กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
 
 
All Blog
ทวาทศมาสประจำปี 2558 ตอนที่ 1
 ทวาทศมาสประจำปี 2558  ตอนที่ 1  

        วันเวลาผันผ่านไปเร็วเหลือเกิน  ปี 58 ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ฉันก็ดีใจนะ ที่ยังมีลมหายใจและโอกาสมาเล่าเรื่องราวที่ประสบพบมาตลอดปี 58 มาให้ท่านผู้อ่านได้อ่าน ที่ดีใจ  ก็เพราะว่า  ยังมีโอกาสได้สั่งสมเสบียงบุญกันต่อไป  ตามหลักของพระพุทธศาสนา บอกไว้ว่า โชคดีนะที่มีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์  เพราะมนุษย์มีโอกาสได้เตรียมเสบียงบุญไว้มาก ๆ เพื่อการหลุดพ้นจากวัฎสงสาร  ผิดกับสัตว์เดรัฐฉาน ซึ่งไม่มีโอกาสเหมือนอย่างมนุษย์เราไงล่ะ อิอิ 

        เดือนแรกแห่งปี 58 มกราคม  
        วันที่ 2 มกราคม  เมี่ยง อ๊อด พารุ่งและวุ้นเส้นมาสวัสดีปีใหม่ที่บ้าน รุ่นนี้จบ ม.6 ปี 37 ชีวิตของรุ่ง ค่อนข้างระหกระเหิน ก็คงเป็นไปตามกรรมที่ทำกันมา แต่เขาก็มีน้ำใจ ปีใหม่นี้ ก็มาเยี่ยมฉันที่บ้าน อุตส่าห์ซื้อขนมปัง มาฝาก ฉันบอกว่า มาสวัสดีก็พอแล้ว ฉันก็ดีใจแล้ว ไม่ต้องลำบากแค่มีน้ำใจมา ฉันก็สุขใจแล้ว ฉันก็ขออวยพรให้เขาและครอบครัว เจอะเจอแต่สิ่งที่เป็นสุขตลอดปี 58มาดูรูปที่เราถ่ายไว้เป็นที่ระลึกกันค่ะ 
       วันที่ 3 มกราคม  
       ปีนี้ เป็นปีพิเศษจริง ๆ นะ ที่เพ็ญมาสวัสดีปีใหม่ฉันที่บ้าน เพ็ญไม่ได้มานานแล้ว วันนี้มากับตุ๊ก เพื่อนที่ค้าขายด้วยกัน บ้านเพ็ญไกล มาขายของที่พระโขนง จึงไปอยู่บ้านตุ๊ก ช่วยแชร์ค่าน้ำ ค่าไฟ อาศัยซึ่งกันและกัน ตุ๊กก็อาศัยรถเพ็ญไปซื้อของ ตุ๊กเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง 6/2 ด้วย มักไปเที่ยวด้วยกัน เขาเป็นคนทำขนมหวาน เช่น ถั่วดำ สาคูเปียก กล้วยบวชชี ฟักทองบวด ฯลฯ อร่อยมาก ทั้งสองแวะมาสวัสดีปีใหม่ฉัน พร้อมของฝากปีใหม่ บ๊วย 1 กระปุกหมูฝอย 1 กล่อง แม่เพ็ญฝากพะโล้มา 1ถุง ไว้ดูจากภาพนะจ้ะ นั่งคุยกัน ถามทุกข์สุขกันแล้ว พักใหญ่  เพ็ญชวนไปทานข้าว ฉันก็เลยบอกว่า เอาร้านมายช้อยส์ก้นแล้วกัน  เพราะใกล้บ้านฉัน ไม่ต้องไปไกล อิอิ 





      วันที่ 5 มกราคม  
      ปีนี้  เป็นปี แห่งห้อง 29 นะ วันนี้  หญิงเนา ก็มาสวัสดีปีใหม่  หญิงก็นาน ๆ มาที ซื้ออาหารกลางวันมาให้กินด้วย ตอนนี้ เห็นบอกว่า จะเลิกขายของที่เซ็นทรัลเวิร์ล เพราะสู้ค่าเช่าไม่ไหว แถมขายของไม่ดีด้วย ลูกค้าฝรั่งไม่ค่อยมีเลย (ขายพวกของเก่าและของที่ระลึก) เลยหันไปเอาดีในทางทำขนมเค้กขาย  ก็ขอให้กิจการรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ จ้ะ 

       วันที่ 6 มกราคม  วันนี้ น้องรินดา  ที่เรารู้จักตอนไปเที่ยวด้วยกัน แวะมาสวัสดีปีใหม่ที่บ้าน  นั่งคุยสารทุกข์สุกดิบกัน  น้องรินค่อนข้างเป็นคนอ่อนไหว เครียดง่าย เขามักโทรมาปรึกษาเมื่อมีปัญหา ฉันก็ได้แต่ปลอบใจ รับฟังปัญหาเรื่องความไม่สบายใจ ก็ทำให้เขาคลายเครียดลงได้บ้างระดับหนึ่ง เฮ้อ! ชีวิตครอบครัวทุกครอบครัวคงมีปัญหาไปแต่ละรูปแบบ ฉันได้แต่ปลอบน้องว่า ปล่อยวางบ้าง อย่าไปสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นมากนักถ้าไม่กระทบกับเรา แกล้งทำเป็นไม่เห็นบ้าง ก็คงช่วยให้เราสบายใจขึ้นบ้าง ฉันก็น่าจะโชคดีไปอย่างนะ ที่ตัดสินอยู่เป็นโสดอย่างนี้ จะทำอะไรก็ทำตามใจเราที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็แล้วกัน อิอิ 


      วันที่ 9 มกราคม  วันนี้ นกยกสมาคมฯ สุเทพ ชวนไปนมัสการเจ้าอาวาส วัดธาตุทอง ซึ่งเราเคยทำมาเป็นประจำทุกปี ค่ะ 



       วันที่ 11  มกราคม 
       วันนี้มีงานที่จะต้องไปร่วมงาน 2 งาน กลางวัน 1 งาน กลางคืน อีก 1 งาน งานกลางวัน เป็นงานของ นักเรียน ม.ต้น ที่ฉันเคยสอนเขา ปี 20-21 รุ่นของ ดร.สุรศักดิ์  สงวนพงษ์  ภาวดี เป็นต้น  ส่วน ม.ปลาย ไม่เคยสอนเขา  รุ่นนี้ เขาจัดงานโดยใช้ชื่อว่า  "สานรักธาตุทอง"  เป้าหมาย  คือ รวบรวมเพื่อนรุ่นเดียวกันทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย จัดงานไหว้ครูที่เคยสอนเขา มีการเลี้ยงอาหารมื้อกลางวัน เขารวบรวมเพื่อนได้มากทีเดียว ประมาณร้อยกว่าคน โดยมี อ.อ้อยเป็นผู้ช่วยประสานงานครั้งนี้ ติดต่อครูเก่า ๆ ฉันก็อยู่ในกลุ่มที่ได้รับเชิญด้วย เพราะเคยสอนบางห้องในตอนเรียน ม.ต้น ซึ่งเป็นปีแรกที่ฉันเพิ่งย้ายจากอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทยมาอยู่ที่ธาตุทอง กิจกรรม ที่เขาจัดนี้ ถือว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพราะถือว่า พวกเขาได้ดีแล้ว ยังไม่ลืมสถาบันที่เขาเล่าเรียน ไม่ลืมครู อาจารย์ที่เคยสอนพวกเขา ความกตัญญูนี้  ย่อมเป็นมงคลชีวิตของพวกเขาเอง นอกจากนี้  พวกเขายังรวบรวมเงินตั้งเป็นกองทุนให้รุ่นน้อง กองทุนช่วยเหลือเพื่อนในรุ่นที่มีปัญหา เช่น เจ็บป่วย เป็นต้น ถือเป็นความคิดที่สร้างสรรค์  ฉันได้เขียนชื่นชมพวกเขาไว้ในบล็อกแก๊งค์พันทิบ แต่เป็นที่น่าเสียดาย บล็อกเรื่องนี้ หายไปจากบล็อกแก๊งค์พันทิบ ซึ่งไม่ทราบสาเหตุเกิดจากอะไร งานนี้ ทำให้ฉันได้พบ กลุ่ม 3/4 ซึ่งเคยสอนพวกเขาทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย เช่น ชูศักดิ์  เก๋ อี๊ด เดือน เพ็ญ เป็นต้น ซึ่งไม่เคยเจอกันเลย ตั้งแต่จบไปแล้ว ทำให้เกิดความผูกพันมาถึงในปัจจุบันนี้ ฉันคงหาภาพของงานมาให้ชมได้เล็กน้อยเท่านั้น เพราะได้เขียนไปแล้วในพันทิบ 


      ฉันอยู่งานสานรักธาตุทองถึงประมาณบ่ายสาม น่าจะได้ ก็กลับบ้านเพื่อเตรียมตัวไปงานพบปะสังสรรค์ของห้อง 3/2 ซึ่งนัดเจอกัน เพราะเพื่อนซึ่งไปอยู่อเมริกาหลายสิบปี ไม่เจอเพื่อนเลย ก็เลยจัดงานนี้ขึ้น  ก๋วยเป็นคนมารับฉันที่บ้านไปด้วยกัน งานนี้มีการจับฉลากกันด้วย ราคาของไม่ต่ำกว่า 500 บาท ก็สนุกสนานกัน เพราะยังไม่หมดเดือนมกราคม ปีใหม่อยู่  ฉันกับก๋วยไปถึง มีเด็ก ๆ ไปกันเยอะแล้ว ครั้งนี้น่าจะประมาณเกือบ 20 คนได้นะ คุยกันสนุกสนานตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมาก ๆ (คนที่มาจากต่างประเทศ อิอิ ชื่อเป๊กซ์ จ้ะ) เขาก็น่ารักนะ อุดหนุนหนังสือฉันไปอ่านด้วย ไม่ทันสอนเขาหรอก เพราะเขาเข้ามาเรียน ม.ปลาย ไม่ได้เรียน ม.ต้น มาดูรูปกันจ้ะ



     วันที่ 15 มกราคม   วันนี้ บรรยงค์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกที่ธาตุทองของฉัน ห้องเดียวกับก๋วย ก๊อง มาเยี่ยมฉัน  เขามากับเพ็ญแฟนของเขา เขาเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ ดังนั้น หน้าที่แห่งความเชื่อมั่น ศรัทธา นั่นคือ การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ให้กว้างไกล ถือว่าจะได้บุญมากและเป็นหน้าที่ของชาวคริสต์ ซึ่งฉันเคยศึกษามาแล้ว ฉันรู้ว่า เป้าหมายของเขา คือพยายามให้ฉัน เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ฉันบอกเขาตรง ๆ ว่า ฉันนับถือทุกศาสนา เพราะทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี และเข้าใจจุดมุ่งหมายของศาสนาคริสต์ดี เพราะเคยเรียนทางไปรษณีย์หลายคอส ฉันก็ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง  พวกเขาได้ทำหน้าที่ของชาวคริสต์อย่างดีแล้ว พวกเขาชวนฉันไปทานข้าวเย็นด้วย เลยพาไปกินที่มายช้อยส์ ร้านประจำของฉันนั่นแหละ อิอิ 


       วันที่ 17 มกราคม  
       วันนี้ ฮ้ง ชวนไปงานปีใหม่ ล่องแพลำพญา ของไทยประกันชีวิต ซึ่งเขาชวนฉันไปอบรมเป็นตัวแทนด้วยเมื่อสองปีที่แล้วมั้ง งานนี้ พวกเราไปสาย  เพราะรถติดมากอันเนื่องจาก วัดธรรมกายมีการให้พระมาธุดงค์แถวทางที่จะไปนครปฐม เป็นจำนวนพันรูป ปูผ้าแดงโรยด้วยดอกดาวเรือง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า ไม่สมควรเอาดอกดาวเรืองอันเป็นดอกไม้ของพระเจ้าอยู่หัว มาโรยให้พระเหยียบ เฮ้อ! ศาสนาพุทธของเรา  ดูเสื่อมถอย วัดธรรมกายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการสอนนอกรีต ผิดหลักศาสนาพุทธ มานาน แต่ก็ยังไม่มีใครทำอะไรได้ เป็นที่หนักใจของกรมการศาสนา แต่ก็ยังมีคนเชื่อ นับถือมากมาย ด้วยความเชื่อที่วัดนี้ สอนไว้ว่า ยิ่งทำบุญมากเท่าไร  ก็จะได้ขึ้นสวรรค์เร็วมากเท่านั้น 
       มาดูบรรยากาศของงานฉลองปีใหม่ของไทยประกันชีวิตดีกว่า


        วันที่ 18 มกราคม  วันนี้  ก็มีอีกงาน เป็นงานที่อุ้ยเชิญไว้นานแล้ว ว่าจะทำบุญให้พ่อที่เสียไปครบ 10 ปีแล้ว โดยสั่งอาหารบุฟเฟ่ ให้มาจัดที่วัดลานบุญ ฉันช่วยทำบุญไป 1000 บาท อุ้ยมารับฉันที่บ้าน ค่อนข้างเช้า น่าจะไม่ถึงเก้าโมง ไปที่วัดลานบุญ ต้องไปเตรียมงานที่วัด งานนี้ส่วนใหญ่เป็นญาติ  ผู้ปกครองนักเรียน  นักเรียน งานนี้แก้วไปด้วย ขากลับก็จะได้มาส่งฉันด้วย ฉันก็เป็นตากล้องให้งานทำบุญพ่อของอุ้ยเหมือนเดิม 


   วันที่ 23 มกราคม  วันนี้มีข่าวใหญ่ น่าบันทึก เกี่ยวกับเรื่องการเมือง คือ การถอดถอน คุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายก ทำให้เกิดการโกง เรื่องโครงการจำนำข้าว เป็นข่าวดังมาก ที่ทำให้ประเทศชาติตกต่ำ เศรษฐกิจย่ำแย่เรื่องหนึ่ง  ด้วยคะแนนเสียงให้ถอน 3 ใน5 จาก 220 เสียง 3ใน5 เท่ากับ 132 เสียง 
        เย็นนี้ อุ๊ (สุภาวดี) นัดกินข้าวกันที่ร้านมายช้อยส์ รุ่นนี้ฉันเป็นประจำชั้นตอน ม.ปลาย ถึง 3 ปี โดยเฉพาะปีที่ 3 เขาส่งตัวแทนให้ไปบอกวิชาการว่า ต้องการให้ฉันเป็นประจำชั้นเขาต่อไป (อิอิ พวกเขามาเล่าให้ฟัง) ห้องนี้เป็นเด็กฝรั่งเศส ค่อนข้างแก่นแก้ว เรียนดีหลายคน  ตอนนี้ เป็นผู้พิพากษาอยู่เชียงใหม่ คือ นายแซม ของเรานั่นเอง เป็นรุ่นที่สนิทมากรุ่นหนึ่ง ตอนจบใหม่ ๆ วันปีใหม่ วันคล้ายวันเกิดของฉัน มักจะมารับไปกินข้าวกัน (ร้านนิยมโภชนา ของปิยนุช) ตอนแต่งงานยายอุ๊กับสงค์ (ลูกศิษย์ทั้งคู่) พวกเขาเชิญฉันขึ้นไปกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทำหน้าที่นี้  ตื่นเต้นมาก เพราะว่า ไม่เคยพูดและเชิญโดยไม่ได้บอกให้เราเตรียมตัวเลย  อิอิ ดีนะ ที่สอนการพูดอยู่ เลยเอาตัวอย่างที่เคยสอนมาพูดเลย ห้าห้า รอดตัวไป เฮ้อ!  หลังจากที่พวกเขามีครอบครัว มีลูกมีเต้าที่ต้องเอาใจใส่กัน ครบทุกคนแล้ว ความห่างเหินกับฉันก็ต้องเป็นไปตามธรรมดา นาน ๆ ที ถึงได้นัดเจอกันสักที ครั้งนี้ ก็นับว่านานหลายปีทีเดียวที่ไม่ได้เจอพวกเขากลุ่มนี้ ฉันก็เข้าใจพวกเขาไม่ได้น้อยอกน้อยใจอะไร เพราะวิถีชีวิตของคนมีครอบครัวย่อมเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ เพื่อนฝูง มันเป็นธรรมดาของชีวิต  
       ครั้งนี้ ประสงค์มาด้วย เขาน่ารักมาก ซื้อพวงมาลัยมาไหว้ด้วยเป็นส่วนตัว อิอิ ส่วนพวก 4 สาว (เด็กประจำชั้น) ก็อีกพวงหนึ่ง ฉันรู้สึกปลาบปลื้ม น้ำตารื้นทีเดียว ขอบใจมากนะจ๊ะ ลูกศิษย์ที่รักทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญในชีวิตจ้ะ 

