Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
31 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
4 In The Morning


4: 32 น.

ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการเดิมๆ ความผิดปกติของการหลับนอนเกิดขึ้นจนชาชิน วิถีการใช้ชีวิตแตกต่างจากคนส่วนใหญ่โดยสิ้นเชิง บางครั้งมันกลับหัวกลับหาง บางครั้งก็คาบเกี่ยวเพียงแค่เศษเสี้ยวของช่วงวัน

อากาศข้างนอกเย็นเยือกอย่างประหลาด ใช่สินะ อีกไม่กี่วันก็จะล่วงสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว สำหรับบางคนมันเป็นหน้าหนาวแห่งการรอคอย สำหรับใครบางคนมันเป็นหน้าหนาวอันอบอุ่น และสำหรับใครบางคนมันเป็นหน้าหนาวแห่งการรอคอยการผ่านพ้นสู่ไออุ่นของแสงแดดในฤดูถัดไป

คืนนี้ผมตื่นขึ้นมาอย่างไม่ปกติ

ในห้องนอนที่มีแสงเล็ดลอดจากประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มเอาไว้ เชื้อเชิญอากาศเย็นให้เข้ามาเยือนความเงียบและมืดมิด ความรู้สึกแปลกแปร่งพุ่งพลันขึ้นมาอย่างประหลาด

วันนี้ผมเจอใครบางคน

เขาเป็นเครื่องหมายคำถามที่ยังตกค้างอยู่ในชีวิต

แปลก! ด้วยสายตาอันสั้นแหละพร่ามัวอย่างร้ายกาจของผม กลับสามารถรู้ได้อย่างชัดแจ้งว่านั่นเป็นเขา เพียงแผ่นหลังรำไรทอดตัวเป็นเงาในแสงสลัว ทุกท่าทีที่ขยับเยื่อน เพียงแค่เศษเสี้ยวของใบหน้าที่ถูกกลบทับด้วยแสงไฟเจิดจ้าของเวทีคอนเสิร์ต เขายืนอยู่ตรงนั้น ไกลเกินกว่าระดับสายตาจะออกคำสั่งแก่สมองให้จดจำได้ว่าคือใคร

แต่เพียงแค่เศษเสี้ยวนาที ผมรู้ว่าเป็นเขา

เรามักเจอกันโดยบังเอิญ นานๆ ครั้งจนวงจรชีวิตของผมไม่ได้บันทึกไว้ว่ามีเขาอยู่ แต่ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวขึ้น การปรากฏตัวของเขามาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่หลบซ่อนอยู่ในใจผมเสมอ

ทำไมนะ ทำไมนะ ทำไมนะ

รอยยิ้มที่คุ้นเคยปรากฏบนใบหน้าเขาทุกครั้งที่เราเจอกัน เป็นเขาทุกครั้งที่เดินตรงปรี่มาทักผมทุกคราไป ด้วยรู้ว่าสายตาอันด้อยประสิทธิภาพและความดื้อรั้นที่ไม่ยอมใส่แว่นตาหรือคอนแท็คเลนส์ของผมอาจทำให้มองไม่เห็นเขา

เปล่าหรอก ถึงผมจะมองภาพข้างหน้าได้ไม่ชัดใส แต่ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าเป็นเขา และความรู้สึกของผมก็ไวว่องกว่าสายตาของตัวเองหรือแม้แต่เขา ก่อนที่เขาจะมองเห็นผมด้วยซ้ำไป

แต่เพราะเครื่องหมายคำถามอันนั้นมันทำให้ผมหยุดรั้งรีรอที่เผชิญหน้า
แต่ก็เช่นกัน รอยยิ้มนั้นก็ฉุดรั้งให้ผมรีรอให้เขาเดินเข้ามาทักเช่นเดียวกัน


ทุกครั้งที่พยายามจะลบเลือนการมีอยู่ของเขา ไม่ว่าจะเป็นในปัจจุบันหรือความทรงจำที่ตกตะกอนนอนค้างอยู่ที่พื้นผิวของหัวใจ เขาก็มักปรากฏตัวขึ้นเพื่อย้ำเตือนความเลือนลางและเจ็บปวดนั้นให้กลับมาสดใหม่อยู่เสมอ

