Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Generate The Heat

บ่ายวันเสาร์

ผมตื่นบ่ายเช่นเคย...หันมองที่ท้องฟ้าจากระเบียง มีเค้าว่าฝนจะตก เพียงไม่นานฝนก็เทลงมา

นานเท่าไรแล้วนะที่เราไม่เจอแสงแดดเลย

แดดยามเย็นมีความหมายต่อผมเสมอ โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ เหมือนชีวิตผมเพิ่งเริ่มเมื่อแดดโรย

ผมมองท้องฟ้าสีครึ้ม กวาดตาหาพระอาทิตย์ที่ถูกบดบัง หายหน้าไปหลายวัน ภาวนาให้ความอึมครึมหายไป ขอแสงสุดท้าย ขอความอบอุ่นของช่วงวันที่เหลืออยู่

เพียงไม่นานแดดก็ออกอย่างปาฏิหาริย์

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าสิ่งของจำเป็นทั้งหลาย มือถือ หนังสือสองเล่ม กล่องบุหรี่ เทปคาสเซ็ตอีกสองสามม้วน เครื่องเล่น โยนลงกระเป๋าใบโต ใส่รองเท้าคู่โปรดแล้วปรี่ออกไปยังท้องถนน

แดดเย็นนี้ไม่ต่างจากแดดตอนเช้า ละอองน้ำในอากาศทำให้เหมือนว่ามีหมอกจางๆ ลอยละล่องอยู่ทั่วเมือง ต้นไม้คงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือบางทีต้นไม้กับพระอาทิตย์อาจคุยกันเป็นปกติอยู่แล้วก็ได้

ผมเองที่รู้สึกแปลกไป

ผมเดินลัดเลาะโรงพยาบาลศิริราชไปโป๊ะเรือ เพื่อข้ามไปยังอีกฝั่ง ผู้คนบางตากว่าเคย คงเป็นเพราะอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพียงโผล่พ้นถนนหน้าโรงพยาบาล ถนนทั้งสายเหมือนอยู่ห่างจากพระอาทิตย์เพียงไม่กี่ก้าว แสงแดดยามเย็นไล้ผิวถนนเป็นสีทองสว่างจ้า จนแสบตา ผมหยุดยืนถอดแจ๊กเก็ตออก ซึมซับแสงสุดท้ายของวัน และรังสีอุ่นๆ ที่แผ่มาถึงในเย็นวันนั้น

ผมเลือกนั่งเรือข้ามฟากไปยังท่าช้าง เพราะอยากเดินเล่นจนกว่าจะถึงร้านกาแฟ เพียงเท้าก้าวขึ้นโป๊ะเรือฝั่งท่าช้าง แดดแรงขึ้นอีกนิด เหมือนจะปลดปล่อยรังสีความอบอุ่นที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเพื่อทดแทน

ผมหยิบเทปคาสเซ็ทของ Jennifer Lopez อัลบั้ม J. To Tha Lo Remix ใส่ในเครื่องเล่น เหน็บหูฟังเข้าที่หู กดปุ่มเพลย์ แล้วออกเดิน

เสียงเกากีตาร์ทำนองร้อนแรง หนักหน่วงดังขึ้น ผมก้าวฉับๆ ตามเสียงดนตรี รอสำเนียงอันคุ้นหูในท่อนแรกดังขึ้น

“I can't wait, wanna see How this night is gonna be
Just a touch away From the feelin'that is here to stay”

คอ ไหล่ และหัวเริ่มโยกไปตามเสียงดนตรี ปากขยับตามเนื้อเพลงที่ท่องได้ขึ้นใจ

ผมชอบเดินถนนเส้นนี้ ปกติบนทางเท้าจะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าวางของขายซ้ายขวา บางครั้งของบางอย่างก็ทำให้เราอมยิ้ม มันเป็นของที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมูลค่าอีกแล้วในโลกใบนี้ พ่อค้าแม่ค้านั่งสบายๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนมานั่งปิกนิคมากกว่าจะมาขายของ ผู้คนเดินแล้วหยุด ดูของตามอารมณ์ เหมือตลาดแห่งนี้ต่อรองกันด้วยอารมณ์และจิตใจมากกว่ามูลค่าของของ บางครั้งผมก็ได้หนังสือติดไม้ติดมือกลับไป บางครั้งเป็นแว่นตา หรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่เตะตา ต้องอารมณ์ แต่ก็ไม่รู้จะจะหาประโยชน์อะไรจากมันได้อีก

พระอาทิตย์สาดแสงที่ฝั่งขวา แม้จะไม่มาก แต่ก็อบอุ่น ฝั่งซ้ายเป็นกำแพงวันสีขาวตั้งตระหง่าน ปกติผมจะเดินฝั่งซ้ายตอนขากลับ มันให้ความรู้สึกอีกแบบ เหมือนเดินลัดเลาะในเมืองที่ไม่รู้จัก พื้นหญ้าสีเขียวสดตัดกับสีขาวของกำแพง ไม่มีใครเดินฝั่งนี้ ทุกครั้งเหมือนกับว่าโลกฝั่งซ้ายมีผมอยู่คนเดียว

“We're walkin' on sunshine In the middle of the night
And it feels like I'm somewhere Above the sky”

เสียงเพลงยังดังไม่หยุด ผมยิ้มให้กับความมหัศจรรย์ของช่วงวัน แดดที่กระสายความร้อนอันน้อยนิดทำให้เมืองทั้งเมืองมีชีวิตมากขึ้น แสงแดดทำให้แม่น้ำเกิดเงาสีทองระยิบระยับ เหมือนเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำกำลังมีงานเฉลิมฉลอง

ผมใช้เวลาตอนเย็นนั่งดูแสงอาทิตย์ที่กำลังโรยลง ค่อยๆ ละเลียดแสงสุดท้ายของมันเหมือนกลัวว่าจะหมดลงไปในไม่ช้า บางคนชอบตอนเช้า แสงแรกของพระอาทิตย์คือจุดเริ่มต้นชีวิตของเขา บางคนชอบกลางคืน ผมก็เช่นกัน ใครคนหนึ่งคุยพูดกับผมว่า

My Night Is Beautiful Than Your Day

ผมยิ้มคิดในใจว่า คุณก็ไม่รู้หรอกว่าตอนเย็นของผมสวยงามแค่ไหน

แดดสีส้มจัดของเย็นวันเสาร์ ทำให้ผมนึกถึงเย็นวันหนึ่งที่อ่าวมะนิลา ไกลออกไปคือทะเลอันเวิ้งว้าง ริมขอบคือเขื่อนคอนกรีตกั้นไม่ให้น้ำเซาะฝั่ง มันไม่มีอะไรโรแมนติกเลยสักนิด

มีถนนตัดรอบๆ อ่าว ไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ตรงนั้นมีร้านกาแฟตั้งอยู่ บ่ายแก่ๆ วันนั้น แม้แสงแดดจะจัดจ้าน แต่ผู้คนก็ไม่ยี่หระกับความร้อนแรงของมัน เหมือนและแสงแดดคือรักแรกพบของพวกเขา ทุกเก้าอี้มีเสียงพูดคุยหัวเราะ

แดดจัดค่อยโรยแสงจนฟ้าเป็นสีส้ม ผู้คนยังยืนชื่มชมประหนึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ สำหรับผมมันเป้นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและพบเห็นได้เกือบทุกวัน

จนแสงสุดท้ายหมดลง

ผมไม่เคยเห็นผู้คนรักแสงแดดยามเย็นมากเท่าที่นั่น เหมือนพวกเขามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองให้กับยามเย็นของวันธรรมดา เหมือนมาพบปะกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสนสามัญ เหมือนพวกเขาตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เหมือนที่ผมตกหลุมรักในทุกๆ เย็น

เสียงดนตรีดังขึ้นอีกครั้งจากลำโพงของร้าน เพลงแจ๊ซจังหวะร่าเริงของ Malene Mortensen เพลงที่ผมไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นปัดทรายที่ก้นแล้วโยกไปตามจังหวะเมื่อครั้ง Huahin Jazz หลายปีก่อน

มันเป็นค่ำคืนที่สวยงามอีกหนึ่งคืนในความทรงจำ

ครั้งนี้ผมโยกตัวเบาๆ ฮึมฮัมตามเพลง

“Generate the heat When you off the beat”

หวังว่าพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป แดดตอนเย็นจะส่งแสงอันอบอุ่นและสวยงามเหมือนเย็นวันเสาร์ บางทีคนที่นี่อาจตกหลุมรักแดดตอนเย็นเหมือนที่อ่าวมะนิลา










02 Off The Beat.wma - malene mortensen



Create Date : 22 กันยายน 2551
Last Update : 22 กันยายน 2551 7:00:30 น. 20 comments
Counter : 258 Pageviews.

 
ชอบดนตรี เพลงนี้จังเลย


โดย: jdaynoaoon วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:7:28:07 น.  

 
เคยอ่านเจอประโยคทำนองว่า
"น้อยนักที่คนจักไม่ตกในภวังค์เวลาอาทิตย์อัสดง.."

ว่าแต่..ตกหลุมแดด หรือว่า ตกหลุมรักใครอ๊ะป่าวเนี่ย ..คึคึ



โดย: ซซ วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:9:03:32 น.  

 
ชอบดนตรีเพลงนี้เหมือนกัน ดูคึกคักดี สวัสดีตอนเช้านะครับ


โดย: Wild Strawberries วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:9:17:29 น.  

 


..


เพลงเพราะ ^^


ชอบแสงแดดมากกว่าเม็ดฝนเหมือนกัน
แต่ไม่ค่อยจะเห็นเลยแหะ ช่วงนี้


อยากไปต๊ะเล๊ ..


..


โดย: ทิ .. (Ka - Ti ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:10:42:22 น.  

 
ขอเดาร้านกาแฟ แถวๆ ท่าช้าง ใช่ Vivi หรือเปล่าน่ะครับ

อ่านจบ คิดถึงสมัยอยู่มหาลัยที่ต่างจังหวัดมากๆ ครับ เวลายามบ่ายค่อนเย็นในวันหยุดที่ผมไม่ได้กลับบ้าน ผมจะไปเดินเล่นที่ Green Area ของมหาลัยประจำเลย หอบหนังสือเล่มโปรดที่อ่านไม่รู้จักเบื่ออย่าง Kitchen และเครื่องเล่น CD Walk Man ไปนั่งชิลล์ๆ ริมน้ำ สูดอากาศเต็มปอด มีความสุขกับตัวเอง

แต่ตอนนี้กลับกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่มีโอกาสเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะไปทำอะไรชิลล์ๆ และผ่อนคลายแบบนี้อีก นอกจากความรีบเร่ง และความต้องการพักผ่อนอย่างมากที่สุดแทน

ดูท่า ผมคงสลัดคำว่า "ไม่มีเวลา" ออกจากตัวไม่พ้นซะแล้วล่ะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:11:42:20 น.  

 
ฉันชอบมองดูท้องฟ้าช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและก่อนพระอาทิตย์ตก
ท้องฟ้ายามเย็นให้แสงแดดอุ่น ๆ มองทีไร รู้สึกเหงาบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเวลารู้สึกไม่สบายใจ เพียงแค่ได้ออกไปมองดูท้องฟ้ากว้าง ๆ ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว

ตอนเช้าพระอาทิตย์ดวงกลมโตยิ้มต้อนรับฉัน เหมือนกับมันอวยพรให้ฉันว่าขอให้วันนี้ของฉันผ่านไปด้วยดี
แต่พอมาอยู่ที่นี่ฉันยังหาไม่เจอตำแหน่งที่จะมองเห็นพระอาทิตย์ยามเช้าได้ดวงใหญ่และกลมโตเท่าที่บ้านเลย

ขอให้มีความสุขกับชีวิตคะ

สู้ ๆ สู้ตาย


โดย: แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง (minporee ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:11:47:16 น.  

 
เดินเล่นตามหลังคุณมา
เพลินกับภาพและความรู้สึกไปตามเส้นทาง
อุ่นไปกับแสงแดดสวย

(แดดบ้านเราอุ่นดี แดดเมืองหนาวหาความอุ่นไม่ได้เลย T__T)

สุดท้ายก็อดโยกตามไม่ได้ ^__^
have beautiful days


โดย: ชอบอ่าน IP: 203.118.84.217 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:16:28 น.  

 
อ๊ายลงชื่อไว้ก่อน เห็นเม้นท์เมื่อตอนแปดนาฬิกาสามสิบเก้านาที คิดว่าจขบ.คงจะรองานเป็นแน่ อิอิ
ส่วนเนื้อเรื่องวันนี้ สำหรับบล็อกนี้ต้องตั้งใจอ่าน
แว่บหนีงานมาอ่านอย่างนี้ไม่ได้
....
เด๋วว่างแล้วอยู่บ้านสบายใจ จะรีบมาอ่านอย่างแรงงงง


โดย: ต้องค่อย ๆ อ่าน (MeMoM ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:25:39 น.  

 
ปกติเราชอบแสงแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า ๆ ที่ไม่ค่อยร้อนแรงค่ะ
ตอนเย็น ๆ ไม่ค่อยได้มีเวลาละเลียดกับบรรยากาศยามแดดโรยสักเท่าไหร่
แต่ได้อ่านบล็อกวันนี้แล้ว...ชักจะรู้สึกชอบแสงแดดตอนเย็น ๆ บ้างแล้วสิ

ปล.ชอบดนตรีเพลงนี้เหมือน คห. บน ๆ เลยค่า


โดย: Almondblist วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:15:20:07 น.  

 
เอิ่ม.....จะแปลกมนุษย์ไปไหมคะ
ถ้าจะบอกว่า เกลียดชะมันเลยแดดยามเย็นเนี่ย
ยิ่งเวลาผีตากผ้าอ้อม (เค้าเรียกแบบนี้ใช่มะ) ที่ท้องฟ้าอมเหลืออมทองนะคะ
ไอ้สวยมันก็สวยอยู่หรอก แหม แต่บรรยากาศมันโคตรจะเหงาเกินบรรยายเลย
ยิ่งถ้ามีเพลงเศร้า ๆ กรอกรูหูไปด้วยล่ะก็ ถึงขั้นน้ำตาซึมเลยว่าไปนั่น

ประมาณว่าพอแดดเย็นออก สีทองทาบท้องฟ้า
วิญญาณนางเอกมิวสิกก็จะมาประทับร่างโดยอัตโนมัติ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเหงาไปไหนนักหนา เฮ้อ !!!




โดย: pooliko (some dance to remember ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:20:20:06 น.  

 
อีกนิสสสส...

ขออนุญาตแอดบล๊อกไว้นะคะ
(ไม่รู้จะขอทำไม แอดไปแล้ว)

ไม่งั้นเวลาตามมาอ่าน ต้องตามลิงก์เก่าวุ่นวาย
จั๊ดง่าวเรื่องเทคโนโลยีน่ะค่ะ 555


โดย: pooliko (some dance to remember ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:20:22:54 น.  

 

อืมม .. แสงสุดท้ายของวันรึ นั่งมองผ่านหน้าต่างห้องทำงานทุกวัน

ตอนนี้ก็เช่นกัน (แดดอุ่น จนแทบหลับเลยวันนี้)


โดย: ภูติ IP: 161.200.255.162 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:17:59:57 น.  

 
แดดรอนแสง

ใจเล่า

รอนๆเหมือนแสงสุดท้ายมั้ย


นึกถึงสมัยเรียนละแวกนั้นจัง...


โดย: so straight วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:4:15:30 น.  

 
สวัสดีตอนเช้า โชคดีนะครับวันนี้


โดย: Wild Strawberries วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:4:37:25 น.  

 
มาแล้วค่ะ
....
มาอ่านสำนวนล้อแดดของบ่ายวันเสาร์ที่ไล่เรื่อยไปยันเย็น
....
ถ้ามองให้ดี แดดกลางวันคงมีสีไม่ต่างกับแดดสีส้มเมื่อตะวันใกล้จุดที่แผ่นฟ้ากับขอบน้ำมาจรดกัน
....
อืมม
No matter night or day, life is always beautiful.


โดย: MeMoM วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:20:16:30 น.  

 
อ่านไปฟังเพลงไป..เหมือนได้ไปเดินด้วยกันเลยครับ...

เพลงนี้ฟังสบายๆอารมณ์ดีจังเลยครับ..
เดี๋ยวเช้าๆมาเปิดBlogคุณดื่มกาแฟ..คงเข้ากันได้ดีแน่ๆเลย..


โดย: Little Knight วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:22:22:59 น.  

 
ใช่ ment ข้างบน ตรงใจมาก blog นี้มาเปิดอ่านตอนนั่ง up กาเเฟ ยามเช้า จะได้อารมณ์มาก สวัสดีตอนเช้า โชคดีนะครับวันนี้


โดย: Wild Strawberries วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:7:58:08 น.  

 
หวัดดีตอนเช้ามืด คุณนักเขียน รออ่าน blog ใหม่อยู่เน้อ


โดย: Wild Strawberries วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:5:38:52 น.  

 
เมื่อไหร่จะอั๊พเนี่ย เด๊วยิงกราดเลย


โดย: ซซ วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:22:31:41 น.  

 
ชอบเพลงนี้จัง


โดย: lamerdejoy IP: 202.57.140.226 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:13:42:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอบชอบ คห. ข้างล่าง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจัย 5 อย่าง หนัง เพลง หนังสือ กาแฟ และบุหรี่
Friends' blogs
[Add แอบชอบ คห. ข้างล่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.