       วันที่ 25 มกราคม  วันนี้มีการประชุมสมาคมนักเรียนเก่าฯ เลิกประชุมแล้ว คุณจรัญพาไปทานบุฟเฟ่ที่โรงแรมแถวสุขุมวิท ที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ ชื่อโรงแรมไฮแอดราคาต่อหัวดูเหมือนจะสองร้อยกว่าบาท น่ะ อาหารก็พอใช้ได้ 
       วันที่ 26 มกราคม   วันนี้ ชู มาเยี่ยมฉันที่บ้าน มีกล้วยตากมาฝากด้วย ชู เป็นลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากพอสมควร มีนาปลูกข้าว มีรถรับจ้างเกี่ยวข้าว และกิจการส่งอะไหล่ ถึงแม้ในวัยเด็กเขาจะเกเรไปบ้าง แต่ก็ปรับตัวแก้ไขจนมีกิจการเป็นของตนเอง เป็นลูกศิษย์ที่น่าภูมิใจอีกคนหนึ่ง


       เดือนกุมภาพันธ์ แล้วค่ะ  เดือนนี้ ถือว่า เป็นเดือนแห่งความรัก  
       วันที่ 1 กุมภาพันธ์  วันนี้หญิงกับโก นัดฉันไปกินซิสเลอร์ที่เมเจอร์เอกมัย  ทั้งหญิงและโก เป็นเพื่อนที่เราพบกันตอนไปเที่ยวด้วยกัน  หญิงเจอกันตั้งแต่ทริปจิวจ่ายโกว  ส่วนโก เจอกันทริป เซี่ยงไฮ้ และฮ็อกไกโด และทริปอเมริกาใต้  ทั้งคู่นิสัยดี คบได้ จ้ะ อิอิ 

        วันที่ 6 กุมภาพันธ์  
        วันนี้  โชคชัย  มาช่วยทำไฟฟ้าที่บ้านโดยเฉพาะศาลเจ้า วันนี้ให้โชค มาช่วยทำกริ่งไฟฟ้าที่หน้าประตู ติดบ้านเลขที่บ้านใหม่ เพราะฉันจ้างช่างโจ้มาทาสีหน้าบ้านทั้ง 3 ชั้นเลย โชค เป็นลูกศิษย์ภาคค่ำ ที่สนิทกับฉัน น้ำ แฟนเขาที่แต่งงานกัน ก็เป็นลูกศิษย์ฉัน ตอนเป็นแฟนกัน เขาก็มักจะมาคุยกันที่บ้านฉัน ซื้ออาหารมากินกันที่บ้าน เขาเป็นคนน่ารัก  ซ่อมไฟ วันนี้ ก็ไม่ยอมคิดค่าแรง  คิดแต่ค่าของเท่านั้น แถมทำความสะอาดหิ้งพระ หิ้งเจ้า สะอาดสะอ้าน แถมหิ้วน้ำขวดที่เขาทำขายมาฝาก 2 โหล ขนมอีกหลายถุง อิอิ  ฉันก็ขอบใจเขาและอวยพรให้เขามีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้น 
          วันที่ 14 กุมภาพันธ์
          วันนี้ เป็นวันแห่งความรัก ตามประเพณีของชาวตะวันตกเขา คนไทยเราก็รับมาใช้บ้าง มีการจดทะเบียนสมรสวันนี้ ด้วยวิธีแปลกๆ ตามข่าวที่ลงกัน เช่น จดทะเบียนใต้ทะเล  บนฟ้า อิอิ ต้องไปจดที่ อ.บางรัก  เพื่อให้คล้องจองกับคำว่า ความรัก เฮ้อ! มนุษย์เราช่างมีอะไรแปลก ๆ เสมอ ความเชื่อ บางครั้งก็ดูงมงายเกินไปเนอะ
          ลูกศิษย์ฉันคู่หนึ่ง เขาก็กำหนดแต่งงานกันวันนี้  คือ โกกับขวัญ ช่วงกลางวันเขาแต่งแบบคริสต์เข้าโบสถ์  ช่วงเย็น ก็จัดโต๊ะจีน ขวัญ ได้ทุนไปอยู่ออสเตรเลีย 1 ปี ได้พ่อแม่บุญธรรมด้วย พ่อแม่บุญธรรมก็มางานด้วย เขาเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์แล้ว จ้ะ

      วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 
      วันนี้ ชู แวะมาเยี่ยมฉันที่บ้าน  เอาขนมเทียนมาไหว้พ่อแม่ฉันในวันตรุษจีนด้วย นำของขวัญคือ ปลามังกร ซื้อมาจากเมืองจีนมั้งมาฝากด้วย อิอิ

     วันที่ 18 กุมภาพันธ์ วันนี้ เป็นวันไหว้ตรุษจีน ฉันไหว้ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่และพี่ ๆ น้องสาวที่เสียไปแล้ว น้องสะใภ้เป็นคนทำกับข้าว แต่กว่าจะมาก็เกือบเที่ยว เฮ้อ ! เพราะเขาต้องทำที่บ้านเขา ไหว้แม่ที่บ้านเขาด้วย ฉันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เฮ้อ! 
     วันที่ 19 กุมภาพันธ์  น้องรินดา มาสวัสดีวันตรุษจีนที่บ้านฉันด้วย มีส้มใส่ถุงสวยเชียว ฉันก็เอาส้มไหว้เจ้าของฉันแลกไป 4ผลเช่นกัน  เป็นธรรมเนียมให้โชคดีมีชัยซึ่งกันและกัน    
     วันที่ 21 กุมภาพันธ์  เป็นวันเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เขาให้มาเป็นค่ารถ ค่าอาหารที่ต้องออกจากบ้านไปเลือกตั้ง อิอิ เลือกเสร็จแล้ว ฉันก็ต้องรีบไป เพราะนัดกับบุษยา เพื่อไปทำบุญโลงศพ พะเก่ง และทำบุญยาที่วัดเล่งเน่ยยี่  คนเยอะมากทุกปี ปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตน์ ฯ มีพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา ที่วัดเล่งเน่ยยี่  จัดพระรูปของพระองค์เทิดพระเกียรติ งดงามมาก  มีจัดรูปแพะ (ปีนี้ ปีแพะ ) อย่างสวยงามให้คนที่มาไหว้เจ้า ทำบุญ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก มาชมค่ะ ฉันกับบุษยาก็ถ่ายไว้หลายรูป 




      วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 
      วันนี้ มีประชุมสมาคมนักเรียนเก่าที่โรงเรียน  ก่อนการประชุม เจนณรงค์ ลูกศิษย์ ห้อง เก้า แวะมารับหนังสือของฉันที่เขาอุดหนุนไว้ เขามากับ ดาว แต่ดาวไม่ยอมอุดหนุน เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ดีใจมากที่เจอลูกศิษย์ซึ่งตั้งแต่จบไม่เคยได้เจอหน้ากันเลย เจนน่ารักมาก อ่อนน้อม ถ่อมตน ถามไถ่ทุกข์สุขกันตามประสาไม่ได้เจอกันนานมาก เขาขออนุญาตถ่ายรูปกับฉัน  แหม! ของชอบอยู่แล้ว อิอิ  เลยได้รูปมาฝาก จ้ะ ห้าห้า 
      วันที่ 25 กุมภาพันธ์  วันนี้ ฟังข่าวจากโทรทัศน์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของได้รับการยกย่องจากต่างประเทศว่า เป็นกษัตริย์ ผู้พัฒนาดินโลก นับว่า เป็นการยกย่องที่เป็นจริงที่สุดเลย ค่ะ ทั้งพระชนมชีพของพระองค์ ทรงค้นคิดโครงการมากมาย เพื่อพัฒนาการเกษตรของไทย เช่น โครงการช่างหัวมัน เป็นต้น 
       เดือน มีนาคม  เดือนที่ 3 ของปีแล้วนะ เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินเนอะ เดือนนี้ ประเดิม วันที่ 5 ก็เป็นวันจ๊อกี่ ของพ่อ คือเป็นวันทางจีน ที่พ่อถึงแก่กรรม  ก็มีพิธีไหว้พ่อ ให้น้องสะใภ้ทำกับข้าวมาไหว้ ฉันช่วยออกเงิน  หุงข้าวเตรียมไว้ ล้างถ้วยล้างชามรอให้น้องสะใภ้ทำกับข้าวจากบ้านเขา  พ่อจากฉันไปตั้งแต่ วันที่ 14 ตอนนั้นฉันเพิ่งอยู่ปี 1 ที่บางแสน  วันเวลามันผ่านไปเร็วมาก พ่อเสียไป เป็นปีที่ 44 แล้ว เฮ้อ! พ่อจากฉันไปโดยที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูพ่อเลย ฉันคงต้องไปตอบแทนเลี้ยงพ่อในชาติหน้า นั่นแหละ จ้ะ 
        วันที่ 6 มีนาคม วันนี้ เป็นวันที่น่าดีใจอีกวันหนึ่ง เพราะแหม่มเล็ก (อรวรรณ) รุ่นปี 29 จากโคราชมากรุงเทพฯ และนัดมาหาฉันที่บ้าน  โดยให้ใกล้รุ่งขับรถมาบ้านฉัน ตั้งแต่จบไป แหม่มเล็กหายไปจากเพื่อน ๆ เพิ่งมาเจอกันในโลกออนไลน์ไม่นานมานี้เอง พวกเราจึงนั่งคุยกัน ถามไถ่ทุกข์สุขซึ่งกันและกัน แหม่มเล็กซื้อหมูแผ่น หมูหยองและข้าวตังหมูหยองมาให้ฉันทานด้วย แล้วก็มีการถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็ชวนฉันไปทานมื้อเที่ยงกันที่เทอมินอล 21 โดยใกล้รุ่งเป็นคนขับรถ  แหม่มเล็กโทรตามสมจิตและลูกสาวมาร่วมวงด้วย เลยได้เจอสมจิตด้วย ซึ่งตั้งแต่จบไปก็ยังไม่เคยเจอเขาเช่นกัน  นับว่าวันนี้เลยได้กินข้าวไป คุยกันไป อาหารที่กินเป็นอาหารญี่ปุ่น จ้ะ มาดูรูปกันนะจ๊ะ 



      วันที่ 19 มีนาคม  วันนี้ ป๊อบมาเยี่ยมฉันที่บ้าน  ปีนี้ เป็นปีของห้อง 6/2 จริง ๆ มาเยี่ยมฉันมากที่สุด ตั้งแต่แอน (มาสิ้นปี) เพ็ญ หญิง แหม่ม รุ่ง และสมจิต  วันนี้ป๊อบมาอีกคน  อิอิ ป๊อบเป็นลูกศิษย์ที่ฉันภูมิใจมากอีกคน เขาเจริญรอยตามฉัน คือ มีอาชีพเป็นครู ตอนนี้ จบ ดอกเตอร์ สอนอยู่ที่ ม.ศิลปากร เขาบอกว่า เขาพยายามจะมีฉันเป็นไอดอล ของเขา เป็นครูที่ใส่ใจลูกศิษย์ ฟังแล้วก็ปลื้มใจจังเลยเนอะ อิอิ 
      วันที่ 21 มีนาคม  
      วันนี้ เพ็ญมารับฉันไปทานข้าว  โดยนัดกับแอน เสก ที่ซีคอนสแคว เพื่อทานอาหารกัน   เขาเลือกกินที่ร้าน บานาน่าลีฟ เป็นอาหารออกแนวไทย อาหารตามที่เราสั่ง  รสชาติก็อร่อยใช้ได้ สั่งกันหลายอย่างอยู่ กินข้าวเสร็จ เดินได้สักพัก ชวนกันไปทานนมร้อน ชื่อร้านอะไร ฉันก็จำไม่ได้ มีขนมปัง หน้าต่าง ๆ ด้วย ขากลับ เพ็ญก็ขับรถมาส่งฉันที่บ้าน 

      วันที่ 23 มีนาคม  วันนี้ พวกเราไปเยี่ยมพ่อแม่และพี่สาวที่สุสาน แถวหัวกุญแจ ชลบุรี ปีหนึ่ง พวกเราก็เยี่ยมท่านที่สุสาน 1 ครั้ง ปีนี้ ฮงไปด้วย พี่สาวของฉันเขาก็ฝังอยู่ใกล้ ๆ สุสานของพ่อแม่ฉันด้วย ไปไหว้และเยี่ยนพ่อแม่ทีใด ฉันก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ ที่พ่อและแม่ยังไม่ได้สุขสบายเลย ก็จากฉันไปเสียแล้ว  ฉันก็คงจะต้องไปตอบแทนบุญคุณพ่อและแม่ในชาติต่อไป เฮ้อ! 

       วันที่ 25 มีนาคม  
       สุทธิเดช (หนึ่ง) นัดว่าจะมาหาฉันและอุดหนุนหนังสือฉันวันนี้ เลยได้คุยกันสนุกสนาน เพราะไม่ได้เจอกันนานมาก หนึ่งซื้อขนมมาฝากด้วย หนึ่งเป็นรุ่นเดียวกับชู กลุ่มเพื่อน 3/4 ด้วยกัน ดีใจมากที่ได้เจอเขา เพราะไม่ได้เจอน่าจะเป็นยี่สิบปีน่าจะได้  หุ่นของหนึ่งเปลี่ยนไปจากสมัยเรียนเยอะมาก อ้วนจนจำไม่ได้ แต่การพูดการจา ก็ยังเหมือนเดิม ช่างพูดช่างคุย มาดูมาดของเขาจ้ะ 


       วันที่ 26 มีนาคม  แวะไปที่โรงเรียนพระหฤทัยพัฒนเวศ นัดแม่น้องสุรวิท ซึ่งซื้อประกันของตัวเองไว้อีก 1 ฉบับ วันนี้จะเอากรมธรรม์ไปให้เขา เลยนัดเจอกันที่โรงเรียน จะได้เจอ เมี่ยง ทิพย์ โอ๋ ยายโอ๋ ทำท่าอยากทำประกันตัวเองเพื่อเก็บเงินบ้าง แต่ก็มีปัญหาเรื่องโน่นเรื่องนี่  ไม่ได้ทำสักที  อิอิ 
       วันที่ 29 มีนาคม  สมาคมนักเรียนเก่า ฯ จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งเพื่อหาทุนการศึกษาให้นักเรียนปัจจุบัน  ก๋วยมารับฉันที่บ้านเหมือนปีที่แล้ว  ปีนี้ ขายได้เพียง 43 ทีม ทีมละ 3000 บาท ช่วยกันประหยัดเต็มที่ ก็พอได้ทุนเกือบแสนมั้ง ฉันก็จำไม่ได้ ช่วยขายอย่างเดียวเท่านั้น  มาดูภาพประกอบกัน ค่ะ 





