารติดมาด้วย เถ้าแก่จัดแจงโอนเงินเข้าบัญชีของผมต่อหน้าผู้จัดการธนาคารท่ามกลางความสงสัยของเจ้าหน้าที่หลายคนที่เข้ามาเป็นพยาน..หลังจากนั้นผมปลดสร้อยลูกปัดส่งให้เถ้าแก่..รู้สึกได้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเบลอๆ งงๆ กันทุกฝ่าย..เถ้าแก่หนุ่มเดินยิ้มจากไปกับสร้อยลูกปัด พนักงานธนาคารแยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ

ผมเดินกอดเป้ออกจากธนาคารอย่างคนมีพิรุธ หอบเงินเป็นร้อยล้านกลับบ้าน ถึงจะเป็นเพียงแค่สมุดธนาคารก็เถอะ!..



สักเดี๋ยวผมคงตื่น ใครคนหนึ่งต้องเขย่าตัวปลุกผม หรือพี่เด่นและน้องบ๊วยอาจจูงมือกันมาทักทายผม..เดี๋ยวผมคงตื่น..ตื่นจากความฝัน...






Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2563 12:16:55 น. 0 comments
Counter : 58 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com