และจากไปเพื่อพร้อมจะกลับมาอีกครั้งในยามที่ความพยามของผมใกล้จะประสบความสำเร็จ

"But why do I stay married
To all those memories" ประโยคอันเจ็บปวดจากเพลง 'Back To You' ของ Jessica Simpson


หรือความทรงจำระหว่างผมกับเขามันคือการแต่งงานที่ไม่สามารถหย่าขาดจากกันได้

เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่มีอำนาจเหนือความรู้สึกของผมทุกครั้งที่เราเจอกัน

สายตาคู่นั้น น้ำเสียงอันคุ้นเคย คำพูดอ่อนหวาน ร่าเริง และเป็นห่วงเป็นใย มือที่สัมผัสลงบนบ่า คือเวทมนตร์ชั้นยอดที่ร่ายสะกดให้ผมยอมศิโรราบทุกครั้งไป เคลิ้มไหลไปกับกับความเจ็บปวดอันแสนหวาน

ก่อนจะตื่นขึ้นมาเพื่อลิ้มรสความทรงจำอันเจ็บปวดและขมปร่า--เหมือนในคืนนี้

ได้เพียงแต่หวังว่าเวทมนตร์ของเขาจะเสื่อมคลายลงในสักวัน

เมื่อถึงวันนั้นเราจะหย่าขาดจากกันเป็นนิรันดร์--ผมและความทรงจำของเขา






Create Date : 31 ตุลาคม 2550
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 6:35:05 น. 13 comments
Counter : 246 Pageviews.

 
ใครบางคนก็เป็นเครื่องหมายคำถามในชีวิตเราเหมือนกัน...


ไม่เข้าใจ
ทั้งที่ก็บอกให้ตัวเองเลิกตั้งคำถามหรือเกิดคำถามกับคนๆ นี้ได้แล้ว
เพราะสิ่งที่เขาทำ คือทิ้งคำถามเอาไว้กับชีวิตเรา
แล้วเดินหนีไป
โดยไม่สนใจความรู้สึกของเราเลยว่ามันจะแตกสลายหรือสับสนขนาดไหน

จนถึงเดี๋ยวนี้ เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
แต่คำสาปก็ยังไม่จาง
เขายังมีตัวตนอยู่ในใจ ในฝัน และในทุกความคิดคำนึงเหมือนที่เคยเป็นมา


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:10:15:38 น.  

 
อันนี้ความคิดเห็นผมนะครับ

เวทมนต์นั้นจะเสื่อมคลายได้ ก็ต่อเมื่อ จขบ. เปลี่ยนความเจ็บปวดนั้นเป็นความรื่นรมณ์ เพราะในความเจ็บปวด ในความทรมาณ มักจะมีสิ่งดีซ่อนอยู่เสมอ ถ้าเรามองเห็น เราผ่านมันไปได้ครับ


เป็นกำลังใจให้เวทมนต์นั้นผ่านไปโดยไวนะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:13:37:57 น.  

 
เคยมีเหมือนกันนะความทรงจำที่เจ็บปวดน่ะ..

เคยคิดกลัวว่ามันจะฝังใจ..
แต่หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา..เกือบปีแล้ว ..
พยายามคิดเท่าไหร่..
ก็จำเรื่องราวครั้งเก่า..ไม่ค่อยได้ซะแร้ววง่ะ..
กลายเป้นดีไป...อิอิ
มาสร้างฟามทรงจำใหม่ๆดีๆ กลบอันเก่าให้มิดดีก่า..



โดย: ซซ วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:19:08:16 น.  

 
บางครั้งก็ดูเหมือนพรหมลิขิตกำลังเล่นตลก ในบางช่วงของชีวิตอาจมีใครหลายคนเดินเข้ามาเเละเดินจากไป เเต่ก็มีบางคนที่เข้ามาเเละยังอยู่ในใจ ยังตกค้าง ยังถูกกักขังไว้ในใจเรา

ไม่ใช่ใครเลยที่เป็นผู้กักขังใครคนนั้นไว้ เเต่เป็นใจเราเองที่ไม่ยอมรับว่าใครคนนั้นได้เดินผ่านออกจากชีวิตเราไป เหมือนๆกับคนอื่น

ดังนั้น..จงปล่อยวางทุกสิ่งเเละยิ้มรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นดีกว่านะค่ะ เเล้วสักวันสิ่งปรกติที่คุณเป็นอยู่มันจะหายไป เเละสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาก็จะเติมเต็มบางส่วนเสี้ยวที่หายไปค่ะ

อ้อเชื่ออย่างนั้นนะ


โดย: รวิษฎา วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:24:58 น.  

 
เราอ่านเคหวัตถุแล้วล่ะคุณ
(แต่ยังกั๊กไว้สองเรื่อง รอให้งานเสร็จแล้วค่อยอ่านต่อ)

ชอบงานอาจารย์จัง


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 125.25.189.25 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:00:35 น.  

 


โดย: เพิ่งเคยเห็นผู้ชายเขียนบรรยายยาว ๆ (แ ม ง ป อ ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:35:02 น.  

 
ฮาโหลๆ... คุณแอบชอบฯ

ตอนอ่านปกในก็เห็นเหมือนกันค่ะว่าพิสูจน์อักษรในนั้นเป็นใคร
ยังเดาอยู่ว่าภรรยาใช่ไหมนะ นามสกุลเดียวกันเลย

แต่คิดว่ามุข


โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
แต่คิดว่ามุข

....ก็คุณซาชิโกะ เธอเล่นโผล่มาเป็นตัวละครหลายตอนง่ะ
(คิดได้ไร้เหตุผลจริงๆ เลยอิชั้น)


อ๊ากกก ---- !!!
เขินนน


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:34:08 น.  

 
ตามมาจากบ้านคุณหมีฯค่ะ
มาแอบแอดบล็อกไว้ น่าสนใจค่ะ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:45:29 น.  

 
ไม่เจอะนาน สบายดีมั้ยคะ

มันเป้นเเค่คนบางคนเนอะ ที่จะติดตราตรึง ในใจเรา
ไม่ว่านานเเค่ไหนก็ไม่เคยลืม

เคยเป็นเบบนี้เหมือนกัน


โดย: This road is mine วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:56:30 น.  

 
เมื่อถึงวันนั้นเราจะหย่าขาดจากกันเป็นนิรันดร์--ผมและความทรงจำของเขา


อ่านแล้วรู้สึกแย่จัง
เพราะมันโดน


ปล. ชอบหลายเพลงมากเลยใน The Reminder ทั้ง The Limit of Your Love, 1 2 3 4 แล้วก็ Past In the Present แต่ The Park เฉยๆแฮะ


โดย: Unravel วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:09:59 น.  

 
โหย มิสเตอร์นี่ยังคงความหม่นหมองได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจริงเชียว

อย่าให้ใครเขาเป็นเจ้าชีวิตเธอนะคนดี

เพราะเราเกิดมาในโลกแห่งเสรี


โดย: มึนดี IP: 117.47.72.59 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:35:05 น.  

 
เครื่องหมายคำถามที่ยังตกค้างอยู่ในชีวิต


ไม่เคยมี


โดย: แ ม ง ป อ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:38:42 น.  

 
เวลาที่อยู่ด้วยกันมีทั้งสุขและทุกข์ ขึ้นอยู่กับว่า สุขหรือทุกข์ มากกว่า ถ้าสุข ก็เสียดาย แต่ถ้าทุกข์ ก็คิดว่าดีแล้วที่ เดินออกมาจากวงจร ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราตอนเราเกิดมา ยังมาแต่ตัว ตายไปก็ไม่มีอะไรเป็นของเรา เนียะแหละชีวิต


โดย: kan IP: 124.121.55.18 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:22:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอบชอบ คห. ข้างล่าง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจัย 5 อย่าง หนัง เพลง หนังสือ กาแฟ และบุหรี่
Friends' blogs
[Add แอบชอบ คห. ข้างล่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.