        หลังงานการแข่งขันโบว์ลิ่งเสร็จสิ้นแล้ว ศักดาพากลุ่มเพื่อนของเขาและฉันไปกินข้าวกันที่ หัวปลาช่องนนทรีย์ ครอบครัวของศักดาไปด้วย  สั่งหม้อไฟหัวปลาต้มเผือก ที่ลือกันว่า อร่อยมาก ฉันกินแล้ว ก็ธรรมดา ๆ นะ แต่ชองกินเผือกมากกว่าปลา อิอิ
        วันที่ 31 มีนาคม  นัดกับหญิง เพื่อไปสถาบันบำราศนราดูล  เพื่อฉีดวัดซีนโรคไข้เหลือง ซึ่งพวกเราจะไปอเมริกาใต้  เขาบังคับทุกคนต้องฉีดวัดซีนโรคนี้  แพงมากเข็มละ 700 บาท ที่ ร.พ.อื่นแพงกว่านี้อีก พันกว่าบาท เราเลยยอมนั่งรถมาไกลถึงเมืองนนท์ อิอิ แล้วต่อแท็กซี่ที่ใกล้ ที่สถาบันนี้ เจอ สมัย มาฉีดยาวัคซีนเหมือนกัน เพราะเขาจะไปทำพิธีทางมุสลิมที่ตะวันออกกลาง หลังฉีดวัคซีนแล้ว พวกเราก็หาของกิน  หญิงพาไปกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยในร.พ. ศรีธัญญา  อร่อยตามคำเล่าลือ เลยซื้อกลับบ้านไปอีกคนละ 1 ถุง  ไว้ทานมื้อกลางวันพรุ่งนี้ อิอิ
       เดือนที่ 4 เมษายนแล้ว เดือนแห่งการไปท่องเที่ยวสำหรับคนที่มีอาชีพครู อิอิ เพราะเป็นช่วงปิดเทอม สมัยที่ยังไม่เกษียณ ฉันก็ไปเที่ยวได้ในเดือนนี้แหละ แต่ตอนนี้ สบายมาก ไม่ต้องรอแล้ว เดือนไหนก็ไปได้  ห้าห้า 
        วันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ในอดีต อันยาวนานเป็นเวลาสี่สิบกว่าปี ฉันต้องทำการฝีมือ เป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดให้กับคนที่ฉันเลือกและหวังจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากเกื้อกูลกันไปจนแก่จนเฒ่า แต่ โลกนี้ล้วนแต่อนิจจังไม่เที่ยงแท้ ความไม่มั่นคงในความรักของเขา ทำให้ความคิด ความรู้สึกดี ๆ นั้นสูญสลายไปอย่างไม่คาดฝัน เฮ้อ! ฉันจำได้ การฝีมือจากฉันชิ้นสุดท้ายที่ฉันทำให้เขา คือ เสื้อกันหนาวไหมพรมที่ต้องใช้ความอุตสาหะ อดทน ในการถักและเรียนรู้วิธีการถักจากพี่ประสพศรี มาเป็นเวลาแรมเดือน โดยใช้เวลาพักผ่อน การอดหลับอดนอนเพื่อให้ทัน 1 เมษายน  คิดถึงตอนนั้นแล้ว ฉันก็อดขำไม่ได้ ทำไมฉันจึงมีความอดทนสูงขนาดนั้นหนอ เวลาช่างผ่านไปเร็วดุจดั่งมีปีกบิน ปีสุดท้ายที่ฉันทำให้เขาปีนั้น ก็คือ ปี 2519 ปีนี้ 2559 ผ่านไปแล้ว 40 ปี แต่ความทรงจำเหล่านี้ในอดีต ฉันยังจำได้ทุกฉากทุกตอนของชีวิตที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ เป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำกับคนเช่นนั้น ฉันก็ยังจำได้อย่างดี มันช่างเป็นเรื่องแปลกเลยเนอะ อิอิ ผ่านไปถอะนะ เราไปดูงานในวันที่ 2 ของเดือนนี้ดีกว่า ค่ะ วันนี้ ถือว่า เป็นงานบุญของพวกไม่มีลูกทั้งหลายคอยบวชเรียนให้ อิอิ งานนี้ก็คืองานบวชเณรบวชพระในภาคฤดูร้อน นั่นเอง  ถ้าไม่ติดไปเที่ยวต่างประเทศ ฉันจะไปร่วมงานนี้ทุกปี ซึ่งจัดที่โรงเรียนร่วมกับทางวัดธาตุทอง  ปีนี้ก็เช่นกัน ฉันก็ได้ไปร่วมงานเหมือนทุกปีที่ผ่านมาจ้ะ 




       วันที่ 3 เมษายน ธาริณี ลูกศิษย์ที่เคยสอนเขา แวะมาอุดหนุนหนังสือของฉันที่บ้าน พร้อมขนมที่เขาทำเอง ไว้ขายมาให้อีก 3 กระปุก รสชาติอร่อยมากทีเดียว 

        วันที่ 4 เมษายน  เพ็ญ รุ่นชู นัดมาที่บ้านและอุดหนุนหนังสือของฉันอีกคน น่ารักจังเลย เอาขนมเปี๊ยะมาฝากด้วย วันนี้เดือนก็มาด้วย จ้ะ แต่เดือนอุดหนุนไปแล้ว อิอิ
        คืนนี้ มีประกาศให้ทราบว่าจะเกิด จันทรุปราคา แต่ฉันก็ไม่ได้ตื่นขึ้นไปดูหรอก 
        วันที่ 8 มีนาคม   มีนัดกับ อุ้ย อุ้ยจะพาแม่มาธุระและไปกินข้าวกัน เลยชวนฉันไปด้วย  เนื่องจากเราไม่มีรถ เราเลยไปกินสเต็กที่เจ๊ฟเฟ่อร์ ในเมเจอร์ เอกมัย ร้านที่เราชอบไปทานกัน จากนั้น ก็ไปต่อไอศกรีมสเวนเซนท์  โดยฉันมีบัตรกำนัล สองใบ ใบละร้อยบาทก็จ่ายเพิ่มอีกส่วนหนึ่งเท่านั้น มาดูรูปพวกเรา จ้ะ 


       วันที่ 10 เมษายน  วันนี้ เป็นวันจ่อกี่แม่ ตามปฏิทินจีน ถ้านับตามปฏิทินสากล  แม่เสียวันที่ 31 มีนาคม เมื่อปี 29 เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม่ทิ้งฉันไปเป็นเวลานานถึง 29 ปีแล้วหรือนี่ บางช่วงของเวลาที่ฉันมีความทุกข์ ฉันคิดถึงแม่มากที่สุด เพราะเราเคยอยู่กันสองแม่ลูกมานานมากพอควร หลังจากที่หลานและน้องแต่งงานออกเรือนไป ก็เหลือฉันกับแม่ ส่วนน้องชาย ก็กลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง มีแต่เรื่องทำให้แม่เสียใจเป็นทุกข์จนถึงวาระสุดท้ายของแม่   ความผูกพันระหว่างแม่กับฉันจึงมีมากเหลือเกิน เพราะเราอยู่กันสองแม่ลูก กินข้าวด้วยกัน มีเสียงข้ดเคืองกันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา พอแม่จากไปจริง ๆ ฉันจึงรู้สึกเหงา เหมือนชีวิตฉันขาดที่ยึดเหนี่ยว กว่าจะทำใจได้ ก็แทบแย่เหมือนกัน  โชคดีที่ฉันมีเพื่อนดีอยู่หลายคน คอยปลอบใจ ให้กำลังใจ ฉันก็ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ เฮ้อ ! 
      วันที่ 11 เมษายน  
      สงกรานต์ปีนี้  พี่เจ๋ ชวนไปชะอำ บ้านพักของเขา พี่เจ๋ มารับไปประมาณ 10.30 น. มี คนที่ชื่อจ๋า ซึ่งเป็นแม่บ้านและเป็นคนชะอำด้วยกันไปด้วย พวกเราแวะทานกลางวันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ฉันสั่งข้าวผัดปลาเค็ม เจ้านี้รสชาติใช้ได้ จากนั้นไปแวะท่ายาง บ้านของน้องอิม น้องสาวพี่เจ๋ บ้านน้องอิมขายไม้ บ้านกว้างใหญ่โต เรียกว่า ร่ำรวยพอสมควร เขาเลี้ยงน้ำตาลสดพวกเราคนละแก้ว หิ้วแตงโมให้มากินที่บ้านพี่เจ๋ 3 ผล แล้วแวะส่ง จ๋า ที่บ้านเขาก่อน แล้วจึงไปบ้านพี่เจ๋  บ้านพี่เจ๋ พบหนุ่ม น้องชายพี่เจ๋และใจ น้องสะใภ้ของพี่เจ๋ ซึ่งพี่เจ๋ให้ดูแลบ้านเช่าซึ่งน่าจะมีประมาณ 20 คูหามั้ง คอยทำสัญญาและเก็บค่าเช่าให้พี่เจ๋ 
       เย็นนี้ พี่เจ๋พาไปเดินตลาดนัดซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ซื้อของกิน ฉันก็ช่วยซื้อของกินบ้างเล็กน้อย 
       อยู่ที่นี่ มีใจเป็นคนทำอาหารให้พวกเรากิน  ลุงสม ก็ก๊งเบียร์กับหนุ่ม กลางคืน ก็ชุมนุมร้องเพลงคาราโอเกะกัน ซึ่งพี่เจ๋ ชอบร้องเพลงมาก ซื้อเครื่องเสียงชุดใหญ่ครบเลย สนุกสนานกัน  


       วันที่ 12 เมษายน 
       เช้านี้  อิ่มข้าวเช้าแล้ว ลุงสมพาพวกเราไปเที่ยวโครงการชั่งหัวมัน  ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริโครงการหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งแต่เดิมผืนแผ่นดินที่เป็นโครงการนี้  แห้งแล้งมาก แทบจะปลูกอะไรไม่ได้  เล่ากันว่า มีชาวบ้านคนหนึ่ง นำหัวมัน มาถวายในหลวงที่วังไกลกังวลตอนที่พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมาอยู่ที่นี่ พอดีพระองค์ท่านต้องเสด็จกลับกรุงเทพฯ  จึงรับสั่งให้ทหารนำไปไว้ที่ห้องทรงงาน  วางไว้ที่ตราชั่ง  จากนั้นอีกเป็นเดือน พระองค์ท่านเสด็จมาที่วังไกลกังวลอีกครั้ง  ทรงเห็นหัวมันนั้น มีรากงอกออกมา พระองค์จึงทรงมีความคิดขึ้นว่า แม้แต่ในห้องทรงงาน หัวมัน มันยังเจริญ มีรากงอกออกมาได้ ผืนแผ่นดินที่ว่าแห้งแล้งนั้น ก็น่าจะสามารถพลิกฟื้นให้เป็นผินแผ่นดินที่ใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้  พระองค์จึงทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินครั้งแรก 120ไร่ ในปี 2551 และต่อมาในปี 52 ทรงซื้อเพิ่มในที่ดินที่ติดกันอีก 250 ไร่  เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิด  เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ. เพชรบุรี
        ทรงพระราชทานโครงการนี้ว่า "โครงการชั่วหัวมัน ตามพระราชดำริ"  ทรงพระราชทาน หัวมันที่มีรากและใบงอกออกมานั้นไปปลูกไว้ที่ผืนแผ่นดินนี้ด้วย  พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานโครงการนี้ โดยมีพระตำหนักที่ทรงงานนี้ เป็นเรือนไม้สองชั้นเรียบง่าย
       เนื้อที่ของโครงการนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา สภาพที่ดินค่อนข้างแห้งแล้ง เจ้าของเดิม ปลูกต้นยูคาลิปตัส ตัดไม้ขาย
       ปัจจุบัน  เปิดให้ประชาชนเข้าชม ศึกษา ตั้งแต่ 8.30-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็กและนักศึกษา คนละ 10 บาท พระสงฆ์ เณร แม่ชี ผู้พิการ เด็กเล็ก ยกเว้นค่าเข้าชม  สามารถติดต่อได้ที่   032-472700-1 ภายในโครงการจัดสถานที่สวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวหลายจุด  มีรถรางนำชมตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมวิทยากร  มีรถจักรยานบริการให้ขี่ชมบริเวณโครงการ มีห้องชมวิดิทัศน์  พวกเราก็นั่งรถราง ฟังวิทยากรบรรยาย ส่วนลุงสม ไม่ไปนั่งรถ เพราะเคยนั่งแล้ว  มาชมรูปของพวกเรา จ้ะ 








       วันนี้  มีติ๋ม เพื่อนพี่เจ๋ และเก่ง ลูกสาวติ๋มมาเพิ่มความสนุกสนานในการเที่ยวและร้องเพลงด้วย

       วันที่ 13 เมษายน  
       วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของไทย คือ วันขึ้นปีใหม่ของไทยเรา พวกเราซื้อของแห้งที่ร้านเซเว่น เตรียมใส่บาตรที่วัดใกล้บ้านพัก คือ วัดไทรย้อย  มาถึงวัด คนเยอะมาก ศาลาเป็นลานไม้ กว้างและยาวมากที่เดียว แต่วางอาหารที่จะถวายและใส่บาตรเต็มพื้นที่แล้ว การใส่บาตร ก็เป็นเพียงตักข้าวใส่บาตรที่เรียงไว้เท่านั้น ส่วนพระสงฆ์ที่มาสวดมนต์นั้น มีการตั้งสำรับกับข้าว จัดเป็นวงถวายให้ฉัน เช้านี้ครอบครัวของจ๋าก็ไปด้วย คนเต็มศาลา มีพระพุทธรูปตั้งให้สรงน้ำด้วย  มีตู้ให้หยอดเงินทำบุญ  ฉันไม่ลืมเพื่อนที่ปัตตานี จะหยอดเงินทำบุญให้เยาว์เพื่อนรักที่เขาฝากไว้ ว่า ไปทำบุญที่ไหน ก็ให้ทำบุญเผื่อเขาด้วย เพราะว่า เขาอยู่ปัตตานี ไม่สะดวกออกไปทำบุญที่ไหน มาชมภาพความอิ่มใจที่ได้ทำบุญในวนสงกรานต์กันเถอะ 


      หลังจากทำบุญวันสงกรานต์แล้ว พวกเราก็กลับที่พัก ทานข้าวเช้ากัน แล้ว หนุ่มกับใจ ก็ยกเก้าอี้มาเรียงไว้หน้าบ้าน ฉันพอจะเดาออกว่า เขาจะจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพียงแต่ไม่นึกว่า เขาจะเชิญฉันเข้าพิธีนี้ด้วย อิอิ นาน ๆ จะได้มีคนมารดน้ำดำหัวสักที ก็รู้สึกเป็นสุขนะ คนรดน้ำมี 4 คน คือ หนุ่ม  ใจ จ๋า และเก่ง  ผลัดกันถ่ายรูปด้วย ให้หนุ่มกับใจ รดน้ำก่อนแล้วตามด้วย เก่ง หนุ่มก็จะถ่ายรูปให้ สงกรานต์ปีนี้ ฉันจึงรู้สึกมีความสุขกว่าทุกปีที่ผ่านมา ไม่เงียบเหงาเหมือนทุกปี 


       หลังจากนั้น ก็เริ่มโปรแกรมเที่ยวในวันนี้ ที่ลุงสมหมายตาไว้ คือ ถ้ำตาหม้อ ขับรถไปไกลมากพอควร ต้องถามทางไปด้วย ถ้ำนี้อยู่ในความดูแลของเขตอุทยาน  การขึ้นไป ต้องมีทหารเป็นผู้นำทาง เสียค่าเข้าชมถ้ำด้วย เท่าไรฉันไม่รู้ เพราะพี่เจ๋ เป็นคนจ่ายมั้ง การเดินขึ้นเที่ยวถ้ำนี้ ก็ไม่ง่ายนัก เขามีขั้นบันไดให้เดินเพียงครึ่งทางได้มั้ง นอกนั้นก็เป็นโขดหิน ขึ้นชันพอสมควร บางช่วงก็ต้องก้าวขายาวให้พ้นโขดหิน พอ ๆ กับการไปเทรคกิ้งกันนั่นแหละ  กว่าจะถึงปากถ้ำเล่นเอาเหนื่อยหอบกันทุกคนทีเดียว  ขาลง ก็น่ากลัวกว่าขาขี้น กลัวลื่น
ไถลลงมานั่นเอง  ทหารที่พาไปต้องให้ความช่วยเหลือ ส่งมือให้จับเกาะเอาไว้ ช่วยกันอีกแรง  ภายในถ้ำ สวยมากทีเดียว  มีหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยวมากราบไหว้ด้วย  มาชมกัน ค่ะ 















