มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
ไปเยี่ยมถิ่นเก่า
 ไปเยี่ยมถิ่นเก่า
     ฉันเกิดในเขตบางรัก  ถนน มหาพฤฒาราม อยู่จนประมาณ 21-22 ปี จึงได้ย้ายมาอยู่แถวสุขุมวิท 38 จนถึงปัจจุบันนี้  ดังนั้น สถานศึกษาของฉันในวัยเด็ก จึงเป็นโรงเรียนแถว ๆ นั้น เช่น โรงเรียนบูรพาวัฒนา ซึ่งเป็นโรงเรียนจีน จบประถมศึกษาตอนต้นแล้ว ก็ไปสอบเข้า โรงเรียน มหาวีรานุวัตร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีเด็กเล็กจนถึงประถมศึกษาตอนปลาย ตั้งอยู่ในวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนแห่งนี้ เพราะเพิ่งมีโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรก แต่เดิม  วัดไตรมิตรมีแต่ โรงเรียนวัดไตรมิตร ซึ่งเป็นนักเรียนชายล้วนเพียงโรงเรียนเดียว 

       ที่ว่า ไปเยี่ยมถิ่นเก่า ก็เพราะว่า ลูกศิษย์ฉัน คือ ทิพย์ มาจากอเมริกา มาเยี่ยมบ้านเกิด เลยนัดกันไปไหว้พระที่วัดไตรมิตร ไงล่ะ ฉันเลยได้กลับมาเยี่ยม ถิ่นเก่าของฉัน ตั้งแต่ย้ายบ้านมาอยู่แถวสุขุมวิท ฉันแทบจะไม่ได้ไปแถวนั้นเลย เพราะไกลจากกันมากพอควร วันนี้ (24 มี.ค. ) จึงสบโอกาสกลับมาเยี่ยมวัดไตรมิตรถิ่นเก่าในวัยประถมของฉัน ฉันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว 
       จำได้ว่า  สมัยที่ฉันเรียนอยู่ที่มหาวีรานุวัตร ในปี พ.ศ. 2505-2507 วัดไตรมิตร หรือ ชื่อเดิมว่า วัดสามจีน ยังเป็นวัดเล็ก ๆ ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนในปัจจุบัน  ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากมายนัก หลวงพ่อทองคำ ยังประดิษฐานอยู่บนวิหารเล็ก ๆ พวกเรามักไปไหว้ขอพร ยิ่งตอนใกล้สอบด้วย อิอิ ตามประสาเด็ก ห้าห้า 
        ที่โรงเรียนมหาวีรานุวัตร ก็มีให้พวกเราทำพิธีเป็นพุทธมามกะด้วย พิธีนี้ ก็อยู่ในโบสถ์ สวยงาม ซึ่งมีพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีวันมาฆบูชา ก็มีการให้มาฟังเทศน์ ฟังธรรม สวดมนต์ เพราะพวกเราเป็นนักเรียนวัด โบสถ์นี้ สวยงาม คงได้ทาสีใหม่ พระประธานของวัด ก็คือ "พระพุทธทศพลญาณ"  ฉันหาภาพมาจากในอินเทอร์เน็ตมาประกอบด้วยจ้ะ 


      วันที่ไปนั้น แดด เปรี้ยงมาก ฉันไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป ทิพย์ก็ไม่ได้ถ่ายรูป พระอุโบสถ ไว้ เพราะเรามุ่งไปที่ พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช 80 พรรษา เป็นหลักใหญ่ ขอขยายความรู้เรื่องวัดไตรมิตรสักเล็กน้อย เผื่อเพื่อน ๆ ชาวบล็อกที่ยังไม่เคยไป ต้องการจะไปชมบ้าง จะได้เป็นข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ 
     วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  ตั้งอยู่ที่ ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขต สัมพันธวงศ์ แต่เดิม ชื่อว่า "วัดสามจีน" เล่ากันว่า คนจีน 3 คน เป็นเพื่อนกัน ได้ร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นด้วยความศรัทธา จึงได้ชื่อว่า  "วัดสามจีน" 
ปี 2477     พระมหากิ้ม สุวรรณชาต รักษาการเจ้าอาวาส เป็นผู้ริเริ่มบูรณะวัดเป็นรูปแรก 
ปี 2480  มหาเถรสมาคม ได้อนุมัติให้บูรณะวัดอีกครั้งหนึ่ง 
ปี 2482  บรรดาพ่อค้า ประชาชน ครู นักเรียน ได้ร่วมกันบริจาคและปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ และมีการเปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร  มีการสร้าง โรงเรียนปริยัติธรรม และโรงเรียนวัดไตรมิตร ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน
ปี 2505 มีโรงเรียนเด็กเล็กจนถึงประถมศึกษาตอนปลายเกิดขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง  ซึ่งฉันเป็นนักเรียน ป.5 รุ่นแรกของโรงเรียนนี้  มีครูใหญ่ ชื่อ คุณครูใหญ่ทองคำ ผดุงศุข ฉันจบประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2507 

