...คิดว่ายังมีความหวัง ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
พบเธอที่บ้านถ้ำธง ๑๐

ที่สถานีตำรวจ...

“ไม่น่าเลยนะหมวด นายเทินกับพวก กำลังจะหามหมูอยู่แล้ว ดันมีคนเอาคานเข้ามาสอด”



จ่าสิบตำรวจช้อย บานชื่น กล่าวขึ้นกับร้อยตำรวจตรีผู้มีอายุและประสบการณ์น้อยกว่า แต่ยศสูงกว่าหลังจากธนา อารีราษฎร์ ยานี พิกุลแก้ว และเรืองศักดิ์ กำชัย กลับไปแล้ว
“จ่าหมายถึงอะไร?” ร้อยตำรวจตรีวินัย รอดจันดี ถาม

“ก็นายทนายความกับนายนักหนังสือพิมพ์ ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของนายเทิน ผมสงสัยว่ามันไปรู้จักกับลูกสาวตารอดได้อย่างไร?”

“มันจะไปแปลกอะไรเล่าจ่า ? ลูกสาวตารอดไปเรียนหนังสืออยู่กรุงเทพ มันอาจจะเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ ไม่งั้นมันจะเข้าไปพักพาอาศัยอยู่ในบ้านได้ยังไง?” ร้อยตำรวจตรีวินัยให้ความเห็น แล้วก็กล่าวต่อไปว่า “ต่อแต่นี้จ่าต้องห่างๆ จากพวกนายเทินไว้มั่งนะ ผู้กำกับคนที่ย้ายมาใหม่นี่ก็ตงฉินไม่ใช่เล่นพลาดท่าเราอาจจะถูกย้ายไปอยู่ชายแดนกันกราวรูด”

“มันมีกันแค่สองสามคน ผมมองไม่เห็นว่าจะไปสู้พวกนายเทินได้อย่างไร?” จ่าฯ ช้อยแย้ง

“มันไม่ได้สู้ด้วยอาวุธปืนอย่างเดียวนะซี นายนั่นมันเป็นนักกฎหมาย”

“แล้วเรื่องที่พวกมันมาแจ้งความว่าถูกดักยิงรถนี่ หมวดจะให้จะผมบันทึกในรายงาน ถึงผู้กำกับว่าอย่างไร?” คุณจ่าถาม

“ก็บันทึกลงไปว่าคนร้ายที่มาดักยิงนายธนากับพวก เป็นพวกนายหน้าซื้อขายที่ดินที่มาจากต่างถิ่น มาลงทุนกว้านซื้อที่ดินแล้วเกิดขัดผลประโยชน์กันเอง ซึ่งยากลำบากในการสืบสวนเพราะเป็นคนที่มาจากนอกพื้นที่ และเราก็กำลังเร่งสืบหาหลักฐาน อีกหน่อยพอเรื่องมันเงียบก็จบไปเอง เพราะไม่มีใครตาย” ผู้หมวดหนุ่มตอบ

“ถ้าจะตายก็คงเป็นพวกลูกน้องนายเทิน ซึ่งแต่ละคนมาอยู่แบบไม่มีหัวมีหาง ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ว่าแต่สถานที่ที่เกิดเหตุ พรุ่งนี้หมวดจะไปดูอีกหรือเปล่า?”

“จ่าพาตำรวจสักสามสี่คนไปดูๆ แทนผมก็แล้วกัน ไปดู ๆ พอเป็นพิธีแค่นั้นแหละ ถ้าพบอะไรที่จะเป็นหลักฐานก็เก็บมาทำลายเสีย พวกกรุงเทพเสือกมาหาเรื่องยุ่งเอง หมูเขาจะหามมันเสือกเอาคานเข้ามาสอดอย่างที่จ่าว่า”

“ถ้างั้น... เสร็จจากไปดูสถานที่…ผมจะเลยไปที่บ้านนายเทิน” คุณจ่าฯว่าอีก

“ดี ไปปรามๆ พวกนั้นไว้บ้าง ว่าอย่าทำอะไรให้มันครึกโครมโฉ่งฉ่างเกินไปนัก แล้วไม่ต้องพาตำรวจอื่นไปรู้เห็นด้วย” ผู้หมวดหนุ่มลดเสียงพูดเบาลงและมองซ้ายมองขวา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีตำรวจคนใดมาได้ยินคำพูดประโยคนี้

ดังนั้นวันรุ่งขึ้นประมาณ ๑๐ โมงหลังจากพาพลตำรวจห้าหกคน มาทำทีตรวจสถานที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานบางอย่างเช่นปลอกกระสุน ให้พลตำรวจนำไปฝังซุกซ่อนเสร็จแล้ว จ่าสิบตำรวจช้อย บานชื่น ก็บอกให้พลตำรวจยกพวกกลับส่วนตนเองบอกว่ามีธุระ จากนั้นจึงขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านของเทิน ท่าลาด

ตอนหนึ่งจ่าฯช้อยพูดขึ้นว่า

“ผู้หมวดสั่งให้มาบอกคุณเทินว่า อย่าทำอะไรให้มันเปิดเผยเกินไปนัก เพราะพวกที่คุณเทินเล่นด้วยตอนนี้ไม่ใช่พวกตาสีตาสาโง่ๆ เซ่อๆ แต่มันเป็นนักกฎหมายและพวกนักหนังสือพิมพ์”

“มันมากันแค่สองคนจ่ากลัวมันด้วยหรือครับ ความจริงแค่ผมสั่งลูกน้องให้ลากตัวไปหมกป่าหรือจับถ่วงทะเลเสียเมื่อใดก็ได้ แต่ที่พลาดเพราะเด็กของผมมันประมาท”

“งั้นก็รีบๆ ทำ อย่าปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อและควรจะให้เงียบที่สุด ตอนนี้มันมากันแค่สองคนก็จริง แต่ต่อไปมันอาจจะมาเพิ่มอีกเป็นสิบเป็นร้อยก็ได้ เราประมาทมันไม่ได้”

“ผมจะรีบกำจัดพวกนี้ให้สิ้นซากโดยไว และจะไม่ทำอะไรให้เสียหายไปถึงคุณจ่ากับผู้หมวดเด็ดโดยขาด คุณจ่ามาหาผมด้วยเรื่องแค่นี้หรือครับ?” เทิน ท่าลาด แกล้งถามเพราะรู้ว่าจุดประสงค์ของจ่าสิบตำรวจช้อยที่มาหาตนเป็นเรื่องใด

“เดือนนี้ต้องส่งให้เจ้านายที่จังหวัดสองหมื่น ท่านจะถอยรถยนต์คันใหม่ ผู้หมวดเลยให้มาบอกคุณเทิน” คุณจ่าทำสีหน้าขรึมๆ



ในห้องโถงบ้านของยานี พิกุลแก้ว เวลาประมาณสี่ทุ่ม ทั้งสามคนยังนั่งคุยกันอยู่โดยธนากับเรืองศักดิ์นั่งดื่มเบียร์กระป๋อง แกล้มไส้กรอกทอด ส่วนยานีนั่งจิบน้ำส้มใส่น้ำแข็ง

ยานีเล่าเรื่องของเธอที่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับพวกนายเทิน ท่าลาด ให้เรืองศักดิ์ฟังอีกครั้ง ว่าเธอมีน้องสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกฝาแฝดชื่อนงเยาว์ เธอเองเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตร ฯ

ส่วนนงเยาว์เรียนจบมัธยมปลาย ทั้งเธอและนงเยาว์อยากจะประกอบอาชีพทำสวน พ่อกับแม่จึงได้มาซื้อที่แปลงนี้ให้ แต่หลังจากทำสวนมาจนมีพืชผลมีรายได้ ก็ได้เกิดภัยธรรมชาติคือพายุไต้ฝุ่น ‘เกย์’ ตอนเกิดพายุไต้ฝุ่นยานีไปทำธุระที่กรุงเทพ ฯ

นงเยาว์หายไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน นอกจากข่าวลือที่ว่า เคยมีคนเห็นนงเยาว์มาที่บ้านหลังนี้ แต่สำหรับเธอเองไม่เคยพบนงเยาว์เลย

หลังจากเกิดพายุไต้ฝุ่น ‘เกย์’ ที่ดินในอำเภอปะทิว ถูกขายไปมากรายเนื่องจากผู้เป็นเจ้าของเกิดความท้อแท้ที่จะทำต่อ อีกทั้งบางรายเชื่อว่าจุดนี้เป็นทางผ่านของพายุ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกทุกๆ ๑๐ หรือ ๒๐ ปี ปลูกพืชหรือลงทุนทำอะไรไปก็สูญเปล่า จึงพากันขาย

อีกกระแสหนึ่งก็มาจากการที่รัฐบาลประกาศ จะตัดถนนเลียบฝั่งทะเลตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ถึงชุมพร ทำให้เกิดธุรกิจการกว้านซื้อที่ดินขายที่ดินในราคาแพงตลอดย่านที่ถนนผ่าน นายเทินจึงถือโอกาสเข้ามาข่มขู่ให้พ่อและเธอขายที่ และใช้วิธีบีบคั้นเมื่อเธอไม่ยอมขาย จนเธอต้องหนีไปอยู่ในกรุงเทพฯ นานๆ เธอจึงจะแอบมาที่นี่สักครั้งหนึ่งเพื่อมาดูแลบ้าน

เมื่อเช้าวานเธอนั่งรถด่วนสายกรุงเทพ-ยะลา จากกรุงเทพฯ ไปลงที่ชุมพร แล้วเช่าแท็กซี่ จากชุมพรมาลงที่ปะทิว เพื่อมิให้พวกของนายเทินรู้ถึงการมาของเธอ แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ตลาดปะทิวจะมาที่บ้านบนไร่ที่พ่อของเธออยู่ แต่พวกของนายเทินก็ยังรู้จนได้ เนื่องจากพวกขับรถจักรยานยนต์รับจ้างทุกคันเป็นหูเป็นตา และเป็นพวกพ้องของนายเทิน ท่าลาด

ธนานั่งฟังเงียบๆ เพราะยานีเล่าให้เขาฟังมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ให้รู้สึกตกใจเมื่อยานีกล่าวว่า

"แต่ดิฉันสงสัยที่คุณธนาบอกว่า เอ่อ…ต้องขอโทษนะคะ ได้อยู่คุยกับดิฉันในบ้านนี้มาแล้วสามคืน ดิฉันไม่ทราบว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อดิฉัน เอ้อ…พึ่งจะมาบ้านเมื่อเช้าวาน ดิฉันรู้จักและเห็นคุณธนาก็ตอนที่ คุณธนาไปช่วยดิฉันไว้ให้รอดพ้นจากพวกนายเทิน ที่ฉุดลากตัวดิฉันพาไปมัดไว้ที่ตีนเขาชายหาด”

“อ้าว!” ธนาฟังแล้วตกตะลึง ส่วนเรืองศักดิ์ กำชัย ฟังแล้วหัวเราะลั่นก่อนจะพูดว่า

"สงสัยคราวนี้นายธนา อารีราษฎร์ จะโดนข้อหาบุกรุกและถือสิทธิ์เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านของคนอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านเสียแล้วละ ฮะ ฮา" แต่ยานีรีบพูดว่า

“ไม่ – ไม่ คุณธนาไม่ต้องกังวลอะไรนะคะเรื่องนี้ เพราะพอรู้จักกันดิฉันก็เคารพนับถือและไว้วางใจคุณธนา เหมือนกับ - เอ้อ - คุณธนาเป็นพี่ชายหรือญาติสนิทของดิฉันคนหนึ่ง ซึ่งได้เข้ามาปกป้องและช่วยเหลือครอบครัวของดิฉันไว้ทันเวลาพอดี”

ธนา มิได้ตกใจกับคำกล่าวกระเซ้าล้อเล่นของเพื่อน แต่ตกใจเพราะคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างนั้นไปได้

“งั้น - คนที่ชวนผมเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ และอยู่คุยกับผมในบ้านมาตลอดสามคืน…?" ธนาอยากจะพูดต่อว่า “เป็นใคร” แต่ก็พูดไม่ออกจึงได้แต่นั่งมองหน้ายานีนิ่งงัน ยานีจึงยิ้มแล้วว่า

"เรื่องข้อหาบุกรุกอะไรนั่นนะไม่มีหรอกค่ะ สบายใจได้ จะมีก็แต่ความทราบซึ้งในพระคุณเป็นที่สุด ที่คุณธนาได้กรุณาเข้ามาช่วยดิฉันไว้ในนาทีที่ดิฉันกำลังคับขัน เพราะถ้าไม่ได้คุณธนาช่วยไว้ ป่านนี้ดิฉันคงป่นปี้"

ยานีรีบเอ่ยขึ้นพลางกระพุ่มมือไหว้อย่างสวยงามอีกหน
ธนา กระดกแก้วเบียร์ในมือลงลำคอคราวเดียวหมดแก้ว แล้วนิ่งไปเป็นครู่จึงเอ่ยว่า

"หมายความว่า… คุณยานีไม่เคยรู้จักและไม่เคยพบผมมาก่อน”

“ค่ะ” ยานีตอบยิ้มๆ และรีบเอาใจโดยรินเบียร์เติมในแก้วให้เขาจนเต็ม แล้วก็คอยฟังเขาพูดต่อ ในขณะที่ธนานิ่งคิด…

‘หญิงสาวลึกลับคนนั้น ใบหน้าและท่าทางทุกท่วงท่าเหมือนยานี เขาเรียกเธอว่ายานีเพราะเห็นชื่อในใบปริญญาบัตร ดิฉันมีแต่พ่อ แม่ดิฉันเสียตอนเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ ดิฉันมีพี่สาวอีกคนอยู่กรุงเทพ นานๆ จะมาสักบ้านสักครั้ง

"พี่สาวของดิฉันไม่กล้าอยู่ที่นี่เพราะถูกพวกนักเลงจากเพชรบุรีคอยคุกคาม ดิฉันเองก็ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ จะเข้าบ้านได้ก็ต้องรอให้ถึงเวลากลางคืน" ธนานึกถึงคำพูดของเธอ ‘หรือว่า… ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ยานี แต่เป็นนงเยาว์!’

"ผมหลงโง่มาหลายวันที่เข้าใจว่าคนที่ต้อนรับผมคือคุณยานี ทั้งๆ ที่คุณยานีตัวจริงเพิ่งจะมา ถ้างั้นก็ไม่ต้องสงสัยว่า คนที่ไปดักผมที่ชายหาดและชวนผมเข้ามาพักในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่คืนแรกที่ผมมาก็คงจะเป็น คุณนงเยาว์ น้องสาวของคุณยานี ที่คุณยานีบอกว่าหายไปตอนเกิดพายุเกย์ นั่นเอง

"งั้นคุณควรจะดีใจเพราะแสดงว่าน้องสาวของคุณยังอยู่ เธออยู่กับผมในบ้านนี้มาตลอดสามคืน แต่ตอนกลางวันเธอหายหน้าไป เธอกลัวพวกนายเทินมากในตอนกลางวัน กลัวพวกนายเทินจะมาพบ แต่พอตอนกลางคืนเธอกลับเก่งอย่างน่าประหลาด"

แล้วธนาก็ได้เล่าเรื่องราวรายละเอียดทั้งหมดให้ยานีฟัง

"โอ... ดิฉันดีใจเหลือเกินที่รู้ว่านงเยาว์ยังมีชีวิตอยู่” ยานีพูดเสียงดัง แต่ลดเสียงเบาลงในตอนท้าย “สามสี่ปีแล้วที่เราไม่เคยได้พบกันเลย จนคิดว่า… เอ่อ คิดว่าเธอตายไปแล้ว"

"ปกติเธอจะเข้ามาบ้านตอนค่ำๆทุกคืน แต่พอคุณยานีมาทำไมเธอไม่มาผมก็ไม่รู้" ธนาพูด

“ตกลงเรื่องที่นายจะมาหาซื้อที่ก็คงจะต้องล้มเลิก หรือว่าไง?” เรืองศักดิ์ถาม

“ก็คงงั้น เพราะคุณยานีเธอไม่ได้ต้องการขาย แต่ถ้าจะขายผมจะซื้อไว้ๆ ทั้งสองแปลงเลย เพราะที่สวยๆ ดีๆ อย่างนี้ต่อไปหาไม่ได้อีกแล้ว แต่ผมจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนายเทิน”

ธนาพูด พร้อมกับที่รู้สึกว่า ความใกล้ชิดสนิทสนมที่เคยเป็นกันเองระหว่างเขากับยานี ที่เคย

พูดจาหยอกล้อ หัวเราะหัวใคร่ แบบคนที่เคยนั่งคุยกับเขามาทุกๆ คืน ความรู้สึกผูกพันนั้นก็หายไป


คืนถัดมา… ขณะที่ธนา เรืองศักดิ์ และยานีนั่งคุยกันอยู่ เสียงรถจักรยานยนต์ไม่น้อยกว่าห้าหรือหกคันก็ดังขึ้นบนถนนหน้าบ้าน และเสียงนั้นมาหยุดที่หน้าประตูบ้านพอดี แสงไฟรถส่องลอดบานกระจกฝ้าเหนือประตูและหน้าต่างเข้ามาสว่างแล้วก็ดับ ยานีแสดงอาการตื่นตระหนกตกใจ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก หลังจากผ่านนาทีแห่งความเป็นความตายมาเมื่อคืนก่อน เธอรีบผวาเข้ามาใกล้ธนา

“พวกมันยกโขยงมาเล่นเราถึงที่อีกแล้ว แสดงว่าที่เพิ่งผ่านมาเมื่อคืนวานเป็นเพียงฉากตัวอย่าง เราเปิดประตูออกไปเล่นกับมันข้างนอกกันเถอะ น่าจะดีกว่าปักหลักอยู่ในบ้าน เผื่อมันยิงหรือขว้างระเบิดเข้ามาบ้านช่องจะได้ไม่พลอยเสียหาย อยู่ข้างนอกเราล่อหลอกยิงมันได้สบาย” เรืองศักดิ์ให้ความเห็นอย่างคนเจนจัดในด้านยุทธวิธี



“อุ๊ยตาย นี่ถึงขนาดจะขว้างลูกระเบิดเข้ามาเชียวหรือคะ ทำไมเล่นกันแรงขนาดนั้น” ยานีทำท่าตกใจกลัวตัวสั่น

“ผมคิดเอานะครับ เราจึงจะออกไปตั้งรับมันข้างนอกเพื่อมิให้บ้านคุณเสียหาย คุณยานีไม่ต้องกลัวอะไรนะครับ อยู่ในนี้อย่าไปไหนผมสองคนจะออกไปทางประตูหลัง ปืนของคุณมีไหม ยิงหัวมันเลยถ้ามันมางัดแงะประตูหรือหน้าต่างเข้ามา” ธนาพูด

“รีบดับตะเกียงเร็ว!” เรืองศักดิ์ กำชัย ออกคำสั่ง
“ธนา นายมีไฟฉายไหม อย่าลืมเอาไฟฉายติดตัวไปด้วย” เรืองศักดิ์พูดอีก

ธนารีบเข้าไปในห้องที่เขานอน คว้าไฟฉายประจำตัวออกมากล่าวว่า
“คุณยานีไปเปิดและคอยปิดประตูหลัง แล้วไม่ต้องเปิดจนกว่าเราจะเรียกให้เปิด” กล่าวจบก็

วิ่งนำหน้าเรืองศักดิ์ไปที่ประตูหลัง ค่อยๆ เปิดประตูย่องหายไปในความมืด ยานีรีบปิดประตูทันที

“นายวนไปทางด้านซ้าย ข้าจะไปทางด้านขวา เราจะยิงโอบล้อมมันทั้งสองด้าน ถ้าเป็นไปตามคาดหมาย เราจะพบกันที่หน้าบ้านตกลงไหม?” ธนากระซิบกับเรืองก่อนแยกกัน

รอบบ้านตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีแม้เสียงจั๊กจั่นหรือเรไร จะมีก็แต่สายลมหนาวหลังฝนที่โชยมาหวิวๆ ต้องยอดหญ้าสูงที่ขึ้นอยู่รอบๆ บริเวณบ้านและสวนดังหวูๆ พุ่มไม้สูงกว่าศีรษะส่ายไหวสะบัดไปมาโงกเงก มองคล้ายภูต ผี ปิศาจ ป้องปากกู่ร้องและกวักมือเรียก และเนื่องจากเป็นคืนเดือนมืด มีแต่แสงดาวบนท้องฟ้าที่สาดลงมาทำให้พอมองเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ได้บ้าง

ที่หน้าบ้าน ชายฉกรรจ์ ๘ คน กำลังซุบซิบกันวางแผนตรงรั้วที่พวกมันพากันมุดลอดเข้ามา พวกมัน ๖ คนแยกตัวเรียงแถวเป็นหน้ากระดาน

“ตกลงพี่ทัดจะทำอะไร?” พวกมันคนหนึ่งถามเพราะทัด หนองโสนกับเวกหิ้วถังแกลลอนมาคนละใบ

“กูกับไอ้เวกจะไปเผารถยนต์ของมัน ล่อให้พวกมันตาแหกออกมาดับไฟ พอไฟลุกไอ้สองตัวนั่นโผล่หัวออกมาดับไฟ พวกมึงทั้งหมดเลือกยิงถล่มมันได้เลยไม่ต้องยั้ง”

“แหม แผนของพี่ยอดเยี่ยมราวกับขงเบ้ง ตอนเผาเรือโจโฉ” ไอ้นั่นว่าส่งเดช แถมประจบลูกพี่

“เขาเรียกแผนล่อหมู่ป่าออกจากถ้ำมาหาปังตอ” อีกคนคิดว่าตนเฉียบแหลมตั้งชื่อให้ ทัดเลยยิ้มกริ่มรีบนำบริวารเดินไปที่โรงจอดรถ

“เอ พี่ทัด ผมว่าถ้าเราเผารถยนต์มันในโรง ไฟก็จะต้องไหม้ลามไปไหม้บ้านซี ถ้าไฟไหม้บ้านพี่เทินจะเอาเราตาย เพราะบ้านแกจะขาย” ไอ้เวกเกิดความฉลาดนึกได้ขึ้นมา

“เออ... จริงของมึง” ทัด หนองโสน หยุดคิด มองไปที่โรงรถ โรงรถปลูกติดอยู่กับตัวบ้าน ถ้าไฟไหม้รถยนต์ ไฟจะต้องไหม้หลังคาโรงรถ แล้วก็ลามขึ้นสู่ตัวบ้าน

“งั้นทำไงดี” ทัดกลับถามไอ้เวก

“ช่วยกันเข็นรถออกไปจอดกลางสนาม เอาให้ไกลบ้านแล้วจุด”

“จริงว่ะ หัวคิดมึงเฉียบแหลมมาก งั้นเราช่วยกันเข็นรถยนต์มันถอยหลังออกมา หวังว่ามันคงไม่ใส่เกียร์หรือ ติดเบรกมือไว้นะ”

ไอ้เวกยิ้มแป้นที่ได้เป็นหัวสมองให้ ทัด เพราะอย่างน้อยก็ทำให้มัน มีความสำคัญขึ้นมาใกล้
เคียงกับทัด หนองโสน



ในโรงรถ มีรถยนต์จอดอยู่เพียงคันเดียว คือรถของเรืองศักดิ์ กำชัย เพราะรถของธนา ถูกยิงกระจกแตก ตัวถังพรุน ธนาเพิ่งพาไปทำสีใหม่และเปลี่ยนกระจกที่อู่แถวๆ สี่แยกท่าแซะ ทัดกับเวกจึงช่วยกันเข็นรถยนต์ของเรืองศักดิ์ถอยหลังออกมา

ทว่ามือของทั้งสองยังไม่ทันจะแตะต้องรถของเรือง ร่างของหญิงสาวผมยาว สูงโปร่งสวมชุดนอนแพรบาง ปลายแขนยาวถึงข้อมือ ชายกระโปรงยาวกรอมเท้า พลันปรากฏขึ้น

“จะทำอะไรพี่” เสียงหวานใสถามขึ้น



“เฮ้ย! แก- แกเป็นใคร?” ทัดสะดุ้งถามแล้วตกตะลึง ส่วนเวกยืนตาค้าง

“น้องก็เป็นเจ้าของบ้านนี้นะซีพี่ ว่าแต่พี่เถอะนั่นจะทำอะไรรถของเขา”
ทั้งสองไม่ตอบคำถาม แต่ทัดดีใจรีบถามออกมาว่า

“งั้นแก - แก – ก็คือนังยานี แกออกมาก็ดีแล้ว เพราะเจ้านายกำลังอยากจะได้ตัวแกอยู่”

“แหมพี่พูดไม่สุภาพเลย น่าจะให้เกียรติผู้หญิงบ้าง” น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับการเข้ามาของ ทุจริตชนยามวิกาล

“ตกลงเอาไงดีพี่” เวกถามแกลลอนน้ำมันยังค้างอยู่ในมือ

“สงสัยจะต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้วว่ะ” ทัดตอบ

“เปลี่ยนเป็นแบบไหนดีพี่” เวกถามหันไปมองหญิงสาวที่ยืนมองมันสองคนอยู่

“ช่วยกันจับตัวนังนี่ไปให้พี่เทินเดี๋ยวนี้ เรื่องไอ้คนกรุงเทพนั่นเอาไว้ทีหลัง”

ทัดพยักหน้ากับเวก วางแกลลอนน้ำมันลงแล้วพุ่งเข้าหาหญิงสาวทันที ทว่าทั้งสองคนเหมือนตะครุบเอาอากาศเข้าเต็มเปา แต่มันสองคนกลับคิดว่าหญิงสาวว่องไวจึงหลบไปได้ ทั้งสองคนหันหน้ามาใหม่ พลางแยกออกไปยืนอยู่สองข้างของหญิงสาว แล้วค่อยๆ ย่างก้าวสามขุมเข้าหาหญิงสาวที่มันคิดว่าเป็นยานี แล้วก็พุ่งตัวเข้าหาหมายรวบตัวให้อยู่ แต่แล้วก็กลายเป็นว่าศีรษะของมันสองคนชนกันอย่างแรง เสียงดัง พล้อก และคว้าได้แต่อากาศเปล่า

มันทั้งสองคนถึงกับกระเด็นลงไปนั่งมึนงง อยู่บนพื้นหญ้าเปียกชุ่มน้ำค้าง หากเป็นกลางวัน ตอนนี้จะเห็นว่าทัดกับเวกเริ่มมีสีหน้าตื่นกลัว แต่เมื่อเป็นกลางคืนและมืด จึงแค่เห็นมันพากันลุกขึ้นและทำท่าจะหนี

“เฮอะๆ พวกแกคิดง่ายพูดง่ายเสียเหลือเกิน โดนข้าเล่นงานไปเมื่อสองสามคืนก่อนยังไม่เข็ดหลาบอีก ดีแล้ววันนี้ที่เอ็งสองคนมาหาที่ตายเอง ข้าก็รอคอยวันที่เอ็งสองคนจะมาที่บ้านนี้มานานแล้วเหมือนกัน บัญชีที่เอ็งเคยทำไว้กับข้าจะได้สะสางกันเสียที”

หญิงสาวในชุดนอนกล่าวเสียงแหลม เย็นเยียบ แต่แฝงความดุดัน

“แกรู้จักข้าสองคน! งั้น แกก็ไม่ใช่นังยานี แกคือ...” ทัด ทิวสนพูดเสียงแหบพร่า

“ใช่ ข้าคือ...นงเยาว์ คนที่พวกแกช่วยกันข่มขืนในคืนนั้นอย่างไรล่ะ”

“เหวอ! เฮ้ย ผีหลอก!...” ทัดกับเวกร้องขึ้นพร้อมๆ กัน ก่อนเผ่นหนี แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเหมือนโดนนะจังงัง เมื่อมีเสียงตวาด

“หยุด! หยุดอยู่ตรงนั้น!”

ทัด กับ เวก หยุดอยู่กับที่ ตาเหลือกลาน เรือนร่างและดวงตาที่มีประกายเขียวเรืองของหญิงสาว เหมือนไม่ได้เดิน แต่ลอยวูบมาดักหน้า

“ไปหยิบแกลลอนน้ำมันของพวกเอ็งมา” หญิงสาวในชุดนอนสั่ง

ทัดกับเวกต้องเดินกลับไปก้มตัวหยิบถังแกลลอนของตนมา โดยมีหญิงสาวดวงตาเขียวเรืองคอยตามกำกับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ธนาและเรืองศักดิ์ เดินก้มตัวย่องมาคนละด้าน และเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี




Create Date : 23 ธันวาคม 2554
Last Update : 23 ธันวาคม 2554 20:40:13 น. 10 comments
Counter : 683 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณลุงฝากเม้นท์ไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาอ่านนะคร้า
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: หญิงแก่น วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:22:30:07 น.  

 
แวะมาอ่านจนจบแล้วนะคะ กำลังมันเลยอ่ะ นงเยาว์จะจัดการพวกคนเลวยังไงน้า รอชมๆตอนต่อไปนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:19:29:40 น.  

 

เอาขนมมาฝากค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:15:50:31 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงบูลย์
เอา ส.ค.ส. ๒๕๕๕ มามอบให้ครับ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 31 ธันวาคม 2554 เวลา:11:34:15 น.  

 


ปีใหม่นี้ ผมขอให้ลุงบูลย์มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากมายตลอดไปและรวยๆๆครับ มีงานเข้าเยอะๆด้วยนะครับลุง


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:13:16:18 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณลุง
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: หญิงแก่น วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:14:52:05 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุงหายไปนานอย่าลืมลงตอนต่อไปนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:22:18:57 น.  

 
คุณลุงบูลย์สบายดีนะครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 15 มกราคม 2555 เวลา:22:02:09 น.  

 
สวัสดีครับลุงบูลย์ วันนี้วันครู ต้องมาสวัสดีคุณครูผู้มากความสามารถครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:22:27:09 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลุง สบายดีนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:14:50:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pantamuang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




ไม่อยู่อย่างอยาก แต่ยังอยากจะอยู่
อยู่อย่างไม่ลำบาก เวลาที่เหลือน้อยรีบสอยรีบคว้า
ก่อนจะหมดเวลาให้สอย

ดวงดาวบนฟ้าก็สอยได้ ถ้ารู้จักต่อด้ามฝันให้ยาวพอ

ฝันถึงไหนก็ได้ มีสิทธิ์ฝัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ช่างฝัน
เพราะสิ่งที่ฝันคือนวนิยาย..

ชีวิตก็คือนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นผู้เขียนและกำกับ.

เริ่ม 9 กันยายน 2550

Friends' blogs
[Add pantamuang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.