       ตอนขากลับจากถ้ำเขาตาหม้อแล้ว ฉันให้ทิปแก่ทหารที่พาพวกเราขึ้นเขาและช่วยเหลือพวกเรามาตลอดทาง 100 บาท ติ๋มกับพี่เจ๋ ก็ให้ไปคนละ 100 บาท รวมเป็น 300 บาท จากนั้น พวกเราก็ไปหาก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเจ้าอร่อยทานกัน คนละ 2 ชาม ดูเหมือนพี่เจ๋ทานน้อยกว่าเพื่อน ทานแค่ชามเดียว  มื้อนี้ เก่ง จ่ายเงินทั้งหมด ฉันจะช่วยจ่ายด้วย  ติ๋มบอกไม่ต้องหรอก เลยไม่ได้ช่วยจ่าย อิอิ
        ก่อนกลับบ้านเราก็แวะไปหลังวัดไทรน้อย ซึ่งติดกับทะเล ทิวทัศน์ก็พอใช้ได้  ลมเย็นพัดผ่านมาค่อนข้างแรง  ลุงสมให้พวกเราแอ๊ดชั่นถ่ายรูปไว้ ด้วย
       กลางคืน ก็เปิดคาราโอเกะร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม ฉันถูกขยั้นขยอ เลยร้องเพลง ท่าฉลอม ให้ฟัง 1 เพลง ได้รับคำชมว่า  ร้องเพราะเหมือนกัน นะ อิอิ 
        วันที่ 14 เมษายน
        เช้านี้ ทานข้าวเช้าแล้ว พวกเราก็ออกจากบ้านไปประมาณ 9.00 น. เป้าหมายใหญ่ คือไปเที่ยวที่วัดอ่าวน้อย  วัดนี้มีสิ่งที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม  ก็คือ โบสถ์ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง บันไดนาคที่งดงาม  บรรยากาศที่สวยงาม มีสระน้ำใหญ่ด้วย  เห็นบอกว่า ด้านหลังมีพระนอนองค์ใหญ่และจุดชมวิว แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไป ไหว้พระในโบสถ์  ชื่นชมความงามด้านนอกเท่านั้น วันนี้แดดร้อนมากด้วยและมีเป้าหมายไปต่อที่ด่านสิงขร ชายแดนที่ติดกับพม่า พวกเราเลยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ก็อำลาวัดอ่าวน้อยเดินทางต่อไป 


       จากวัดอ่างน้อย เราก็มุ่งไปเที่ยวด่านสิงขรกัน ซึ่งเป็นชายแดนที่ติดกับประเทศพม่า  แดดร้อนมาก ๆ มีคนมาเที่ยวเยอะพอสมควร หาที่จอดรถยากหน่อย ที่นี่มีร้านขายของมากมาย พวกเราก็เดินช้อปปิ้งกัน ถ่ายรูปกัน  ฉันได้ของมาหลายอย่างเหมือนกันนะ เช่น ไม้กวาด ราคาถูกมาก น่าจะ 5-6 อันราคาแค่ 90 บาท กางเกงยืดของไทย ราคาตัวละ 100 บาท ฉันซื้อมา 2 ตัว มีแป้งพับยี่ห้อนีเวีย แต่เหมือนนำมาจากพม่านะ  ราคา สองตลับมั้ง ร้อยกว่าบาทเอง ซื้อกันใหญ่ อิอิ แล้วก็เดินชมตลาดด่านสิงขรกันไป ถ่ายรูปกันไป มาดูรูปจ้ะ

       กลับจากด่านสิงขร อันร้อนระอุแล้ว พวกเราก็ไปเที่ยวที่อ่าวมะนาว  เช่าเก้าอี้ผ้าใบของชายหาดนั่งพักผ่อน  ตัวละ 10 บาท สั่งอาหารมานั่งทานกัน เช่น ปลาราดพริก ลาบหมู (ไม่อร่อยเลยหวานมาก ๆ ) ปลาหมึกย่าง  หอยแครง   ข้าวผัด ติ๋มเดินไปหาซื้อส้มตำและคอหมูย่างมาเสริมอีก ไม่มีใครเล่นน้ำเลย ได้แต่เดินเล่น ลุยน้ำทะเล และถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก จ้ะ


      วันนี้กลับถึงบ้านเกือบ 1 ทุ่ม ทานอาหารฝีมือสมใจแล้ว พวกพี่เจ๋ ก็ไปร้องคาราโอเกะ  ส่วนฉันติดละคร เลยแยกตัวไปดูละคร อิอิ
      วันที่ 15 เมษายน  
      วันนี้ ติ๋มและเก่ง ลูกสาวต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะเก่งเปิดงาน ต้องไปทำงานกัน ติ๋มก็ต้องกลับลพบุรี  พวกเราก็ร่ำลากัน หวังว่า โอกาสหน้าเราจะได้เที่ยวด้วยกันอีก 
      หลังจากติ๋มและเก่งกลับแล้ว  โปรแกรมวันนี้ จะไปราชบุรี บ้านของใจ เขาจะไปทำบุญที่วัดที่บ้านราชบุรีของเขาทุกปี   วัดที่ไปนี้ ชื่อว่า  วัดป่าปลักประดู่  เป็นวัดที่มีเนื้อที่กว้างขวางดี  วันนี้ที่วัด มีงานวางหลักศิลาโบสถ์ ดีจัง ได้เห็นพิธีที่เขาทำกันด้วย มีการยกลูกหินก้อนใหญ่ใส่ลงในช่องหลัก ที่เตรียมไว้ แล้วมีการเทปูนด้วย เดี๋ยวท่านดูจากรูป ค่ะ ก่อนจะมีพิธีนี้ ก็มีการตั้งองค์ผ้าป่าให้ประชาชนที่มาที่วัดทำบุญด้วย ฉันก็ติดต้นผ้าป่าไป 100 บาทพี่เจ๋ ใจ ก็ติดเท่ากัน คนอื่นที่ไปด้วย ฉันไม่เห็น
       ชาวบ้านมีการนำอาหารมาตั้งให้แขกที่มางาน รับประทานด้วย เช่น ขนมจีนแกงไก่  น้ำพริกกะปิ  ไอศกรีม น้ำอัดลม เป็นต้น พวกเราตัดขนมจีนราดแกงไก่ทานกันเป็นส่วนใหญ่  
       หลังจากนั้น เขาเชิญขึ้นโบสถ์ ทำพิธีถวายผ้าป่า มีการเชิญนายอำเภอมาเป็นประธานในการทอดผ้าป่าด้ว 
       พิธีทอดผ้าป่าเสร็จ ก็เป็นพิธีวางหลักศิลาโบสถ์ และพิธีรดน้ำพระสงฆ์  หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับ 



       ขากลับจากวัด เราแวะซื้อข้าวสารโดยหุ้นกันเพื่อไปถวายวัดไทรน้อย ซึ่งท่านเจ้าอาวาสได้บอกไว้เป็นอาหารแห้ง  จ๋า ก็จัดสังฆทานไปถวายด้วย  มาชมภาพที่ได้ถ่ายไว้ จ้ะ 

      หลังจากถวายข้าวสารและสังฆทานเรียบร้อยแล้ว  พวกเราก็แวะชายหาดของวัดนี้  นั่งพักผ่อน  ซื้อส้มตำ ไก่ย่าง นั่งทานกัน พี่เจ๋โทรตามเพื่อนที่อยู่ไม่ไกลจากวัดมานั่งคุยด้วย เป็นสาวโสด  รวยมาก เป็นเจ้าแม่ที่ดิน  แกขี่มอเตอร์ไซด์มานั่งคุยกัน เดินชายหาดกัน เป็นช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน สวยมากอยู่ จ้ะ

      วันที่  16 เมษายน  

      วันนี้ตอนสาย ๆ เพื่อนพี่เจ๋ที่เจอกันเมื่อวาน เลี้ยงข้าวร้านเปิดใหม่แถวบ้านพี่เจ๋  ตอนไปทาน น่าจะประมาณสิบโมงกว่า อาหารที่สั่งมา รสชาติก็โอเคนะ กินไปคุยไป ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย อิอิ

       วันที่ 20 เมษายน  
       วันนี้หลวงศิษย์ ตู่ ซึ่งตั้งจบไปแล้ว ไม่เคยเจอกันเลย ท่านบวชเป็นพระและเรียนไปด้วยจนปัจจุบันจบดร.แล้วทำหน้าที่ไปอบรมธรรมะตามที่ต่าง ๆ ให้ความรู้แก่เยาวชน  นับว่า ได้ผดุงพระพุทธศาสนา  เราเจอกันในเฟส ฉันก็จำท่านได้ เพราะเคยประจำชั้นห้องนี้และท่านเป็นหัวหน้าห้อง เลยจำแม่น และท่านเป็นนักกิจกรรมด้วยนั่นเอง  ท่านมากรุงเทพฯ (อยู่วัดที่สุรินทร์)มีพระที่เป็นเพื่อนมาด้วยอีก 2 รูป ฉันเลยมีโอกาสได้เลี้ยงเพลพระ 3 รูป อิอิ ถามไถ่ทุกข์สุขกัน ฉันถวายหนังสือ ที่ฉันเขียนให้ท่าน 1 ชุด ด้วย  ส่วนเจ้าบ้วย ก็ตามมาด้วย  บอกอยากได้แต่ไม่มีเงินที่จะอุดหนุน  เลยให้เขาไป 1 ชุด จะได้อ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้  เฮ้อ! ท่าทางยังสำรวยเหมือนเดิมอยู่


       วันที่ 25  เมษายน  
       วันนี้  บล็อกแก็ง พันทิป จัดงานพบปะสังสรรค์ ครั้งที่สอง จัดที่โรงแรม แถวมาบุญครอง ฉันก็สมัครไปด้วย งานปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วมาก  อาหารโรงแรม  มีมากมายหลายอย่าง ได้เจอเพื่อนนักเขียนที่เห็นหน้ากันเมื่อปีที่แล้ว เช่น แม่น้องซี (นฤมล) อาคุงกล่อง ป้ามด ป้าเก๋า ชมพร เป็นต้น  งานปีนี้ มีกิจกรรมทัวร์รถไฟฟ้า ให้แต่งตัวประหลาด ๆ กำหนดให้ไปถ่ายรูปที่สถานีต่าง ๆ น่าเสียดายฉันเขียนถึงเรื่องราวในวันนี้ แต่บล็อกของพันทิปทำข้อเขียนของฉันหาย
หมด จนป่านนี้ ก็ยังไม่สามารถกู้กลับได้เลย น่าเสียดายมาก 


      วันที่ 29 เมษายน ฉันเดินทางไปอเมริกาใต้  เป็นทริปที่ยาวที่สุด คือ 1 เดือน  ไป29 เมษายน กลับอีกที ก็ 27 พ.ค. ได้เที่ยวคุ้มค่าเครื่องบิน ไปทั้งหมด 4 ประเทศ คือ เปรู โบลีเวีย อาร์เจนตินา และ บราซิล  ซึ่งฉันได้เขียนบล็อกแยกประเทศละ 1 บล็อกไว้ใน บล็อกแก๊งพันทิบ  ท่านที่สนใจ สามารถไปอ่านได้จากเว็บที่ฉันบอกไว้ ดังนี้ จ้ะ 
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=01-06-2015&group=2&gblog=51

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=01-07-2015&group=2&gblog=53

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=06-07-2015&group=2&gblog=54

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=15-07-2015&group=2&gblog=55

       วันที่ 27 พฤษภาคม ฉันเดินทางกลับจากอเมริกาใต้ ประมาณ โมงเช้า (กว่าจะตรวจคนเข้าเมืองและรอรับกระเป๋าเสร็จ) นั่งรอเม้งมารับ โดยมีหญิงนั่งเป็นเพื่อน  ขากลับหญิงนั่งแท็กซี่กลับเอง ไม่ได้ให้ติ่งมารับที่บ้านฉัน เม้งมาสายตามเคย ประมาณ  แปดโมงกว่า เขาว่ารถติดมาก  คงจริง เพราะตอนกลับถึงบ้าน ก็ สิบโมงกว่า ถึงบ้านสิ่งแรก คือ ไปซื้อต้มยำ ผัดผักรวมมิตร กินก่อน ตอนเย็น ก็ส้มตำ  ต้มแซบ น้ำตก ข้าวเหนียว ซื้อจนคนขายสงสัยว่า ทำไมคนเดียวกิน ซื้อหลายอย่างจัง เลยต้องอธิบายว่า  อดกินอาหารไทยมาเป็นเดือน ๆ แล้ว ต้องกินทุกอย่างให้สมอยาก ห้าห้า 

       เดือนที่ 6 มิถุนายน  ครึ่งปีได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว จ้ะ 
       วันที่ 2 มิถุนายน ฉันก็ต้องไปที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการสรรหาเงินทุนมามอบให้เด็กนักเรียนปัจจุบัน ถ้าไม่ติดธุระ ฉันได้ไปร่วมงานทุกครั้ง ในฐานะ ชมรมครูธาตุทองแท้และในฐานะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่ามัธยมวัดธาตุทอง และอยู่ร่วมงานทำบุญวันสถาปนาโรงเรียนด้วย (2 มิ.ย. วันคล้ายวันสถาปนาของโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง)  มาชมภาพในงานค่ะ 



       วันที่ 6-8 มิถุนายน  3 วันนี้ ได้เที่ยวอีกแล้ว พี่เจ๋ ชวนไปบ้านพักเขาที่ชะอำ ครั้งนี้ ติ๋มมาด้วย เราไปกัน 4 คน ลุงสม ขับรถเหมือนเดิม วันนี้พวกเราออกสาย กว่าลุงสมจะมารับฉันที่บ้าน ก็บ่ายโมงแล้ว แล้วก็กลับไปที่บ้านพี่เจ๋แถวบางรัก เพื่อรับ ติ๋ม อีกคน แล้วจึงออกรถ เดินทางไป บางควาย ชะอำ ระหว่างทาง พวกเราก็นั่งคุยกันไปอย่างสนุกสนาน  กลางทาง  ติ๋ม แวะซื้อไก่ต้มน้ำปลา 1 ตัวด้วย  จากนั้น เห็นพี่เจ๋ นัดกับน้องอิม เจอกันที่ สุกี้ เอ็มเค โลตัส ครอบครัวของน้องอิมมายกครัวเลย  สามีและลูก ๆ สะใภ้ ด้วย หลานด้วย น้องอ้อยที่ไปเที่ยวย่าติงด้วยกัน ก็ไปด้วย มื้อนี้ สามีของอิมเป็นคนจ่าย ดูเหมือนน่าจะประมาณ สามพันมากกว่านะ ถ้าหูไม่ฝาด อิอิ 
     หลังจากอิ่มกันแล้ว  ออกจากโลตัส เป็นยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไป ดูสวยงามมาก ลุงสมก็เป็นตากล้องเหมือนเดิม อิอิ


      ไปชะอำครั้งนี้ ไม่ได้เที่ยวไหนเท่าไร วันแรกไปถึงทานสุกี้กันแล้วไปถึงชะอำ ก็มืดแล้ว ก็ร้องเพลงคาราโอเกาะตามที่ชอบนั่นแหละ
      วันรุ่งขึ้น วันที่ 7 ติ๋มอยากไปหาซื้อของที่โกลเด้นเพลส ลุงสมขับรถจนเจอร้านนี้  ฉันก็ซื้อข้าวโพดไปแจมด้วย แต่ข้าวโพดไม่อร่อย แข็ง ซื้อยาสระผมไว้ขวดหนึ่ง  ออกมานอกร้านแถว ๆ นั้นก็มีขายของพวกประเภทแช่อิ่ม หมักดอง ของโปรดของฉัน ฉันก็ซื้อไปหลายอย่าง เช่น มะดัน แซ่อิ่ม มะม่วง เป็นต้น 
      วันนี้ พี่เจ๋ โทรชวนเพื่อนที่เคยกล่างถึงเมื่อตอนสงกรานต์ มาร้องเพลงที่บ้านตอนบ่าย ๆ และบ่ายแก่ ๆ ประมาณบ่าย สี่ได้มั้ง เพื่อนพี่เจ๋ กลับไปทำ กุ้งอบวุ้นเส้นมาแจม  ทานข้าวมื้อเย็นที่บ้านพักพี่เจ๋ด้วย ทานไปคุยไป 

     วันที่ 8 มิถุนายน  วันนี้เราต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว ระหว่างทางที่ผ่าน เราก็แวะเที่ยว ชายหาด 2 แห่ง คือ หาดปึกเตียน และ หาดเจ้าสำราญ ระว่างทาง เห็นมีน้ำตาลสดขาย 3 ขวด 100 บาท ต่อได้ 4 ขวดร้อย  ไปอีกแห่ง ซื้อรังนก  (สงสัยไม่ใช่ของแท้หรอกเพราะถูกมาก โลละ 70 บาทเอง แถมมีน้ำเชื่อมให้อีกด้วย อิอิ ฉันก็ซื้อกับเขาด้วย 1 กิโล ไว้กินเวลาร้อน ๆ เป็นของหวานก็ดีนะ 

    วันที่ 11 มิถุนายน  
    สดใส นำหนังสือที่ระลึกงานเผาศพพ่อของเขามาให้ฉัน และซื้อไอศกรีมวอลล์กล่องใหญ่มาฝาก 1 กล่องด้วย  แล้วก็รีบไป เพราะจ้างรถมอเตอร์ไซด์ไปกลับ คงจะไปธุระต่อ เลยไม่ได้นั่งคุยกัน
     ช่วงเย็น ประสิทธิ์ มารับฉันไปงานเคารพครูที่อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เพราะได้รับเชิญไปงานพิธีเคารพครูที่อิสลามวิทยาแห่งประเทศไทย (เขาไม่เรียกว่าพิธีไหว้ครู) เป็นพิธีที่ทางอิสลามวิทยาลัยเชิญมา 2-3 ปีแล้ว โดยจัดช่วงเย็นให้ครูและศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันบางส่วนมาเคารพครูเก่า ถือว่าเป็นพิธีที่ให้เกียรติแก่ครูในอดีตดีมากโครงการหนึ่ง จ้ะ งานนี้ มีครูเก่าที่ฉันรู้จักหลายคน คือ พี่นฐา พี่เสริม (คู่หู) พี่บำเพ็ญ พี่ภาวนา ซึ่งตั้งแต่ย้ายแล้ว ไม่เคยเจอเขาเลย
       เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ได้ลงข่าวกันว่า ทหารชายแดน โดนผู้ก่อการร้ายโจมตี ทำให้มีทหารเสียชีวิต และที่เสียชีวิตนั้น  คือ เด็กธาตุทองของเราเอง  พริษฐ์ ออกความเห็นว่า เมื่อเด็กธาตุทองเราไปปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชาติและเสียชีวิต  สมควรจะได้เชิดชูเกียรติและช่วยเหลือครอบครัวของเขา  เด็กที่เสียชีวิต คือ อธิคม เป็นรุ่นเดียวกับนายอดิเทพ แก้วพวง  เลยให้เขาติดต่อกับครอบครัว จนได้เรื่องได้ราว ฉันบอกว่า  เป็นเรื่องที่สมาคมนักเรียนเก่าควรจะต้องให้ความช่วยเหลือในฐานะศิษย์เก่า  ฉันให้เขาโทรหานายกฯสุเทพ ซึ่งก็เห็นด้วยให้การช่วยเหลือไปก่อนแล้วค่อยนำเรื่องอนุมัติในการประชุมสมาคมฯ ช่วยไป 2000 บาท และให้สั่งพวงหรีด (เป็นพัดลม) อีก 1000 บาท 
        วันที่ 15 มิถุนายน แซมมี่ ซึ่งเป็นศิษย์เก่ารุ่นพี่ที่ไปร่ำรวยที่ประเทศอเมริกา  ได้โทรหาฉัน และบอกว่า เขาไม่มีโอกาสเป็นทหารรับใช้ชาติ ได้แต่ช่วยเหลือน้องที่เสียชีวิต โดยจะส่งเงินมาให้ฉันไปเป็นผู้แทนช่วยจัดการแทนเขา  คือ ช่วยเงิน 5000 บาท ส่วนอีก 1000 บาท  ให้ฉันช่วยซื้อของไปทำสังฆทานให้อธิคมด้วย  ฉันยินดีและขอบใจเขาที่มีน้ำใจกับรุ่นน้อง แม้แต่สมาคมฯจ้ดทำหนังสือวารสาร เขาก็ให้การสนับสนุนมาคิดเป็นเงินไทย 10050 บาท 
       ฉันได้จัดการให้แซมมี่ ตามที่เขาขอให้ช่วยอย่างเรียบร้อย โดยนัดหมายแม่ของ อธิคม  มารับมอบเงินและถ่ายรูปเป็นหลักฐานไปให้แซมมี่ดู  ไปทำสังฆทานให้เรียบร้อย 
       วันที่ 20 มิถุนายน  วันนี้ รุ่งทิพย์ แวะมาเยี่ยมฉันที่บ้าน นั่งคุยกัน ได้พักใหญ่ ๆ ก็ต้องไปเพราะจะไปส่งลูกเรียนว่ายน้ำที่สระบ้านกล้วย 

      วันที่ 21 มิถุนายน  วันนี้ มีการประชุมสามัญใหญ่ของสมาคมฯ เพื่อแถลงและสรุปผลงานที่ทำไป 1 ปี เต็ม สมาชิก ก็เหมือนเดิม มากันน้อย น่าเบื่อมาก อาหารที่สั่งมาเลี้ยงสมาชิก ก็เหลือเยอะแยะ เปลืองงบของสมาคมฯจริง ๆ 









        วันที่ 24-28 มิถุนายน  ฉันชีพจรลงเท้าอีกครั้งหนึ่ง  ไปเที่ยวประเทศพม่ากัน ซึ่งเราจองตั๋วแอร์เอเซียราคาประหยัดไว้  โดยจุกเป็นคนจัดการติดต่อรถและมัคคุเทศก์ทางพม่า ส่วนฉันเป็นคนหาสมาชิกไปเที่ยว ครั้งนี้ ฉันชวน ภา บุษยา และวัชรี  ยายน้อง(รัตนา) เห็นพวกเราคุยกันในเฟส เลยขอไปด้วย ก็กลายเป็น 5 คน ส่วนจุกเขามีแค่ 3 คน ไปประเทศพม่าครั้งนี้ ฉันตั้งใจไปเก็บเกี่ยวไหว้พระธาตุอีกสองพระธาตุที่พุกามและมัณฑเลย์  ส่วนพระธาตุมุเตา ชเวดากองและพระธาตุอินแขวน ฉันไปไหว้กับพวกจ๊ะ มิ้ง ตั้งแต่ปี 52 แล้ว เรื่องเที่ยวพม่าครั้งนี้  ฉันก็ได้เล่าเรื่องไว้ในบล็อกแก๊งพันทิบเช่นกัน ท่านที่สนใจก็สามารถไปหาอ่านได้จากเว็บต่อไปนี้ ค่ะ 

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=30-07-2015&group=2&gblog=56

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=12-08-2015&group=2&gblog=57

      เดือนที่ 7 แล้วนะเนี่ย  กรกฎาคม แล้ว 
      วันที่ 5 กรกฎาคม  อี๊ด รุ่นเดียวกับชู เชิญไปงานบวชลูกชาย โดยมี หนึ่ง มารับฉันแต่เช้าตรู่น่าจะตีห้ากว่า เพราะลูกอี๊ดบวชเช้า 7 โมง ที่วัดกระทุ่มเสือปลา ไปถึง มีสมภพ และชลอ มาแล้ว งานนี้ เพื่อน ๆ ห้อง 4 มากันเยอะพอควร ห้องนี้ มีชูเป็นผู้นำ เขาสามารถรวบรวมเพื่อนและสามัคคีกันดีมาก เหนียวแน่นดี น่าชมเชย จ้ะ ช่วงเช้า เขามีข้าวต้มเลี้ยงแขก พวกเราถ่ายรูปกับนาค ช่วยกันถือเครื่องบวช เดินเป็นขบวน เมื่อถึงเวลานาคเข้าโบสถ์ ก็ได้เห็นพิธีบวชนาคอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานมากพอสมควร  เรามาดูบรรยากาศของงาน ค่ะ 





      วันที่ 8 กรกฎาคม  วันนี้ต้องเสียใจกับ ก๊องด้วย เพราะเขาสูญเสียแม่ไปเสียแล้ว แม่เขาก็อายุมาก แปดสิบกว่าแล้ว เฮ้อ! มนุษย์เราก็เป็นเยี่ยงนี้แหละ เกิด แล้วก็แก่ แล้ว ก็เจ็บ แล้วก็กลับคืนสู่ดินตามเดิม คนไปก่อนน่าจะมีความสุขนะ ไม่ต้องมาผจญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ อีกแล้ว เนอะ ก๋วยมารับฉันไปฟังสวดด้วยกัน  เขาตั้งศพอยู่ที่วัดหัวลำโพง แขกที่มางาน ก็เยอะมาก เพราะลูก ๆ ของผู้ตาย มีหลายคน และมีกิจการใหญ่ ๆ โต ๆ งานศพก็เลยโตไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต  ของสังคม น่ะ เขาทำแบบประเพณีจีน ใส่เสื้อผ้ากระสอบ ลูกหลานก็เยอะ ประเพณีในปัจจุบันดูเหมือนเปลี่ยนไปเยอะ ลูกหลาน ไม่มีอาการเศร้าโศกอะไร  ยังคงแต่งหน้าแต่งตาสวยงาม ซึ่งถ้าเป็นในสมัยก่อน เราจะไม่เห็นภาพแบบนี้เลย 
      งานนี้ เขามีพิธีเคารพศพตามประเพณีจีน หลังจากสวดแบบไทยเรียบร้อยแล้ว ก็มีพิธีเคารพศพ  โดยมีตัวแทนแขกไปทำพิธีนี้ ฉันก็ได้รับเกียรติให้ไปทำพิธีนี้ด้วย 
       วันที่ 10 กรกฎาคม  ก๋วยมารับฉันไปงานสวดศพแม่ก๊องอีกคืนหนึ่ง  เย็นนี้เจอ ตุ้มกับติ๊กก็มาด้วย  เขาก็เข้ามาไหว้ฉัน ฉันรับไหว้และยิ้มแย้มตามปรกติ ฉันไม่ได้เจอเขานานหลายปี ตั้งแต่มีปัญหาเรื่องไปไหว้พระทำบุญตรุษจีน เขาก็หายจากฉันไป ไม่เคยโทรหา ทั้ง ๆ ที่เราสนิทกันมาก มีอะไรก็สามารถเล่าและปรับทุกข์กันในฐานะครูกับศิษย์ เขาเคยดีกับฉันมาก ยามเจ็บป่วยเขาก็อาทร มาเยี่ยม  ยามเขาเดือดร้อน ฉันก็ให้ความช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่เช่นกัน  เรากับเขาคงหมดบุญกันเท่านั้น เขาจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไม่นึกว่าเขาจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนั้น เฮ้อ! ใดใดในโลกนี้ ล้วนอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้จริง ๆ การที่เราได้เจอกันอีกครั้งและเขาก็มาไหว้ มาเคารพฉันเหมือนเดิม ฉันก็ดีใจแล้ว 
     วันที่ 11 กรกฎาคม  วันนี้ เพื่อนบ้าน คือ พี่นพรัตน์ ที่บ้านติดกับบ้านฉันทำบุญบ้าน เขาเชิญฉันด้วย เลยไปร่วมงานทำบุญบ้านเขา ใส่ซองให้และช่วยเสิร์ฟอาหาร ตักอาหารถวายพระ ฟังเทศน์ด้วย และร่วมทานข้าวกลางวัน อาหารที่ถวายเพลพระ ก็นำมาจากร้านของเล็ก บะหมี่คนแซ่ลี มีข้าวผัดปู  ข้าวผัดปลาเค็ม ผลไม้ ข้าวเหนียว มะม่วง ฯลฯ  เขาไม่ได้เชิญใคร นอกจากฉัน อิอิ
     วันที่ 16 กรกฎาคม  วันนี้น้องรินดามาชวนไปทานข้าวที่มายช้อยส์  ฉันจะช่วยจ่ายด้วยแกก็ไม่ยอม บอกว่า ฉันมากินข้าวเป็นเพื่อนแก  แกก็ดีใจแล้ว คนรวย ๆ กินมื้อหนึ่ง สี่ห้าร้อยบาท ไม่มีปัญหาเลยน่ะนะ  อิอิ แต่ฉันก็เกรงใจเขาน่ะ 
      วันที่ 17 กรกฎาคม  วันนี้ วสินนัดมาเยี่ยมฉันที่บ้านและอุดหนุนหนังสือของฉันไปอ่าน 1 ชุด ด้วย เรานั่งคุยกันถึงสารทุกข์สุกดิบ หลังจากที่เขาจบจากธาตุทองไปแล้ว เราก็ไม่เคยได้เจอกันเลย มาเจอกันในโซเชี่ยลนี่แหละ ปัญหาของแต่ละบ้านมีไม่เหมือนกัน วสินและวรินทร์ เป็นฝาแฝด หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดีทำพอสมควร  แต่ก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องของพ่อแม่แต่ละเดือน ไม่น้อยเหมือนกัน เฮ้อ! 
       วันที่ 20 กรกฎาคม  วันนี้ได้รับเชิญจากอิสลามวิทยาลัย เพื่อไปร่วมพิธีแจกทุนการศึกษา ประสิทธิ์เอารถแท็กซี่ของเขามารับฉันกับพี่เสริมไป ไปถึงปรากฏว่า พิธีเขาเริ่มไปแล้ว สายตามเคย ฉันกับพี่เสริม บริจาคทุนไปคนละ 1000 บาท จากนั้น ก็มีการถ่ายรูปหมู่กัน 
       ช่วงเที่ยว เขาเลี้ยงข้าวกลางวันด้วย ครูเก่าไปน้อย มีฉัน พี่เสริม และพี่นฐา หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว  ประสิทธิ์ขับรถของโรงเรียนมาส่งพวกเรา พี่นฐา ลงกลางทาง วิทยา กับนิทรา ไปส่งพวกเราด้วย  วิทยาอยากไปเยี่ยม พี่ศรีสิริที่บ้าน ประสิทธิ์ก็ใจดี พาพวกเราไปเยี่ยมพี่ศรีสิริก่อน ถามทางไปบ้านกัน หาจนเจอบ้านแก นั่งคุยกันได้พักใหญ่ ถ่ายรูปหมู่กันแล้วก็กลับ เพราะแกต้องเลี้ยงหลานตัวน้อย กลัวจะรบกวนแกนานไป 
       วันที่ 21 กรกฎาคม  วันนี้ กิตติพันธ์ ได้นำสะตอ มาฝาก และนำเงินค่าสนับสนุนการจัดทำวารสารของสมาคมฯ 3500 บาทมาจ่ายด้วย สะตอเอามา 4 มัด เลยแจกให้เหมียว เพื่อนบ้านไป 1 มัดใหญ่ เพราะเหมียวก็ชอบทานสะตอ 
       วันที่ 25 กรกฎาคม  วันนี้ มีงานพบปะสังสรรค์ของรุ่นปี 24 ฉันได้ไปร่วมงานนี้ด้วย โดยชลอขับรถรับอัง แล้วมารับฉัน แล้วไปอยุธยารับทิพย์อีกคน เจ้าภาพงานเลี้ยงครั้งนี้ คือ สอางค์ ซึ่งบ้านเขาเลี้ยงบ่อปลา บ่อกุ้ง (มาทราบภายหลังว่า สอางค์เลี้ยงวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า น่าจะ 2-3 วันนะ เพื่อน ๆ ที่มาวันนี้ ประมาณน่าจะเกือบ 20 คน ได้นะ กุ้ง (สอางค์) เตรียมของกินเยอะมาก หอยแมงภู่ ปูม้านึ่ง  กุ้งนึ่ง ทอดมัน  ว่าว ซื้อเป็ดมาแจมด้วย มีการดื่มเหล้าด้วย มีคาราโอเกะ ให้ร้องเพลง รองสุวิทย์ ชอบร้องเพลง  ร้องโชว์หลายเพลงทีเดียว  ขากลับ กุ้ง ยังแจก กุ้งสด น่าจะคนละเกือบโลมั้ง กลับบ้านไปด้วย พร้อมถ้วยแก้วมีฝาปิด  ส่วนอังทำขนมเค้กช็อกโกแลตมาแจกคนละกล่องเล็ก ๆ ทำเองกับลูกสาวด้วย ส่วนทิพย์ฝากผ้าพันคอฉัน 1 ผืน ใส่กระเป๋ามาอย่างสวยงาม งานเลี้ยงสนุกสนาน คุยกันไป กินกันไป มาดูบรรยากาศของงาน ค่ะ 




     วันที่ 29 กรกฎาคม  
     วันนี้อุ้ยจะพาแม่ไปทานข้าวนอกบ้านเลยมาชวนฉันไปด้วย เนื่องจากเราไม่มีรถ ไปกินที่ไกล ๆ ไม่ไหว เลยกินใกล้บ้านเรานั่นแหละ ก็คือ ร้านมายช้อยส์ ร้านประจำ นั่นเอง 

  เดือนสิงหาคม  เดือนที่ 8 ของปีแล้ว นะ เดือนนี้ เป็นเดือนเกิดของฉัน ทุกปี รวงจะเป็นผู้ชวนเพื่อนห้องเขามาพาฉันไปทานข้าวกัน แต่ปีนี้  เขาชวนก๊อง  ก๊องบอกไม่ว่าง เลยไม่ได้ไปทานข้าวเหมือนทุกปีตามที่เคยไปกัน ก็เป็นธรรมดาของนักธุรกิจ งานของเขาย่อมสำคัญกว่าเป็นไหน ๆ เนอะ 
      วันที่ 2 สิงหาคม  วันนี้เป็นวันที่ จันทร์เพ็ญ ลูกศืษย์รุ่นปี 27 ซึ่งเจอกันในเฟสเมื่อไม่นานมานี้เอง บอกว่า อยากเจอหน้าฉันและมารับไปทานข้าวกันสักมื้อ เพราะตั้งแต่จบ ม.6 แล้ว หลายสิบปี ไม่เคยเจอหน้ากันเลย อิอิ  ได้เห็นแต่ในเฟส ฉันก็ตอบตกลง  วันนี้ เขามาพร้อมกับศิษย์เขย ขับรถพามาที่ซีคอน พวกเรามากินกันที่ร้าน บานาน่าลีฟ ซึ่งเป็นร้านที่แอนเคยพามากิน อาหารก็ใช้ได้ สั่งอาหารหลายอย่าง โปรดดูตามรูป อิอิ กินไปคุยไป ถามสารทุกข์สุกดิบกัน พักใหญ่ ลูกสาวของเพ็ญซึ่งมาเรียนพิเศษแถว ๆ นี้ ก็มาสมทบอีกคน  ทานเสร็จแล้ว ก็เดินเที่ยวสักพัก ไปเจอคัพเค้ก ลดราคาอยู่ ขายเป็นชุด เพ็ญซื้อไว้สองชุด อีกชุดหนึ่งมอบให้ฉัน ซึ่งฉันบอกว่า ไม่ต้องแล้ว มากินแค่นี้ก็พอแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอม ให้ฉันรับจนได้ จากนั้น ก็พาฉันมาส่งที่บ้าน ฉันต้องขอบใจเขามากที่จากไปนานแต่ก็ยังจำครูของเขาได้อิอิ



     วันที่ 6 สิงหาคม  วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฉัน วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ปีนี้ วันนี้เป็นวันครบ 67 ปีเต็มของฉันแล้ว ฉันก็ไม่ทราบว่า ฉันจะยังเหลือเวลาอีกเท่าไรที่จะมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ ไม่มีใครทราบได้หรอกนะ  ได้แต่หวังว่า เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ เราก็ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ให้ดีที่สุด ทำสิ่งที่ดี ถูกต้อง ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำบุญ ทำทานตามกำลังความสามารถของเราให้เต็มที่เท่านั้นเอง  
      วันนี้ วัชรีมาชวนไปกินข้าวกลางวันกัน เราตกลงไปกินสเต็กกันที่เมเจอร์ เอกมัย อิ่มอร่อยไปเป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดให้แก่ตนเอง ด้วยสเต็ก ราคาร้อยกว่าบาทเท่านั้น ห้าห้า 



       วันที่  9 สิงหาคม  วันนี้ ไปงานศพพ่อของสมเกียรติ หลวงศิษย์ตู่ก็ลงมากรุงเทพฯ ฉันเลยมีโอกาสทำบุญวันคล้ายวันเกิด เลี้ยงพระเพลด้วย  นับว่าโชคดี เพราะปรกติวันคล้ายวันเกิดก็ไม่ค่อยได้ใส่บาตรนัก พอดีหลวงศิษย์ มากรุงเทพฯเพื่องานศพพ่อสมเกียรติด้วย เลยได้เจอหลวงศิษย์ พร้อมพรรณี สุจิตรา สุรสีห์ เลยได้ลูกศิษย์มาอุดหนังสือของฉันไปได้ 3 ชุด ขากลับ  มงคลขับมอเตอร์ไซด์มาส่งฉันที่บ้าน งานศพ ก็มีญาติของผู้ตายและเพื่อนฝูงของลูก ๆ มางานพอประมาณ 

      วันที่ 14-16 สิงหาคม  ฉันตัดสินใจไปเที่ยวเขมรกับเพื่อนปราโมทย์ทัวร์  ซึ่งเรยา ชวนไปด้วย ฉันเลยไปชวนภาอีกคน ภา ก็ชวนน้องผู้ชายอีกคน เป็น สองคู่ ภาและน้องต้องมาพักที่บ้านฉันก่อนเพราะรถออกตี 5 เราต้องออกจากบ้านตีสี่กว่า เรื่องราวการเที่ยวเขมรครั้งนี้ ฉันได้เล่าไว้ในบล็อกแก๊งพันทิบ  ท่านที่สนใจสามารถอ่านได้ตามเว็บในพันทิบ ดังนี้ จ้ะ 

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=suvimol&month=10-09-2015&group=2&gblog=58

     วันที่ 16 สิงหาคม  วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของไทย เนื่องจากมีกิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ ในโครงการของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ แสดงถึงพลังแห่งความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ค่ะ 

      วันที่ 17 สิงหาคม   วันนี้ เป็นอีกวันที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ อันน่ากลัว สยดสยอง เมื่อเวลาประมาณทุ่มเศษ ๆ เกิดการก่อการร้าย  วางระเบิดที่ราชดำริ ตรงท้าวมหาพรหม ทำให้คนตายไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระพรหม บางครอบครัวมา 6-7 คน เสียชีวิตไปเหลือ 2 คน เป็นที่น่าสงสารเวทนายิ่งนัก คนที่วางระเบิด  ช่างใจดำอำมหิตจริง ๆ เห็นชีวิตคนอื่นไม่มีความหมายกันเลย ไม่คิดหรือว่า ถ้าครอบครัวของตัวเองโดนบ้างจะรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง เฮ้อ! มนุษย์เราโหดร้ายมากขึ้นทุกวัน จริง ๆ 
       วันที่ 28 สิงหาคม  
       วันนี้ เป็นวันสาร์ทจีน ฉันก็ทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ ไหว้พ่อแม่ของฉันตามประเพณีที่แม่เคยทำในสมัยแม่ยังมีชีวืตอยู่ โดยมีน้องสะใภ้ทำอาหารมาไหว้เหมือนเดิม 
       วันที่ 29 สิงหาคม  วันนี้ วุฒิแวะมารับฉัน เพื่อไปโรงพยาบาลศิริราชเยี่ยม เจ้าเถื่อน (ปกรณ์) ซึ่งผ่าตัด ตัดชิ้นเนื้อร้ายที่ใกล้ ๆ สมอง มีการเปิดกะโหลกศีรษะด้วย เฮ้อ! โดนผ่ามาหลายรอบ เขาเป็นเนื้อร้ายที่ดวงตา และคงลามไปถึงแถว ๆ สมองด้วย  ไปถึง เจ้าศุภชัยไปก่อนเราแล้ว ถามทางกันไป ให้ศุภชัยซื้อกระเช้าผลไม้ไป ฉันก็ช่วยแชร์ด้วย 200 บาท ศุภชัยจะไม่ยอมรับ บอกว่า ไม่ต้องช่วยหรอก แต่ฉันก็ไม่ยอม เขาเลยต้องรับ  
      หน้าตาเจ้าเถื่อน ก็ดูแจ่มใส มีอารมณ์ขัน แหย่เพื่อนได้อยู่ อยู่ได้ 4-5 วันแล้วมั้ง บอกว่า ตอนนี้ค่ารักษาปาเข้าไป จะสี่แสนแล้วมั้ง นี่ขนาด ร.พ.รัฐบาลน่ะ ยังราคาสูงขนาดนี้เลย คนยากคนจน ถ้าเป็นโรคพวกนี้  โอกาสรอดคงยาก เพราะไม่มีเงินค่ารักษา เฮ้อ! นั่ง
คุยเฮฮากันไปน่าจะสัก ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ก็ลากลับเพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อนและฉันกับวุฒิและแฟนวุฒิ ก็แวะหาข้าวกินก่อน เพราะเลยเที่ยวมานานเข้าบ่ายโมงแล้ว 

      เดือนกันยายน  อีก 4 เดือน ก็จะผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่งแล้ว เร็วจังเนอะ  
      วันที่ 1 กันยายน  ฉันกับพี่สุจิตรา นัดกันไปรับเงิน มาตรา 40 คืนจากประกันสังคม ซึ่งเราเพิ่งไปสมัครเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ โครงการนี้ล้มเสียแล้ว รัฐบาลเปลี่ยนระเบียบใหม่ พวกเราผู้สูงอายุเลยไปรับเงินคืนพร้อมเงินต้นเป็นสองเท่าของเงินที่ฝากไป ได้มาน่าจะสี่พันบาทมั้ง ก็ดีเหมือนกัน อยู่ ๆ ก็ได้เงินมาใช้หลายพัน อิอิ 
      วันที่ 3 กันยายน ไปเป็นเพื่อนเรยา เพื่อไปรับเงินประกันสังคมคืนเช่นกัน 
      วันที่ 7 กันยายน   ชูแวะเอาเงินทำบุญผ้าป่ามาฝากฉันไปให้สมาคมฯ พร้อมอาหารมื้อเย็น คือ ปลานิล  แกงจืดมะระยัดไส้ อีก 1 ถุง มื้อเย็นเลยสบาย ไม้ต้องทำกับข้าว ห้าห้า 
       วันที่ 13 กันยายน  วันนี้สมาคมนักเรียนเก่า กำหนดทอดผ้าป่าที่วัดพุคำเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เจ้าอาวาสวัดนี้ ใจดี เงินที่ทอดผ้าป่าท่านก็คืนกลับมาเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียน  สมาคมฯก็ถวายปัจจัยให้วัดปีละ สองหมื่นบาทเท่านั้น ที่เหลือ หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ก็น่าจะเหลือประมาณ ห้าหมื่นกว่าได้ ไว้เป็นทุนของสมาคมฯต่อไป ปีหนึ่ง ๆ รายได้ของสมาคมฯ ก็มีเพียงเท่านี้ ปีนี้ เจน ลูกศิษย์ขอไปทำบุญผ้าป่าด้วย ฉันก็ดีใจที่เขาอยากไปร่วมทำบุญ รถโรงเรียนที่ไปก็ว่างอยู่หลายที่ เขาเป็นคนขยัน ไม่ต้องบอก เข้ามาช่วยงานยกโน่นยกนี่ จัดอาหาร ยกอาหาร ถวายพระ คล่องแคล่ว เป็นที่ชื่นชมของคณะกรรมการทุกคนเลย 


       วันที่ 18 กันยายน  วันนี้ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์ เมืองไทยเราได้สูญเสียนักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของเมืองไทย คือ คุณประภัสสร  เสวิกุล ซึ่งเป็นนักเขียนที่มีผลงานฝากไว้ในบรรณพิภพมากมาย ทั้งนวนิยาย สารคดี เรื่องสั้น บทความ ด้วยวัย 67 ปีเท่านั้น ขอแสดงความอาลัยรัก เคารพท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ค่ะ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติบนสรวงสวรรค์ ค่ะ 
       วันที่ 19 กันยายน  
       เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งการอำลาจากราชการสำหรับคนรับราชการที่อายุครบ 60 ปี ชมรมครูเก่าฯ ได้จัดงานเลี้ยงรับน้องใหม่วัยเกษียณเข้าชมรมฯ เป็นเช่นนี้ทุกปี จ้ะ โดยเก็บเงินสมาชิกชมรมฯที่มางานคนละ 500 บาท เป็นค่าอาหารและค่าของที่ระลึกในการรับน้องใหม่ งานวันนี้ มีสมาชิกครูเก่ามาประมาณ 50กว่าคน น้องสมาชิกใหม่ที่เกษียณในโรงเรียนเราก็มี ภัทธิรา ชฎ ธีรวรรณ แมว (วรรณี) นักการภารโรง คือ สำลี ครูที่ย้ายไปแล้วและเกษียณปีนี้ ก็ได้เชิญมาด้วย คือ อารีรัตน์ มาชมบรรยากาศของงาน ค่ะ 



     วันที่ 20 กันยายน  ตอนสาย ๆ ของวันนี้  สุรสีห์ ซึ่งฉันเพิ่งเจอเขาตอนงานศพพ่อสมเกียรติ โทรมาชวนไปหาตั้ว  (พรพรหม) ที่ชลบุรี ซึ่งตั้งแต่จบไปแล้ว ไม่เคยได้เจอหน้าเจอตากันเลย  นับเป็นเรื่องแปลกที่โลกออนไลน์ ทำให้เราได้เจอกันและกำลังจะได้เจอหน้ากัน สุรสีห์พาแฟนไปด้วย และนัดสมเกียรติแถวบางนาอีกคน รวมเป็น 4 คน  ไปโดยไม่บอกตั้วล่วงหน้าด้วยว่าจะมีใครไปด้วย 
      ไปถึงชลบุรี ปรากฏว่า ตั้วพาโอ๋ (ดนัยเทพ)และครอบครัวไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร เลยให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารนั้น ได้เห็นหน้าเขาทั้งสอง โห ตัวโต อ้วนกว่าเดิมมาก ทั้งโอ๋ ทั้งตั้ว สมัยก่อน ตั้วผอม แห้ง ๆ เดี๋ยวนี้อ้วน ตัวใหญ่กว่าเดิมมาก ส่วนโอ๋ ตอนเด็ก เขาท้วม ๆ อยู่แล้ว ตอนนี้ก็อ้วนมากขึ้นเยอะทีเดียว 
      กินข้าวกลางวันเสร็จก็ไปบ้านของตั้ว นั่งคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบกัน จนถึงช่วงเย็น ตั้วพาพวกเราไปเลี้ยงที่ร้านประจำของเขา เป็นร้านขายอาหารที่ต้องจองก่อนนะ คนเยอะมาก ตั้วเป็นคนสั่งอาหารเอง เพราะเขามาบ่อยรู้ว่าอะไรอร่อย นั่นเอง มาชมบรรยากาศกันค่ะ 
      วันที่ 29 กันยายน  ตามที่ได้เขียนไว้แต่กลางเดือนนี้ว่า เป็นเดือนของคนที่รับราชการที่อายุครบ 60 ปี วันที่ 19 ชมรมครูเก่า เลี้ยงรับน้องใหม่แล้ว ส่วนวันนี้ โรงเรียนก็มีการเลี้ยงส่งอีก ฉันได้รับเชิญจากโรงเรียนให้ไปร่วมงานด้วย  ปีนี้ ไม่ตรงกับเทศกาลกินเจ ฉันจึงไปร่วมงานด้วย  
       ไปลงสถานีไฟฟ้าเอกมัย เดินเกทเวย์หน่อยเพราะยังมีเวลาก่อนงานอยู่ ไปเจอสมศักดิ์และแฟน เขาน่ารัก เข้ามาทักทายและชวนนั่งคุย สั่งน้ำปั่นคนละแก้ว ดื่มไปคุยไปเป็นชั่วโมง ดูนาฬิกาแล้วใกล้เวลางาน เลยชวนแกไปงานของโรงเรียนด้วย งานปีนี้ จัดที่กลางสนามน่าจะประมาณ 20 กว่าโต๊ะ ผอ.ยุคนี้ ใจดี ให้ครูที่เกษียณเชิญแขกตัวเองได้ 1 โต๊ะ สมัยก่อน รวมทั้งสมัยฉันด้วย ฉันต้องซื้อ 1 โต๊ะ เพื่อลูกศิษย์ที่สนิทมางานฉันจะได้มีที่นั่ง  บรรยากาศก็เหมือน ๆ กันทุกปี มีการแห่ใบศรีสู่ขวัญ มีการแสดงของนักเรียน ของครู เป็นต้น มาชมบรรยากาศของงานที่ฉันรวบรวมมาฝาก ค่ะ 