      รถประจำทาง ที่ผ่านวัดนี้ ก็มีสาย 25 ท่าช้าง-ปากน้ำ ปอ.40 ปอ. 507 (สำหรับผู้ที่อยู่แถวสุขุมวิท ค่ะ) ยังมี สาย 1 สาย 4 เป็นต้น 
      พวกเราขึ้นรถจากแถวทองหล่อ ด้วย ปอ. 40 มาลงหน้าวัดพอดี เป็นช่วงเวลาเที่ยงเห็นจะได้  สายแดดอันร้อนแรง แผดเผาแสบผิวไปหมด ขนาดฉันใส่เสื้อแขนยาว ถือร่มไปด้วย ยังร้อนระอุไปทั้งตัวเลย พวกเราไปถึง ก็มุ่งหน้าไปที่พระมหามณฑป ฯ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานใหม่ของหลวงพ่อทองคำ ค่ะ เราชมพระมหามณฑปอันสวยสง่างามองค์นี้ก่อนนะคะ ฝีมือทิพย์ เป็นคนถ่าย ค่ะ 

    เป็นไงบ้างคะ สวยสง่ามาก ใช่ไหมคะ  แล้วเราก็ขอให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้น ถ่ายรูปให้พวกเรา 3 คนด้วยค่ะ อิอิ

       เรามาทราบประวัติความเป็นมาของการสร้างพระมหามณฑปองค์นี้สักหน่อยนะคะ  ฉันค้นคว้าหามาให้ ค่ะ 
        ที่จริง ฉันเคยมาเยี่ยมและไหว้พระที่วัดและเยี่ยมหลวงพี่ณรงค์ที่เคยสอนภาษาอังกฤษให้พวกเราตอนเรียนอยู่  น่าจะประมาณ ปี 49(น่าเสียดายว่า มาครั้งนี้ ไม่มีเวลาไปหาท่านที่กุฏิเลย เพราะไม่มีเวลาจริง ๆ เกรงใจลูกศิษย์ด้วย เพราะยังต้องไปอีกหลายแห่ง ป่านนี้ถ้าท่านยังอยู่ ก็คงปาเข้าไป 80 กว่าปีมั้ง) ตอนนั้น(ปี49) พระมหามณฑปเพิ่งเริ่มก่อสร้าง มาครั้งนี้ สมบูรณ์ สวยสง่างามมากเหลือเกิน 
       เป้าหมายใหญ่ในการสร้างพระมหามณฑปฯ นี้ ก็สร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเสด็จขึ้นครองราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2549 และจะมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษ ในปี 2550 และจุดมุ่งหมายอีกประการหนึ่งคือ จะเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อทองคำ ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่พระวิหาร มีความคับแคบไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธามาสักการบูชาได้ อีกทั้งต้องการให้สมคุณค่าและฐานะบารมีขององค์หลวงพ่อทองคำ อีกด้วย 
       การออกแบบ เป็นไปอย่างพิถีพิถ้น  โดยมีหลักการ ดังนี้ 
1.ความศักดิ์สิทธิ์ ความสง่างาม  ให้สมฐานะพระบารมีของหลวงพ่อทองคำและเหมาะสมแก่การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสเสด็จขึ้นครองราชสมบัติครบ 60 ปีและทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา
2.รักษาคุณค่าทางด้านพุทธศิลป์ สถาปัตยศิลป์และวิจิตรศิลป์ ให้ครบถ้วนทุกประการ 
3.เพื่อให้เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ของเยาวราช เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มั่นคง  โครงสร้างของตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีการคัดสรรอุปกรณ์ วัสดุ ที่คงทนถาวร เช่น หินอ่อน
4.ออกแบบพระมณฑปให้เรียบง่าย ร่วมสมัย คำนึงถึงประโยชน์ ความจำเป็นในการใช้สอย มากที่สุด (วัดมีพื้นที่ค่อนข้างน้อย) 
       การก่อสร้างพระมหามณฑป ดำเนินงานและควบคุมดูแล ออกแบบก่อสร้างมีการร่วมมือกันหลายฝ่าย คือ กรมศิลปากร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดมหาชน ใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี 
       เราเริ่มมาชมความงามจากชั้น 2 เป็นต้นไป (ซึ่งต้องขึ้นบันไดที่เห็นเราถ่ายรูป นั่นแหละ ค่ะ  ส่วนชั้น 1 น่าจะเป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่พักอาศัย เดินผ่านเฉยๆ ไม่ได้สำรวจ) ที่จริง ที่นี่มีบริการลิฟท์ให้แก่คนสูงอายุและคนพิการด้วยค่ะ  แต่ขาขึ้น เรายังมีแรงดีอยู่ เลยขึ้นเองไม่ได้อาศัยลิฟท์  
        เดินถึงชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นศูนย์แสดงประวัติเยาวราช แสดงถึงความรุ่งเรือง บนถนนสายทองคำ แบ่งเป็นส่วน ๆ ก่อนเข้าไปจะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกให้เราเอาถุงแล้วใส่รองเท้าเราไว้ในถุงหิ้วติดตัวเข้าไปด้วย ชั้นนี้เราอยู่นานที่สุด ได้ถ่ายรูปมากที่สุด เป็นชั้นที่ใครสนใจเกี่ยวกับความเป็นมาของเยาวราช ต้องเข้าไปชมมากที่สุด เข้าไปอ่าน และชมการจำลองเหตุการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบันของเยาวราช ไชน่าทาวน์ของไทยเราได้เป็นอย่างดี  เนื่องจากมีเวลาน้อย ทิพย์ได้ถ่ายรูปไว้ชื่นชมได้ แต่ไม่หมด ค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้เอากล้องไป เพราะไม่ค่อยสบาย คงไม่มีอารมณ์อยากถ่ายรูปอะไร  รูปที่เห็นเป็นของทิพย์ทั้งหมด ค่ะ 


      หลังจากชื่นชมอยู่ที่ชั้น 2 นานพอควรแล้ว เราก็ขึ้นไปไหว้หลวงพ่อทองคำที่ชั้น 4 เลย ไม่ได้ไปที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับหลวงพ่อทองคำ ฉันค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหลวงพ่อทองคำมาฝากด้วยค่ะ  
      หลวงพ่อทองคำ  เป็นพระปาง มารวิชัย เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Record เมื่อปี  พ.ศ. 2534 ว่า เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว ความสูงจากพระเกตุมาลาลงมาถึงฐานทับเกษตร (ฐานที่รองรับพระพุทธรูป) สูง 7 ศอก 1 คืบ  9 นิ้ว น้ำหนัก 5.5 ตัน สร้างด้วยทองคำแท้ มีคุณค่าสูง 21 ล้านปอนด์ (ราคาประเมินในปี 2533 ) ซึ่งราคาปัจจุบันต้องสูงกว่านี้ อีกแน่นอน 
       ตามประวัติ  เชื่อว่า หลวงพ่อทองคำเป็นพระพุทธรูป ที่สร้างในสมัยสุโขทัย ตอนเกิดศึกกรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจไป ชาวเมืองกล้วว่า พระพุทธรูปองค์นี้จะถูกข้าศึกช่วงชิงไป  จึงได้ลงรัก โบกปูนทับพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ไว้ ต่อมา  ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่ง รัตนโกสินธ์ ได้โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญ ชะลอพระพุทธรูปจากหัวเมืองมาไว้ที่กรุงเทพฯ พระพุทธรูปทองคำที่ถูกโบกปูนนี้ ก็ได้รับการอัญเชิญมาด้วย
มาอยู่ที่วัดพระยาไกรนานมาก จนถึง พ.ศ. 2478 จึงได้อัญเชิญมาไว้ที่วัดไตรมิตร (วัดสามจีน ในสมัยนั้น) หลวงพ่อทองคำ มาอยู่ที่วัดไตรมิตรอีก 20 ปี  ในปี พ.ศ. 2498 ได้ทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่พระวิหาร แล้วเกิดอุบัติเหตุ  พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น  ทำให้ปูนที่โบกองค์พระทองคำนั้นกระเทาะออก เห็นทองคำด้านใน  จึงมีการล้างรักและกระเทาะปูนที่โบกออก เป็นพระพุทธรูปทองคำที่สุกปลั่ง  แล้วยังพบว่า ที่ใต้ฐานพระพุทธรูป มีกุญแจที่ใช้ไของค์พระให้แยกออกเป็นส่วน ๆ ได้อีก ทำให้ง่ายต่อการอัญเชิญ
       ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามพระพุทธรูปตามลักษณะขององค์พระว่า"พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" 
       เรามาชื่นชมองค์หลวงพ่อทองคำกัน ค่ะ 



      หลังจากที่ ไหว้พระหลวงพ่อทองคำและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแล้ว พวกเราก็เดินไปลงลีฟท์กัน เพราะเหนื่อยมากแล้ว เพ็ญ จะแย่กว่าเพื่อน เพราะแกอ้วน อากาศก็ร้อนมาก บ่ายสองได้แล้วด้วย ความหิวมาเยือนมาก  ลงจากลีฟท์ เจอแผงขายรูป 12 นักษัตร เดินเข้าไปดู  เพื่อหารูป หนู ให้เยาว์เพื่อนรักตามที่เขาเชื่อว่า จะต้องให้คนปีชวดซื้อให้เขาแก้ปีชงเขา ฉันก็หาซื้อมานานมากแล้ว โชคดี มาเจอจนได้ จะได้จัดส่งให้เขาไปที่ปัตตานี เป็นรูปหนูทอง คริสตัน น่ารัก ราคาก็ไม่แพงมาก 80 บาทเอง
       จากนั้น พวกเราก็เดินไปที่ซอยสุกร ซึ่งมีร้านอาหารหลายร้านเลือกร้านที่เป็นห้องแอร์และมีอาหารตามสั่ง ฉันสั่ง เปรี้ยวหวานหมึกกุ้งราดข้าว ทิพย์ ข้าวหมูแดง ไก่เปล่า ๆ อีก 1 จาน เพ็ญสั่งกระเพราหมู มั้ง แล้วก็สั่งราดหน้าอีก 1 จาน อิ่มท้องกันพร้อมตะลุยต่อไป อิอิ
       ฉันพาเที่ยววัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารเพียงแห่งเดียวและนำผลบุญมาฝากเพื่อนในบล็อกแก๊งทุกคนด้วยค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุข การได้อ่านเหมือนได้ไปไหว้พระด้วยกัน ค่ะ 



Create Date : 27 มีนาคม 2559
Last Update : 28 มีนาคม 2559 19:56:44 น.
Counter : 545 Pageviews.

12 comments
  
สวัสดีครับอาจารย์.... เพิ่งทราบว่าอาจารย์เคยอยู่แถวนั้นมาก่อน

เป็นถิ่นเก่าของผมเหมือนกัน.. ผมทำงานที่สามแยก อาคาร
ธนาคารกรงศรีอยุธยา เดิม (สำนักงานใหญ่) ก่อนย้ายไปอยู่

ที่สี่แยกเพลินจิต..

อาหารแถวนั้นอร่อย มีเยอะ เช่น เนื้อเปื่อย.. ลอดช่องสิงคโปร์
ก๊วยเตี๊ยวแคะ... ลาดหน้าเอมไพร์

ที่วัดไตรมิตร ผมไปบ้างแต่ไม่บ่อยนักครับ... พออ่านที่
อาจารย์เขียนข้างบน เลยรู้อย่างละเอียดเลย
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 28 มีนาคม 2559 เวลา:21:49:56 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ เลยค่ะ สมัยก่อนเคยไปเดินแถวๆ วัดเกาะ ผ่านวัดไตรมิตรบ่อยๆ ค่ะ
โดย: Maeboon วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:0:35:18 น.
  
พื้นที่แถบนี้นี้ อ.เต๊ะ แทบไม่รู้จักเลยละครับ เพราะอยู่นอกระยะทำการ แฮ่ๆ

วัดที่มีพระทองคำนี่ อ.เต๊ะ ก้อยากจะไปไหว้ซักครั้งเหมือนกัน ไม่ยักกะรู้ว่า อาจารย์สุ ไปติดสินบนท่าน เรื่อง สอบ มาตั้งแต่เด็กๆเลยนะครับนี่ อิอิ


อาจารย์สุ บอก เออ ที่ข้าสอบได้ที่ 1ก็เพราะข้าบนที่วัดนี้แหละ เย้ย555 แล้วข้าก้รำแก้บนไปเรียบร้อยแล้วด้วย เอ็งมีปัญหาอะไรมั้ย

มีก้รีบทายมาเร็วๆ555

แหมแล้วก็ไปเที่ยวกะสาวๆ ไม่บอก อ.เต๊ะ ซักคำเลยนะครับนี่ อิอิ

อาจารย์สุ บอก อ้าว เอ็งสนใจน้องเพ็ญ ก็ไม่บอกข้า เค้ายังโสดอยู่นะ
แต่น้องทิพย์นี่ แฟน 2ลูก 3 แล้ว เอ็งไม่ต้องมาถามเลย 555

แล้วก็ อ.เต๊ะ พึ่งจะเคยเห็นนะครับ ว่าวัดมีลิฟท์ด้วย
นับว่าคนออกแบบ รอบคอบมาก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ ผู้ป่วย เด้ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เถร เณร ชี รวมทั้ง คนพุงป่องท้องโย้แบบ อ.เต๊ะ ด้วย 555

ส่วนเรื่องอุบายในการหล่อปูนพอกทับ องค์พระทองคำนี่ สุดยอดมากๆเลยนะครับ คนโบราณนี่ไม่ใช่เล่นๆ ไม่อย่างนั้นป่านนี้ พระทองคำไม่รู้ไปอยู่ประเทศไหน บ้านใครก้ไม่รู้แล้วละครับ สุดยอดมากๆครับ

สุดท้ายนี้ อ.เต๊ะ ในนามของตัวแทนบล้อกเกอร์ฝ่ายอธรรม ขออนุโมทนาบุญ ด้วยนะครับ อิอิ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: multiple วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:4:51:23 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์...

แหม..อาจารย์ว่า ผมไปเที่ยว ดาลัดเสียค่าเครื่องบินไม่คุ้ม

เพื่อน ๆ เขาแซวผมว่า เอ็งไปไม่กี่วัน เขียนบล๊อกเกี่ยวกับ
การเที่ยว โอจิมินห์..ฟานเทียต ลำธารนางฟ้า ทะเลทรายแดง
ทรายขาว เมืองดอกไม้ กับ.. เยอะเลย

ผมว่าคุ้มค่านะครับ ผมเขียนเกี่ยวกับเวียตนาม ตอนแรก
หมายเลข 444 ไปเที่ยวต่างจังหวัดเวียตนาม

แถมบล๊อกเลขที่ 448. ถึง 459. ไม่พอ 461. 463. 465
รวมเบ็ดเสร็จ 16 ตอน.. ดูชื่อหมายเลขบล๊อก ซ้ายมือ..

เพื่อน ๆ แซว จนผมชักเขิน 555


ผมจะแวะเข้าไปอ่านบล๊อกอาจารย์ย้อนหลัง อีก.. ในฐานะ
อาจารย์บุกเบิกเวียตนาม ก่อนผมครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:15:24:30 น.
  
สวัสดีค่ะ อาจารย์
รีบมาขออนุโมทนาบุญก่อนนะคะ สาธุค่ะ

เมื่อคืนนอนเร็วเลยไม่พบกัน เนื่องจากวันนี้จะต้อง
ตื่นแต่เช้ามากเพื่อไปเจาะเลือดที่จุฬา แล้วก็ไปบิ๊กซี
ช็อปเสบียงของแห้งของสดก่อนสิ้นเดือนเพราะต้น
เดือนคนจะเยอะมาก กลับมาจัดแจงล้างเก็บเนื้อสัตว์
เข้าช่องฟรีซแล้วก็หมดแรง กินกลางวันมามากด้วย
เลยเค้งไปเสียสองชั่วโมง

อ่านเรื่องราววันนี้ของอาจารย์แล้ว เราก็เป็นเพื่อนบ้าน
กันสองที่เลยนะคะ คือ เกิดที่บางรัก แล้วตอนนี้อยู่
สุขุมวิม บางรักแถวไหนเอ่ย พี่เกิดในซอยพุทธโอสถ
แขวงสี่พระยาค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:16:07:59 น.
  
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
...........................


สวัสดีค่ะอาจารย์


ป้าเอาบุญมาฝากค่ะ ที่หายไปหลายวันเพราะป้าไปปฏิบัติธรรมที่ภูตะวันรีสอร์ท เป็นแนวยุบ-พอง อายุวัยปลายแล้วได้อยู้กับความเงียบบ้างก็เย็นใจดีค่ะ


อาจารย์เขียนไว้ที่บล็อกป้าว่า......ป้ากุ๊กถามว่า ไม่แอดใครเป็นแฟนบล็อกเหรอ เหะ เหะ เขาทำกันอย่างไร คะ โลเทค ไม่ค่อยรู้เรื่อง ค่ะ ป้ากุ๊ก แนะนำหน่อย จะได้ทำเป็น...... ป้าส่งข้อความทางหลังไมค์แล้วนะคะ


แต่ละบล็อกของอาจารย์กว่าจะทำเสร็จใช้เวลาในการทำหลายชั่วโมงทีเดียว ชื่นชมจริงๆค่ะ
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:16:19:45 น.
  
หนูเคยไปหลายครั้งแล้วค่ะ ไปตั้งแต่ยังสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ยังไม่เสร็จ ตอนสร้างเสร็จแล้วเคยไปครั้งนึงค่ะ สวยดีนะคะ
ออกจากวัดหนูก็ชอบไปตลาดเก่าเยาวราชต่อค่ะหาของกิน อิๆ
โดย: kai (aitai ) วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:18:40:10 น.
  
ดีจังเลยค่ะที่ได้เข้ามาอ่านบล็อกนี้

เป็นวัดที่อยากไปอีกวัดหนึ่งเลย

เห็น อ.ลักษณ์ ชอบพูดถึงบ่อย ๆ

แต่ไม่ได้ฤกษ์ไปสักที


โหวตให้เลยค่ะ ^^
โดย: แม่โอ๋เรนเจอร์ วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:23:05:56 น.
  
วัดไตรมิตรผมพึ่งไปมาเพื่อปลายปีที่ผ่านมาเหมือนกันครับ นั่งรถไปลงหัวลำโพงแล้วเดินไป น่าเสียดายที่ตอนที่ไปลืมไปว่าที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ เลยไม่ได้เข้าไปชม ไว้มีโอกาสต้องไปใหม่อีกครั้ง แต่ได้ชมพระพุทธรูปทองคำครับ

อาจารย์สุวิมล Diarist
+
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:18:14:40 น.
  
เรามีกันสี่คนเท่านั้นค่ะ ลูกสาวหนึ่ง ลูกชายหนึ่ง
ไม่มีใครมีครอบครัว อยู่กับพ่อแม่ทั้งคู่ แต่ไม่ค่อย
มีใครกินข้าวที่บ้าน ชีวิตอยู่กับงานกันหมด คนหนึ่ง
เป็นหมอ อีกคนทำการตลาดค่ะ

เราซื้อของในซูเปอร์เดือนละสามครั้งค่ะ จริงๆก็กิน
กันอยู่สองคนนี่แหละ รวมหมาน้อยอีกหนึ่งตัว แต่
ทำเองทั้งสามมื้อ (ถ้าอยู่บ้าน) ไม่ค่อยซื้อกินค่ะ
คุณสามีกินอยู่ไม่กี่อย่าง พี่เลยเป็นแม่ครัวเหมือน
เป็นแม้ค้าตามสั่ง ทำแต่ง่ายๆค่ะ กินก็ไม่มากกันเล้ว

ตอนนี้อยู่สุขุมวิท 49 ค่ะ ใกล้ๆกันไหมคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:19:11:14 น.
  
เอ๊า! มีบล็อกนี้อีกเหรอเนี่ย ปกิณกะตอนแรกยังอ่านไม่จบเลยครับ ตามไม่ทันจริงๆ อาจารย์เขียนเร็วมาก
วัดไตรมิตรเคยไปแต่ไม่ได้เข้าไปไหว้พระทองคำครับ วันนี้มีจัดพิธีฉลองวันเกิดเจ้าอาวาสมั้ง รถเข้าไปจอดไม่ได้
เลยได้ชมจากภาพถ่ายและโทรทัศน์ช่องต่างๆ เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย คนไทยมีเรื่องที่สุดในโลกหลายเรื่องเหมือนกัน

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ชีริว วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:0:14:40 น.
  
สวัสดีวันสุขครับ อาจารย์สุ
อนุโมทนาบุญด้วยครับ
มาไหว้พระ พระพุทธทศพลญาณ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ที่บล็อกนี้ด้วยครับ
กรุงเทพ วัดวาอารามแต่ละวัดอลังการงานสร้างมากครับ มีโอกาสเข้ากทม. ต้องมาไหว้ให้ได้มากที่สุดครับ

อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:8:07:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments