Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Finally Woken



บ่ายสามกว่า...ผมเพิ่งตื่นนอน

มันเป็นการตื่นจากการหลับอันยาวนาน ผลพวงจากการทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์...ว่าแต่มีสัปดาห์ไหนบ้างเหรอที่เราไม่ทำงานหนัก—ผมถามตัวเอง

ข้างนอกฟ้าดูขมุกขมัว เมฆใหญ่จับกลุ่มเป็นแพ ลอยเกลื่อนเต็มท้องฟ้า

บางทีฝนอาจตก...บางทีอาจไม่...แค่บางที

สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือบางทีอาจเป็นตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ผมอยู่กับตัวเองและคำถามหลายคำถาม หลายๆ เรื่องผ่านเข้ามาในหัว ไหลเวียนวกวนอยู่ในเขาวงกตที่ไม่มีทางออก

ผมถามตัวเองว่ามีความสุขดีหรือเปล่า กับชีวิตที่ดูเหมือนไร้คุณภาพ กับการนอนดึก ตื่นเช้าบ้าง สายบ้าง กับการงานที่หนักหนาไม่เคยหยุดหย่อน กับอนาคตที่ดูไม่ค่อยก้าวหน้า กับอาการขี้เกียจเหลือทนของตัวเอง กับความรักที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งจนต้องถามตัวเองบ่อยครั้งว่ามันเคยเริ่มขึ้นอย่างจริงๆ จังๆ ด้วยเหรอ

บางทีคำถามเหล่านี้ก็เทไหลเข้ามาในหัว...เมื่อบางครั้งชีวิตมันนิ่งเกินไป

ผมชะโงกจากระเบียงดูฟ้าฝนอีกครั้ง...ลมพัดเบาๆ เหมือนชักชวนให้ออกไปเดินเล่น สูดอากาศริมแม่น้ำ เสียงโป๊ะดังกระทบคลื่นที่รื่นหูไม่แพ้เสียงคลื่นจากทะเล ลมแม่น้ำยามเย็นที่หอบกลิ่นฝนมาจากแดนไกล กลิ่นกาแฟที่ลอยปะปนกับกลิ่นบุหรี่บนโต๊ะ

ผมยิ้มกับจินตนาการอันแสนหวาน ขยี้หัวตัวเองที่ยุ่งเสมอ แม้ทุกครั้งจะบอกช่างตัดผมประจำตัวว่าอยากได้ทรงเปรี้ยวๆ แต่ก็โดนด่ากลับมาทุกทีว่า ตัดเปรี้ยวอย่างไร พี่ก็ไม่เคยเซ็ตผมสักที
ก็ผมตื่นสายและขี้เกียจนี่...เซ็ตผมใครว่าเรื่องง่าย

แดดจางๆ จับเงาให้ทอดบนเรือข้ามฟาก ผมนั่งมองเท้าตัวเอง ผ้าใบคู่โปรดล่าสุดที่กำลังจะเน่าในไม่ช้า มันเป็นผ้าใบหุ้มข้อสีแดงสด หัวแหลมเปี๊ยบ ที่คนขายบอกว่ามันเกิดมาเพื่อน้อง—ผมบ้ายอเสียด้วยสิ เลยถอยมาทันที ทั้งๆ ที่มีรองเท้านอนรออยู่ที่บ้านมากกว่า 20 คู่ได้

บางครั้งฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆก็สวยไปอีกแบบ มันเหมือนกระดาษที่ไม่ว่างเปล่า มีกลุ่มก้อนลอยละล่องให้ได้จินตนาการเล่นๆ บางครั้งมันเป็นฉากหลังที่สวยงามให้กับภาพบางภาพ เหมือนภาพเขียนสีไม้ที่วาดส่งครูตอนเด็กๆ โลกทั้งโลกมีเสียง ภูเขาสีเขียวสด ต้นไม่สองสามต้น แม่น้ำหนึ่งสาย พรอาทิตย์สีแดงแจ๋ และเมฆลอยเกลื่อนฟ้า

ไม่ว่าจะวาดอีกครั้งโลกก็มีเพียงแค่นั้น

ช่วงนี้แม่ขยันโทร.มาหา ถามว่าฝนตกหรือเปล่า กำชับให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ออกจากบ้านทุกวัน แม่ไม่เคยบอกให้พกร่ม เพราะรู้ว่าสุดท้ายผมก็คงลืมไปไว้ที่ไหนสักแห่ง บนรถเมล์ ร้านกาแฟ แม้กระทั่งออฟฟิศตัวเอง แม่ถามว่างานเยอะไหม ผมบอกไปว่าคงทำงานมากกว่านี้ไม่ไหว แม่บอกว่าทำเท่าที่ทำได้...แค่มีเงินเดือนกินก็พอแล้ว งานนอกไม่ไหวก็ไม่ต้องไปรับทำ

แล้วแม่ก็ลงท้ายด้วยอย่าลืมกินข้าวเด็ดขาด

ครั้งหนึ่งพ่อเคยบอกว่าให้ลาออกจากงาน แล้วมาอยู่ที่บ้าน คิดออกว่าอยากทำอะไรแล้วค่อยทำ—ครั้งนั้น ผมแค่เครียด เหนื่อย และอยากลาออก แต่เมื่อพ่อพูด ผมคงไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วงมากกว่านี้

หลายวันก่อนพี่คนหนึ่งโทร. มา เธอบอกว่าส่งงานให้ผมแล้ว แล้วอธิบายอะไรสักนิดหน่อย ก่อนวางสายเธอถามว่างานผมเป็นไงบ้าง ผมตอบไปว่าก็ยุ่งๆ แต่เธอบอกว่า เปล่า...เธอหมายถึงงานที่ผมบอกเธอว่าจะเขียน ผมรู้สึกผิดทันใด ตอบด้วยเสียงแหยๆ ว่า ยุ่งจนทำอะไรไม่ได้เลยครับ เธอบอกว่าอย่ามัวแต่อ่านงานคนอื่นเพลินล่ะ ให้คนอื่นได้อ่านงานเธอบ้าง

เพื่อนที่อยู่อเมริกาส่งข้อความมาทักทายที่ Hi5 ‘ฉันรออ่านหนังสือเธออยู่นะ’
แถมกัดแกมหยอกว่า ผมเป็นคนแรกที่ประกาศจะลาออกจากงาน แต่แล้วกลับเป็นคนที่อยู่นานที่สุด ไม่มีท่าทีจะลาออก

ยังไม่มีอะไรคืบหน้าสักอย่าง...

ผมถามตัวเอง...มีความสุขไหม ความสุขผมเป็นอย่างไร

ผมหันมองหนังสือปกสีเหลืองในมือ ‘No One Belong Here More Than You’ ของ Miranda July ผมมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ และมีความสุขยิ่งกว่าเด็กได้ของเล่นทุกครั้งที่เปิดห่อพัสดุทุกวันที่ออฟฟิศ แล้วพบว่ามีหนังสือและซีดีที่น่าสนใจส่งมาให้ตลอดเวลา

เสียงเพลง ‘Nothing Even Matters’ ของ Lauryn Hill ดังเบาๆ เรื่อยเอื่อยเหมือนสายลมในเย็นนี้ สัปดาห์ก่อน ผมทำความสะอาดห้อง มีลังใบหนึ่งเต็มไปด้วยเทปคาสเซ็ตสมัยเด็กที่ผมหมั่นเพียรเก็บเงินซื้อทุกสัปดาห์ ผมหยิบคาสเซ็ตแต่ละม้วนใส่เครื่องเล่นแล้วเปิด ทุกอัลบั้มยังใช้งานได้ที อัลบั้มนี้คืออัลบั้มโปรดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนี้ผมติดมันไปทุกที่ กับเครื่องเล่นเก่าคร่ำคร่า มันไม่ใช่แค่เพลง แต่มันเป็นความสุข มันเป็นอดีต ที่ไม่ได้มีเพียง 10 กว่าแทร็กในนั้น แต่หลากหลายเรื่องราวบรรจุซุกซ่อนไว้ในระหว่างตัวโน๊ตแต่ละห้อง เพลงนั้นพาย้อนเรื่องราวเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้อย่างดี

ถ้าคุณเห็นผู้ชายตัวเล็กๆ ผอมๆ คนหนึ่งยืนฟังเพลงบนรถไฟฟ้า หรือนั่งในร้านกาแฟ มือถือเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต แทนที่จะเป็นไอพอดสุดหรู ปากบ่นพึมพำเหมือนท่องมนตร์—อย่ามองเขาแปลกๆ นะครับ เขากำลังมีความสุข

แล้วฝนก็ไม่ตก...

วันนี้ทุกอย่างยังเป็นเงาร่างที่จืดจาง บิดเบี้ยว ไร้รูปทรง มองไม่เห็นว่าจะมีความสวยงาม หรือก้าวหน้าอื่นใดในอนาคต--เหมือนเมฆบนฟ้าที่ขมุกขมัวในวันนี้

แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมจะค่อยๆ ทำ เหนื่อยผมก็จะหยุด ง่วงผมก็จะนอน หิวผมก็จะกิน อยากหยุดผมก็จะนั่งนิ่งๆ อยากฟังเพลงผมก็จะฟังเพลง อยากอ่านหนังสือผมก็จะอ่าน คอมพ์พร้อมจะปิด...ได้ทุกเมื่อ

มันคงไม่เป็นไรหรอก หากความฝันมันจะเสร็จช้าไปนิด...หรือบางทีก็อาจไม่เสร็จเลย แต่ใช่ว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อย...ผมก็ยังเขียนอะไร...ที่นี่

แดดจางลงแล้ว เหลือเพียงแสงสุดท้ายของวันที่ขอบฟ้า ลมยังพัดเอื่อย ผมปิดหนังสือ ถอดหูฟัง ยืนมองฟ้าเงียบๆ สูดอากาศเข้าลึกเต็มปอด

รู้สึกดีที่วันนี้ตื่นและได้ใช้เวลาในตอนเย็น

หนังสือ เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต เทปเพลงสามสี่ม้วน ถูกยัดลงกระเป๋าใบโต ผมเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แล้วเดินทอดน่องออกมาจากร้านกาแฟ ในใจคิดว่าคืนนี้ทำอะไรดี อืมมม...ดูหนังดีกว่า แผ่นหนังที่ซื้อไว้ยังไม่ได้แกะมาดูหลายเรื่อง—ความสุขอีกอย่างของชีวิต ถ้าอย่างนั้นขอแวะซื้อเวเฟอร์ไส้ช็อกโกแลตกับไส้นมอย่างละถุง และบิ๊กกัลป์น้ำแดงอันใหญ่สุดก่อนแล้วกัน

ไม่เป็นไรนะ...









Finally Woken - Jem


Create Date : 16 กันยายน 2551
Last Update : 16 กันยายน 2551 5:59:31 น. 19 comments
Counter : 255 Pageviews.

 

อืมม ตะเองจะไม่เป็นไรหรอก

ใช้ชีวิตแบบที่ชอบเหอะ


ปล. คิดถึง Jem


โดย: ภูติ วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:6:38:55 น.  

 

ลืมบอก .. รูปข้างบนนี่ สวยมาก ชอบ


โดย: ภูติ วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:6:39:41 น.  

 
ไม่เป็นไรหรอก
ถึงความฝันจะไปได้ไม่ถึงไหน
ถึงบางครั้งจะเหนื่อย จะล้า จะย่ำอยู่กับที่
แต่เราว่า ยังไงก็ยังมีความสุขเล็ก ๆ แฝงอยู่ในทุก ๆ ที่นะ
ได้อ่านหนังสือที่ชอบ ได้ฟังเทปคาสเซ็ทเพลงโปรด ได้ดูหนังอีกตั้งหลายเรื่อง
ก็เป็นความสุขเล็ก ๆ บนเส้นทางที่กำลังจะไปให้ถึงฝัน
จริงมะ

ปล.รูปสวยอ่ะ เหมือนถ่ายแบบลงนิตยสารเลย


โดย: Almondblist วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:7:49:37 น.  

 
แม่เราก็ขยันโทรหา ฝนตกบ่อย

....คิดถึงบ้านง่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:9:49:18 น.  

 
ฝนตกบ่อยๆพาลให้ใจเหงา อารมณ์หม่นบ่อยเกินจำเป็น

แค่ฝันก้อมีความสุข แต่เมื่อเริ่มทำความฝันมีความ

สุขมากกว่า

แต่เมื่อไรที่ความฝันมันกลายเป็นจริง ยิ่งมีความสุขทวีคูณ


โดย: คนอ่อนไหวกับใจอ่อนหวาน วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:15:59:28 น.  

 
ภาพที่ชอบวาดสมัยเด็ก

..

มีฟ้า มีนกบินร่อน มีดวงอาทิตย์ มีทะเล
มีภูเขา มีเรือ มีต้นมะพร้าว


ไม่เป็นไรค่ะ


โดย: azamiya วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:19:57:54 น.  

 
ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ และสุขกับมันเถอะ

ใช่ว่าทุกคนจะได้รับโอกาสทำตามฝัน หรือรู้จักตัวเองดีพอว่าต้องการทำอะไร

เขียนให้คนอ่านได้สัมผัสความรู้สึกของคุณ เหมือนในบลอกที่เราเข้ามาอ่านบ่อยๆ

อย่างเป็นตัวของตัวเอง แต่ละเอนทรี่สมบูรณ์ในตัวเอง ตัวหนังสือเล่าเรื่องราว เป็นภาพ เนิบนิ่ง แต่เต็มไปด้วยอารมณ์

เป็นอีกบลอกหนึ่งที่เราชอบแวะชมนะ ภาพประกอบ หรือ เพลงประกอบ ไม่ขโมยซีนหรือความเด่น แต่เป็นส่วนที่เติมเต็ม พอดี พอดี



บางทีความงดงามอาจสังเกตุได้ชัดขึ้นเมื่อเราเดินช้าลง

เทคแคร์นะ


โดย: คนชอบอ่าน IP: 202.133.135.26 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:20:01:18 น.  

 
เคยอ่านในหนังสือพวก How to อะไรสักอย่าง
ชอบบอกว่า ถึงแม้จะหนักแค่ไหน
ถ้ากินอิ่ม และนอนหลับได้ ก็จะไม่เป็นไร
...มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เนอะ ...


โดย: BeCoffee วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:41:33 น.  

 
ดีใจที่ยังคงแวะเวียนไปที่มุมสวยมุมนี้อยู่ค่ะ
.....
เรื่องราวในวันนี้ บอกเล่าผ่านตัวหนังสือได้ดีกว่าที่เคยอ่าน
.....
ทั้งบรรยากาศ
ทั้งความคิดวกวนในใจ
ทั้งภาพครอบครัว
ตัวอักษรพาความนึกคิดคนอ่านตามไปได้เหมือนจริง
.....
และ
yes,
finally
the sun
will rise again.
so
just take
the walk
when
you're awaken.


โดย: MeMoM วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:23:06:12 น.  

 
บล็อกนี้โดนมากๆ โดนทุกตัวอักษร ฟังเพลงคลอด้วยยิ่งน้ำตาเอ่อเลย อ่านแล้วอดจะคิดเรื่องตัวเองไม่ได้ อารมณ์หลายอย่างประดังเข้ามา

อดคิดไม่ได้ว่า...เวลามันเดินมาเกือบครึ่งทางแล้ว

ปล. ถ้ามีวันนั้นวันที่มีหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนแผง รบกวนเซ็นให้ด้วยนะ

ปล.อีกที รูปเท่โค๊ดดดด ชอบมากๆ


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:2:43:41 น.  

 
เป็นการใช้ช่วงเวลาบ่ายคล้อยได้อย่างน่าอิจฉามากครับ

เขียนเสร็จเมื่อไหร่บอกใบ้หน่อยนะจะหามาอ่าน

คงจะได้อ่านอะไรดีๆแน่ๆ


ปล เพิ่งได้ดู the story of lily chou chou

น้องเ้ค้าหน้าตาน่ารักดีนะ อิอิ


โดย: so straight วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:4:08:07 น.  

 
อืม ไว้ถ้าเห็นคนนั่งฟัง cassette ในร้านกาแฟ (ไม่น่าเยอะอ่ะ ดูเเล้ว) จะลองเข้าไปทักดูละกัน ^-^ เเล้วเขียนเสร็จเมื่อไหร่ อย่าลืมบอก รออ่านอยู่เน้อ


โดย: Wild Strawberries วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:4:34:40 น.  

 
ผมถามตัวเองว่ามีความสุขดีหรือเปล่า ?

อ่านจบแล้วพบว่า..มีเยอะเลยนะ


โดย: ซซ วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:15:29:28 น.  

 
ขำตรงนี้ "คนขายบอกว่ามันเกิดมาเพื่อน้อง—ผมบ้ายอเสียด้วยสิ เลยถอยมาทันที"
คนขายของก็เหมือนนักจิตวิทยาเลยเนอะ
มีเล่ลวงให้เรายอมควักเงินออกมาให้เค้าเพื่อแลกกับสินค้าได้


เพลงเพราะฟังสบายๆดีจัง...


โดย: Unravel วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:16:24:02 น.  

 
แวะเข้ามาทักทายเป็นครั้งแรกคะ
เราก็ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ
อีกอย่างก็ชอบการถ่ายภาพเอามาก ๆ

รูปสวยดีคะ

ขอให้มีความสุขกับชีวิตคะ

สู้ ๆ สู้ตาย


โดย: แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง (minporee ) วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:10:08:06 น.  

 
ขอเม้นอีกรอบหนึ่งนะ

เราก็ชอบมองดูท้องฟ้า สีของท้องฟ้ามีสีต่าง ๆ กันเหมือนกับจิตใจของคนเรา
ชอบมองท้องฟ้า ชอบเวลาฝนตก ยิ่งกลิ่นดินเวลาฝนพึ่งหยุดตกจะมีกลิ่นหอมมาก ๆ

(พึ่งเข้ามาครั้งแรกแต่ก็ชอบอ่านข้อความในบล็อกคะ)

ขอให้มีความสุขกับชีวิตคะ

สู้ ๆ สู้ตาย



โดย: แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง (minporee ) วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:10:31:25 น.  

 

สองภาพสุดท้ายเป็นภาพที่ชอบเป็นการส่วนตัวแต่...
เป็นภาพลวง
.....
สวัสดีค่ำ ๆ ค่ะ
วันนี้ผ่านปากคลองป่ะ?


โดย: MeMoM วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:19:35:41 น.  

 
ภาพถ่ายริมน้ำโดยใจสุดๆเลย


เรื่องราว...การทำงานของผมก็เคยเป็นแบบคุณอ่ะ
ทำงานโครตจะหนัก..ไม่ได้พัก..
ไม่อยากหาเงินมาซื้อความสุขอีกแล้ว..
อยากทำงานให้มีความสุขมากกว่า อยู่ในที่สงบ มีงาน มีคนรัก..

ต่อมาผมถามตัวเองว่าพร้อมหรือยังที่จะมีอะไรเป็นของตัวเอง..สักที
ผมคิดว่าประสบการณ์+ความรู้ที่ได้สะสมมาคงจะพร้อมแล้ว..
...จึงลงมือเลยครับ..



โดย: Little Knight วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:12:39:00 น.  

 
เราเองประกาศอยากลาออกตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร
นี่ก็ผ่านปีเกือบสองปีแล้ว
ยังทำงานเหมือนเดิม


โดย: lamerdejoy IP: 202.57.140.226 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:13:45:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอบชอบ คห. ข้างล่าง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจัย 5 อย่าง หนัง เพลง หนังสือ กาแฟ และบุหรี่
Friends' blogs
[Add แอบชอบ คห. ข้างล่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.