       เดือนตุลาคม  เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งการกินเจ ของชนชาวจีน ปีนี้ การกินเจ ล่าช้ากว่าปีที่แล้ว ดูเหมือนเพราะมีเดือนแปดสองครั้งมั้ง ฉันก็จำไม่ค่อยได้ ทุกปี ถ้าไม่ติดไปเที่ยวต่างประเทศ ฉันก็จะกินเจจนครบเทศกาล  ปีนี้ เริ่มกินกันวันที่ 13-22 ตุลา แต่ถ้าบางคนเคร่งมากหน่อยมีการกินล้างท้องก่อน หนึ่งหรือสองวันด้วย แต่ฉันไม่เคร่งมากขนาดนั้น เลยกินเจตามกำหนดของวันที่เขาให้กินกัน  
       การกินเจสมัยนี้ ก็ไม่ลำบากอะไรมาก เพราะมีอาหารเจขายกันทุกหนแห่ง หาซื้อง่ายดี จ้ะ 
       วันที่ 25 ตุลาคม  วันนี้ เป็นวันที่น่าดีใจอีกวันหนึ่ง เพราะลูกศิษย์ห้อง 9 ชุติมา ซึ่งฉันเคยสอนเขาเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เขาไปอยู่ญี่ปุ่น แต่งงานกับชาวญี่ปุ่น และกลับมาเยี่ยมเมืองไทย ก็ยังระลึกถึงฉัน ได้แวะมาเยี่ยมฉัน โดยมีเพื่อน ๆ เขามาส่งเขาที่บ้านฉัน ปิยบุตร์ เพื่อนเขาก็อยากเจอ เลยมาบ้านฉันด้วย คุยกันสนุกสนาน ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ถึงได้รู้ว่า สามีของชุ เขาเสียแล้ว แุถมไม่มีลูกด้วย โชคดี ตรงที่ญาติฝ่ายสามี ดีกับเธอมาก ตามที่ชุเล่า 
      ชุ ซื้อดอกไม้ ดอกลิลลี่ กุหลาบ ช่อใหญ่มาไหว้ครูด้วย แถมหมูแผ่นมาอีก 1 กล่องใหญ่ เราคุยกันถึง ตี 1 เขายังอุดหนุนหนังสือฉันไปอีก 1 ชุด (ให้ 1000 บาท โดยไม่ให้ทอน) ส่วนปิยบุตร์ก็อุดหนุนไป 1 ชุด เช่นกัน ขากลับ ปิยบุตร์ไปส่งชุที่โรงแรมที่พัก    แถวอิมโพเลี่ยม  มาชมบรรยากาศครูกับศิษย์เจอกันค่ะ 

     วันที่ 28 ตุลาคม  วันนี้แก้วมารับกรมธรรม์อุบัติเหตุของพ่อเขา เลยซื้อผลไม้หลายถุงมาฝากด้วย เช่นแตงโม มะม่วง  นั่งคุยกันได้สักพัก เขาก็ต้องรีบไปทำงานต่อ พอดีฝนตก  เลยให้ร่มใหม่ ๆ ให้เขาไป 1 คัน ได้เอาไปใช้กางร่มไปโรงเรียนสอนหนังสือเด็กเล็กด้วย 

     วันที่ 30 ตุลาคม  วันนี้ อุ้ยมารับฉันไปทำบัตรประชาชนที่หมดอายุ แม่ของอุ้ยก็มาทำด้วย ของฉันเลยเวลาไปตั้งแต่สิงหา เลยโดนปรับไป 50 บาท วันนี้ อุ้ยซื้อก๋วยจั้บ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำมาฝากอย่างละ 1 ถุง 
      ช่วงบ่าย หนิง (พรรณี)ห้องเดียวกับ เจน ชุ ห้อง 9 แวะมาหาฉันที่บ้าน หาบ้านฉันถูกด้วย หอบของกินมาให้เยอะแยะ ซาลาเปา บะหมี่หมูแดงอีก สองห่อ ดูรูปเองนะจ๊ะ วันนี้ หนิงมาฝากบัตรกำนัลโลตัส สองใบ ใบละ 500 บาท เพื่อฝากให้เจน เพื่อนำไปงานจับไข่ในงาน ราตรีคืนสู่เหย้า  หนิง ยังให้ฉันไว้อีก 2 ใบ เพื่อไปใช้ซื้อของใช้ในโลตัส  หนิงบอกว่า เขาได้มาหลายเล่ม เพราะซื้อของวัสดุต่าง ๆ เข้าร้านขายของของเขาได้ตามเป้า เขามักจะนำไปแจกลูกค้าอีกที  คราวนี้ ฉันเลยได้รับแจกมาด้วย 2 ใบ 1000  บาท มาดูรูปของฉันที่เซลฟี่กับหนิง จ้ะ อิอิ 


      วันที่ 31 ตุลาคม  วันนี้ กรรมการสมาคมฯ นัดไปชิมอาหารร้านยุทธนา ซึ่งเราจะให้ร้านนี้มาทำอาหารในงาน ราตรีคืนสู่เหย้า ร้านอยู่ที่นครปฐม เจ้าของร้านต้องออกมารับเข้าบ้านเขา เพราะอยู่ในซอยลึก วันนี้สุเทพต้องเอารถของเขาไปเอง เพราะ ผอ.ไม่ได้ไปด้วย เลยไม่ได้รถโรงเรียนไป ไปกัน ไม่กี่คน มีพี่รัชนี พี่จิรภรณ์ ดารณี ธวัชชัย พริษฐ์ไปขึ้นกลางทางตามนัดหมาย  ส่วนคุณเดือนเพ็ญป่วยเป็นไข้เลือดออกไปไม่ได้เสียแล้ว มีพี่จินตนา ด้วย อาหารที่ทำมาให้ทานตามรายการที่เราเลือก รสชาติก็โอเค เข้าของร้านคุณยุทธนา ก็ให้การต้อนนรับขับสู่เป็นอย่างดี  ขากลับ กลัวพวกเรากลับไม่ถูก ออกมาส่งปากทางถนนใหญ่ 
        เราแวะไหว้องค์เจดีย์นครปฐม จะมีการหล่อพระด้วย เลยได้ทำบุญหล่อพระด้วย ทำเผื่อเยาว์ด้วย 
        จากนั้น ก็กลับกรุงเทพฯ และแวะไปที่โรงพยาบาลรามคำแหงเพื่อเยี่ยมพี่เดือนเพ็ญ 
        กว่าจะถึงบ้าน ก็สามทุ่มกว่าแล้ว วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันเลย 



       จบ ทวาทศมาสประจำปี 58 ตอนที่ 1 โปรดติดตามตอนที่ 2 ต่อไป ค่ะ 




Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 16 มีนาคม 2559 14:18:07 น.
Counter : 397 Pageviews.

23 comments
  
กรี๊ดดด อาจารย์สุ เขียนบล็อกใหม่ เล่าเรื่องของปี 58 ทั้งปีเลยอ่า

เอ่อ อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะครับ

งั้น อ.เต๊ะ ขอตั้งสติ รวบรวมพลังกาย กำลังใจ อ่านซัก 3-4เดือน
วันละบรรทัด 2 บรรทัดนะครับ อิอิ

เดี๋ยวมาใหม่นะครับ แฮ่ๆ แง๊ๆๆๆ 5555

โดย: multiple วันที่: 17 มีนาคม 2559 เวลา:14:48:38 น.
  
อาจารย์ต้องไปตั้งหมวดปกิณกะเป็นหน้าแรกก่อนครับ (เข้าตรง "จัดการ Group Blog") ไม่งั้นเพื่อนๆกดเข้ามาจะยังขึ้นบล็อกสิบสองปันนาอยู่

แวะเข้ามาบอกก่อน เดี๋ยวดึกๆเข้ามาอ่านอีกทีครับ
โดย: ชีริว วันที่: 17 มีนาคม 2559 เวลา:18:31:04 น.
  
อ.เต๊ะ อ่านจบแล้วนะครับ หูยๆๆ ดีใจมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่อ่านจบ 555

เรื่องราวแยะขนาดนี้ นี่ อาจารย์สุ อัพบล้อกแค่ปีละครั้งก้พอนะครับ

นึกว่าสงสาร อ.เต๊ะ เถอะนะครับ อิอิ

อ่านดูแล้ว แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเรียบๆ แต่ก้อ่านได้เพลินๆ
โดย อ.เต๊ะ ไม่หลับน้ำลายยืด ถือว่า เยี่ยมแล้วละครับ แฮ่ๆ

ดูไปแล้ว อ.เต๊ะ คิดว่า อาจารย์สุ น่าจะเป็นครูที่ใจดี มีเมตตากับนักเรียน
แม้นักเรียน จะเรียนจบแกย้ายกันไปทำงาน มีครอบครัว
ก็ยังระลึกถึงพระคุณครู มาเยี่ยมเยียน เอาของมาฝาก พาไปเลี้ยงข้าวอยู่เสมอๆ

ทำให้ อาจารย์สุ สามารถขายประกัน มีรายได้อีกทางด้วย เย้ย 555

หมายเหตุ อ.เต๊ะ ทำประกันไว้หลายบริษัทแล้วนะครับ ไม่สามารถ
จะส่งได้อีก แม้แต่บาทเดียว อิอิ

อาจารย์สุบอก เออข้ารู้ แต่ข้าว่า ช่วงนี้เอ็งจะมีเคราะห์ มีอุบัติเหตุ
เพราะโดนครูตบ เอ็งน่าจะซื้อเพิ่มนะ จะเอามั้ยเอา 555

แล้วก็ ช่วงปิดเทอม สำหรับคนเป็นครูนี่ มันช่างเหมือนเวลาสวรรค์
จริงๆเลยนะครับ จะทำอะไร จะไปเที่ยว ก้ดีงามไปหมด

ตอนนี้ อ.เต๊ะ เปิดเทอมแล้ว เหมือนอยู่ในนรก ยังไงไม่รู้อะครับ 555

ส่วนเรื่องไปเที่ยวนี่ อ.เต๊ะ ก้คิดไว้ว่า หลังเกษียณนี่ จะเที่ยวให้ชุ่มปอด ชุ่มตับไปเลย แต่กว่าจะถึงตอนนั้นนี่ ไม่รู้จะยังขยับตัว ไหวมั้ยนะครับ แฮ่ๆ

เดี๋ยวให้ อาจารย์สุ สำรวจเส้นทางให้ก่อน เดี๋ยว อ.เต๊ะ จะตามลายแทงไปด้วยนะครับ แล้วก็ ถ้าเป็นไปได้ อ.เต๊ะ ว่าเพิ่มขนาดภาพให้ใหญ่ขึ้นซักนิด ก้น่าจะดีนะครับ

ปล. ตอน2 นี่ อาจารย์สุ ไม่ต้องรีบนะครับ อัพบล้อกเราอย่าไปวู่วาม
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม นะครับ เชื่อ อ.เต๊ะ นะครับ

อ.เต๊ะ ยังอัพบล็อกปีละแค่ 4 ครั้งเอง เพื่อนๆก็สบายใจ ไม่ต้องมาเม้นท์กันมากมายนะครับอิอิ

อาจารย์สุ บอก เอ็งนี่มันเข็นไม่ขึ้นจริงๆ ถ้าเอ็งเป็นลุกศิษย์ข้าละก็
อย่างเบาะๆ เอ็งต้องโดนให้ไปเขียนบล้อกมาส่งพรุ่งนี้ 100เรื่อง
ไม่งั้นเอ็งโดนข้าหวดด้วยเหล็กแป๊บ เย้ย ไม้เรียวแน่ 555





บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: multiple วันที่: 17 มีนาคม 2559 เวลา:19:16:13 น.
  
ทักทายอีกรอบค่ะอาจารย์


ใช่ค่ะ อย่างที่คุณชีริวบอก อาจารย์ต้องตั้งหน้านี้เป็นหน้าหลักก่อน ไม่งั้นใครกดเข้ามาก็จะไปโผล่ที่บล็อกสิบสองปันนาทุกครั้ง


นี่บังเอิญนะคะ ป้าไปเจอที่บล็อกป้าเก๋า อาจารย์ลงไว้ว่าอัพบล็อกทวาทศมาสแล้ว เลยกดเข้ามาดู ก็ไปโผล่ที่บล็อกสิบสองปันนาโน่นเลย ป้าก็กดหาว่าอยู่ที่กรุ๊ปบล็อกไหนแน่ เลยเจอว่าอยู่ที่กรุ๊ปบล็อก ...ปกิณกะนี่เอง


วันนี้หมดตัวแล้ว พรุ่งนี้จะมาใหม่ค่ะ
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 17 มีนาคม 2559 เวลา:21:10:09 น.
  
ถ้าเขียนเป็นเดือนๆมีโอกาสได้ Best Diary นะครับอาจารย์ หลายๆคนชอบอ่านเรื่องราวของผู้สั่งสมประสบการณ์
อยากรู้เหมือนกันว่าค่าเช่าที่ ctw ต่อเดือนมันแพงขนาดไหน ร้าน Oh!Anime ร้านการ์ตูนโปรดของผมเพิ่งจะปิดไปเมื่อเดือนที่แล้วเพราะสู้ค่าที่ไม่ไหว แต่อย่างจตุจักรก็เห็นว่าเดือนเป็นแสนเลยนะครับ
ชอบงานไหว้ครู ถึงจะเกษียณไปแล้วแต่ก็ยังเป็นที่เคารพรักของนักเรียนอยู่ เห็นเด็กๆที่เคยสอนเติบโตได้ดิบได้ดีแล้วเราก็ปลื้มใจนะครับ
หลายๆคนไม่นับถือศาสนา แต่อาจารย์นับถือทุกศาสนา! เยี่ยมจริงๆ เข้าทั้งวัดทั้งโบสถ์ทั้งมัสยิด และวิหารเทพฮินดูเลยครับ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ หลายๆวัดทำเสื่อมไม่ว่าจะธรรมกายที่เป็นที่วิจารณ์กว้างขวาง วัดพุทธพาณิชย์อีกหลายๆแห่งที่ปากว่าตาขยิบ พระซื้อรถหรู เครื่องบินส่วนตัว วัดทำลายโฐราณสถาน ฯลฯ แต่ศาสนาพุทธที่แท้จริงก็ยังคงเหมือนเดิมอยู่
ข่าวการถอดถอนยิ่งลักษณ์ (ด้วยสาเหตุเพิกเฉยให้เกิดการทุจริต) ฟังแล้วก็ตลกนะครับ เพราะไม่ได้เป็นนายกอยู่แล้ว ส่วนความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่เสื่อมถอยลงทุกขณะเราคงโทษเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ ต้องมองภาพกว้างกว่านั้น แต่ที่แน่นอนก็คือตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา global competitiveness index ของไทยตกลงมาโดยตลอด เรียกว่ากู้ชาติกันจนได้ดีครับ


จบเดือน ม.ค. อูย....ยาวม้ากมาก เดี๋ยวค่อยเข้ามาอ่านของเดือน ก.พ. ต่อ ขอคอมเมนท์แบบผ่อนจ่ายนะครับ จะได้เข้ามาเม้นท์ได้หลายๆที อิอิ
โดย: ชีริว วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:10:21:41 น.
  
ว๊าววววววววววววววววว
เข้ามาบล็อกอาจารย์ทีไรเป็นสายว่าว
เป็นไดอารี่ยาวครบเดือน
สุดยอดค่ะ
ปล.อุ้มก็คิดเหมือนน้องชีริว 555
โดย: อุ้มสี วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:10:46:33 น.
  
สวัสดีครับ อาจารย์สุ
เข้ามาเผื่อจะได้ชมรีวิวบล็อกแก๊ง คงต้องรอตอน 2
มีรับน้องใหม่วัยเกษียณด้วย
เป็นไดอารี่+ภาพที่ละเอียดมากครับ
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:12:39:47 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โอ้โห...อาจารย์อัพบล็อกนึง
เนื้อหาเยอะเลยครับ

ผมนั่งอ่าน นั่งดูภาพ
แอบเดาว่าอาจารย์ต้องเป็นคนที่เขียนบันทึกแน่ๆเลยครับ
เพราะจำรายละเอียดต่างๆได้หมดเลย

ทั้งคนที่แวะมาหา หรือ ออกไปทานข้าวที่ไหนกับใคร
มีกิจกรรมอะไร

แอบยิ้มเม้นท์ของอาจารย์เต๊ะด้วยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:13:04:24 น.
  
เก่งมากค่ะอาจารย์ ในที่สุดก็ตั้งเป็นหน้าหลักได้ซิน่า


เห็นด้วยกับความเห็นของข้างบนที่ว่าถ้าอาจารย์ตัดซอยเนื้อหาแล้วนำมาลงเป็นหลายๆตอน โอกาสที่อาจารย์จะได้ Best Diary มีทางเป็นไปได้สูงทีเดียว เพราะอาจารย์จะได้โหวตจากทุกๆตอน อีกอย่างแม้มีเพียงเรื่องเดียวอาจารย์ก็จะเล่นได้นาน ช่วยให้ไม่ต้องเหนื่อยกับการหาข้อมูลใหม่มากเกินไป


ป้าขอใช้วิธีเดียวกับข้างบน คืออ่านแบบผ่อนส่ง เพื่อจะได้เข้ามาทักทายกันบ่อยๆค่ะ


วันนี้โหวต Diarist เลยนะคะ



อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:16:42:01 น.
  
พบกันที่งานบล็อกแก๊งค่ะ
ตามมาสวัสดีที่นี่บ้าง

บล็อกยาวมากนะคะ อ่านได้เพียงเล็กน้อย
สายตาไม่ค่อยอำนวยแล้ว ไว้มาอ่านต่อค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:21:05:50 น.
  
ยาวจังอ่านไม่ายหวาย ขอสลบแพล๊บ
โหวตก่อน


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ป้าเก๋า (ชมพร ) วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:21:40:55 น.
  
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

พอดีผมเองก็เขียนบันทึก
แต่เป็นบันทึกความรู้สึกในรูปแบบกวีมากกว่าครับ
ผมเขียนแยกเป็นเรื่องๆไปเลย
เขียนพร้อมกันหลายเล่มครับ

พอเขียนเสร็จก็นำมาพิมพ์ลงบล้อกไปเรื่อยๆ

ถ้าเขียนทีเดียวยาวๆ
บางครั้งจะติดปัญหาเรื่องการบังคับจำนวนคำในบล้อกด้วยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มีนาคม 2559 เวลา:21:42:42 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มีนาคม 2559 เวลา:6:42:52 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ความเปลี่ยนแปลง
เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผมจริงๆครับ
อย่างน้อยก็สามครั้ง
ที่เปลี่ยนชีวิตของผมไปเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มีนาคม 2559 เวลา:12:33:07 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปโหวตค่ะ
โดย: ชมพร วันที่: 19 มีนาคม 2559 เวลา:12:51:59 น.
  
มาอ่านต่อครับ ลูกศิษย์ยังคงไปมาหาสู่ตลอดปี เป็นอาจารย์ที่รักจริงๆนะครับนี่ มีกระทั่งบางคนเจริญรอยเป็นครูตามด้วย T^T
ของขวัญจากเมืองจีนอย่างอลังการเลย จะเอาไปตั้งไว้ตรงไหนล่ะนี่?
วัดเล่งเน่ยยี่คนจีนนิยมไปกันมาก แต่ผมยังไม่เคยไปเลยครับ แต่อยู่อยุธยา วัดอีกแห่งที่คนจีนไปกันเยอะๆก็วัดพนัญเชิง
ตอนไปเยี่ยมพ่อแม่ถึงเราจะยังไม่ทันทำให้ท่านได้สุขสบาย แต่เราอยู่อย่างสุขสบายเพราะเส้นทางที่ท่านปูให้ พวกท่านก็คงหลับอย่างสงบสุขนะครับ หน้าที่ของเราก็คือส่งต่อความตั้งใจทำเพื่อลูกหลานให้รุ่นต่อไป
เค้กบ้านสวนนี้มีต้นกำเนิดจากร้านข้าวแกงบ้านสวนที่วังน้อย ใกล้ที่ทำงานผมเลยครับ ตอนนี้ขายอยู่หลายปั๊มเลย ของเขาอร่อยจริง
ร้านหัวปลาช่องนนทรีผมยังไม่เคยกินหัวปลาต้มเผือก แต่ชอบหัวปลาหม้อไฟต้มยำของเขานะครับ ใส่กระหล่ำปลีอร่อยดี เมนูอื่นๆอย่างหอยเชลล์เผาหรือปูผัดผงกะหรี่เขาก็ทำอร่อย
เสียดายสาขาที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ (ติดบ้านเก่าผมที่กรุงเทพ) ปิดไปตั้งแต่น้ำท่วมปี 54 เดี๋ยวนี้ต้องหากินตามห้าง เป็นหัวปลาจูเนียร์ครับ

เดี๋ยวมาอ่านเดือนเมษาต่อครับ อ้อ บล็อกนี้ยังไม่ได้โหวต...



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
Max Bulliboo Literature Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ชีริว วันที่: 22 มีนาคม 2559 เวลา:23:08:21 น.
  
มาอ่านเดือนเมษาต่อครับ (ชีริวจะอ่านบล็อกนี้จบ หรืออาจารย์จะอัพตอนสองก่อน ขอได้โปรดติดตามกันต่อไป...)
ถึงจะผ่านมา 40 ปี แต่ก็ยังจำวันเกิดของเขาคนนั้นได้แม่นยำนะครับ (ส่วนผมจำได้แค่ว่า 1 เมษาคือ April Fool Day) อะไรที่มันฝังใจไปแล้วถึงอยากจะลืมก็ยากที่จะลืมนะครับ

หัวมันเติบโตในที่แห้งแล้งเก่งนะครับ เป็นพืชสามัญประจำโลกมนุษย์ที่เรากินกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ขนาดอยู่ในตู้เย็นมันยังงอกได้เลย!
และเทศกาลที่สำคัญที่สุดในเดือนเมษา ...สงกรานต์!! พวกผมก็รอแค่ว่ามันคือวันหยุดยาว แต่หลายๆคนเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ครอบครัวจะได้มารวมตัวกันพร้อมหน้านะครับ เหมือนเทศกาลขอบคุณพระเจ้าของฝรั่งเลย
13-14 เที่ยวทะเลเสร็จ 15 เที่ยวราชบุรีต่อ สุดยอด! และอาจารย์ก็ยังแข็งแรงนะครับ เดินขึ้นถ้ำได้สบายๆ ช่วงที่ยังมีแรงต้องรีบเที่ยวรีบเห็นอะไรๆไว้ให้เยอะๆที่สุด ส่วนลาบหมูนี่รสชาติคงสะเทือนใจมากนะครับ จำได้ข้ามปีจนมาเขียนบันทึกในอีกปีถัดมาก็ยังไม่ลืม

25 เม.ย. งานบล็อกแก๊งปีที่แล้ว ผมลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามันจัดเดือนเมษา ปีที่แล้วร้อนจริงๆนั่นแหละครับ แถมต้องวิ่งตามสถานีรถไฟฟ้าอีก วันนั้นคุยกับอาจารย์จำได้ว่า อ.บอกว่าอีก 4 วันจะบินไปอเมริกาใต้ต่อ (ซึ่งทริปอลังการนั้นก็ได้ชมไปจนครบแล้ว อยากไปอาร์เจนติน่าขึ้นมาเลยครับ)

เดี๋ยวมาอ่านของมิถุนาต่อครับ

ว่าแต่อาจารย์เขียนหนังสือด้วยเหรอครับ มาแนะนำหน้าบล็อกกันหน่อย ^^
โดย: ชีริว วันที่: 25 มีนาคม 2559 เวลา:23:42:55 น.
  
วิวพระอาทิตย์อัศดงไม่ว่าที่ไหนก็สวยงามนะครับ แม้ว่าจะเป็นที่ลานจอดรถโลตัสก็ตาม 555 วันนี้มาอ่านของเดือน มิ.ย.-ส.ค. ครับผม
ทะเลเมืองเพชรผมชอบหาดเจ้าสำราญมากเลยครับ ซากสัตว์ทะเลขึ้นมาเกยฝั่งเยอะมาก ดูแล้วเพลิดเพลินใจ ส่วนปึกเตียนเด่นตรงมีผีเสื้อสมุทรที่ปั้นสวยกว่าที่ระยองเยอะ
ขอแสดงความเสียใจกับลูกศิษย์ที่เสียชีวิตด้วยครับ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่เต็มภาคภูมินะครับ
งานเลี้ยงรุ่นไปบ้านเพื่อนได้กุ้งแจกกลับไปคนละตัว โอ้ววววว แนะนำเพื่อนคนนี้ให้รู้จักด้วยครับ 555 ผมไปเยี่ยมบ้านพี่ที่ระยองได้ทุเรียนกลับบ่อยๆเหมือนกัน
แต่ร้านมายช้อยส์นี่อาจารย์ไปบ่อยนะครับเนี่ย เป็นร้านอาหารไม่ได้อยู่ในห้างใช่ไหมครับ? ส่วนบานาน่าลีฟนี่น้องเคยไปกินมา (ไม่แน่ใจว่าที่เดอะเซอร์เคิลหรือเอเชียทีค) น้องมันบ่นว่าแพงม้ากกก!!
อาจารย์ 67 แล้วแต่ยังแข็งแรงอยู่เลยครับ ยังไม่ถึงวัยต้องห่วงว่าจะอยู่ได้อีกกี่ปีหรอกครับ คุณยายผมอายุมาก ขาก็ไม่ค่อยดี ผมทำใจว่าอีกไม่กี่ปีอาจต้องเสียคุณยาย แต่จากวันที่กังวลนั้นผ่านมาสิบกว่าปีคุณยายก็ยังอยู่สบายดีครับ ปีนี้ 89 แล้ว อายุรุ่นคุณแม่ของ อ.สุวิมลเลยนะ อิอิ
จากบล็อกนู้นงานปั่นเพื่อพ่ออาจารย์ไปร่วมมาแล้ว บล็อกนี้ก็ปั่นเพื่อนแม่ด้วย ไปครบทั้งสองงานเลยนะครับเนี่ย แต่ 1 วันต่อมา มีระเบิดที่ท้าวมหาพรหม ช่างอุกอาจมาก

คราวหน้ามาอ่านของเดือนกันยาต่อครับ
โดย: ชีริว วันที่: 5 เมษายน 2559 เวลา:0:13:59 น.
  
กันยายนเป็นเดือนแห่งเทศกาลเกษียณครับ ร้านอาหารไม่เคยว่างเลย จัดเลี้ยงเกษียณกันรัวๆ โรงเรียนนี้ดีจังครับ ให้คนเกษียณเชิญแขกของตัวเองได้โต๊ะนึง พาเพื่อนสนิทมิตรสหายมาร่วมบรรยากาศครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตช่วงปลายด้วย
ส่วนตุลานี่เป็นเดือนแห่งปิดเทอม อิอิ .....เมื่อนานมาแล้วอะนะ ผมไม่มีปิดเทอมมาเป็นสิบปีแล้วครับ T^T ส่วนกินเจก็ไม่ได้กิน


เที่ยวตากให้สนุกนะครับอาจารย์
โดย: ชีริว วันที่: 5 เมษายน 2559 เวลา:23:28:22 น.
  
สวัสดีครับ อาจารย์ ผมเอง พรชัย จบ 2524

เมื่อตอน หกโมงกว่าๆ ชลอ โทรฯ มา

ผมก็เลยลองเซริชดู ได้มาเจอบล็อกนี้

ดีใจมากๆๆๆๆ ครับ

ขอให้อาจารย์แข็งแรง สุขภาพดี ตลอดไป
โดย: เรย์แบน IP: 1.10.217.127 วันที่: 12 กรกฎาคม 2559 เวลา:20:20:53 น.
  
สวัสดี พรชัย

ดีใจที่เข้ามาอ่านบล็อกของครูและดีใจที่เธอยังจำครูได้ นะจ๊ะ เกษียณแล้วก็หากิจกรรมทำแก้โรคความจำเสื่อม อิอิ
เธออยู่ห้องเดียวกับ ชลอเหรอ 23 นี้ เขาจัดงานสังสรรค์ที่บ้านกุ้ง ไปด้วยกันนะ ชลอ ก็ไปด้วย เขาจะมารับครู จ้ะ ครูตอบในนี้ เธอจะได้อ่านไหม เนี่ย ไปคุยกันที่ลายน์ ครู ดีกว่านะ ห้าห้า ไอดี ครู
suvimolmanas

โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 12 กรกฎาคม 2559 เวลา:23:43:17 น.
  
ต้องขอโทษด้วยนะครับ อาจารย์

วันที่ 23 นี้ ผมไปไม่ได้คร๊าบ

เพราะว่า

1 ผมต้องไปเป็นผู้ปกครองให้พี่สาวผม ซึ่งแกต้องไปเข้าคอร์ส

ฝึกจิต เพราะแกมีอาการจิตเวช ทุกวันเสาร์ที่สามของเดือน ตลอดปีนี้

2 ผมมีปัญหานั่งรถนานๆไม่ได้ ร่างกายซีกขวาจะชา คล้ายๆเป็น

อัมพฤกษ์ เวลานั่งรถเดินทางไปไหนมาไหน ผมต้องพักตัวเป็นระยะๆ

ในกรณีที่ต้องไปหาบ้านคนซึ่งไม่รู้จักที่ทาง ผมจะคาดการณ์เวลาไม่ได้

อาจทำให้เสียนัดได้ (แบบว่า กว่าจะไปถึงงานก็เลิกแล้ว)

3 ผมเคยทำธุรกิจสีเทาๆ ระหว่างประเทศบนอินเตอร์เน็ต (ซึ่งผมรู้สึก

เสียใจอยู่ประจำ แต่ตอนนั้นผมจำเป็นต้องหาเงิน)

เป็นผลให้ตำรวจสากลเพ่งเล็งผมอยู่

ผมจึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงงานปาร์ตี้ที่มีการโพสท์ภาพบนอินเตอร์เน็ต

โดยเฉพาะการมีอยู่บนพวกโซเชียล เน็ตเวิร์ค เป็นข้อห้ามสุดๆ

ผมจึงไม่มี ไลน์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม

ต้องขออภัยด้วยนะครับ



โดย: เรย์แบน IP: 1.10.217.90 วันที่: 13 กรกฎาคม 2559 เวลา:19:59:34 น.
  
สวัสดีจ้ะ พรชัย

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ที่จะไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ไม่ได้ ครูเข้าใจปัญหาที่เธอบอกมาจ้ะ ไว้ให้สบายใจก่อน ปีหน้าเขาก็จะจัดอย่างนี้ ทุกปีจ้ะ ถ้าหากว่า อยากจะไปพบเพื่อน ๆ ก็นัดชลอให้รับเธอที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วชลอ ไปรับก็ได้มั้ง คุยกับชลอแล้วนะจ๊ะ ทุกคนพออายุมากแล้ว ก็อยากเจอกัน น่ะจ๊ะ
ขอให้รักษาสุขภาพ ให้แข็งแรง หมั่นทำกายภาพตามหมอสั่ง นะจ๊ะ จะได้หายเร็วไว ขอให้หายเจ็บหายไข้ เจอแต่สิ่งดี ๆ นะจ๊ะ
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 13 กรกฎาคม 2559 เวลา:23:08:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments